กรุงเตหะราน

ขอลาออก ผอ.ศูนย์ต้านก่อการร้ายสหรัฐฯ ไม่สนับสนุนสงครามอิหร่าน

ขอลาออก ผอ.ศูนย์ต้านก่อการร้ายสหรัฐฯ ไม่สนับสนุนสงครามอิหร่าน เป็นข่าวใหญ่ที่สะเทือนวงการการเมืองและความมั่นคงของสหรัฐอเมริกาในช่วงนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่ามกลางความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่กำลังร้อนระอุ

ขอลาออก ผอ.ศูนย์ต้านก่อการร้ายสหรัฐฯ ไม่สนับสนุนสงครามอิหร่าน

เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2569 หรือตามปฏิทินสหรัฐฯ นายโจ เคนท์ ผู้อำนวยการศูนย์ต่อต้านการก่อการร้ายแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา ซึ่งได้รับการเสนอชื่อโดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ประกาศขอลาออกจากตำแหน่งผ่านโซเชียลมีเดียอย่างเป็นทางการ เหตุผลหลักคือเขาไม่สามารถสนับสนุนการทำสงครามกับอิหร่านได้ ด้วยความเชื่อมั่นว่ามันไม่ใช่ทางออกที่ถูกต้อง

ในจดหมายลาออกที่ส่งตรงถึงทรัมป์ นายเคนท์ชี้แจงอย่างชัดเจนว่า “อิหร่านไม่ได้เป็นภัยคุกคามที่รุนแรงและเร่งด่วนต่อชาติอเมริกัน” และย้ำว่าสงครามครั้งนี้ถูกจุดชนวนจากแรงกดดันของอิสราเอลและกลุ่มล็อบบี้ที่ทรงอิทธิพลในวอชิงตัน

ประวัติและเหตุผลเบื้องหลังการตัดสินใจขอลาออก

นายโจ เคนท์ไม่ใช่คนธรรมดา เขาเป็นทหารผ่านศึกที่เคยรบมาแล้ว 11 ครั้ง และยังเป็นสามีที่สูญเสียภรรยาในสงครามที่เกี่ยวข้องกับอิสราเอล ทำให้เขาเข้าใจดีถึงความสูญเสียที่เกิดขึ้น เขาเคยสนับสนุนนโยบายหาเสียงของทรัมป์ในปี 2559, 2563 และ 2567 ซึ่งเน้นหลีกเลี่ยงสงครามในตะวันออกกลาง แต่จนถึงมิถุนายน 2568 ทรัมป์ยังยึดมั่นว่าสงครามในภูมิภาคนี้เป็น “กับดัก” ที่พรากชีวิตชาวอเมริกัน

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์พลิกผันเมื่อสหรัฐฯ เข้าสู่สงคราม 12 วันระหว่างอิสราเอลกับอิหร่าน โดยใช้ระเบิดบังเกอร์บัสเตอร์โจมตีโรงงานนิวเคลียร์ใต้ดินของอิหร่าน 3 แห่ง ทรัมป์อ้างว่าเพื่อกำจัดภัยนิวเคลียร์ แต่เคนท์มองว่าไม่คุ้มค่า

  • อิหร่านไม่ใช่ภัยคุกคามเร่งด่วน
  • สงครามถูกกดดันจากอิสราเอลและล็อบบี้
  • สูญเสียชีวิตชาวอเมริกันโดยไม่จำเป็น
  • ขัดกับนโยบาย “อเมริกาฟื้นตัวก่อน” ของทรัมป์

ผลกระทบต่อนโยบายความมั่นคงสหรัฐฯ

การขอลาออกของเคนท์ ซึ่งได้รับการรับรองจากวุฒิสภาในเดือนกรกฎาคม 2568 สะท้อนรอยร้าวภายในรัฐบาลทรัมป์ โดยเฉพาะในหน่วยงานสำคัญอย่างศูนย์ต่อต้านก่อการร้าย มันอาจนำไปสู่การถกเถียงในสภาคองเกรสเกี่ยวกับการแทรกแซงทางทหาร และทำให้พันธมิตรอย่างอิสราเอลไม่พอใจ

นอกจากนี้ ยังเป็นเครื่องเตือนใจถึงความเสี่ยงของสงครามที่ไม่มีวันจบในตะวันออกกลาง ซึ่งเคยทำให้สหรัฐฯ เสียค่าใช้จ่ายมหาศาลและชีวิตนับหมื่นในอิรักและอัฟกานิสถาน ชาวอเมริกันจำนวนมากเริ่มตั้งคำถาม: เราจะส่งลูกหลานไปตายเพื่อผลประโยชน์ของชาติอื่นอีกหรือ?

ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ การตัดสินใจของเคนท์แสดงให้เห็นถึงจริยธรรมของผู้นำที่กล้าพูดกล้าทำ แม้จะเสียตำแหน่งก็ตาม มันอาจจุดประกายให้เจ้าหน้าที่อื่นๆ กล้าสวนกระแสมากขึ้น

สุดท้ายแล้ว เหตุการณ์ ขอลาออก ผอ.ศูนย์ต้านก่อการร้ายสหรัฐฯ ไม่สนับสนุนสงครามอิหร่าน นี้ชวนให้คิดถึงอนาคตของนโยบายต่างประเทศสหรัฐฯ หากคุณสนใจข่าวต่างประเทศ ลองติดตามเพิ่มเติมเพื่ออัปเดตสถานการณ์ล่าสุด และแบ่งปันความคิดเห็นของคุณในคอมเมนต์ด้านล่าง!

ที่มา – ขอลาออก ผอ.ศูนย์ต้านก่อการร้ายสหรัฐฯ ไม่สนับสนุนสงครามอิหร่าน

อิสราเอลทำลายเครื่องบินที่ “อยาตอลเลาะห์ คาเมเนอี” เคยใช้

อิสราเอลทำลายเครื่องบินที่ “อยาตอลเลาะห์ คาเมเนอี” เคยใช้ เป็นข่าวใหญ่ที่สะเทือนวงการระหว่างประเทศ โดยกองทัพอิสราเอลประกาศว่ากองทัพอากาศได้โจมตีทำลายเครื่องบินลำพิเศษนี้ที่สนามบินเมห์ราบัดในกรุงเตหะราน ซึ่งเป็นการลดศักยภาพเชิงยุทธศาสตร์ของอิหร่านอย่างสำคัญ ท่ามกลางสงครามที่ยืดเยื้อระหว่างสหรัฐ-อิสราเอลกับอิหร่านเข้าสู่สัปดาห์ที่สาม

อิสราเอลทำลายเครื่องบินที่ “อยาตอลเลาะห์ คาเมเนอี” เคยใช้

กองทัพอิสราเอล (IDF) ได้แถลงอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 16 มี.ค. ว่า ฝูงบินขับไล่ของพวกเขาได้ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศในช่วงข้ามคืน โดยมีเป้าหมายหลักคือเครื่องบินประจำตัวของ อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน เครื่องบินลำนี้ไม่ได้เป็นแค่พาหนะส่วนตัวธรรมดา แต่เป็นเครื่องมือสำคัญที่ระบอบอิหร่านใช้ในการเดินทาง จัดหาอาวุธยุทโธปกรณ์ และประสานงานกับพันธมิตรต่างชาติ การทำลายจึงส่งผลกระทบโดยตรงต่อความสามารถในการฟื้นฟูกำลังพลและขยายอิทธิพลทางทหารของอิหร่าน

การโจมตีครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของปฏิบัติการขนาดใหญ่ที่อิสราเอลถล่มโครงสร้างพื้นฐานในเมืองสำคัญของอิหร่านอย่างเตหะราน ชีราซ และตาบริซ สงครามดังกล่าวดำเนินมานานกว่า 2 สัปดาห์ โดยยังไม่มีสัญญาณว่าจะยุติลงในเร็ววัน สถานการณ์ยิ่งตึงเครียดเมื่ออิหร่านสั่งปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลวราว 1 ใน 5 ของโลก ส่งผลให้ราคาน้ำมันโลกพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

ผลกระทบจากการที่อิสราเอลทำลายเครื่องบินที่ “อยาตอลเลาะห์ คาเมเนอี” เคยใช้

การทำลายเครื่องบินลำนี้ไม่เพียงลดขีดความสามารถของผู้นำอิหร่าน แต่ยังเป็นสัญญาณว่าอิสราเอลมุ่งเป้าไปที่จุดยุทธศาสตร์สำคัญเพื่อตัดกำลังสนับสนุนของอิหร่านต่อกลุ่มตัวแทนในภูมิภาค เช่น ฮิซบุลลาห์และฮูธี สิ่งนี้ทำให้อิหร่านต้องปรับแผนการเคลื่อนไหวของผู้นำระดับสูง ซึ่งอาจนำไปสู่ความล่าช้าในการตัดสินใจทางทหาร

สถานการณ์สงครามสหรัฐ-อิสราเอลกับอิหร่าน

สงครามครั้งนี้ลุกลามไปยังหลายประเทศในตะวันออกกลาง มีรายงานการโจมตีด้วยโดรนในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ส่งผลให้ท่าเรือฟูไจราห์ต้องหยุดขนถ่ายน้ำมันชั่วคราวเนื่องจากเพลิงไหม้ ขณะที่สนามบินดูไบต้องจำกัดเที่ยวบินหลังถูกโจมตีเช่นกัน ความขัดแย้งไม่ได้หยุดอยู่แค่พรมแดนอิหร่าน แต่แผ่ขยายไปยังเพื่อนบ้าน สร้างความไม่แน่นอนให้กับภูมิภาคทั้งหมด

การตอบสนองจากผู้นำโลก

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ออกมาเรียกร้องให้ชาติที่พึ่งพาน้ำมันจากอ่าวเปอร์เซียส่งกำลังคุ้มกันเส้นทางเดินเรือ โดยขู่จีนว่าจะเลื่อนการเยือนหากไม่ช่วยเหลือ และเตือนนาโตว่าอาจเผชิญอนาคตเลวร้ายหากไม่ร่วมมือ อย่างไรก็ตาม ญี่ปุ่นและออสเตรเลียปฏิเสธส่งเรือรบ ขณะที่สหภาพยุโรปกำลังหารือเพื่อหาทางออก

  • ปิดช่องแคบฮอร์มุซ: ส่งผลกระทบเศรษฐกิจโลกทันที
  • ราคาน้ำมันพุ่ง: ผู้บริโภคทั่วโลกได้รับผลกระทบ
  • การโจมตีขยายวง: UAE และดูไบเดือดร้อน
  • ท่าทีระหว่างประเทศ: แบ่งรับแบ่งสู้

ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ การที่อิสราเอลทำลายเครื่องบินที่ “อยาตอลเลาะห์ คาเมเนอี” เคยใช้ ถือเป็นจุดเปลี่ยนที่อาจบังคับให้อิหร่านต้องเจรจา สถานการณ์นี้อาจนำไปสู่การไกล่เกลี่ยจากนานาชาติ หากไม่ยืดเยื้อต่อไป ผู้อ่านควรติดตามพัฒนาการอย่างใกล้ชิด เพราะอาจกระทบราคาพลังงานในไทยโดยตรง แนะนำให้ติดตามข่าวสารจากแหล่งที่น่าเชื่อถือเพื่ออัปเดตข้อมูลล่าสุด

ที่มา – อิสราเอลทำลายเครื่องบินที่ “อยาตอลเลาะห์ คาเมเนอี” เคยใช้

อินเดียเผย เรือ 2 ลำผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ เพราะเจรจากับอิหร่าน

อินเดียเผย เรือ 2 ลำผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ เพราะเจรจากับอิหร่าน เป็นข่าวดีท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง เมื่อรัฐมนตรีต่างประเทศอินเดียออกมาเปิดเผยข้อมูลสำคัญนี้ ทำให้หลายคนโล่งใจกับปัญหาการขนส่งพลังงาน

อินเดียเผย เรือ 2 ลำผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ เพราะเจรจากับอิหร่าน

ตามรายงานจากสำนักข่าว Financial Times เมื่อวันที่ 15 มี.ค. 2569 นายสุพราหมัณยัม ชัยศังกร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศไทยอินเดีย ได้ให้สัมภาษณ์ว่า เรือบรรทุกก๊าซ LPG สองลำของอินเดียสามารถแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างปลอดภัยในวันเสาร์ที่ 14 มี.ค. ที่ผ่านมา หลังจากที่พวกเขาเจรจาตรงกับทางการอิหร่าน

“ขณะนี้ผมกำลังดำเนินการพูดคุยกับพวกเขา และการพูดคุยของผมก็เริ่มเห็นผลลัพธ์บ้างแล้ว” นายชัยศังกรกล่าว พร้อมย้ำว่าการหารือยังคงดำเนินต่อไป เพื่อให้แน่ใจว่าการขนส่งพลังงานจะไม่สะดุด

ช่องแคบฮอร์มุซคืออะไร และทำไมถึงสำคัญ?

ช่องแคบฮอร์มุซเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์สำคัญที่เชื่อมอ่าวเปอร์เซียกับทะเลอาหรับ โดยเป็นจุดผ่านของน้ำมันและก๊าซประมาณ 20-30% ของโลก ปัจจุบันสถานการณ์ตึงเครียดระหว่างอิหร่านกับชาติตะวันตก ทำให้การเดินเรือเสี่ยงภัยมากขึ้น อินเดียซึ่งนำเข้าก๊าซ LPG กว่า 60% สำหรับครัวเรือน และ 90% มาจากประเทศอ่าวอย่างซาอุดีอาระเบียและ UAE จึงได้รับผลกระทบหนัก

ประชาชนอินเดียกว่า 330 ล้านครัวเรือนพึ่งพาก๊าซหุงต้มแบบถังในการทำอาหาร วิดีโอบนโซเชียลมีเดียแสดงภาพคิวยาวเหยียดหน้าร้านจำหน่ายก๊าซในหลายเมือง ร้านอาหารบางแห่งต้องปิดชั่วคราวเพราะขาดแคลน สถานการณ์นี้สร้างความกังวลเรื่องราคาพลังงานที่พุ่งสูง

ผลกระทบต่อเศรษฐกิจและชีวิตประจำวันของชาวอินเดีย

  • ขาดแคลนก๊าซ LPG: กระทบครัวเรือนและธุรกิจอาหาร ส่งผลให้ราคาอาหารแพงขึ้น
  • ราคาน้ำมันผันผวน: ช่องแคบฮอร์มุซปิดกั้นอาจทำให้ราคาน้ำมันโลกพุ่ง
  • การทูตของอินเดีย: แสดงให้เห็นว่าอินเดียใช้ความสัมพันธ์กับอิหร่านได้ผลดี หลีกเลี่ยงปัญหาที่ประเทศอื่นเจอ

การที่ อินเดียเผย เรือ 2 ลำผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ เพราะเจรจากับอิหร่าน ถือเป็นตัวอย่างของการทูตที่ชาญฉลาด อินเดียรักษาความสัมพันธ์กับทั้งอิหร่านและชาติตะวันตก ทำให้ไม่ต้องพึ่งพาแค่ทางเลือกเดียว นอกจากนี้ รัฐบาลอินเดียยังเร่งหาแหล่งนำเข้าทางเลือก เช่น จากออสเตรเลียและสหรัฐ เพื่อลดความเสี่ยง

สถานการณ์นี้ยังคงต้องจับตา เพราะหากความตึงเครียดยืดเยื้อ อาจกระทบห่วงโซ่อุปทานพลังงานทั่วโลก ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้อินเดียเร่งกระจายแหล่งนำเข้าและพัฒนาพลังงานทดแทน เช่น ก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) หรือพลังงานหมุนเวียน

ในมุมมองของเรา การเจรจาของอินเดียไม่เพียงช่วยประเทศตัวเอง แต่ยังเป็นบทเรียนให้ชาติอื่นๆ ว่าการทูตแบบ win-win สำคัญแค่ไหน คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมติดตามข่าวอัปเดตจากเราเพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ!

ที่มา – อินเดียเผย เรือ 2 ลำผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ เพราะเจรจากับอิหร่าน

อิหร่านสวนทรัมป์ ไม่เคยขอให้สหรัฐฯ หยุดยิง ไม่เคยขอเจรจาด้วยซ้ำ

อิหร่านสวนทรัมป์ ไม่เคยขอให้สหรัฐฯ หยุดยิง ไม่เคยขอเจรจาด้วยซ้ำ นี่คือคำยืนยันชัดเจนจากนายอับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน ที่ออกมาปฏิเสธคำกล่าวอ้างของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ อย่างหนักแน่น สร้างความฮือฮาในเวทีการเมืองระหว่างประเทศ

อิหร่านสวนทรัมป์ ไม่เคยขอให้สหรัฐฯ หยุดยิง ไม่เคยขอเจรจาด้วยซ้ำ

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2569 หรือ 2026 ในปฏิทินสากล นายอับบาส อารักชี ได้ให้สัมภาษณ์พิเศษกับสถานีโทรทัศน์ CBS News ของสหรัฐอเมริกา โดยย้ำว่าอิหร่านไม่เคยร้องขอให้สหรัฐหยุดยิง และไม่เคยแม้แต่จะขอเจรจาด้วย คำพูดนี้ตรงข้ามกับที่ทรัมป์เคยกล่าวว่าอิหร่านอยากทำข้อตกลงแต่เขายังไม่ยอมเพราะเงื่อนไขไม่ดีพอ

บริบทของความขัดแย้งอิหร่าน-สหรัฐ

ความตึงเครียดระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ ภายใต้การนำของทรัมป์นั้นรุนแรงมานาน โดยเฉพาะหลังจากสหรัฐถอนตัวจากข้อตกลงนิวเคลียร์ JCPOA ในปี 2018 ทำให้อิหร่านกลับมาเสริมสมรรถนะโครงการนิวเคลียร์อีกครั้ง สหรัฐตอบโต้ด้วยการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจและการโจมตีทางทหารในบางกรณี ล่าสุดทรัมป์อ้างว่าอิหร่านขอหยุดยิงและเจรจา แต่ฝั่งเตหะรานปฏิเสธอย่างสิ้นเชิง

นายอารักชีกล่าวในรายการ Face the Nation ว่า “เราไม่เห็นเหตุผลใดๆ ที่จะต้องพูดคุยกับชาวอเมริกัน เพราะเรากำลังคุยกับพวกเขาอยู่แล้วในตอนที่พวกเขาตัดสินใจเปิดฉากโจมตีเรา” เขาย้ำว่าสงครามนี้เป็นทางเลือกของทรัมป์และสหรัฐ และอิหร่านจะป้องกันตนเองต่อไป

ผลกระทบต่อสถานการณ์โลก

คำประกาศนี้ไม่เพียงแต่สวนกลับทรัมป์เท่านั้น แต่ยังส่งสัญญาณว่าอิหร่านพร้อมเผชิญหน้าต่อไป ซึ่งอาจทำให้ตะวันออกกลางยิ่งร้อนระอุ สถานการณ์คล้ายกับการโจมตีฐานทัพสหรัฐในอิรักที่อิหร่านหนุนหลังกลุ่มตัวแทน หรือการโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันในอ่าวเปอร์เซีย เหตุการณ์เหล่านี้ทำให้ราคาน้ำมันโลกผันผวนและเศรษฐกิจโลกได้รับผลกระทบ

  • อิหร่านยืนยันไม่ขอหยุดยิง สวนทรัมป์เต็มๆ
  • ไม่เคยขอเจรจา แม้สหรัฐจะอ้าง
  • เตรียมป้องกันตัวเองต่อเนื่อง
  • ผลต่อราคาน้ำมันและเศรษฐกิจโลก

นอกจากนี้ ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ว่าคำพูดของอารักชีอาจเป็นกลยุทธ์เพื่อเสริมสร้างภาพลักษณ์ภายในประเทศ แสดงให้ประชาชนเห็นว่ารัฐบาลแข็งกร้าวต่อสหรัฐ ในขณะที่ทรัมป์เองก็ใช้คำกล่าวอ้างนี้เพื่อโหมโรงเลือกตั้ง โดยอวดว่าตัวเองควบคุมสถานการณ์ได้

ความขัดแย้งนี้ยังเชื่อมโยงกับพันธมิตรของทั้งสองฝ่าย เช่น อิสราเอลที่สนับสนุนสหรัฐ และรัสเซีย-จีนที่หนุนอิหร่าน ทำให้สถานการณ์ซับซ้อนยิ่งขึ้น หากไม่มีการไกล่เกลี่ยจาก UN หรือชาติอื่นๆ อาจนำไปสู่สงครามใหญ่

สำหรับคนไทยที่ติดตามข่าวต่างประเทศ สถานการณ์นี้กระทบโดยตรงต่อราคาน้ำมันและค่าครองชีพ เราควรติดตามใกล้ชิดเพราะไทยนำเข้าน้ำมันจากตะวันออกกลางเป็นหลัก

ความเห็นส่วนตัว: การที่อิหร่านสวนทรัมป์แบบนี้ แสดงถึงความมั่นใจสูง แต่ก็เสี่ยงต่อการยืดเยื้อความขัดแย้ง คุณคิดอย่างไร ลองแสดงความเห็นในคอมเมนต์และแชร์บทความนี้เพื่อให้เพื่อนๆ ได้อ่านด้วยนะ!

ติดตามข่าวต่างประเทศเพิ่มเติมได้ที่ ไทยรัฐข่าวต่างประเทศ

ที่มา – อิหร่านสวนทรัมป์ ไม่เคยขอให้สหรัฐฯ หยุดยิง ไม่เคยขอเจรจาด้วยซ้ำ

GC ฝ่าวิกฤตตะวันออกกลาง เดินเครื่องผลิตต่อเนื่อง

สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่กำลังรุนแรงขึ้น ส่งผลกระทบโดยตรงต่อห่วงโซ่อุปทานพลังงานและวัตถุดิบทั่วโลก โดยเฉพาะอุตสาหกรรมปิโตรเคมีที่พึ่งพาน้ำมันและก๊าซจากภูมิภาคนี้ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC จึงออกมายืนยันว่า จะเดินเครื่องการผลิตอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การส่งมอบสินค้าไม่สะดุด และสนับสนุนอุตสาหกรรมไทยให้ผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปได้

GC ฝ่าวิกฤตตะวันออกกลาง

เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2567 GC ได้แจ้งว่า บริษัทยังคงรักษาการผลิตตามแผน แม้กำลังการผลิตทั่วโลกจะลดลงจากความผันผวนในตะวันออกกลาง GC ฝ่าวิกฤตตะวันออกกลาง โดยทำงานร่วมกับลูกค้าและคู่ค้าอย่างใกล้ชิด เพื่อลดผลกระทบตลอดห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) บริษัทติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และบริหารจัดการทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นความผันผวนของราคา การจัดหาวัตถุดิบ การจัดการสินค้าคงคลัง การผลิต การจำหน่าย รวมถึงงบประมาณและค่าใช้จ่าย เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นทางการเงิน

กลยุทธ์ GC ฝ่าวิกฤตตะวันออกกลาง อย่างมีประสิทธิภาพ

GC ฝ่าวิกฤตตะวันออกกลาง ด้วยมาตรการรอบด้านที่ครอบคลุมทุกขั้นตอนของการดำเนินงาน บริษัทมั่นใจว่าสามารถส่งมอบสินค้าสำคัญ เช่น พลาสติก เคมีภัณฑ์ และผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีอื่นๆ ให้กับอุตสาหกรรมไทยได้อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นภาคบรรจุภัณฑ์ ยานยนต์ สร้างสรรค์ หรือการก่อสร้างที่กำลังต้องการวัตถุดิบจำนวนมาก

  • การจัดหาวัตถุดิบ: GC มีแหล่ง供給หลากหลาย ไม่พึ่งพาตะวันออกกลางเพียงอย่างเดียว โดยกระจายความเสี่ยงไปยังภูมิภาคอื่นๆ เช่น อเมริกาและเอเชีย
  • บริหารสินค้าคงคลัง: รักษา level สต็อกให้เพียงพอ เพื่อรับมือกับความล่าช้าจากการขนส่งทางทะเลที่อาจได้รับผลกระทบ
  • ควบคุมต้นทุน: ใช้เครื่องมือทางการเงินอย่าง hedging เพื่อป้องกันความผันผวนของราคาน้ำมันดิบ
  • นวัตกรรมการผลิต: ปรับปรุงประสิทธิภาพโรงงานให้สูงสุด ลดการพึ่งพาวัตถุดิบนำเข้า

นอกจากนี้ GC ยังประสานงานกับกลุ่ม ปตท. และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (สอท.) เพื่อติดตามผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรมไทย โดยสนับสนุนนโยบายรัฐบาลในการรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจ สถานการณ์วิกฤตตะวันออกกลางที่เกิดจากความตึงเครียดระหว่างอิสราเอล-ฮามาส และกลุ่มฮูธีในทะเลแดง ทำให้เรือสินค้าต้องอ้อมแอฟริกา ส่งผลให้ค่าน้ำมันและค่าขนส่งพุ่งสูงขึ้น แต่ GC ได้เตรียมพร้อมล่วงหน้า ทำให้การดำเนินงานไม่หยุดชะงัก

ผลกระทบต่ออุตสาหกรรมไทยและบทบาทของ GC

อุตสาหกรรมไทย โดยเฉพาะ SME ที่พึ่งพาสินค้าจาก GC กว่า 80% จะได้รับผลดีจากความมั่นคงนี้ GC ฝ่าวิกฤตตะวันออกกลาง ไม่เพียงช่วยรักษา chain การผลิต แต่ยังช่วยให้ราคาสินค้าไม่ปรับตัวสูงเกินไป บริษัทคาดการณ์ว่าปีนี้จะรักษาการส่งมอบได้ 100% ตามสัญญา สร้างความเชื่อมั่นให้ภาคธุรกิจ

ในระยะยาว GC วางแผนลงทุนในพลังงานหมุนเวียนและเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) เพื่อลดการพึ่งพาน้ำมันจากตะวันออกกลาง โดยมุ่งสู่ BCOP (Bio-Circular-Green Oils & Petrochemicals) ซึ่งจะทำให้อุตสาหกรรมไทยแข็งแกร่งยิ่งขึ้น

GC แสดงให้เห็นถึงความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมปิโตรเคมีไทย ที่สามารถปรับตัวเข้ากับความท้าทายระดับโลกได้อย่างยอดเยี่ยม หากคุณเป็นผู้ประกอบการในภาคอุตสาหกรรม แนะนำให้ติดตามประกาศจาก GC อย่างใกล้ชิด เพื่อวางแผนการผลิตให้สอดคล้อง หารือเพิ่มเติมหรือแชร์ประสบการณ์ของคุณในความเห็นด้านล่างนี้

ที่มา – GC ยันเดินเครื่องผลิตต่อเนื่อง ฝ่าวิกฤตตะวันออกกลาง มั่นใจส่งมอบสินค้าหนุนอุตสาหกรรมไทยไม่สะดุด

ผู้นำใหม่อิหร่าน ลั่นปิดช่องแคบฮอร์มุซต่อ ล้างแค้น

ผู้นำใหม่อิหร่าน ลั่นปิดช่องแคบฮอร์มุซต่อ จะล้างแค้นให้ผู้เสียชีวิต สร้างความตึงเครียดในตะวันออกกลางอีกครั้ง หลังจากอยาตอลเลาะห์ โมจตาบา คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่าน ออกแถลงการณ์ครั้งแรก ยืนยันนโยบายแข็งกร้าวต่อสหรัฐฯ และอิสราเอล

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 12 มี.ค. 2569 สถานีโทรทัศน์รัฐบาลอิหร่านเผยแพร่ข้อความจากผู้นำคนใหม่ ซึ่งสืบทอดตำแหน่งจากบิดา คือ อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ที่เสียชีวิตจากการโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอล เขาเรียกร้องให้ชาวอิหร่านรวมพลังเป็นหนึ่งเดียว และย้ำว่าจะปิดช่องแคบฮอร์มุซต่อไป เพื่อกดดันศัตรู

ผู้นำใหม่อิหร่าน ลั่นปิดช่องแคบฮอร์มุซต่อ จะล้างแค้นให้ผู้เสียชีวิต

ช่องแคบฮอร์มุซเป็นเส้นทางเดินเรือสำคัญที่ขนส่งน้ำมันกว่า 20% ของโลก การปิดช่องแคบนี้จะส่งผลกระทบรุนแรงต่อราคาน้ำมันทั่วโลกและเศรษฐกิจโลก คาเมเนอีระบุชัดเจนว่า อิหร่านจะใช้เป็นเครื่องมือกดดัน โดยไม่ลังเลที่จะล้างแค้นให้เลือดชาวอิหร่านที่ถูกสังหาร โดยเฉพาะการโจมตีใกล้โรงเรียนประถมหญิงล้วนในเมืองมินาบ ที่คร่าชีวิต 168 ราย รวมเด็ก 110 คน

ผู้นำใหม่อิหร่านเรียกร้องค่าชดเชยจากศัตรู

ในแถลงการณ์ ผู้นำใหม่อิหร่าน ลั่นปิดช่องแคบฮอร์มุซต่อ จะล้างแค้นให้ผู้เสียชีวิต โดยเรียกร้องให้สหรัฐฯ และอิสราเอลจ่ายค่าชดเชย หากไม่ได้รับ จะทำลายทรัพย์สินของศัตรูให้เท่ากับที่ถูกทำลาย นอกจากนี้ เขายังขอบคุณกองทัพอิหร่าน กลุ่มฮูตีในเยเมน และกลุ่มติดอาวุธในอิรักที่พร้อมช่วยเหลือ

คาเมเนอีเรียกร้องให้ประเทศเพื่อนบ้าน 15 ประเทศ แสดงจุดยืนชัดเจนต่อผู้รุกราน โดยแนะนำให้ปิดฐานทัพสหรัฐฯ อย่างรวดเร็ว อิหร่านยืนยันมิตรภาพกับเพื่อนบ้าน แต่ต้องปกป้องมาตุภูมิ

มาตรการช่วยเหลือประชาชนและนโยบายใหม่

ผู้นำใหม่ประกาศให้ผู้บาดเจ็บได้รับการรักษาฟรี และรัฐบาลจะจ่ายเงินชดเชยให้ผู้เสียหาย นอกจากนี้ อิหร่านจะปรับปรุงความสัมพันธ์กับเพื่อนบ้าน หลังจากเคยใช้ขีปนาวุธและโดรนโจมตีหลายประเทศในภูมิภาค

  • ปิดช่องแคบฮอร์มุซต่อเนื่องเพื่อกดดันศัตรู
  • ล้างแค้นให้ผู้เสียชีวิตจากการโจมตี
  • เรียกร้องค่าชดเชยและทำลายทรัพย์สินศัตรู
  • ขอบคุณพันธมิตรอย่างฮูตีและกลุ่มอิรัก
  • ช่วยเหลือประชาชนผู้ได้รับผลกระทบ

สถานการณ์นี้ก่อให้เกิดความกังวลในตลาดน้ำมันโลก ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นทันทีหลังแถลงการณ์ ผู้นำใหม่อิหร่าน ลั่นปิดช่องแคบฮอร์มุซต่อ จะล้างแค้นให้ผู้เสียชีวิต อาจนำไปสู่ความขัดแย้งใหญ่ในภูมิภาค หากไม่มีการเจรจา

ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ การปิดช่องแคบฮอร์มุซอาจทำให้ราคาน้ำมันทะลุ 150 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่งผลต่อเศรษฐกิจไทยที่พึ่งพาน้ำมันนำเข้า อิหร่านยังคงเป็นผู้เล่นสำคัญในตะวันออกกลางที่ไม่สามารถมองข้ามได้

ติดตามสถานการณ์ข่าวต่างประเทศอย่างใกล้ชิด เพราะอาจกระทบโดยตรงต่อชีวิตประจำวันของเรา คุณคิดว่าอิหร่านจะทำตามที่ประกาศจริงหรือไม่? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง

ที่มา – ผู้นำใหม่อิหร่าน ลั่นปิดช่องแคบฮอร์มุซต่อ จะล้างแค้นให้ผู้เสียชีวิต

สธ. เพิ่มช่องทางปรึกษาสุขภาพกาย-จิตคนไทยตะวันออกกลาง

ในสถานการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นในภูมิภาคตะวันออกกลาง ส่งผลกระทบต่อคนไทยกว่า 1 แสนคนที่ทำงานอยู่ในพื้นที่เสี่ยง กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ได้ตื่นตัวเตรียมความพร้อมอย่างเร่งด่วน เพื่อดูแลสุขภาพทั้งกายและใจของพี่น้องชาวไทยทุกคน โดยเฉพาะ สธ. เพิ่มช่องทางปรึกษาสุขภาพกาย-จิต ให้คนไทยในประเทศเสี่ยง จากเหตุความไม่สงบในตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นมาตรการที่ครอบคลุมและเข้าถึงง่าย

สธ. เพิ่มช่องทางปรึกษาสุขภาพกาย-จิต ให้คนไทยในประเทศเสี่ยง จากเหตุความไม่สงบในตะวันออกกลาง

โฆษกกระทรวงสาธารณสุข นพ.วรตม์ โชติพิทยสุนนท์ ได้แถลงข่าวเมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2569 ณ ทำเนียบรัฐบาล โดยนายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข สั่งการให้ทุกหน่วยงานเตรียมพร้อมรับมืออย่างรอบด้าน มี 3 มิติหลักในการดูแล

1. ช่องทางการปรึกษาสุขภาพออนไลน์ทันที

สำหรับสุขภาพกาย สามารถใช้ หมอพร้อม Super App เพื่อนัดหมายแพทย์ออนไลน์ ตรวจรักษาทางไกล และจัดเก็บเอกสารสุขภาพดิจิทัล หรือไลน์ OA “คู่ใจสุขภาพแรงงานไทยในต่างประเทศ” พิมพ์ขอคำปรึกษาเพื่อประเมินอาการเบื้องต้นจากบุคลากรทางการแพทย์ทุกที่ทุกเวลา

ด้านสุขภาพจิต กรมสุขภาพจิตเปิดช่องทางพิเศษ ลดความเครียดและวิตกกังวล เพิ่มเพื่อนไลน์ ID: @1323middle.east หรือสแกน QR Code เพื่อรับคำปรึกษาฟรีทันที

2. มาตรการคัดกรอง 3 มิติที่จุดเข้าประเทศ

  • มิติเชิงรุก: กรมควบคุมโรคคัดกรองอาการไข้ ไอ ระบบทางเดินหายใจ ผื่น พบผิดปกติแยกกักส่งโรงพยาบาลทันที
  • มิติโรคประจำตัวและบาดเจ็บ: กรมการแพทย์ตรวจและส่งต่อโรงพยาบาลเครือข่ายทั่วประเทศ
  • มิติสุขภาพจิต: กรมสุขภาพจิตและทีม MCATT ประเมินเบื้องต้น รักษาภาวะนอนไม่หลับ ตื่นตระหนก เครียดรุนแรงทันที

ทีมแพทย์และเจ้าหน้าที่ประจำจุดคัดกรอง พร้อมรับมือเต็มประสิทธิภาพ

3. การติดตามดูแลต่อเนื่องหลังกลับบ้าน

สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดและโรงพยาบาลภูมิลำเนา เยี่ยมบ้าน ติดตามทางโทรศัพท์ สำหรับผู้ป่วยเรื้อรังหรือฟื้นฟู มีบริการต่อเนื่องทันท่วงที

นพ.วรตม์ เน้นย้ำ หากกลับมาแล้วมีอาการผิดปกติ เช่น ไข้ ไอ หอบ หรือเครียดสะสม แจ้งเจ้าหน้าที่จุดคัดกรองทันที สธ. มีความพร้อมทั้งบุคลากรและเวชภัณฑ์ครบถ้วน

คำแนะนำสำคัญสำหรับคนไทยในพื้นที่เสี่ยง: ติดตามข่าวจากแหล่งเชื่อถือได้ วางแผนสำรองความปลอดภัย ใช้ชีวิตปกติ หากิจกรรมคลายเครียด ติดต่อคนใกล้ชิดบ่อยๆ และขอความช่วยเหลือโดยไม่ลังเล

มาตรการเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความห่วงใยจากรัฐบาลต่อคนไทยทุกคน หากคุณหรือคนใกล้ชิดอยู่ในสถานการณ์นี้ รีบใช้ช่องทางปรึกษาทันที เพื่อสุขภาพที่ดีทั้งกายและใจ สุขภาพจิตสำคัญไม่แพ้กาย โดยเฉพาะในยามวิกฤตแบบนี้ การดูแลตัวเองและขอความช่วยเหลือคือกุญแจสู่ความปลอดภัย

ที่มา – สธ. เพิ่มช่องทางปรึกษาสุขภาพกาย-จิต ให้คนไทยในประเทศเสี่ยง จากเหตุความไม่สงบในตะวันออกกลาง

รู้จักเกาะคาร์ก ศูนย์กลางส่งออกน้ำมันอิหร่าน

รู้จักเกาะคาร์ก ศูนย์กลางส่งออกน้ำมันอิหร่าน เกาะเล็กๆ ในอ่าวเปอร์เซียที่เป็นหัวใจสำคัญของการส่งออกน้ำมันดิบของอิหร่าน คิดเป็นเกือบ 90% ของการส่งออกทั้งหมดของประเทศ หากถูกโจมตีจากสหรัฐหรืออิสราเอล อาจทำให้ราคาน้ำมันโลกพุ่งสูงทันที สร้างความผันผวนให้ตลาดพลังงานทั่วโลก

เกาะคาร์ก ศูนย์กลางส่งออกน้ำมันอิหร่าน

เกาะคาร์กตั้งอยู่ห่างจากชายฝั่งอิหร่านประมาณ 24 กิโลเมตร ในอ่าวเปอร์เซีย แม้จะเป็นเกาะเล็กๆ แต่มีความสำคัญยิ่งใหญ่ต่อเศรษฐกิจอิหร่าน เพราะเป็นจุดศูนย์กลางในการส่งออกน้ำมันดิบเกือบทั้งหมดของประเทศ

อิหร่านเป็นผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่อันดับ 4 ของกลุ่ม OPEC โดยส่งออกน้ำมันดิบประมาณ 9 ใน 10 ส่วนผ่านเกาะคาร์กแห่งนี้ ปริมาณเฉลี่ยอยู่ที่ 1.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน โดยผู้ซื้อหลักคือจีน นักวิเคราะห์ด้านพลังงานทั่วโลกต่างจับตาการเคลื่อนไหวของเรือบรรทุกน้ำมันจากเกาะนี้อย่างใกล้ชิด เพราะแม้การเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยก็สามารถกระตุ้นให้ราคาน้ำมันโลกผันผวนได้ในทันที

โครงสร้างสำคัญบนเกาะคาร์ก ศูนย์กลางส่งออกน้ำมันอิหร่าน

น้ำมันดิบจากแหล่งผลิตต่างๆ ในอิหร่านจะถูกส่งผ่านท่อใต้ทะเลมายังเกาะคาร์ก จากนั้นเก็บไว้ในคลังน้ำมันขนาดใหญ่เพื่อรอการบรรทุกขึ้นเรือ

สถานีส่งออกบนเกาะมีโครงสร้างที่แข็งแกร่งและทันสมัย ดังนี้:

  • ถังเก็บน้ำมันขนาดใหญ่ รองรับได้ถึง 30 ล้านบาร์เรล
  • ท่าเรือที่สามารถเทียบบรรทุกน้ำมันได้พร้อมกัน 8 ลำเรือขนาดใหญ่
  • กำลังการบรรทุกสูงสุดกว่า 6 ล้านบาร์เรลต่อวัน และสามารถเพิ่มเป็น 10 ล้านบาร์เรลในกรณีเร่งด่วน

ประชากรส่วนใหญ่บนเกาะคือแรงงานอุตสาหกรรมน้ำมันที่เดินทางเข้าออกผ่านสนามบินส่วนตัวซึ่งบริหารโดยบริษัทน้ำมันแห่งชาติอิหร่าน ทำให้เกาะแห่งนี้เป็นเหมือนเมืองน้ำมันลอยน้ำที่ขาดไม่ได้

ความเสี่ยงด้านความมั่นคงของเกาะคาร์ก

แม้เกาะคาร์กจะมีฐานทัพเรือของอิหร่านประจำการอยู่ แต่ตำแหน่งที่ห่างไกลจากแผ่นดินใหญ่นั้นทำให้การป้องกันจากการโจมตีทางอากาศค่อนข้างยากลำบาก ในอดีตระหว่างสงครามอิหร่าน-อิรัก เกาะแห่งนี้เคยถูกโจมตีมาแล้ว ซึ่งยืนยันถึงความสำคัญทางยุทธศาสตร์

นักวิเคราะห์เตือนว่าหากเกิดความเสียหายรุนแรงต่อโครงสร้างส่งออกน้ำมัน อิหร่านอาจตอบโต้ด้วยกำลังทหารทันที สร้างความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางให้รุนแรงยิ่งขึ้น

สถานการณ์ตึงเครียดจากสหรัฐและอิสราเอล

ล่าสุด สถานการณ์ร้อนระอุหลังสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลเปิดปฏิบัติการโจมตีทางอากาศต่อเป้าหมายในอิหร่านตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ แม้เกาะคาร์กจะยังไม่ถูกโจมตีโดยตรง แต่โครงสร้างพลังงานบางแห่งในเตหะรานถูกกระทบแล้ว

อิหร่านจึงเร่งขนส่งน้ำมันจากเกาะคาร์กออกให้มากที่สุดก่อนสถานการณ์จะเลวร้ายลง โดยเรือบรรทุกน้ำมันต้องผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญของน้ำมันโลก และปัจจุบันจำนวนเรือที่ผ่านลดลงมากเนื่องจากความเสี่ยง

หากเกาะคาร์กถูกโจมตี จะเกิดอะไรขึ้นกับตลาดโลก

หากเกาะคาร์ก ศูนย์กลางส่งออกน้ำมันอิหร่าน ถูกโจมตีจริง การส่งออกน้ำมันหลักของอิหร่านจะหยุดชะงักนานหลายสัปดาห์หรือหลายเดือน ส่งผลให้อุปทานน้ำมันโลกขาดแคลนทันที

ผลกระทบที่จะเกิดขึ้น ได้แก่:

  • ราคาน้ำมันดิบ Brent และ WTI พุ่งสูงกว่า 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลทันที
  • ช่องแคบฮอร์มุซอาจถูกปิดกั้น ส่งผลกระทบต่อการส่งออกน้ำมันจากอ่าวเปอร์เซียทั้งหมด ซึ่งคิดเป็น 20% ของโลก
  • เงินเฟ้อทั่วโลกเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในสหรัฐและยุโรปที่พึ่งพาน้ำมันนำเข้า
  • เศรษฐกิจอุตสาหกรรมใหญ่ชะลอตัวจากต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น

นอกจากนี้ ยังอาจจุดชนวนสงครามภูมิภาคที่กว้างขึ้น สร้างความไม่แน่นอนให้กับนักลงทุนทั่วโลก

สรุปแล้ว เกาะคาร์กไม่ใช่แค่โครงสร้างพื้นฐานของอิหร่าน แต่เป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สามารถเขย่าตลาดพลังงานโลกได้ทั้งระบบ นักลงทุนและผู้สนใจเศรษฐกิจควรติดตามสถานการณ์ในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมรับมือกับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ คลิกอ่านข่าวต่างประเทศเพิ่มเติมเพื่ออัปเดตข้อมูลล่าสุด

ที่มา – รู้จัก “เกาะคาร์ก” ศูนย์กลางส่งออกน้ำมันอิหร่าน หากถูกโจมตีอาจเขย่าตลาดพลังงานโลก

“ทรัมป์” ขู่ถล่มอิหร่านหนักขึ้น 20 เท่า!

“ทรัมป์” ขู่ถล่มอิหร่านหนักขึ้น 20 เท่า อิหร่านขู่ปิดช่องแคบฮอร์มุซจนกว่าสงครามยุติ สถานการณ์ในตะวันออกกลางกำลังเดือดพล่าน เมื่อกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) ออกมาประกาศกร้าวว่าจะไม่ยอมให้น้ำมันแม้แต่ลิตรเดียวถูกส่งออกจากภูมิภาค หากสหรัฐฯ และอิสราเอลยังโจมตีต่อไป ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ไม่ยอมแพ้ ตอบโต้ด้วยคำขู่สุดโหดว่าจะถล่มอิหร่านหนักยิ่งกว่าเดิมถึง 20 เท่า!

“ทรัมป์” ขู่ถล่มอิหร่านหนักขึ้น 20 เท่า อิหร่านขู่ปิดช่องแคบฮอร์มุซจนกว่าสงครามยุติ

เรื่องนี้เริ่มจาก IRGC แถลงชัดเจนว่าจะปิดกั้นการขนส่งน้ำมันทั้งหมดจากตะวันออกกลาง ถ้าสหรัฐฯ กับอิสราเอลไม่หยุดโจมตี พวกเขายังย้ำว่า “เราจะเป็นคนกำหนดจุดจบของสงครามเอง” คำขู่แบบนี้ทำให้ทรัมป์โพสต์ผ่าน Truth Social ทันที บอกว่าถ้าอิหร่านกล้าขัดขวางช่องแคบฮอร์มุซ สหรัฐฯ จะตอบโต้ “หนักกว่าเดิม 20 เท่า” จนอิหร่านฟื้นตัวไม่ได้ พร้อมบรรยายภาพ “ความตาย ไฟ และความบ้าคลั่ง” ที่จะถาโถมใส่ ทรัมป์ยังบอกว่าการรักษาเส้นทางนี้เป็น “ของขวัญ” จากสหรัฐฯ ให้จีนและประเทศอื่นๆ ที่พึ่งพาน้ำมันจากที่นี่

ผลกระทบรุนแรงต่อตลาดน้ำมันโลก

ช่องแคบฮอร์มุซคือเส้นทางสำคัญที่ลำเลียงน้ำมัน 1 ใน 5 ของโลก ตอนนี้หยุดชะงักมานานกว่า 1 สัปดาห์ ผู้ผลิตน้ำมันต้องหยุดสูบเพราะคลังเต็ม ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่ง 29% เมื่อวันจันทร์ (9 มี.ค.) สูงสุดตั้งแต่ปี 2022 ก่อนร่วง 10% ในวันอังคาร หลังข่าวทรัมป์อาจผ่อนปรนคว่ำบาตรน้ำมันรัสเซียเพื่อแก้ขาดแคลน ตลาดการเงินโลกปั่นป่วนหนัก ความกังวลเรื่อง IRGC สนับสนุนผู้นำใหม่ มุจตาบา คาเมเนอี ทำให้ไม่มีทีท่าว่าอิหร่านจะยอมง่ายๆ แม้ทรัมป์เคยคาดว่าสงครามจบใน 4 สัปดาห์

เป้าหมายสงครามและความสูญเสีย

  • อิสราเอลต้องการโค่นล้มระบอบอิหร่าน
  • สหรัฐฯ มุ่งทำลายขีปนาวุธและนิวเคลียร์
  • ทรัมป์ย้ำ จบสงครามได้เมื่ออิหร่านมีรัฐบาลยอมตามคำสั่ง

นับตั้งแต่โจมตีทางอากาศเริ่ม 28 ก.พ. มีพลเรือนอิหร่านตาย 1,332 ราย บาดเจ็บหลายพัน สถานการณ์ยิ่งตึงเครียด “ทรัมป์” ขู่ถล่มอิหร่านหนักขึ้น 20 เท่า อิหร่านขู่ปิดช่องแคบฮอร์มุซจนกว่าสงครามยุติ ทำให้ทุกฝ่ายจับตา

ในสหรัฐฯ ราคาน้ำมันกลายเป็นประเด็นร้อนก่อนเลือกตั้งกลางเทอม พ.ย. โพลล่าสุด ชาวอเมริกัน 67% คิดว่าราคาจะแพงขึ้น แค่ 29% เห็นด้วยกับสงคราม สถานการณ์แบบนี้ไม่ใช่แค่ปัญหาตะวันออกกลาง แต่กระทบเศรษฐกิจโลกทั้งใบ โดยเฉพาะไทยที่นำเข้าน้ำมันเยอะ ราคาน้ำมันขึ้นอาจทำให้ค่าครองชีพพุ่ง

มุมมองส่วนตัว สงครามครั้งนี้อาจลุกลามใหญ่หากไม่มีการเจรจา ทรัมป์ดูเด็ดขาดแต่เสี่ยงมาก อิหร่านก็ไม่ยอมแพ้ ผลสุดท้ายอาจเป็นหายนะสำหรับทุกคน คุณคิดเห็นยังไง ลองแชร์ในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมกดติดตามเพื่ออัปเดตข่าวร้อนๆ แบบนี้ต่อไปนะครับ!

ที่มา – “ทรัมป์” ขู่ถล่มอิหร่านหนักขึ้น 20 เท่า อิหร่านขู่ปิดช่องแคบฮอร์มุซจนกว่าสงครามยุติ

Scroll to top