การเลือกตั้งทั่วไป

“ณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ” รายงานตัวหลัง กกต. รับรองเพิ่ม

“ณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ” รายงานตัวหลัง กกต. รับรองเพิ่ม

ในวันที่ 9 เมษายน 2569 นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) เขตสุพรรณบุรี จากพรรคภูมิใจไทย ได้เดินทางเข้ารายงานตัวอย่างเป็นทางการต่อสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ณ ห้องรับรองพิเศษ 206 ชั้น 2 หลังจากที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศรับรองรายชื่อผู้ได้รับเลือกตั้งเพิ่มเติม สถานการณ์นี้ถือเป็นข่าวดีสำหรับพรรคภูมิใจไทยและรัฐบาลชุดใหม่ที่กำลังเสริมทัพกำลังสำคัญ

背景ของการรับรอง “ณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ” รายงานตัวหลัง กกต. รับรองเพิ่ม

การเข้ารายงานตัวของ “ณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ” รายงานตัวหลัง กกต. รับรองเพิ่ม เกิดขึ้นจากผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั่วไปเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2566 ที่ผ่านมา กกต. ได้ใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้อง ในการประกาศรับรองผู้ชนะเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเพิ่มเติมจำนวน 1 ราย เพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรมีจำนวนครบถ้วนตามกฎหมาย ทำให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ด้านนิติบัญญัติได้อย่างสมบูรณ์

นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากนางสาวสิริธร ลิมปพยอม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร และนางสาววิภารัตน์ ถมยา ผู้อำนวยการสำนักบริหารงานกลาง ซึ่งได้อำนวยความสะดวกในการจัดทำทะเบียนประวัติและเอกสารที่จำเป็นสำหรับการปฏิบัติหน้าที่

บทบาทสำคัญของ ส.ส.สุพรรณบุรี พรรคภูมิใจไทย

นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ ถือเป็นตัวแทนจากจังหวัดสุพรรณบุรีที่มาจากพรรคภูมิใจไทย ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายรัฐบาลหลัก พรรคภูมิใจไทยมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลชุดปัจจุบัน โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจ สาธารณสุข และการพัฒนาชนบท การเข้าร่วมของ ส.ส.ท่านนี้จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับทัพ ส.ส. ของพรรค ทำให้สามารถผลักดันนโยบายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

  • ประวัติการทำงาน: นายณัฐวุฒิ มีประสบการณ์ในด้านการเมืองท้องถิ่นและการพัฒนาชุมชน
  • นโยบายหลัก: มุ่งเน้นการแก้ปัญหาความยากจน ส่งเสริมการท่องเที่ยวสุพรรณบุรี และพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน
  • ผลกระทบต่อรัฐบาล: ช่วยเพิ่มเสียงข้างมากในสภา สนับสนุนการผ่านร่างกฎหมายสำคัญ

นอกจากนี้ การรายงานตัวของ “ณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ” รายงานตัวหลัง กกต. รับรองเพิ่ม ยังสะท้อนถึงความโปร่งใสของกระบวนการเลือกตั้งในประเทศไทย โดยกกต. ได้ตรวจสอบคุณสมบัติผู้สมัครอย่างละเอียดถี่ถ้วน เพื่อให้ประชาชนมั่นใจในระบบประชาธิปไตย

ผลกระทบต่อการเมืองไทยและอนาคต

การเสริมทัพ ส.ส. เพิ่มเติมเช่นนี้ จะช่วยให้รัฐบาลชุดใหม่มีเสถียรภาพมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงที่ต้องรับมือกับวิกฤตเศรษฐกิจหลังโควิด-19 และปัญหาภัยธรรมชาติ ส.ส.สุพรรณบุรีอย่างนายณัฐวุฒิ จะมีบทบาทในการเสนอร่างกฎหมายที่ตอบโจทย์ชาวสุพรรณบุรีและประชาชนทั่วประเทศ เช่น การส่งเสริมเกษตรกรรมสมัยใหม่และการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม

จากข้อมูลสถิติ พรรคภูมิใจไทยมี ส.ส. กว่า 70 คนในสภา การเพิ่มนายณัฐวุฒิ จะยิ่งทำให้พรรคมีอิทธิพลในคณะกรรมาธิการต่างๆ ผู้ติดตามการเมืองไม่ควรพลาดการอัปเดต動向ล่าสุด

ในมุมมองของผู้เขียน การเข้ารายงานตัวครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นจุดเริ่มต้นของการทำงานในสภา แต่ยังเป็นสัญญาณบวกต่อความมั่นคงทางการเมืองไทย ช่วยให้รัฐบาลเดินหน้าพัฒนาประเทศได้อย่างต่อเนื่อง

เรียกดูข้อมูลเพิ่มเติม: ติดตามข่าวการเมืองล่าสุด สมัครรับข่าวสารทางอีเมลเพื่อไม่พลาดอัปเดตสำคัญ!

ที่มา – “ณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ” รายงานตัวหลัง กกต. รับรองเพิ่ม

กกต. ย้ำ บาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง ยึด รธน. อย่างแท้จริง ไม่มีผู้ใดรู้การลงคะแนน

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคนที่สนใจเรื่องการเมืองและการเลือกตั้งวันนี้เรามาคุยกันเรื่องที่กำลังเป็นประเด็นร้อนเลยนะครับ กกต. ย้ำ บาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง ยึด รธน. อย่างแท้จริง ไม่มีผู้ใดรู้การลงคะแนน ซึ่งเป็นคำชี้แจงจากสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ทำให้หลายคนโล่งใจ เพราะกลัวว่าบาร์โค้ดหรือ QR Code บนบัตรเลือกตั้งจะทำให้ความลับในการลงคะแนนถูกเปิดเผย แต่จริงๆ แล้วมันยึดตามรัฐธรรมนูญ 100% เลยครับ

กกต. ย้ำ บาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง ยึด รธน. อย่างแท้จริง ไม่มีผู้ใดรู้การลงคะแนน

เรื่องนี้มาจากการประชุมถอดบทเรียนการเลือกตั้งที่ผ่านมา เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2569 ที่จังหวัดเชียงราย โดยนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ได้ย้ำชัดเจนในการเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 การใช้บาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งไม่ได้ละเมิดหลักการลงคะแนนโดยตรงและลับตามรัฐธรรมนูญเลยสักนิด เพราะไม่มีใครรู้ว่าคุณลงคะแนนให้ใคร ไม่ว่าจะเป็น กกต. ศาล หรือแม้แต่ประชาชนทั่วไป

ทำไมถึงต้องมีบาร์โค้ดและ QR Code ล่ะ? มันช่วยป้องกันการทุจริต เช่น บัตรปลอมหรือบัตรข้ามเขต โดยไม่กระทบความลับการลงคะแนนของคุณเลยครับ สมมติมีปัญหา กกต. สามารถสแกนเพื่อเช็คความถูกต้องได้ แต่ยังไงก็ไม่รู้ว่าเครื่องหมายติ๊กตกที่หมายเลขไหน

กกต. ย้ำ บาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง ช่วยตรวจสอบทุจริตอย่างไร

เลขาธิการ กกต. อธิบายเพิ่มเติมว่า การตรวจสอบความสุจริตของการเลือกตั้งเป็นคนละเรื่องกับการสอดแนมการลงคะแนน รัฐธรรมนูญและปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนคุ้มครองความลับนี้ไว้แน่นหนา ไม่มีองค์กรไหนทำได้ครับ

ยกตัวอย่างการทำงานจริงของ กกต. และศาลในการตรวจสอบ:

  • กรณีสั่งนับคะแนนใหม่: เปิดหีบ นับบัตรใหม่ในหน่วยนั้นๆ เหมือนเดิม เช่น ในวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2569 กกต. สั่งนับใหม่หลายหน่วย แต่ความลับยังอยู่ครบ จนกว่าจะทำลายบัตรตามกฎหมาย
  • กรณีตรวจบัตรปลอมหรือข้ามเขต: สแกนบาร์โค้ดหรือ QR Code เพื่อเช็คว่าเป็นของจริงและหน่วยถูกต้องหรือไม่ ไม่ต้องดูเครื่องหมายลงคะแนนเลยครับ

เห็นไหมครับว่ามันฉลาดแค่ไหน เทคโนโลยีช่วยยกระดับความโปร่งใส โดยไม่บุกรุกสิทธิส่วนบุคคล สิ่งนี้ทำให้การเลือกตั้งไทยทันสมัยขึ้น ป้องกันโกงได้ดีกว่าเดิม

นอกจากนี้ กกต. ยังวางแผนเผยแพร่ข้อมูลจากการถอดบทเรียนนี้ให้ประชาชนรับรู้ เพื่อให้ทุกคนเข้ามามีส่วนร่วม ตรวจสอบกันเอง ทำให้การเลือกตั้งเป็นของประชาชนจริงๆ โดยประชาชน และเพื่อประชาชน

ในมุมมองของผม การใช้บาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ดนี้คือก้าวสำคัญของระบบเลือกตั้งไทย มันสมดุลระหว่างความมั่นคงและความลับได้ดีเยี่ยม ถ้าไม่มีเทคโนโลยีแบบนี้ คงมีปัญหาบัตรปลอมเพียบแน่ๆ คุณล่ะคิดยังไง? การลงคะแนนลับแบบนี้ทำให้คุณมั่นใจมากขึ้นไหมครับ? ลองแชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างนะครับ จะได้แลกเปลี่ยนกัน หรือถ้าอยากรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการเลือกตั้งครั้งหน้า ก็กดติดตามบล็อกนี้ไว้เลย!

สุดท้ายนี้ การเลือกตั้งที่ทั้งโปร่งใส ลับ และยุติธรรม คือหัวใจของประชาธิปไตยไทยที่ยั่งยืน หวังว่าทุกท่านจะได้เป็นพลเมืองดีในการเลือกตั้งครั้งต่อไปครับ

ที่มา – กกต. ย้ำ บาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง ยึด รธน. อย่างแท้จริง ไม่มีผู้ใดรู้การลงคะแนน

ครม.เห็นชอบร่างพระราชกฤษฎีกาเรียกประชุมรัฐสภา พ.ศ. 2569

ครม.เห็นชอบร่างพระราชกฤษฎีกาเรียกประชุมรัฐสภา พ.ศ. 2569 เป็นข่าวสำคัญที่ทุกคนกำลังจับตามอง โดยเฉพาะหลังการเลือกตั้งทั่วไปที่เพิ่งผ่านพ้นไป คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบร่างกฎหมายดังกล่าว ซึ่งเสนอโดยสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการประชุมรัฐสภาครั้งแรก

ครม.เห็นชอบร่างพระราชกฤษฎีกาเรียกประชุมรัฐสภา พ.ศ. 2569 เกิดอะไรขึ้น

วันที่ 10 มีนาคม 2569 นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้แถลงข่าวว่า คณะรัฐมนตรีเห็นชอบร่างพระราชกฤษฎีกาเรียกประชุมรัฐสภา พ.ศ. 2569 แล้ว แต่ยังไม่ระบุวันที่แน่นอนในการเรียกประชุม เนื่องจากต้องรอประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร และสำนักงานองคมนตรี

การดำเนินการนี้จะเกิดขึ้นเมื่อมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ได้รับเลือกตั้งครบ 95% ของจำนวนทั้งหมด หรืออย่างน้อย 475 คน จากทั้งหมด 500 คน ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

หลักกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการเรียกประชุมรัฐสภา

รัฐธรรมนูญมาตรา 83 กำหนดให้สภาผู้แทนราษฎรมีสมาชิก 500 คน แบ่งเป็น ส.ส. เขต 400 คน และ ส.ส. บัญชีรายชื่อ 100 คน มาตรา 84 ระบุว่าหากมี ส.ส. ครบ 95% แล้ว สามารถเรียกประชุมรัฐสภาได้ หากมีความจำเป็น

  • มาตรา 85 วรรคสี่: กกต. ต้องประกาศผลเลือกตั้งภายใน 60 วันหลังวันเลือกตั้ง (ไม่เกิน 8 เมษายน 2569)
  • มาตรา 121: เรียกประชุมรัฐสภาภายใน 15 วันหลังประกาศผล (ไม่เกิน 22 เมษายน 2569)
  • มาตรา 122: พระมหากษัตริย์ทรงเรียกประชุม โดยอาจเสด็จพระราชดำเนินหรือโปรดผู้แทน

ดังนั้น ร่างพระราชกฤษฎีกานี้จึงถูกยกร่างขึ้นเพื่อให้ทุกอย่างเป็นไปตามกรอบกฎหมาย และดำเนินการอย่างเรียบร้อย

นอกจากนี้ ยังมีการประสานงานระหว่างหน่วยงานต่างๆ เพื่อกำหนดวันประชุมที่ชัดเจน ซึ่งจะนำร่างขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายต่อไป สิ่งนี้แสดงให้เห็นถึงความรวดเร็วและความรับผิดชอบของรัฐบาลในการเตรียมพร้อมสำหรับสภาลูกใหม่

ผลกระทบต่อการเมืองไทยหลังเลือกตั้ง

การที่ ครม.เห็นชอบร่างพระราชกฤษฎีกาเรียกประชุมรัฐสภา พ.ศ. 2569 จะเป็นจุดเริ่มต้นของสมัยประชุมใหม่ ซึ่งอาจนำไปสู่การจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ การอภิปรายนโยบาย และการผลักดันกฎหมายสำคัญๆ ประชาชนต่างคาดหวังว่าสภาจะทำงานเพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองที่ค้างคา

ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ การเลือกตั้งครั้งนี้มีประเด็นถกเถียงเรื่องความสุจริต การนับคะแนน และการจัดสรร ส.ส. บัญชีรายชื่อ ซึ่ง กกต. ต้องตรวจสอบให้ละเอียดเพื่อความโปร่งใส

เพื่อให้เข้าใจง่ายยิ่งขึ้น ลองดู timeline สรุป:

  • วันเลือกตั้ง: [วันที่เลือกตั้ง]
  • ประกาศผล กกต.: ภายใน 8 เมษายน 2569
  • เรียกประชุม: ภายใน 22 เมษายน 2569
  • ประชุมครั้งแรก: รอ ส.ส. ครบ 475 คน

เรื่องนี้ไม่เพียงแต่เป็นขั้นตอนทางกฎหมาย แต่ยังสะท้อนถึงเสถียรภาพทางการเมืองของไทยในช่วงเปลี่ยนผ่าน

สุดท้ายนี้ ผู้เขียนมองว่าการเตรียมการที่รวดเร็วเช่นนี้เป็นสัญญาณที่ดีต่อประชาธิปไตยไทย ขอให้ทุกฝ่ายร่วมมือกันเพื่อประโยชน์ของชาติ หากคุณสนใจติดตามข่าวการเมืองเพิ่มเติม สมัครรับข่าวสารจากเว็บไซต์ของเราได้เลยวันนี้!

ที่มา – ครม.เห็นชอบร่างพระราชกฤษฎีกาเรียกประชุมรัฐสภา พ.ศ. 2569

อภิสิทธิ์ จี้ กกต. เปิดทางตรวจสอบผลเลือกตั้ง

การเลือกตั้งทั่วไปครั้งล่าสุดสร้างความฮือฮาและข้อถกเถียงมากมาย โดยเฉพาะปัญหาความโปร่งใสในการนับคะแนนและกระบวนการลงคะแนน ล่าสุด อภิสิทธิ์ จี้ กกต. เปิดทางตรวจสอบผลเลือกตั้ง เพื่อให้ประชาชนสามารถตรวจสอบได้อย่างแท้จริง นี่คือประเด็นสำคัญที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ย้ำชัดในการให้สัมภาษณ์รายการ “กรรมกรข่าวคุยนอกจอ” เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2567

อภิสิทธิ์ จี้ กกต. เปิดทางตรวจสอบผลเลือกตั้ง

นายอภิสิทธิ์เรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) อำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในการตรวจสอบผลการเลือกตั้ง หลังพบปัญหาต่างๆ เช่น บัตรเขย่ง คะแนนรายงานไม่ตรงกับผลรวม รวมถึงขอให้อัพโหลดใบขีดคะแนนจากหน่วยเลือกตั้งคู่กับใบรวมคะแนนบนเว็บไซต์ เพื่อให้สังคมตรวจสอบความถูกต้อง พรรคประชาธิปัตย์ได้ตั้งคณะทำงานตรวจสอบแล้ว พบปัญหาเด่นชัดในหลายพื้นที่

ตัวอย่างปัญหาการนับคะแนนที่ชวนสงสัย

  • เขตเลือกตั้งที่ 3 จังหวัดสงขลา: ผลต่างระหว่างบัตรเลือกตั้ง 2 ระบบ สูงถึง 13,000 บัตร ผู้สมัคร ส.ส. ของพรรคได้ร้องกกต. แล้ว แต่ได้รับคำชี้แจงทางโทรศัพท์ว่าไม่มีปัญหาเพราะรวมแล้วเท่ากัน รอหนังสืออย่างเป็นทางการ
  • กรุงเทพมหานคร: ผู้สมัครพรรคได้คะแนน 71 แต่ใบรวมคะแนนระบุเพียง 1 คะแนน ตรวจสอบพบ 70 คะแนนหายไป บวกในบัตรเสียและบัตรไม่ลงคะแนนแทน

หากกกต.มั่นใจในความโปร่งใส ควรเปิดเผยใบขีดคะแนนทั้งหมด หากไม่เปิด จะยิ่งจุดสงสัยว่าปกปิดอะไร นายอภิสิทธิ์เตือนว่าอาจนำไปสู่ความไม่เชื่อมั่นในระบบ สังคมไม่ยอมรับ และเกิดเหตุไม่พึงประสงค์ได้ กกต.ต้องรับผิดชอบและอำนวยความสะดวกตรวจสอบทันที

ย้ำปม “บาร์โค้ด” บนบัตรเลือกตั้งขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 85

อีกประเด็นร้อนคือบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งที่ทำให้การลงคะแนนไม่เป็นความลับจริง หลักการลงคะแนนลับเป็นหลักประกันสิทธิเสรีภาพประชาชน ไม่ให้ตกอยู่ใต้อาณัติหรือความกลัว รัฐธรรมนูญมาตรา 85 ระบุชัดว่า ต้องไม่มีผู้ใดทราบหรือตรวจสอบได้ว่าลงคะแนนให้ใคร บาร์โค้ดช่วยให้ตรวจสอบได้โดยตรง แม้ไม่ต้องพิสูจน์จริง คำว่า “อาจทราบหรือตรวจสอบได้” ครอบคลุมกรณีนี้

กฎหมายเลือกตั้งห้ามทำสัญลักษณ์หรือเครื่องหมายพิเศษบนบัตร เพราะอาจล่วงรู้การลงคะแนน หากลับให้ลับเฉพาะตอนกา ทำไมต้องมีกฎห้ามนั้น เจตนารมณ์ชัดเจนเพื่อปกป้องสิทธิผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ปัญหานี้ไม่ใช่เรื่องเล็ก กระทบความน่าเชื่อถือทั้งระบบเลือกตั้ง หากไม่แก้ไข ประชาชนอาจสูญเสียศรัทธา

นอกจากนี้ อภิสิทธิ์ จี้ กกต. เปิดทางตรวจสอบผลเลือกตั้ง ยังสะท้อนปัญหาเชิงระบบ เช่น การจัดการบัตรเลือกตั้งที่ล่าช้า การรายงานผลช้า และการขาดกลไกตรวจสอบอิสระ ในอดีตเคยมีคดีเลือกตั้งใหม่หลายครั้งเพราะปัญหาคล้ายกัน หากกกต.ไม่ตอบสนอง อาจนำไปสู่การร้องศาลหรือการประท้วงใหญ่

ความโปร่งใสคือหัวใจของประชาธิปไตย การเลือกตั้งต้องยุติธรรมและตรวจสอบได้ทุกฝ่าย เพื่อป้องกันการทุจริตและสร้างความเชื่อมั่น สิ่งที่นายอภิสิทธิ์เสนอเป็นทางออกที่สมเหตุสมผล กกต.ควรรีบดำเนินการก่อนสายเกินแก้

คุณคิดเห็นอย่างไรกับ อภิสิทธิ์ จี้ กกต. เปิดทางตรวจสอบผลเลือกตั้ง และปัญหาบาร์โค้ดนี้? มีประสบการณ์ในหน่วยเลือกตั้งของคุณเองหรือไม่ แชร์ความคิดเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง เพื่อให้เราร่วมกันติดตามและผลักดันให้ระบบเลือกตั้งดีขึ้น!

ที่มา – “อภิสิทธิ์” จี้ กกต. เปิดทางตรวจสอบผลเลือกตั้ง ย้ำปม “บาร์โค้ด” ขัดรัฐธรรมนูญ

“ชาญชัย” ยื่นร้องปมบาร์โค้ดเลือกตั้งโมฆะ

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวบล็อก! วันนี้เรามีเรื่องการเมืองที่กำลังเป็นกระแสแรงมากมาอัพเดทกัน นั่นคือ “ชาญชัย” ยื่นร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ส่งศาล รธน. ชี้ขาดเลือกตั้งเป็นโมฆะ ปมบาร์โค้ด นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ อดีต ส.ส.นครนายก ผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งที่รู้สึกถูกละเมิดสิทธิ เดินทางยื่นคำร้องเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 เพื่อให้ผู้ตรวจการแผ่นดินส่งเรื่องไปศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการเลือกตั้งทั่วไปวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ โดยเฉพาะประเด็นบัตรเลือกตั้งที่มีบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ด ซึ่งอาจทำให้การลงคะแนนไม่เป็นความลับ!

“ชาญชัย” ยื่นร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ส่งศาล รธน. ชี้ขาดเลือกตั้งเป็นโมฆะ ปมบาร์โค้ด

เรื่องนี้เริ่มจากพระราชกฤษฎีกายุบสภาฯ เมื่อ 13 ธันวาคม 2568 กกต.ประกาศวันเลือกตั้งล่วงหน้า 1 ก.พ. และวันเลือกตั้งจริง 8 ก.พ. 2569 แต่ปัญหาคือบัตรเลือกตั้งที่ใช้ มีการพิมพ์บาร์โค้ดและ QR Code ซึ่งเชื่อมโยงได้กับรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งและลำดับการลงคะแนน ทำให้เจ้าหน้าที่หรือคนที่เข้าถึงระบบ สามารถตรวจสอบย้อนหลัง (trace back) ได้ว่าใครเลือกใคร!

รัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 85 บอกชัด “การออกเสียงลงคะแนนต้องโดยตรงและลับ” ศาลรัฐธรรมนูญเคยวินิจฉัยที่ 7/2549 ไว้ว่า หลักการลับนี้เป็นหัวใจของประชาธิปไตย ถ้าไม่ลับ การเลือกตั้งก็ไม่เสรี ผู้ลงคะแนนจะกลัวถูกข่มขู่ โดยเฉพาะในระบบซื้อสิทธิขายเสียง ที่คนซื้อสามารถเช็คได้ว่าคนที่จ่ายเงินไปโหวตตามสัญญาหรือเปล่า ทำให้เกิดการกดดัน จูงใจ หรือคุกคามมากขึ้น

ทำไมบาร์โค้ดถึงเป็นปัญหาใหญ่?

สำนักงาน กกต. เองยังยอมรับว่าบัตรเหล่านี้ trace ได้ แม้จะบอกว่ายาก แต่ก็เป็นช่องโหว่ชัดๆ เพื่อนๆ ลองนึกภาพสิ ถ้าคุณไปโหวตแล้วมีรหัสเฉพาะตัว ใครๆ ก็รู้ได้ว่าคุณเลือกพรรคไหน จะกล้าโหวตตามใจจริงๆ มั้ย? มันทำลายความเชื่อมั่น เปิดทางให้ทุจริตหนักขึ้น และขัดหลัก free and secret ballot สากล

ปัญหาอื่นๆ ที่ชาญชัยชี้

นอกจากปมบาร์โค้ดแล้ว ยังมีประเด็นอื่นที่ไม่โปร่งใสอีกเพียบ ลองดูสรุปแบบ bullet points นะ:

  • การนับคะแนนไม่โปร่งใส: ขานคะแนนแล้วขีดทับด้วยใบปิดซ้อนๆ เจ้าหน้าที่ต้องมุดหัวเข้าไปขีด ไม่มีประเทศไหนทำแบบนี้ ส่อทุจริตชัดๆ
  • ผลขีดคะแนนไม่ตรงเอกสารสรุป: หลายหน่วยเลือกตั้งเจอปัญหานี้ เหมือนถูกสั่งการ
  • จำนวนบัตรไม่เท่ากัน (บัตรเขย่ง): บัตร ส.ส.เขต (เขียว) กับบัญชีรายชื่อ (ชมพู) ควรเท่ากันเพราะคนละใบต่อคน แต่เกือบทุกหน่วยไม่เท่า พิรุธใหญ่!
  • คูหาไม่ลับ: หลายที่เห็นจากด้านหลังได้ว่ากาเบอร์ไหน สื่อแพร่ภาพชัด

ชาญชัยย้ำว่าปัญหาเหล่านี้ทำลายประชาธิปไตย ทำให้ผลเลือกตั้งไม่สุจริต เที่ยงธรรม โปร่งใส ขอให้ศาล รธน. วินิจฉัยตาม พ.ร.ป.วิธีพิจารณาศาล รธน. มาตรา 7(11) และ 46 ว่าการเลือกตั้งนี้ชอบด้วยรัฐธรรมนูญมั้ย พร้อมหลักฐานอย่างต้นขั้วบัตรเก่าๆ มาให้ดูด้วย

มุมมองส่วนตัวผมนะ การเลือกตั้งคือหัวใจประชาธิปไตย ถ้าไม่ลับ ไม่โปร่งใส รัฐบาลที่ได้มาก็ขาด legitimacy ประชาชนจะไม่เชื่อถือ สังคมแตกแยก ลองคิดดูถ้าทุกคนกลัวซื้อเสียงจนต้องโหวตตามแรงกดดัน เสรีภาพเราจะเหลืออะไร? เรื่องนี้ต้องเร่งตรวจสอบจริงจัง เพื่อรักษาความเชื่อมั่น

คุณล่ะคิดยังไงกับ “ชาญชัย” ยื่นร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ส่งศาล รธน. ชี้ขาดเลือกตั้งเป็นโมฆะ ปมบาร์โค้ด? คอมเมนต์บอกความเห็นด้านล่างเลยนะ แล้วแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ อ่านด้วย ช่วยกันติดตามข่าวให้การเมืองไทยโปร่งใสขึ้น!

ที่มา – “ชาญชัย” ยื่นร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ส่งศาล รธน. ชี้ขาดเลือกตั้งเป็นโมฆะ ปมบาร์โค้ด

กกต. ส่งบัตรเลือกตั้ง ก่อนนับพร้อมกัน 8 ก.พ.

วันนี้เรามาพูดถึงเรื่องสำคัญที่กำลังเป็นกระแสกันเลยนะครับ กกต. ส่งบัตรเลือกตั้ง ล่วงหน้าถึง 400 เขตเลือกตั้งทั่วประเทศแล้ว พร้อมให้ประชาชนไปใช้สิทธิ์ได้อย่างมั่นใจ ก่อนที่จะนับคะแนนพร้อมกันในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ เรียกได้ว่าทุกอย่างพร้อมรบสุดๆ เพื่อความโปร่งใสในการเลือกตั้งทั่วไป

กกต. ส่งบัตรเลือกตั้ง พร้อมให้ประชาชนใช้สิทธิ์ ก่อนนับพร้อมกัน 8 ก.พ.

วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2568 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ได้ร่วมมือกับบริษัทไปรษณีย์ไทยและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ปล่อยขบวนรถขนส่งบัตรเลือกตั้งล่วงหน้าแบบนอกเขตและนอกราชอาณาจักร ออกเดินทางไปยัง 400 เขตเลือกตั้งทั่วไทยเลยทีเดียว การขนส่งครั้งนี้ใช้รถมากกว่า 600 คัน มีเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงคอยคุ้มกันตลอดเส้นทาง แถมยังมีระบบติดตามแบบเรียลไทม์ (Tracking) เพื่อให้แน่ใจว่าทุกอย่างปลอดภัย 100% เมื่อบัตรถึงที่หมาย ก็จะถูกเก็บไว้ในสถานที่พิเศษที่มีกล้อง CCTV เฝ้าทุก 24 ชั่วโมง ก่อนนำออกมานับหลังปิดหีบเวลา 17.00 น. ของวันเลือกตั้ง

กกต. ส่งบัตรเลือกตั้ง

เคลียร์ปมบัตรกรอกรหัสผิด ประชาชนวางใจได้

หลายคนอาจกังวลเรื่องบัตรเลือกตั้งที่กรอกรหัสผิดใช่มั้ยครับ? นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธาน กกต. ได้ออกมาชี้แจงแล้วว่ามีบัตรผิดประมาณ 100 ใบเท่านั้น และทาง กกต. ได้คัดแยกแล้วส่งไปยังเขตที่ถูกต้องตามสิทธิ์ของแต่ละคนเรียบร้อย ยืนยันเลยว่าบัตรทุกใบส่งถึงครบ ไม่มีหายสักใบเดียว ขอให้พี่น้องประชาชนเชื่อมั่นในระบบที่โปร่งใสแบบนี้ได้เลยนะ

ส่วนทางไปรษณีย์ไทย ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ CEO ได้แจ้งว่าส่งบัตรไปแล้วกว่า 90% ครอบคลุมทุกจังหวัด แม้แต่กรุงเทพฯ ราชบุรี และพระนครศรีอยุธยา ก็จะเสร็จสิ้นภายในวันนี้แน่นอน งานนี้บริการดีเยี่ยมสมชื่อไปรษณีย์ไทยจริงๆ

ขบวนรถส่งบัตรเลือกตั้ง

ขั้นตอนการนับคะแนนหลังปิดหีบ 8 ก.พ.

มาดูกันว่าวันนับคะแนนจะเป็นยังไงบ้าง หลังปิดหีบเวลา 17.00 น. วันที่ 8 ก.พ. จะมีการแบ่งชุดนับคะแนนชัดเจน สำหรับหน่วยเลือกตั้งปกติ จะนับคะแนน ส.ส. แบบแบ่งเขต บัญชีรายชื่อ และบัตรประชามติทันที ส่วนบัตรเลือกตั้งล่วงหน้าจะมีคณะกรรมการชุดพิเศษ เบิกบัตรออกมานับที่สถานที่กำหนด พร้อมกันทั่วประเทศ ทุกขั้นตอนมีผู้สังเกตการณ์และถ่ายทอดสดให้ดูด้วยนะครับ

  • ขบวนรถ 600 คัน คุ้มกันโดยตร.ทางหลวง
  • ระบบ Tracking เรียลไทม์ ติดตามทุกฝีก้าว
  • CCTV 24 ชม. เก็บรักษาบัตรปลอดภัย
  • นับคะแนนพร้อมกันทั่วประเทศ หลัง 17.00 น.
  • แก้ปัญหาบัตรผิด 100% แล้ว

การเลือกตั้งครั้งนี้สำคัญมาก เพราะเป็นการกำหนดอนาคตของประเทศเรา ประชาชนทุกคนมีสิทธิ์มีเสียงเท่าเทียมกัน ถ้าคุณยังไม่ได้ไปใช้สิทธิ์ล่วงหน้า อย่าลืมเช็คบัตรประชาชนและไปลงคะแนนในวันจริงนะครับ อย่าให้สิทธิ์หลุดมือเด็ดขาด!

ในฐานะคนไทยคนหนึ่ง ผมเชื่อว่าระบบของ กกต. ครั้งนี้แน่นปึ้กสุดๆ ไม่มีทุจริตแน่นอน สิ่งสำคัญคือเราต้องไปใช้สิทธิ์กันเยอะๆ เพื่อให้ผลออกมาเป็นประชาธิปไตยที่แท้จริง

สุดท้ายนี้ ขอเชิญชวนทุกท่านติดตามผลการนับคะแนนสดๆ และเตรียมตัวไปโหวตให้สุดพลังในวันที่ 8 ก.พ. นี้เลยครับ!

ที่มา – กกต. ส่งบัตรเลือกตั้ง พร้อมให้ประชาชนใช้สิทธิ์ ก่อนนับพร้อมกัน 8 ก.พ.

เลือกตั้ง 2569: สุดารัตน์ แคนดิเดตนายกฯ ไทยสร้างไทย

การเลือกตั้ง 2569 ที่กำลังจะมาถึงนี้ พรรคไทยสร้างไทยได้เปิดตัวแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการแล้ว นำทีมโดยคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ พร้อมด้วยพล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร และนายสุรเดช ทวีแสงสกุลไทย เตรียมพร้อมสำหรับการสู้ศึกเลือกตั้ง 2569 ที่กำลังจะเกิดขึ้น

เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา พรรคไทยสร้างไทยได้ประกาศรายชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีทั้ง 3 ท่านอย่างเป็นทางการ ซึ่งถือเป็นสัญญาณสำคัญของการเตรียมความพร้อมสำหรับการเลือกตั้ง 2569 ที่ใกล้เข้ามาทุกที

แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคไทยสร้างไทย

รายชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรคไทยสร้างไทยมีดังนี้:

  • คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์
  • พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร
  • นายสุรเดช ทวีแสงสกุลไทย

คุณหญิงสุดารัตน์

ทำความรู้จักกับแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคไทยสร้างไทย

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์: อดีตรัฐมนตรีหลายกระทรวง ผู้มีประสบการณ์ทางการเมืองมายาวนาน และเป็นที่รู้จักในวงกว้าง

พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร: อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ผู้มีประสบการณ์ด้านความมั่นคงของประเทศ

นายสุรเดช ทวีแสงสกุลไทย: ผู้บริหารบริษัท ขอนแก่น พัฒนาเมือง (KKTT) จำกัด ผู้มีวิสัยทัศน์ในการพัฒนาเมือง

นอกจากนี้ นางสาวยศสุดา ลีลาปัญญาเลิศ หรือ จินนี่ ลูกสาวของคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ได้จับสลากเบอร์ปาร์ตี้ลิสต์ของพรรคไทยสร้างไทย ได้หมายเลข 48 ในการเลือกตั้ง 2569 ที่จะถึงนี้

จินนี่ ยศสุดา

การเปิดตัวแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคไทยสร้างไทยในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและความพร้อมในการเข้าสู่สนามเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในปี 2569 ซึ่งเป็นที่น่าสนใจอย่างยิ่งว่าพรรคไทยสร้างไทยจะนำเสนอนโยบายอะไร และจะได้รับการตอบรับจากประชาชนอย่างไรบ้าง

การมีตัวเลือกที่หลากหลายสำหรับผู้ที่จะมาเป็นผู้นำประเทศ ถือเป็นเรื่องที่ดีสำหรับประชาธิปไตย ผู้มีสิทธิเลือกตั้งควรศึกษาข้อมูลของผู้สมัครแต่ละท่านอย่างละเอียด เพื่อประกอบการตัดสินใจในการเลือกผู้ที่เหมาะสมที่สุดที่จะนำพาประเทศไปข้างหน้า

ที่มา – เลือกตั้ง 2569 : แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคไทยสร้างไทย “สุดารัตน์-ภราดร-สุรเดช”

กกต. ประกาศวันออกเสียงประชามติ 8 ก.พ. 69

กกต. ออกประกาศวันออกเสียงประชามติ วันเดียวกับวันเลือกตั้ง ยันต้องไปใช้สิทธิ 8 ก.พ. 69 เท่านั้น เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการออกเสียงประชามติครั้งสำคัญที่กำลังจะมาถึง

เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2568 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ออกระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยการออกเสียงประชามติ กำหนดให้ วันออกเสียงประชามติ ตรงกับวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ใหม่เป็นการทั่วไป นั่นคือวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 การตัดสินใจครั้งนี้เป็นไปตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ. 2564 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2568 ซึ่งกำหนดให้นายกรัฐมนตรีหารือร่วมกับ กกต. ในการกำหนดวันออกเสียงประชามติ

สาระสำคัญของกฎหมายดังกล่าวระบุว่า หากการเลือกตั้ง สส. ใหม่เป็นการเลือกตั้งทั่วไป และอยู่ในช่วงเวลาใกล้เคียงกับการออกเสียงประชามติ สามารถกำหนดให้ วันออกเสียงประชามติ และวันเลือกตั้งเป็นวันเดียวกันได้ เพื่อความสะดวกและประหยัดงบประมาณ กกต. จึงได้ออกระเบียบรองรับการดำเนินการดังกล่าว ขณะนี้ระเบียบดังกล่าวกำลังรอการประกาศในราชกิจจานุเบกษาเพื่อให้มีผลบังคับใช้

กกต. ประกาศวันออกเสียงประชามติ 8 ก.พ. 69

สำนักงาน กกต. ยืนยันว่า การออกเสียงประชามติครั้งนี้จะไม่มีการออกเสียงประชามติล่วงหน้า เนื่องจาก พ.ร.บ. การออกเสียงประชามติ กำหนดให้การออกเสียงประชามติกระทำในวันเดียวกันทั่วประเทศ อย่างไรก็ตาม เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชน จะมีการเปิดให้ลงทะเบียนออกเสียงประชามตินอกเขตเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569

ดังนั้น ประชาชนที่มีภูมิลำเนาในจังหวัดหนึ่ง แต่ทำงานหรืออาศัยอยู่ในอีกจังหวัดหนึ่ง สามารถลงทะเบียนขอใช้สิทธิออกเสียงประชามตินอกเขตได้ โดยไม่ต้องเดินทางกลับไปยังภูมิลำเนาของตนเอง

รายละเอียดการลงทะเบียนออกเสียงประชามติ

กกต. จะประกาศรายละเอียดเกี่ยวกับการลงทะเบียนขอใช้สิทธิออกเสียงประชามตินอกเขตให้ประชาชนทราบต่อไป เมื่อระเบียบ กกต. ฉบับนี้มีผลบังคับใช้ คาดว่าระยะเวลาในการเปิดระบบให้ลงทะเบียนขอใช้สิทธินอกเขต จะใกล้เคียงหรือคาบเกี่ยวกับการลงทะเบียนขอใช้สิทธินอกเขตและนอกราชอาณาจักรสำหรับการเลือกตั้ง สส.

  • ตรวจสอบสิทธิเลือกตั้งของคุณได้ที่เว็บไซต์ของ กกต.
  • เตรียมหลักฐานที่จำเป็นสำหรับการลงทะเบียน เช่น บัตรประชาชน
  • ติดตามข่าวสารและประกาศจาก กกต. อย่างใกล้ชิด

การออกเสียงประชามติเป็นสิทธิและหน้าที่ของประชาชนทุกคน อย่าลืมไปใช้สิทธิของท่านใน วันออกเสียงประชามติ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เพื่อร่วมกันกำหนดอนาคตของประเทศ

การที่ กกต. กำหนดให้วันออกเสียงประชามติเป็นวันเดียวกับวันเลือกตั้ง สส. นั้น ถือเป็นแนวทางที่ช่วยประหยัดงบประมาณและอำนวยความสะดวกให้กับประชาชน แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการที่ประชาชนทุกคนตระหนักถึงความสำคัญของการออกเสียงประชามติ และออกมาใช้สิทธิของตนเองอย่างเต็มที่

ที่มา – กกต. ออกประกาศวันออกเสียงประชามติ วันเดียวกับวันเลือกตั้ง ยันต้องไปใช้สิทธิ 8 ก.พ. 69 เท่านั้น

Scroll to top