กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย

ปภ. เฝ้าระวังน้ำหลากใกล้ชิด ยืนยันไม่มีพายุใหญ่เข้า แค่เตือนพื้นที่เสี่ยงริมน้ำ

ในช่วงฤดูฝนแบบนี้ หลายคนคงอดกังวลใจไม่ได้กับข่าวคราวเรื่องสถานการณ์น้ำในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะพี่น้องประชาชนที่อาศัยอยู่ริมน้ำหรือในพื้นที่ลุ่มต่ำ ล่าสุดทาง ปภ. ได้ออกมาให้ข้อมูลสำคัญเพื่อให้ทุกคนอุ่นใจและเตรียมตัวรับมือได้อย่างถูกต้อง โดยย้ำชัดเจนว่า ปภ. เฝ้าระวังน้ำหลากใกล้ชิด ยืนยันไม่มีพายุใหญ่เข้า แค่เตือนพื้นที่เสี่ยงริมน้ำ เท่านั้นครับ

ปภ. เฝ้าระวังน้ำหลากใกล้ชิด ยืนยันไม่มีพายุใหญ่เข้า แค่เตือนพื้นที่เสี่ยงริมน้ำ

นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้ออกมาเปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำในช่วงนี้ว่า ทางหน่วยงานได้เกาะติดสถานการณ์อย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง โดยจากการวิเคราะห์สภาพอากาศผ่านดาวเทียมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ยืนยันว่าในขณะนี้ยังไม่มีพายุใหญ่พัดเข้าสู่ประเทศไทยจากฝั่งแปซิฟิก สิ่งที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่เป็นเพียงสถานการณ์น้ำป่าไหลหลากในบางพื้นที่ และระดับน้ำในแม่น้ำโขงที่ยกตัวสูงขึ้นในบางจุด ซึ่งถือเป็นเหตุการณ์ปกติในช่วงฤดูฝน

ทำไมการแจ้งเตือนจึงสำคัญ?

เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลที่รวดเร็วและแม่นยำที่สุด ปภ. ได้นำนวัตกรรม Cell Broadcast มาใช้แจ้งเตือนภัยล่วงหน้าผ่านโทรศัพท์มือถือ ซึ่งถือเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพสูงมาก ช่วยให้คนในพื้นที่เสี่ยงสามารถเตรียมตัวขนย้ายทรัพย์สินขึ้นที่สูงได้ทันท่วงที โดยไม่ต้องตื่นตระหนกจนเกินไป เพราะระบบนี้จะระบุระดับความรุนแรงของสถานการณ์ไว้อย่างชัดเจน

  • ตรวจสอบประกาศจาก ปภ. ผ่านช่องทางหลักเสมอ
  • ติดตามการแจ้งเตือนจากระบบ Cell Broadcast บนมือถือ
  • ประสานงานกับผู้นำชุมชนหรือหอกระจายข่าวในพื้นที่
  • จัดเก็บสิ่งของมีค่าไว้ในที่ปลอดภัยหากอยู่ในพื้นที่ริมน้ำ

อย่างไรก็ตาม ในพื้นที่ที่ประสบภาวะน้ำท่วมซ้ำซาก ทาง ปภ. ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้มีการจัดเตรียมเครื่องสูบน้ำและประสานงานกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อเข้าช่วยเหลือพี่น้องประชาชนอย่างเต็มกำลัง การที่ ปภ. เฝ้าระวังน้ำหลากใกล้ชิด ยืนยันไม่มีพายุใหญ่เข้า แค่เตือนพื้นที่เสี่ยงริมน้ำ จึงเป็นเครื่องยืนยันว่าเรามีระบบการจัดการภัยพิบัติที่ทันสมัยและใส่ใจความปลอดภัยของประชาชนเป็นที่ตั้ง

บทเรียนจากสถานการณ์น้ำท่วมในอดีตสอนให้เรารู้ว่า การเตรียมตัวก่อนเกิดเหตุคือหัวใจสำคัญที่สุด ดังนั้นอย่าลืมหมั่นอัปเดตข้อมูลจากหน่วยงานภาครัฐและปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัดนะครับ ขอให้ทุกคนปลอดภัยผ่านพ้นฤดูฝนนี้ไปด้วยกัน

ที่มา – ปภ. เฝ้าระวังน้ำหลากใกล้ชิด ยืนยันไม่มีพายุใหญ่เข้า แค่เตือนพื้นที่เสี่ยงริมน้ำ

เจเศรษฐ์ สั่งลุยไฟป่าพรุควนเคร็ง ส่งเฮลิคอปเตอร์สยบเพลิง

เจเศรษฐ์ สั่งลุยไฟป่าพรุควนเคร็ง ส่งเฮลิคอปเตอร์สยบเพลิง

สถานการณ์ไฟป่าในพื้นที่พรุควนเคร็ง จังหวัดนครศรีธรรมราช กำลังเป็นประเด็นที่หลายฝ่ายให้ความสำคัญอย่างมาก ล่าสุด นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ลงมาสั่งการด้วยตนเองให้เร่งระดมกำลังเจ้าหน้าที่และเครื่องมือพิเศษเพื่อเข้าควบคุมสถานการณ์ เจเศรษฐ์ สั่งลุยไฟป่าพรุควนเคร็ง ส่งเฮลิคอปเตอร์สยบเพลิง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่อำเภอชะอวดโดยเร็วที่สุด

มาตรการเร่งด่วนในการดับไฟป่าพรุควนเคร็ง

สำหรับการปฏิบัติการครั้งนี้ นายเจเศรษฐ์ได้กำชับให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จัดส่งทรัพยากรที่จำเป็นเข้าสู่พื้นที่อย่างเร่งด่วน โดยมีรายละเอียดการสนับสนุนดังนี้:

  • รถดับไฟป่าประสิทธิภาพสูงจำนวน 1 คัน
  • รถน้ำช่วยดับเพลิงขนาดใหญ่ความจุ 10,000 ลิตร
  • รถบรรทุกเล็กเพื่อความคล่องตัวในการเข้าถึงพื้นที่
  • กำลังเจ้าหน้าที่จากศูนย์ ปภ. เขต 11 สุราษฎร์ธานี

นอกจากกำลังภาคพื้นดินแล้ว ยังมีการประสานงานร่วมกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อนำเฮลิคอปเตอร์สนับสนุนการทิ้งน้ำทางอากาศ ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของปฏิบัติการครั้งนี้ เนื่องจากพื้นที่ป่าพรุมีความยากลำบากในการเข้าถึง การที่ เจเศรษฐ์ สั่งลุยไฟป่าพรุควนเคร็ง ส่งเฮลิคอปเตอร์สยบเพลิง จึงเป็นการตัดสินใจที่เฉียบขาดเพื่อป้องกันไม่ให้ไฟลุกลามขยายวงกว้าง

นายเจเศรษฐ์ได้เน้นย้ำกับทุกหน่วยงานว่า การปฏิบัติภารกิจต้องอยู่บนพื้นฐานของความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่เป็นสำคัญ พร้อมทั้งสั่งให้รายงานสถานการณ์แบบเรียลไทม์เพื่อให้สามารถประเมินและปรับเปลี่ยนแผนการรับมือได้ทันท่วงที นี่แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจต่อพี่น้องประชาชนในพื้นที่อำเภอชะอวดที่ต้องเผชิญกับมลพิษจากควันไฟและความเสียหายทางธรรมชาติ

เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการบูรณาการกำลังในครั้งนี้จะทำให้สถานการณ์ไฟป่าพรุควนเคร็งคลี่คลายลงได้ในเร็ววัน และขอส่งกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ทุกท่านที่ปฏิบัติงานอย่างหนักท่ามกลางความร้อนและอันตราย หากคุณอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียง ควรติดตามข้อมูลข่าวสารจากทางราชการอย่างใกล้ชิดเพื่อความปลอดภัยของตัวคุณและครอบครัวครับ

ที่มา – “เจเศรษฐ์” สั่งลุยไฟป่าพรุควนเคร็ง ส่งเฮลิคอปเตอร์สยบเพลิง

เจเศรษฐ์ สั่ง ปภ. รับมือแม่น้ำโขงเอ่อล้น 5 จังหวัดภาคอีสาน

เจเศรษฐ์ สั่ง ปภ. รับมือแม่น้ำโขงเอ่อล้น 5 จังหวัดภาคอีสาน

ในช่วงสถานการณ์ฝนตกหนักต่อเนื่องแบบนี้ หลายคนอาจจะเริ่มกังวลเกี่ยวกับระดับน้ำในแม่น้ำโขง ล่าสุดทางกระทรวงมหาดไทย โดย นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ออกมาเคลื่อนไหวเชิงรุกด้วยการกำชับให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เร่งดำเนินมาตรการเฝ้าระวังและเตรียมรับมือเหตุการณ์ที่เจเศรษฐ์ สั่ง ปภ. รับมือแม่น้ำโขงเอ่อล้น 5 จังหวัดภาคอีสาน ซึ่งกำลังเป็นประเด็นที่น่าจับตามองในช่วงวันที่ 10-14 สิงหาคมนี้ครับ

เจเศรษฐ์ สั่ง ปภ. รับมือแม่น้ำโขงเอ่อล้น 5 จังหวัดภาคอีสาน อย่างเร่งด่วน

นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ ได้เน้นย้ำว่าพื้นที่เสี่ยงภัย ได้แก่ เลย, หนองคาย, บึงกาฬ, มุกดาหาร และนครพนม ต้องมีการติดตามสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง โดยหัวใจสำคัญคือการเตือนภัยล่วงหน้า เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้เตรียมตัวรับมือได้ทันท่วงที ไม่ว่าจะเป็นการขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง หรือการวางแผนป้องกันทรัพย์สิน ทั้งนี้ ปภ. เตรียมพร้อมทั้งเครื่องสูบน้ำและเครื่องจักรกลหนัก เพื่อเข้าช่วยเหลือประชาชนทันทีที่เกิดเหตุการณ์

นอกเหนือจากการเตรียมความพร้อมด้านอุปกรณ์แล้ว ทางรัฐบาลยังเน้นเรื่องการสื่อสารข้อมูลที่ถูกต้อง โดยมีการใช้ระบบ Cell Broadcast ส่งข้อความแจ้งเตือนภัยเข้ามือถือของประชาชนโดยตรง เพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลเข้าถึงทุกคนอย่างรวดเร็ว สำหรับท่านที่อยู่ในพื้นที่ดังกล่าว นี่คือสิ่งที่คุณต้องเตรียมตัว:

  • ติดตามข่าวสารจากทางราชการเป็นหลัก เพื่อป้องกันข้อมูลที่สับสน
  • ตรวจสอบอุปกรณ์ไฟฟ้าและขนย้ายทรัพย์สินที่มีค่าไว้ในที่ปลอดภัย
  • สังเกตระดับน้ำในแม่น้ำโขงบริเวณใกล้บ้านอยู่เสมอ
  • เตรียมเบอร์โทรศัพท์สายด่วน ปภ. 1784 ไว้เพื่อขอความช่วยเหลือ

อย่างไรก็ตาม แม้ระดับน้ำแม่น้ำโขงที่เพิ่มสูงขึ้นอาจจะดูน่ากังวล แต่ในบางพื้นที่ก็ยังคงประสบปัญหาภัยแล้ง ซึ่งเป็นคนละประเด็นกัน ดังนั้นนายเจเศรษฐ์จึงขอให้ประชาชนทำความเข้าใจและยึดถือข้อมูลการประกาศจากจังหวัดเป็นหลัก เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำและการช่วยเหลือเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพที่สุดครับ

ในฐานะที่เราเป็นคนไทย เราขอส่งกำลังใจให้พี่น้องชาวอีสานทุกท่านให้ผ่านพ้นช่วงเวลานี้ไปได้อย่างปลอดภัย และหวังว่ามาตรการที่ทางภาครัฐได้วางไว้จะช่วยลดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินให้ได้มากที่สุดครับ

ที่มา – “เจเศรษฐ์” สั่ง ปภ. รับมือแม่น้ำโขงเอ่อล้น 5 จังหวัดภาคอีสาน

เจเศรษฐ์ สั่งทุกหน่วยเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำใน จ.น่าน 24 ชม.

สถานการณ์ฝนตกหนักในช่วงนี้ทำเอาหลายพื้นที่ต้องคอยติดตามข่าวกันอย่างใกล้ชิด โดยล่าสุด “เจเศรษฐ์” สั่งทุกหน่วยเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำใน จ.น่าน 24 ชม. หากจำเป็นพร้อมช่วยทันที เพื่อความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัย หลังระดับน้ำในแม่น้ำน่านมีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

เจเศรษฐ์ สั่งทุกหน่วยเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำใน จ.น่าน 24 ชม.

นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เน้นย้ำถึงการทำงานเชิงรุก โดยระบุว่าขณะนี้ได้มีการประสานงานกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และหน่วยงานท้องถิ่นให้เกาะติดสถานการณ์อุทกภัยในจังหวัดน่านแบบไม่คลาดสายตา โดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอเวียงสา และอำเภอเมือง ที่ระดับน้ำเริ่มเข้าใกล้ระดับวิกฤต การสั่งการให้ “เจเศรษฐ์” สั่งทุกหน่วยเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำใน จ.น่าน 24 ชม. หากจำเป็นพร้อมช่วยทันที จึงถือเป็นมาตรการเร่งด่วนเพื่อลดผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของชาวบ้านให้ได้มากที่สุด

มาตรการเตรียมความพร้อมและการรับมือ

เพื่อให้ประชาชนมั่นใจในการรับมือกับมวลน้ำ นายเจเศรษฐ์ได้กำชับให้ทุกหน่วยงานเตรียมความพร้อมในด้านต่างๆ ดังนี้:

  • จัดเตรียมกำลังคนและเครื่องจักรกลสาธารณภัยให้พร้อมปฏิบัติการในพื้นที่เสี่ยง
  • เร่งแจ้งเตือนประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำให้เตรียมยกของขึ้นที่สูง
  • เฝ้าระวังจุดเสี่ยงและพนังกั้นน้ำที่มีการประเมินว่าอาจได้รับผลกระทบจากระดับน้ำที่เพิ่มขึ้น
  • ดูแลกลุ่มเปราะบางในพื้นที่ ทั้งผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง และเด็ก ให้ปลอดภัยเป็นอันดับแรก

นอกจากนี้ ยังมีการใช้ข้อมูลจากสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำมาประกอบการประเมินสถานการณ์อย่างแม่นยำ เพื่อให้การตัดสินใจเข้าช่วยเหลือทำได้ทันท่วงที ไม่ต้องรอให้เกิดเหตุการณ์รุนแรงก่อน โดยยึดหลักการทำงานที่ว่า “ป้องกันไว้ดีกว่าแก้” ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการรับมือภัยธรรมชาติในครั้งนี้

ข้อความถึงพี่น้องชาวน่าน

สำหรับชาวน่านที่อาศัยอยู่ใกล้ลำน้ำ ขอให้ท่านติดตามประกาศจากทางราชการอย่างต่อเนื่อง งดเว้นการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าหากน้ำเริ่มท่วมขัง และเตรียมย้ายรถหรือเอกสารสำคัญไปยังจุดปลอดภัย ความร่วมมือของทุกคนจะช่วยให้ผ่านวิกฤตน้ำท่วมนี้ไปได้อย่างราบรื่น ภาครัฐพร้อมเคียงข้างและเร่งระดมความช่วยเหลือเต็มที่ หากสถานการณ์มีความเสี่ยงเพิ่มเติมจะมีการยกระดับมาตรการในทันที เพื่อให้ทุกคนมั่นใจได้ว่าความช่วยเหลือจะไปถึงมือท่านอย่างรวดเร็วที่สุดครับ

ที่มา – “เจเศรษฐ์” สั่งทุกหน่วยเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำใน จ.น่าน 24 ชม. หากจำเป็นพร้อมช่วยทันที

แจง Cell Broadcast ไม่มีเสียงดัง เหตุไม่ต้องการเพิ่มความเสี่ยงให้คนที่หลบซ่อน

หลายคนอาจเกิดข้อสงสัยหลังจากได้รับข้อความแจ้งเตือนเมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่สงบที่ผ่านมาว่า ทำไมระบบเตือนภัยถึงไม่มีเสียงเหมือนกับการทดสอบระบบ วันนี้เราจะมาไขคำตอบเรื่อง แจง Cell Broadcast ไม่มีเสียงดัง เหตุไม่ต้องการเพิ่มความเสี่ยงให้คนที่หลบซ่อน เพื่อให้ทุกคนเข้าใจหลักการทำงานของเทคโนโลยีนี้มากขึ้นครับ

แจง Cell Broadcast ไม่มีเสียงดัง เหตุไม่ต้องการเพิ่มความเสี่ยงให้คนที่หลบซ่อน

เหตุผลหลักที่ภาครัฐต้องเลือกใช้การส่งข้อความแบบเงียบในเหตุการณ์ที่มีผู้ก่อเหตุร้าย หรือสถานการณ์ที่ต้องการความเงียบเชียบ คือการคำนึงถึงความปลอดภัยของชีวิตเป็นอันดับแรก การที่โทรศัพท์มือถือส่งเสียงเตือนดังออกมาในขณะที่มีคนกำลังซ่อนตัวจากอันตราย อาจกลายเป็นการเปิดเผยตำแหน่งของพวกเขาโดยไม่ตั้งใจ และนำไปสู่เหตุการณ์ที่เลวร้ายกว่าเดิมครับ

หลักการทำงานของ Cell Broadcast ในสถานการณ์ต่างๆ

ระบบ Cell Broadcast ถูกออกแบบมาให้มีความยืดหยุ่นสูง โดยเจ้าหน้าที่สามารถปรับรูปแบบการแจ้งเตือนตามลักษณะของภัยพิบัติได้ดังนี้:

  • ภัยพิบัติทางธรรมชาติ: เช่น แผ่นดินไหว หรือสึนามิ ระบบจะสั่งให้มีการแจ้งเตือนด้วยเสียงดังและสั่นรุนแรง เพื่อให้ประชาชนเร่งอพยพทันที
  • เหตุการณ์ความไม่สงบ: เช่น เหตุการณ์กราดยิง ระบบจะเน้นการส่งข้อความแบบเงียบ เพื่อป้องกันการเปิดเผยตำแหน่งของผู้ที่กำลังหลบซ่อนหรือตัวประกัน

ด้วยเหตุนี้ การที่รัฐบาลออกมาชี้แจงว่า แจง Cell Broadcast ไม่มีเสียงดัง เหตุไม่ต้องการเพิ่มความเสี่ยงให้คนที่หลบซ่อน จึงถือเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องตามหลักสากล เพื่อลดความสูญเสียในสถานการณ์วิกฤตครับ

เราต้องยอมรับว่าเทคโนโลยี Cell Broadcast เป็นเครื่องมือที่ทรงพลังมากในการแจ้งเตือนแบบเจาะจงพื้นที่ โดยไม่ต้องโหลดแอปฯ เพิ่มเติม และส่งถึงมือถือทุกคนในรัศมีที่กำหนดได้พร้อมกัน หากวันหนึ่งเราได้รับข้อความในลักษณะนี้ สิ่งที่ควรทำคือการอ่านข้อมูลอย่างละเอียด ปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ และหลีกเลี่ยงการเดินทางเข้าใกล้จุดเกิดเหตุโดยทันทีครับ

ในอนาคต รัฐบาลยืนยันว่าจะมีการนำประสบการณ์จากเหตุการณ์จริงมาพัฒนาระบบให้ดียิ่งขึ้น เพื่อให้ระบบเตือนภัยนี้กลายเป็นเกราะป้องกันที่มั่นคงที่สุดสำหรับคนไทยทุกคน หวังว่าบทความนี้จะช่วยคลายข้อสงสัยและสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการทำงานของระบบครับ

ที่มา – แจง Cell Broadcast ไม่มีเสียงดัง เหตุไม่ต้องการเพิ่มความเสี่ยงให้คนที่หลบซ่อน

ปภ. เตือน 49 จังหวัด-กทม. ระวังน้ำป่าหลาก-น้ำท่วม-ดินโคลนถล่ม 6-9 ส.ค. 69

สวัสดีครับพี่น้องชาวไทยทุกคน ช่วงนี้สภาพอากาศบ้านเรามีความแปรปรวนอย่างหนัก ล่าสุดทางกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ออกประกาศสำคัญ สำหรับสถานการณ์ที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด คือเรื่อง ปภ. เตือน 49 จังหวัด-กทม. ระวังน้ำป่าหลาก-น้ำท่วม-ดินโคลนถล่ม 6-9 ส.ค. 69 ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ไม่ควรละเลยเป็นอย่างยิ่งครับ

ปภ. เตือน 49 จังหวัด-กทม. ระวังน้ำป่าหลาก-น้ำท่วม-ดินโคลนถล่ม 6-9 ส.ค. 69

จากอิทธิพลของร่องมรสุมที่พาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่มีกำลังแรงขึ้น ทำให้หลายพื้นที่ต้องเตรียมรับมือกับฝนตกหนักถึงหนักมาก โดยเฉพาะเหตุการณ์ที่ ปภ. เตือน 49 จังหวัด-กทม. ระวังน้ำป่าหลาก-น้ำท่วม-ดินโคลนถล่ม 6-9 ส.ค. 69 นี้ ครอบคลุมพื้นที่กว้างขวางทั่วประเทศ ทั้งภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลาง รวมถึงกรุงเทพมหานครและปริมณฑล

พื้นที่เสี่ยงต้องเฝ้าระวังภัยพิบัติ

สำหรับพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ได้แก่:

  • ภาคเหนือ: แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ ตาก สุโขทัย กำแพงเพชร พิษณุโลก พิจิตร และเพชรบูรณ์
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: เลย หนองคาย บึงกาฬ หนองบัวลำภู อุดรธานี สกลนคร นครพนม ชัยภูมิ กาฬสินธุ์ มุกดาหาร ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ นครราชสีมา สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี
  • ภาคกลาง: กาญจนบุรี ราชบุรี ลพบุรี สระบุรี นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ระยอง จันทบุรี ตราด เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ กทม. และปริมณฑล
  • ภาคใต้: ชุมพร ระนอง พังงา และภูเก็ต

นอกจากนี้ ในพื้นที่ชายฝั่งทะเลต้องระวังคลื่นลมแรงที่มีความสูงถึง 2-4 เมตร โดยเฉพาะบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง ขอให้พี่น้องชาวเรือและนักท่องเที่ยวเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือและงดเล่นน้ำในช่วงดังกล่าวอย่างเคร่งครัด

แนวทางการปฏิบัติตนและการเตรียมพร้อม

ทาง ปภ. ได้จัดเตรียมชุดเผชิญสถานการณ์วิกฤต (ERT) ไว้พร้อมช่วยเหลือประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง สิ่งที่พี่น้องประชาชนควรทำคือการติดตามข่าวสารจากช่องทางทางการอย่างสม่ำเสมอ หากท่านอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย ควรจัดเตรียมกระเป๋ายังชีพ ไฟฉาย และเอกสารสำคัญไว้ใกล้ตัว และหากมีคำสั่งอพยพจากทางราชการขอให้ปฏิบัติตามทันทีเพื่อความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สินของท่านเองครับ

ผมขอฝากให้ทุกคนช่วยกันสอดส่องดูแลบ้านเรือนและคนในครอบครัวในช่วงที่ ปภ. เตือน 49 จังหวัด-กทม. ระวังน้ำป่าหลาก-น้ำท่วม-ดินโคลนถล่ม 6-9 ส.ค. 69 นี้ หากพบเหตุการณ์ผิดปกติสามารถแจ้งได้ที่สายด่วนนิรภัย 1784 หรือผ่านไลน์ “ปภ.รับแจ้งเหตุ1784” ตลอด 24 ชั่วโมงครับ ขอให้ทุกคนปลอดภัยผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปด้วยกันครับ

ที่มา – ปภ. เตือน 49 จังหวัด-กทม. ระวังน้ำป่าหลาก-น้ำท่วม-ดินโคลนถล่ม 6-9 ส.ค. 69

“ยศชนัน” นั่งประธานรับมือน้ำท่วม-น้ำแล้ง ภาคเหนือ

สถานการณ์ภัยพิบัติในพื้นที่ภาคเหนือถือเป็นเรื่องเร่งด่วนที่รัฐบาลให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ ล่าสุด “ยศชนัน” นั่งประธานรับมือน้ำท่วม-น้ำแล้ง ภาคเหนือ เพื่อบูรณาการการทำงานของทุกหน่วยงานให้มีความเป็นเอกภาพและรวดเร็ว หลังพบว่ามีพื้นที่เสี่ยงอุทกภัยสูงถึง 1,363 จุด และพื้นที่เสี่ยงภัยแล้งอีก 444 จุด ซึ่งจำเป็นต้องมีมาตรการเชิงรุกเข้ามาจัดการอย่างเป็นระบบ

“ยศชนัน” นั่งประธานรับมือน้ำท่วม-น้ำแล้ง ภาคเหนือ แบบครบวงจร

ในการประชุมครั้งสำคัญนี้ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำถึงการบริหารจัดการน้ำที่ไม่ใช่แค่การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่ต้องมองไปถึงการป้องกันและฟื้นฟูอย่างยั่งยืน การที่ “ยศชนัน” นั่งประธานรับมือน้ำท่วม-น้ำแล้ง ภาคเหนือ ในครั้งนี้ จะช่วยให้การสั่งการจากส่วนกลางถึงระดับจังหวัดเป็นไปอย่างคล่องตัว โดยเฉพาะการตั้งวอร์รูมปฏิบัติการตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

มาตรการเด็ดขาดเพื่อความปลอดภัยของประชาชน

เพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพสูงสุด นายยศชนันได้กำหนดมาตรการสำคัญหลายประการที่หน่วยงานต่างๆ ต้องนำไปปฏิบัติทันที ดังนี้:

  • การจัดตั้ง War Room: มอนิเตอร์สถานการณ์น้ำและสภาพอากาศตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อรายงานตรงต่อส่วนกลางและจังหวัด
  • การแก้ไขจุดคอขวดงบประมาณ: ขจัดอุปสรรคทางการเงินเพื่อให้โครงการป้องกันภัยพิบัติเร่งด่วนเดินหน้าได้ทันที
  • การใช้นวัตกรรม: นำโดรนสำรวจพื้นที่และเทคโนโลยีโทรมาตรมาใช้เพื่อการประเมินสถานการณ์ที่แม่นยำ
  • ความร่วมมือกับมหาวิทยาลัย: เตรียมศูนย์พักพิงและระบบสนับสนุนการอพยพเพื่อความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน

นอกจากนี้ยังมีการเร่งขุดลอกลำน้ำสายหลัก เช่น แม่น้ำน่านและแม่น้ำยม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำและป้องกันน้ำท่วมขังในพื้นที่เศรษฐกิจ ตลอดจนการวางแผนกักเก็บน้ำสำรองเพื่อป้องกันภาวะฝนทิ้งช่วงและภัยแล้งที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

รัฐบาลมีความมุ่งมั่นที่จะใช้บทเรียนจากอดีตมาปรับใช้ เพื่อให้การทำงานในพื้นที่ภาคเหนือเกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมที่สุด การบริหารงานในครั้งนี้ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงแค่การจัดการน้ำเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการสื่อสารข้อมูลที่ถูกต้องรวดเร็วถึงประชาชน เพื่อให้ทุกคนมั่นใจได้ว่ารัฐบาลเตรียมพร้อมดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินอย่างเต็มที่ตลอด 24 ชั่วโมง

ถือเป็นก้าวสำคัญของการบริหารจัดการภัยพิบัติในระดับภูมิภาค ที่เน้นการทำงานเชิงรุกและการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน หวังว่ามาตรการเหล่านี้จะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องชาวเหนือและนำไปสู่การจัดการทรัพยากรน้ำที่ยั่งยืนในระยะยาว

ที่มา – “ยศชนัน” นั่งประธานรับมือน้ำท่วม-น้ำแล้ง ภาคเหนือ ตั้งวอร์รูม 24 ชม. ป้องกันพื้นที่เสี่ยง

ปภ. แจ้งเตือน 6 จังหวัดภาคใต้ เฝ้าระวังน้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน ดินโคลนถล่ม

สวัสดีครับพี่น้องชาวไทยทุกคน ช่วงนี้ต้องบอกว่าสภาพอากาศบ้านเราเอาแน่เอานอนไม่ได้เลย โดยเฉพาะใครที่อาศัยอยู่ทางภาคใต้ต้องคอยติดตามข่าวสารกันให้ดี เพราะล่าสุดทางกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ออกประกาศด่วนเกี่ยวกับสถานการณ์ภัยธรรมชาติแล้วครับ

ปภ. แจ้งเตือน 6 จังหวัดภาคใต้ เฝ้าระวังน้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน ดินโคลนถล่ม

วันนี้เรามาอัปเดตข้อมูลสำคัญที่ทุกคนต้องทราบกันครับ เมื่อทางกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ออกมาประกาศว่า ในช่วงวันที่ 3 – 7 สิงหาคม 2569 นี้ พื้นที่ภาคใต้ฝั่งตะวันตกจะได้รับผลกระทบจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่มีกำลังแรงขึ้น ส่งผลให้เกิดฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ ปภ. แจ้งเตือน 6 จังหวัดภาคใต้ เฝ้าระวังน้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน ดินโคลนถล่ม อย่างใกล้ชิดครับ

พื้นที่เสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ

สำหรับ 6 จังหวัดที่อยู่ในพื้นที่เฝ้าระวัง ได้แก่ จังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และจังหวัดสตูล โดยพี่น้องประชาชนในพื้นที่เหล่านี้ควรเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ นอกจากนี้ยังมีเรื่องของคลื่นลมแรงในทะเลอันดามัน ซึ่ง ปภ. แจ้งเตือน 6 จังหวัดภาคใต้ เฝ้าระวังน้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน ดินโคลนถล่ม โดยเฉพาะบริเวณชายฝั่งที่มีคลื่นสูง 2-3 เมตร ชาวเรือและนักท่องเที่ยวควรเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษครับ

แนวทางการปฏิบัติตนในช่วงวิกฤต:

  • ติดตามข่าวสารจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างต่อเนื่อง
  • หลีกเลี่ยงการท่องเที่ยวในจุดเสี่ยง เช่น น้ำตก หรือถ้ำในช่วงนี้
  • เตรียมอุปกรณ์สำคัญให้พร้อม หากต้องมีการอพยพ
  • ใช้แอปพลิเคชัน “THAI DISASTER ALERT” เพื่อรับข้อมูลแจ้งเตือนแบบเรียลไทม์

ทาง ปภ. ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ในพื้นที่จัดตั้ง War Room และเตรียมพร้อมเครื่องจักรกลเพื่อเข้าช่วยเหลือพี่น้องประชาชนได้ตลอด 24 ชั่วโมง สิ่งสำคัญที่สุดคือความปลอดภัยของทุกคนครับ หากได้รับคำสั่งแจ้งเตือนให้อพยพ ขอให้รีบปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ทันที เพื่อลดความเสี่ยงจากการสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นจากน้ำท่วมฉับพลันและดินโคลนถล่มครับ

สุดท้ายนี้ ผมขอเป็นกำลังใจให้พี่น้องในทุกพื้นที่เสี่ยงผ่านพ้นช่วงวิกฤตนี้ไปได้อย่างปลอดภัยนะครับ อย่าประมาทและดูแลตัวเองกันด้วยครับ

ที่มา – ปภ. แจ้งเตือน 6 จังหวัดภาคใต้ เฝ้าระวังน้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน ดินโคลนถล่ม

ปภ. เรียก 17 จังหวัดประชุมรับมืออุทกภัย สั่งเฝ้าระวังฝนตกหนัก

ปภ. เรียก 17 จังหวัดประชุมรับมืออุทกภัย สั่งเฝ้าระวังฝนตกหนัก

ช่วงนี้ใครที่อยู่ภาคเหนือต้องเตรียมตัวกันให้ดีเลยครับ เพราะล่าสุดทางกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หรือ ปภ. ได้จัดประชุมด่วนเพื่อวางแผนรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมที่อาจเกิดขึ้น โดยได้มีการ ปภ. เรียก 17 จังหวัดประชุมรับมืออุทกภัย สั่งเฝ้าระวัง “ฝนตกหนัก” เดือนสิงหาคม อย่างเข้มงวด เพื่อให้มั่นใจว่าทุกพื้นที่พร้อมรับมือกับพายุและฝนที่จะตกหนักตลอดทั้งเดือนนี้ครับ

สถานการณ์น่าห่วงในเดือนสิงหาคม

จากการคาดการณ์สภาพอากาศ พบว่าปริมาณฝนในปีนี้จะมากกว่าค่าปกติ โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันตก และภาคอีสานตอนบน ทาง ปภ. จึงได้เน้นย้ำว่าการ ปภ. เรียก 17 จังหวัดประชุมรับมืออุทกภัย สั่งเฝ้าระวัง “ฝนตกหนัก” เดือนสิงหาคม นั้นไม่ใช่เรื่องเกินกว่าเหตุ แต่เป็นการเตรียมความพร้อมเชิงรุก เพื่อปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนให้ปลอดภัยที่สุด

หากพูดถึงสถานการณ์ในพื้นที่เสี่ยงที่ผ่านมา เช่น จังหวัดเชียงราย และจังหวัดเพชรบูรณ์ ที่เริ่มมีน้ำป่าไหลหลาก ทางเจ้าหน้าที่ได้มีการนำเครื่องจักรกลสาธารณภัยเข้าประจำการล่วงหน้าแล้ว และมีการใช้ระบบแจ้งเตือนผ่าน Cell Broadcast เพื่อให้ชาวบ้านเก็บของขึ้นที่สูงได้ทันท่วงที นี่คือตัวอย่างที่แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจของหน่วยงานรัฐที่พยายามลดผลกระทบให้เหลือน้อยที่สุด

สิ่งที่ประชาชนควรเตรียมตัว:

  • ติดตามข่าวสารจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยอย่างใกล้ชิด
  • หมั่นตรวจสอบเส้นทางระบายน้ำหน้าบ้าน ไม่ให้มีเศษขยะอุดตัน
  • เตรียมอุปกรณ์ฉุกเฉินและเอกสารสำคัญไว้ในที่ที่หยิบจับง่าย
  • หากอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำ ต้องรีบยกของขึ้นที่สูงทันทีเมื่อมีการแจ้งเตือน

สำหรับการ ปภ. เรียก 17 จังหวัดประชุมรับมืออุทกภัย สั่งเฝ้าระวัง “ฝนตกหนัก” เดือนสิงหาคม ยังรวมไปถึงการประสานงานกับผู้นำชุมชนและอาสาสมัครทั่วประเทศ เพื่อให้มั่นใจว่าการสื่อสารจะเข้าถึงทุกคน ไม่ว่าจะอยู่ในพื้นที่ห่างไกลแค่ไหนก็ตามครับ

สุดท้ายนี้ ผมอยากฝากไว้ว่า แม้ทางการจะมีการเตรียมความพร้อมที่ดีเพียงใด แต่การที่ประชาชนตื่นตัวและรู้เท่าทันสถานการณ์ก็เป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้เราผ่านพ้นฤดูฝนนี้ไปได้อย่างปลอดภัย ขอเป็นกำลังใจให้พี่น้องในพื้นที่เสี่ยงทุกคนนะครับ หากใครประสบเหตุหรือต้องการความช่วยเหลือ สามารถโทรแจ้งสายด่วนนิรภัย 1784 ได้ตลอด 24 ชั่วโมงเลยครับ

ที่มา – ปภ. เรียก 17 จังหวัดประชุมรับมืออุทกภัย สั่งเฝ้าระวัง “ฝนตกหนัก” เดือนสิงหาคม

Scroll to top