สาวเป็นงูสวัด ไปหาหมอพื้นบ้าน ท่องคาถาพ่นหมากพลู สุดท้ายทรุดหนัก

สาวเป็นงูสวัด ไปหาหมอพื้นบ้าน สุดท้ายทรุดหนัก

อุทาหรณ์! แม่ค้าผักสาวเป็นงูสวัด เพื่อนแนะนำไปหาหมอพื้นบ้าน ท่องคาถาพ่นหมากพลู สุดท้ายอาการทรุดหนัก แผลพุพองลามทั่วร่าง ติดเชื้อในกระแสเลือด เกือบช็อก!

เมื่อเร็วๆ นี้ มีรายงานข่าวของ นางเอ (นามสมมติ) อายุ 39 ปี อาชีพแม่ค้าขายผัก ในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ประสบกับภาวะสาวเป็นงูสวัด โดยเริ่มจากอาการบริเวณท้ายทอยและหลังใบหู นางเอตัดสินใจซื้อยามารับประทานและทาเองในเบื้องต้น

อย่างไรก็ตาม อาการของนางเอกลับไม่ดีขึ้น เพื่อนของเธอจึงแนะนำให้ไปรักษากับหมอพื้นบ้าน ด้วยความเชื่อ นางเอจึงตัดสินใจลองรักษาด้วยวิธีพื้นบ้าน โดยหมอพื้นบ้านใช้วิธีเคี้ยวหมากพลู พร้อมท่องคาถา และพ่นหมากพลูใส่บริเวณแผลที่ศีรษะและคอของนางเอ

หลังจากได้รับการรักษาแบบพื้นบ้าน นางเอก็เริ่มรู้สึกเจ็บแสบไปทั่วร่างกาย และมีไข้ขึ้นสูง เธอจึงซื้อยาแก้ปวดลดไข้มากินเองเป็นเวลา 7 วัน แต่อาการกลับทรุดหนักลงกว่าเดิม กลายเป็นแผลพุพองลุกลามไปทั่วร่างกาย เจ็บปวดไปทั้งตัว และมีไข้สูงขึ้นเรื่อยๆ นางเอจึงตัดสินใจไปพบแพทย์ที่คลินิกใกล้บ้าน

เมื่อแพทย์คลินิกตรวจดูอาการ พบว่าแผลมีการติดเชื้อรุนแรง ขาทั้งสองข้างบวมแดง มีตุ่มหนองขึ้นเต็มตัว ทางคลินิกแจ้งว่าไม่สามารถให้การรักษาได้ เนื่องจากอาการหนักเกินไป และแนะนำให้นางเอไปโรงพยาบาลโดยด่วน

ด้วยความช่วยเหลือจากสายด่วน 1669 นางเอได้รับการนำส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน แพทย์ห้องฉุกเฉินให้การช่วยเหลือเบื้องต้นด้วยการให้น้ำเกลือ และแจ้งว่านางเอมีภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด หากมาช้ากว่านี้ อาจเกิดอาการช็อกได้ เนื่องจากไข้สูงถึง 39.2 องศาเซลเซียส

นางเอเล่าว่า ก่อนเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล ผิวหนังทั่วร่างกายของเธอเป็นแผลพุพอง บวมแดง ดูน่ากลัวมาก หลังจากได้รับการรักษาจากแพทย์โรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ และพักฟื้นเป็นเวลา 1 สัปดาห์ อาการของเธอก็ค่อยๆ ดีขึ้น ไข้ลดลง ผิวหนังเริ่มแห้ง และแผลเริ่มตกสะเก็ด

นางเอกล่าวว่า “นี่เป็นบทเรียนราคาแพง เกือบเอาชีวิตไม่รอด เพราะรักษาผิดวิธี ผู้ที่เป็นโรคเริมงูสวัด ควรมาพบแพทย์ที่โรงพยาบาล เพื่อรับการรักษาที่ตรงจุดและมีประสิทธิภาพ ปลอดภัยกว่าการซื้อยามารับประทานเอง หรือรักษาตามความเชื่อที่ไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับ”

นายแพทย์ธนกร ศรัณยภิญโญ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ อธิบายว่า เริมและงูสวัดเป็นเชื้อไวรัสกลุ่มเดียวกัน แต่เป็นคนละชนิด หากร่างกายมีภูมิคุ้มกันที่ดี ก็จะไม่มีปัญหา แต่ความรุนแรงของอาการจะสูงในผู้สูงอายุ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผิวหนังของมนุษย์เป็นเกราะป้องกันเชื้อโรค โรคเหล่านี้ทำให้เกิดตุ่มพุพองและแผล ซึ่งเปิดโอกาสให้เชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายได้ง่ายขึ้น

ดังนั้น การดูแลรักษาความสะอาดจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อป้องกันการติดเชื้อแบคทีเรียซ้ำเติม หากอาการรุนแรง เชื้ออาจลุกลามเข้าสู่กระแสเลือด ซึ่งเป็นอันตรายถึงชีวิต

แพทย์แผนปัจจุบันมียารักษาโรคเหล่านี้โดยตรง คือยาฆ่าเชื้อไวรัส เมื่อได้รับการวินิจฉัยและรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ ยาจะช่วยยับยั้งการลุกลามของโรคได้ โดยทั่วไป การรักษาใช้เวลา 7-10 วัน หรือนานสุดไม่เกิน 14 วัน แม้ว่าโรคนี้จะไม่หายขาด แต่ยาจะช่วยควบคุมอาการให้สงบได้นาน

สาวเป็นงูสวัด: อุทาหรณ์การรักษาที่ไม่ถูกต้อง

ทำไมการรักษากับแพทย์จึงสำคัญเมื่อสาวเป็นงูสวัด?

กรณีของนางเอเป็นอุทาหรณ์สำคัญที่แสดงให้เห็นถึงความเสี่ยงของการรักษาโรคด้วยวิธีที่ไม่ถูกต้อง การรักษากับแพทย์แผนปัจจุบันมีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากแพทย์มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโรค สามารถวินิจฉัยได้อย่างแม่นยำ และให้การรักษาที่ตรงจุดด้วยยาที่มีประสิทธิภาพ

สำคัญที่สุดคือ การอย่าหลงเชื่อการรักษาที่ไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับ การรักษาด้วยความเชื่ออาจทำให้เสียเวลาและเงินทองโดยเปล่าประโยชน์ ซ้ำร้ายยังอาจทำให้อาการทรุดหนักลง และเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

ดังนั้น หากคุณสงสัยว่าตัวเองกำลังป่วยเป็นโรคเริมงูสวัด สิ่งที่ควรทำคือรีบไปพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและรักษาอย่างถูกต้อง

อย่าปล่อยให้ความเชื่อนำทางชีวิต แต่จงเลือกการรักษาที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ เพื่อสุขภาพที่ดีของคุณ

ที่มา – สาวเป็นงูสวัด ไปหาหมอพื้นบ้าน ท่องคาถาพ่นหมากพลู สุดท้ายทรุดหนัก

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Share the Post: