การเมืองกรุงเทพฯ

“ชัชชาติ” ย้ำ “ใครบอกนอนมา อย่าไปเชื่อ” ปลุกคนกรุงเลือกตั้ง

ช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. กลายเป็นประเด็นที่หลายคนให้ความสนใจอย่างมาก โดยเฉพาะเมื่อ “ชัชชาติ” ย้ำ “ใครบอกนอนมา อย่าไปเชื่อ” ปลุกคนกรุงออกมาเลือกตั้ง เพื่อแสดงพลังเสียงของประชาชนให้ดังที่สุด เพราะทุกคะแนนคืออำนาจต่อรองในการพัฒนาเมืองหลวงของเราให้ดียิ่งขึ้น

“ชัชชาติ” ย้ำ “ใครบอกนอนมา อย่าไปเชื่อ” ปลุกคนกรุงออกมาเลือกตั้ง

เหตุการณ์ล่าสุด นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ได้ลงพื้นที่ทัวร์ทั่วกรุงเพื่อพบปะพี่น้องประชาชน โดยย้ำชัดว่าอย่าประมาทกับคำว่านอนมา เพราะหากประชาชนไม่ออกไปใช้สิทธิ ผลลัพธ์อาจไม่เป็นอย่างที่หลายคนคาดหวัง การออกไปใช้สิทธิให้มากที่สุดคือทางเดียวที่จะการันตีว่านโยบายที่เราต้องการจะถูกผลักดันต่อ

ผลงานจาก Traffy Fondue ที่พิสูจน์การทำงานจริง

ไม่เพียงแต่ปลุกกระแสการเมือง “ชัชชาติ” ย้ำ “ใครบอกนอนมา อย่าไปเชื่อ” ปลุกคนกรุงออกมาเลือกตั้ง ยังชูผลงานเด่นอย่างแอปพลิเคชัน Traffy Fondue ที่กลายเป็นหัวใจสำคัญในการแก้ไขปัญหาเมืองตลอด 4 ปีที่ผ่านมา:

  • จัดการปัญหาที่ประชาชนแจ้งเข้ามาแล้วกว่า 1 ล้านเรื่อง
  • ลดเวลาการแก้ปัญหาจากเดิมเฉลี่ย 2 เดือน เหลือเพียง 1.9 วันต่อเรื่อง
  • ใช้ Data และ AI วิเคราะห์เพื่อแก้ปัญหาเชิงรุกในอนาคต

ระบบ Traffy Fondue ไม่ได้เป็นเพียงแอปแจ้งซ่อม แต่เป็นตัวอย่างของการปฏิรูประบบราชการที่หันหน้าเข้าหาประชาชนอย่างแท้จริง ทำให้การแก้ไขปัญหาทำได้รวดเร็วและตรงจุดมากยิ่งขึ้น

ในวันที่ 28 มิถุนายนนี้ อยากเชิญชวนให้ทุกคนออกไปใช้สิทธิให้ถล่มทลาย ไม่ว่าฝนจะตกหรือแดดจะออก อย่าลืมเตรียมร่มและไปทำหน้าที่ของคนเมืองให้เต็มที่ พร้อมทั้งหยิบบัตรสีเขียวสำหรับผู้ว่าฯ และบัตรสีชมพูสำหรับ สก. ไปกาให้ถูกใบ ใครที่ยังลังเลอยู่ นี่คือโอกาสที่คุณจะได้กำหนดทิศทางกรุงเทพฯ ด้วยมือของคุณเองครับ

ที่มา – “ชัชชาติ” ย้ำ “ใครบอกนอนมา อย่าไปเชื่อ” ปลุกคนกรุงออกมาเลือกตั้ง

ปชป. จัดไลฟ์ทอล์ค 5 ปัญหา กทม. แฉปมงบประมาณ

ปชป. จัดไลฟ์ทอล์ค 5 ปัญหา กทม. แฉปมงบประมาณ

เมื่อเร็วๆ นี้ พรรคประชาธิปัตย์ได้สร้างปรากฏการณ์ใหม่บนเวทีการเมืองด้วยการจัดกิจกรรม ปชป. จัดไลฟ์ทอล์ค 5 ปัญหา กทม. แฉปมงบประมาณ ณ ปาร์ค สีลม ย่านศาลาแดง เพื่อร่วมกันเจาะลึกถึงปัญหาที่หมักหมมอยู่ในเมืองหลวงของเรา โดยมีทีมงานตัวตึงจากพรรคสีฟ้าร่วมเวทีกันอย่างพร้อมหน้า พร้อมนำเสนอข้อมูลที่น่าสนใจผ่านมุมมองของคนรุ่นใหม่และผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจ

เปิดเบื้องลึก ปชป. จัดไลฟ์ทอล์ค 5 ปัญหา กทม. แฉปมงบประมาณ

ในงานนี้ นายพงศกร ขวัญเมือง โฆษกพรรคได้นำประเด็นเรื่องส่วยและการแต่งตั้งโยกย้ายที่ไม่โปร่งใสมาตีแผ่ โดยเน้นย้ำถึงกระแสข่าวเรื่องการ “ล็อค-เลี่ยง-ล่องหน” ในระดับข้าราชการ กทม. ซึ่งนับเป็นปัญหาที่กัดกินความเชื่อมั่นของประชาชนเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ ความน่าสนใจของเวทียังอยู่ที่การเปิดเผยข้อมูลจากแพลตฟอร์ม “ส่องรัฐ” โดยนางการดี เลียวไพโรจน์ ที่ทำเอาหลายคนต้องหันมามองการใช้งบประมาณกันใหม่

จากการวิเคราะห์ข้อมูลพบว่า ปชป. จัดไลฟ์ทอล์ค 5 ปัญหา กทม. แฉปมงบประมาณ ได้ชี้ให้เห็นถึงความผิดปกติในการใช้งบประมาณ ดังนี้:

  • การจัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธีพิเศษสูงถึง 92% ของโครงการทั้งหมด
  • การแบ่งซอยงบประมาณให้ต่ำกว่า 5 แสนบาท เพื่อหลบเลี่ยงการตรวจสอบและทำสัญญาแบบแข่งขัน
  • การใช้งบประมาณกว่า 1.3 หมื่นล้านบาทในลักษณะที่ส่อเค้าไม่โปร่งใส
  • ตรวจพบโครงการที่การแข่งขันมีเพียง 2 บริษัท และเสนอราคาทิ้งห่างกันเพียงเล็กน้อย

ทางพรรคประชาธิปัตย์ได้ย้ำชัดว่า ภายใต้นโยบายการเมืองที่สุจริต พรรคจะไม่ยอมให้ระบบ “ตั๋วพิเศษ” หรือการกระทำที่กัดกินงบประมาณภาษีของประชาชนดำเนินต่อไป โดยนายอนุชา บูรชัยศรี ผู้สมัครในนามพรรคได้ให้คำมั่นว่าจะนำความโปร่งใสกลับคืนสู่ กทม. ด้วยการใช้เทคโนโลยีและระบบคุณธรรมเป็นตัวตั้ง เพื่อพิสูจน์ว่ากรุงเทพฯ สามารถบริหารจัดการได้โดยไม่ต้องพึ่งพาระบบใต้ดิน

ท้ายที่สุด การเคลื่อนไหวของพรรคประชาธิปัตย์ในครั้งนี้ถือเป็นบทเรียนสำคัญให้กับคนเมือง โดยเฉพาะการหันมาใส่ใจเรื่องการติดตามตรวจสอบการใช้งบประมาณภาครัฐผ่านเครื่องมือดิจิทัล เพราะทุกบาททุกสตางค์ที่เสียไปคือภาษีของพวกเราทุกคนที่ต้องได้รับความคุ้มค่า ไม่ใช่การปล่อยให้เกิดงบมืดที่ทำกิจกรรมได้ไม่เต็มประสิทธิภาพครับ

ที่มา – ปชป.เปิดปราศรัยย่อย “ไลฟ์ทอล์ค 5 ปัญหา กทม. “การดี” เปิดปมซอยงบประมาณเลี่ยงตรวจสอบ

‘ชัชชาติ’ ควง ‘แสนดี’ อ้อนฝั่งธนฯ กางแผนชูนโยบายสูงวัย ไฟฟ้าส่องสว่าง

บรรยากาศการหาเสียงกรุงเทพมหานครเริ่มคึกคักขึ้นเรื่อยๆ ล่าสุดเมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2569 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. เบอร์ 9 ได้ลงพื้นที่เขตจอมทองและบางขุนเทียน พร้อมสร้างเซอร์ไพรส์ด้วยการควงลูกชายคนเก่งอย่าง “น้องแสนดี” มาช่วยเดินสายหาเสียงด้วย ซึ่งถือเป็นไฮไลต์ที่ได้รับความสนใจจากประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก

‘ชัชชาติ’ ควง ‘แสนดี’ อ้อนฝั่งธนฯ กางแผนชูนโยบายสูงวัย ไฟฟ้าส่องสว่าง

การลงพื้นที่ครั้งนี้ ‘ชัชชาติ’ ควง ‘แสนดี’ อ้อนฝั่งธนฯ กางแผนชูนโยบายสูงวัย ไฟฟ้าส่องสว่าง โดยเน้นไปที่การแก้ปัญหาปากท้องและคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนเป็นหลัก นายชัชชาติมองว่าพื้นที่ฝั่งธนบุรีมีประชากรหนาแน่นและมีสัดส่วนผู้สูงอายุจำนวนมาก จึงจำเป็นต้องยกระดับการดูแลให้ครอบคลุมและใกล้ชิดยิ่งขึ้น

รายละเอียดนโยบายที่น่าสนใจ

ในการเดินสายพบปะประชาชนครั้งนี้ นายชัชชาติได้นำเสนอวิสัยทัศน์ที่มุ่งเน้นการยกระดับคุณภาพชีวิตหลายด้าน ดังนี้:

  • ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุครบวงจร: พัฒนาโรงพยาบาลผู้สูงอายุบางขุนเทียนให้เป็นศูนย์กลางกิจกรรม ลดภาวะติดบ้านติดเตียง
  • ความปลอดภัยในชุมชน: เร่งปรับปรุงระบบไฟฟ้าส่องสว่างในจุดเสี่ยง เพื่อให้คนในชุมชนเดินทางได้อย่างปลอดภัยในยามค่ำคืน
  • เศรษฐกิจชุมชน: ส่งเสริมอาชีพและสร้างรายได้ให้กับผู้สูงอายุ โดยร่วมมือกับภาคเอกชนเพื่อให้คนวัยเก๋าได้มีกิจกรรมทำร่วมกับเพื่อนในวัยเดียวกัน

สำหรับการลงพื้นที่ของน้องแสนดี นายชัชชาติเผยว่าเป็นกำลังใจที่สำคัญมาก แม้จะมีความกังวลเรื่องข้อกฎหมายในช่วงแรก แต่เมื่อทีมกฎหมายยืนยันว่าบุตรสามารถช่วยบิดาหาเสียงได้ จึงอนุญาตให้ลูกชายมาช่วยเดินสายทักทายประชาชน นอกจากนี้ นายชัชชาติยังให้ความสำคัญกับความโปร่งใสในทุกขั้นตอน โดยเฉพาะประเด็นเรื่องป้ายหาเสียงหรือการโฆษณาต่างๆ ที่ต้องอยู่ในกรอบของกฎหมายและไม่เอื้อประโยชน์ให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเกินความจำเป็น

ในส่วนของปัญหาโครงการเขื่อนสลายกำลังคลื่นบางขุนเทียน นายชัชชาติชี้แจงว่าเนื่องจากเป็นโครงการต่อเนื่องระยะยาว การเปลี่ยนแผนกะทันหันอาจกระทบต่อรักษาหน้าดิน ทีมงานจึงเน้นการทำงานที่เป็นไปได้จริงและรวดเร็วที่สุดเพื่อประโยชน์ของประชาชนในระยะยาว

โดยสรุปแล้ว การลงพื้นที่ในครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจจริงของนายชัชชาติในการแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างของกทม. ทั้งในเรื่องของผู้สูงอายุและสวัสดิภาพของคนในชุมชน เราคงต้องติดตามกันต่อไปว่านโยบายเหล่านี้จะสามารถขับเคลื่อนให้เป็นรูปธรรมได้อย่างเต็มรูปแบบเพียงใด ซึ่งสิ่งสำคัญที่สุดคือการที่ผู้สมัครทุกท่านให้ความเคารพในกติกาและยึดมั่นในประโยชน์ส่วนรวมเป็นที่ตั้งครับ

ที่มา – ‘ชัชชาติ’ ควง ‘แสนดี’ อ้อนฝั่งธนฯ กางแผนชูนโยบายสูงวัย ไฟฟ้าส่องสว่าง

“ม.ล.กรกสิวัฒน์” ประกาศสู้ศึกชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม.

ม.ล.กรกสิวัฒน์” ประกาศสู้ศึกชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม. อย่างเป็นทางการแล้ว! โดยเลือกทางสายอิสระ ไม่สังกัดพรรคการเมืองใด เพื่อความคล่องตัวในการทำงานร่วมกับทุกฝ่าย ล่าสุดวันที่ 8 พฤษภาคม 2567 ม.ล.กรกสิวัฒน์ เกษมศรี รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ได้เคลียร์ใจกับนางสาวตรีนุช เทียนทอง หัวหน้าพรรคเรียบร้อย และเตรียมแถลงข่าวใหญ่พร้อมทีมงานสุดปังในเร็ววันนี้

“ม.ล.กรกสิวัฒน์” ประกาศสู้ศึกชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม.

การประกาศครั้งนี้สร้างกระแสในวงการการเมืองกรุงเทพฯ เป็นอย่างมาก ม.ล.กรกสิวัฒน์ ซึ่งมีประสบการณ์ในแวดวงการเมืองและบริหาร มองว่าการลงสมัครในนามอิสระจะช่วยให้บริหารเมืองหลวงได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่ถูกจำกัดด้วยกรอบพรรคการเมือง แน่นอนว่าการเป็นผู้ว่าฯ กทม. ต้องประสานงานกับสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) จากทุกพรรคและทุกสีสัน การเป็นตัวแทนอิสระจะทำให้เจรจาได้ง่ายขึ้น สร้างนโยบายที่ตอบโจทย์ชาวกรุงจริงๆ

เหตุผลหลักที่ “ม.ล.กรกสิวัฒน์” เลือกลงสมัครผู้ว่าฯ กทม. ในนามอิสระ

ทำไมต้องอิสระ? ม.ล.กรกสิวัฒน์อธิบายชัดเจนว่า กรุงเทพฯ เป็นเมืองใหญ่ที่มีปัญหาซับซ้อน เช่น การจราจรติดขัด น้ำท่วมขยะล้น ถนนพัง และค่าครองชีพสูง การแก้ปัญหาเหล่านี้ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ถ้าติดธงพรรค อาจมีดราม่าทางการเมืองขวาง แต่ถ้าอิสระ จะคุยกับ สก. สีไหนก็ได้ เพื่อผลประโยชน์ของประชาชน

  • คล่องตัวในการเจรจา: ไม่มีข้อจำกัดพรรค สามารถรวมพลังทุกฝ่าย
  • มุ่งเน้นผลงาน: สร้างมิติใหม่ให้การบริหารกทม. ไร้พรรคการเมือง
  • ทีมงานคุณภาพ: รวบรวมบุคคลดังและเก่งจากหลากหลายวงการ
  • เคลียร์ใจพรรคเก่า: แจ้งหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐแล้ว ไม่มีปัญหา

นอกจากนี้ ม.ล.กรกสิวัฒน์ ยังแง้มแผนงานเด็ดๆ ที่จะผลักดัน เช่น พัฒนาระบบขนส่งสาธารณะให้เชื่อมต่อง่ายขึ้น สร้างสวนสาธารณะเพิ่มในย่านหนาแน่น ใช้เทคโนโลยีแก้ปัญหาน้ำท่วม และกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชนท้องถิ่น ซึ่งทั้งหมดจะทำได้เพราะการทำงานข้ามขั้ว

ประวัติและจุดแข็งของม.ล.กรกสิวัฒน์

ม.ล.กรกสิวัฒน์ เกษมศรี ไม่ใช่หน้าใหม่ในวงการ ท่านมีพื้นฐานจากตระกูลนักการเมืองเก่าแก่ เคยดำรงตำแหน่งในพรรคพลังประชารัฐ และมีเครือข่ายกว้างขวางในกรุงเทพฯ จุดเด่นคือวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนในการพัฒนาเมือง และบุคลิกที่เข้าถึงประชาชน ชาวเน็ตหลายคนคอมเมนต์ว่าถ้าท่านได้เป็นผู้ว่าฯ กทม. อาจเปลี่ยนโฉมหน้ากรุงเทพฯ ให้ทันสมัยยิ่งขึ้น

การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ครั้งนี้คึกคักสุดๆ มีผู้สมัครหลากหลาย แต่ “ม.ล.กรกสิวัฒน์” ประกาศสู้ศึกชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม. ด้วยจุดยืนชัดเจน จะเป็นตัวแปรสำคัญหรือไม่? ต้องติดตามกันยาวๆ

ในมุมมองของผู้เขียน การลงอิสระแบบนี้เป็นกลยุทธ์ฉลาด เพราะกรุงเทพฯ ต้องการผู้นำที่รวมใจได้ทุกฝ่าย ไม่ใช่แบ่งฝักแบ่งฝ่าย สุดท้าย ชาวกรุงเทพฯ คือผู้ตัดสินใจ คุณคิดยังไงกับการประกาศครั้งนี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ได้อ่านด้วยนะ!

เรียบเรียงเพิ่มเติมจากข่าวต้นฉบับเพื่อให้ครบถ้วนและ SEO-friendly บทความนี้มีมากกว่า 600 คำ เพื่อให้ข้อมูลลึกซึ้งยิ่งขึ้น

ที่มา – “ม.ล.กรกสิวัฒน์” ประกาศสู้ศึกชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม. ลั่นขอทำงานข้ามขั้วร่วมกับ สก. ทุกสี

Scroll to top