การปฏิรูปเศรษฐกิจ

210 ปี อาร์เจนตินาอนาคตที่มีร่วมกัน กับไทย

ย้อนกลับไปเมื่อ 210 ปีที่แล้ว ในเมืองซานมิเกล เด ตูกูมัน กลุ่มผู้แทนได้ตัดสินใจเปลี่ยนประวัติศาสตร์ด้วยการประกาศเอกราชของชาติ นี่คือจุดเริ่มต้นของการสร้างชาติที่มั่นคงและภาคภูมิใจ ในวาระสำคัญของ 210 ปี อาร์เจนตินาอนาคตที่มีร่วมกัน นี้ เราอยากชวนทุกคนมาทำความรู้จักกับความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นระหว่างอาร์เจนตินาและประเทศไทย

210 ปี อาร์เจนตินาอนาคตที่มีร่วมกัน กับมิตรภาพ 71 ปี

อาร์เจนตินาเป็นประเทศแรกในละตินอเมริกาที่สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับไทยเมื่อ 71 ปีก่อน ความสัมพันธ์ของเราตั้งอยู่บนรากฐานของความเคารพและการทำงานร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นในระดับวิชาการหรือการค้า เห็นได้ชัดจากโครงการความร่วมมือปี 2568-2570 ของ DGCIN และ TICA ที่ครอบคลุมทั้งการเกษตรและเทคโนโลยี

โอกาสใหม่ใน 210 ปี อาร์เจนตินาอนาคตที่มีร่วมกัน

ปัจจุบันการค้าระหว่างสองประเทศมีมูลค่ากว่า 2,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และเรากำลังมองหาโอกาสขยายตลาด โดยเฉพาะการนำเข้าเนื้อวัวคุณภาพยอดเยี่ยมจากอาร์เจนตินา นอกจากนี้ อาร์เจนตินายังกำลังก้าวสู่การเป็นผู้เล่นสำคัญด้านพลังงานและเทคโนโลยี นวัตกรรมใหม่ๆ จากอาร์เจนตินากำลังนำไปสู่ระดับโลกอย่างต่อเนื่อง

นอกเหนือจากเรื่องเศรษฐกิจ อาร์เจนตินายังมีจุดแข็งที่คุณต้องหลงรัก:

  • ธรรมชาติที่หลากหลาย: ตั้งแต่น้ำตกอีกวาซู ถึงธารน้ำแข็งปาตาโกเนีย
  • อุตสาหกรรมสร้างสรรค์: ทั้งดนตรีแทงโก้และงานศิลปะระดับโลก
  • กีฬา: มรดกแห่งฟุตบอลและกีฬาโปโลที่เป็นสะพานเชื่อมมิตรภาพ

รัฐบาลของประธานาธิบดีฆาเบียร์ มิเลย์ ยังได้เดินหน้าปฏิรูปเศรษฐกิจขนานใหญ่เพื่อสร้างความมั่นคงและจูงใจต่อนักลงทุนต่างชาติ ซึ่งรวมถึงไทยด้วย หากคุณเป็นคนที่ชื่นชอบทั้งการผจญภัย อาหารรสเลิศ และไวน์ชั้นดี อาร์เจนตินาคือจุดหมายปลายทางที่ไม่ควรพลาดอย่างยิ่ง

การที่เราเฉลิมฉลองครบรอบ 210 ปี อาร์เจนตินาอนาคตที่มีร่วมกัน นี้ ไม่เพียงแค่เป็นการรำลึกถึงอดีต แต่ยังเป็นการปักหมุดความสัมพันธ์ในอนาคตที่แข็งแกร่งกว่าเดิม สำหรับใครที่อยากสัมผัสจิตวิญญาณแห่งอาร์เจนตินา อย่าลืมพบกันที่งาน Argentine Embassy Polo Cup วันที่ 28 พ.ย. นี้ ณ Thai Polo Club พัทยา แล้วคุณจะพบว่าระยะทางไม่ใช่อุปสรรคหากเรามีน้ำใจไมตรีต่อกัน

ที่มา – 210 ปี อาร์เจนตินาอนาคตที่มีร่วมกัน

นายกฯ ยินดี Moody’s ปรับมุมมองไทย

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน! วันนี้มีข่าวดีมาอัปเดตให้ฟังกันแบบเป็นกันเองเลยนะครับ เรื่องที่กำลังเป็นกระแสเดือดๆ ในแวดวงเศรษฐกิจไทย นั่นคือ นายกฯ ยินดี Moody’s ปรับมุมมองไทย จาก “เชิงลบ” กลายเป็น “มีเสถียรภาพ” พร้อมคงอันดับเครดิตที่ Baa1 เรียกได้ว่าเป็นสัญญาณบวกชัดเจนว่าประเทศไทยกำลังฟื้นตัวแรงมาก โดยเฉพาะความเชื่อมั่นจากนักลงทุนต่างชาติที่เริ่มกลับมา!

นายกฯ ยินดี Moody’s ปรับมุมมองไทย สะท้อนเศรษฐกิจฟื้นตัว

วันที่ 22 เมษายน 2569 นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้แถลงข่าวว่านายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี รู้สึกยินดีสุดๆ กับการปรับมุมมองของ Moody’s Ratings ซึ่งเป็นหนึ่งในสามยักษ์ใหญ่แห่งวงการให้คะแนนเครดิตโลก นี่ไม่ใช่แค่ตัวเลขธรรมดา แต่สะท้อนถึงพื้นฐานเศรษฐกิจไทยที่แข็งแกร่งขึ้น ทิศทางนโยบายรัฐบาลที่ชัดเจน และเสถียรภาพทางการเมืองที่ช่วยลดความเสี่ยงลงไปเยอะ

ทำไม Moody’s ถึงปรับมุมมอง? มาดูปัจจัยหลักๆ กันครับ

  • แนวโน้มเศรษฐกิจเสถียรภาพ: ทั้งจากปัจจัยภายในอย่างการฟื้นตัวของภาคเอกชน และภายนอกที่โลกเริ่มคลายล็อกดาวน์หลังโควิด
  • เสถียรภาพทางการเมือง: ไม่มีดราม่าหนักๆ ทำให้ธุรกิจวางแผนลงทุนได้ยาวๆ
  • การลงทุนเอกชนฟื้น: มาตรการเจ๋งๆ อย่าง Thailand Fast Pass ช่วยดึงดูดการจ้างงาน สร้าง growth ในอนาคต
  • หนี้สาธารณะจัดการได้: แม้เพิ่มจาก stimulus แต่ยังไม่ถึงจุดวิกฤต และเงินสำรองระหว่างประเทศแน่นเป๊ะ รองรับช็อกโลกได้สบาย

นายกฯ ยินดี Moody’s ปรับมุมมองไทย ช่วยดึงดูด FDI

นอกจากนี้ ยังมีข่าวดีคู่อีกชิ้น! ดัชนีความเชื่อมั่นการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDICI 2026 โดย Kearney) ไทยหวนคืน Top 25 ของโลกแล้วครับ หลังหายไป 2 ปี (2567-2568) ตั้งแต่ปี 2566 ที่เคยติดอันดับ นี่แสดงว่านักลงทุนต่างชาติเริ่มมองไทยน่าสนใจอีกครั้ง

สาเหตุหลักมาจากนโยบายรัฐบาลที่จริงจัง เช่น BOI ขยายสิทธิประโยชน์ในอุตสาหกรรมอนาคตอย่าง Data Center, ยานยนต์ไฟฟ้า (EV), พลังงานสะอาด พ่วงกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานแบบเร่งด่วน เช่น สนามบิน ท่าเรือ และ EEC ที่ทำให้ลงทุนง่ายขึ้น ลด bureaucracy

นายกฯ ยินดี Moody’s ปรับมุมมองไทย จึงไม่ใช่เรื่องเล็ก เพราะมันเชื่อมโยงกันหมด สะท้อนความเชื่อมั่นนักลงทุนที่ฟื้นตัวต่อเนื่อง จะช่วยดึงการลงทุนใหม่ๆ เข้ามา ขยายเศรษฐกิจ ยกระดับ competitiveness ของไทยในเวทีโลก

มาดู impacts กันจริงๆ สิครับ การมี outlook stable ทำให้ต้นทุนกู้ยืมถูกลง สต็อกตลาดหุ้นไทย (SET) อาจได้แรงหนุน นักลงทุนต่างชาติไหลเข้า ส่งผลบวกต่อค่าเงินบาทและ GDP growth คาดว่าปีนี้ไทยโตได้ 3-4% เลยทีเดียว

นายกรัฐมนตรียังเน้นย้ำว่ารัฐบาลจะดูแลประชาชนใกล้ชิด ลดผลกระทบเศรษฐกิจ รักษาเสถียรภาพ และวางรากฐานระยะยาว มุ่งเติบโตยั่งยืนตามสัญญากับประชาชน

ส่วนตัวผมมองว่านี่เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีมากสำหรับเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะในยุคที่โลกกำลัง shift สู่ green economy และ digital ถ้ารัฐบาลเดินหน้าต่อเนื่อง นักลงทุนจะยิ่งมั่นใจ คุณล่ะคิดยังไง? คอมเมนต์มาบอกกันหน่อยสิครับ หรือถ้าสนใจลงทุนในไทย ลองศึกษานโยบาย BOI เพิ่มเติมได้เลย สมัครรับข่าวอัปเดตเศรษฐกิจฟรีทางอีเมลของเราด้วยนะ!

ที่มา – นายกฯ ยินดี Moody’s ปรับมุมมองไทย สะท้อนความเชื่อมั่นนักลงทุนต่อไทยกำลังฟื้นตัว

จีนเผยแผนพัฒนา 5 ปีฉบับที่ 15: เศรษฐกิจ มั่นคง เทคโนโลยี

พรรคคอมมิวนิสต์จีนเปิดเผยเป้าหมายของแผนการพัฒนา 5 ปีฉบับที่ 15 หลังการประชุมเต็มคณะ โดยจะมุ่งเน้นการพึ่งพาตนเองในด้านเทคโนโลยี การพัฒนาเศรษฐกิจ และกองทัพ

เมื่อ 23 ต.ค. 2568 จีนเปิดเผยแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมระยะเวลา 5 ปี ฉบับที่ 15 (ปี 2569-2573) โดยจะมุ่งเน้นเรื่องการพึ่งพาตนเองด้านเทคโนโลยี, ความต้องการในประเทศ และความมั่นคงแห่งชาติมากขึ้น และผนวกเรื่อง ขีดความสามารถด้านการป้องกันประเทศ ไว้ในแผนพัฒนาประเทศระยะยาว (ถึงปี 2578) ด้วย

ในแถลงการณ์ที่เผยแพร่หลังสิ้นสุดการประชุมเต็มคณะครั้งที่สี่ของพรรคคอมมิวนิสต์ เมื่อวันพฤหัสบดี (23 ต.ค.) เหล่าผู้นำพรรคได้เปิดเผยเป้าหมาย 7 ด้าน ที่จะกลายเป็นพื้นฐานของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมระยะ 5 ปี ฉบับที่ 15 ก่อนที่แผนดังกล่าวจะได้รับการอนุมัติอย่างเป็นทางการโดยสภาประชาชนแห่งชาติในเดือนมีนาคมปีหน้า

วัตถุประสงค์หลักทั้งเจ็ดด้าน ครอบคลุมตั้งแต่ การเติบโตที่มีคุณภาพสูง และ การปฏิรูปที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ไปจนถึง ความก้าวหน้าทางวัฒนธรรม, ความก้าวหน้าทางนิเวศวิทยา, การยกระดับมาตรฐานความเป็นอยู่ และ เกราะป้องกันความมั่นคงแห่งชาติที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

“ช่วงเวลา 5 ปีของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมฉบับที่ 15 จะมีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากประเทศจะดำเนินการเพื่อเสริมสร้างรากฐานและขับเคลื่อนไปข้างหน้าในทุกด้าน เพื่อบรรลุความทันสมัยแบบสังคมนิยมให้ได้โดยพื้นฐานภายในปี 2578”

“ดังนั้น แผนนี้จะทำหน้าที่เป็นจุดเชื่อมโยงสำคัญระหว่างอดีตกับอนาคต” แถลงการณ์ที่เผยแพร่โดยสำนักข่าวซินหัวระบุ

การเปิดเผยจุดประสงค์ของแผนพัฒนา 5 ปีฉบับล่าสุดของจีน เกิดขึ้นในขณะที่จีนกำลังเผชิญกับสิ่งที่พรรคคอมมิวนิสต์เรียกว่า “ช่วงเวลาของการอยู่ร่วมกันของโอกาสเชิงกลยุทธ์ ความเสี่ยงและความท้าทาย และปัจจัยที่ไม่แน่นอนและคาดเดาไม่ได้ที่เพิ่มมากขึ้น”

ปัจจุบัน จีนกำลังเผชิญกับความท้าทายมากมายที่รออยู่ข้างหน้า ท่ามกลางความตึงเครียดทางการค้ากับสหรัฐอเมริกา และภาวะเศรษฐกิจภายในประเทศที่ซบเซา

อย่างไรก็ตาม พรรคคอมมิวนิสต์จีนยืนยันว่า รากฐานทางเศรษฐกิจของประเทศยังคงมั่นคง โดยมีข้อได้เปรียบมากมาย ทั้งความยืดหยุ่นที่แข็งแกร่ง และศักยภาพที่ยิ่งใหญ่ ซึ่งจีนจะต้องมุ่งมั่นทำเรื่องของตัวเองให้ดี และเดินหน้าเขียนบทใหม่ของประเทศ เรื่องการพัฒนาเศรษฐกิจที่รวดเร็วและความมั่นคงทางสังคมในระยะยาว

ทั้งนี้ คาดกันว่า แผนพัฒนา 5 ปีฉบับนี้จะต้องผ่านการปรับปรุงแก้ไขอีกในช่วงหลายเดือนข้างหน้า แต่นี่ก็นับเป็นการเผยให้เห็นแผนการของรัฐบาลจีน ในการรับมือกับความท้าทายต่าง ๆ เช่น การเติบโตที่ช้าลง ประชากรของประเทศที่สูงวัยขึ้น และความตึงเครียดทั่วโลกที่เพิ่มสูงขึ้น

แผนนี้จะครอบคลุมช่วงปี 2569 ถึง 2573 ซึ่งจะมีเหตุการณ์สำคัญทางการเมืองและยุทธศาสตร์ที่กำลังจะมาถึง ได้แก่ การประชุมสมัชชาใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์ ครั้งถัดไป และ วาระครบรอบ 100 ปีการก่อตั้งกองทัพปลดปล่อยประชาชน (PLA) ในปี 2570 และ วาระครบรอบ 80 ปีการก่อตั้งสาธารณรัฐประชาชนจีนในปี 2572

แถลงการณ์ระบุด้วยว่า จีนตั้งเป้าที่จะบรรลุเป้าหมายครบรอบศตวรรษของกองทัพปลดปล่อยประชาชนตามกำหนด พัฒนาการป้องกันประเทศและการทหารให้ทันสมัยและมีคุณภาพสูง

พวกเขายังตั้งเป้าที่จะบรรลุ “การก้าวกระโดดครั้งสำคัญ” ในด้าน ความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจ ความเข้มแข็งทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ขีดความสามารถด้านการป้องกันประเทศ ความเข้มแข็งของชาติโดยรวม และอิทธิพลระหว่างประเทศ ภายในปี 2578 ซึ่งตามเป้าหมาย GDP ของประเทศจะบรรลุถึงระดับประเทศพัฒนาแล้วขนาดกลาง

เพื่อความก้าวหน้าดังกล่าว พรรคคอมมิวนิสต์เรียกร้องให้เร่งดำเนินการพัฒนาแบบบูรณาการ เรื่องการใช้เครื่องจักร, การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ และการใช้ระบบอัจฉริยะในกองทัพ พร้อมทั้ง ยกระดับขีดความสามารถเชิงยุทธศาสตร์เพื่อปกป้องอธิปไตย, ความมั่นคง และผลประโยชน์ในการพัฒนาประเทศ

นอกจากนั้น จีนยังย้ำถึงความจำเป็นในการเร่งพัฒนาขีดความสามารถในการรบขั้นสูง กับการรวมศูนย์และเสริมสร้างความเข้มแข็งของระบบและขีดความสามารถทางยุทธศาสตร์แห่งชาติแบบบูรณาการด้วย

จีนให้ความสำคัญกับเทคโนโลยี, เศรษฐกิจ, และความมั่นคงใน แผนพัฒนา 5 ปีฉบับที่ 15 นี้อย่างยิ่ง ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงทิศทางที่ชัดเจนของประเทศในอนาคต

จีนเผยแผนพัฒนา 5 ปีฉบับที่ 15 มุ่งพัฒนาเศรษฐกิจ-ความมั่นคง-เทคโนโลยี

การประกาศแผนพัฒนา 5 ปีฉบับที่ 15 ของจีนนี้ มีเป้าหมายเพื่อสร้างความแข็งแกร่งและความยั่งยืนในระยะยาว โดยมุ่งเน้นการพึ่งพาตนเองทางเทคโนโลยี การพัฒนาเศรษฐกิจภายในประเทศ และความมั่นคงของชาติเป็นสำคัญ การดำเนินการตามแผนนี้จะส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อทั้งเศรษฐกิจภายในประเทศจีนและเศรษฐกิจโลก

เป้าหมายหลักของแผนพัฒนา 5 ปีฉบับที่ 15

เป้าหมายหลักของแผนพัฒนา 5 ปีฉบับที่ 15 คือการสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคมในระยะยาว โดยเน้นการพัฒนาเทคโนโลยีภายในประเทศ การเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืน และความมั่นคงของชาติ การดำเนินการตามแผนนี้จะช่วยให้จีนสามารถรับมือกับความท้าทายต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสร้างความเจริญรุ่งเรืองให้กับประเทศ

แผนนี้มีเป้าหมายที่ครอบคลุมในหลายด้าน ตั้งแต่การพัฒนาเศรษฐกิจที่มีคุณภาพสูง การปฏิรูปเชิงลึก การพัฒนาวัฒนธรรม การรักษาสิ่งแวดล้อม การยกระดับคุณภาพชีวิต และการสร้างความมั่นคงของชาติที่แข็งแกร่ง ภาคส่วนเทคโนโลยีของจีนกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยมีบริษัทหลายแห่งที่กำลังพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่เป็นนวัตกรรมใหม่

การเน้นย้ำเรื่องความมั่นคงแห่งชาติแสดงให้เห็นถึงความกังวลที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับความท้าทายภายนอกจากประเทศอื่นๆ

โดยรวมแล้ว แผนพัฒนา 5 ปีฉบับที่ 15 ของจีนแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการสร้างประเทศที่แข็งแกร่ง มั่งคั่ง และยั่งยืน

ที่มา – จีนเผยแผนพัฒนา 5 ปีฉบับที่ 15 มุ่งพัฒนาเศรษฐกิจ-ความมั่นคง-เทคโนโลยี

Scroll to top