การประชุมคณะรัฐมนตรี

อนุทินบอก แถลงนโยบายยิ่งเร็วยิ่งดี จริงหรือ?

“อนุทิน” บอก แถลงนโยบายยิ่งเร็วยิ่งดี หวังได้เริ่มทำงานทันที ย้ำ บรรจุเรื่องแก้รัฐธรรมนูญในร่างแถลงนโยบายรัฐบาลเรียบร้อยแล้ว เรื่องนี้จริงหรือไม่? มาติดตามรายละเอียดกัน

วันที่ 23 ก.ย. 2568 ที่พรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย กล่าวถึงกำหนดวันแถลงนโยบายรัฐบาลต่อที่ประชุมรัฐสภา ว่ากำลังประสานประธานรัฐสภาขอเป็นวันที่ 29-30 ก.ย.นี้ หากยิ่งเร็วยิ่งดี เพราะวันที่หนึ่งของการทำงานคือนับจากวันแถลงนโยบายเสร็จสิ้น เพื่อที่รัฐบาลจะได้ทำงานอย่างเต็มที่

เมื่อถามต่อว่าในวันที่ 24 ก.ย. นี้ภายหลังเสร็จสิ้นการเข้าเฝ้าถวายสัตย์ปฏิญาณ ที่จะมีการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นำร่างนโยบายเข้าสู่การพิจารณาด้วยหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ต้องให้ที่ประชุมรับทราบ จากนั้น จะนำร่างส่งให้สมาชิกรัฐสภาได้ศึกษาเพื่อที่จะอภิปรายได้ เหมือนการแถลงนโยบายทุกครั้งที่ผ่านมาโดยใช้เวลา 2 วัน ส่วนเรื่องระยะเวลาเป็นเรื่องที่วิป 3 ฝ่ายจะหารือ และทำข้อตกลงกัน

ส่วนพรรคประชาชนอยากให้ไทม์ไลน์ เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญอยู่ในร่างแถลงนโยบายยิ่งเร็วยิ่งดี รัฐบาลจะมีกำหนดไว้ด้วยหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เรื่องรัฐธรรมนูญอยู่ในข้อตกลง MOA อยู่แล้ว ก็เป็นไปตามนั้น ในการประชุมพรรคภูมิใจไทยวันนี้ก็จะพูดคุยเรื่องนี้ด้วย สำหรับการที่พรรคประชาชนไม่ค่อยเห็นด้วยกับโมเดล เรื่องการตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ของพรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ตอบสั้นๆเพียงว่าให้ เป็นไปตามระบบ

อนุทินย้ำ แถลงนโยบายยิ่งเร็วยิ่งดี

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการแถลงนโยบายยิ่งเร็วยิ่งดี โดยให้เหตุผลว่าการเริ่มต้นทำงานของรัฐบาลจะนับจากวันที่การแถลงนโยบายเสร็จสิ้น การเร่งดำเนินการจึงเป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้รัฐบาลสามารถทำงานได้อย่างเต็มที่และรวดเร็ว นอกจากนี้ นายอนุทินยังกล่าวถึงประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นหนึ่งในข้อตกลง MOA และจะมีการหารือในพรรคภูมิใจไทย

ทำไมอนุทินถึงต้องการ แถลงนโยบายยิ่งเร็วยิ่งดี?

เหตุผลหลักที่นายอนุทินต้องการให้มีการแถลงนโยบายยิ่งเร็วยิ่งดี คือเพื่อให้รัฐบาลสามารถเริ่มต้นทำงานได้อย่างรวดเร็ว การแถลงนโยบายถือเป็นขั้นตอนสำคัญในการประกาศแนวทางการทำงานของรัฐบาลต่อรัฐสภาและประชาชน การเร่งดำเนินการในส่วนนี้จึงเป็นการส่งสัญญาณถึงความพร้อมและความมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาประเทศ

นอกจากนี้ การที่รัฐบาลสามารถเริ่มทำงานได้เร็วขึ้นยังเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนและประชาชน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการพัฒนาประเทศในระยะยาว การที่รัฐบาลมีความชัดเจนในนโยบายและการดำเนินงานจะช่วยลดความไม่แน่นอนและสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการลงทุนและการเติบโตทางเศรษฐกิจ

ประเด็นที่น่าสนใจอีกประการหนึ่งคือเรื่องของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งถูกบรรจุไว้ในร่างแถลงนโยบายของรัฐบาล การแก้ไขรัฐธรรมนูญถือเป็นประเด็นที่มีความสำคัญและมีความละเอียดอ่อน การที่รัฐบาลให้ความสำคัญกับเรื่องนี้และพร้อมที่จะดำเนินการแก้ไขถือเป็นสัญญาณที่ดีต่อการพัฒนาประชาธิปไตยในประเทศ

อย่างไรก็ตาม การแก้ไขรัฐธรรมนูญอาจต้องเผชิญกับความท้าทายและความเห็นที่แตกต่างกัน การที่รัฐบาลสามารถสร้างความเข้าใจและหาจุดร่วมกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องจึงเป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นไปอย่างราบรื่นและเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม

โดยสรุปแล้ว การที่นายอนุทินเน้นย้ำถึงความสำคัญของการแถลงนโยบายยิ่งเร็วยิ่งดี ถือเป็นความพยายามที่จะเร่งการทำงานของรัฐบาลและสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน การที่รัฐบาลให้ความสำคัญกับประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาประชาธิปไตยและแก้ไขปัญหาที่สำคัญของประเทศ

แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ การที่รัฐบาลสามารถแปลงนโยบายที่แถลงไว้ให้เป็นรูปธรรมและสร้างผลลัพธ์ที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนได้อย่างแท้จริง การติดตามและตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลจึงเป็นหน้าที่ของทุกภาคส่วนในสังคม

ที่มา – “อนุทิน” บอก แถลงนโยบายยิ่งเร็วยิ่งดี บรรจุเรื่องแก้รัฐธรรมนูญในร่างแถลงนโยบายรัฐบาลเรียบร้อย

“บิ๊กเล็ก” ยัน ทหารไทย พา IOT ลงช่องอานม้า

“บิ๊กเล็ก” ยืนยัน ทหารไทยพาคณะผู้สังเกตการณ์ IOT ลงพื้นที่ช่องอานม้า อยู่ในข้อตกลงประชุม GBC มั่นใจรับมือจิตวิทยา “กัมพูชา” ได้ หลังใช้โล่มนุษย์ยั่วยุแนวชายแดน 

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 19 ส.ค. 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกรณีที่ทหารกัมพูชาโวยวายขณะที่ทหารไทยพาคณะผู้สังเกตการณ์ IOT จาก 8 ชาติอาเซียน ลงพื้นที่ช่องอานม้า ว่า ยังไม่ได้รับรายงานหรือเห็นภาพเหตุการณ์ดังกล่าว แต่คิดว่าต้องคุยกัน เพราะพื้นที่ดังกล่าวตกลงกันแล้วตั้งแต่ประชุม GBC ว่าจะมีคณะผู้สังเกตการณ์ชั่วคราว (Interim Observer Team: IOT) หรือ IOT พร้อมสื่อมวลชน ลงพื้นที่ตรวจสอบการละเมิดข้อตกลงหยุดยิงของกัมพูชา ความตั้งใจของตนเองหลังจากการประชุม GBC เสร็จจะต้องประชุม RBC ต่อ ทั้งสองฝ่ายต้องมาคุยกันในรายละเอียดข้อตกลงทั้ง 13 ข้อจะต้องทำอย่างไร เมื่อคณะ IOT ลงไปแล้วไม่มีการประสานกัน แล้วทหารกัมพูชามาต่อว่า ก็ต้องคุยกันเพราะเราอยากให้มีกลไกเข้ามาตรวจสอบทั้งสองฝ่ายเพื่อแสดงถึงความโปร่งใสเปิดเผยเพราะประเทศไทยมีแต่ความจริงใจ

“บิ๊กเล็ก” ยืนยัน ทหารไทยพาคณะผู้สังเกตการณ์ IOT ลงพื้นที่ช่องอานม้า อยู่ในข้อตกลงประชุม GBC

ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นวันนี้จะสื่อเชิงสัญลักษณ์ว่าทหารกัมพูชาไม่ยอมรับกระบวนการเจรจาและการพูดคุยของประเทศไทยหรือไม่นั้น พล.อ. ณัฐพลกล่าวว่าคงต้องดูในรายละเอียดแต่หลังการประชุมคณะรัฐมนตรีวันนี้นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรีได้พูดคุยกันทางโทรศัพท์กับดาโต๊ะ ซรี อันวาร์ บิน อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซียและประธานอาเซียน โดยแจ้งว่ากัมพูชาอยากจะเพิ่มเจ้าหน้าที่ชุด IOT สาเหตุเพราะอัตราคนในสำนักงานไม่สามารถรองรับงานที่เพิ่มขึ้นได้ ซึ่งได้คุยกับกัมพูชาโดยกัมพูชาก็ตอบรับ ส่วนประเทศไทยเรายืนยันขอให้คงจำนวนเดิม ถ้าจะเพิ่มคนก็ขอให้เพิ่มคนในสถานทูตไปก่อน

IOT คืออะไร และทำไมถึงสำคัญ?

ส่วนเหตุการณ์ชายแดน บ้านหนองจาน และบ้านหนองหญ้าแก้ว พื้นที่แนวชายแดนไทย-กัมพูชา จ.สระแก้วที่ยังมีชาวบ้านฝั่งกัมพูชายั่วยุ แสดงความไม่พอใจทหารเอาลวดหนามไปวางและมีการตั้งข้อสังเกตว่ากัมพูชาจะใช้จิตวิทยา เอาโล่มนุษย์มาเป็นเครื่องมือเพื่อทำลายแนวรั้วลวดหนาม รัฐบาลไทยและทหารจะรับมืออย่างไร พล.อ.ณัฐพลกล่าวว่าก็ยังคงคำตอบเดิมคือต้องการให้ใช้กลไก RBC ในการพูดคุยกันซึ่งเป็นไปตามลำดับคือการพูดคุย RBC ไป IOT และต่อไปยกระดับเป็น AOT แต่ถ้า IOT ทำงานแล้วไม่มีปัญหาอะไรก็จะใช้กลไกนี้ไปเรื่อยๆ

เมื่อถามย้ำรัฐบาลและทหารจะรับมือกับจิตวิทยาของประชาชนและโล่มนุษย์ของกัมพูชาได้หรือไม่นั้น พล.อ.ณัฐพลกล่าวว่าต้องรับให้ได้และพยายามไม่ให้เกิดการปะทะกันไม่ให้ใช้อาวุธถ้าที่สุดแล้วจำเป็นแล้วก็ต้องมาว่ากันอีกทีแต่เราจะพยายามทำให้ดีที่สุดเพราะตอนนี้อย่างน้อยในอาเซียนก็มาเฝ้าดูอยู่แล้ว จากกลไกของ IOT เราก็จะต้องไม่แสดงอาการว่าเราเป็นฝ่ายยั่วยุเสียเอง ก็ต้องใช้ความอดทนจนถึงจุดหนึ่งก็มาว่ากันอีกที

พล.อ.ณัฐพลยังกล่าวถึงผลการตอบรับของคณะทูตนานาชาติที่กระทรวงการต่างประเทศพาลงพื้นที่ความเสียหายจากการปะทะการใช้อาวุธของทหารกัมพูชาว่า นานาชาติเชื่อถือในข้อมูลของเราและในการประชุม GBC สื่อมวลชนจากประเทศต่างๆ มารอฟังจากการแถลงของเรา นั่นแสดงให้เห็นว่าข้อมูลของเรามีเครดิตที่ดีกว่า

อย่างไรก็ตาม พล.อ.ณัฐพล ไม่ขอแสดงความเห็นหลังมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลไทยจะฟ้องเอาผิดผู้นำกัมพูชาและรัฐบาลกัมพูชาในประเทศไทยว่าเป็นข้อหาที่เบาไปอาจจะทำให้ประเทศไทยไม่ได้รับความร่วมมือและสนใจปัญหาที่เกิดขึ้นว่า ตนเองขอโฟกัสในส่วนที่ตนเองอยู่ในที่ประชุม เพราะเป็นกลไกกฎหมายที่เอามาเสนอในที่ประชุม สมช. ซึ่งเป็นกลไกที่เริ่มต้นและคงจะมีอะไรที่เพิ่มเติมต่อไป เพราะไม่กล้าที่จะให้คำตอบกลไกที่เกี่ยวกับกฎหมายที่อาจคลาดเคลื่อนได้

ส่วนการประชุมคณะรัฐมนตรีวันนี้ไม่ได้พูดถึงการล้อมรั้วลวดหนามในระยะยาว เพราะลวดหนามที่วางอยู่ปัจจุบันวางไว้ในลักษณะเป็นเครื่องกีดขวางไม่ให้ฐานกัมพูชาเข้ามาวางทุนระเบิดในพื้นที่กองทัพภาคที่ 2 ส่วนรั้วถาวรยังไม่สามารถทำได้เนื่องจากติดขัดเรื่องงบประมาณที่มีไม่เพียงพอ และจะต้องจัดลำดับความสำคัญของการใช้งบประมาณ ขณะเดียวกันในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ริมแม่น้ำโก-ลก ก็มีการขอรั้วกั้นที่เป็นถาวรเหมือนกัน แต่เราก็ยังไม่ได้ให้ พอเกิดปัญหากัมพูชาแล้วมาสร้างรั้วที่ชายแดนกัมพูชาอาจจะเกิดมาตรฐานขึ้นได้ ดังนั้นจึงขอจัดลำดับเร่งด่วนว่าเรื่องไหนควรมาก่อนหลัง

การยืนยันของ “บิ๊กเล็ก” เรื่องทหารไทยพาคณะผู้สังเกตการณ์ IOT ลงพื้นที่ช่องอานม้า แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของไทยในการแก้ไขปัญหาชายแดนอย่างโปร่งใสและเป็นไปตามข้อตกลงระหว่างประเทศ แม้จะมีความท้าทายจากฝ่ายกัมพูชา แต่ไทยก็ยังคงยึดมั่นในแนวทางการเจรจาและกลไกที่ได้ตกลงกันไว้

ที่มา – “บิ๊กเล็ก” ยืนยัน ทหารไทยพาคณะผู้สังเกตการณ์ IOT ลงพื้นที่ช่องอานม้า อยู่ในข้อตกลงประชุม GBC

Scroll to top