เอดี รามา นายกรัฐมนตรีแอลเบเนีย สร้างความฮือฮาด้วยการแต่งตั้ง “รัฐมนตรี” ที่สร้างจากปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ เพื่อทำหน้าที่ปราบปรามการทุจริต โดยใช้ชื่อว่า “ดิเอลลา” (Diella) ซึ่งมีความหมายว่า “ดวงอาทิตย์” ในภาษาแอลเบเนีย การตัดสินใจนี้เป็นการแสดงออกถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการต้านทุจริตยุคดิจิทัลอย่างจริงจัง
นายกรัฐมนตรีรามาโพสต์บนเฟซบุ๊กยืนยันว่า ดิเอลลาจะเป็นสมาชิกคณะรัฐมนตรีที่ไม่มีตัวตนจริง แต่ถูกสร้างขึ้นในโลกเสมือนจริง โดยจะทำหน้าที่กำกับดูแลให้ “การจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐปลอดการทุจริต 100%” และช่วยให้การทำงานของรัฐบาลรวดเร็วและโปร่งใสยิ่งขึ้น การนำ AI มาใช้ในลักษณะนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการต้านทุจริตยุคดิจิทัล และอาจเป็นต้นแบบให้ประเทศอื่นๆ นำไปปรับใช้
ระบบการจัดซื้อจัดจ้างนำไปสู่เรื่องอื้อฉาวและการคอร์รัปชันในแอลเบเนียมายาวนาน ซึ่งผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่าแอลเบเนียเป็นศูนย์กลางของแก๊งมิจฉาชีพที่แสวงหาช่องทางฟอกเงินจากการค้ายาเสพติดและอาวุธทั่วโลก และเป็นที่ที่การทุจริตได้แพร่กระจายไปยังช่องทางอำนาจต่างๆ โดยภาพลักษณ์ดังกล่าวทำให้การเข้าร่วมสหภาพยุโรปของแอลเบเนียมีความซับซ้อนมากขึ้น ซึ่งนายรามาต้องการให้สำเร็จภายในปี 2030 แต่นักวิเคราะห์ทางการเมืองกล่าวว่าอาจต้องใช้ความพยายามอย่างมาก
ดิเอลลาได้รับการพัฒนาร่วมกับ Microsoft โดยใช้เทคนิคและโมเดล AI ที่ทันสมัย เพื่อให้มั่นใจในความถูกต้องแม่นยำของการทำงาน นายกรัฐมนตรีรามาหวังว่าดิเอลลาจะช่วยทำลายอคติ ความกลัว และความแข็งกระด้างของระบบราชการ ทำให้กระบวนการบริหารงานภาครัฐมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ก่อนหน้านี้ ดิเอลลาเคยเป็นผู้ช่วยเสมือนจริงในชุดแต่งกายพื้นบ้านของแอลเบเนีย ทำหน้าที่ช่วยเหลือประชาชนในการเข้าถึงเอกสารดิจิทัลกว่า 1 ล้านฉบับบนแพลตฟอร์มบริการสาธารณะ e-Albania
การแต่งตั้งรัฐมนตรี AI ครั้งนี้ก่อให้เกิดคำถามจากฝ่ายค้านว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ แต่คาดว่าจะมีกระบวนการทางกฎหมายเพื่อกำหนดสถานะของดิเอลลาอย่างเป็นทางการต่อไป
พรรคสังคมนิยมของนายกรัฐมนตรีรามาชนะการเลือกตั้งเป็นสมัยที่ 4 ติดต่อกัน และตั้งเป้าที่จะนำพาแอลเบเนียเข้าเป็นสมาชิกสหภาพยุโรปภายใน 5 ปี โดยหวังว่าจะเจรจาแล้วเสร็จภายในปี 2027 ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากฝ่ายค้านที่มองว่าประเทศยังไม่พร้อม.
ต้านทุจริตยุคดิจิทัล! นายกฯ แอลเบเนียแต่งตั้ง “รัฐมนตรี AI” เข้าครม.
การนำ AI มาใช้ในการบริหารงานภาครัฐเพื่อต้านทุจริตยุคดิจิทัล เป็นแนวคิดที่น่าสนใจและท้าทาย ซึ่งอาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในวิธีการทำงานของรัฐบาลทั่วโลก
ความท้าทายในการต้านทุจริตยุคดิจิทัล
- ความโปร่งใสและความรับผิดชอบ: การทำงานของ AI ต้องมีความโปร่งใสและตรวจสอบได้
- ความเป็นธรรมและไม่เลือกปฏิบัติ: AI ต้องได้รับการออกแบบมาเพื่อป้องกันอคติและการเลือกปฏิบัติ
- ความปลอดภัยทางไซเบอร์: ระบบ AI ต้องได้รับการปกป้องจากการโจมตีทางไซเบอร์
- ผลกระทบต่อการจ้างงาน: การนำ AI มาใช้ในภาครัฐอาจส่งผลกระทบต่อการจ้างงาน
การที่แอลเบเนียริเริ่มใช้ AI อย่างจริงจังในการต้านทุจริตยุคดิจิทัล แสดงให้เห็นถึงความกล้าหาญและความมุ่งมั่นที่จะเปลี่ยนแปลงประเทศให้ดีขึ้น แม้ว่าจะมีอุปสรรคและความท้าทายมากมายรออยู่ข้างหน้า
การนำเทคโนโลยี AI มาใช้เพื่อต่อสู้กับการทุจริตเป็นเรื่องที่น่าสนใจและอาจเป็นแนวทางใหม่ในการสร้างสังคมที่โปร่งใสและเป็นธรรม อย่างไรก็ตามก็ต้องพิจารณาถึงความเสี่ยงและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นอย่างรอบคอบ
ที่มา – ต้านทุจริตยุคดิจิทัล! นายกฯ แอลเบเนียแต่งตั้ง “รัฐมนตรี AI” เข้าครม.

