การสาธารณสุข

นายกรัฐมนตรีและภริยา เป็นประธานพิธีจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคลสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี

นายกรัฐมนตรีและภริยา เป็นประธานพิธีจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคลสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี

เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา ณ ท้องสนามหลวง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนางธนนนท์ ชาญวีรกูล ภริยา ได้ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีสำคัญ โดยนายกรัฐมนตรีและภริยา เป็นประธานพิธีจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคลสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สร้างความปลื้มปีติให้แก่พสกนิกรชาวไทยที่มาร่วมงานกันอย่างเนืองแน่น

บรรยากาศแห่งความจงรักภักดีในวันมหามงคล

ภายในงานพิธีที่จัดขึ้นอย่างสมพระเกียรติ มีตัวแทนจากหน่วยงานรัฐบาล ภาคเอกชน และประชาชนผู้มีใจรักในสถาบันมาร่วมตัวกันเพื่อถวายความเคารพ นับเป็นภาพที่สะท้อนให้เห็นถึงความผูกพันของพสกนิกรที่มีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งการที่นายกรัฐมนตรีและภริยา เป็นประธานพิธีจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคลสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ในครั้งนี้ถือเป็นสัญลักษณ์แห่งความจงรักภักดีที่คนไทยทุกหมู่เหล่าได้พร้อมใจกันแสดงออก

พระราชกรณียกิจของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เป็นที่ประจักษ์ในด้านการพัฒนาสังคมและการสืบสานพระราชปณิธานด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านสาธารณสุข การสังคมสงเคราะห์ หรือการอนุรักษ์ผ้าไทยให้คงอยู่คู่แผ่นดินไทย ซึ่งพระองค์ทรงทำด้วยความมุ่งมั่นเพื่อประโยชน์สุขของราษฎรอย่างแท้จริง

กิจกรรมภายในงานประกอบด้วย:

  • พิธีถวายเครื่องราชสักการะ พานพุ่มทอง พานพุ่มเงิน
  • พิธีจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล
  • การกราบบังคมทูลถวายพระพรชัยมงคลหน้าพระฉายาลักษณ์
  • การร่วมขับร้องเพลงสดุดีจอมราชาเพื่อเทิดพระเกียรติ

ท้ายที่สุดนี้ ในฐานะพสกนิกรชาวไทย การจัดงานถวายพระพรชัยมงคลที่นายกรัฐมนตรีและภริยา เป็นประธานพิธีจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคลสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ไม่ได้เป็นเพียงแค่พิธีการทางราชการเท่านั้น แต่คือการรวมพลังความศรัทธาของคนไทยทั้งประเทศที่จะร่วมกันขอพรให้พระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรของปวงชนชาวไทยสืบไป

ที่มา – นายกรัฐมนตรีและภริยา เป็นประธานพิธีจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคลสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี

“ชัชชาติ” ลุยหาเสียงย่านอนุสาวรีย์ชัยฯ อโศก คลองเตย ชู “เมืองเดินได้ เดินปลอดภัย”

เปิดฉากวันแรกของการหาเสียงเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ได้ลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชนพร้อมคณะ “กรุงเทพฯ ทำงาน” โดยใช้พาหนะที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างรถแห่ไฟฟ้า และระบบขนส่งสาธารณะ เพื่อสื่อสารนโยบายหลักอย่าง “ชัชชาติ” ลุยหาเสียงย่านอนุสาวรีย์ชัยฯ อโศก คลองเตย ชู “เมืองเดินได้ เดินปลอดภัย” อย่างเป็นรูปธรรม

“ชัชชาติ” ลุยหาเสียงย่านอนุสาวรีย์ชัยฯ อโศก คลองเตย ชู “เมืองเดินได้ เดินปลอดภัย”

จุดแรกที่นายชัชชาติเลือกสื่อสารเรื่องยุทธศาสตร์ “เมืองเดินได้” คือบริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ โดยนำเสนอโครงการสกายวอล์ก ราชวิถี เพื่อเชื่อมต่อการเดินทางสำหรับประชาชนและผู้ป่วยที่มาโรงพยาบาลในละแวกใกล้เคียงให้ได้รับความสะดวกและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น การขยายโครงสร้างพื้นฐานเหล่านี้ไม่เพียงแต่เป็นเรื่องของการเดินทาง แต่ยังเป็นหัวใจสำคัญในการเปลี่ยนผ่านกรุงเทพฯ ให้เป็นมหานครสำหรับทุกคนอย่างแท้จริง

ความตั้งใจในการพัฒนาโมเดลเมืองน่าอยู่

พื้นที่ย่านอโศกก็เป็นอีกจุดยุทธศาสตร์ที่ทีมงานได้ลงพื้นที่ เพื่อโชว์ผลงาน “อโศกโมเดล” ทางเท้ามาตรฐานใหม่ที่เน้นความปลอดภัยและการใช้งานได้จริง โดยนายชัชชาติยืนยันว่าการที่เขาและคณะ “ชัชชาติ” ลุยหาเสียงย่านอนุสาวรีย์ชัยฯ อโศก คลองเตย ชู “เมืองเดินได้ เดินปลอดภัย” นั้น ไม่ใช่แค่คำสัญญาขายฝัน แต่เป็นการต่อยอดจากการลงมือทำจริงในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา ทั้งการแก้ปัญหาน้ำท่วมขัง การซ่อมทางเท้า และการสร้างสวน 15 นาทีให้ใกล้บ้านประชาชน

  • เน้นการพัฒนา “เส้นเลือดฝอย” เพื่อแก้ปัญหาชีวิตประจำวัน
  • ยกระดับคุณภาพชีวิตผ่านการศึกษาและสาธารณสุข
  • เชื่อมโยงสวัสดิการบัตรทองให้ครอบคลุมและเข้าถึงง่าย
  • เปิดรับฟังความคิดเห็นเพื่อขับเคลื่อน 251 นโยบายใหม่

นอกจากนี้ ในช่วงการลงพื้นที่ชุมชนคลองเตย นายชัชชาติยังย้ำเตือนถึงความสำคัญของ “เส้นเลือดฝอย” ของเมือง ว่าเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ เพราะการพัฒนาเมืองต้องเดินควบคู่กันทั้งการแก้ไขปัญหาโครงสร้างใหญ่และการดูแลคุณภาพชีวิตในระดับฐานราก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการศึกษาหรือบัตรทองที่ต้องส่งต่อผู้ป่วยได้รวดเร็วขึ้น การที่ “ชัชชาติ” ลุยหาเสียงย่านอนุสาวรีย์ชัยฯ อโศก คลองเตย ชู “เมืองเดินได้ เดินปลอดภัย” จึงถือเป็นการตอกย้ำจุดยืนที่ชัดเจนถึงการทำงานที่มุ่งเน้นประชาชนเป็นที่ตั้ง

ในอนาคต หากพี่น้องชาวกรุงเทพฯ ให้โอกาสร่วมทำงานต่อ ทีมงานเตรียมเดินหน้าผลักดันนโยบายเศรษฐกิจ ทั้งในส่วนของบริษัทขนาดใหญ่และเศรษฐกิจข้างถนนให้เติบโตไปพร้อมๆ กัน คุณเห็นด้วยหรือไม่ว่าการปรับปรุงทางเท้าและการเชื่อมต่อระบบขนส่งมวลชนคือหัวใจสำคัญที่จะเปลี่ยนกรุงเทพฯ ให้กลายเป็นเมืองที่เดินสนุกและน่าอยู่อย่างยั่งยืน? ทุกเสียงสะท้อนของคุณมีค่าสำหรับการพัฒนาบ้านเมืองของเราให้ดีขึ้นกว่าเดิม

ที่มา – “ชัชชาติ” ลุยหาเสียงย่านอนุสาวรีย์ชัยฯ อโศก คลองเตย ชู “เมืองเดินได้ เดินปลอดภัย”

“หมอทศพร” ส่งหลานสาว “ไข่มุก พริกไทย” ชิงเก้าอี้ กทม.


“หมอทศพร” ส่งหลานสาว “ไข่มุก พริกไทย” ชิงเก้าอี้ กทม.

พรรคโอกาสใหม่ เปิดตัว “ไข่มุก” นักร้องนำวงพริกไทย หลานสาวหมอทศพร ชิงสนาม กทม. ท้าชนเขต 3 บางคอแหลม-ยานนาวา หลังเคยชิมลางงานการเมืองมาแล้ว ชูแก้ความยากจน สาธารณสุข

วันที่ 2 ม.ค. 2569 พรรคโอกาสใหม่ สร้างความฮือฮา เปิดตัว น.ส.ปัณณรัตน์ พนิตสิรินันท์ หรือ “ไข่มุก” นักร้องนำวงพริกไทย และนางสาวไทยจังหวัดแพร่ ปี 2568 (Road to Miss Thailand 2025) ซึ่งเป็นหลานสาวของนายแพทย์ทศพร เสรีรักษ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี อันดับ 2 และผู้สมัคร สส. แบบบัญชีรายชื่อ อันดับ 3 ของพรรคโอกาสใหม่ ลงสนามการเมืองอย่างเต็มตัว ในฐานะผู้สมัคร สส. กรุงเทพมหานคร เขต 3 บางคอแหลม-ยานนาวา หลังจากก่อนหน้านี้เคยชิมลางการเมืองมาแล้วในตำแหน่งที่ปรึกษาประธานคณะกรรมาธิการการสาธารณสุข และ อนุกรรมาธิการกลั่นกรองเรื่องที่เข้าสู่การพิจารณา

นพ.ทศพร เสรีรักษ์ ระบุว่า พรรคโอกาสใหม่ พร้อมเป็นทางเลือกใหม่ให้ประชาชน ด้วยการหลอมรวมบุคลากรจากหลากหลายสาขาอาชีพ ทั้ง นายจตุพร บุรุษพัฒน์ หัวหน้าพรรค อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และอดีตปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายประภัสร์ จงสงวน อดีตผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย ผู้มีประสบการณ์บริหารรัฐวิสาหกิจขนาดใหญ่ รวมถึงบุคลากรซึ่งเป็นผู้สมัครของพรรคอีกหลายคน อาทิ น.ส.ปัณณรัตน์ พนิตสิรินันท์ ที่สนใจจะผลักดันการแก้ไขปัญหาและยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับคนยากจน ผู้สูงอายุ กลุ่มเปราะบาง และงานสาธารณสุข ซึ่งมองว่ายังเป็นประเด็นที่พรรคการเมืองอื่นให้ความสำคัญไม่มากนัก ขณะที่พรรคโอกาสใหม่ได้เตรียมความพร้อมในการขับเคลื่อนเรื่องเหล่านี้อย่างจริงจัง

“ไข่มุก พริกไทย” กับเส้นทางการเมือง

การลงสมัคร สส. ของ “ไข่มุก พริกไทย” นับเป็นอีกก้าวสำคัญในเส้นทางการเมืองของเธอ หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้สั่งสมประสบการณ์ในฐานะที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการต่างๆ ในสภา ซึ่งทำให้เธอได้เรียนรู้และเข้าใจถึงปัญหาต่างๆ ที่ประชาชนกำลังเผชิญอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาความยากจนและความเหลื่อมล้ำที่ยังคงเป็นปัญหาเรื้อรังของสังคมไทย

ด้วยความมุ่งมั่นและความตั้งใจที่จะแก้ไขปัญหาเหล่านี้ “ไข่มุก พริกไทย” จึงตัดสินใจลงสมัคร สส. ในนามพรรคโอกาสใหม่ โดยมีเป้าหมายที่จะเป็นกระบอกเสียงให้กับประชาชน และผลักดันนโยบายที่จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยให้ดีขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มคนยากจน ผู้สูงอายุ และกลุ่มเปราะบาง

นอกจากปัญหาความยากจนแล้ว “ไข่มุก พริกไทย” ยังให้ความสำคัญกับปัญหาสาธารณสุข โดยมองว่าการเข้าถึงบริการทางการแพทย์ที่มีคุณภาพเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนทุกคน ดังนั้นเธอจึงมีนโยบายที่จะพัฒนาระบบสาธารณสุขให้มีประสิทธิภาพและครอบคลุมมากยิ่งขึ้น เพื่อให้ประชาชนทุกคนสามารถเข้าถึงบริการทางการแพทย์ได้อย่างเท่าเทียมกัน

การตัดสินใจของ นพ.ทศพร ที่จะส่งหลานสาวอย่าง “ไข่มุก พริกไทย” ลงชิงเก้าอี้ สส. ในนามพรรคโอกาสใหม่ ถือเป็นการเดิมพันที่น่าสนใจ เพราะเป็นการผสมผสานระหว่างประสบการณ์ทางการเมืองของ นพ.ทศพร กับความสดใหม่และความมุ่งมั่นของ “ไข่มุก พริกไทย” ซึ่งอาจจะสร้างความแตกต่างและเป็นทางเลือกใหม่ให้กับประชาชน

สำหรับเขต 3 บางคอแหลม-ยานนาวา ถือเป็นสนามเลือกตั้งที่น่าจับตามอง เพราะเป็นพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางสังคมและเศรษฐกิจ และมีผู้สมัครจากหลายพรรคการเมืองลงชิงชัย ทำให้การแข่งขันเป็นไปอย่างเข้มข้น ดังนั้นการที่ “ไข่มุก พริกไทย” ตัดสินใจลงสมัครในเขตนี้ จึงเป็นการพิสูจน์ให้เห็นถึงความมั่นใจและความพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับความท้าทายต่างๆ

อย่างไรก็ตาม การที่ “ไข่มุก พริกไทย” เป็นหลานสาวของ นพ.ทศพร อาจจะเป็นทั้งข้อดีและข้อเสีย เพราะในขณะที่เธออาจจะได้รับความสนใจและได้รับการสนับสนุนจากฐานเสียงของ นพ.ทศพร แต่เธอก็อาจจะต้องเผชิญกับข้อครหาเรื่องการใช้อิทธิพลหรือเส้นสาย ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ของเธอที่จะต้องพิสูจน์ให้ประชาชนเห็นว่าเธอมีความสามารถและความตั้งใจจริงที่จะทำงานเพื่อส่วนรวม

การเลือกตั้งครั้งนี้จึงเป็นบทพิสูจน์สำคัญของ “ไข่มุก พริกไทย” ว่าเธอจะสามารถก้าวข้ามอุปสรรคต่างๆ และได้รับการยอมรับจากประชาชนในฐานะนักการเมืองรุ่นใหม่ที่มีศักยภาพได้หรือไม่

การที่พรรคโอกาสใหม่ส่ง “หมอทศพร” ส่งหลานสาว “ไข่มุก พริกไทย” ลงชิงเก้าอี้ กทม. นั้น แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของพรรคในการที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงและเป็นทางเลือกใหม่ให้กับประชาชน ในขณะที่ “ไข่มุก พริกไทย” เองก็แสดงให้เห็นถึงความกล้าหาญและความพร้อมที่จะเข้ามาทำงานการเมืองเพื่อพัฒนาประเทศ

ร่วมติดตามและให้กำลังใจ “ไข่มุก พริกไทย” ในเส้นทางการเมืองของเธอ และร่วมกันสร้างอนาคตที่ดีกว่าให้กับประเทศไทย

ที่มา – “หมอทศพร” ส่งหลานสาว “ไข่มุก พริกไทย” ชิงเก้าอี้ กทม. ให้พรรคโอกาสใหม่

Scroll to top