กรุงเตหะราน

สื่ออิสราเอลอ้างสังหารเจ้าหน้าที่อิหร่าน 30 ราย 30 วิแรก

สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้มีข่าวร้อนจากตะวันออกกลางที่ทำให้โลกต้องตะลึงกันเลยทีเดียว นั่นคือ สื่ออิสราเอลอ้าง สังหารเจ้าหน้าที่ระดับสูงอิหร่านถึง 30 ราย ในครึ่งนาทีแรกของการโจมตี ซึ่งเป็นปฏิบัติการเปิดฉากครั้งใหญ่ของกองทัพอากาศอิสราเอลต่ออิหร่านเมื่อวานนี้ ข่าวนี้มาจากสื่อชั้นนำของอิสราเอล ทำให้หลายคนสงสัยว่าสงครามครั้งนี้จะยืดเยื้อไปถึงไหน

สื่ออิสราเอลอ้าง สังหารเจ้าหน้าที่ระดับสูงอิหร่านถึง 30 ราย ในครึ่งนาทีแรกของการโจมตี

ตามรายงานจากสถานีโทรทัศน์ Channel 12 ของอิสราเอล ระบุชัดเจนว่าการสังหารครั้งนี้รวดเร็วและแม่นยำมาก เพียงครึ่งนาทีแรกของการโจมตีระลอกแรก ก็กำจัดเจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่านได้ถึง 30 ราย รวมถึงผู้นำสูงสุด อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ไปด้วยเลยครับ น่าตกใจจริงๆ เพราะแสดงให้เห็นถึงเทคโนโลยีและการวางแผนที่เหนือชั้นของอิสราเอล

เว็บไซต์ N12 เสริมข้อมูลว่าฝ่ายการเมืองและความมั่นคงของอิสราเอลย้ำว่า นี่เป็นแค่จุดเริ่มต้นของปฏิบัติการใหญ่โตที่จะอาจดำเนินต่อเนื่องไปอีกหลายวัน เพื่อนๆ ลองคิดดูสิครับ สงครามแบบนี้ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ แน่นอน

การวางแผนละเอียดและความร่วมมือกับสหรัฐฯ

สื่ออิสราเอลหลายแห่งชื่นชมการเตรียมการครั้งนี้ โดยเน้นย้ำถึงการวางแผนอย่างละเอียดถี่ถ้วน และความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่างกองทัพอิสราเอลกับสหรัฐอเมริกา รวมถึงข่าวกรองที่แม่นยำสุดๆ ทำให้การโจมตีเข้าเป้าทุกจุด นี่คือตัวอย่างของปฏิบัติการข่าวกรองที่ทันสมัยในยุคปัจจุบันครับ

  • สังหารเจ้าหน้าที่ระดับสูง 30 รายภายใน 30 วินาที
  • รวมผู้นำสูงสุดอยาตอลเลาะห์ คาเมเนอี
  • ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงและข่าวกรองจากสหรัฐฯ
  • ปฏิบัติการเพิ่งเริ่มต้น อาจยาวนานหลายวัน

背景ของความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลกับอิหร่านนั้นยาวนานมานับทศวรรษ โดยอิหร่านสนับสนุนกลุ่มติดอาวุธต่อต้านอิสราเอล เช่น ฮิซบุลเลาะห์ และพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ที่อิสราเอลมองว่าเป็นภัยคุกคามร้ายแรง การโจมตีครั้งนี้จึงเป็นการตอบโต้ที่รุนแรงเพื่อป้องกันตัวเอง

มุมมองจากนักวิเคราะห์และอนาคตของสงคราม

อย่างไรก็ตาม โยอาฟ ลีมอร์ นักวิเคราะห์ด้านความมั่นคงจากหนังสือพิมพ์อิสราเอลฮายอม เตือนว่าอาจมีความเห็นต่างระหว่างสหรัฐฯ กับอิสราเอลในระยะยาว อิสราเอลพร้อมทำสงครามยืดเยื้อเป็นสัปดาห์หรือนานกว่านั้น แต่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะอดทนได้แค่ไหน?

นาฮุม บาร์เนีย นักข่าวอาวุโสจาก Yedioth Ahronoth มองว่า สำหรับสหรัฐฯ นี่คือสงครามที่เลือกได้ แต่สำหรับอิสราเอลคือสงครามจำเป็น แม้ทรัมป์จะสนับสนุนเต็มที่ตอนนี้ แต่กระแสประชาชนอเมริกันอาจเปลี่ยนหากสงครามลากยาวหรือขยายวง

เพื่อนๆ คิดว่าสงครามครั้งนี้จะจบอย่างไร? จะมีผลกระทบต่อราคาน้ำมันทั่วโลกหรือไม่? เพราะอิหร่านเป็นผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ การโจมตีอาจทำให้ราคาพุ่งสูงได้ครับ

จากมุมมองของผม เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นว่าความตึงเครียดในตะวันออกกลางยังคงรุนแรง และอิสราเอลเลือกใช้นโยบายรุกคืบเพื่อความมั่นคงของชาติ แต่ก็เสี่ยงต่อการตอบโต้ที่รุนแรงจากอิหร่านและพันธมิตร ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่บล็อกของเรา และอย่าลืมแชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างนะครับ จะได้แลกเปลี่ยนกัน!

คำแนะนำ: สมัครรับข่าวอัปเดตฟรี เพื่อไม่พลาดทุกพัฒนาการสำคัญในโลกการเมืองระหว่างประเทศ

ที่มา – สื่ออิสราเอลอ้าง สังหารเจ้าหน้าที่ระดับสูงอิหร่านถึง 30 ราย ในครึ่งนาทีแรกของการโจมตี

“อนุทิน” รับกระทบเศรษฐกิจ ยันไทยวางตัวเป็นกลางตะวันออกกลาง

สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางกำลังเป็นประเด็นร้อนที่ทั่วโลกจับตามอง โดยเฉพาะผลกระทบที่อาจส่งมาถึงประเทศไทย ล่าสุด “อนุทิน” รับกระทบเศรษฐกิจ ยันไทยวางตัวเป็นกลางเหตุตึงเครียดตะวันออกกลาง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ออกมาให้สัมภาษณ์อย่างชัดเจนถึงจุดยืนของไทยในสถานการณ์นี้

“อนุทิน” รับกระทบเศรษฐกิจ ยันไทยวางตัวเป็นกลางเหตุตึงเครียดตะวันออกกลาง

วันที่ 1 มีนาคม 2569 ณ สนามบุรีรัมย์ อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต นายอนุทิน ได้กล่าวถึงสถานการณ์ปะทะในตะวันออกกลางที่ไทยกำลังจับตาอย่างใกล้ชิด โดยระบุว่ารัฐบาลได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดเตรียมความพร้อมทันที ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงกลาโหม กระทรวงแรงงาน กระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงการคลัง เพื่อช่วยเหลือประชาชนไทยที่อาจติดค้างอยู่ในพื้นที่เสี่ยง

มาตรการช่วยเหลือคนไทยในตะวันออกกลาง

พรุ่งนี้ (2 มี.ค. 2569) รัฐบาลจะเรียกประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เพื่อกำหนดมาตรการช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะการอพยพคนไทยออกจากพื้นที่ นายกรัฐมนตรียืนยันว่าไม่ต้องกังวล เพราะกองทัพอากาศพร้อมเต็มที่ ผู้บัญชาการทหารอากาศรายงานความพร้อมตลอดเวลา สิ่งสำคัญคือการประสานงานให้ได้จำนวนคนไทยที่ชัดเจน และรับจากจุดปลอดภัย โดยมีกระทรวงการต่างประเทศและกองทัพร่วมมือกันอย่างเต็มที่

เมื่อถามถึงจุดยืนของไทย นายอนุทิน ย้ำว่า ไทยต้องวางตัวเป็นกลางให้มากที่สุด แต่ก็มีความห่วงใยต่อพี่น้องชาวไทยที่อยู่ในพื้นที่นั้น จึงวิงวอนให้ทุกฝ่ายหันมาเจรจาทางการทูต พูดคุย สร้างความเข้าใจ เพื่อให้เกิดสันติภาพโดยเร็วที่สุด

ผลกระทบทางเศรษฐกิจและมาตรการรับมือ

ในมิติเศรษฐกิจ นายอนุทิน รับตรงๆ ว่า “โดนผลกระทบแน่นอน” โดยเฉพาะราคาพลังงานและต้นทุนที่อาจพุ่งสูง แต่รัฐบาลจะมีมาตรการลดผลกระทบให้เหลือน้อยที่สุด เช่น การช่วยเหลือ ประคับประคอง ลดค่าใช้จ่าย ลดต้นทุนพลังงาน ได้สั่งการให้นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เร่งหามาตรการรองรับ รวมถึงใช้กองทุนน้ำมันเพื่อบรรเทาค่าใช้จ่ายให้ประชาชน

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน มาตรการที่คาดว่าจะนำมาใช้ มีดังนี้:

  • ควบคุมราคาน้ำมันและพลังงานไม่ให้ผันผวนมาก
  • ช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบโดยตรง เช่น อุตสาหกรรมนำเข้า
  • กระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศผ่านมาตรการลดภาษีหรือ补贴
  • ติดตามสถานการณ์การค้าโลก โดยเฉพาะน้ำมันจากตะวันออกกลาง

สถานการณ์ตึงเครียดตะวันออกกลางอาจทำให้ราคาน้ำมันโลกพุ่งขึ้น ส่งผลต่อค่าขนส่ง ค่าไฟฟ้า และสินค้าอุปโภคบริโภคในไทย ซึ่งรัฐบาลต้องวางแผนรับมืออย่างรอบคอบ

สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ยังควบคุมได้

นอกจากนี้ นายอนุทิน ยังกล่าวถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ว่าปัจจุบันยังไม่มีอะไรรุนแรง และจะแวะเยี่ยมพลทหารที่บาดเจ็บจากเหยียบกับระเบิดในจังหวัดสุรินทร์ เพื่อให้กำลังใจ เนื่องจากอยู่ในพื้นที่บุรีรัมย์อยู่แล้ว จะได้ประเมินสภาพชายแดนด้วยตัวเอง ในภาพรวม ยังอยู่ในภาวะที่ควบคุมได้ มาตรการยังคงเดิม ไม่มีแผนเปิดด่านหรือเจรจาใดๆ ในทันที

จากมุมมองของเรา สถานการณ์ทั้งตะวันออกกลางและชายแดนใกล้บ้าน แสดงให้เห็นว่าประเทศไทยจำเป็นต้องรักษาความเป็นกลางและเสริมสร้างความมั่นคงภายในให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น การวางตัวเป็นกลางของไทยไม่เพียงช่วยลดความเสี่ยง แต่ยังเปิดโอกาสในการเป็นเวทีเจรจาสันติภาพในภูมิภาคได้

คุณคิดอย่างไรกับจุดยืนของไทยในสถานการณ์นี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความเพื่อให้เพื่อนๆ ได้รับรู้ข้อมูลสำคัญ ติดตามข่าวอัปเดตเพิ่มเติมจากเราเพื่อไม่พลาดทุกเหตุการณ์!

ที่มา – “อนุทิน” รับกระทบเศรษฐกิจ ยันไทยวางตัวเป็นกลางเหตุตึงเครียดตะวันออกกลาง

สาวไทยทำงานที่อิสราเอล วิดีโอคอลหาครอบครัวเล่าความเป็นอยู่ ยืนยันยังปลอดภัย

ในช่วงสถานการณ์ตึงเครียดที่อิสราเอลกำลังเผชิญกับความขัดแย้ง สาวไทยทำงานที่อิสราเอล วิดีโอคอลหาครอบครัวเล่าความเป็นอยู่ ยืนยันยังปลอดภัย กลายเป็นข่าวที่สร้างกำลังใจให้คนไทยจำนวนมาก โดยเฉพาะครอบครัวแรงงานไทยที่ไปทำงานต่างแดน

สาวไทยทำงานที่อิสราเอล วิดีโอคอลหาครอบครัวเล่าความเป็นอยู่ ยืนยันยังปลอดภัย

น.ส.รุ้งตะวัน ลี้ภัย หรือ “เฟิร์น” อายุ 29 ปี แรงงานไทยที่ทำงานอยู่ในประเทศอิสราเอล ได้โพสต์คลิปวิดีโอคอลผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว “เฟิร์น แต่ละวัน” เพื่อเล่าถึงชีวิตประจำวันและยืนยันว่าตนเองยังปลอดภัยดี แม้จะมีข่าวการสู้รบในพื้นที่ใกล้เคียงก็ตาม เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2567 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปพบครอบครัวของเธอที่บ้านท่ามะเขือ ต.กระเบื้องใหญ่ จ.นครราชสีมา

ภูมิหลังของเฟิร์น แม่เลี้ยงเดี่ยวผู้กล้าหาญ

นางดวงรัตน์ ลี้ภัย อายุ 61 ปี แม่ของเฟิร์น เล่าว่าลูกสาวเป็นลูกคนเล็กในจำนวน 4 คน และเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวที่มีลูกสาว 2 คนกำลังศึกษาอยู่ ก่อนหน้านี้เฟิร์นทำงานในอ.พิมาย จ.นครราชสีมา แต่เงินเดือนไม่พอเลี้ยงครอบครัวและจ่ายหนี้สิน จึงตัดสินใจไปทำงานที่อิสราเอลเมื่อ 4 เดือนที่แล้ว ปัจจุบันเธอทำงานเป็นพนักงานในห้างสรรพสินค้า รับเงินเดือนรวมโอทีได้ประมาณ 100,000 บาท ส่งกลับบ้านช่วยเหลือค่าใช้จ่ายและผ่อนหนี้

ความห่วงใยจากครอบครัวท่ามกลางสถานการณ์อิสราเอล

หลังมีข่าวความขัดแย้งรุนแรง พ่อแม่ของเฟิร์นอย่างนายสุพจน์ ลี้ภัย อายุ 67 ปี และนางดวงรัตน์ ต่างกังวลใจมาก แต่เฟิร์นยืนยันผ่านวิดีโอคอลว่าพื้นที่ที่เธออยู่ยังปลอดภัย นายจ้างดูแลดี มีสถานที่หลบภัยสำหรับเหตุฉุกเฉิน ในคลิป เธอบอกพ่อแม่ว่า “ไม่ต้องห่วงนะคะ ยังอยู่ได้ ทำงานปกติ” เมื่อถามว่าอยากกลับบ้านไหม เธอตอบว่าอยากแต่ยังมีภาระหนี้สิน

ก่อนไปทำงาน เฟิร์นนำโฉนดที่ดินของพ่อแม่ไปจำนอง 400,000 บาท โดย 200,000 บาทเป็นค่าตั๋วเครื่องบินและเอกสาร อีกส่วนปิดหนี้เก่า ปัจจุบันผ่อนไปแล้วกว่า 100,000 บาท แต่ยังเหลืออีกมาก จึงต้องอยู่ต่อ เธอฝากถึงคนไทยว่า “แรงงานไทยทุกคนมีความจำเป็นเหมือนกัน ขอให้เป็นกำลังใจให้ด้วยนะคะ”

ชีวิตประจำวันและความปลอดภัยของแรงงานไทยในอิสราเอล

  • งานประจำ: ทำงานในห้างสรรพสินค้า รับเงินดี รวมโอที 1 แสนบาท
  • ที่พัก: นายจ้างจัดให้ มีระบบรักษาความปลอดภัย
  • สถานที่หลบภัย: พร้อมใช้งานหากเกิดเหตุร้าย
  • การติดต่อครอบครัว: วิดีโอคอลสม่ำเสมอเพื่อคลายความกังวล

เรื่องราวของเฟิร์นสะท้อนถึงความมานะของแรงงานไทยกว่า 30,000 คนในอิสราเอล ที่ไปหาเลี้ยงชีพท่ามกลางความเสี่ยง แต่หลายคนยืนยันว่าปลอดภัยหากอยู่ในพื้นที่ที่กำหนด

จากประสบการณ์นี้ เราเห็นว่าสาวไทยทำงานที่อิสราเอล วิดีโอคอลหาครอบครัวเล่าความเป็นอยู่ ยืนยันยังปลอดภัย เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความเข้มแข็ง หากคุณหรือคนใกล้ตัวกำลังตัดสินใจไปทำงานต่างประเทศ ควรศึกษาข้อมูลจากกรมการจัดหางานและติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด

สุดท้ายนี้ เรื่องราวของเฟิร์นเป็นแรงบันดาลใจให้เราเห็นคุณค่าของครอบครัวและความรับผิดชอบ หากมีประสบการณ์คล้ายกัน สามารถแชร์ในคอมเมนต์ด้านล่างเพื่อเป็นกำลังใจให้กันและกันได้เลย

ที่มา – สาวไทยทำงานที่อิสราเอล วิดีโอคอลหาครอบครัวเล่าความเป็นอยู่ ยืนยันยังปลอดภัย

ปชน. แนะกระทรวงแรงงาน-กต. ติดตามช่วยเหลือแรงงานที่ตกค้างในอิสราเอล

ปชน. แนะกระทรวงแรงงาน-กต. ติดตามช่วยเหลือแรงงานที่ตกค้างในอิสราเอล

สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางกำลังรุนแรงขึ้นอย่างน่าตกใจ โดยเฉพาะในอิสราเอลและอิหร่าน ที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อพี่น้องแรงงานไทยนับพันคนที่กำลังทำงานอยู่ในพื้นที่เสี่ยง พรรคประชาชน (ปชน.) ได้ออกมาแสดงจุดยืนชัดเจน โดย ปชน. แนะกระทรวงแรงงาน-กต. ติดตามช่วยเหลือแรงงานที่ตกค้างในอิสราเอล ให้ได้รับการอพยพไปยังพื้นที่ปลอดภัยโดยด่วน เพื่อลดความเสี่ยงจากความขัดแย้งที่อาจลุกลาม

จากเหตุการณ์ล่าสุดที่ขีปนาวุธถูกยิงใส่กันอย่างต่อเนื่อง แรงงานไทยจำนวนมากติดค้างกับนายจ้าง ไม่สามารถเดินทางออกจากประเทศได้ทันท่วงที พรรคประชาชนซึ่งติดตามประเด็นนี้อย่างใกล้ชิด โดยนายสหัสวัต คุ้มคง ส.ส.ชลบุรี เขต 7 ได้เสนอแนวทางช่วยเหลือที่เป็นรูปธรรม เพื่อให้รัฐบาลดำเนินการทันที ณ วันที่ 1 มีนาคม 2569 พรรคได้โพสต์ข้อความแสดงความห่วงใยต่อคนไทยในพื้นที่ โดยเฉพาะแรงงานที่กำลังเผชิญอันตราย

ข้อเสนอสำคัญจากปชน. แนะกระทรวงแรงงาน-กต. ติดตามช่วยเหลือแรงงานที่ตกค้างในอิสราเอล

พรรคประชาชนสนับสนุนการจัดตั้ง War Room เพื่อติดตามสถานการณ์แบบเรียลไทม์ โดยมีหน่วยงานหลักอย่างกระทรวงการต่างประเทศและกระทรวงแรงงานร่วมมือกัน ข้อเสนอหลักมีดังนี้

  • 1. ประชาสัมพันธ์และแจ้งเตือนด่วน: แจ้งคนไทยในพื้นที่เสี่ยงให้อพยพออกทันที หากสายการบินยังบินได้ หรือไปยังที่หลบภัย (Shelter) เพื่อป้องกันการโจมตีด้วยขีปนาวุธ สำหรับผู้ที่ไม่จำเป็นต้องเดินทางไป ก็ขอให้หลีกเลี่ยงและติดตามข่าวจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ เช่น สถานทูตไทย เพื่อป้องกันการสูญเสียชีวิต
  • 2. จัดตั้ง War Room ร่วมมือข้ามหน่วยงาน: รวมสถานเอกอัครราชทูตในภูมิภาคและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อประเมินสถานการณ์ใกล้ชิด เตรียมแผนอพยพทางบกหากน่านฟ้าปิด เช่น ไปจอร์แดนหรือตุรกี ทำให้สามารถช่วยเหลือคนไทยในอิสราเอลและอิหร่านได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • 3. กระทรวงแรงงาน-กต. ร่วมติดตามช่วยเหลือ: ประสานกับนายจ้างและทางการอิสราเอล เพื่อให้แรงงานไทยอพยพเข้าพื้นที่ปลอดภัย นอกจากนี้ ควรเปิดตลาดแรงงานใหม่ๆ ในประเทศที่ปลอดภัย เพื่อให้แรงงานไทยมีทางเลือกมากขึ้น ไม่ต้องเสี่ยงในพื้นที่ขัดแย้ง

นอกจากนี้ พรรคประชาชนยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของการเตรียมพร้อมในระยะยาว เช่น การฝึกอบรมแรงงานก่อนไปทำงานต่างประเทศ การทำประกันภัยที่ครอบคลุมความเสี่ยงจากสงคราม และการกระจายส่งออกแรงงานไปยังประเทศที่มั่นคงมากขึ้น ในอดีต แรงงานไทยในตะวันออกกลางเคยประสบปัญหาคล้ายกันหลายครั้ง แต่ครั้งนี้สถานการณ์รุนแรงกว่าด้วยเทคโนโลยีอาวุธที่ทันสมัย ทำให้ต้องเร่งรัดการช่วยเหลือ

พรรคประชาชนขอเป็นกำลังใจให้พี่น้องแรงงานไทยและเจ้าหน้าที่ทุกท่านที่กำลังทำงานอย่างสุดความสามารถ หากคุณหรือคนใกล้ชิดกำลังอยู่ในพื้นที่เสี่ยง กรุณาติดต่อขอความช่วยเหลือทันที สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะราน (+98) 912 159 8699, (+98) 912 500 7933 หรือสายด่วนกรมการกงสุล 02-572-8422 ตลอด 24 ชั่วโมง การช่วยเหลืออย่างทันท่วงทีจะช่วยลดความสูญเสียได้มาก

สุดท้าย พรรคประชาชนเชื่อว่านโยบายที่ชัดเจนและการประสานงานที่ดี จะทำให้ประเทศไทยสามารถปกป้องพลเมืองของตนได้อย่างมีประสิทธิภาพในสถานการณ์วิกฤตนี้

ที่มา – ปชน. แนะกระทรวงแรงงาน-กต. ติดตามช่วยเหลือแรงงานที่ตกค้างในอิสราเอล

อิหร่านถล่มฐานทัพสหรัฐฯ ดับ-เจ็บ 200 นาย

อิหร่านถล่มฐานทัพสหรัฐฯ ดับ-เจ็บ 200 นาย สร้างความตึงเครียดในตะวันออกกลางให้ลุกลามหนัก หลังกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ออกแถลงการณ์อ้างว่าการยิงขีปนาวุธตอบโต้ทำให้ทหารสหรัฐเสียชีวิตและบาดเจ็บรวมกว่า 200 นาย นับเป็นการยกระดับสงครามครั้งใหญ่ที่อาจเปลี่ยนโฉมหน้าเวทีโลก

อิหร่านถล่มฐานทัพสหรัฐฯ ดับ-เจ็บ 200 นาย โต้ปฏิบัติการ “สิงโตคำราม”

วันที่ 1 มีนาคม 2569 สำนักข่าวทัสนิมของอิหร่านรายงานแถลงการณ์จาก IRGC ว่าการโจมตีด้วยขีปนาวุธแบบความแม่นยำสูงได้ถล่มฐานทัพสหรัฐฯ หลายแห่งทั่วตะวันออกกลาง โดยอ้างว่าทำให้ทหารอเมริกันดับ-เจ็บ 200 นายอย่างน้อย สาเหตุมาจากการตอบโต้ปฏิบัติการ “สิงโตคำราม” ของอิสราเอลที่สนับสนุนโดยสหรัฐฯ ซึ่งบุกโจมตีโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านในช่วงเช้ามืดวันเสาร์

ปฏิบัติการนี้ครอบคลุมฐานทัพสำคัญหลายแห่งที่สหรัฐประจำการอยู่ ลอง来看รายชื่อเป้าหมายที่อิหร่านประกาศ:

  • ศูนย์สนับสนุนกองเรือที่ 5 ในบาห์เรน
  • ฐานทัพในเขตเคอร์ดิสถานของอิรัก
  • ฐานทัพอากาศอัลอูไดด์ ในกาตาร์
  • ฐานทัพอาลี อัล ซาเลม ในคูเวต
  • ฐานทัพอัลดาฟรา ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
  • ฐานทัพมูวาฟฟัก อัล ซัลตี ในจอร์แดน
  • ฐานทัพปรินซ์สุลต่าน ในซาอุดีอาระเบีย

อิหร่านถล่มฐานทัพสหรัฐฯ ดับ-เจ็บ 200 นาย: พื้นหลังและผลกระทบ

ก่อนเกิดเหตุ อิสราเอลได้เปิดปฏิบัติการทางทหารที่เรียกว่า “การโจมตีเชิงป้องกันล่วงหน้า” ต่อโครงสร้างนิวเคลียร์และเป้าหมายทหารของอิหร่าน โดยอ้างเพื่อลดภัยคุกคามจากโครงการนิวเคลียร์ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ยืนยันการสนับสนุนเต็มรูปแบบจากทำเนียบขาว โดยชี้ว่าความล้มเหลวในการเจรจานิวเคลียร์คือชนวนหลัก

ด้านอิหร่านไม่ยอมง่าย พล.อ.เอ็บราฮิม จับบารี ผู้บัญชาการ IRGC เตือนอย่างดุเดือดว่า อิหร่านมีอาวุธขั้นสูงพร้อมรบยืดเยื้อ ในระยะแรกจะระดมทุกอย่างจากคลังแสง และจะเผยศักยภาพใหม่ๆ ที่โลกไม่เคยเห็นภายในไม่กี่วัน สถานการณ์นี้ทำให้ราคาน้ำมันพุ่งสูง นักลงทุนทั่วโลกจับตาใกล้ชิด

การโจมตีครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องทหาร แต่สะท้อนความขัดแย้งเก่าที่สะสมมานานระหว่างอิหร่าน สหรัฐฯ และอิสราเอล โครงการนิวเคลียร์อิหร่านถูกมองว่าเป็นภัยคุกคามใหญ่ แต่การตอบโต้แบบนี้เสี่ยงลุกลามเป็นสงครามภูมิภาคเต็มรูปแบบ ประเทศเพื่อนบ้านอย่างซาอุฯ จอร์แดน และกาตาร์ เริ่มเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยแล้ว

ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ว่า อิหร่านถล่มฐานทัพสหรัฐฯ ดับ-เจ็บ 200 นาย อาจเป็นจุดเริ่มต้นของ “สงครามเงา” ที่ยืดเยื้อ โดยอิหร่านใช้ขีปนาวุธบอลลิสติกและโดรน ซึ่งมีจำนวนมากพอที่จะก่อความเสียหายต่อเนื่อง สหรัฐฯ ยังไม่ออกแถลงยืนยันตัวเลขผู้เสียหาย แต่ภาพถ่ายดาวเทียมเริ่มเผยให้เห็นความเสียหายที่ฐานทัพต่างๆ

ในมุมเศรษฐกิจ สงครามลุกลามตะวันออกกลางกระทบราคาพลังงานทั่วโลก โดยน้ำมัน Brent พุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลแล้ว หากสถานการณ์ไม่คลี่คลาย อาจส่งผลต่อการค้าโลกและเงินเฟ้อ

สุดท้ายนี้ สถานการณ์ตึงเครียดแบบนี้เตือนใจเราว่า ความมั่นคงโลกเปราะบางเพียงใด คุณคิดว่าสงครามจะลุกลามไกลแค่ไหน? ติดตามข่าวสารล่าสุดและแสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างได้เลย เพื่อไม่พลาดอัปเดตสำคัญ

ที่มา – อิหร่านแถลง ถล่มฐานทัพสหรัฐฯ ดับ-เจ็บ 200 นาย โต้ปฏิบัติการ “สิงโตคำราม” ทำสงครามลุกลามตอ.กลาง

นานาชาติแตกเสียง สหรัฐฯถล่มอิหร่านสังหารคาเมเนอี

นานาชาติแตกเสียง หลังสหรัฐฯ-อิสราเอลถล่มอิหร่าน สังหาร “อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี” ผู้นำสูงสุด สถานการณ์ตะวันออกกลางร้อนระอุหนัก เมื่อสหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดปฏิบัติการโจมตีใหญ่ใส่อิหร่าน ทำให้ผู้นำสูงสุดเสียชีวิต โลกทั้งใบกำลังจับตาด้วยความกังวลว่าจะลุกลามเป็นสงครามใหญ่หรือไม่

นานาชาติแตกเสียง หลังสหรัฐฯ-อิสราเอลถล่มอิหร่าน สังหาร “อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี” ผู้นำสูงสุด

วันที่ 1 มีนาคม 2569 สำนักข่าวต่างประเทศอย่าง RT และ Aljazeera รายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ประกาศ “ปฏิบัติการรบครั้งใหญ่” ร่วมกับอิสราเอล โจมตีหลายเมืองในอิหร่าน โดยยืนยันว่าอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน เสียชีวิตแล้ว สถานีโทรทัศน์อิหร่านยืนยันข่าวนี้ทันที อิสราเอลอ้างว่าเป็น “การโจมตีก่อนเชิงป้องกัน” เพื่อหยุดยั้งภัยคุกคาม

ทรัมป์ยังเรียกร้องให้ประชาชนอิหร่านลุกขึ้นโค่นล้มรัฐบาล และให้กองกำลังยอมจำนน ขณะที่กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ของอิหร่านแถลงตอบโต้ทันที ด้วยปฏิบัติการ “สัญญาแท้จริง 4” (Operation True Promise 4) โจมตีฐานทัพสหรัฐฯ และทรัพย์สินในตะวันออกกลางทั้งหมด ความตึงเครียดนี้ยืดเยื้อมาหลายสัปดาห์ จากประเด็นโครงการนิวเคลียร์อิหร่านที่โลกกังวล

ยูเอ็นเตือนเสี่ยงลุกลามทั้งภูมิภาค จากนานาชาติแตกเสียง หลังสหรัฐฯ-อิสราเอลถล่มอิหร่าน

เลขาธิบดีสหประชาชาติ อันโตนิโอ กูเตอร์เรส ประณามการยกระดับทหารของทุกฝ่าย เตือนว่าการกระทำของสหรัฐฯ อิสราเอล และการตอบโต้ของอิหร่าน จะบ่อนทำลายสันติภาพโลก เรียกร้องให้หยุดยิงทันที ขณะที่โวลเคอร์ เทิร์ก ข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนยูเอ็น เน้นย้ำว่า “พลเรือนคือผู้เสียหายมากที่สุดในทุกสงคราม”

ในการประชุมฉุกเฉินคณะมนตรีความมั่นคงยูเอ็น ที่นครนิวยอร์ก เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ไมค์ วอลซ์ ชี้แจงว่าการโจมตีเจาะจงเป้าหมาย เช่น ขีปนาวุธ ทะเล และเครือข่ายตัวแทน เพื่อป้องกันอิหร่านมีนิวเคลียร์ ด้านทูตอิสราเอล แดนนี ดานอน บอกว่านี่คือการปกป้องการดำรงอยู่ของอิสราเอลและโลก

รัสเซีย-โอมาน-อิหร่านประณามหนักหน่วง

ทูตรัสเซีย วาซิลี เนเบนเซีย เตือนว่าการรุกรานนี้อาจลามนอกภูมิภาค เรียกสหรัฐฯ ว่าประมาท รัฐมนตรีต่างประเทศโอมาน บัดร์ อัลบูไซดี ที่เคยไกล่เกลี่นิวเคลียร์ แสดงความผิดหวัง เตือนสหรัฐฯ อย่าลึกเข้าไปในสงคราม

อับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน ประณามว่าเป็นการโจมตีไร้ยั่วยุ ละเมิดกฎหมายสากล กล่าวหาทรัมป์เปลี่ยนจาก “America First” เป็น “Israel First”

ยุโรปเรียกร้องเจรจา อังกฤษส่งเครื่องบินสนับสนุน

  • แถลงการณ์ร่วมจากประธานาธิบดีฝรั่งเศส เอ็มมานูเอล มาครง นายกเยอรมนี ฟรีดริช เมิร์ซ และนายกอังกฤษ เคียร์ สตาร์เมอร์ เรียกร้องอิหร่านเจรจา ยืนยันไม่ได้ร่วมโจมตี
  • สตาร์เมอร์ บอกเครื่องบินอังกฤษอยู่ในพื้นที่เพื่อป้องกันร่วม
  • มาครง เตือนผลร้ายแรงต่อสันติภาพโลก
  • ไคอา คัลลาส หัวหน้าฯ สหภาพยุโรป ย้ำปกป้องพลเรือนลำดับแรก

ซาอุฯหนุนชาติอ่าว ออสเตรเลียหนุนสหรัฐฯ

ซาอุดีอาระเบียประณามอิหร่านโจมตีบาห์เรน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ กาตาร์ จอร์แดน คูเวต สัญญาสนับสนุนเต็มที่ ขณะที่นายกออสเตรเลีย แอนโธนี อัลบาเนซี สนับสนุนสหรัฐฯ ป้องกันนิวเคลียร์อิหร่าน

นานาชาติแตกเสียง หลังสหรัฐฯ-อิสราเอลถล่มอิหร่าน สังหาร “อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี” ผู้นำสูงสุด แสดงให้เห็นการแบ่งขั้วชัดเจน ฝ่ายตะวันตกหนุนสหรัฐฯ-อิสราเอล ขณะที่รัสเซีย-อิหร่านต่อต้าน สถานการณ์นี้อาจทำให้ราคาน้ำมันพุ่ง ส่งผลกระทบเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะไทยที่นำเข้าน้ำมันจำนวนมาก หากลุกลาม อาจเกิดวิกฤตพลังงาน

ในมุมมองของเรา เหตุการณ์นี้เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในตะวันออกกลาง โครงการนิวเคลียร์อิหร่านคือรากเหง้า แต่การใช้กำลังอาจยิ่งซ้ำเติม คุณคิดว่าสงครามใหญ่จะเกิดไหม? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อติดตามสถานการณ์ต่อไป!

ที่มา – นานาชาติแตกเสียง หลังสหรัฐฯ-อิสราเอลถล่มอิหร่าน สังหาร “อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี” ผู้นำสูงสุด

นักวิชาการ ชี้ สงครามอิหร่าน ทุบส่งออกไทยวูบ 6 หมื่นล้าน ราคาน้ำมันโลกพุ่ง

นักวิชาการ ชี้ สงครามอิหร่าน ทุบส่งออกไทยวูบ 6 หมื่นล้าน ราคาน้ำมันโลกพุ่ง สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางกำลังสร้างผลกระทบหนักหน่วงต่อเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะภาคการส่งออกที่อาจสูญเสียมูลค่าสูงถึง 60,000 ล้านบาท หากสงครามยืดเยื้อ ผู้ประกอบการไทยจำเป็นต้องเตรียมรับมือกับความผันผวนของราคาน้ำมันและค่าขนส่งที่พุ่งปรี๊ด

นักวิชาการ ชี้ สงครามอิหร่าน ทุบส่งออกไทยวูบ 6 หมื่นล้าน ราคาน้ำมันโลกพุ่ง

นายอัทธ์ พิศาลวานิช นักวิชาการอิสระและผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจระหว่างประเทศและอาเซียน ได้วิเคราะห์สถานการณ์การโจมตีอิหร่านโดยสหรัฐฯและอิสราเอลอย่างละเอียด หากเกิดสงครามและยืดเยื้อ 1-3 เดือน ไทยจะสูญเสียรายได้จากการส่งออกไปยังอิหร่านและตะวันออกกลางราว 10,000-60,000 ล้านบาท คิดเป็น 0.1-0.6% ของมูลค่าส่งออกทั้งหมดของไทยไปทั่วโลก หรือ 2.5-15% ของการส่งออกไปตะวันออกกลาง 16 ประเทศ ในปี 2568 ไทยส่งออกไปอิหร่าน 4,000 ล้านบาท และไปตะวันออกกลางทั้งหมด 400,000 ล้านบาท สถานการณ์นี้ไม่ใช่เรื่องไกลตัว เพราะตะวันออกกลางคือตลาดสำคัญสำหรับสินค้าไทย

ผลกระทบหลักจากนักวิชาการ ชี้ สงครามอิหร่าน

นอกจากการส่งออกที่หดตัวแล้ว ราคาน้ำมันโลกยังมีแนวโน้มพุ่งสูง หากช่องแคบฮอร์มุซถูกปิด ราคาน้ำมันดิบ WTI อาจทะยาน 20-100% จากระดับ 67 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล (ข้อมูลล่าสุด 28 ก.พ. 2569) ไปแตะ 70-75 ดอลลาร์ เพราะช่องแคบนี้ขนส่งน้ำมัน 20% ของปริมาณการผลิตโลกต่อวันที่ 100 ล้านบาร์เรล ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตและขนส่งสินค้าไทยเพิ่มขึ้นทันที โดยเฉพาะอุตสาหกรรมที่พึ่งพาน้ำมันสูงอย่างเคมีภัณฑ์ ยานยนต์ และอาหารแปรรูป

ไม่ใช่แค่น้ำมัน ค่าขนส่งทางทะเลและประกันภัยก็พุ่งกระฉูด 50-140% เพราะเรือสินค้าจากเอเชียและอาเซียนไปยุโรปต้องเลี่ยงทะเลแดงและคลองสุเอซ เปลี่ยนเส้นทางยาวขึ้น ใช้เวลานานขึ้น ค่าขนส่งตู้ 40 ฟุตอาจทะลุ 3,075-12,000 ดอลลาร์ จากเดิม 2,050-5,000 ดอลลาร์ สิ่งนี้กระทบผู้ส่งออกไทยที่พึ่งพาเส้นทางนี้หนักหน่วง

ข้อเสนอแนะรับมือผลกระทบสงครามอิหร่าน

นักวิชาการแนะนำผู้ประกอบการและภาครัฐดังนี้

  • ผู้ส่งออก: เร่งวิเคราะห์ความเสี่ยงเส้นทางขนส่งไปยุโรป เปรียบเทียบค่าขนส่งและประกันภัยแต่ละเส้นทาง เพื่อเลือกทางที่คุ้มทุนที่สุด
  • วิเคราะห์ราคาน้ำมัน: ติดตามความผันผวนของราคาน้ำมันโลก เพื่อบริหารต้นทุนรวมของบริษัทให้แม่นยำ ป้องกันกำไรหายวับ
  • ภาครัฐ: เกาะติดค่าเงินบาทใกล้ชิด เพราะสงครามทำให้เงินดอลลาร์ผันผวนจากเงินทุนไหลไปสินทรัพย์ปลอดภัย รักษาค่าเงินบาทให้เหมาะสมจะช่วยลดแรงกระแทกต่อการส่งออกปี 2569

สถานการณ์นี้เตือนใจว่าการส่งออกไทยมีความเสี่ยงจากภูมิรัฐศาสตร์สูง ผู้ประกอบการควรกระจายตลาด ลดการพึ่งพาตะวันออกกลาง และพัฒนาสินค้าใหม่ๆ เพื่อแข่งขันได้ในยุคไม่แน่นอน นอกจากนี้ การลงทุนในเทคโนโลยีขนส่งทางรางหรืออากาศอาจเป็นทางเลือกใหม่

ในมุมมองของผู้เขียน สงครามอิหร่านไม่เพียงกระทบตัวเลข แต่ยังเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภคและห่วงโซ่อุปทานทั่วโลก ผู้ส่งออกไทยที่ปรับตัวไวจะรอดและโตได้ ลองคิดดู ถ้าคุณเป็นเจ้าของธุรกิจส่งออกตอนนี้ คุณจะทำอะไรเป็นขั้นแรก?

ติดตามข่าวสารเศรษฐกิจและเคล็ดลับรับมือความเสี่ยงได้ที่บล็อกของเรา เพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ!

ที่มา – นักวิชาการ ชี้ สงครามอิหร่าน ทุบส่งออกไทยวูบ 6 หมื่นล้าน ราคาน้ำมันโลกพุ่ง

“พาณิชย์” เฝ้าระวังศึกตะวันออกกลาง ผลกระทบส่งออกไทย

สวัสดีครับเพื่อนๆ ผู้สนใจเรื่องเศรษฐกิจและการส่งออกไทยทุกท่าน วันนี้เรามาพูดถึงประเด็นร้อนที่กระทบตรงๆ ต่อผู้ประกอบการไทยกันครับ คือ “พาณิชย์” เฝ้าระวังศึกตะวันออกกลาง สั่งทูตพาณิชย์ทั่วโลก ประเมินผลกระทบส่งออกไทย สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางกำลังทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งอาจทำให้ราคาพลังงานโลกพุ่งปรี๊ด ค่าเดินเรือแพงหูฉี่ และตลาดการเงินสั่นคลอนได้ กระทรวงพาณิชย์จึงไม่รอช้า รีบสั่งการให้ทุกฝ่ายเฝ้าระวังแบบวันต่อวัน เพื่อปกป้องการส่งออกของไทยที่กำลังโตสวยงามในปีนี้

“พาณิชย์” เฝ้าระวังศึกตะวันออกกลาง สั่งทูตพาณิชย์ทั่วโลก ประเมินผลกระทบส่งออกไทย

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่ากระทรวงได้สั่งการให้หน่วยงานทั้งหมดติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะผลกระทบต่อพลังงาน โลจิสติกส์ และความเชื่อมั่นของนักลงทุน ตะวันออกกลางไม่ใช่แค่ตลาดสำคัญของไทยเท่านั้น แต่ยังเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่เชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานโลก ถ้าศึกนี้ลุกลาม ไทยอาจเจอทั้งต้นทุนสูงขึ้นและยอดสั่งซื้อลดลงได้ง่ายๆ

เพื่อรับมือ รมว.พาณิชย์ได้กำชับสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ (สคต.) 58 แห่งทั่วโลก ให้รายงานข้อมูลเศรษฐกิจ การค้า และมาตรการของคู่ค้าทุกวัน โดยโฟกัสที่ตะวันออกกลาง ยุโรป และสหรัฐฯ ที่อาจโดนกระเทือนทางอ้อม เช่น การเปลี่ยนเส้นทางเรือ ค่าประกันภัยทะเลที่พุ่ง และพฤติกรรมผู้นำเข้าที่อาจชะลอออร์เดอร์

ผลกระทบที่คาดว่าจะเกิดกับการส่งออกไทย

มาดูกันครับว่าศึกตะวันออกกลางจะกระทบไทยยังไงบ้าง กระทรวงกำลังประเมินเชิงลึกแบบรายสินค้า เพื่อหาความเสี่ยงเฉพาะอุตสาหกรรม นี่คือประเด็นหลักๆ:

  • ราคาพลังงานโลกพุ่ง: น้ำมันแพงขึ้น ต้นทุนผลิตและขนส่งของผู้ส่งออกไทย โดยเฉพาะสินค้าอุตสาหกรรมหนัก จะเพิ่มทันที
  • โลจิสติกส์สะดุด: ถ้าช่องแคบฮอร์มูซหรือเส้นทางสำคัญถูกปิด ค่าเหมาลงเรืออาจพุ่ง 2-3 เท่า สินค้าไทยที่ส่งทางทะเลจะลำบาก
  • ตลาดคู่ค้าหด: กลุ่มประเทศอ่าวอาหรับ อิสราเอล และแถบนั้นเป็นตลาดใหญ่ของไทย สินค้าอาหาร ข้าว ผลไม้ ยางพารา อาจโดนลดสั่งซื้อเพราะเศรษฐกิจชะงัก
  • ความผันผวนการเงิน: ค่าเงินบาทอาจแกว่ง นักลงทุนต่างชาติถอนทุน ส่งผลต่อภาคธุรกิจ SME

มาตรการช่วยเหลือจากกระทรวงพาณิชย์

ไม่ต้องกังวลครับ รัฐบาลมีแผนพร้อม! นอกจากสั่งทูตพาณิชย์แล้ว ยังเตรียมกระจายตลาดส่งออกไปเอเชียใต้ แอฟริกา ลาตินอเมริกา เพื่อลดการพึ่งพาตลาดใดตลาดเดียว นอกจากนี้ จะจัดประชุมใหญ่ร่วมภาคเอกชน สภาหอการค้า สภาอุตสาหกรรม และโลจิสติกส์ เพื่อหามาตรการบรรเทา เช่น:

  • ประสานธนาคารรัฐ เตรียมสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำให้ผู้ส่งออกที่เดือดร้อน
  • วิเคราะห์ความเสี่ยงรายสินค้า และแนะนำทางเลือกตลาดใหม่
  • ติดตามพฤติกรรมผู้นำเข้าแบบเรียลไทม์ ช่วยผู้ประกอบการปรับกลยุทธ์
  • บูรณาการกับกระทรวงต่างประเทศและความมั่นคง เพื่อดูแลคนไทยในพื้นที่ด้วย

ทำไมตะวันออกกลางถึงสำคัญนัก? เพราะปีที่แล้วไทยส่งออกไปกลุ่ม GCC (ประเทศอ่าว) กว่า 1 แสนล้านบาท สินค้าหลักคืออาหารแปรรูป 29% เครื่องจักร 20% สินค้าอุปโภค 15% ถ้าตลาดนี้สะดุด GDP ไทยอาจเสียหายไม่น้อย ดังนั้นการที่ “พาณิชย์” เฝ้าระวังศึกตะวันออกกลาง สั่งทูตพาณิชย์ทั่วโลก ประเมินผลกระทบส่งออกไทย แบบนี้ ถือเป็นเชิงรุกที่ฉลาดมาก

สุดท้าย รมว.ศุภจี ฝากบอกผู้ประกอบการว่า “อย่าตื่นตระหนก ติดตามข้อมูลจากภาครัฐ รัฐบาลจะดูแลเต็มที่” ผมเห็นด้วยครับ การเตรียมพร้อมล่วงหน้าและกระจายความเสี่ยงคือกุญแจสู่ความสำเร็จในยุคโลกาภิวัตน์แบบนี้

คำแนะนำสำหรับผู้ประกอบการ: เริ่มเช็คห่วงโซ่อุปทานตัวเองเลยครับ ลองมองตลาดใหม่ๆ อย่างอินเดียหรือแอฟริกา และอัพเดทประกันภัยให้ครอบคลุม ติดตามข่าวจาก นโยบายรัฐ เพิ่มเติมได้นะครับ ถ้ามีคำถาม คอมเมนต์ด้านล่างเลย เรายินดีช่วย!

ที่มา – “พาณิชย์” เฝ้าระวังศึกตะวันออกกลาง สั่งทูตพาณิชย์ทั่วโลก ประเมินผลกระทบส่งออกไทย

9 สายการบิน สุวรรณภูมิ ยกเลิก 32 ไฟล์ท อิสราเอล-อิหร่าน

สถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างอิสราเอลและอิหร่านส่งผลกระทบโดยตรงต่อการบินในภูมิภาค ล่าสุด 9 สายการบิน สนามบินสุวรรณภูมิ ยกเลิกเที่ยวบินแล้ว 32 ไฟล์ท ทำให้ผู้โดยสารจำนวนมากต้องปรับแผนการเดินทางด่วน ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) ได้ออกมาตรการช่วยเหลือเต็มรูปแบบเพื่อไม่ให้เกิดผู้โดยสารตกค้าง หากคุณมีเที่ยวบินที่เกี่ยวข้อง อย่าลืมตรวจสอบข้อมูลล่าสุดนะครับ

9 สายการบิน สนามบินสุวรรณภูมิ ยกเลิกเที่ยวบินแล้ว 32 ไฟล์ท เหตุอิสราเอล-อิหร่าน

เมื่อคืนวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 สนามบินสุวรรณภูมิต้องเผชิญกับการยกเลิกเที่ยวบินจำนวนมากจากสถานการณ์อิสราเอล-อิหร่าน โดยมีสายการบินถึง 8 แห่งที่ได้รับผลกระทบ ได้แก่ EL AL Israel Airlines, Air Arabia, Emirates, Qatar Airways, Etihad Airways, Gulf Air, Arkia Israel Inland Airlines และ Kuwait Airways รวมยกเลิก 16 เที่ยวบิน แบ่งเป็นขาออก 14 เที่ยวบิน และขาเข้า 2 เที่ยวบิน

เข้าสู่วันที่ 1 มีนาคม 2569 เวลา 06.48 น. สายการบิน World2Fly ได้แจ้งยกเลิกเพิ่มอีก 1 เที่ยวบิน ทำให้ยอดรวมพุ่งเป็น 9 สายการบิน สนามบินสุวรรณภูมิ ยกเลิกเที่ยวบินแล้ว 32 ไฟล์ท โดยแบ่งเป็นขาออก 16 เที่ยวบิน และขาเข้า 16 เที่ยวบิน สาเหตุหลักมาจากความไม่สงบในตะวันออกกลางที่ทำให้เส้นทางบินไม่ปลอดภัย สายการบินต่างๆ ต้องปรับเปลี่ยนเส้นทางหรือหยุดบินชั่วคราวเพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสารและลูกเรือ

รายชื่อ 9 สายการบินที่ยกเลิกเที่ยวบินที่สุวรรณภูมิ

  • EL AL Israel Airlines
  • Air Arabia
  • Emirates
  • Qatar Airways
  • Etihad Airways
  • Gulf Air
  • Arkia Israel Inland Airlines
  • Kuwait Airways
  • World2Fly

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นท่ามกลางความขัดแย้งที่รุนแรงขึ้นระหว่างอิสราเอลและอิหร่าน ซึ่งส่งผลกระทบต่อสายการบินที่บินผ่านน่านฟ้าตะวันออกกลาง สนามบินสุวรรณภูมิซึ่งเป็นฮับสำคัญของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จึงได้รับผลกระทบโดยตรง ผู้โดยสารที่วางแผนเดินทางไปยังจุดหมายอย่างดูไบ โดฮา อาบู ดาบี อะคูบา หรือเทลอาวิว ควรเตรียมตัวรับมือกับความล่าช้าหรือการเปลี่ยนแปลง

มาตรการดูแลผู้โดยสารจาก ทสภ. และสายการบิน

ทสภ. ได้ระดมเจ้าหน้าที่ดูแลผู้โดยสารอย่างใกล้ชิด โดยจัดจุดให้ข้อมูล อำนวยความสะดวก แจกน้ำดื่ม และเพิ่มพื้นที่พักคอยชั่วคราวบริเวณชั้น 2 อาคารผู้โดยสารขาเข้า ประตู 1 และประตู 10 นอกจากนี้ยังประสานงานกับสายการบินเพื่อบริหารจัดการให้ดีที่สุด สายการบินเองก็จัดที่พักให้ผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบ ทำให้ไม่มีผู้โดยสารขาออกตกค้างที่สนามบินแม้แต่น้อย

นอกจากนี้ ทสภ. ยังเตรียมพื้นที่รองรับเพิ่มเติมและติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง หากสถานการณ์อิสราเอล-อิหร่านคลี่คลาย คาดว่าเที่ยวบินจะกลับมา normal เร็วๆ นี้ แต่ผู้โดยสารควรติดตามข่าวสารจากแหล่งที่เชื่อถือได้

คำแนะนำสำหรับผู้โดยสารที่เดินทางไปตะวันออกกลาง

เพื่อป้องกันปัญหา เราแนะนำให้:

  • ตรวจสอบสถานะเที่ยวบินผ่านเว็บไซต์หรือแอปของสายการบิน
  • ติดต่อเคาน์เตอร์สายการบินที่สนามบินสุวรรณภูมิ
  • โทรสอบถาม AOT Contact Center 1722 ตลอด 24 ชม.
  • เตรียมแผนสำรอง เช่น เปลี่ยนเที่ยวบินหรือเลื่อนวันเดินทาง
  • ซื้อประกันการเดินทางที่ครอบคลุมการยกเลิกเที่ยวบิน

สถานการณ์แบบนี้เตือนใจเราว่าการเดินทางทางอากาศอาจได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์โลกได้ทุกเมื่อ โดยเฉพาะเส้นทางตะวันออกกลางที่เป็นจุดยุทธศาสตร์ หากคุณกำลังวางแผนทริป อย่าลืมเช็คข่าวประจำวัน

CTA: หากคุณมีเที่ยวบินจากสุวรรณภูมิในช่วงนี้ กรุณาตรวจสอบสถานะกับสายการบินของคุณทันที เพื่อหลีกเลี่ยงความวุ่นวาย และเดินทางปลอดภัยครับ!

ที่มา – 9 สายการบิน สนามบินสุวรรณภูมิ ยกเลิกเที่ยวบินแล้ว 32 ไฟล์ท เหตุอิสราเอล-อิหร่าน

Scroll to top