การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

“สุรศักดิ์” เฮ! คลังไฟเขียวงบกู้ 2 พันล้าน ลุย “ไทยเที่ยวไทยพลัส” ผ่านเป๋าตัง

“สุรศักดิ์” เฮ! คลังไฟเขียวงบกู้ 2 พันล้าน ลุย “ไทยเที่ยวไทยพลัส” ผ่านเป๋าตัง

ข่าวดีสำหรับคอท่องเที่ยวและผู้ประกอบการ เมื่อล่าสุด นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้ออกมาเผยข่าวดีว่า กระทรวงการคลังได้ไฟเขียวอนุมัติงบประมาณจาก พ.ร.ก. กู้เงิน เพื่อเดินหน้าโครงการ “สุรศักดิ์” เฮ! คลังไฟเขียวงบกู้ 2 พันล้าน ลุย “ไทยเที่ยวไทยพลัส” ผ่านเป๋าตัง เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวไทยให้คึกคักอีกครั้งในช่วงปลายปีนี้

รายละเอียดและเป้าหมายของโครงการไทยเที่ยวไทยพลัส

สำหรับการดำเนินงานในโครงการนี้ จะมีการใช้วงเงินประมาณ 1,750-2,000 ล้านบาท โดยดึงมาจากงบเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากวิกฤติพลังงาน ซึ่งถือเป็นข่าวดีที่ทำให้การขับเคลื่อน “สุรศักดิ์” เฮ! คลังไฟเขียวงบกู้ 2 พันล้าน ลุย “ไทยเที่ยวไทยพลัส” ผ่านเป๋าตัง เกิดขึ้นได้จริงตามเป้าหมาย โดยรูปแบบหลักจะเน้นการใช้งานผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงสิทธิได้ง่ายและตรวจสอบความโปร่งใสได้ชัดเจน โดยมีรายละเอียดเบื้องต้น ดังนี้:

  • รูปแบบการสนับสนุนเป็นแบบรัฐร่วมจ่าย (Co-payment) สูงสุด 3,000 บาทต่อการจอง
  • ตั้งเป้าสนับสนุนจำนวน 5 แสนสิทธิเพื่อกระตุ้นเม็ดเงินหมุนเวียน
  • ความร่วมมือระหว่างกระทรวงท่องเที่ยวฯ และกระทรวงการคลังเพื่อวางระบบให้พร้อมใช้งาน

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของรายละเอียดเชิงลึกและเงื่อนไขการใช้จ่ายนั้น ทางกระทรวงการท่องเที่ยวฯ จะเร่งหารือกับทางภาคเอกชนและผู้ประกอบการอีกครั้งภายในสัปดาห์หน้า เพื่อให้มาตรการ “สุรศักดิ์” เฮ! คลังไฟเขียวงบกู้ 2 พันล้าน ลุย “ไทยเที่ยวไทยพลัส” ผ่านเป๋าตัง ตอบโจทย์การใช้งานจริงและช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวในช่วงโลว์ซีซันให้เติบโตได้ตามเป้าหมายที่วางไว้กว่า 56,000 ล้านบาท

สิ่งที่น่าจับตาสำหรับมาตรการกระตุ้นท่องเที่ยวอื่นๆ

แม้โครงการหลักอย่างไทยเที่ยวไทยพลัสจะได้รับไฟเขียวแล้ว แต่ในส่วนของมาตรการอื่นๆ เช่น โครงการ Fly Thai All the Feelings หรือ Thailand Air Connect ที่เน้นเรื่องตั๋วเครื่องบินนั้น อาจจะต้องรอใช้งบประมาณในปี 2570 ต่อไป เนื่องจากติดข้อจำกัดด้านแหล่งงบประมาณ ซึ่งในประเด็นนี้ถือเป็นความท้าทายที่รัฐบาลต้องวางแผนให้รอบคอบ เพื่อให้ทุกภาคส่วนได้ประโยชน์สูงสุดอย่างทั่วถึง

โดยสรุปแล้ว การผลักดันโครงการนี้ถือเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยเติมเต็มความหวังให้กับผู้ประกอบการท่องเที่ยวไทยได้เป็นอย่างดี แนะนำให้ประชาชนคอยติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดผ่านช่องทางทางการ เพื่อเตรียมความพร้อมในการกดรับสิทธิและออกไปท่องเที่ยวทั่วไทยกันครับ

ที่มา – “สุรศักดิ์” เฮ! คลังไฟเขียวงบกู้ 2 พันล้าน ลุย “ไทยเที่ยวไทยพลัส” ผ่านเป๋าตัง

ททท. ดันไทยผงาด Film Destination รายการ MTV ถ่ายทำในไทย

เชื่อว่าหลายคนคงตื่นเต้นไม่น้อย เมื่อรายการเรียลลิตี้ชื่อดังระดับโลกอย่าง MTV’s The Challenge Season 42 ได้เลือกประเทศไทยของเราเป็นโลเคชั่นหลักในการถ่ายทำตลอดทั้งซีซัน! นี่คืออีกหนึ่งก้าวสำคัญที่ ททท. ดันไทยผงาด Film Destination รายการ MTV ถ่ายทำในไทย เพื่อให้สายตาชาวโลกได้เห็นความสวยงามของบ้านเราอย่างเต็มที่ โดยจะเริ่มออกอากาศให้ชมกันในวันที่ 5 สิงหาคม 2569 นี้แล้วครับ

ททท. ดันไทยผงาด Film Destination รายการ MTV ถ่ายทำในไทย

การที่รายการระดับโลกเลือกมาปักหลักที่กรุงเทพฯ และพัทยา ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นผลมาจากความมุ่งมั่นของ ททท. ที่ต้องการผลักดันอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเชิงภาพยนตร์ให้เติบโตอย่างยั่งยืน การถ่ายทำครั้งนี้จะช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Z และมิลเลนเนียลส์ ที่ชอบความท้าทายและการผจญภัย ให้หันมาสนใจประเทศไทยมากขึ้นผ่านหน้าจอโทรทัศน์

ทำไมการเป็น Film Destination ถึงสำคัญ?

การส่งเสริมให้ไทยเป็นจุดหมายปลายทางของการถ่ายทำหนังและรายการระดับโลกอย่าง ททท. ดันไทยผงาด Film Destination รายการ MTV ถ่ายทำในไทย นั้น ส่งผลดีต่อเศรษฐกิจโดยตรง ไม่ว่าจะเป็นการกระจายรายได้เข้าสู่ชุมชน การจ้างงานทีมงานไทย และที่สำคัญคือการทำให้นักท่องเที่ยวทั่วโลกอยากออกเดินทางมา “ตามรอย” สถานที่สวยๆ ที่เห็นในรายการ ซึ่งถือเป็นการโปรโมตการท่องเที่ยวที่ทรงพลังที่สุดในยุคนี้เลยก็ว่าได้

  • ฐานผู้ชมรายการ The Challenge เหนียวแน่นและยาวนานกว่า 25 ปี
  • เจาะกลุ่ม Gen Z และมิลเลนเนียลส์ที่ชื่นชอบกิจกรรม Outdoor
  • สร้างกระแสการท่องเที่ยวเชิงภาพยนตร์ (Film Tourism) ให้คึกคัก

สำหรับใครที่เป็นแฟนรายการนี้ อย่าลืมปักหมุดรอชมความงดงามของกรุงเทพฯ และแสงสีความบันเทิงของพัทยาผ่านรายการ The Challenge ทาง Paramount+ รับรองว่าคุณจะได้เห็นมุมมองใหม่ๆ ของประเทศไทยที่น่าประทับใจแน่นอน นอกจากนี้ ททท. ยังเตรียมกิจกรรมพิเศษผ่าน Thailand Insider เพื่อเชื่อมต่อประสบการณ์จากหน้าจอสู่การเดินทางจริงในอนาคต

ในมุมมองของผม นี่คือจังหวะที่ดีมากที่ประเทศไทยจะได้แสดงศักยภาพ ไม่ใช่แค่ในฐานะเมืองท่องเที่ยวที่มีสถานที่สวยงาม แต่เป็นเมืองที่มีความพร้อมครบทุกมิติสำหรับการถ่ายทำรายการระดับมืออาชีพ มาร่วมเชียร์และลุ้นไปกับผู้เข้าแข่งขัน พร้อมเตรียมเก็บกระเป๋าตามรอยเที่ยวไทยไปพร้อมกันครับ!

ที่มา – ททท. ดันไทยผงาด Film Destination ปลื้มรายการดัง MTV ถ่าย “กรุงเทพฯ-พัทยา” ตลอดซีซัน

ททท. ชู วัดพระมหาธาตุฯ มรดกโลกแห่งใหม่ อัดแคมเปญ 12 ปริศนามหามงคล

เชื่อว่าช่วงนี้ใครที่เป็นสายมูเตลูหรือชื่นชอบการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมคงได้ยินข่าวดีระดับโลกกันแล้วนะครับ เพราะล่าสุดทาง ททท. ได้ออกมาประกาศชู วัดพระมหาธาตุฯ มรดกโลกแห่งใหม่ ของประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญของจังหวัดนครศรีธรรมราชและวงการท่องเที่ยวไทยเลยทีเดียวครับ

ททท. ชู วัดพระมหาธาตุฯ มรดกโลกแห่งใหม่ อัดแคมเปญ 12 ปริศนามหามงคล

การที่วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหารได้รับเลือกให้เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมครั้งนี้ เป็นการการันตีถึงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ที่มีมากว่า 1,250 ปี ซึ่งไม่เพียงแค่ทำให้คนไทยภาคภูมิใจ แต่ยังเป็นแม่เหล็กสำคัญในการดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกให้หลั่งไหลเข้ามาสัมผัสกับเสน่ห์ของเมืองนครศรีธรรมราช โดยเฉพาะกลุ่มนักเดินทางสายศรัทธาที่ต้องการมาสัมผัสพลังแห่งความศักดิ์สิทธิ์ด้วยตัวเองครับ

ปลุกกระแสสายมูด้วย ททท. ชู วัดพระมหาธาตุฯ มรดกโลกแห่งใหม่

เพื่อรับกระแสความปังนี้ ทาง ททท. จึงได้จัดแคมเปญสุดพิเศษภายใต้ชื่อ “12 ปริศนามหามงคล นครมรดกโลก” เพื่อให้ทุกคนได้ร่วมถอดรหัสลับแห่งภูมิปัญญาบรรพชนผ่านสถาปัตยกรรมและเรื่องราวในวัดพระมหาธาตุฯ โดยมีกิจกรรมน่าสนใจมากมาย ดังนี้ครับ:

  • กิจกรรมโฟโต้บูธเก๋ๆ เพื่อเก็บภาพความประทับใจเป็นที่ระลึก
  • มหรสพสมโภชสุดยิ่งใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นการแสดงโนรา และการแสดงโขนที่หาชมได้ยาก
  • กิจกรรมทำบุญตักบาตรและฝึกปฏิบัติธรรมเพื่อความเป็นสิริมงคลให้แก่ชีวิต

ความน่าสนใจของการมาเยือนในครั้งนี้ ไม่ใช่แค่การไหว้พระขอพรเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการเดินทางเพื่อเปิดประสบการณ์ใหม่กับการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ที่มีชีวิต การมาสัมผัสวัดพระมหาธาตุฯ มรดกโลกแห่งใหม่แห่งนี้ จะทำให้ทุกคนได้รับทั้งบุญกุศลและความรู้อย่างเต็มอิ่ม ซึ่ง ททท. เชื่อมั่นว่ากิจกรรมครั้งนี้จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากและส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมให้น่าสนใจยิ่งขึ้นกว่าเดิมครับ

หากใครกำลังวางแผนหาที่เที่ยวช่วงวันหยุดนี้ ผมแนะนำให้ลองปักหมุดมาที่นครศรีธรรมราชครับ รับรองว่าความสวยงามและความศักดิ์สิทธิ์ของมรดกโลกแห่งนี้จะทำให้คุณประทับใจไม่รู้ลืม และอย่าลืมติดตามรายละเอียดแคมเปญดีๆ จาก ททท. กันให้ดีนะครับ เพราะตลอดทั้งปีจะมีเรื่องราวแห่งศรัทธาที่รอให้คุณมาไขปริศนาไปพร้อมๆ กัน หากใครได้ไปแล้วอย่าลืมถ่ายรูปสวยๆ มาอวดกันบ้างนะครับ

ที่มา – ททท. ชู “วัดพระมหาธาตุฯ” มรดกโลกแห่งใหม่ อัดแคมเปญ “12 ปริศนามหามงคล” ดึงสายมูทั่วโลก

ททท. จับมือสายการบินจีน เปิดบินตรงหัวหินและอู่ตะเภา

ข่าวดีสำหรับคนรักการท่องเที่ยวและผู้ประกอบการธุรกิจในไทย เมื่อล่าสุด ททท. ได้เดินหน้าลุยเจาะตลาดแดนมังกรเต็มตัวด้วยกลยุทธ์เชิงรุก โดยการ ททท. จับมือสายการบินจีน เปิดบินตรงหัวหินและอู่ตะเภา เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพเข้าสู่ประเทศไทยให้ทะลุเป้า 5 ล้านคนภายในปี 2569 นี้

ททท. จับมือสายการบินจีน เปิดบินตรงหัวหินและอู่ตะเภา

ภายหลังการลงพื้นที่เจรจาธุรกิจโดยนายกรัฐมนตรีและทีมบริหารของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย การผนึกกำลังครั้งสำคัญนี้ไม่เพียงแต่จะช่วยเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยว แต่ยังเป็นการกระจายเม็ดเงินให้ทั่วถึงในพื้นที่เมืองรองและพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษ ซึ่งเชื่อมั่นว่าโครงการ ททท. จับมือสายการบินจีน เปิดบินตรงหัวหินและอู่ตะเภา จะเป็นฟันเฟืองสำคัญที่ทำให้สนามบินทั้งสองแห่งกลับมาคึกคักอีกครั้ง

โอกาสทองของการท่องเที่ยวไทยในสายตาชาวจีน

พฤติกรรมของนักท่องเที่ยวจีนยุคใหม่ได้เปลี่ยนไปอย่างมาก จากเดิมที่เน้นเที่ยวกับกรุ๊ปทัวร์ขนาดใหญ่ ตอนนี้หันมานิยมการเดินทางแบบ FIT หรือ เที่ยวด้วยตัวเองกันมากขึ้น ซึ่งเป็นโอกาสอันดีที่เราจะได้นำเสนอสินค้าการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ โดยการ ททท. จับมือสายการบินจีน เปิดบินตรงหัวหินและอู่ตะเภา ถือเป็นการตอบโจทย์กลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีกำลังซื้อสูงและต้องการความสะดวกสบายในการเดินทาง

นอกเหนือจากการเพิ่มเส้นทางบินตรงแล้ว ททท. ยังเดินหน้าทำงานร่วมกับแพลตฟอร์มยักษ์ใหญ่อย่าง Meituan เพื่อผลักดันซอฟต์พาวเวอร์ไทยให้เข้าถึงใจคนจีนผ่านแคมเปญการตลาดดิจิทัลที่แม่นยำ นี่คือปัจจัยที่จะช่วยให้ประเทศไทยครองแชมป์จุดหมายปลายทางในฝันของนักท่องเที่ยวจีนได้อย่างยาวนาน

  • เพิ่มเส้นทางบินเชื่อมตรงจีน-หัวหิน และจีน-อู่ตะเภา
  • เน้นเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวพรีเมียมและกลุ่มคนรุ่นใหม่
  • ใช้เทคโนโลยี Smart Tourism ขยายฐานตลาดออนไลน์
  • ผลักดัน Gastronomy Destination ดึงดูดนักชิมทั่วโลก

ด้วยเป้าหมายนักท่องเที่ยวจีนกว่า 5 ล้านคนในปีหน้า ที่คาดว่าจะสร้างเม็ดเงินสะพัดกว่า 2.8 แสนล้านบาท ถือเป็นตัวเลขที่ท้าทายแต่มีความเป็นไปได้สูงมาก หากทุกภาคส่วนร่วมมือกันพัฒนาคุณภาพการบริการและรักษามาตรฐานความปลอดภัยให้เป็นที่ยอมรับ เราเชื่อมั่นว่าประเทศไทยจะยังคงเป็นจุดหมายปลายทางอันดับหนึ่งในใจนักท่องเที่ยวจีนเสมอ

ที่มา – ททท. จับมือสายการบินจีน จ่อเปิดบินตรง หัวหินและอู่ตะเภา คาดดึงนักท่องเที่ยวเข้าไทย 5 ล้านคน

ครม.ไฟเขียว ร่าง พ.ร.บ.แยกกระทรวงกีฬา-ท่องเที่ยว ควบรวมกระทรวงวัฒนธรรม

เชื่อว่าหลายคนคงได้ยินข่าวใหญ่ในแวดวงการเมืองและกีฬา เมื่อล่าสุดที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติสำคัญในการผลักดัน ครม.ไฟเขียว ร่าง พ.ร.บ.แยกกระทรวงกีฬา-ท่องเที่ยว ควบรวมกระทรวงวัฒนธรรม ซึ่งถือเป็นการปรับโครงสร้างส่วนราชการครั้งใหญ่ที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารงานและการทำนุบำรุงด้านต่างๆ ให้ตอบโจทย์ยุคสมัยมากขึ้น

เหตุผลและความคืบหน้าในการผลักดัน ครม.ไฟเขียว ร่าง พ.ร.บ.แยกกระทรวงกีฬา-ท่องเที่ยว ควบรวมกระทรวงวัฒนธรรม

นายสุรศักดิ์ พันธุ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้ออกมาเผยถึงมติเห็นชอบในครั้งนี้ โดยมองว่าเป็นก้าวสำคัญในการแยกภารกิจให้มีความชัดเจนยิ่งขึ้น โดยหลังจาก ครม. เห็นชอบแล้ว ร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้จะต้องเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรต่อไป ซึ่งคาดการณ์กันว่าจะสามารถดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในสิ้นปี 2569 หรือต้นปี 2570

รายละเอียดการปรับโครงสร้างหลัง ครม.ไฟเขียว ร่าง พ.ร.บ.แยกกระทรวงกีฬา-ท่องเที่ยว ควบรวมกระทรวงวัฒนธรรม

เมื่อการปรับโครงสร้างนี้มีผลบังคับใช้ จะมีการแบ่งส่วนงานที่ชัดเจน ดังนี้:

  • โครงสร้างกระทรวงกีฬาใหม่: จะประกอบด้วย สำนักงานปลัดกระทรวงฯ, กรมพลศึกษา, การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) และมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ ซึ่งจะเน้นหนักไปที่การพัฒนาวิทยาศาสตร์การกีฬาและอุตสาหกรรมกีฬาเพื่อสร้างรายได้ใหม่ๆ
  • ส่วนที่โอนเข้ากระทรวงวัฒนธรรม: ได้แก่ กรมการท่องเที่ยว, อพท. (องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน), การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และตำรวจท่องเที่ยว

นอกจากนี้ ยังมีการจัดการแก้ปัญหาเรื่องข้าราชการระดับ 10 ที่จะเกษียณอายุราชการในช่วงปลายปีนี้ โดยนายกรัฐมนตรีได้เปิดช่องให้สามารถนำเสนอรายชื่อแต่งตั้งได้หากมีความจำเป็น เพื่อไม่ให้เกิดภาวะสุญญากาศในการบริหารงานหน่วยงานราชการก่อนมีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างอย่างสมบูรณ์

การเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ถือเป็นการท้าทายอย่างมาก เพราะไม่ใช่แค่เรื่องของการย้ายหน่วยงาน แต่รวมถึงการโอนย้ายงบประมาณและบุคลากร ซึ่งต้องอาศัยการบริหารจัดการที่รอบคอบ เราคงต้องมาลุ้นกันต่อไปว่า การบูรณาการอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไปอยู่ภายใต้กระทรวงวัฒนธรรม จะส่งผลเชิงบวกต่อการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ในไทยอย่างไร และฝั่งกระทรวงกีฬาจะสามารถยกระดับเป็นอุตสาหกรรมหลักที่ผลักดันเศรษฐกิจได้จริงหรือไม่ นี่เป็นประเด็นที่คนไทยทั้งประเทศควรติดตามและให้กำลังใจกันต่อไปครับ

ที่มา – ครม.ไฟเขียว ร่าง พ.ร.บ.แยกกระทรวงกีฬา-ท่องเที่ยว ควบรวมกระทรวงวัฒนธรรม

“สุรศักดิ์” วางโรดแมปสงขลา สู่เมืองท่องเที่ยวคุณภาพอย่างยั่งยืน

เชื่อว่าเพื่อนๆ หลายคนคงเริ่มเห็นการขยับตัวครั้งสำคัญของจังหวัดสงขลาบ้านเรากันแล้วนะครับ ล่าสุด นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้ลงพื้นที่เพื่อเดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายสำคัญภายใต้แนวคิด “สุรศักดิ์” วางโรดแมปสงขลา สู่เมืองท่องเที่ยวคุณภาพอย่างยั่งยืน โดยตั้งเป้าหมายยกระดับสงขลาให้เป็นจุดหมายปลายทางระดับพรีเมียม เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง

“สุรศักดิ์” วางโรดแมปสงขลา สู่เมืองท่องเที่ยวคุณภาพอย่างยั่งยืน

การประชุมสัญจรที่ผ่านมา ถือเป็นก้าวสำคัญที่ภาครัฐและเอกชนได้ร่วมมือกันวางกลยุทธ์แบบจริงจัง เพื่อให้การท่องเที่ยวสงขลาเติบโตอย่างมั่นคง โดยเฉพาะการเน้นย้ำถึงเรื่องความปลอดภัยซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการบริการ นอกจากนี้ยังมีการวางแผนรุกตลาดเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซีย ซึ่งถือเป็นโอกาสทองของเศรษฐกิจฐานรากในพื้นที่ภาคใต้ครับ

เปิดกลยุทธ์ดันสงขลาให้เป็นเมืองท่องเที่ยวระดับคุณภาพ

นโยบาย “สุรศักดิ์” วางโรดแมปสงขลา สู่เมืองท่องเที่ยวคุณภาพอย่างยั่งยืน ในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงแค่การจัดอีเวนต์ แต่เป็นการบูรณาการ 3 ด้านหลัก ดังนี้ครับ:

  • ยกระดับการท่องเที่ยวคุณภาพ: เน้นสร้างมูลค่าเพิ่มและกิจกรรมการท่องเที่ยวที่ประทับใจ เพื่อให้นักท่องเที่ยวตัดสินใจอยู่พักนานขึ้น
  • สร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย: สั่งการให้ตำรวจท่องเที่ยวดูแลพื้นที่อย่างเข้มงวด เพื่อให้ทุกคนเที่ยวได้อย่างสบายใจ
  • รุกตลาดมาเลเซียเต็มสูบ: เชื่อมโยงการเดินทางและแก้ไขอุปสรรคเพื่อดึงให้นักท่องเที่ยวเพื่อนบ้านเข้ามาในจังหวัดสงขลาได้สะดวกกว่าเดิม

นอกจากนี้ ยังมีการประสานความร่วมมือระหว่าง อพท. และกรมการท่องเที่ยว เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้มีความพร้อมรองรับนักท่องเที่ยวทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นสายครอบครัว สายรีวิว หรือสายธรรมชาติ ซึ่งแน่นอนว่าจะส่งผลดีต่อผู้ประกอบการรายย่อยในพื้นที่ ให้มีรายได้กระจายตัวอย่างทั่วถึงตามไปด้วย

ในมุมมองของผม การที่ภาครัฐลงมาฟังเสียงของผู้ประกอบการในพื้นที่จริงแบบนี้ คือจุดเริ่มต้นที่ดีมากครับ การปรับตัวไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ถ้าเรามีความพร้อมและมีการสนับสนุนที่ชัดเจนแบบนี้ ผมเชื่อว่าสงขลาจะกลายเป็นเมืองท่องเที่ยวอันดับต้นๆ ของภูมิภาคได้อย่างไม่ยากแน่นอน แล้วเพื่อนๆ ล่ะครับ คิดอย่างไรกับก้าวใหม่ของเมืองสงขลาในครั้งนี้ อย่าลืมแวะไปเที่ยวชมความสวยงามของเมืองเก่าและธรรมชาติกันให้ได้นะครับ!

ที่มา – “สุรศักดิ์” วางโรดแมปสงขลา สู่เมืองท่องเที่ยวคุณภาพอย่างยั่งยืน

ททท. สบช่องยุโรปเดือด 40 องศาฯ อัดแคมเปญดึงต่างชาติหนีร้อนเที่ยวหน้าฝนไทย

ททท. สบช่องยุโรปเดือด 40 องศาฯ อัดแคมเปญดึงต่างชาติหนีร้อนเที่ยวหน้าฝนไทย

ในช่วงที่ภูมิภาคยุโรปกำลังเผชิญกับวิกฤตคลื่นความร้อนรุนแรงจนอุณหภูมิพุ่งสูงปรี๊ดแตะระดับ 40 องศาเซลเซียส นี่ถือเป็นโอกาสทองที่ ททท. ต้องรีบคว้าไว้ โดยการประกาศเดินหน้าทำตลาดเชิงรุกภายใต้แคมเปญ ททท. สบช่องยุโรปเดือด 40 องศาฯ อัดแคมเปญดึงต่างชาติหนีร้อนเที่ยวหน้าฝนไทย เพื่อเปลี่ยนวิกฤตสภาพอากาศสุดโหดให้กลายเป็นการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ที่น่าสนใจในประเทศไทย

เสน่ห์หน้าฝนเมืองไทยที่นักท่องเที่ยวต้องหลงรัก

ทำไมยุโรปถึงควรมาไทยตอนนี้? คำตอบก็คือธรรมชาติของเราที่กำลังเบ่งบานและเขียวชอุ่มในช่วงฤดูฝน การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้ชูแนวคิด Blooming & Bright เพื่อขายจุดเด่นของอากาศที่สดชื่น เย็นสบายหลังสายฝน ซึ่งแตกต่างจากความร้อนระอุในยุโรปอย่างสิ้นเชิง นอกจากนี้การเลือกเดินทางมาเที่ยวในช่วง Shoulder Season ยังช่วยให้นักท่องเที่ยวประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากกว่าไฮซีซั่นแบบเท่าตัว ทำให้การพักผ่อนครั้งนี้คุ้มค่าและพิเศษกว่าที่เคย

ทางด้านนางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. ได้สั่งการให้สำนักงานในยุโรปทั้ง 7 แห่ง เร่งประชาสัมพันธ์เพื่อให้ชาวต่างชาติได้รับรู้ว่าไทยคือจุดหมายปลายทางแห่งการพักผ่อนอย่างแท้จริง การดำเนินกลยุทธ์ ททท. สบช่องยุโรปเดือด 40 องศาฯ อัดแคมเปญดึงต่างชาติหนีร้อนเที่ยวหน้าฝนไทย ครั้งนี้ ไม่ได้เพียงแค่หาลูกค้าใหม่ แต่ยังเป็นการตอกย้ำภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทยที่มาได้ตลอดทั้งปี

  • เพลิดเพลินกับธรรมชาติสีเขียวขจีที่สวยงามที่สุดในช่วงหน้าฝน
  • สัมผัสบรรยากาศความเงียบสงบ ไม่แออัดเหมือนช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวปกติ
  • ประหยัดงบค่าที่พักและตั๋วเครื่องบินด้วยราคาสุดคุ้ม
  • ได้รับบริการระดับพรีเมียมจากผู้ประกอบการชั้นนำของไทย

นอกจากตลาดฝั่งยุโรปแล้ว ทาง ททท. ยังไม่ละเลยตลาดท่องเที่ยวอื่นๆ โดยมุ่งเน้นการจัดกิจกรรมแบบ B2B เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจท่องเที่ยวในภาพรวมให้เติบโตตามเป้าหมาย แม้โลกจะมีความท้าทายจากสถานการณ์การเมืองหรือภัยธรรมชาติ แต่ด้วยความยืดหยุ่นของภาคการท่องเที่ยวไทย เรามั่นใจว่าไทยยังคงเป็นจุดหมายปลายทางอันดับต้นๆ ในใจคนทั่วโลก

สรุปแล้ว หากใครที่อาศัยอยู่ในยุโรปและกำลังมองหาทางรอดจากอากาศร้อนจัด การเก็บกระเป๋าบินมาสัมผัสความเขียวขจีของเมืองไทยถือเป็นทางเลือกที่คุ้มค่าที่สุดในตอนนี้ อย่าปล่อยให้ฤดูกาลผ่านไปโดยไม่ได้พักผ่อนอย่างมีความสุข รีบจองตั๋วมาดื่มด่ำกับบรรยากาศ Amazing Thailand กันเถอะครับ

ที่มา – ททท. สบช่องยุโรปเดือด 40 องศาฯ อัดแคมเปญดึงต่างชาติหนีร้อนเที่ยวหน้าฝนไทย

ททท. จับมือ flydubai เปิดบินตรงดูไบ-ดอนเมือง ดึงเศรษฐีอาหรับ

ข่าวดีสำหรับวงการการท่องเที่ยวไทยล่าสุดเมื่อ ททท. จับมือ flydubai เปิดบินตรงดูไบ-ดอนเมือง ดึงเศรษฐีอาหรับเข้าไทยถือเป็นก้าวสำคัญที่จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงไฮซีซั่นที่จะถึงนี้ โดยการร่วมมือครั้งนี้จะช่วยดึงดูดกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีกำลังซื้อสูงจากตะวันออกกลางให้เข้ามาสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษในประเทศไทยมากขึ้นกว่าเดิม

ททท. จับมือ flydubai เปิดบินตรงดูไบ-ดอนเมือง ดึงเศรษฐีอาหรับ

นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. ได้ออกมาเผยถึงยุทธศาสตร์สำคัญในการรุกตลาดตะวันออกกลาง โดยเฉพาะสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพสูง การที่ ททท. จับมือ flydubai เปิดบินตรงดูไบ-ดอนเมือง ดึงเศรษฐีอาหรับ มาไทยนั้น ไม่เพียงแต่จะเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยว แต่ยังเป็นการยกระดับการบริการให้ตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มไฮเอนด์ที่มองหาความสะดวกสบายในการเดินทาง

ศักยภาพของเส้นทางบินใหม่เชื่อมดูไบสู่เมืองไทย

สำหรับแผนการบินที่เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 สายการบิน flydubai จะให้บริการด้วยเครื่องบิน Boeing 737 MAX ซึ่งช่วยเพิ่มที่นั่งเข้าสู่ประเทศไทยได้มากกว่า 10,000 ที่นั่งในช่วงแรก การเพิ่มเส้นทางบินตรงสู่สนามบินดอนเมืองถือเป็นกลยุทธ์ที่ฉลาดมาก เพราะช่วยลดความหนาแน่นที่สุวรรณภูมิและเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวเดินทางต่อไปยังจุดหมายปลายทางอื่นๆ ได้ง่ายขึ้น นี่คือส่วนหนึ่งในแผน ททท. จับมือ flydubai เปิดบินตรงดูไบ-ดอนเมือง ดึงเศรษฐีอาหรับ ให้เข้ามาใช้จ่ายในไทยอย่างต่อเนื่อง

  • เฟสแรกเริ่ม 1 กรกฎาคม 2569: บินวันละ 1 เที่ยวบิน
  • เฟสสองเริ่ม 15 กันยายน 2569: เพิ่มเป็นวันละ 2 เที่ยวบิน
  • เน้นดึงกลุ่มครอบครัวขนาดใหญ่ที่นิยมพักโรงแรม 5 ดาว

นอกจากนี้ ในช่วงต้นเดือนกรกฎาคม ททท. ยังเตรียมขนทัพผู้ประกอบการไปจัดกิจกรรมโรดโชว์ที่ดูไบและอาบูดาบี เพื่อเน้นย้ำถึงความพร้อมของประเทศไทยในระดับพรีเมียม ซึ่งเป็นโอกาสดีที่นักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลางจะได้รับทราบถึงโปรโมชั่นและแพ็คเกจท่องเที่ยวที่ออกแบบมาเพื่อพวกเขาโดยเฉพาะ

ในมุมมองของนักวิเคราะห์ นี่เป็นกลยุทธ์ที่ชาญฉลาดเพราะนักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลางมักจะเดินทางเป็นครอบครัวใหญ่ มีระยะเวลาพำนักนาน และที่สำคัญคือมีกำลังซื้อสูงมาก หากสามารถรักษาฐานกลุ่มนี้ไว้ได้ เชื่อว่าอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยจะกลับมาคึกคักและสร้างเม็ดเงินมหาศาลอย่างแน่นอน มาร่วมลุ้นไปพร้อมกันว่าความสัมพันธ์อันดีระหว่างไทยและ flydubai จะนำพาความสำเร็จมาสู่การท่องเที่ยวไทยได้มากแค่ไหนในช่วงไฮซีซั่นนี้

ที่มา – ททท. จับมือ flydubai เปิดบินตรงดูไบ-ดอนเมือง ดึงเศรษฐีอาหรับกระเป๋าหนัก รับไฮซีซั่น

Amazing Thailand Fest 2026 ททท. ยกขบวนอาหารไทยปักหมุดมาเลเซีย

เชื่อว่าเพื่อนๆ หลายคนคงต้องตื่นเต้นกับข่าวดีล่าสุด เมื่อการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เดินหน้าเต็มกำลังเพื่อผลักดัน Soft Power ของไทยในระดับสากล ผ่านงานอีเวนต์ยิ่งใหญ่ที่ชื่อว่า Amazing Thailand Fest 2026 ททท. ยกขบวนอาหารไทยปักหมุดเซ็นทรัลมาเลเซีย ซึ่งจัดขึ้น ณ ห้างสรรพสินค้า Central i-City สหพันธรัฐมาเลเซีย เพื่อเน้นย้ำถึงวัฒนธรรมอาหารไทยที่เปี่ยมไปด้วยรสชาติและคุณค่าทางโภชนาการ

Amazing Thailand Fest 2026 ททท. ยกขบวนอาหารไทยปักหมุดเซ็นทรัลมาเลเซีย

กิจกรรมครั้งนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 26-28 มิถุนายน 2569 โดยมีไฮไลต์สำคัญคือการที่ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เสด็จเป็นองค์ประธานในพิธีเปิดงาน พร้อมทรงสาธิตการทำอาหารไทยโบราณ สร้างความประทับใจให้กับชาวมาเลเซียที่เข้าร่วมงานอย่างมาก ซึ่งโครงการนี้ไม่เพียงแต่เน้นเรื่องอาหารเท่านั้น แต่ยังเป็นการเชื่อมโยงวัฒนธรรมผ่านการแสดงนาฏศิลป์ และความบันเทิงสมัยใหม่จาก T-Pop อย่าง ‘เติร์ด ลภัส’ อีกด้วย

ปลุกกระแสการท่องเที่ยวแบบ Gastronomy Tourism

ปัจจุบันกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียถือเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักที่มีศักยภาพสูงมาก โดยสถิติในช่วงต้นปี 2569 พบว่ามีชาวมาเลเซียเดินทางเข้าไทยแล้วกว่า 2 ล้านคน การจัดงาน Amazing Thailand Fest 2026 ททท. ยกขบวนอาหารไทยปักหมุดเซ็นทรัลมาเลเซีย ในครั้งนี้ จึงถือเป็นกลยุทธ์สำคัญที่ดึงดูดใจนักท่องเที่ยวด้วยประสบการณ์การกินเที่ยวที่แท้จริง

ทำไมมาเลเซียถึงรักประเทศไทย? เรื่องนี้ไม่ได้มีแค่เรื่องอาหารเท่านั้น แต่ยังรวมถึงปัจจัยดังต่อไปนี้:

  • การเดินทางที่สะดวกสบาย: ไม่ว่าจะบินตรง หรือนั่งรถไฟกัวลาลัมเปอร์-หาดใหญ่ ก็เข้าถึงเมืองไทยได้ง่าย
  • One Stop Destination: ไทยมีครบทั้งที่ช้อปปิ้ง สถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติ และสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับชาวมุสลิม
  • ความคุ้มค่า: ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยที่สูงสะท้อนให้เห็นว่าคนมาเลเซียพร้อมจ่ายเพื่อความสุขและการพักผ่อนแบบมีคุณภาพ

ในอนาคต ททท. วางแผนที่จะกระจายแหล่งท่องเที่ยวไปยังเมืองน่าเที่ยวในไทยมากขึ้น เพื่อให้นักท่องเที่ยวที่หลงรักอาหารและวัฒนธรรมไทยออกเดินทางไปสัมผัสประสบการณ์ใหม่ๆ ในภาคใต้และจังหวัดอื่นๆ ของไทย การผสมผสานระหว่างกิจกรรมสนุกๆ ในงานเทศกาลและการเดินทางจริง จะช่วยยกระดับภาพลักษณ์ของไทยในสายตาชาวอาเซียนได้อย่างยั่งยืน นับเป็นก้าวสำคัญที่สะท้อนว่าอาหารไทยไปไกลกว่าที่คิดจริงๆ ครับ

ที่มา – Amazing Thailand Fest 2026 ททท. ยกขบวนอาหารไทยปักหมุดเซ็นทรัลมาเลเซีย

Scroll to top