กรมอุทยานฯ

สั่งเร่งค้นหา 3 เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าอุทยานทองผาภูมิ หายตัวไปขณะลาดตะเวน

สั่งเร่งค้นหา 3 เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าอุทยานทองผาภูมิ หายตัวไปขณะลาดตะเวน

เป็นเหตุการณ์ที่สร้างความตื่นตระหนกและได้รับความสนใจจากประชาชนอย่างมาก สำหรับกรณีข่าวการสั่งเร่งค้นหา 3 เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าอุทยานทองผาภูมิ หายตัวไปขณะลาดตะเวน ในพื้นที่ป่าปิล๊อคคี่ จ.กาญจนบุรี ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้ระดมกำลังพลเพื่อออกตามหาอย่างเต็มความสามารถ หลังจากขาดการติดต่อนานหลายชั่วโมงท่ามกลางสภาพอากาศที่ไม่เป็นใจ

ภารกิจในครั้งนี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าจำนวน 3 นาย ได้ออกเดินลาดตะเวนเพื่อปราบปรามขบวนการลักลอบขุดแร่ทองในเขตป่าสมบูรณ์ แต่เมื่อถึงกำหนดเวลานัดหมายกลับไม่สามารถติดต่อได้ ส่งผลให้ต้องมีการบูรณาการกำลังทหาร ฉก.ลาดหญ้า และ ตชด. เข้าช่วยเหลือทันที เพราะพื้นที่ดังกล่าวเป็นป่าลึกที่มีความอันตราย ทั้งจากสัตว์ป่าและสภาพภูมิประเทศที่ค่อนข้างทุรกันดาร

สถานการณ์ล่าสุดในการค้นหาเจ้าหน้าที่

ปัจจุบันกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้ยกระดับการทำงาน โดยมีการใช้เฮลิคอปเตอร์บินปูพรมในพื้นที่เป้าหมายเพื่อให้การสั่งเร่งค้นหา 3 เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าอุทยานทองผาภูมิ หายตัวไปขณะลาดตะเวน เป็นไปอย่างรวดเร็วที่สุด การปฏิบัติการร่วมกันครั้งนี้มุ่งเน้นไปที่การประสานงานระหว่างทีมภาคพื้นดินและทางอากาศเพื่อแข่งกับเวลา โดยเฉพาะปัญหาเรื่องฝนที่ตกหนักและน้ำป่าไหลหลากที่เป็นอุปสรรคสำคัญ

  • ทีมที่ 1: เดินเท้าจากจุดเริ่มต้นลาดตะเวนเดิมเพื่อสำรวจเส้นทางที่คาดว่าเจ้าหน้าที่จะผ่าน
  • ทีมที่ 2: เดินย้อนจากหมู่บ้านปิล๊อคคี่เข้าหาจุดที่คาดการณ์ไว้
  • การสนับสนุนทางอากาศ: ใช้เฮลิคอปเตอร์บินค้นหาในจุดอับสายตาและพื้นที่ที่เข้าถึงยาก

อย่างไรก็ตาม สำหรับใครที่ติดตามข่าวการสั่งเร่งค้นหา 3 เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าอุทยานทองผาภูมิ หายตัวไปขณะลาดตะเวน เราคงต้องส่งกำลังใจให้ทั้ง 3 ท่านปลอดภัย และขอให้ทีมกู้ภัยทุกฝ่ายปฏิบัติภารกิจสำเร็จลุล่วงไปด้วยดีครับ เชื่อว่าด้วยความเชี่ยวชาญของเจ้าหน้าที่ป่าไม้และหน่วยสนับสนุนที่มีประสบการณ์ในพื้นที่ จะสามารถนำตัวเจ้าหน้าที่ทั้ง 3 กลับมาได้อย่างปลอดภัยในเร็ววันนี้ครับ

ที่มา – สั่งเร่งค้นหา 3 เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าอุทยานทองผาภูมิ หายตัวไปขณะลาดตะเวน

กรมอุทยานฯ รับสัตว์ป่า 5 ชีวิต จากบ่อนกาสิโน

เรื่องราวสุดสะเทือนใจ! “กรมอุทยานแห่งชาติ” เข้าช่วยเหลือสัตว์ป่า 5 ชีวิตที่ถูกทิ้งอย่างน่าเวทนาในบ่อนกาสิโนฝั่งกัมพูชา สัตว์เหล่านี้อยู่ในสภาพที่ผอมโซและอ่อนแรงอย่างยิ่ง

นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้เปิดเผยถึงปฏิบัติการเร่งด่วนนี้ว่า เกิดขึ้นจากการประสานงานของ นาวาเอก อุดม กุลศิริปัญโญ เสนาธิการกองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด (เสธ.กปช.จต.) ที่แจ้งว่าพบสัตว์ป่าในสภาพวิกฤตภายในบ่อนกาสิโนแห่งหนึ่ง

จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ทหารหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด (ฉก.นย.ตราด) พบว่าสัตว์ป่าเหล่านี้ถูกขังทิ้งไว้ในกรงโดยไม่มีใครดูแล บริเวณบ่อนกาสิโนฝั่งกัมพูชา ตรงข้ามบ้านท่าเส้น ต.แหลมกลัด อ.เมือง จ.ตราด สัตว์ที่พบประกอบด้วย สิงโต 1 คู่ (เพศผู้และเพศเมีย) หมีควาย 2 ตัว และหมีหมา 1 ตัว รวมทั้งหมด 5 ชีวิต สภาพของพวกมันน่าสงสารมาก ผอมจนเห็นซี่โครง คาดว่าขาดน้ำและอาหารมาเป็นเวลานาน

เมื่อได้รับรายงาน นายอรรถพล เจริญชันษา จึงสั่งการให้สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า นำโดยนายสุขี บุญสร้าง ผู้อำนวยการสำนักฯ เร่งส่งทีมสัตวแพทย์และเจ้าหน้าที่จากส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 2 (ศรีราชา) เข้าพื้นที่เพื่อประเมินอาการและเคลื่อนย้ายสัตว์ทั้งหมดโดยด่วน

กรมอุทยานฯ เร่งช่วยเหลือสัตว์ป่า 5 ชีวิต

เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางไปถึง พวกเขาต้องเผชิญหน้ากับภาพที่สะเทือนใจ สัตว์ทุกตัวอยู่ในสภาพที่ผ่ายผอมอย่างมาก ดวงตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว ทีมสัตวแพทย์ต้องวางแผนการช่วยเหลืออย่างรอบคอบ เพราะสัตว์อ่อนแอมาก การใช้ยาสลบอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต เจ้าหน้าที่จึงต้องให้วิตามินและเฝ้าสังเกตสัญญาณชีพอย่างใกล้ชิดตลอดเวลา

การเคลื่อนย้ายสัตว์เป็นไปด้วยความทุลักทุเล ทหารและเจ้าหน้าที่อุทยานกว่า 20 นาย ต้องช่วยกันแบกหามกรงออกจากพื้นที่เสี่ยง เนื่องจากเส้นทางในบริเวณชายแดนค่อนข้างลำบาก และต้องแข่งกับเวลาเพื่อให้สัตว์ได้รับความเครียดน้อยที่สุด

ขบวนรถขนย้ายได้เคลื่อนย้ายสัตว์ไปยังสถานพักฟื้นแล้ว โดยกลุ่มหมีถูกส่งไปยังสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าบางละมุง จ.ชลบุรี ส่วนสิงโตถูกนำไปที่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาสน จ.ราชบุรี คาดว่าสัตว์ทั้ง 5 ตัวจะถึงที่หมายอย่างปลอดภัยภายในเวลา 02.00 น. ของวันที่ 22 ธันวาคม ทางกรมอุทยานฯ ได้เตรียมทีมสัตวแพทย์ประจำสถานีเพื่อดูแลฟื้นฟูร่างกายของสัตว์เหล่านี้อย่างเต็มที่

ความคืบหน้าล่าสุดของสัตว์ป่า 5 ชีวิต

ขณะนี้สัตว์ป่าทั้ง 5 ชีวิต อยู่ภายใต้การดูแลของทีมสัตวแพทย์อย่างใกล้ชิด อาการโดยรวมเริ่มดีขึ้นเล็กน้อย แต่ยังคงต้องได้รับอาหารและน้ำอย่างเพียงพอ รวมถึงการดูแลด้านสุขภาพจิตใจอย่างต่อเนื่อง กรมอุทยานฯ มุ่งมั่นที่จะให้สัตว์เหล่านี้กลับมาแข็งแรงและมีคุณภาพชีวิตที่ดีอีกครั้ง

ความสำเร็จในการช่วยเหลือครั้งนี้ เกิดจากความร่วมมือของหลายฝ่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด ที่ให้การประสานงานอย่างดีเยี่ยม กรมอุทยานฯ ขอขอบคุณทุกท่านที่เกี่ยวข้องที่ทำให้การช่วยเหลือสัตว์ป่าครั้งนี้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี

เรื่องราวนี้เป็นเครื่องเตือนใจให้เราทุกคนเห็นถึงความสำคัญของการอนุรักษ์สัตว์ป่าและการต่อต้านการทารุณกรรมสัตว์ การกระทำที่โหดร้ายเช่นนี้ไม่ควรเกิดขึ้นอีก การช่วยเหลือกรมอุทยานฯรับสัตว์ป่า 5 ชีวิตในครั้งนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้น เราทุกคนสามารถมีส่วนร่วมในการสร้างสังคมที่เมตตาต่อสัตว์ได้

มาร่วมกันเป็นกระบอกเสียงให้กับสัตว์ป่า เพื่อให้พวกเขามีชีวิตอยู่อย่างปลอดภัยและมีความสุข

ที่มา – กรมอุทยานฯ มารับตัวสัตว์ป่า 5 ชีวิตแล้ว หลังพบถูกทิ้งอิดโรย คาบ่อนกาสิโนกัมพูชา

DSI ยึด **ไม้เถื่อน** 300 ล้านจากโกดังจีน

กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ร่วมกับกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และจังหวัดหนองคาย ทำการตรวจยึดไม้เถื่อนลักลอบตัดจากเขตอุทยานแห่งชาติภายในโกดังของนายทุนชาวจีน พบไม้ประดู่ ไม้สัก และชิงชัน จำนวนมากที่เตรียมส่งออกไปยังต่างประเทศ คิดเป็นมูลค่ากว่า 300 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2568 เวลา 14.00 น. นายไพทูรย์ มหาชื่นใจ ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย, ร้อยตำรวจเอก วิษณุ ฉิมตระกูล รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ, นายอังศุเกติ์ วิสุทธิ์วัฒนศักดิ์ ผู้อำนวยการกองกิจการอำนวยความยุติธรรม, นายวีระ ขุนไชยรักษ์ รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช, และนายพัฒน์พงษ์ สมิตติพัฒน์ รองอธิบดีกรมป่าไม้ ได้ร่วมกันแถลงข่าวเกี่ยวกับการตรวจยึดไม้เถื่อนจากเขตอุทยานแห่งชาติในโกดังของนายทุนชาวจีนในจังหวัดหนองคาย ซึ่งมีมูลค่ารวมกว่า 300 ล้านบาท

ร้อยตำรวจเอก วิษณุ ฉิมตระกูล รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ กล่าวว่า การตรวจยึดไม้เถื่อนในครั้งนี้เกิดขึ้นเนื่องจากกรมสอบสวนคดีพิเศษได้รับการแจ้งเบาะแสเกี่ยวกับการลักลอบตัดไม้ในเขตอุทยานแห่งชาติในภาคเหนือ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษจึงได้สั่งการให้กองกิจการอำนวยความยุติธรรมทำการสืบสวนในคดีเลขสืบสวนที่ 114/2568 โดยเจ้าหน้าที่กองกิจการอำนวยความยุติธรรมได้ร่วมมือกับเจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช พบว่ามีรถบรรทุกสิบล้อขนส่งไม้เถื่อนผิดกฎหมายที่ลักลอบตัดจากพื้นที่ป่าอนุรักษ์ในจังหวัดเชียงใหม่ แพร่ ลำปาง และจังหวัดอื่นๆ ทางภาคเหนือ ส่งไปยังโกดังของ 2 บริษัท ในพื้นที่จังหวัดหนองคาย ซึ่งทั้งสองบริษัทตั้งอยู่ในบริเวณเดียวกัน

เมื่อรถบรรทุกขนส่งไม้ดังกล่าวมาถึง จะทำการแปรรูปไม้ทันที และออกเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนย้ายไม้ เพื่อส่งออกไปยังต่างประเทศ โดยมีรถบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์เข้ามารับไม้ภายในโกดัง และนำส่งต่อไปยังท่าเรือแหลมฉบัง และไม้บางส่วนจะถูกขนส่งต่อไปยังโกดังในจังหวัดฉะเชิงเทรา

เจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ นำโดย นายอังศุเกติ์ วิสุทธิ์วัฒนศักดิ์ ผู้อำนวยการกองกิจการอำนวยความยุติธรรม และเจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติฯ ได้สนธิกำลังกับเจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองหนองคาย และเจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดนที่ 245 นำหมายค้นของศาลจังหวัดหนองคายเลขที่ ค193/2568 และเลขที่ ค 194/2568 ลงวันที่ 13 ธันวาคม 2568 เข้าทำการตรวจค้นโกดังของทั้ง 2 บริษัทดังกล่าว

จากการตรวจค้นบริษัทแรก พบ นางสาวกัญญาณัฐ และนายอาทิตย์ ซึ่งเป็นผู้บริหารจัดการภายในบริษัท ดำเนินกิจการรับซื้อแปรรูปไม้และส่งออกมาแล้วประมาณ 1 ปี และอยู่ระหว่างขออนุญาตโรงงานแปรรูปไม้ด้วยแรงคน ส่วนการตรวจค้นอีกบริษัท พบ นาย WU JIAXIN อายุ 21 ปี สัญชาติจีน, ชาวเวียดนาม 2 คน และชาวลาว 8 คน โดยมีนายอู้อู่เผิง เป็นเจ้าของโกดังและเป็นผู้ดำเนินงานภายในโกดังทั้งหมด โดยบริษัทแรกเป็นผู้จัดทำเอกสารและดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับการส่งออกให้

คณะพนักงานสืบสวนฯ ได้บูรณาการร่วมกับศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษเขตพื้นที่ 4 และเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง ทำการสกัดจับรถยนต์บรรทุกหัวลากพร้อมตู้คอนเทนเนอร์ ซึ่งเป็นไม้ที่เคลื่อนย้ายออกจากโกดังของบริษัทฯ ดังกล่าวในคืนวันที่ 12 ธันวาคม 2568 จากการตรวจสอบพบไม้ประดู่แปรรูปจำนวนมาก จึงทำการควบคุมผู้ขับขี่กลับมาจังหวัดหนองคาย และจากการตรวจนับและจัดทำรายละเอียดบัญชีไม้ของกลาง พบว่ามีไม้จำนวนประมาณ 350 ลูกบาศก์เมตร คิดเป็นมูลค่าประมาณ 300 ล้านบาท

DSI ยึด **ไม้เถื่อน** มูลค่า 300 ล้าน

ทำไมการยึด **ไม้เถื่อน** ครั้งนี้ถึงสำคัญ?

การตรวจยึดไม้เถื่อนครั้งใหญ่นี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของหน่วยงานภาครัฐในการปราบปรามการลักลอบตัดไม้ทำลายป่า และการค้าไม้ผิดกฎหมาย ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของประเทศ การดำเนินการอย่างจริงจังกับผู้กระทำผิด จะช่วยปกป้องรักษาป่าไม้และสัตว์ป่าให้คงอยู่ต่อไป

การลักลอบตัดไม้ทำลายป่าไม่เพียงแต่ผิดกฎหมาย แต่ยังส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพของเราทุกคน การสนับสนุนผลิตภัณฑ์ที่มาจากแหล่งที่ยั่งยืน สามารถช่วยลดความต้องการไม้เถื่อนและส่งเสริมการจัดการป่าไม้ที่รับผิดชอบ

ที่มา – ตรวจยึดไม้เถื่อน จากโกดังชาวจีน มูลค่า 300 ล้าน เตรียมส่งออกต่างประเทศ

Scroll to top