การจัดการมลพิษ

เปิดตัวเว็บไซต์ติดตามข้อมูลมลพิษทางน้ำข้ามแดน ฝีมือคนไทย

เปิดตัวเว็บไซต์ติดตามข้อมูลมลพิษทางน้ำข้ามแดน ฝีมือคนไทย

ปัญหาเรื่องแหล่งน้ำปนเปื้อนสารพิษจากเหมืองแร่ในประเทศเพื่อนบ้านถือเป็นเรื่องใหญ่ที่ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตของคนไทยริมฝั่งน้ำมาอย่างยาวนาน ล่าสุด นายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ สส.เชียงใหม่ จากพรรคประชาชน ได้สร้างปรากฏการณ์ใหม่ด้วยการเปิดตัวเว็บไซต์ติดตามข้อมูลมลพิษทางน้ำข้ามแดน ขึ้นมา เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้เข้าถึงข้อมูลสำคัญเหล่านี้ได้ด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องรอการเปิดเผยจากหน่วยงานรัฐเพียงอย่างเดียว

เว็บไซต์นี้ถูกจัดทำขึ้นด้วยความตั้งใจจริงโดย นายภัทรพงษ์ ในฐานะประธานอนุกรรมาธิการมลพิษทางน้ำข้ามชายแดน ซึ่งน่าทึ่งมากที่โครงการนี้ใช้งบประมาณส่วนตัวเพียงหลักร้อยบาทสำหรับค่าจดโดเมนเท่านั้น และไม่ได้ใช้งบประมาณของรัฐแม้แต่บาทเดียว สะท้อนให้เห็นว่าหากมีความมุ่งมั่น ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะก็สามารถถูกรวบรวมและนำเสนอได้อย่างเป็นระบบ

รายละเอียดและจุดเด่นของการเปิดตัวเว็บไซต์ติดตามข้อมูลมลพิษทางน้ำข้ามแดน

ข้อมูลภายในเว็บไซต์ https://waterpollution.disaster-mp.org/ ได้รวบรวมเอาผลการตรวจสารพิษในน้ำ ตะกอนดิน และผลผลิตทางการเกษตรจากแหล่งน้ำสำคัญทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็นลำน้ำกก สาย รวก โขง สาละวิน หรือแม้แต่กระบุรี โดยมีจุดเด่นที่น่าสนใจดังนี้:

  • รวบรวมพิกัดเหมืองแร่ในประเทศเพื่อนบ้านอย่างชัดเจน
  • ใช้ภาพถ่ายดาวเทียมเพื่ออธิบายเส้นทางการไหลของมลพิษ
  • มีการแสดงผลทั้งในรูปแบบข้อมูลตัวเลขและภาพเคลื่อนไหวที่เข้าใจง่าย
  • เตรียมขยายฐานข้อมูลครอบคลุมการตรวจสอบปลาและข้อมูลการนำเข้า-ส่งออกแร่ในอนาคต

การเปิดตัวเว็บไซต์ติดตามข้อมูลมลพิษทางน้ำข้ามแดนในครั้งนี้ ไม่ได้มีไว้เพียงเพื่อบอกว่าตรงไหนมีมลพิษบ้าง แต่เป็นการชี้เป้าไปยังต้นตอของปัญหา เพื่อให้รัฐบาลสามารถนำข้อมูลไปใช้เป็นเครื่องมือในการเจรจาระดับระหว่างประเทศได้อย่างแม่นยำและตรงจุด แทนที่จะมัวแต่ไล่ตามแก้ไขผลกระทบที่ปลายเหตุเพียงอย่างเดียว

ถือเป็นเรื่องน่ายกย่องที่ภาคการเมืองลุกขึ้นมาทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมข้อมูลให้กับประชาชน ช่วยให้เราทุกคนมองเห็นภาพรวมของปัญหาสิ่งแวดล้อมได้ชัดเจนขึ้น หากทุกภาคส่วนหันมาให้ความสำคัญกับการเปิดเผยข้อมูลอย่างตรงไปตรงมาเช่นนี้ การแก้ปัญหามลพิษทางน้ำในระยะยาวก็คงไม่ใช่เรื่องไกลเกินฝันอีกต่อไป คุณคิดว่าอย่างไรกันบ้างครับ หากรัฐบาลรับไม้ต่อจากข้อมูลนี้ไปใช้เจรจาอย่างจริงจัง ปัญหานี้จะคลี่คลายได้เร็วขึ้นแค่ไหน?

ที่มา – “ภัทรพงษ์” เปิดตัวเว็บไซต์ติดตามข้อมูลมลพิษทางน้ำข้ามแดน ไม่ใช้งบสักบาท บอกรัฐเอาข้อมูลไปใช้ได้

“ทรงศักดิ์” ยันรัฐบาลเดินหน้าดันร่างกฎหมายอากาศสะอาด ร่วมแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5

สวัสดีครับทุกคน วันนี้มีข่าวดีเกี่ยวกับสุขภาพของพวกเรามาฝากกันครับ เมื่อล่าสุดนายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการกองทุน สสส. ได้ออกมาให้คำมั่นสัญญาชัดเจนว่า “ทรงศักดิ์” ยันรัฐบาลเดินหน้าดันร่างกฎหมายอากาศสะอาด ร่วมแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 อย่างจริงจัง เพื่อให้พี่น้องชาวไทยทุกคนได้มีสิทธิขั้นพื้นฐานในการสูดอากาศที่บริสุทธิ์สักทีครับ

“ทรงศักดิ์” ยันรัฐบาลเดินหน้าดันร่างกฎหมายอากาศสะอาด ร่วมแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5

ปัญหานี้ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เลยนะครับ เพราะฝุ่น PM2.5 ส่งผลกระทบต่อสุขภาพคนไทยมากกว่า 38 ล้านคน และมีผู้ป่วยจากมลพิษทางอากาศแล้วกว่า 12 ล้านคน ซึ่งคิดเป็นความสูญเสียทางเศรษฐกิจมหาศาลกว่า 2.2 ล้านล้านบาท รัฐบาลจึงมองว่าอากาศสะอาดคือสิทธิขั้นพื้นฐานที่ทุกคนควรได้รับ การผลักดัน ร่าง พ.ร.บ.บริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด พ.ศ. …. เข้าสู่สภาจึงเป็นก้าวสำคัญที่จะเปลี่ยนประเทศของเราให้ยั่งยืนขึ้น

กลไกสำคัญในการขับเคลื่อนอากาศสะอาด

นอกจากตัวกฎหมายแล้ว “ทรงศักดิ์” ยันรัฐบาลเดินหน้าดันร่างกฎหมายอากาศสะอาด ร่วมแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 โดยร่วมมือกับ สสส. ขับเคลื่อนผ่าน 3 กลไกหลักที่น่าสนใจมาก ได้แก่:

  • พัฒนาและเชื่อมโยงนวัตกรรมข้อมูล Big Data: เพื่อใช้ในการคาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นเชิงรุก ช่วยให้แต่ละพื้นที่เตรียมตัวรับมือได้ทันท่วงที
  • เตรียมความพร้อมภาคพลเมือง: สร้างความรู้ความเข้าใจให้กับประชาชน เพื่อรองรับการบังคับใช้กฎหมายอากาศสะอาดในอนาคต
  • ขยายเครือข่ายสภาลมหายใจ: ยกระดับการป้องกันการเผาในที่โล่งทั่วประเทศ และสนับสนุนห้องปลอดฝุ่นให้กลุ่มเปราะบาง

ทางด้าน นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ จาก สสส. ก็เสริมว่า การแก้ปัญหาต้องทำแบบบูรณาการ ตั้งแต่การสร้างฐานข้อมูลแม่นยำ การสนับสนุนแอปพลิเคชันอย่าง ‘Burn Check’ ไปจนถึงการจับมือกับประเทศเพื่อนบ้าน อีกทั้งยังเน้นการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนผ่านสภาลมหายใจระดับจังหวัด ทั้ง 29 จังหวัด รวมถึงโครงการห้องเรียนสู้ฝุ่นที่ขยายผลในศูนย์เด็กเล็กกว่า 2,000 แห่งทั่วไทย

ท้ายที่สุด การแก้ปัญหา PM2.5 จะสำเร็จไม่ได้หากไม่มีความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ภาครัฐ ภาคเอกชน และพวกเราทุกคนในฐานะภาคประชาสังคม ต้องช่วยกันเป็นหูเป็นตาและปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เพื่อให้ลูกหลานของเราเติบโตมาในโลกที่สดใสและมีอากาศที่ใสสะอาด หวังว่าพวกเราจะก้าวผ่านวิกฤตฝุ่นควันนี้ไปได้ด้วยกันในเร็ววันนะครับ

ที่มา – “ทรงศักดิ์” ยันรัฐบาลเดินหน้าดันร่างกฎหมายอากาศสะอาด ร่วมแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5

โฆษกรัฐบาลสรุปการต่างประเทศ หนุน FTA EU แก้ PM2.5

สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้เรามีข่าวดีจากแวดวงการเมืองและการต่างประเทศไทยมาอัปเดตกันแบบเป็นกันเองเลยนะ ในหัวข้อที่กำลังเป็นกระแสอย่าง โฆษกรัฐบาลสรุปภาพรวมด้านการต่างประเทศ หนุน FTA อาเซียน EU แก้ PM2.5 ข้ามแดน รัฐบาลไทยภายใต้การนำของท่านนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล กำลังเดินหน้าเชิงรุกสุดๆ เพื่อยกระดับเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิตของเราทุกคน

โฆษกรัฐบาลสรุปภาพรวมด้านการต่างประเทศ หนุน FTA อาเซียน EU แก้ PM2.5 ข้ามแดน

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้สรุปภาพรวมการดำเนินงานด้านการต่างประเทศในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2567 (หมายเหตุ: เดิม 2569 น่าจะพิมพ์ผิด) โดยเน้นการผลักดันความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ ความมั่นคง และสิ่งแวดล้อม เพื่อดึงดูดการลงทุน การค้า สร้างงาน และแก้ปัญหาที่กระทบชีวิตประจำวันอย่างหมอกควัน PM2.5 ข้ามแดน ซึ่งเป็น痛点ของคนไทยในฤดูแล้งทุกปี

ผลงานเด่นจากกระทรวงการต่างประเทศ: การประชุมอาเซียน-EU

เมื่อ 27-28 เมษายน นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกฯ และ รมว.กต. เข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน-EU ครั้งที่ 25 ที่บรูไน ที่นี่มีการหารือเรื่องใหญ่ๆ เช่น

  • เร่งรัดเจรจา FTA อาเซียน-EU เพื่อเปิดตลาดการค้าขนาดยักษ์ สร้างโอกาสส่งออกสินค้าไทยไปยุโรป
  • ขับเคลื่อนพลังงานหมุนเวียน ลดการพึ่งพาน้ำมันราคาแพง
  • รับมืออาชญากรรมข้ามชาติและความมั่นคงใหม่ๆ

นอกจากนี้ ยังมีการหารือทวิภาคีกับ EU, ฟิลิปปินส์, สิงคโปร์, เวียดนาม, เช็ก, ลัตเวีย, โปแลนด์, ไซปรัส เพื่อขยายความร่วมมือเศรษฐกิจ ดิจิทัล และพลังงาน โดยเฉพาะผลักดัน FTA ไทย-EU ซึ่งถ้าสำเร็จจะช่วย GDP ไทยพุ่งกระฉูดเลยครับ

กระทรวงทส. ลุยแก้ PM2.5 ข้ามแดนกับลาว

ต่อมา 29-30 เมษายน นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทส. เยือนลาว เข้าพบนายกฯ สปป.ลาว เพื่อประชุมจัดการมลพิษหมอกควันข้ามแดน ทั้งสองฝ่ายเห็นชอบ “ยุทธศาสตร์ฟ้าใส (Clear Sky Strategy)” ซึ่งรวม

  • ลดจุดความร้อนและป้องกันไฟป่าแบบระบบ
  • พัฒนาการตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) แหล่งกำเนิดฝุ่น
  • แลกเปลี่ยนความรู้ เพิ่มศักยภาพร่วมกัน

นี่คือก้าวสำคัญในการแก้ปัญหา PM2.5 ที่ลอยข้ามจากเพื่อนบ้านมาทำให้คนไทยหายใจไม่สะดวก สุขภาพแย่ เศรษฐกิจเสียหายปีละแสนล้าน รัฐบาลให้ความสำคัญจริงจัง เชิงรุกกับประเทศเพื่อนบ้าน

ทำไมเรื่องนี้สำคัญ? ในยุคที่โลกเชื่อมโยง การค้าเสรีอย่าง FTA อาเซียน-EU จะช่วยให้ไทยแข่งขันได้ดีขึ้น สินค้าเกษตร อิเล็กทรอนิกส์ ออกสู่ตลาดใหญ่ ขณะที่ปัญหา PM2.5 ไม่ใช่แค่สุขภาพ แต่กระทบการท่องเที่ยว เกษตรกรรมด้วย การร่วมมือข้ามพรมแดนจึง win-win สำหรับทุกฝ่าย

เพื่อนๆ ลองคิดดูสิ ถ้า FTA สำเร็จ เราจะมีงานดีๆ เพิ่ม การลงทุนไหลเข้า สินค้าไทยดังใน EU ส่วนอากาศสะอาดขึ้นจากยุทธศาสตร์ฟ้าใส เด็กๆ หายใจโล่ง เศรษฐกิจไม่สะดุด นี่แหละนโยบายต่างประเทศเชิงรุกที่สร้างผลจริงให้ประชาชน

มุมมองอนาคต: รัฐบาลมุ่งยั่งยืน

โฆษกรัฐบาลย้ำว่ารัฐบาลจะเดินหน้านโยบายนี้ต่อเนื่อง สร้างโอกาสเศรษฐกิจ บูรณาการรับมือความท้าทาย ยกระดับขีดความสามารถไทยให้ยั่งยืน ทุกมิติ ไม่ว่าจะ FTA อาเซียน-EU หรือแก้ PM2.5 ข้ามแดน

ในฐานะนักสังเกตการณ์ ผมเห็นว่านี่เป็นสัญญาณบวก รัฐบาลไม่นั่งรอ แต่ลงมือทำจริง สิ่งสำคัญคือประชาชนอย่างเราต้องติดตาม สนับสนุน และมีส่วนร่วม เช่น ลดเผาในหมู่บ้าน ใช้นวัตกรรมเกษตรสะอาด

คุณล่ะคิดเห็นอย่างไรกับ โฆษกรัฐบาลสรุปภาพรวมด้านการต่างประเทศ หนุน FTA อาเซียน EU แก้ PM2.5 ข้ามแดน นี้? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง หรือแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ รับรู้ข่าวดีกันเถอะ! ติดตามอัปเดตข่าวการเมือง เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อมเพิ่มเติมที่นี่นะครับ

ที่มา – โฆษกรัฐบาลสรุปภาพรวมด้านการต่างประเทศ หนุน FTA อาเซียน EU แก้ PM2.5 ข้ามแดน

พิมพ์ภัทรา รับหนังสือภาคประชาชน พ.ร.บ.อากาศสะอาด

สวัสดีเพื่อนๆ ทุกคนครับ วันนี้เรามาพูดถึงประเด็นร้อนที่หลายคนกำลังกังวลใจกันอยู่ นั่นคือปัญหามลพิษทางอากาศ โดยเฉพาะฝุ่น PM2.5 และไฟป่าที่ครอบคลุมทั่วประเทศทุกปี ล่าสุดมีเหตุการณ์สำคัญที่ พิมพ์ภัทรา รับหนังสือภาคประชาชน พ.ร.บ.อากาศสะอาด เพื่อผลักดันกฎหมายที่แก้ปัญหาได้จริง ไม่ใช่แค่แก้ปลายเหตุแบบซ้ำซาก เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 30 เมษายน 2567 ที่รัฐสภาเลยนะครับ

พิมพ์ภัทรา รับหนังสือภาคประชาชน พ.ร.บ.อากาศสะอาด

พิมพ์ภัทรา รับหนังสือภาคประชาชน พ.ร.บ.อากาศสะอาด

ภาคประชาชนรวมตัวกันกว่า 100 หน่วยงาน มีผู้สนับสนุนลงชื่อหลักแสนราย บุกยื่นหนังสือถึงนางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษามาตรการแก้ไขปัญหาไฟป่าและฝุ่น PM2.5 พวกเขากังวลว่าสถานการณ์มลพิษอากาศมันรุนแรงขึ้นทุกปี ไม่ใช่แค่ปัญหาสิ่งแวดล้อม แต่กระทบสุขภาพประชาชนทุกวัย โดยเฉพาะเด็ก ผู้สูงอายุ และกลุ่มเปราะบาง สาเหตุหลักมาจากการเผาในที่โล่ง การเกษตรแบบดั้งเดิม และมลพิษข้ามพรมแดนจากเพื่อนบ้าน

ตัวแทนเครือข่ายอากาศสะอาดย้ำว่าที่ผ่านมาพวกเขาผลักดันประเด็นนี้มานาน แต่ยังไม่คลายกังวลกับร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาดที่อยู่ระหว่างพิจารณา เพราะบางมาตราเปิดช่องล่าช้า ไม่แก้ที่ต้นเหตุ และอาจกลายเป็น "ฉบับฟอกเขียว" ที่ดูดีแต่ไม่ได้ผลจริง พวกเขาขอให้สภาและกรรมาธิการทำหน้าที่ตัวแทนประชาชน ดันกฎหมายที่มีประสิทธิภาพแท้ๆ

ภาคประชาชนยื่นหนังสือ พิมพ์ภัทรา รับ พ.ร.บ.อากาศสะอาด

ประชาชนเรียกร้องอะไรบ้างใน พ.ร.บ.อากาศสะอาด

  • แก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง ไม่ใช่แค่ดับไฟปลายเหตุ
  • บังคับใช้ทันที ไม่มีช่องโหว่ล่าช้า
  • มีกลไกตรวจสอบและลงโทษที่ชัดเจน
  • สนับสนุนประชาชนและเกษตรกรเปลี่ยนพฤติกรรม
ตัวแทนภาคประชาชนหารือ พิมพ์ภัทรา รับหนังสือ พ.ร.บ.อากาศสะอาด

ท่าทีรัฐบาลหลัง พิมพ์ภัทรา รับหนังสือ พ.ร.บ.อากาศสะอาด

นางสาวพิมพ์ภัทรา รับเรื่องทันทีและยืนยันว่ารัฐบาลภายใต้นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้ความสำคัญสูงสุด โดยนายกรัฐมนตรีประกาศชัดว่า "อากาศสะอาดคือสิทธิขั้นพื้นฐาน" และผลักดัน พ.ร.บ.นี้เป็นวาระเร่งด่วน รัฐบาลสนับสนุนร่างที่ค้างอยู่ ไม่เริ่มนับหนึ่งใหม่ เพื่อความต่อเนื่อง โดยเฉพาะปีนี้ที่ฝุ่น PM2.5 รุนแรงมาก

แนวทางหลักคือตั้ง "คณะกรรมการนโยบายอากาศสะอาด" มีนายกฯ เป็นประธาน สั่งการข้ามกระทรวงได้จริง จัดการเผาในที่โล่งและอุตสาหกรรม มีมาตรการเศรษฐกิจ เช่น ให้ incentives เกษตรกร อย่างเครื่องจักรกลเกษตร ส่งเสริมเกษตรสีเขียว ลดต้นทุนไปในตัว พรรคร่วมรัฐบาลเห็นพ้องกัน แต่เน้นต่างกระทรวง เช่น จัดการมลพิษข้ามแดนผ่าน ASEAN ใช้การค้าที่ยั่งยืนเป็นเครื่องมือ และเร่งพลังงานหมุนเวียนอย่างโซลาร์ในเกษตรและขนส่ง

พิมพ์ภัทรา ชี้แจงหลังรับหนังสือภาคประชาชน พ.ร.บ.อากาศสะอาด

นอกจากนี้ ยังสมดุลระหว่างบังคับใช้กฎหมายเข้มงวด กับช่วยเหลือเยียวยาผู้กระทบ ล่าสุดวันที่ 29 เม.ย. นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติฯ พบนายกลาว เพื่อยกระดับความร่วมมือหมอกควันข้ามแดน ใช้เทคโนโลยีตรวจสอบ MOU ใหม่ และสนับสนุนผ่านธนาคารสีเขียว สุดยอดเลยใช่มั้ยครับ

ในมุมมองผมนะ กฎหมาย พ.ร.บ.อากาศสะอาด ถ้าผ่านและใช้ได้จริง จะเป็นจุดเปลี่ยนใหญ่ ช่วยให้เราหายใจโล่งอก ลดวันหยุดเรียน หยุดงานจากฝุ่นได้เยอะ คุณภาพชีวิตดีขึ้นแน่นอน แต่ต้องติดตามต่อว่าการพิจารณาจะเป็นยังไง ภาคประชาชนยังมีบทบาทสำคัญ ลุ้นกันต่อไปครับ!

คุณคิดยังไงกับเรื่องนี้ ลองแชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ รับรู้ เพื่อกดดันให้เกิดอากาศสะอาดเร็วๆ นะครับ

ที่มา – “พิมพ์ภัทรา” รับหนังสือภาคประชาชน ร้องดัน พ.ร.บ.อากาศสะอาด ที่ใช้ได้จริง

“ภัทรพงษ์” ซัดรัฐบาล PM2.5 ไฟป่า ล้มเหลว

“ภัทรพงษ์” ซัดรัฐบาล PM2.5 ไฟป่า ล้มเหลว กลายเป็นประเด็นร้อนในรัฐสภา เมื่อนายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ ส.ส.เขต 8 เชียงใหม่ พรรคประชาชน อภิปรายต่อหน้าคณะรัฐมนตรีอย่างดุเดือด วันที่ 10 เมษายน 2569 ในวาระแถลงนโยบายตามมาตรา 162 รัฐธรรมนูญ เขาชี้ว่ารัฐบาลขาดความสามารถในการจัดการภัยพิบัติ โดยเฉพาะฝุ่นพิษ PM2.5 และไฟป่าที่กำลังระบาดหนักในภาคเหนือ ประชาชนต้องเผชิญอากาศเป็นพิษ สุขภาพทรุดโทรม แต่รัฐบาลกลับนิ่งเฉย

ฝุ่น PM2.5 คืออนุภาคขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน ที่ลอยกระจายในอากาศ สามารถเข้าสู่ปอดและกระแสเลือดได้ง่าย ก่อให้เกิดโรคระบบทางเดินหายใจ หัวใจวาย มะเร็งปอด โดยเฉพาะเด็กและผู้สูงอายุ ในภาคเหนืออย่างเชียงใหม่ ค่าฝุ่นพุ่งทะลุ 500 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร สูงกว่ามาตรฐาน WHO กว่า 10 เท่า ไฟป่าเป็นต้นตอหลัก รัฐบาลถูกวิจารณ์หนักว่าทำงานไม่เป็น ไม่เตรียมงบ ไม่ปรับแผน

“ภัทรพงษ์” ซัดรัฐบาล PM2.5 ไฟป่า ล้มเหลว

“ภัทรพงษ์” ซัดรัฐบาล PM2.5 ไฟป่า ล้มเหลว โดยยกตัวอย่างชัดเจนว่ารัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล ขาดภาวะผู้นำ ตั้งนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีทรัพยากรฯ มาดูแลสิ่งแวดล้อมทั้งที่เคยล้มเหลวมาก่อน เมื่อกันยายน 2568 เขาเตือนแล้วว่าจะจัดการมลพิษให้เสร็จใน 4 เดือน แต่จนถึงวันนี้ ฝุ่นยังหนักหน่วง ประชาชนภาคเหนือต้องสวมหน้ากากทุกวัน

ประเด็นหลักที่ “ภัทรพงษ์” วิจารณ์รัฐบาล

  • งบประมาณไม่พอ: งบปี 2569 จากรัฐบาลชุดก่อนแทบไม่มีสำหรับไฟป่า เขาเสนอใช้เงินงบกลาง ปลดล็อกสเปกท้องถิ่น แต่สุชาติไม่ทำ จนไฟป่าลุกลาม อ้างไม่มีงบแม้บาทเดียว
  • เขตควบคุมมลพิษไม่ครบ: เสนอขยายจาก 4 เป็น 9 จังหวัดภาคเหนือ แต่ไม่ดำเนินการ 9 จังหวัดนั้นค่าฝุ่นเกินเกณฑ์ภัยพิบัติตั้งแต่ 28 มี.ค. เชียงใหม่ขอ 310 ล้าน แต่ไม่อนุมัติ สุชาติยังอ้างกลัวกระทบท่องเที่ยว
  • ค่าตอบแทนดับเพลิงต่ำ: แค่ 240 บาท/วัน เจ้าหน้าที่เสี่ยงตาย 7 วันเสียชีวิต 4 ราย ในเชียงใหม่ แพร่ อุดรธานี
  • มลพิษข้ามแดน: ไม่จัดการข้าวโพดเผา เหมืองเพื่อนบ้านก่อน้ำเสีย ปนเปื้อนสารหนู แคดเมียม ในอาหาร
  • ร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด: ถูกขวางด้วยเหตุผลเพิ่มต้นทุนอุตสาหกรรม ขัดหลัก OECD ที่รัฐบาลอยากเข้าร่วม

นายภัทรพงษ์ ย้ำว่ารัฐบาลไม่กล้าตัดสินใจ ผลักภาระให้ท้องถิ่น อนุทินไม่เคยบัญชาการเด็ดขาด รองนายกฯ ศุภจี ยังพูดว่าไม่คาดหวังนักท่องเที่ยวเหนือ 365 วัน แต่ลืมว่าประชาชนเหนืออยู่ที่นี่ทุกวัน ไม่มีเงินหนีฝุ่นได้ รัฐบาลต้องปรับวิธีคิดด่วน

ปัญหาฝุ่น PM2.5 ไม่ใช่แค่ฤดูเดียว แต่กระทบเศรษฐกิจ สุขภาพ การท่องเที่ยว รัฐบาลต้องเร่งประกาศเขตภัยพิบัติเต็มรูปแบบ จัดงบจริงจัง ร่วมมือประเทศเพื่อนบ้าน และผลักดัน พ.ร.บ.อากาศสะอาดตามหลักผู้ก่อมลพิษผู้จ่าย

ในมุมมองของเรา “ภัทรพงษ์” ซัดรัฐบาล PM2.5 ไฟป่า ล้มเหลว นำเสนอข้อเท็จจริงที่ประชาชนภาคเหนือรอคอย รัฐบาลต้องแสดงความรับผิดชอบ อย่าปล่อยให้อากาศเป็นพิษกลายเป็นมรดกตกทอด คุณคิดว่ารัฐบาลจะแก้ปัญหานี้ได้เมื่อไหร่? แสดงความเห็นในคอมเมนต์และแชร์บทความนี้เพื่อกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลง!

ที่มา – “ภัทรพงษ์” ซัดรัฐบาลทำงานไม่เป็น จัดการฝุ่นพิษ PM2.5 ไฟป่า ล้มเหลว “อนุทิน” ไม่มีภาวะผู้นำ

Scroll to top