การแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน

เกษตรกรแห่รับ “อ.เชน” ขอบคุณแก้จนถึงถิ่น

บรรยากาศสุดอบอุ่นเมื่อเกษตรกรแห่รับ “อ.เชน” ขอบคุณแก้จนถึงถิ่น

เป็นภาพที่สร้างความประทับใจให้กับคนในพื้นที่ยโสธรเป็นอย่างมาก เมื่อกลุ่มสมัชชาเกษตรกรรายย่อยจาก 9 จังหวัดภาคอีสาน รวมตัวกันกว่า 1,000 คน เพื่อต้อนรับ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุดมศึกษาฯ หรือที่ชาวบ้านเรียกขานกันอย่างใกล้ชิดว่า “อ.เชน” การเดินทางมาเยือนในครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการตรวจงานทั่วไป แต่เป็นการลงพื้นที่เพื่อติดตามการดำเนินงานโครงการแก้ไขปัญหาความยากจนที่เข้าถึงหัวใจของเกษตรกรอย่างแท้จริง จนเกิดเป็นกระแสข่าวเกษตรกรแห่รับ “อ.เชน” ขอบคุณแก้จนถึงถิ่น เพราะชาวบ้านต่างรับรู้ได้ถึงความตั้งใจจริงของรัฐบาลชุดนี้

ความตั้งใจจริงที่เปลี่ยนจากการรอคอยเป็นการลงพื้นที่

นับเป็นเรื่องราวดีๆ ที่เริ่มต้นจากการเปิดใจเข้าหากัน นายยศชนันได้ร่วมล้อมวงสนทนาพูดคุยกับตัวแทนเกษตรกรอย่างเป็นกันเอง พร้อมกล่าวขออภัยที่ผ่านมาพี่น้องประชาชนต้องลำบากเดินทางไปรอพบท่านที่ทำเนียบรัฐบาลถึง 2 ครั้ง ซึ่งการกระทำดังกล่าวสะท้อนว่ารัฐบาลไม่ได้ละเลยปัญหา แต่ต้องการนำวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้ใน “โครงการแก้จนทั้งระบบ” เพื่อให้พี่น้องเกษตรกรได้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นผ่านกลไกสวัสดิการที่ทั่วถึงและรวดเร็ว

ประเด็นน่าสนใจที่ทีมงานได้เจาะลึกมาแบ่งปันกัน มีดังนี้:

  • การนำนวัตกรรมมาขับเคลื่อนภาคการเกษตร 5 ด้าน เพื่อผลลัพธ์ที่ยั่งยืน
  • การจัดตั้งคณะกรรมการย่อยที่มีตัวแทนเกษตรกรเข้ามามีส่วนร่วมโดยตรง
  • การเร่งรัดแก้ไขปัญหาพื้นที่ทับซ้อนและที่ทำกินที่ได้รับผลกระทบจากโครงการรัฐ

ความสำเร็จจากการที่เกษตรกรแห่รับ “อ.เชน” ขอบคุณแก้จนถึงถิ่น ในครั้งนี้ถือเป็นก้าวแรกที่สำคัญของการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างภาครัฐและประชาชน หากรัฐบาลยังคงรักษาความสม่ำเสมอในการลงพื้นที่รับฟังปัญหาเช่นนี้ เชื่อได้ว่าปัญหาความเหลื่อมล้ำและความยากจนในภาคอีสานจะถูกแก้ไขได้ตรงจุดและเห็นผลเป็นรูปธรรมอย่างแน่นอน เราหวังว่ามาตรการเหล่านี้จะไม่ใช่เพียงแค่นโยบายบนแผ่นกระดาษ แต่จะเป็นเครื่องมือที่ช่วยส่งเสริมให้เกษตรกรไทยมีความมั่นคงในอาชีพที่ยั่งยืนต่อไป

ที่มา – เกษตรกรแห่รับ “อ.เชน” ขอบคุณแก้จนถึงถิ่น

รัฐบาลเตรียมชง ครม. พิจารณาแผนเยียวยาเกษตรกรอีสาน ที่ได้รับผลกระทบจาก 8 โครงการรัฐในอดีต

สวัสดีครับพี่น้องเกษตรกรและทุกท่านที่ติดตามข่าวสารการเมืองและสังคม วันนี้มีข่าวดีมาฝากสำหรับพี่น้องในเขตพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือครับ เพราะล่าสุดทางรัฐบาลเตรียมชง ครม. พิจารณาแผนเยียวยาเกษตรกรอีสาน ที่ได้รับผลกระทบจาก 8 โครงการรัฐในอดีต เพื่อให้ทุกคนที่เดือดร้อนได้รับความเป็นธรรมอย่างที่ควรจะเป็นครับ

รัฐบาลเตรียมชง ครม. พิจารณาแผนเยียวยาเกษตรกรอีสาน ที่ได้รับผลกระทบจาก 8 โครงการรัฐในอดีต

จากการที่ตัวแทนสมัชชาเกษตรกรภาคอีสานและสมาพันธ์เกษตรกรอีสานได้ออกมาร้องเรียนถึงปัญหาที่คั่งค้างมานาน รัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจเลยครับ โดยได้มีการจัดตั้งคณะทำงานขึ้นมาดูแลเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด เพื่อให้มั่นใจได้ว่าความเดือดร้อนที่สะสมมาจากการดำเนินโครงการภาครัฐในอดีตจะได้รับการแก้ไขเสียที

เปิดรายชื่อโครงการที่รัฐบาลเตรียมชง ครม. พิจารณาแผนเยียวยาเกษตรกรอีสาน ที่ได้รับผลกระทบจาก 8 โครงการรัฐในอดีต

สำหรับการเยียวยาในครั้งนี้ รัฐบาลมุ่งเน้นไปที่โครงการใหญ่ๆ ที่ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตและที่ดินทำกินของเกษตรกรโดยตรง โดยครอบคลุมถึง:

  • การจ่ายค่าทดแทนที่ดินในอ่างเก็บน้ำ 4 แห่ง ได้แก่ บ้านทำนบ, ห้วยเสนง, อำปึล และห้วยสะพงน้อย
  • ค่าขนย้ายกรณีพิเศษในโครงการอ่างเก็บน้ำโปร่งขุนเพชร จังหวัดชัยภูมิ
  • การจ่ายชดเชยแก่เกษตรกรในจังหวัดสุรินทร์กว่า 5,353 ราย
  • แนวทางการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนจากฝายราษีไศล จังหวัดศรีสะเกษและร้อยเอ็ด

เพื่อให้การดำเนินการครั้งนี้โปร่งใสและตรวจสอบได้ รัฐบาลได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการติดตามงาน 1 คณะ และคณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริงในระดับจังหวัดอีก 9 คณะ รวมทั้งหมด 10 คณะ เพื่อลงพื้นที่แก้ปัญหาให้ถึงมือเกษตรกรจริงๆ ครับ

ส่วนตัวผมมองว่าการที่รัฐบาลให้ความสำคัญกับกลุ่มเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากโครงการพัฒนาของรัฐ ถือเป็นก้าวที่สำคัญมาก เพราะแทนที่จะปล่อยให้ปัญหาหมักหมมมานาน การกล้าที่จะลงมาจัดการให้จบอย่างเป็นธรรมจะกลายเป็นต้นแบบที่ดีของการแก้ปัญหาระหว่างรัฐกับชาวบ้านในอนาคต หวังว่าเร็วๆ นี้เราคงได้เห็นรอยยิ้มของพี่น้องเกษตรกรที่ได้รับความเป็นธรรมกลับคืนมานะครับ

ที่มา – รัฐบาลเตรียมชง ครม. พิจารณาแผนเยียวยาเกษตรกรอีสาน ที่ได้รับผลกระทบจาก 8 โครงการรัฐในอดีต

วุฒิสภาแถลงผลงานครบรอบ 2 ปี ผ่านร่าง พ.ร.บ.สส. ประกาศเป็นกฎหมาย 32 ฉบับ

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้เรามาอัปเดตเรื่องราวแวดวงการเมืองไทยกันสักหน่อยครับ เมื่อเร็วๆ นี้ได้มีการจัดงานแถลงผลงานที่น่าสนใจมาก นั่นคือ วุฒิสภาแถลงผลงานครบรอบ 2 ปี ผ่านร่าง พ.ร.บ.สส. ประกาศเป็นกฎหมาย 32 ฉบับ ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่สะท้อนถึงการทำงานอย่างหนักหน่วงเพื่อพี่น้องประชาชนตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาครับ

สรุปภาพรวมการทำงานและความสำเร็จของ วุฒิสภาแถลงผลงานครบรอบ 2 ปี ผ่านร่าง พ.ร.บ.สส. ประกาศเป็นกฎหมาย 32 ฉบับ

ภายในงานนำทีมโดย นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา ร่วมกับรองประธานวุฒิสภาทั้งสองท่าน ได้ร่วมกันชี้แจงถึงบทบาทหน้าที่ที่ทำมาตลอด 2 ปีเต็ม ทั้งเรื่องการประชุมสภา การขับเคลื่อนนโยบายรัฐสภาสีเขียว (Green Parliament) เพื่อสิ่งแวดล้อม และการเปิดกว้างให้ประชาชนเข้ามามีโอกาสเรียนรู้การเมืองการปกครองมากขึ้นครับ

รายละเอียดผลงานด้านนิติบัญญัติที่โดดเด่น

สำหรับไฮไลท์สำคัญของการทำงานที่ต้องพูดถึงเลยคือ:

  • พิจารณาร่างพระราชบัญญัติจากสภาผู้แทนราษฎรไปแล้วถึง 47 ฉบับ และประกาศใช้เป็นกฎหมายสำเร็จถึง 32 ฉบับ
  • อนุมัติพระราชกำหนดจำนวน 3 ฉบับ เพื่อแก้ไขปัญหาเร่งด่วนของประเทศ
  • เปิดพื้นที่สำหรับการตั้งกระทู้ถามถึง 443 กระทู้ เพื่อตรวจสอบและหาคำตอบให้กับสังคม
  • พิจารณาญัตติสำคัญๆ อีกกว่า 54 เรื่อง

นอกจากงานด้านกฎหมายแล้ว อีกหนึ่งประเด็นสำคัญจากการที่ วุฒิสภาแถลงผลงานครบรอบ 2 ปี ผ่านร่าง พ.ร.บ.สส. ประกาศเป็นกฎหมาย 32 ฉบับ คือการลงพื้นที่พบปะประชาชนครับ โดยตลอดสองปีที่ผ่านมามีเรื่องร้องเรียนเข้ามามากกว่า 1,370 เรื่อง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นปัญหาเรื่องแหล่งน้ำ ที่ดินทำกิน และปัญหาภาคการเกษตร ซึ่งทุกภาคส่วนได้ร่วมมือกันแก้ไขอย่างจริงจัง

บทสรุปและการดำเนินงานในอนาคต

การทำงานของวุฒิสภานั้นไม่ใช่เพียงแค่การผ่านกฎหมายเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการเป็นตัวกลางในการรับฟังเสียงของประชาชนจากทุกภาคส่วน เพื่อให้ประเทศก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่งคั่งและยั่งยืน สิ่งที่น่าชื่นชมคือความพยายามในการสร้างความโปร่งใสและตรวจสอบได้ในทุกขั้นตอนการพิจารณาครับ

ในมุมมองของผม การที่สภามีการสรุปผลการทำงานให้ประชาชนได้รับทราบแบบครบถ้วนเช่นนี้ เป็นเรื่องที่ดีมาก เพราะแสดงถึงความรับผิดชอบต่อตำแหน่งหน้าที่ หวังว่าในอนาคตวุฒิสภาจะยังคงมุ่งมั่นเดินหน้าแก้ปัญหาที่คั่งค้างและผลักดันกฎหมายที่เป็นประโยชน์โดยยึดความต้องการของประชาชนเป็นศูนย์กลางต่อไปครับ

ที่มา – วุฒิสภาแถลงผลงานครบรอบ 2 ปี ผ่านร่าง พ.ร.บ.สส. ประกาศเป็นกฎหมาย 32 ฉบับ

ครม. เคาะงบประมาณปี 2570 วงเงิน 3.788 ล้านล้านบาท เพิ่ม 0.2%

ครม. เคาะงบประมาณปี 2570 วงเงิน 3.788 ล้านล้านบาท เพิ่ม 0.2% เป็นข่าวใหญ่ที่หลายคนจับตามอง เพราะงบประมาณปีนี้เพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย แต่เน้นการใช้เงินให้ตรงเป้าและตอบโจทย์ประชาชนจริงๆ วันนี้เรามาเจาะลึกกันว่ามีอะไรน่าสนใจบ้าง

ครม. เคาะงบประมาณปี 2570 วงเงิน 3.788 ล้านล้านบาท เพิ่ม 0.2%

เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2569 นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้แถลงว่าคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบกรอบวงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2570 จำนวน 3,788,000 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณ 2569 ที่มีวงเงิน 3,780,600 ล้านบาท เพียง 7,400 ล้านบาท หรือร้อยละ 0.2 เท่านั้น การตัดสินใจนี้มาจากผลการหารือร่วมกันของ 4 หน่วยงานหลัก ได้แก่ สำนักงบประมาณ กระทรวงการคลัง สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2569 และสอดคล้องกับแผนการคลังระยะปานกลาง ปี 2570–2573 ที่ครม.เคยเห็นชอบไปก่อนหน้า

แม้จะเพิ่มขึ้นน้อย แต่กรอบงบนี้ยังยึดหลักวินัยการเงินการคลังอย่างเข้มงวด เพื่อให้เศรษฐกิจไทยเดินหน้าอย่างยั่งยืน โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้

รายละเอียดสำคัญของกรอบงบประมาณปี 2570

  • ประมาณการรายได้รัฐบาลสุทธิ: 3,000,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 79,400 ล้านบาท หรือร้อยละ 2.7 จากปีก่อนหน้า สะท้อนถึงการฟื้นตัวของรายได้ภาษีและเศรษฐกิจ
  • นโยบายงบประมาณแบบขาดดุล: กำหนดไว้ที่ 788,000 ล้านบาท ลดลงจากปี 2569 จำนวน 72,000 ล้านบาท หรือร้อยละ 8.4 ซึ่งเป็นสัญญาณดีว่าภาครัฐกำลังลดการขาดดุลเพื่อรักษาเสถียรภาพการคลัง

นายกรัฐมนตรีได้กำชับหน่วยงานทุกแห่งให้จัดทำงบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ โดยยึดหลัก “ตรงเป้า แม่นยำ และตอบโจทย์” เพื่อแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนโดยตรง เช่น การช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และการส่งเสริมการจ้างงาน

แนวทางการใช้เงินงบประมาณให้คุ้มค่าที่สุด

นอกจากนี้ ยังเน้นการใช้แนวคิดงบประมาณฐานศูนย์ (Zero-Based Budgeting) ที่ต้องพิสูจน์ความจำเป็นของทุกโครงการใหม่ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด พร้อมทั้งพิจารณาแหล่งเงินนอกงบประมาณ เช่น เงินทุนจากเอกชนหรือกองทุนพิเศษ สำหรับโครงการลงทุนภาครัฐ ลดภาระงบแผ่นดินโดยรวม

การเพิ่มงบเพียง 0.2% ในปี 2570 แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลกำลังปรับตัวเข้ากับสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่ผันผวน เช่น เงินเฟ้อ สงครามการค้า และการฟื้นตัวหลังโควิด-19 แต่สิ่งสำคัญคือการใช้เงินให้ตรงจุด เช่น เพิ่มงบด้านสาธารณสุข การศึกษา และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล เพื่อกระตุ้นการเติบโต GDP ให้ถึงเป้า 3% ตามที่วางไว้

สำหรับประชาชนอย่างเราๆ งบประมาณปีนี้จะส่งผลกระทบอย่างไร? คาดว่าจะเห็นโครงการช่วยเหลือ SME ฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานรากมากขึ้น รวมถึงการลงทุนรถไฟฟ้าและระบบน้ำประปาในพื้นที่ชนบท หากใช้เงินได้ตรงตามที่กำชับ ก็จะช่วยลดช่องว่างความเหลื่อมล้ำได้จริง

ในมุมมองของผู้เขียน การตัดสินใจ ครม. เคาะงบประมาณปี 2570 วงเงิน 3.788 ล้านล้านบาท เพิ่ม 0.2% เป็นก้าวสำคัญสู่การคลังที่ยั่งยืน แม้จะไม่หวือหวาแต่เน้นคุณภาพ หากหน่วยงานปฏิบัติได้ตามหลัก จะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนอย่างยิ่ง ติดตามข่าวสารเศรษฐกิจเพิ่มเติมได้ที่บล็อกของเรา เพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ!

ที่มา – ครม. เคาะงบประมาณปี 2570 วงเงิน 3.788 ล้านล้านบาท เพิ่ม 0.2%

Scroll to top