กรณ์ จาติกวณิช

สกลธีรับกระแสดี! คนแห่ชิง สส. กทม. ประชาธิปัตย์ทะลุ 150

“สกลธี” รับกระแสประชาธิปัตย์ในกรุงเทพมหานครดีเกินคาด มีผู้สนใจเสนอตัวลงชิงชัย สส. มากกว่า 150 คน เตรียมสัมภาษณ์ 15-16 ธันวาคมนี้ ก่อนเสนอ กก.บห. เคาะเลือก 24 ธันวาคม 2568

วันที่ 8 ธ.ค. 2568 นายสกลธี ภัททิยกุล รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ดูแลกรุงเทพมหานคร เปิดเผยเมื่อวานนี้ (7 ธ.ค.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรค ด้านนโยบายภาพรวม ตนและนางรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี รองหัวหน้าพรรค ดูแลด้านสตรี เยาวชน ความยั่งยืน ได้ร่วมเปิดงาน First Meet Bangkok ก้าวแรก นัดเปิดสนาม จุดพลังไอเดีย เป้าหมายเพื่อคนกรุงเทพฯ และคนไทยทุกคน ปรากฏมีผู้สนใจเข้ามาสมัครมากกว่า 150 คน เพื่อคัดเลือกเป็นตัวแทนของพรรคในการลงสมัครเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 33 เขตในกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นเรื่องน่ายินดีอย่างยิ่ง ที่มีบุคคลให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก และเกินความคาดหมายของตนเองด้วย

“พรรคประชาธิปัตย์ ได้เปิดรับผู้สนใจในแคมเปญนี้และสิ้นสุดเมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมา ซึ่งมีกระแสตอบรับดีมาก ทั้งกลุ่มคนรุ่นใหม่ และกลุ่มคนที่ไม่ใช่นักการเมือง แต่มีใจรักและมีความมุ่งมั่น เพราะมีความรู้ทางวิชาการจริงๆ หวังนำองค์ความรู้เหล่านี้ ที่แต่ละบุคคลมีประสบการณ์ มาช่วยและร่วมกันพัฒนากรุงเทพฯ และประเทศ” นายสกลธีกล่าว

ถือเป็นครอบครัว ปชป.

นายสกลธี กล่าวต่อว่า ครั้งนี้เป็น First Meet หรือเป็นการนัดพบกันครั้งแรกของบรรดาผู้สนใจสมัคร เพื่อเป็นการระดมสมอง ระดมความคิด เพราะเชื่อว่าทุกคนที่มาร่วมกันในครั้งนี้ ต่างมาด้วยความมุ่งมั่น ตั้งใจสุจริต และอยากจะเห็นการเมืองสุจริตภายใต้พรรคประชาธิปัตย์เหมือนๆ กัน ซึ่งการมาพบกันรอบนี้ ไม่ได้จบเพียงครั้งนี้ แต่เรายังมีการระดมความคิดอย่างนี้อีกในครั้งถัดไป เพื่อนำไอเดียที่เกี่ยวกับกรุงเทพฯ และประเทศ มาออกแบบในการแก้ไขปัญหา และพัฒนาต่อไปอย่างยั่งยืน

“ทุกท่านที่เข้ามาสมัครเพื่อคัดเลือกเป็นตัวแทนของพรรคใน 33 เขตกทม. ต่างถือว่าเราเป็นครอบครัวประชาธิปัตย์ ที่สามารถเข้ามาช่วยระดมสมองในการพัฒนากรุงเทพฯ และประเทศไปพร้อมกันได้” นายสกลธี กล่าว

ขอให้มั่นใจคัดเลือกเป็นธรรม

นายสกลธี กล่าวเสริมว่าหลังจากการพบกันครั้งแรกของผู้สมัครในวันนี้แล้ว ในวันที่ 15-16 ธันวาคมที่จะถึง จะมีการสัมภาษณ์รายบุคคล และพิจารณาจากข้อมูลส่วนตัวแต่ละท่าน ให้กรรมการคัดสรร และเสนอคณะกรรมการบริหาร เพื่อขอมติเลือกผู้เหมาะสมในวันที่ 24 ธันวาคม 2568  “ขอให้มั่นใจว่ากระบวนการคัดเลือกผู้สมัครลงเลือกตั้ง สส. เขตกทม. ของพรรคประชาธิปัตย์มีครบถ้วนทุกกระบวนการตามกฎหมาย และความชอบธรรม” นายสกลธี กล่าว

ย้ำเปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่

ทั้งนี้ภายในงาน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้กล่าวขอบคุณผู้สมัครทุกคน พร้อมระบุว่านี่เป็นกิจกรรมรูปแบบใหม่ของพรรคที่ไม่เคยจัดมาก่อน สะท้อนถึงความตั้งใจในการสร้างพรรคขึ้นใหม่ โดยย้ำว่าพรรคประชาธิปัตย์เปิดโอกาสให้คนทุกกลุ่มเข้ามามีส่วนร่วม และหลีกเลี่ยงระบบอุปถัมภ์ พร้อมเล่าย้อนถึงประสบการณ์ช่วงอายุ 27 ปีที่เข้าสู่การเมือง เพื่อยืนยันว่าพรรคเปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่เสมอ แม้กระบวนการคัดเลือกจะเข้มงวดตามกฎหมาย แต่ทุกคนที่มาสมัครยังมีบทบาทช่วยงานพรรคได้ แม้ไม่ได้ลงสมัครใน 33 เขตก็ตาม

หวังทุกคนร่วมพัฒนาประเทศ

เช่นเดียวกับนายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรค กล่าวว่า เวที First Meet ครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่มีผู้สนใจลงสมัครจำนวนมากในกรุงเทพฯ และเกิดขึ้นในช่วงที่พรรคกำลังสร้างตัวใหม่ เขาย้ำว่าผู้ทำงานการเมืองต้องมีจิตสาธารณะและความตั้งใจจริงในการช่วยเหลือประชาชน พร้อมแชร์ประสบการณ์ว่าความรู้ด้านเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมที่สั่งสมมาก่อนลงสมัคร เป็นแรงผลักดันให้ตัดสินใจเข้าสู่การเมือง พร้อมทิ้งท้ายแสดงความยินดีกับผู้สมัครทุกคนที่ตัดสินใจร่วมงานกับพรรคประชาธิปัตย์ และหวังว่าทุกคนจะใช้ความรู้ความสามารถร่วมพัฒนาประเทศต่อไป

“สกลธี” รับกระแสประชาธิปัตย์ในกรุงเทพมหานครดีเกินคาด มีผู้เสนอตัวลงชิง สส. มากกว่า 150 คน

ทำไมคนถึงสนใจลงสมัคร สส. กทม. กับพรรคประชาธิปัตย์เยอะขนาดนี้?

การที่พรรคประชาธิปัตย์ได้รับความสนใจอย่างล้นหลามในการเลือกตั้ง สส. กรุงเทพมหานคร สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นที่ประชาชนมีต่อพรรค รวมถึงความต้องการที่จะเห็นการเปลี่ยนแปลงและการพัฒนาในกรุงเทพฯ จากคนรุ่นใหม่ที่มีความรู้ความสามารถ

กระแสตอบรับที่ดีเกินคาดนี้ แสดงให้เห็นว่าพรรคประชาธิปัตย์ยังคงเป็นที่นิยมในกรุงเทพฯ และมีศักยภาพในการแข่งขันในการเลือกตั้งครั้งหน้า การเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่และคนที่มีความรู้ความสามารถเข้ามามีส่วนร่วมทางการเมือง เป็นสิ่งที่น่าสนับสนุนและเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับการพัฒนาประชาธิปไตยในประเทศไทย

นายสกลธีเน้นย้ำถึงความโปร่งใสและความยุติธรรมในกระบวนการคัดเลือกผู้สมัคร ซึ่งเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับผู้สมัครและประชาชนทั่วไปว่า พรรคประชาธิปัตย์ให้ความสำคัญกับการคัดเลือกบุคลากรที่มีคุณภาพและมีความเหมาะสมที่จะเป็นตัวแทนของประชาชนอย่างแท้จริง

การมีผู้สนใจเสนอตัวลงชิง สส. ในกรุงเทพมหานครกับพรรคประชาธิปัตย์มากถึง 150 คน ถือเป็นสัญญาณบวกที่สำคัญ และแสดงให้เห็นถึงความตื่นตัวทางการเมืองของประชาชนในกรุงเทพฯ ที่ต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงและการพัฒนาในทิศทางที่ดีขึ้น

การที่พรรคประชาธิปัตย์เปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่เข้ามามีบทบาทในการพัฒนาประเทศ เป็นสิ่งที่ควรสนับสนุน เพราะคนรุ่นใหม่มีมุมมองและความคิดสร้างสรรค์ที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ นี่คือโอกาสที่ดีที่จะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงในกรุงเทพมหานครและประเทศไทย

อย่ารอช้า! หากคุณมีความสนใจในการเมืองและต้องการเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาประเทศ ติดตามข่าวสารและกิจกรรมของพรรคประชาธิปัตย์อย่างใกล้ชิด เพื่อไม่พลาดโอกาสในการมีส่วนร่วมทางการเมือง

การที่ “สกลธี” รับกระแสประชาธิปัตย์ในกรุงเทพมหานครดีเกินคาด มีผู้เสนอตัวลงชิง สส. มากกว่า 150 คน แสดงให้เห็นถึงความหวังและความต้องการของประชาชนในการเห็นการเปลี่ยนแปลงและการพัฒนา

ที่มา – “สกลธี” รับกระแสประชาธิปัตย์ในกรุงเทพมหานครดีเกินคาด มีผู้เสนอตัวลงชิง สส. มากกว่า 150 คน

ตามคาด! “ชัยวุฒิ บรรณวัฒน์” นั่งแม่บ้าน ปชป.

เป็นไปตามคาด! ชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ ได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) อย่างเป็นทางการในการประชุมใหญ่วิสามัญของพรรค นอกจากนี้ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคคนใหม่ ยังได้แต่งตั้งรองหัวหน้าพรรคด้านภารกิจอีก 8 คน เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งและความหลากหลายในการดำเนินงานของพรรค

ตามคาด! ชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ นั่งแม่บ้าน ปชป.

ในการประชุมใหญ่วิสามัญเมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2568 ณ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ หลักสี่ กรุงเทพฯ พรรคประชาธิปัตย์ได้ทำการเลือกหัวหน้าพรรคและคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ โดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรคคนที่ 7 ได้รับเลือกให้กลับมาดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคอีกครั้ง โดยไม่มีผู้ท้าชิง

ภายหลังจากการเลือกหัวหน้าพรรค ที่ประชุมได้ดำเนินการเลือก รองหัวหน้าพรรคด้านภารกิจ จำนวน 8 คน และเลขาธิการพรรค ตามที่นายอภิสิทธิ์ได้เสนอชื่อบุคคลที่เหมาะสม โดยมีรายชื่อดังนี้:

  • นายกรณ์ จาติกวณิช: รองหัวหน้าพรรคด้านภารกิจ ดูแลด้านนโยบายพรรค
  • นางการดี เลียวไพโรจน์: รองหัวหน้าพรรค ดูแลด้านเศรษฐกิจดิจิทัล
  • นายจุรี นุ่มแก้ว: รองหัวหน้าพรรค ด้านสื่อสารองค์กร (ดาวติ๊กต๊อก)
  • นางรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี: รองหัวหน้าพรรค ดูแลด้านสตรี เยาวชน และความยั่งยืน
  • นายวีระพงษ์ ประภา: รองหัวหน้าพรรค ดูแลด้านเศรษฐกิจระหว่างประเทศ
  • นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย: รองหัวหน้าพรรค ดูแลด้านยุทธศาสตร์การเมืองและการประสานงานภาคประชาสังคม
  • นายอิสรา สุนทรวัฒน์: รองหัวหน้าพรรค ดูแลด้านการต่างประเทศ
  • นายอัมพร พินะสา: รองหัวหน้าพรรค ดูแลด้านการศึกษาและภาคอีสาน

ชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ กับบทบาทเลขาธิการพรรค

ตำแหน่งที่สำคัญอีกตำแหน่งหนึ่งคือ เลขาธิการพรรค ซึ่งนายอภิสิทธิ์ได้เสนอชื่อ ชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และอดีตรองหัวหน้าพรรคภาคเหนือ ให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการพรรค การได้รับเลือก ชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ ให้ดำรงตำแหน่งนี้ แสดงให้เห็นถึงความไว้วางใจและความเชื่อมั่นที่พรรคมีต่อประสบการณ์และความสามารถของท่านในการบริหารจัดการและนำพาพรรคไปข้างหน้า

การเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของพรรคประชาธิปัตย์ในการปรับปรุงและพัฒนาองค์กรให้มีความทันสมัยและตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนมากยิ่งขึ้น การมีบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถและประสบการณ์ที่หลากหลาย จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้พรรคสามารถดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้

การได้ ชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ มาเป็นเลขาธิการพรรค ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของพรรคประชาธิปัตย์ในการเตรียมพร้อมสำหรับการเลือกตั้งครั้งหน้า และการเผชิญหน้ากับความท้าทายต่างๆ ในอนาคต ด้วยประสบการณ์ทางการเมืองที่ยาวนานและความเข้าใจในปัญหาของประเทศอย่างลึกซึ้ง ชัยวุฒิจึงเป็นบุคคลที่เหมาะสมที่จะนำพาพรรคไปสู่ความสำเร็จ

การปรับโครงสร้างพรรคครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงแค่การเปลี่ยนแปลงตำแหน่ง แต่เป็นการแสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์และความตั้งใจจริงของพรรคในการที่จะเป็นสถาบันทางการเมืองที่เข้มแข็งและเป็นที่พึ่งของประชาชนได้อย่างแท้จริง การมีทีมงานที่แข็งแกร่งและมีความสามัคคี จะเป็นพลังขับเคลื่อนที่สำคัญในการสร้างสรรค์อนาคตที่ดีกว่าสำหรับประเทศไทย

การได้อดีตรัฐมนตรีมากประสบการณ์อย่างคุณชัยวุฒิ บรรณวัฒน์กลับมาครั้งนี้ ผมมองว่าเป็นผลดีต่อพรรคอย่างแน่นอน เพราะท่านมีประสบการณ์ที่หลากหลายและสามารถนำพายุทธศาสตร์ต่างๆ มาปรับใช้ให้เข้ากับสถานการณ์ปัจจุบันได้เป็นอย่างดี

ที่มา – ตามคาด “ชัยวุฒิ บรรณวัฒน์” นั่งแม่บ้านปชป. “อภิสิทธิ์” ตั้ง 8 รองหัวหน้าภารกิจ

“กรณ์” กลับ ปชป. ทำการเมืองให้ดีขึ้นเพื่อประชาชน

“กรณ์ จาติกวณิช” กลับพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมทำการเมืองที่ดี แก้ปัญหาชาติ เผย ทีมบริหารใหม่ คละคนรุ่นเก่า-ใหม่ เพราะโลกเปลี่ยนเร็ว การกลับมาครั้งนี้มุ่งเน้นทำการเมืองให้ดีขึ้น

เมื่อเวลา 08.40 น. วันที่ 18 ต.ค. 2568 ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ หลักสี่ กรุงเทพฯ นายกรณ์ จาติกวณิช อดีตหัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่ได้กลับมาสู่พรรคที่ตนเริ่มต้นชีวิตทางการเมือง และเชื่อในศักยภาพของประเทศมาตลอดว่าชีวิตคนไทยต้องดีขึ้นได้ แต่การเมืองต้องดีขึ้น เพราะปัญหาใหญ่ๆ ต้องแก้ด้วยการเมือง ฉะนั้นเมื่อมีสัญญาณชัดเจนว่าพรรคประชาธิปัตย์ต้องการที่จะกลับมาเป็นการเมืองที่ดี ที่จะแก้ปัญหาให้กับประชาชนได้ ตนจึงเป็นคนหนึ่งที่พร้อมที่จะกลับมามีส่วนร่วม ตนคิดว่า สิ่งที่เรามีคือ ประสบการณ์ แต่เราก็ตระหนักว่าคนที่เราขาดคือความรู้ของคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เราเลยตั้งใจว่าการกลับมาของเราครั้งนี้กลับมาเพื่อที่จะเป็นกำลังให้กับคนรุ่นใหม่ๆ ที่จะเข้ามาในพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อขับเคลื่อนพรรค แก้ปัญหาของประเทศตามความคาดหวังของประชาชน และความตั้งใจของเรา

การกลับมาของนายกรณ์สร้างความฮือฮาในวงการการเมือง และเป็นที่จับตามองว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จะนำไปสู่ทิศทางใดของพรรคประชาธิปัตย์ หลายคนคาดหวังว่าประสบการณ์และความสามารถของนายกรณ์ จะช่วยผลักดันให้พรรคประชาธิปัตย์กลับมาเป็นที่นิยมอีกครั้ง และสามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนได้ดียิ่งขึ้น

“กรณ์” กลับ ปชป. พร้อมทำการเมืองให้ดีขึ้น แก้ปัญหาให้ประชาชน

นายกรณ์ยังกล่าวอีกว่า ทีมบริหารใหม่จะเป็นการผสมผสานระหว่างคนที่มีประสบการณ์และคนรุ่นใหม่ เพื่อให้พรรคมีความแข็งแกร่งและทันสมัย สามารถปรับตัวเข้ากับการเปลี่ยนแปลงของโลกได้อย่างรวดเร็ว

“วันนี้เราจะเห็นว่าจากโครงสร้างทีมบริหารที่จะเป็นการผสมผสานระหว่างคนที่มีประสบการณ์และคนรุ่นใหม่ แต่เพียงวันนี้ยังไม่พอ บอกได้เลยว่าจากวันนี้เป็นต้นไปเรามีความจำเป็นที่จะต้องเปิดรับ ทั้งในแง่ของผู้สมัครในอนาคต ทีมงาน ประชาชนที่มีความรู้ที่อาจจะมีข้อเสนอแนะ คำแนะนำที่ดีให้พรรค เราจะจัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง เพื่อที่จะเปิดรับข้อคิดเห็นจากทุกๆคน และเดินหน้าไปด้วยกัน เพราะเราเชื่อว่าในแง่ความหลากหลาย ประสบการณ์ของคนรุ่นใหม่ บวกกับความรู้ความตั้งใจของคนรุ่นใหม่ เราสามารถที่จะทำให้การเมืองดีขึ้นไป และนำไปสู่โอกาสของประชาชนที่ดีขึ้นได้” นายกรณ์ กล่าว

เป้าหมายหลักคือทำการเมืองให้ดีขึ้นเพื่อประชาชน

การกลับมาของนายกรณ์เน้นย้ำถึงความสำคัญของการเมืองที่ดี และการแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนเป็นสำคัญ เขามองว่าการเมืองที่ดีเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาประเทศ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนทุกคน การที่นายกรณ์กลับมาพร้อมกับความตั้งใจที่จะทำการเมืองให้ดีขึ้นจึงเป็นสิ่งที่น่าจับตามอง และเป็นความหวังของหลาย ๆ คนที่ต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงในวงการการเมืองไทย

นอกจากนี้ นายกรณ์ยังให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของประชาชนในการพัฒนาพรรค เขาตั้งใจที่จะเปิดรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากทุกภาคส่วน เพื่อให้พรรคประชาธิปัตย์สามารถตอบสนองความต้องการและความคาดหวังของประชาชนได้อย่างแท้จริง

การที่พรรคประชาธิปัตย์เปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่เข้ามามีบทบาทมากขึ้น ถือเป็นสัญญาณที่ดีของการเปลี่ยนแปลง และเป็นการแสดงให้เห็นว่าพรรคพร้อมที่จะปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่ การผสมผสานประสบการณ์ของคนรุ่นเก่าและความรู้ความสามารถของคนรุ่นใหม่ จะเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนพรรคไปข้างหน้า และสร้างประโยชน์ให้กับประเทศชาติ

การกลับมาของ “กรณ์ จาติกวณิช” ครั้งนี้ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของพรรคประชาธิปัตย์ ที่แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาและปรับปรุงพรรคให้ดียิ่งขึ้น เพื่อที่จะกลับมาเป็นที่พึ่งของประชาชน และนำพาประเทศชาติไปสู่ความเจริญรุ่งเรือง การ **“กรณ์” กลับ ปชป. พร้อมทำการเมืองให้ดีขึ้น แก้ปัญหาให้ประชาชน** นั้นเป็นสิ่งที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดถึงผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น

การเมืองไทยต้องการบุคลากรที่มีความสามารถและประสบการณ์ เพื่อที่จะแก้ปัญหาต่างๆ ที่ประเทศกำลังเผชิญอยู่ การที่นายกรณ์ตัดสินใจกลับมาทำการเมืองอีกครั้ง ถือเป็นข่าวดีสำหรับผู้ที่ต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงในทิศทางที่ดีขึ้น

ดังนั้น การกลับมาของกรณ์ จาติกวณิช จึงเป็นที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง เพราะการกลับมาครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่การกลับมาสู่พรรคเดิม แต่เป็นการกลับมาพร้อมกับความมุ่งมั่นที่จะ **ทำการเมืองให้ดีขึ้น** และแก้ปัญหาให้กับประชาชนอย่างแท้จริง

ที่มา – “กรณ์” กลับ ปชป. พร้อมทำการเมืองให้ดีขึ้น แก้ปัญหาให้ประชาชน

เลือดเก่าไหลกลับ ปชป. – “กรณ์-อภิสิทธิ์” พบบิ๊กเนม คาดหนุนนั่งหัวหน้าพรรค

ในวงการการเมืองไทยช่วงนี้ มีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจมาก โดยเฉพาะในพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ที่กำลังมีกระแสเลือดเก่าไหลกลับอย่างคึกคัก เหตุการณ์เลือดเก่าไหลกลับ ปชป. – “กรณ์-อภิสิทธิ์” พบบิ๊กเนม คาดหนุนนั่งหัวหน้าพรรค กำลังเป็นประเด็นร้อนที่ทุกคนจับตามอง เพราะอาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในพรรคเก่าแก่แห่งนี้

เลือดเก่าไหลกลับ ปชป. – “กรณ์-อภิสิทธิ์” พบบิ๊กเนม คาดหนุนนั่งหัวหน้าพรรค

วันที่ 3 ตุลาคม 2568 นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีตรัฐมนตรีวัฒนธรรมและอดีต ส.ส.พัทลุง 8 สมัย ได้เปิดเผยว่าตนเองได้สมัครเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์แล้ว เพื่อใช้สิทธิ์ในการโหวตในการประชุมใหญ่วิสามัญของพรรคที่จะจัดขึ้นในวันที่ 18 ตุลาคม 2568 เพื่อเลือกนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กลับมานั่งตำแหน่งหัวหน้าพรรคอีกครั้ง ความมั่นใจในเรื่องนี้มีมากกว่า 90% แล้ว โดยนายอภิสิทธิ์คาดว่าจะกลับมาเป็นสมาชิกพรรคและลงสมัครชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรค จากการสนทนากับนายเดชอิศม์ ขาวทอง รักษาการหัวหน้าและ ส.ส.สงขลา ส.ส.ภาคใต้ของพรรคประชาธิปัตย์ต่างให้การสนับสนุนนายอภิสิทธิ์อย่างเต็มที่ โดยไม่มีใครกล้าลงแข่งขัน นอกจากนี้ ยังมีอดีตสมาชิกพรรคที่เคยเป็นอดีตรัฐมนตรีและอดีต ส.ส. หลายคนกำลังทยอยสมัครกลับมา เช่น คุณหญิงสุพัตรา มาศดิตถ์ อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่เพิ่งสมัครเป็นสมาชิกพรรคไปแล้ว

กระแสเลือดเก่าไหลกลับในพรรคประชาธิปัตย์

กระแสเลือดเก่าไหลกลับ ปชป. – “กรณ์-อภิสิทธิ์” พบบิ๊กเนม คาดหนุนนั่งหัวหน้าพรรค กำลังทำให้พรรคมีพลังใหม่ น.ส.ผ่องศรี ธาราภูมิ อดีต ส.ส.ลพบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กแสดงความยินดีกับอดีตรัฐมนตรีและอดีต ส.ส. คุณภาพที่กลับมาสมัครเป็นสมาชิกพรรคเพื่อสนับสนุนนายอภิสิทธิ์ โดยทุกคนมาด้วยใจบริสุทธิ์ รู้ดีว่าการนำของนายอภิสิทธิ์จะเป็นประโยชน์ต่อบ้านเมือง ไม่ใช่แค่พรรคเท่านั้น เธอยังขอบคุณทุกท่านที่รวมใจกันกลับมาเป็นพลังให้พรรคและประเทศชาติ สำหรับผู้ที่มีคุณสมบัติเป็นโหวตเตอร์ตามข้อบังคับพรรค สามารถสมัครเป็นสมาชิกได้ทั้งทางออนไลน์และออฟไลน์ ก่อนเที่ยงคืนวันนี้ ขณะที่สมาชิกทั่วไปก็สามารถสมัครเพื่อร่วมเป็นพลังได้เช่นกัน น.ส.ผ่องศรีได้โพสต์ภาพคุณหญิงสุพัตรา มาศดิตถ์, นพ.บัญญัติ เจตนจันทร์ อดีต ส.ส.ระยอง และน.ส.อรอนงค์ กาญจนชูศักดิ์ อดีต ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ที่ชูใบสมัครและโพสต์ว่า “อยากตะโกนดังๆ ดีใจโว๊ยยย ได้กลับบ้านแล้วประชาธิปัตย์”

ความเคลื่อนไหวเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความนิยมและความไว้วางใจในตัวนายอภิสิทธิ์ จากสมาชิกเก่าๆ ที่เคยจากไปแต่ตอนนี้หวนคืนสู่พรรคแม่ พรรคประชาธิปัตย์ซึ่งก่อตั้งมานานกว่า 80 ปี กำลังเผชิญกับความท้าทายในยุคการเมืองใหม่ แต่การกลับมาของเลือดเก่าอาจช่วยฟื้นฟูภาพลักษณ์และเพิ่มความเข้มแข็งให้กับพรรค โดยเฉพาะในฐานะพรรคฝ่ายค้านหลัก

การพบปะของ “กรณ์” กับบิ๊กเนม

ขณะเดียวกัน มีความเคลื่อนไหวจากนายกรณ์ จาติกวณิช อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่เคยลาออกไปก่อตั้งพรรคกล้า และต่อมาควบรวมกับพรรคชาติพัฒนา กลายเป็นพรรคชาติพัฒนากล้า โดยดำรงตำแหน่งรองหัวหน้า แต่ไม่ประสบความสำเร็จในการเลือกตั้งปี 2566 ล่าสุด นายกรณ์ได้โพสต์ภาพบนเฟซบุ๊กพร้อมข้อความว่า “หัวข้อเมื่อคืนคือ อนาคตประเทศที่ทุกคนทุกรุ่นต้องการ” โดยเป็นภาพขณะร่วมรับประทานอาหารค่ำเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2568 ที่ร้าน L’Opera Sukhumvit ซอย 39 ในภาพมีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ, ดร.สันติธาร เสถียรไทย และดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ คาดว่านายกรณ์น่าจะหวนคืนสู่พรรคประชาธิปัตย์เพื่อสนับสนุนนายอภิสิทธิ์เช่นกัน

การพบปะดังกล่าวนับเป็นสัญญาณบวกที่บ่งชี้ถึงการรวมตัวของบุคคลสำคัญในวงการการเมือง ซึ่งอาจนำไปสู่การปรับโครงสร้างพรรคครั้งใหญ่ พรรคประชาธิปัตย์กำลังมองหาทิศทางใหม่เพื่อรับมือกับสถานการณ์การเมืองที่ผันผวน โดยนายอภิสิทธิ์ซึ่งเคยนำพรรคสู่จุดสูงสุดในอดีต ถูกมองว่าเป็นผู้นำที่มีวิสัยทัศน์และได้รับความเคารพจากสมาชิก

ผลกระทบต่อการเมืองไทย

เหตุการณ์เลือดเก่าไหลกลับ ปชป. – “กรณ์-อภิสิทธิ์” พบบิ๊กเนม คาดหนุนนั่งหัวหน้าพรรค อาจส่งผลกระทบต่อสมดุลอำนาจในสภา โดยเฉพาะในกลุ่ม ส.ส.ภาคใต้ที่เป็นฐานเสียงหลักของพรรค หากนายอภิสิทธิ์กลับมานั่งหัวหน้า พรรคอาจมีโอกาสฟื้นตัวจากผลงานเลือกตั้งที่ผ่านมา และกลายเป็นพรรคหลักฝ่ายค้านที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังอาจดึงดูดสมาชิกใหม่ๆ ที่มองหาความมั่นคงในพรรคเก่าแก่

ในมุมมองของนักวิเคราะห์ การรวมตัวนี้แสดงถึงความพยายามในการรักษาคุณค่าดั้งเดิมของพรรคประชาธิปัตย์ เช่น หลักประชาธิปไตยและเสรีภาพ ซึ่งเป็นรากฐานที่ทำให้พรรคอยู่รอดมานาน หากการเลือกตั้งหัวหน้าพรรคครั้งนี้สำเร็จ อาจเป็นจุดเริ่มต้นของยุคใหม่สำหรับพรรคและการเมืองไทยโดยรวม

สำหรับผู้อ่านที่สนใจการเมืองไทย สามารถติดตามความเคลื่อนไหวล่าสุดได้ที่เว็บไซต์ของเรา เพื่อไม่พลาดข่าวสารสำคัญ หากคุณเป็นสมาชิกพรรคหรือผู้สนใจ สามารถแสดงความคิดเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างได้เลย

ที่มา – เลือดเก่าไหลกลับ ปชป. – “กรณ์-อภิสิทธิ์” พบบิ๊กเนม คาดหนุนนั่งหัวหน้าพรรค

สส.ปชป. หนุน “อภิสิทธิ์” กู้วิกฤตพรรค

“ประกอบ รัตนพันธ์” เผย สมาชิกพรรคและประชาชนจำนวนมากเรียกร้องให้ “อภิสิทธิ์” กลับมากอบกู้พรรคประชาธิปัตย์ แต่ยังไม่มีใครรับปาก ย้ำ “ชวน” ปรารภบ่อยครั้งว่าอภิสิทธิ์เหมาะสมเป็นผู้นำในสถานการณ์นี้

เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2568 ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายประกอบ รัตนพันธ์ รักษาการกรรมการบริหาร (กก.บห.) พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกระแสข่าวการทาบทาม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรคฯ มาเป็นหัวหน้าพรรคฯ คนใหม่ รวมถึงการทาบทามนายกรณ์ จาติกวณิช และนางนวลพรรณ ล่ำซำ (มาดามแป้ง) ว่า ประชาชนเรียกร้องให้นายอภิสิทธิ์กลับมาเป็นหัวหน้าพรรคนานแล้ว เพราะมีอุดมการณ์ชัดเจน สมาชิกพรรคส่วนใหญ่ก็เห็นชอบว่า นายอภิสิทธิ์ มีความเหมาะสมที่จะมากอบกู้วิกฤตพรรคในยามที่พรรคตกต่ำ ที่สำคัญประชาชนในพื้นที่ จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยเฉพาะในเขตของตนดีใจมาก หากนายอภิสิทธิ์จะกลับมา

เมื่อถูกถามย้ำถึงความชัดเจนในการกลับมากอบกู้พรรคประชาธิปัตย์ของนายอภิสิทธิ์ นายประกอบกล่าวว่า ยังไม่มีใครรับปาก เพียงแต่สมาชิกพรรคไปสรรหาบุคคลที่มีความเหมาะสม ซึ่งมีหลายคน ไม่ว่าจะเป็นนายกรณ์ มาดามแป้ง หรือนายอภิสิทธิ์ ที่มีความเหมาะสมจะเป็นหัวหน้าพรรคฯ

ส่วนตัวแทนพรรคฯ ที่ไปทาบทามนายอภิสิทธิ์เป็นใครนั้น นายประกอบกล่าวว่า จริงๆ ก็หลายคน โดยเฉพาะสมาชิกรุ่นเก่าที่เคยทำงานร่วมกับนายอภิสิทธิ์ โดยเฉพาะนายชวน หลีกภัย สส.บัญชีรายชื่อ อดีตหัวหน้าพรรคฯ ที่มีการปรารภอยู่ตลอดเวลาว่า ในยามภาวะการณ์แบบนี้นายอภิสิทธิ์มีความเหมาะสมที่จะมาเป็นผู้นำพรรค

“อภิสิทธิ์” ทางออกวิกฤตประชาธิปัตย์?

สถานการณ์ภายในพรรคประชาธิปัตย์ยังคงร้อนระอุ หลังผลการเลือกตั้งที่ผ่านมาไม่เป็นไปตามเป้าหมาย ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงภายในมากมาย และชื่อของ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” ก็กลับมาเป็นที่พูดถึงอีกครั้งในฐานะผู้ที่จะเข้ามากอบกู้วิกฤตของพรรค

แต่การกลับมาของ “อภิสิทธิ์” นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะต้องได้รับการสนับสนุนจากสมาชิกพรรค และต้องมีการเจรจาตกลงในหลายๆ ประเด็น แต่สิ่งที่ชัดเจนคือ แรงเรียกร้องจากภายในพรรคและประชาชนภายนอกที่ต้องการให้ “อภิสิทธิ์” กลับมานำทัพ ปชป. อีกครั้ง

ทำไมต้องเป็น “อภิสิทธิ์”?

หลายคนมองว่า “อภิสิทธิ์” มีคุณสมบัติที่เหมาะสมในการนำพรรคประชาธิปัตย์ก้าวข้ามวิกฤตในครั้งนี้ ด้วยประสบการณ์ทางการเมืองที่ยาวนาน ภาพลักษณ์ที่ดูดี และความสามารถในการสื่อสารที่เข้าถึงประชาชน ทำให้ “อภิสิทธิ์” เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ

  • ประสบการณ์: ผ่านการเป็น ส.ส. หลายสมัย และเคยดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
  • ภาพลักษณ์: เป็นนักการเมืองที่มีภาพลักษณ์ที่น่าเชื่อถือ
  • ความสามารถ: มีความสามารถในการสื่อสารและโน้มน้าวใจ

อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจขั้นสุดท้ายอยู่ที่ตัวของ “อภิสิทธิ์” เองว่าจะตอบรับข้อเสนอในการกลับมากอบกู้พรรคประชาธิปัตย์หรือไม่

การกลับมาของ “อภิสิทธิ์” จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของพรรคประชาธิปัตย์หรือไม่? ต้องติดตามดูกันต่อไป แต่ที่แน่ๆ คือ แรงเรียกร้องจากภายในพรรคและประชาชนภายนอก แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในตัว “อภิสิทธิ์” ว่าจะสามารถนำพรรคประชาธิปัตย์กลับมายืนหยัดได้อย่างแข็งแกร่งอีกครั้ง

การที่ ส.ส.ปชป. ออกมายอมรับถึงเสียงเรียกร้องให้ “อภิสิทธิ์” มากอบกู้วิกฤตพรรคประชาธิปัตย์ สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นที่สมาชิกพรรคมีต่ออดีตหัวหน้าพรรคคนนี้ แต่ในขณะเดียวกัน ก็เป็นความท้าทายอย่างยิ่งสำหรับอภิสิทธิ์เองว่าจะตัดสินใจอย่างไรต่อไป เพราะการกลับมาในสถานการณ์ที่พรรคกำลังเผชิญกับความท้าทายมากมายนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างแน่นอน การตัดสินใจของ **“อภิสิทธิ์” มากอบกู้วิกฤตพรรคประชาธิปัตย์** ครั้งนี้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่ออนาคตของพรรคประชาธิปัตย์เอง และต่อการเมืองไทยโดยรวม

สถานการณ์ภายในพรรคประชาธิปัตย์ยังคงผันผวน และการตัดสินใจของ “อภิสิทธิ์” มากอบกู้วิกฤตพรรคประชาธิปัตย์ จะเป็นตัวแปรสำคัญที่กำหนดทิศทางของพรรคในอนาคตอันใกล้นี้

ที่มา – “สส.ปชป.” ยอมรับหลายคนเรียกร้อง “อภิสิทธิ์” มากอบกู้วิกฤตพรรคประชาธิปัตย์

ชัยชนะหนุน! อภิสิทธิ์ เหมาะนั่งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

“ชัยชนะ” อวย “อภิสิทธิ์” เหมาะกลับมาเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แจงโพสต์รูป “กรณ์” ไร้นัย รับชวนกลับพรรคช่วยทีมเศรษฐกิจ เผย เลือดเก่าจ่อไหลกลับซ่อมบ้าน ปชป.

เมื่อเวลา 14.25 น. วันที่ 16 กันยายน 2568 นายชัยชนะ เดชเดโช เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ก่อนการประชุม สส.พรรคประชาธิปัตย์ ว่า เป็นการประชุมเพื่อหารือถึงวันเลือกหัวหน้าพรรคคนใหม่ ซึ่งพรรคเปิดกว้างให้คนที่มีคุณสมบัติ ต้องยอมรับและเข้าใจการเมืองในปัจจุบัน ในการพัฒนาทางการเมือง และสถานการณ์การเมืองในการจัดตั้งรัฐบาล ที่เป็นรัฐบาลที่มาจากเสียงข้างน้อย และต้องจับตาดูว่าจะมีคนเก่าเข้ามาสมัครเป็นสมาชิกพรรคเพิ่มขึ้นแน่นอนและมาเรื่อยๆ

ทางด้านคำถามว่าได้มีการคุยกับ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรีและอดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่มีกระแสข่าวว่าจะกลับมาดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคหรือไม่ นายชัยชนะ เผยว่า นายอภิสิทธิ์ เป็นคนที่มีความสามารถ เป็นอดีตนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรค เป็นบุคคลสำคัญทางการเมืองไทยที่เป็นบุคคลต้นแบบ มีอุดมการณ์ผู้รักษาสัจจะคำพูด เหมาะสมที่จะกลับมาเป็นหัวหน้าพรรค พร้อมยอมรับว่าได้มีการพูดคุยกับนายอภิสิทธิ์อยู่ตลอด มีการพบกันทานข้าวและดื่มกาแฟร่วมกันเป็นเรื่องปกติ นอกจากนี้ นายกรณ์ จาติกวณิช และนางวทันยา บุญนาค หรือ มาดามเดียร์ รวมถึงคนอื่นๆ ก็มีความเหมาะสมเช่นกัน แต่ขอให้รอดูว่าพรรคประชาธิปัตย์จะกลับมาได้ด้วยความสามัคคีคือพลัง ความมีเอกภาพ

เมื่อถามต่อถึงกรณีที่ นายชัยชนะ โพสต์รูปในเฟซบุ๊กร่วมดื่มกาแฟกับนายกรณ์ มีการเชิญกลับเข้าพรรคด้วยหรือไม่ นายชัยชนะ ตอบว่า ตนกับนายกรณ์มีความผูกพันกันอยู่แล้ว ในเมื่อนายกรณ์ไม่ได้สังกัดพรรคไหนก็ต้องเชิญกลับมาพรรค เพราะนายกรณ์เติบโตจากพรรคประชาธิปัตย์ และเป็นอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง มีความเข้าใจทางเศรษฐกิจและเป็นคนทันสมัย จึงเชิญชวนให้กลับมาช่วยพรรค มาดูแลทีมเศรษฐกิจพรรค แต่นายกรณ์บอกกับตนว่าต้องการจะวางมือทางการเมือง และนายกรณ์ยืนยันยังไม่รู้ว่านายเฉลิมชัยลาออก และไม่มีนัยทางการเมือง และหลังจากนี้ตนจะไปทานข้าวกับคนอื่นอีก

ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า กลุ่ม สส.นครศรีธรรมราชของนายชัยชนะ จะโหวตหนุนนายอภิสิทธิ์ เป็นหัวหน้าพรรคหรือไม่ นายชัยชนะ ย้ำว่า พรรคประชาธิปัตย์ไม่มีกลุ่ม เราอยู่ภายใต้พรรค ก็เป็นคนของพรรค ตนมองว่านายอภิสิทธิ์มีความเหมาะสม ส่วน สส.คนอื่นต้องไปถามแต่ละคน เพราะตนไม่สามารถตัดสินใจแทนได้ เมื่อถามย้ำว่านายชัยชนะ ต้องการสมัครตำแหน่งเลขาธิการพรรคประชาชนใช่หรือไม่ นายชัยชนะ ระบุว่า ตำแหน่งเลขาธิการพรรคสมัครไม่ได้ เป็นการแต่งตั้งโดยหัวหน้าพรรค คนที่เป็นเลขาธิการพรรคก็ต้องดูว่าหัวหน้าพรรคคนใหม่จะเสนอชื่อใคร ส่วนคนประชาธิปัตย์ที่จะไหลกลับมาสมัครเป็นสมาชิกพรรคหลายคน อาทิ นายถาวร เสนเนียม อดีตรองหัวหน้าพรรค รวมถึงนายกรณ์ด้วย ที่ตนขอให้มาช่วยทีมเศรษฐกิจพรรค.

นายชัยชนะ เดชเดโช เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ออกมาให้สัมภาษณ์สนับสนุนให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กลับมาดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โดยให้เหตุผลว่านายอภิสิทธิ์เป็นผู้ที่มีความสามารถและเหมาะสมกับตำแหน่งนี้

ชัยชนะหนุน อภิสิทธิ์ เหมาะนั่งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

นอกจากนี้ นายชัยชนะยังกล่าวถึงความเป็นไปได้ที่สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์รุ่นเก่าจะกลับเข้าร่วมพรรคอีกครั้ง เพื่อช่วยกันฟื้นฟูพรรคให้กลับมาแข็งแกร่งอีกครั้ง การกลับมาของนายอภิสิทธิ์ อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้พรรคประชาธิปัตย์กลับมาได้รับความนิยมอีกครั้ง

ทำไมชัยชนะถึงมองว่าอภิสิทธิ์ เหมาะนั่งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์?

การที่นายชัยชนะออกมาสนับสนุนนายอภิสิทธิ์อย่างชัดเจน แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นที่สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์มีต่อนายอภิสิทธิ์ หากนายอภิสิทธิ์ตัดสินใจกลับมาเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ จริง ก็อาจจะสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับพรรคในหลายๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นในด้านภาพลักษณ์ หรือในด้านการดำเนินงานต่างๆ

การตัดสินใจของนายอภิสิทธิ์จะเป็นอย่างไรต่อไป คงต้องติดตามดูกันต่อไป แต่ที่แน่ๆ การสนับสนุนจากนายชัยชนะในครั้งนี้ ถือเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับผู้ที่ต้องการเห็นพรรคประชาธิปัตย์กลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง และยังคงมีโอกาสเสมอสำหรับผู้ที่ต้องการผลักดันให้พรรคก้าวหน้าต่อไป

การกลับมาของคนรุ่นเก่าอาจนำมาซึ่งประสบการณ์และความเชี่ยวชาญ แต่ก็ต้องปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงของสังคมในปัจจุบันด้วย พรรคประชาธิปัตย์จะสามารถผสมผสานคนรุ่นใหม่และคนรุ่นเก่าได้อย่างลงตัวหรือไม่ เป็นสิ่งที่น่าติดตามอย่างยิ่ง

ที่มา – “ชัยชนะ” อวย “อภิสิทธิ์” เหมาะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เผยเลือดเก่าจ่อไหลกลับ

ชัยชนะ โพสต์ภาพคู่ กรณ์ คิดถึง ฟ้าวันใหม่สดใสเสมอ

“ชัยชนะ เดชเดโช” โพสต์ภาพคู่ “กรณ์” บอก คิดถึงเลยเจอกัน ฟ้าวันใหม่สดใสเสมอ ท่ามกลางกระแสข่าวสมาชิก ปชป. บางส่วนก็อยากให้ “อภิสิทธิ์” คัมแบล็ก

วันที่ 12 กันยายน 2568 นายชัยชนะ เดชเดโช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ภาพคู่กับนายกรณ์ จาติกวณิช อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และอดีตหัวหน้าพรรคกล้า พร้อมแคปชั่น คิดถึงเลยเจอกันครับ #ฟ้าวันใหม่สดใสเสมอ

ขณะที่วันนี้ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้ยื่นหนังสือต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งขอลาออกจากการเป็นหัวหน้าพรรค โดยมีผลทันทีตั้งแต่วันนี้ ท่ามกลางกระแสข่าวว่า สมาชิกในพรรคประชาธิปัตย์บางส่วนต้องการให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กลับมาอีกครั้ง

ชัยชนะ โพสต์ภาพคู่ กรณ์ คิดถึง ฟ้าวันใหม่สดใสเสมอ

การเคลื่อนไหวทางการเมืองภายในพรรคประชาธิปัตย์ดูจะคึกคักเป็นพิเศษในช่วงนี้ หลังจากที่นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน ได้ประกาศลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรค ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงและแรงกระเพื่อมภายในพรรคอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ สถานการณ์ดังกล่าวทำให้หลายฝ่ายจับตามองไปยังทิศทางในอนาคตของพรรค รวมถึงความเป็นไปได้ในการกลับมาของอดีตหัวหน้าพรรคคนสำคัญอย่างนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

การโพสต์ภาพคู่ของนายชัยชนะ เดชเดโช กับนายกรณ์ จาติกวณิช พร้อมข้อความ “ชัยชนะ โพสต์ภาพคู่ กรณ์ คิดถึง ฟ้าวันใหม่สดใสเสมอ” ยิ่งเป็นการจุดประกายความสนใจให้กับผู้ติดตามข่าวสารทางการเมือง เนื่องจากทั้งสองท่านถือเป็นบุคคลที่มีบทบาทสำคัญในพรรคประชาธิปัตย์ การปรากฏตัวร่วมกันจึงถูกตีความได้หลายนัย

ความเคลื่อนไหวภายในพรรคประชาธิปัตย์

การลาออกของนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน ได้เปิดโอกาสให้เกิดการเปลี่ยนแปลงภายในพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งอาจนำไปสู่การปรับโครงสร้างและการกำหนดทิศทางใหม่ของพรรค สมาชิกพรรคหลายท่านได้แสดงความคิดเห็นและความคาดหวังต่ออนาคตของพรรค รวมถึงการพิจารณาความเป็นไปได้ในการดึงบุคคลที่มีความสามารถและประสบการณ์เข้ามามีส่วนร่วมในการนำพาพรรคไปข้างหน้า

นอกจากกระแสข่าวการกลับมาของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แล้ว ยังมีความเป็นไปได้อื่นๆ อีกมากมายสำหรับการเปลี่ยนแปลงภายในพรรคประชาธิปัตย์ การเลือกหัวหน้าพรรคคนใหม่ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่จะกำหนดทิศทางของพรรคในอนาคต และอาจส่งผลกระทบต่อภูมิทัศน์ทางการเมืองโดยรวม

การที่นายชัยชนะ เดชเดโช โพสต์ภาพคู่กับนายกรณ์ จาติกวณิช พร้อมข้อความที่สื่อถึงความหวังและความสดใส อาจเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงความพยายามในการสร้างความสามัคคีและความร่วมมือภายในพรรค การรวมตัวของบุคคลสำคัญเช่นนี้อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้น

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เกิดขึ้นภายในพรรคประชาธิปัตย์ยังคงเป็นเรื่องที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด การตัดสินใจและท่าทีของสมาชิกพรรคแต่ละท่านจะมีผลต่ออนาคตของพรรคและการเมืองไทยโดยรวม การจับตามองความเคลื่อนไหวต่างๆ และวิเคราะห์สถานการณ์อย่างรอบด้านจึงเป็นสิ่งสำคัญ

สถานการณ์ทางการเมืองมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ การปรับตัวและการเรียนรู้จากสถานการณ์เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับทุกพรรคการเมือง พรรคประชาธิปัตย์ก็เช่นกัน การก้าวข้ามความท้าทายและสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้พรรคสามารถกลับมายืนหยัดได้อย่างแข็งแกร่งอีกครั้ง การที่ ชัยชนะ โพสต์ภาพคู่ กรณ์ คิดถึง ฟ้าวันใหม่สดใสเสมอ นั้น อาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่

โดยสรุปแล้ว การที่นายชัยชนะ โพสต์ภาพคู่กับนายกรณ์นั้น น่าจะเป็นการส่งสัญญาณที่ดีต่อภาพรวมของพรรค ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์อันดี และความตั้งใจที่จะร่วมมือกันพัฒนาพรรคให้ก้าวหน้าต่อไป การรวมพลังของบุคคลสำคัญในพรรคเช่นนี้ ถือเป็นสัญญาณบวกที่น่าจับตามอง และอาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นในอนาคต ชัยชนะ โพสต์ภาพคู่ กรณ์ คิดถึง ฟ้าวันใหม่สดใสเสมอ จึงเป็นมากกว่าแค่ภาพถ่าย แต่เป็นการสะท้อนถึงความหวังและความมุ่งมั่นของคนในพรรคที่จะสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ให้เกิดขึ้น

ที่มา – “ชัยชนะ” โพสต์ภาพคู่ “กรณ์” บอก คิดถึง ฟ้าวันใหม่สดใสเสมอ

อนุทิน เผยภาพ 3 พี่น้องจาติกวณิช เยี่ยมชวรัตน์

อนุทิน เผยภาพ 3 พี่น้องจาติกวณิช เยี่ยมชวรัตน์ บรรยากาศอบอุ่นชื่นมื่น “จี๊ป-ดอน-พิพ” เดินทางมาให้กำลังใจคุณพ่อถึงบ้าน

เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา นายอนุทิน ชาญวีรกูล สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้โพสต์ภาพสุดประทับใจผ่านทาง เฟซบุ๊ก ส่วนตัว เป็นภาพของสามพี่น้องตระกูลจาติกวณิช ได้แก่ นายอธิไกร จาติกวณิช (จี๊ป), นายกรณ์ จาติกวณิช (ดอน) และนายอนุตร จาติกวณิช (พิพ) เดินทางมาเยี่ยมเยียน นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล อดีตรองนายกรัฐมนตรี และอดีตรัฐมนตรีหลายกระทรวง ซึ่งเป็นคุณพ่อของนายอนุทิน ชาญวีรกูล บรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่นและรอยยิ้มแห่งความสุข

นายอนุทิน ได้เขียนข้อความประกอบภาพว่า “สามพี่น้อง #จาติกวณิช พี่จิ๊บ พี่ดอน พิพ มาเยี่ยมพ่อถึงบ้าน What a pleasant afternoon!!! #Reminiscing” แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์อันดีระหว่างสองครอบครัว

อนุทิน เผยภาพ 3 พี่น้องจาติกวณิช เยี่ยมชวรัตน์

การเดินทางมาเยี่ยมเยียนของคุณชวรัตน์ของสามพี่น้องจาติกวณิชครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความเคารพและความผูกพันที่พวกเขามีต่อผู้ใหญ่ที่คร่ำหวอดในวงการการเมืองมาอย่างยาวนาน แม้ว่าแต่ละคนจะมีเส้นทางชีวิตและบทบาทที่แตกต่างกันออกไป แต่สายสัมพันธ์ของมิตรภาพและความเคารพยังคงเหนียวแน่นเสมอมา

ทำไมภาพนี้ถึงมีความสำคัญ?

ภาพ อนุทิน เผยภาพ 3 พี่น้องจาติกวณิช เยี่ยมชวรัตน์ ไม่ได้เป็นเพียงภาพถ่ายธรรมดา แต่เป็นภาพที่สะท้อนให้เห็นถึงค่านิยมและความเชื่อมั่นในเรื่องของความกตัญญู ความเคารพต่อผู้ใหญ่ และความสำคัญของสายสัมพันธ์ในครอบครัวและมิตรภาพ ซึ่งเป็นสิ่งที่สังคมไทยให้ความสำคัญมาโดยตลอด การที่บุคคลที่มีชื่อเสียงในสังคมแสดงออกถึงค่านิยมเหล่านี้ ย่อมเป็นแบบอย่างที่ดีและสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนรุ่นหลังได้

นอกจากนี้ การปรากฏตัวของบุคคลสำคัญทางการเมืองอย่างพร้อมหน้าพร้อมตายังเป็นสิ่งที่ได้รับความสนใจจากประชาชนและสื่อมวลชนเสมอ เพราะอาจมีการเชื่อมโยงถึงประเด็นทางการเมืองต่างๆ ที่กำลังเกิดขึ้นในปัจจุบันได้ แม้ว่าการเยี่ยมเยียนครั้งนี้จะเป็นเรื่องส่วนตัว แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าทุกการเคลื่อนไหวของนักการเมืองย่อมถูกจับตามองอย่างใกล้ชิด

พี่น้องจาติกวณิชกับการเมืองไทย

ตระกูลจาติกวณิชเป็นที่รู้จักกันดีในวงการการเมืองไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง นายกรณ์ จาติกวณิช ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งสำคัญในรัฐบาลมาแล้วหลายครั้ง การที่สามพี่น้องพร้อมใจกันมาเยี่ยมคุณชวรัตน์ จึงเป็นภาพที่น่าสนใจและแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์อันดีระหว่างตระกูลชาญวีรกูลและจาติกวณิช

  • นายอธิไกร จาติกวณิช (จี๊ป): นักธุรกิจ
  • นายกรณ์ จาติกวณิช (ดอน): อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
  • นายอนุตร จาติกวณิช (พิพ): ผู้บริหารบริษัทเอกชน

ถึงแม้ว่าแต่ละคนจะมีบทบาทและหน้าที่การงานที่แตกต่างกัน แต่สายสัมพันธ์ฉันพี่น้องและความผูกพันในครอบครัวยังคงเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับพวกเขาเสมอ

โดยสรุปแล้ว ภาพ อนุทิน เผยภาพ 3 พี่น้องจาติกวณิช เยี่ยมชวรัตน์ เป็นภาพที่อบอุ่น ประทับใจ และสะท้อนให้เห็นถึงค่านิยมที่ดีงามของสังคมไทย การที่บุคคลที่มีชื่อเสียงและเป็นที่เคารพในสังคมแสดงออกถึงความกตัญญูและความผูกพันในครอบครัว ย่อมเป็นสิ่งที่น่ายกย่องและเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับคนรุ่นหลังได้

การเยี่ยมเยียนของคุณชวรัตน์ของสามพี่น้องจาติกวณิชครั้งนี้ เป็นเครื่องยืนยันว่ามิตรภาพและความเคารพนั้นสามารถคงอยู่ได้นาน แม้เวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนก็ตาม

ที่มา – “อนุทิน” เผยภาพชื่นมื่น “จี๊ป-ดอน-พิพ” 3 พี่น้องจาติกวณิช มาเยี่ยมคุณพ่อ “ชวรัตน์”

Scroll to top