การรักษาความปลอดภัย

พรรคประชาชนแจ้งสมาชิกระวังการแอบอ้างทำธุรกรรม

สวัสดีครับทุกท่าน วันนี้เรามีเรื่องสำคัญที่สมาชิกพรรคประชาชนและประชาชนทั่วไปควรทราบ พรรคประชาชนแจ้งสมาชิกระวังการแอบอ้างทำธุรกรรม หลังจากพบว่ามีแฮกเกอร์พยายามบุกรุกเข้าถึงข้อมูลสมาชิกพรรค แม้ทางพรรคจะจัดการป้องกันได้ทันท่วงที แต่ก็อยากให้ทุกคนตื่นตัวกันหน่อยนะครับ ในยุคดิจิทัลแบบนี้ ข้อมูลส่วนตัวกลายเป็นสมบัติล้ำค่าที่มิจฉาชีพหมายปอง เรามาดูรายละเอียดกันเลย

พรรคประชาชนแจ้งสมาชิกระวังการแอบอ้างทำธุรกรรม หลังพบ แฮกเกอร์ พยายามเข้าถึงข้อมูลสมาชิกพรรค

ตามประกาศจากเพจทางการของพรรคประชาชนเมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2567 (ปรับปีให้ถูกต้องตามบริบท) พรรคได้แจ้งเตือนสมาชิกทันทีหลังตรวจพบความผิดปกติตั้งแต่วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2567 ทีมไอทีของพรรคทำงานอย่างรวดเร็ว โดยดำเนินการ 3 ขั้นตอนหลักทันที:

  • ระงับช่องทางบุกรุก: ปิดช่องโหว่ไม่ให้แฮกเกอร์กลับมาอีก
  • ยกระดับความปลอดภัยระบบเครือข่ายทั้งหมด: อัปเกรดไฟร์วอลล์และระบบป้องกันให้แน่นหนาขึ้น
  • แจ้งสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.): รายงานตามกฎหมาย PDPA อย่างครบถ้วน

ต่อมาเมื่อวันที่ 10 มีนาคม มีข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการละเมิด พรรคจึงแจ้งสมาชิกที่ได้รับผลกระทบและอัปเดตให้ สคส. ทราบเพิ่มเติม ทุกอย่างโปร่งใสสุดๆ เลยครับ

ผลกระทบจำกัดเฉพาะขั้นตอนสมัครสมาชิก

ดีใจด้วยนะครับที่ผลกระทบไม่รุนแรง พรรคตรวจสอบแล้วพบว่าข้อมูลที่รั่วไหลมีเพียงส่วนที่เกี่ยวข้องกับการสมัครสมาชิกเท่านั้น เช่น ชื่อ-สกุล, เลขบัตรประชาชน, ที่อยู่, วันเกิด, เบอร์โทร, อีเมล และภาพถ่ายเอกสารบางส่วน แต่ข้อมูลสำคัญอื่นๆ ปลอดภัยหมด เช่น รหัสผ่าน, ระบบร้องเรียน, เสนอความเห็น, และที่สำคัญคือข้อมูลการบริจาคหรือธุรกรรมการเงิน ไม่มีรั่วไหลเลยสักนิด!

พรรคกำลังตรวจสอบเชิงลึกต่อไป เพื่อประเมินความเสี่ยงทั้งระบบ และยืนยันว่าไม่มีความเสียหายชัดเจน ณ ตอนนี้

คำแนะนำจากพรรค: สมาชิกต้องเฝ้าระวังยังไง?

พรรคประชาชนแจ้งสมาชิกระวังการแอบอ้างทำธุรกรรม โดยเฉพาะ! นี่คือ tips ง่ายๆ ที่พรรคแนะนำ:

  • ระวังสายหรือข้อความจากคนแปลกหน้าที่อ้างเป็นพรรคหรือหน่วยงานรัฐ ขอข้อมูลหรือให้ทำธุรกรรม ถ้าไม่ได้เริ่มเอง อย่าเล่นด้วยเด็ดขาด
  • เช็คบัญชีธนาคารและเครดิตบูโรสม่ำเสมอ ดูว่ามีธุรกรรมแปลกๆ มั้ย
  • เปลี่ยนรหัสผ่านทุกบัญชีที่ใช้ข้อมูลคล้ายๆ กันทันที โดยเฉพาะถ้า reuse รหัสจากเอกสารสมัคร

ถ้ามีข้อสงสัย ติดต่อได้ที่สำนักงานใหญ่พรรคประชาชน 167 ชั้น 4 ซอยรามคำแหง 42 หัวหมาก บางกะปิ กรุงเทพ 10240 หรือเมล [email protected] เลยครับ

ทำไมเรื่องนี้สำคัญ? มุมมองด้านความปลอดภัยข้อมูล

ในฐานะบล็อกที่สนใจเรื่องการเมืองและเทคโนโลยี เราคิดว่าเหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจให้ทุกพรรคการเมืองและองค์กรไทยต้องจริงจังกับ cybersecurity มากขึ้น โดยเฉพาะภายใต้ พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) ที่บังคับใช้แล้ว การแฮกข้อมูลไม่ใช่แค่ปัญหาเทคนิค แต่กระทบความเชื่อมั่นและสิทธิเสรีภาพประชาชน พรรคประชาชนทำได้ดีที่แจ้งเตือนเร็วและโปร่งใส ถ้าทุกพรรคทำแบบนี้ ประชาชนเราก็อุ่นใจขึ้นเยอะ

ส่วนตัวเราแนะนำเพิ่มเติมนะครับ: ใช้ 2FA (two-factor authentication) ทุกแอป, อย่าเปิดลิงก์ подозрительный, และอัปเดตซอฟต์แวร์เสมอ จะช่วยลดความเสี่ยงได้มาก ในยุคที่แฮกเกอร์เก่งขึ้นทุกวัน การป้องกันต้องมาจากตัวเราเองด้วย

สุดท้าย พรรคประชาชนขอโทษสมาชิกและยืนยันว่าจะคุ้มครองข้อมูลสูงสุดต่อไป ขอให้สมาชิกทุกท่านมั่นใจและเฝ้าระวังกันดีๆ นะครับ

CTA: ถ้าคุณเป็นสมาชิกพรรคประชาชน อย่ารอช้า! เช็คข้อมูลส่วนตัวและเปลี่ยนรหัสผ่านวันนี้เลย แล้วแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ทราบเพื่อความปลอดภัยร่วมกัน

ที่มา – พรรคประชาชนแจ้งสมาชิกระวังการแอบอ้างทำธุรกรรม หลังพบ แฮกเกอร์ พยายามเข้าถึงข้อมูลสมาชิกพรรค

รมว.กลาโหมสั่งดูแลกำลังพลแนวหน้าเต็มที่

“บิ๊กเล็ก” กำชับเหล่าทัพดูแลแนวหน้าเต็มที่ ยันอาหาร-อาวุธต้องพร้อมรบต่อเนื่อง ขอบคุณจุฬาฯ ให้โควตาลูกหลานทหารกล้าเข้าเรียน

วันที่ 18 ธันวาคม 2568 พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม แถลงผลการประชุมสภากลาโหมว่า ที่ประชุมได้ให้ความสำคัญสูงสุดกับการดูแลกำลังพลแนวหน้าเต็มที่ ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชาอย่างใกล้ชิด โดยกำชับทุกเหล่าทัพว่าการส่งกำลังบำรุงต้องไม่ขาด ทั้งอาหารกระสุนและอาวุธ ต้องพร้อมสมบูรณ์เพื่อให้สามารถปฏิบัติการรบได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ

สำหรับกำลังพลที่เสียชีวิต รมว.กลาโหมยืนยันว่า จะดูแลครอบครัวและทายาทอย่างดีที่สุด พร้อมปวารณาตนว่าหากมีการพระราชทานเพลิงศพกำลังพลในพื้นที่ภาคกลาง ตนจะเดินทางไปเป็นประธานด้วยตนเองเพื่อเป็นเกียรติแก่ผู้เสียชีวิตและครอบครัว นอกจากนี้ยังได้จัดทำ MOU ร่วมกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อพัฒนาความรู้ให้กำลังพลทุกระดับ ตั้งแต่พลทหารไปจนถึงระดับผู้บังคับบัญชาให้ผ่านหลักสูตรที่หลากหลาย

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมยังบอกด้วยว่า ที่สำคัญที่สุดคือจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้มอบโควตาพิเศษให้กับครอบครัวและทายาทของกำลังพลที่เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ให้ได้รับสิทธิ์เข้าศึกษาต่อ ซึ่งต้องขอบคุณทางจุฬาลงกรณ์ฯ เป็นอย่างยิ่งที่เห็นความสำคัญของความเสียสละนี้

นอกจากนี้ในส่วนของเทศกาลปีใหม่ได้ฝากให้เหล่าทัพจัดหน่วยบริการประชาชนตามพื้นที่ต่างๆ ดูแลรักษาความปลอดภัยสถานที่สำคัญและพื้นที่จัดงานเคานต์ดาวน์ โดยประสานงานร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงทั้งหมด และสั่งการให้เพิ่มความเข้มข้นมากขึ้น เพื่อให้ประชาชนพักผ่อนได้อย่างปลอดภัย

รมว.กลาโหมสั่งเหล่าทัพดูแลกำลังพลแนวหน้าเต็มที่

จากสถานการณ์ปัจจุบัน การดูแลกำลังพลแนวหน้าเต็มที่ถือเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งยวด กำลังพลเหล่านี้เสียสละเพื่อชาติบ้านเมือง พวกเขาเหล่านั้นสมควรได้รับการดูแลอย่างดีที่สุด ทั้งในเรื่องของสวัสดิการ กำลังใจ และความเป็นอยู่ รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรให้ความสำคัญกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของทหารกล้าเหล่านี้อย่างต่อเนื่อง

ความสำคัญของการดูแลกำลังพลแนวหน้าเต็มที่

การดูแลกำลังพลแนวหน้าเต็มที่ ไม่ได้เป็นเพียงแค่การมอบสวัสดิการและสิ่งของจำเป็นเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงการสร้างขวัญและกำลังใจ การให้ความรู้และความเข้าใจที่ถูกต้อง การฝึกฝนทักษะและความสามารถให้พร้อมรับมือกับภัยคุกคามต่างๆ การสร้างความสามัคคีและความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันในหมู่ทหาร และการดูแลสุขภาพกายและใจให้แข็งแรง

นอกจากนี้ การดูแลครอบครัวของกำลังพลที่เสียชีวิตหรือได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่ ก็เป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง ครอบครัวเหล่านี้ต้องได้รับการเยียวยาและช่วยเหลือในทุกๆ ด้าน เพื่อให้พวกเขาสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างปกติสุข

การดูแลแนวหน้าอย่างเต็มที่ถือเป็นภารกิจที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนทั่วไป ทุกคนสามารถมีส่วนร่วมในการสนับสนุนและให้กำลังใจทหารกล้าเหล่านี้ได้ ไม่ว่าจะเป็นการบริจาคสิ่งของ การให้ความช่วยเหลือด้านต่างๆ หรือเพียงแค่การกล่าวคำขอบคุณและให้กำลังใจ

การใส่ใจดูแลสวัสดิการและขวัญกำลังใจของทหารหาญ เป็นการลงทุนที่คุ้มค่า เพราะพวกเขามีหน้าที่สำคัญในการปกป้องอธิปไตยและความมั่นคงของชาติ การที่ทหารมีขวัญและกำลังใจดี จะส่งผลให้การปฏิบัติหน้าที่เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถรับมือกับความท้าทายต่างๆ ได้อย่างเข้มแข็ง

ดังนั้น เราทุกคนควรตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลทหารกล้า และร่วมกันสนับสนุนให้พวกเขาสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างเต็มกำลัง เพื่อความสงบสุขและความเจริญรุ่งเรืองของประเทศชาติ

การที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้มอบโควตาพิเศษให้กับครอบครัวและทายาทของกำลังพลที่เสียชีวิต ถือเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่ดีของการตอบแทนความเสียสละของทหารกล้า และเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้กับกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ ขอชื่นชมจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยที่เห็นความสำคัญของความเสียสละนี้

ที่มา – รมว.กลาโหมสั่งเหล่าทัพดูแลกำลังพลแนวหน้าเต็มที่ อาวุธอาหารต้องพร้อม

“โสภณ” เดินหน้าแก้ปัญหายาเสพติดทั่วประเทศ

“โสภณ” คิกออฟ เดินหน้าแก้ปัญหายาเสพติดทั่วประเทศ ชูบุรีรัมย์โมเดล ลั่น 4 เดือนเห็นผล ขอ 4 ปีจบยาเสพติด ต้องใช้ข้อมูลจริงแก้ปัญหายั่งยืน

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 24 ตุลาคม 2568 ที่สนามช้างอารีนา จังหวัดบุรีรัมย์ นายโสภณ ซารัมย์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดโครงการ “รวมพลังรัก ศรัทธา แก้ปัญหายาเสพติดแบบบูรณาการ” โดยมี น.ส. ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ผู้ว่าราชการจังหวัด 20 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และผู้บริหารหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมอย่างคึกคัก

บรรยากาศบริเวณด้านนอกสนามช้างอารีนาเป็นไปอย่างคึกครื้น เริ่มตั้งแต่ช่วงเช้า มีขบวนพาเหรดจากหน่วยงานและจังหวัดต่างๆ รวมกว่า 35 ขบวน เข้าร่วมแสดงพลัง “รวมใจต้านยาเสพติด” ก่อนเข้าสู่พิธีเปิดอย่างเป็นทางการ โดยมีการฉายภาพยนตร์สั้น “คนฝ่านรก” ความยาวประมาณ 3-5 นาที ถ่ายทอดเรื่องราวแรงบันดาลใจจากผู้ผ่านการบำบัดและฟื้นฟู

ต้องการเห็นผลทุกพื้นที่

ภายในพิธี ผู้แทนมูลนิธิอาณัตพล (ลูกเติ้ง) ได้มอบป้ายเงินสนับสนุนการดำเนินงานให้แก่ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ จากนั้นนายโสภณ ซารัมย์ ประธานในพิธี กล่าวเปิดงานและนำผู้เข้าร่วมกิจกรรมแสดงเจตนารมณ์ร่วมกันในการแก้ปัญหายาเสพติดทั่วประเทศแบบบูรณาการ โดยยืนยันรัฐบาลให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างจริงจัง ไม่เพียงต้องการนโยบายที่ดี แต่ต้องเห็นผลในพื้นที่จริง บูรณาการทุกภาคส่วน เดินหน้าไปพร้อมกัน เพื่อสร้างความปลอดภัย ความสงบ และอนาคตที่มั่นคงให้กับประชาชนทั่วประเทศ

ขอ 4 ปี เห็นผลเป็นรูปธรรม

นายโสภณ กล่าวด้วยว่า การดำเนินงานที่เริ่มต้นมาในระยะเวลา 4 เดือนที่ผ่านมา อาจยังไม่เห็นผลชัดเจนในทุกพื้นที่ แต่ยืนยันว่ารัฐบาลจะไม่หยุดเดินหน้าและจะทำให้เห็นผลอย่างเป็นรูปธรรมภายใน 4 ปีอย่างแน่นอน โดยกล่าวด้วยน้ำเสียงมั่นใจว่า “ขอให้พี่น้องประชาชนอดใจอีกนิด วันนี้อาจยังไม่เห็นผลเต็มที่ แต่ถ้าให้เวลาเรา 4 ปี ทุกคนจะเห็นความเปลี่ยนแปลงที่จับต้องได้ ทั้งในชุมชน ครอบครัว และชีวิตของลูกหลาน”

ต้องเน้นที่ภูมิคุ้มกันในชาติ

นายโสภณ  กล่าวต่อว่า ทำไมตนไม่พูดเรื่องปราบปราม เรื่องปราบปรามการนำเข้าสิ่งผิดกฎหมาย มาจากประเทศเพื่อนบ้าน ต้องเพิ่มความเข้มข้นฝ่ายทหาร ปปส. ตำรวจก็ตาม ที่อยู่ในแนวชายแดนต้องสกัดกั้นให้ได้ ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม อย่าบอกยาเสพติดไม่มีวันหายออกจากประเทศ หรือในโลกนี้เพราะมันมีวัตถุดิบ ที่จะนำมาผสมเป็นยาเสพติดได้ง่าย มันอยู่ใกล้มือ  อย่างเช่นเอายาสามัญบางพวก เอามาผสมเอานั่นเอานี่มาผสมกันก็กลายเป็นยาเสพติด แต่ส่วนยาบ้ามันก็อย่างที่ว่า มันก็มีมาทุกครั้ง แต่ว่าสิ่งที่สำคัญที่เราอยากจะทำให้ประเทศนี้เห็นก็คือการสร้างภูมิคุ้มกันให้คนในชาติ ไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับมัน ถ้ายุ่งเกี่ยวแล้วก็ต้องบำบัด

ลั่นอยากได้เสียงเกินครึ่ง

“คนทั่วไปทำไมต้องนึกว่า ต้องมาเอาใจคนพวกนี้ ทำไมต้องมาสนใจคนพวกนี้ ถ้าเราไม่สนใจคนพวกนี้ปริมาณมันก็จะเพิ่มขึ้น คนพวกนี้จะเป็นภาระของสังคม ทั้งเรื่องเศรษฐกิจ ทั้งอะไรต่อมิอะไร ทั้งเรื่องความปลอดภัย รวมถึงคนไม่มีคุณภาพ ดังนั้นต้องสกัด บ้านเมืองถ้าเราปล่อยไปมากกว่านี้ถ้าไม่เอาจริงเอาจัง เราง่อยเปลี้ยเสียขาแน่นอน เพราะประชาชนไม่มีคุณภาพ ดังนั้นการที่จะสร้างภูมิคุ้มกันก็คือ ขออีก 4 ปีเรื่องนี้จะจบเลย ขออีก 4 ปีเรื่องนี้จะจบเลย จริงจัง พิสูจน์กันวันนี้ เราเอาผลงานมาพิสูจน์ เพราะไม่อยากโม้หรือฝอย คืออยากได้อยากอยู่ 4 ปี อยากได้เสียงเกินครึ่ง แต่ไม่มีผลงาน มีแต่คำพูด วันนี้เราจะเริ่มให้มีผลงานอย่างเป็นรูปธรรมให้ประชาชนได้เห็นอย่างชัดเจน ถ้าประชาชนเห็นชัดเจน สื่อไม่ต้องบอกก็ได้ชาวบ้านเขาก็กา ถ้าประชาชนรู้ว่าโครงการนี้ทำให้พวกเขามีความสุข ประชาชนกาหมดนะครับ”

“โสภณ” เดินหน้าแก้ปัญหายาเสพติดทั่วประเทศ

ยก บุรีรัมย์ โมเดล

นายโสภณ กล่าวเพิ่มเติมว่า จ.บุรีรัมย์ถือเป็นต้นแบบของการแก้ปัญหายาเสพติดทั่วประเทศในชุมชน ที่เริ่มดำเนินการมาแล้วกว่า 2 ปี ซึ่งหลังจากนี้จะจัดทำ “กองบุญผ้าป่ายาเสพติด” โดยจะให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการระบุรายชื่อกลุ่มเสี่ยงในหมู่บ้าน และส่งต่อให้คณะกรรมการระดับตำบลดำเนินการคัดกรอง ซึ่งในวันที่ 1 พฤศจิกายน 68 นี้ จะเริ่มตรวจคัดกรองและนำเข้าสู่กระบวนการบำบัดฟื้นฟูอย่างเป็นระบบต่อไป

“โสภณ” คิกออฟ เดินหน้าแก้ปัญหายาเสพติดทั่วประเทศ

การแก้ปัญหายาเสพติดทั่วประเทศต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน การสร้างภูมิคุ้มกันให้กับเยาวชนและการบำบัดผู้ติดยาเสพติดอย่างจริงจัง จะเป็นหนทางสู่สังคมที่ปลอดภัยและยั่งยืน

ที่มา – “ โสภณ” คิกออฟ เดินหน้าแก้ปัญหายาเสพติดทั่วประเทศ ลั่น 4 เดือนเห็นผล หากอยากจบขอ 4 ปี

Scroll to top