การแก้ไขกฎหมาย

เลขาธิการ กกต. จวกพรรคการเมือง โยนบาป กกต.

วันนี้เรามาพูดถึงประเด็นร้อนในวงการการเมืองไทยกันดีกว่า ที่ เลขาธิการ กกต. จวกพรรคการเมือง อย่างตรงไปตรงมา เรื่องโยนบาปให้ กกต. ทั้งที่ตัวเองเห็นกติกาไม่เป็นธรรมแต่กลับไม่ยอมแก้จุดบกพร่อง นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ออกมาพูดในงานอบรมวิทยากรหลักสูตรพรรคการเมืองคุณภาพประจำปี 2569 รุ่นที่ 2 ภาคกลางและภาคใต้ เมื่อวันที่ 29 เม.ย. ที่โรงแรมทีเค. พาเลซ

เลขาธิการ กกต. จวกพรรคการเมือง โยนบาป กกต. เห็นกติกาไม่เป็นธรรม

เลขาธิการ กกต. ชี้ว่าการเมืองไทยยังมีปัญหาหนักหน่วง แม้จะใกล้ครบร้อยปีหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง แต่ความคาดหวังยังไม่เป็นผล คนชนะกินรวบ ส่งผลกระทบชีวิตประชาชนทุกวัน เพราะไทยใช้การเมืองนำทุกเรื่อง เขาย้ำว่า กกต. วิทยากร และพรรคการเมืองต้องร่วมมือกัน ปลูกฝังระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ให้คนเห็นต่างอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข

เลขาธิการ กกต. จวกพรรคการเมือง ชี้กฎหมายเปลี่ยนแต่คนไม่เปลี่ยน

ถึงจะมีรัฐธรรมนูญดีๆ 3 ฉบับ รัฐธรรมนูญ 2540 ใช้มานานเกือบ 30 ปี แต่พฤติกรรมคนไม่เปลี่ยน ผู้เล่นและผู้เลือกตั้งยังกลุ่มเดิมๆ ยุบพรรคใหม่ก็คนเก่าๆ มาทำต่อ ผู้มีสิทธิ์ 52 ล้านคน ชุดความรู้เดิม เลือกเหมือนเดิม สิ่งที่จะเปลี่ยนคือการถ่ายทอดความรู้ให้ประชาชน ว่าสังคมดีได้ด้วยตัวเราเอง ไม่ใช่ระบบราชการ

เรื่องซื้อสิทธิ์ขายเสียง เลขาธิการ กกต. บอกว่าระบบเลือกตั้งไทยแข็งแรงมาก ไม่มีใครแทรกแซงได้ กกต. แค่รายงานผลตามกฎหมาย ถ้าผิดก็ดำเนินคดี แต่ปัญหานอกกรอบอย่างซื้อเสียง เป็นเรื่องประชาชนทำกันเอง กกต. เห็นเท่าประชาชน ไม่ได้เห็นมากกว่า

เขายังแนะนำว่าพรรคการเมืองไทยเกิดจากมิติความมั่นคงมากกว่าเสรีภาพ ทำให้ถูกยุบง่าย รัฐประหารบ่อย พรรคอยู่ได้ไม่ครึ่งทางเดิน กฎเกณฑ์เยอะ ถ้าพรรคเห็นช่องโหว่ ควรแก้กฎหมายเอง เพราะ กกต. เป็นแค่นายทะเบียน ทำตามกฎ

ที่แซ่บคือ เลขาธิการ กกต. จวกพรรคการเมือง ไม่สนใจกฎหมายพรรค ทั้งที่เป็นบ้านตัวเอง ถ้าสนใจน่าจะดีกว่านี้ เวลามีอำนาจก็ไม่แก้ แต่แพ้แล้วโทษกรรมการทุกที กกต. ทำตามกฎและข้อเท็จจริง แม้สังคมวิจารณ์ กกต. ก็ยืนยันว่าจะตัดสินเหมือนเดิม

อยากให้ ส.ส. แก้กฎหมายให้เป็นธรรม

เลขาธิการ กกต. อยากให้ ส.ส. และพรรคแก้กฎหมายพรรคการเมืองและเลือกตั้งให้ดีขึ้น สำนักงาน กกต. เคยเสนอแก้เพื่อแข่งขันเป็นธรรม แต่สภาไม่เห็นชอบ ถ้ากติกาไม่ดี ก็แก้ซะ อย่าโทษ กกต. ว่าไม่เป็นกลาง โดยเฉพาะการเลือกตั้ง ประชาชน 52 ล้านคน กปน. 1.6 ล้าน สื่อตรวจสอบกันเอง กกต. แค่รายงานผล

ส่วน i-Vote การลงคะแนนออนไลน์ กกต. อยากใช้ทั่วประเทศแต่รอสภาเห็นชอบก่อน อาจทดลองในท้องถิ่นได้เลยไม่ต้องแก้กฎ

สรุปแล้ว คำพูดของเลขาธิการ กกต. ทำให้เห็นชัดว่าปัญหาการเมืองไทยต้องแก้จากรากฐาน โดยเฉพาะชุดความรู้ประชาชนและพรรคต้องรับผิดชอบตัวเอง ไม่โยนบาปไปให้กรรมการ คุณคิดยังไงกับเรื่องนี้ ลองแชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างนะ อยากรู้มุมมองทุกคน!

ที่มา – “เลขาธิการ กกต.” จวกพรรคการเมือง โยนบาป กกต. เห็นกติกาไม่เป็นธรรมกลับไม่แก้จุดบกพร่อง

“ด้อมส้ม” หอบยันต์ชนะมาร รุ่นประชาชน

วันนี้เรามีเรื่องน่าสนใจจากวงการการเมืองไทยมาอัปเดตกันครับ โดยเฉพาะเหตุการณ์สุดฮาที่แฟนคลับหรือที่เรียกกันว่า “ด้อมส้ม” หอบยันต์ชนะมาร รุ่นประชาชน – ส้มใส่กล่องมอบ “เท้ง – จ้อน” เจ้าตัวขำ หลังจากการประชุมใหญ่ของพรรคประชาชน เมื่อวันที่ 26 เมษายน 2569 ที่มีเซอร์ไพรส์จากผู้สนับสนุนมาฝากหัวหน้าพรรคและเลขาธิการคนใหม่แบบไม่คาดคิด

“ด้อมส้ม” หอบยันต์ชนะมาร รุ่นประชาชน – ส้มใส่กล่องมอบ “เท้ง – จ้อน” เจ้าตัวขำ

เริ่มจากผลการประชุมใหญ่สามัญประจำปีของพรรคประชาชน ที่มีมติเห็นชอบแต่งตั้งนายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ เป็นเลขาธิการพรรคคนใหม่ น.ส.สุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา อดีต ส.ส.นครปฐม เข้ามาเป็นคณะกรรมการบริหารพรรค และนางสาวภคมน หนุนอนันต์ เป็นโฆษกพรรค นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน เปิดเผยว่าการประชุมครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญในการเตรียมพร้อมสู่การเลือกตั้ง

นายพิจารณ์ ในฐานะเลขาธิการคนใหม่ ได้เปิดใจแบบเป็นกันเองว่า ไม่กดดันกับตำแหน่งนี้เลยครับ เพราะได้รับความไว้วางใจจากเพื่อนๆ ในพรรค เขาจะมุ่งต่อยอดนโยบายที่ประชุมเห็นชอบ โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ทุกภาคส่วนของพรรค ทุกการทำงานจะถามเสมอว่า “พี่น้องประชาชนได้ประโยชน์อะไร?” ไม่ว่าจะเป็น ส.ส. ทีมจังหวัด หรือเครือข่าย ต้องสอดประสานกัน ติดอาวุธด้วยกฎหมายและกลไกรัฐสภา เพื่อผลักดันทั้งในและนอกสภาให้ไร้รอยต่อ

เป้าหมายหลักของพรรคประชาชนหลังแต่งตั้งเลขาฯใหม่

สำหรับการคัดเลือกผู้สมัคร ส.ส. พิจารณ์ย้ำว่าต้องเร่งให้เร็วขึ้น โดยเลือกแคนดิเดตที่มีทีมงานแข็งแกร่งในพื้นที่ เพื่อปูทางสู่ชัยชนะเลือกตั้ง แต่สุดท้ายคือการแก้ปัญหาให้ประชาชนในฐานะฝ่ายค้าน หรือใช้กลไกสภาแก้กฎหมายให้ดีขึ้น นอกจากนี้ เขายังมองสถานการณ์ “นิติสงคราม” ที่เกิดขึ้นเป็นโอกาส ใช้ 10 ส.ส. ที่ยังปฏิบัติหน้าที่ได้ ขับเคลื่อนพรรคให้มีพลัง

เรื่องวางรากฐานพรรค พิจารณ์เน้นย้ำให้ทุกคนเข้าใจเป้าหมายเดียวกัน คือ ทำให้ชีวิตประชาชนดีขึ้น สร้างประเทศไทยที่ดีกว่า ถ้าทุกคนมองเป้าหมายเดียวกัน อุปสรรคอย่างการแย่งชิงอำนาจก็จะก้าวข้ามได้ง่ายๆ

  • แต่งตั้งเลขาธิการพรรค: นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์
  • คณะกรรมการบริหาร: น.ส.สุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา
  • โฆษกพรรค: นางสาวภคมน หนุนอนันต์

หลังสัมภาษณ์เสร็จ ผู้สนับสนุนที่เรียกตัวเองว่า “ด้อมส้ม” ก็หอบของขวัญสุดพิเศษมาแจก นั่นคือ ยันต์ชนะมาร รุ่นประชาชน พร้อมคาถาชนะมาร ใส่กรอบสวยงาม และที่เด็ดสุดคือผลส้มสดๆ บรรจุในกล่องใส มอบให้ “เท้ง” (นายณัฐพงษ์) และ “จ้อน” (นายพิจารณ์) ทำเอาทุกคนฮือฮา

ผู้สื่อข่าวแซวทันทีว่า “ส้มในกล่องเหมือนของนายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล ในทำเนียบหรือเปล่า?” นายณัฐพงษ์ ไม่ตอบตรงๆ แต่ยิ้มกริ่มแล้วขำกลบเกลื่อน สร้างโมเมนต์น่ารักๆ ให้แฟนๆ พรรคยิ้มตาม เรียกได้ว่าเป็นการผสมผสานระหว่างการเมืองจริงจังกับความสนุกสนานจากผู้สนับสนุนได้อย่างลงตัว

เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงพลังของแฟนคลับพรรคประชาชนที่เหนียวแน่น ไม่ว่าจะยันต์กันมารหรือส้มนำโชค ก็พร้อมหนุนหลังผู้นำให้ก้าวไปข้างหน้า ในยุคที่การเมืองไทยเต็มไปด้วยความท้าทาย พรรคนี้ดูจะมีทั้งวิสัยทัศน์ชัดเจนและความอบอุ่นจากฐานเสียง

คุณคิดยังไงกับโมเมนต์ “ส้มใส่กล่อง” นี้? มันจะกลายเป็นสัญลักษณ์ใหม่ของพรรคประชาชนหรือเปล่า? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างได้เลยครับ และอย่าลืมติดตามอัปเดตข่าวการเมืองอื่นๆ จากเรา!

ที่มา – “ด้อมส้ม” หอบยันต์ชนะมาร รุ่นประชาชน – ส้มใส่กล่องมอบ “เท้ง – จ้อน” เจ้าตัวขำ

ปชน.รำลึก 16 ปี สลายเสื้อแดง ชูธงแก้กฎหมาย

วันนี้เรามาพูดถึงเรื่องที่ยังคงเป็นแผลในใจของหลายๆ คนกันนะครับ ปชน.รำลึก 16 ปี สลายเสื้อแดง ชูธงแก้กฎหมายหยุดอายุความคดีฆ่าประชาชน เหตุการณ์สลายการชุมนุมคนเสื้อแดงเมื่อ 10 เมษายน 2553 ยังคงเป็นบทเรียนราคาแพงของสังคมไทย ที่ทำให้เราต้องถามตัวเองว่า ‘ความยุติธรรมอยู่ไหน?’ พรรคประชาชนนำโดยนายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ และนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ได้จัดงานรำลึกที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา แยกคอกวัว เพื่อยืนยันว่าจะไม่ยอมให้เรื่องนี้จบง่ายๆ โดยเฉพาะในโค้งสุดท้ายก่อนคดีหมดอายุความอีก 4 ปีข้างหน้า

ปชน.รำลึก 16 ปี สลายเสื้อแดง ชูธงแก้กฎหมายหยุดอายุความคดีฆ่าประชาชน

นายพิจารณ์ กรรมการบริหารพรรค ย้ำชัดว่าการใช้อำนาจรัฐเข่นฆ่าประชาชนในปีนั้น หากไม่หาผู้กระทำผิดมาลงโทษ ก็จะเกิดซ้ำรอยได้ทุกเมื่อ พรรคประชาชนเลยชูธงร่างกฎหมายสำคัญ 3 ฉบับ เพื่อหยุดวงจรนี้ ไม่ให้ผู้มีอำนาจลอยนวลพ้นผิดอีกต่อไป

ร่างกฎหมายสำคัญที่พรรคประชาชนเสนอ

  • ร่างแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 95: หยุดนับอายุความ ถ้าผู้สั่งการหรือเจ้าหน้าที่รัฐหลบหนี ไม่ยอมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม จะได้ไม่รอให้เวลาล้างความผิด
  • ร่างแก้ไข พ.ร.บ.ธรรมนูญศาลทหาร: คดีที่ทหารทำผิดต่อประชาชน ต้องขึ้นศาลพลเรือน ไม่ใช่ศาลทหารที่อาจเข้าข้างกันเอง
  • ร่างแก้ไข พ.ร.ป.วิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง: คืนสิทธิประชาชนฟ้องผู้มีอำนาจสั่งการได้ตรงๆ ที่ศาลอาญา โดยไม่ต้องผ่านองค์กรอิสระที่อาจไม่เป็นกลาง

ส่วนนายวิโรจน์ รองหัวหน้าพรรค พูดแบบแซ่บๆ ถึงวัฒนธรรม ‘ลอยนวลพ้นผิด’ (Impunity) ว่าผู้ต้องหาเหล่านี้ใช้ชีวิตสบายๆ เหมือนมีเกราะคุ้มครองจากอำนาจ เขายังหยิบยก ‘ผังล้มเจ้ากำมะลอ’ ที่ผู้จัดทำยอมรับในศาลว่าแต่งขึ้นเอง เพื่อปลุกปั่นให้เจ้าหน้าที่มองประชาชนเป็นศัตรู จนยิงได้อย่างเลือดเย็น

‘การทวงความยุติธรรมไม่ใช่ฟื้นฝอยหาตะเข็บ แต่เป็นการสร้างบทเรียนให้ผู้มีอำนาจรู้ว่า ต่อให้ใครสั่งจากหลังม่าน ปลายกระบอกปืนจะกลับมาลงโทษผู้กระทำผิดเสมอ’ คำพูดนี้โดนใจมากใช่มั้ยครับ? นายวิโรจน์ยังบอกว่าการผลักดันกฎหมายไม่ใช่เรื่องง่าย พรรคมีแค่ 120 เสียง ไม่พอผ่านสภา จึงขอเพื่อนพรรคประชาธิปไตยอื่นๆ มาร่วม เพื่อให้ทหารผิดพลเรือนขึ้นศาลปกติ คดีทุจริตขึ้นศาลอาญาทุจริต หยุดระบบรุ่นพี่รุ่นน้องปกป้องคนผิด และป้องกันไม่ให้อาวุธจากภาษีอีกรู้มาฆ่าประชาชน เหมือน 14 ตุลา 6 ตุลา พฤษภา 35 หรือ 53

เหตุการณ์ ปชน.รำลึก 16 ปี สลายเสื้อแดง ชูธงแก้กฎหมายหยุดอายุความคดีฆ่าประชาชน นี้ ไม่ใช่แค่รำลึก แต่เป็นการจุดประกายให้สังคมตื่นตัว ถ้าเราไม่ทำตอนนี้ คดีจะสูญหายไปกับเวลา และประวัติศาสตร์จะซ้ำรอยอีก ลองนึกภาพนะครับ ถ้ากฎหมายใหม่ผ่าน ผู้มีอำนาจจะกลัวการใช้อำนาจเกินขอบเขตมากขึ้น นี่คือก้าวสู่ประชาธิปไตยที่แท้จริง

สำหรับเพื่อนๆ ที่สนใจเรื่องการเมืองไทย การต่อสู้เพื่อความยุติธรรมแบบนี้สำคัญมาก คุณเคยสงสัยมั้ยว่าทำไมคดีใหญ่ๆ ถึงจบง่ายๆ? มาร่วมแสดงความเห็นกันครับ ว่าควรสนับสนุนร่างกฎหมายเหล่านี้หรือไม่ หรือมีไอเดียอะไรเพิ่มเติมบ้าง สังคมไทยต้องการเสียงของคุณเพื่อเปลี่ยนแปลง!

ที่มา – ปชน.รำลึก 16 ปี สลายเสื้อแดง ชูธงแก้กฎหมายหยุดอายุความคดีฆ่าประชาชน

นักสนุกเกอร์แชมป์โลก บุกสภาฯ ร้อง สส. ผลักดันแก้ไขกฎหมาย พ.ร.บ.การพนัน

นักสนุกเกอร์แชมป์โลก บุกสภาฯ ร้อง สส. ผลักดันแก้ไขกฎหมาย พ.ร.บ.การพนัน เป็นข่าวใหญ่ที่สร้างความฮือฮาในวงการกีฬาไทย เมื่อนักกีฬาสนุกเกอร์ชื่อดัง “เอฟวัน” เทพไชยา อุ่นหนู แชมป์เวิลด์ โอเพ่น 2026 นำทีมบุกสภาเพื่อยื่นหนังสือต่อ ส.ส. ขอให้ช่วยผลักดันแก้ไขกฎหมายเก่าแก่ที่ทำให้กีฬาสนุกเกอร์ถูก relegate ไปอยู่ในพื้นที่สีเทา เหมือนเป็นการพนันมากกว่ากีฬา

นักสนุกเกอร์แชมป์โลก บุกสภาฯ ร้อง สส. ผลักดันแก้ไขกฎหมาย พ.ร.บ.การพนัน

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2569 เวลา 14.30 น. ณ ห้องแถลงข่าว ชั้น 1 อาคารรัฐสภา นายนนท์ ไพศาลลิ้มเจริญกิจ และ น.ส.รักชนก ศรีนอก ส.ส.พรรคประชาชน ได้รับหนังสือจากนายเทพไชยา อุ่นหนู และคณะ โดยหนังสือดังกล่าวเสนอแนวทางแก้ไข พ.ร.บ.การพนัน พ.ศ. 2478 ที่มีอายุกว่า 91 ปี ซึ่งยังคงจัดสนุกเกอร์หรือบิลเลียดไว้ในบัญชีแนบท้าย ข. ลำดับ 23 ทำให้สถานะทางกฎหมายไม่ชัดเจน เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนากีฬา

ปัญหาที่สนุกเกอร์ไทยเผชิญจากกฎหมายล้าสมัย

กีฬาสนุกเกอร์ในไทยเต็มไปด้วยพรสวรรค์ แต่ถูกกฎหมายผูกมัด สถานฝึกซ้อมต้องขออนุญาตเหมือนบ่อนพนัน ค่าธรรมเนียมแพง เวลาเปิดจำกัด ส่งผลให้เยาวชนขาดโอกาสฝึกซ้อมอย่างมืออาชีพ ปัญหานี้ยังเปิดช่องให้เกิดการเรียกรับผลประโยชน์โดยมิชอบ ทำให้วงการอยู่ในพื้นที่สีเทา ไม่โปร่งใสตามมาตรฐานสากล แม้ไทยจะมีนักกีฬาแชมป์โลกอย่างเอฟวัน แต่การพัฒนายังติดขัดเพราะกฎหมายไม่ยอมรับว่าเป็น “กีฬา” อย่างเต็มตัว

ตัวอย่างชัดเจนคือ การแข่งขันสนุกเกอร์ระดับโลกที่เอฟวันคว้าแชมป์ แต่ในไทยยังต้องต่อสู้กับภาพลักษณ์การพนัน สิ่งนี้ปิดกั้นโอกาสเยาวชนไทยให้ก้าวสู่เวทีโลก หากไม่แก้ไข กีฬาสนุกเกอร์ไทยจะถดถอย

นักสนุกเกอร์แชมป์โลก บุกสภาฯ

แนวทางแก้ไขที่เสนอใน 2 ระยะ

คณะยื่นหนังสือเสนอแนวทางชัดเจนเพื่อปลดล็อกสนุกเกอร์:

  • ระยะสั้น: แก้ไขระดับกฎกระทรวง โดย รมว.มหาดไทย ผ่อนปรน เช่น ยกเว้นค่าธรรมเนียม ขยายเวลาเปิดสถานฝึกซ้อมให้เหมาะกับกีฬาอาชีพ
  • ระยะยาว: แก้ พ.ร.บ.การพนัน พ.ศ. 2478 ตัดสนุกเกอร์ออกจากบัญชีพนัน กำหนดสถานะเป็นกีฬาภายใต้การกีฬาแห่งประเทศไทย

หากทำได้ สนุกเกอร์ไทยจะเปลี่ยนจาก “การพนัน” สู่ “กีฬาอาชีพ” สร้างอนาคตให้เยาวชนไทยประสบความสำเร็จบนเวทีโลก

ส.ส.รับหนังสือจากนักสนุกเกอร์

นายนนท์ ไพศาลลิ้มเจริญกิจ กล่าวว่า กีฬานี้อยู่กับไทยมานาน แต่กฎหมาย 91 ปีทำให้ไม่ใช่กีฬาเต็มตัว การรับหนังสือครั้งนี้จะนำไปผลักดันแก้ไข น.ส.รักชนก ศรีนอก เสริมว่า รัฐบาลต้องปลดล็อก เพื่อให้เยาวชนอย่างเอฟวันได้ฝึกฝนสมศักดิ์ศรี

ในมุมมองผู้เขียน การเคลื่อนไหวครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญ หาก ส.ส. ผลักดันสำเร็จ สนุกเกอร์ไทยจะเฟื่องฟู ลดปัญหาพนัน ลดช่องโจรกรรม คุณคิดอย่างไร? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ และแชร์เพื่อสนับสนุนกีฬาไทย!

ที่มา – นักสนุกเกอร์แชมป์โลก บุกสภาฯ ร้อง สส. ผลักดันแก้ไขกฎหมาย พ.ร.บ.การพนัน

ไทยสร้างไทย หนุนสภาชุดใหม่ตั้ง กมธ.ป้องกันรุนแรงสถานศึกษา

ไทยสร้างไทย หนุนสภาชุดใหม่ตั้ง กมธ.ป้องกันความรุนแรงในสถานศึกษา หลังเกิดเหตุการณ์สลดที่โรงเรียนในจังหวัดสงขลา ซึ่งคนร้ายบุกเข้าไปก่อเหตุรุนแรง ทำให้ทุกคนตื่นตระหนกและเสียใจอย่างมาก พรรคไทยสร้างไทยได้ออกมาแสดงจุดยืนชัดเจน เรียกร้องให้สภาผู้แทนราษฎรชุดใหม่เร่งดำเนินการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อแก้ปัญหานี้อย่างจริงจัง เพื่อปกป้องความปลอดภัยของเด็กและเยาวชน ซึ่งเป็นอนาคตของชาติ

ไทยสร้างไทย หนุนสภาชุดใหม่ตั้ง กมธ.ป้องกันความรุนแรงในสถานศึกษา

นายปริเยศ อังกูรกิตติ โฆษกพรรคไทยสร้างไทย ได้แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 ที่โรงเรียนในสงขลา โดยย้ำว่าปัญหาความรุนแรงในสถานศึกษากำลังเป็นวิกฤตที่รัฐบาลหลายชุดแก้ไม่ตก เนื่องจากขาดกลไกที่ชัดเจนในการบูรณาการงานข้ามหน่วยงาน การตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญของสภาชุดใหม่จึงเป็นทางออกที่ดีที่สุด เพราะจะช่วยถอดบทเรียนให้ได้ข้อสรุปที่นำไปปฏิบัติได้จริง ไม่ใช่แค่พูดแล้วจบไปแบบที่ผ่านมา

หลังเหตุสลดที่สงขลา ต้องเร่งป้องกันเดี๋ยวนี้

เหตุการณ์ที่สงขลาเป็นเพียงส่วนหนึ่งของปัญหาความรุนแรงในโรงเรียนไทยที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการกราดยิง การทะเลาะวิวาทระหว่างนักเรียน หรือแม้แต่การบุกรุกจากบุคคลภายนอก สถานศึกษาควรเป็นสถานที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับเด็กๆ แต่กลับกลายเป็นจุดเสี่ยงภัย พ่อแม่ผู้ปกครองหลายคนต่างกังวลใจที่ต้องฝากอนาคตของลูกไว้กับระบบที่ยังไม่พร้อมรับมือ

  • เหตุกราดยิงในโรงเรียนที่เกิดซ้ำซาก
  • การทำร้ายร่างกายระหว่างนักเรียนจากปัญหายาเสพติดหรือปมส่วนตัว
  • ช่องโหว่ด้านความปลอดภัย เช่น รั้วลวดหนามไม่แน่นหนา หรือกล้องวงจรปิดขัดข้อง
  • การขาดการฝึกอบรมครูและบุคลากรในการรับมือสถานการณ์ฉุกเฉิน
  • กฎหมายที่ล้าหลัง ไม่ครอบคลุมปัญหาใหม่ๆ เช่น ความรุนแรงทางไซเบอร์ที่ลุกลามสู่โลกจริง

ทำไมการตั้ง กมธ. จึงจำเป็น

โฆษกพรรคไทยสร้างไทยชี้ว่าปัญหานี้เกี่ยวข้องหลายกระทรวง เช่น ศึกษาธิการ สาธารณสุข และมหาดไทย ถ้ารัฐมนตรีมาจากพรรคต่างกัน การประสานงานจึงยาก การใช้กลไกสภาที่เป็นกลางจะช่วยหาข้อสรุปร่วมกัน แล้วส่งต่อให้รัฐบาลปฏิบัติทันที นอกจากนี้ ยังสามารถปรับปรุงกฎหมายได้ เช่น พ.ร.บ.ความปลอดภัยในสถานศึกษา หรือเพิ่มบทลงโทษผู้บุกรุก

พรรคไทยสร้างไทยยอมรับว่ามีจำนวน ส.ส. ไม่มาก แต่ขอเชิญชวนทุกพรรค โดยเฉพาะที่มีเสียงข้างมาก มาช่วยผลักดันเรื่องนี้ เพื่อให้เด็กไทยเรียนรู้ในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย สร้างสังคมที่ยั่งยืน

จากสถิติของกระทรวงศึกษาธิการ พบว่าในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา มีเหตุรุนแรงในโรงเรียนกว่า 1,000 ครั้ง ส่งผลกระทบต่อนักเรียนนับหมื่นคน หากไม่แก้ไขตอนนี้ ปัญหาจะยิ่งรุนแรงขึ้น การตั้ง กมธ. ชุดนี้จะช่วยวางนโยบายระยะยาว เช่น การติดตั้งระบบแจ้งเตือนภัย การฝึกทหารหรือตำรวจประจำโรงเรียนในพื้นที่เสี่ยง และโปรแกรมบำบัดจิตใจสำหรับนักเรียนที่มีพฤติกรรมก้าวร้าว

ในฐานะที่พรรคไทยสร้างไทยมุ่งเน้นการพัฒนาคนรุ่นใหม่ เรามองว่านี่คือโอกาสที่สภาชุดใหม่จะแสดงศักยภาพ อย่าปล่อยให้เด็กไทยต้องเผชิญความเสี่ยงอีกต่อไป

สุดท้ายนี้ ขอให้ ส.ส. ทุกท่านและประชาชนช่วยกันติดตามและกดดันให้เกิด กมธ. ชุดนี้โดยเร็ว เพื่ออนาคตที่ดีกว่าของลูกหลานเรา สนับสนุนพรรคไทยสร้างไทยที่กล้าพูดกล้าเสนอเพื่อประชาชน

ที่มา – ไทยสร้างไทย หนุนสภาชุดใหม่ตั้ง กมธ.ป้องกันความรุนแรงในสถานศึกษา หลังเหตุสลดที่สงขลา

Scroll to top