กัญชาไทย

ชาวฝรั่งเศส 11 คน ถูกจับขนกัญชาจากไทย อ้างถูกหลอกเที่ยวฟรี

ชาวฝรั่งเศส 11 คน ถูกจับขนกัญชาจากไทย อ้างถูกหลอกเที่ยวฟรีแลกขนกระเป๋ากลับ

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในโลกโซเชียล เมื่อมีรายงานว่านักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ โดยเฉพาะชาวฝรั่งเศสจำนวนไม่น้อยกว่า 11 คน ถูกเจ้าหน้าที่ไทยควบคุมตัวที่สนามบิน เนื่องจากตรวจพบกัญชาปริมาณมหาศาลซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าเดินทาง ก่อนที่จะเดินทางออกนอกประเทศ ซึ่งเหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่า ชาวฝรั่งเศส 11 คน ถูกจับขนกัญชาจากไทย ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่มีเบื้องหลังของขบวนการผิดกฎหมายที่น่ากลัวกว่าที่คิด

ภัยเงียบโซเชียล: แผนเที่ยวฟรีที่แลกด้วยอิสรภาพ

จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหาหลายรายให้การอ้างว่าพวกเขาตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพผ่านทางโซเชียลมีเดีย โดยมีการนำเสนอโปรโมชันสุดล่อใจที่เรียกว่า ‘Thailand plan’ หรือ ‘แผนประเทศไทย’ ซึ่งเสนอค่าตั๋วเครื่องบิน ค่าที่พัก และเงินค่าตอบแทนฟรีๆ เพียงแค่ให้นำกระเป๋าเดินทางกลับไปยังประเทศในแถบยุโรป โดยอ้างว่าภายในมีเพียงโทรศัพท์มือถือ แต่เมื่อถูกตรวจสอบพบว่าเป็นกัญชาน้ำหนักหลายกิโลกรัม

กรณีที่น่าตกใจที่สุดคือชายหนุ่มอายุเพียง 20 ปี ที่พบกัญชาในกระเป๋าสูงถึง 16.8 กิโลกรัม โดยกระเป๋าใบนั้นถูกล็อกและตัวเขาเองไม่มีกุญแจหรือรหัสเปิด ซึ่งเหตุการณ์ในลักษณะนี้ทำให้ทางการฝรั่งเศสต้องออกมาเตือนนักท่องเที่ยวอย่างเร่งด่วน ว่าการส่งออกกัญชาจากประเทศไทยเป็นสิ่งผิดกฎหมายร้ายแรง

  • บทลงโทษที่หนักหน่วง: หากไม่ชำระค่าปรับศุลกากร 30,000 บาทต่อกิโลกรัม ผู้ต้องหาจะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายไทย มีโทษจำคุกตั้งแต่ 2-10 ปี
  • ความเสี่ยงที่มองไม่เห็น: การรับฝากของจากคนแปลกหน้า หรือการหลงเชื่อโปรโมชันเที่ยวฟรีแลกขนกระเป๋า คือช่องทางที่แก๊งค้ายาเสพติดใช้ฟอกเงินและส่งออกของผิดกฎหมาย
  • การเฝ้าระวังของทางการ: ขณะนี้ทางหน่วยงานกงสุลฝรั่งเศสและตำรวจกำลังเร่งสอบสวนขบวนการที่อยู่เบื้องหลัง ‘Thailand plan’ เพื่อจับกุมผู้บงการมาลงโทษ

หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมเรื่องนี้ถึงเกิดขึ้นบ่อยครั้ง คำตอบคือเพราะกัญชาในไทยมีราคาถูกและหาได้ง่ายขึ้น ทำให้มิจฉาชีพฉวยโอกาสนี้ใช้คนกลุ่มที่ไม่มีความรู้อย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับกฎหมายไทย มาเป็นเครื่องมือในการทำธุรกิจผิดกฎหมาย ชาวฝรั่งเศส 11 คน ถูกจับขนกัญชาจากไทย ในครั้งนี้ถือเป็นบทเรียนสำคัญให้กับนักท่องเที่ยวทุกคน ว่าอย่าหลงเชื่อข้อเสนอที่ดูดีเกินจริง เพราะราคาที่ต้องจ่ายอาจไม่ใช่แค่เงิน แต่มันคืออิสรภาพที่หายไปในเรือนจำ

เราอยากเตือนทุกคนที่กำลังวางแผนเดินทางท่องเที่ยว หรือรู้จักเพื่อนชาวต่างชาติว่า ให้ระมัดระวังการถือครองสัมภาระของผู้อื่นโดยเด็ดขาด โดยเฉพาะการนำของออกนอกประเทศผ่านสนามบิน เพราะหากตรวจพบสิ่งผิดกฎหมาย ไม่ว่าคุณจะทราบหรือไม่ทราบ คุณก็ต้องรับผิดชอบตามกฎหมายของประเทศนั้นๆ โดยไม่มีข้อยกเว้น

ที่มา – ชาวฝรั่งเศส 11 คน ถูกจับขนกัญชาจากไทย อ้างถูกหลอกเที่ยวฟรีแลกขนกระเป๋ากลับ ฝรั่งเศสเร่งเตือนนทท.

“สส.เต้ ทวิวงศ์” อภิปรายไม่ไว้วางใจ อนุทิน

ในวันที่ 30 กันยายน 2568 บรรยากาศในรัฐสภาไทยร้อนระอุ เมื่อ “สส.เต้ ทวิวงศ์” อภิปรายปิดจบแถลงนโยบายวันแรก ชี้ไม่เคยไว้วางใจ “อนุทิน” แม้แต่วินาทีเดียว โดยมุ่งเป้าไปที่ปัญหากัญชาที่กำลังกลายเป็นวิกฤตใหญ่ของสังคมไทย การอภิปรายครั้งนี้ไม่ใช่แค่การวิจารณ์ แต่เป็นการชี้ให้เห็นช่องโหว่ในนโยบายที่ปล่อยให้กัญชาเสรีลุกลามจนไทยถูกขนานนามว่าเป็น “ราชันแห่งกัญชา” จากสื่อต่างประเทศ

“สส.เต้ ทวิวงศ์” อภิปรายปิดจบแถลงนโยบายวันแรก ชี้ไม่เคยไว้วางใจ “อนุทิน” แม้แต่วินาทีเดียว

การประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อแถลงนโยบายรัฐบาลของนายอนุทิน ชาญวีรกูล ดำเนินไปอย่างเข้มข้น โดยฝ่ายค้านอภิปรายอย่างกว้างขวาง และคณะรัฐมนตรีได้ชี้แจงหลายประเด็น แต่สิ่งที่สะดุดตาที่สุดคือการปิดท้ายของนายทวิวงศ์ โตทวิวงศ์ ส.ส.อยุธยา พรรคประชาชน ที่โยงตรงไปยังนโยบายกัญชาของพรรคภูมิใจไทย เขาแสดงความเสียใจที่รัฐบาลหลีกเลี่ยงการพูดถึงปัญหานี้ในคำแถลงนโยบาย ทั้งที่ 3 ปีที่ผ่านมา การปลดล็อกกัญชาออกจากยาเสพติดก่อให้เกิดสุญญากาศทางกฎหมายอย่างรุนแรง กฎเกณฑ์ที่ออกตามหลังไม่สามารถบังคับใช้ได้จริง แม้แต่การออกใบอนุญาตก็ไร้ประสิทธิภาพ ทำให้เกิดความเสียหายมหาศาลต่อสังคมไทย

สส.เต้ ทวิวงศ์ เน้นย้ำว่า หากมีคนสูบกัญชาจนรบกวนผู้อื่น เจ้าหน้าที่ทำได้เพียงออกคำสั่งเป็นหนังสือเท่านั้น เพราะไม่มีอำนาจจับกุมโดยตรง ปัญหาหลักคือการขออนุญาตปลูกกัญชาที่ไม่มีในระบบปัจจุบัน มีเพียงใบอนุญาตขายหรือแปรรูป ส่งออก และวิจัยเท่านั้น ช่องว่างนี้เปิดโอกาสให้ทุนต่างชาติ ทุนสีเทา และอาชญากรข้ามชาติมายึดครองธุรกิจกัญชาในไทย จนกลายเป็นแหล่งลักลอบส่งออกยาเสพติดระดับโลก ไทยจึงถูกเรียกว่า “อาณาจักรราชันแห่งกัญชา” ชัดเจน

ข้อเสนอแก้ไขปัญหากัญชาจากสส.ทวิวงศ์

สส.ทวิวงศ์ตั้งคำถามตรงๆ กับนายกรัฐมนตรีว่า จะจัดการนโยบายสาธารณสุขที่สร้างปัญหานี้อย่างไร นโยบายกัญชาทางการแพทย์ที่พูดอย่างแต่ทำอีกอย่าง สุดท้ายกลายเป็นกัญชาเสรีที่ไม่มีขอบเขต เขาเสนอให้รัฐบาลใช้เวลา 4 เดือนข้างหน้าแก้ไขด่วน 2 ประการหลัก ได้แก่

  • ประกาศดึงกัญชากลับมาเป็นยาเสพติด เพื่อควบคุมการแพร่กระจายและปกป้องสังคม
  • เร่งดัน พ.ร.บ.กัญชา-กัญชง ร่วมกัน ในชั้นกรรมาธิการ ซึ่งมีเพียง 40 กว่ามาตรา เพื่อสร้างกฎหมายที่สมบูรณ์แบบ ครอบคลุมทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นผู้ป่วย แพทย์ ครอบครัว หรือเกษตรกร

เขาย้ำว่า “แม้จะไม่ใช่การอภิปรายไม่ไว้วางใจ เพราะผมไม่เคยไว้วางใจคุณอนุทินแม้สักวินาทีเดียว แต่ขอให้รีบแก้ปัญหาที่สร้างความเสียหายยับเยินนี้ มันไม่ใช่แค่ดึงกัญชากลับเป็นยาเสพติด แต่เป็นการดึงความปลอดภัยคืนสู่ผู้ที่ไม่ใช้กัญชา” การอภิปรายนี้สะท้อนมุมมองที่แข็งกร้าวต่อนโยบายที่ล้มเหลว

หลังจากนั้น นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภา สั่งพักประชุมเวลา 2.07 น. และนัดประชุมใหม่เวลา 9.00 น. ของวันถัดไป การอภิปราย “สส.เต้ ทวิวงศ์” อภิปรายปิดจบแถลงนโยบายวันแรก ชี้ไม่เคยไว้วางใจ “อนุทิน” แม้แต่วินาทีเดียว นี้ ได้จุดประกายให้สังคมไทยตื่นตัวต่อปัญหากัญชาที่กำลังบานปลาย หากไม่แก้ไขทันที ผลกระทบอาจยาวนานและรุนแรงยิ่งขึ้น

ในฐานะนักติดตามข่าวการเมือง คุณคิดว่านโยบายกัญชาควรไปในทิศทางไหน? แชร์ความเห็นของคุณในคอมเมนต์ด้านล่าง เพื่อให้เราร่วมกันหาทางออกที่ดีสำหรับประเทศไทย

ที่มา – “สส.เต้ ทวิวงศ์” อภิปรายปิดจบแถลงนโยบายวันแรก ชี้ไม่เคยไว้วางใจ “อนุทิน” แม้แต่วินาทีเดียว

Scroll to top