การแก้ไขปัญหาชุมชน

“พลพีร์” ลุยนครพนมต่อเนื่อง ขยายไฟฟ้าถึงประชาชน ดันสินค้าชุมชนสู่ตลาดเอเชีย

“พลพีร์” ลุยนครพนมต่อเนื่อง ขยายไฟฟ้าถึงประชาชน ดันสินค้าชุมชนสู่ตลาดเอเชีย

การลงพื้นที่เพื่อติดตามงานและรับฟังปัญหาของประชาชนถือเป็นหัวใจสำคัญของการทำงานเชิงรุก ล่าสุด พลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เดินทางลงพื้นที่อำเภอนาหว้าและอำเภอบ้านแพง จังหวัดนครพนม เพื่อขับเคลื่อนภารกิจสำคัญในการพัฒนาความเป็นอยู่ของชาวบ้านให้ดียิ่งขึ้น โดยเน้นย้ำเรื่องการบริการสาธารณะที่ต้องเข้าถึงประชาชนอย่างทั่วถึงและรวดเร็ว

ยกระดับโครงสร้างพื้นฐาน “พลพีร์” ลุยนครพนมต่อเนื่อง ขยายไฟฟ้าถึงประชาชน ดันสินค้าชุมชนสู่ตลาดเอเชีย

หนึ่งในกลยุทธ์สำคัญที่นายพลพีร์เน้นย้ำคือ การทำงานเชิงรุกของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค โดยสั่งการให้เร่งสำรวจความต้องการใช้งานไฟฟ้าในพื้นที่อยู่อาศัยและพื้นที่การเกษตรโดยไม่ต้องรอคำร้อง เพื่อให้มั่นใจได้ว่าโครงสร้างพื้นฐานจะเพียงพอต่อการเติบโตของจังหวัด ซึ่งโครงการนี้ถือว่า “พลพีร์” ลุยนครพนมต่อเนื่อง ขยายไฟฟ้าถึงประชาชน ดันสินค้าชุมชนสู่ตลาดเอเชีย ได้อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อรองรับเศรษฐกิจที่กำลังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง

นอกจากการพัฒนาด้านพลังงานแล้ว นายพลพีร์ยังให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการยกระดับสินค้าชุมชน เพื่อเพิ่มรายได้ให้กับคนในท้องถิ่น ผ่านแนวทางการแก้ปัญหาสินค้าล้นตลาดและขาดช่องทางการจำหน่าย ดังนี้:

  • ส่งเสริมการเชื่อมโยงระหว่างกลุ่มพัฒนาชุมชนและกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี
  • สร้างห่วงโซ่มูลค่าตั้งแต่การผลิต การสร้างแบรนด์ ไปจนถึงการตลาด
  • นำนวัตกรรมการตลาดออนไลน์และคนรุ่นใหม่เข้ามาช่วยพัฒนาสินค้า
  • ยกระดับผลิตภัณฑ์ชุมชนให้ได้มาตรฐานและพร้อมส่งออกสู่ตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะตลาดเอเชีย

ความพยายามในการผลักดันให้เศรษฐกิจฐานรากมีความเข้มแข็ง คือเป้าหมายสูงสุดที่กระทรวงมหาดไทยมุ่งหวัง การสร้างแบรนด์สินค้าท้องถิ่นให้มีมาตรฐานสากลจะเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้ผลิตภัณฑ์จากนครพนมเป็นที่รู้จักในวงกว้าง ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มเสื้อผ้า งานหัตถกรรม หรือสินค้าเกษตรแปรรูป นอกจากนี้ นายพลพีร์ยังเตรียมเดินหน้าโครงการอบรมเพื่อศักยภาพกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี ซึ่งจะกลายเป็นกลไกหลักในการสนับสนุนผู้ประกอบการชุมชนให้โตไปพร้อมกับเศรษฐกิจโลก

นับเป็นนิมิตหมายอันดีที่ผู้นำระดับนโยบายลงมาคลุกคลีกับปัญหาในระดับพื้นที่ด้วยตนเอง ซึ่งคาดหวังว่าการดำเนินงานตามนโยบายนี้จะส่งผลให้คุณภาพชีวิตของชาวนครพนมดีขึ้นอย่างยั่งยืน และเป็นโมเดลต้นแบบให้จังหวัดอื่นๆ นำไปปรับใช้ในการพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่นต่อไป

ที่มา – “พลพีร์” ลุยนครพนมต่อเนื่อง ขยายไฟฟ้าถึงประชาชน ดันสินค้าชุมชนสู่ตลาดเอเชีย

“ยศชนัน” มั่นใจจับมือ ภูมิใจไทย ตลอดรอดฝั่ง

“ยศชนัน” มั่นใจจับมือ ภูมิใจไทย ตลอดรอดฝั่ง เป็นข่าวร้อนในวงการการเมืองไทยที่หลายคนจับตา หลังจากพรรคเพื่อไทย (พท.) เตรียมความพร้อมเข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทย (ภท.) อย่างเป็นทางการ ล่าสุด นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย ยืนยันความมั่นใจเต็มเปี่ยมในการทำงานร่วมกัน โดยเฉพาะเรื่องนโยบายที่ตรงกันหลายประการ ทำให้เชื่อว่ารัฐบาลชุดนี้จะอยู่ครบ 4 ปีได้อย่างแน่นอน

“ยศชนัน” มั่นใจจับมือ ภูมิใจไทย ตลอดรอดฝั่ง

เมื่อวันที่ 19 มีนาคม ที่อาคารรัฐสภา นายยศชนัน ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนอย่างเป็นกันเอง โดยระบุว่าทีมงานของพรรคเพื่อไทยได้เตรียมการเรียบร้อยแล้ว และจะเข้าไปพูดคุยกับพรรคภูมิใจไทยในต้นสัปดาห์หน้า นี่คือสัญญาณบวกที่แสดงให้เห็นถึงความพร้อมในการจัดตั้งรัฐบาลผสมที่แข็งแกร่ง

สิ่งที่น่าสนใจคือ นโยบายเรือธงของพรรคเพื่อไทย เช่น การแก้ปัญหาปากท้องของประชาชน การพัฒนาท้องถิ่นและชุมชนให้ยั่งยืน มีความคล้ายคลึงกับพรรคภูมิใจไทยอย่างมาก โดยเฉพาะด้านการนำเทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์มาปรับใช้ ซึ่งทั้งสองพรรคเห็นพ้องต้องกันว่านี่คือสิ่งที่จำเป็นและต้องทำทันที นายยศชนัน เน้นย้ำว่า “ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร” เพราะทุกฝ่ายมองเห็นตรงกัน

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงความมั่นใจในด้านการเมืองว่าจะจับมือกันไปตลอด 4 ปีหรือไม่ ตอบกลับแบบชัดเจนว่า “แน่นอนครับ ความไว้เนื้อเชื่อใจคือกุญแจสำคัญในการทำงานร่วมกัน” คำพูดนี้สร้างความหวังให้กับฐานเสียงทั้งสองพรรคที่รอคอยรัฐบาลที่มั่นคง

จุลพันธ์ ส่งรายชื่อรัฐมนตรีถึงมืออนุทินเรียบร้อย

ในส่วนของนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ได้ยืนยันว่าการหารือกับพรรคร่วมรัฐบาลหลังโหวตนายกรัฐมนตรีเสร็จสิ้นแล้ว ไม่ต้องพูดคุยเพิ่มเติม ที่สำคัญคือ ได้ส่งรายชื่อโควตารัฐมนตรีทั้งหมด รวมถึงรัฐมนตรีช่วยที่เคยมีกระแสข่าวยังไม่ลงตัว ไปยังนายอนุทิน แก้วทมียาว หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยเรียบร้อยแล้ว นายจุลพันธ์ พูดสั้นๆ ว่า “ครับ เรียบร้อยแล้ว พูดมากกว่านี้ไม่ได้ เป็นอำนาจของนายกฯ”

การส่งรายชื่อนี้ถือเป็นก้าวสำคัญที่ทำให้การจัดตั้งคณะรัฐมนตรีใกล้เสร็จสมบูรณ์ สะท้อนถึงความโปร่งใสและรวดเร็วในการเจรจา ซึ่งจะช่วยให้รัฐบาลใหม่เริ่มงานได้ทันที โดยไม่เสียเวลา

นโยบายหลักที่คาดว่าจะผลักดันร่วมกัน

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้น มาดูกันว่านโยบายเด่นที่ทั้งสองพรรคจะร่วมมือกันมีอะไรบ้าง:

  • แก้ปัญหาปากท้อง: ลดค่าครองชีพ สนับสนุนเกษตรกรและผู้ประกอบการรายย่อย
  • พัฒนาท้องถิ่น: ยกระดับโครงสร้างพื้นฐานชุมชนให้ทันสมัย
  • เทคโนโลยีและนวัตกรรม: ผลักดันดิจิทัลไทย สร้างโอกาสงานใหม่ๆ
  • สาธารณสุขและการศึกษา: ปรับปรุงให้เข้าถึงประชาชนทุกพื้นที่

นโยบายเหล่านี้ไม่ใช่แค่นโยบายบนกระดาษ แต่เป็นสิ่งที่ทั้งยศชนันและผู้นำทั้งสองพรรคยืนยันว่าจะลงมือทำจริง เพื่อตอบโจทย์ชีวิตคนไทยในยุคปัจจุบัน

การจับมือครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์การเมืองที่เข้มข้น หลังพรรคเพื่อไทยคว้าส.ส.จำนวนมากในการเลือกตั้ง พรรคภูมิใจไทยที่ได้ที่นั่งรองลงมา ก็กลายเป็นพันธมิตรหลักที่ช่วยเสริมความสมดุลให้กับรัฐบาล นักวิเคราะห์การเมืองมองว่าความคล้ายคลึงในนโยบายจะช่วยลดข้อขัดแย้งภายใน ทำให้รัฐบาลอยู่ยาวได้จริง

อย่างไรก็ตาม ยังมีประเด็นที่ต้องจับตา เช่น การแบ่งโควตารัฐมนตรีให้ลงตัวทุกพรรค และการผลักดันนโยบายที่อาจกระทบผลประโยชน์บางกลุ่ม แต่จากท่าทีของยศชนันและจุลพันธ์ คงไม่มีปัญหาใหญ่

ในมุมมองของผม การที่ “ยศชนัน” มั่นใจจับมือ ภูมิใจไทย ตลอดรอดฝั่ง นี้คือสัญญาณดีต่ออนาคตการเมืองไทย รัฐบาลที่มั่นคงจะนำพาประเทศก้าวผ่านวิกฤตเศรษฐกิจและสังคมได้ดีขึ้น คุณคิดอย่างไร ลองแชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมติดตามข่าวอัปเดตการจัดตั้งรัฐบาลใหม่จากเรา!

ที่มา – “ยศชนัน” มั่นใจจับมือ ภูมิใจไทย ตลอดรอดฝั่ง ด้าน “จุลพันธ์” ส่งรายชื่อรัฐมนตรีถึงมือ“อนุทิน”แล้ว

พรรคโอกาสใหม่ ยันไม่ปิดตลาดนัด ริมคลองดำเนินสะดวก

“ดร.อนุสรี” นำทีมพรรคโอกาสใหม่ ลงพื้นที่สมุทรสาคร ช่วยผู้สมัครหาเสียง ยันไม่ปิดตลาดนัด 100 ปี ริมคลองดำเนินสะดวก เล็งฟื้นตลาดเก่า ชูท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม สร้างรายได้ชุมชน

วันที่ 17 มกราคม 2569 ดร.อนุสรี ทับสุวรรณ รองหัวหน้าพรรคโอกาสใหม่ พร้อมด้วยนายธิติรัตน์ พุ่มไสว และนายลัทธจิตร มีรักษ์ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคโอกาสใหม่ รวมถึงนายณัฐภัทร์ จุลสวัสดิ์ ผู้สมัคร สส. เขต 4 บ้านแพ้ว-กระทุ่มแบน หมายเลข 3 ลงพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร เพื่อรับฟังปัญหาประชาชนในพื้นที่อำเภอบ้านแพ้ว บริเวณตลาดนัดเก่าอายุกว่า 100 ปี ริมคลองดำเนินสะดวก และตลาดนัดกำนันเผอิญ

พรรคโอกาสใหม่ หาเสียงสมุทรสาคร ยันไม่ปิดตลาดนัด 100 ปี ริมคลองดำเนินสะดวก

ดร.อนุสรี เปิดเผยว่า ตลาดทั้งสองแห่งเป็นแหล่งค้าขายสำคัญของชุมชน เป็นตลาดริมน้ำที่มีเอกลักษณ์ สามารถจับจ่ายทั้งอาหาร สินค้าอุปโภคบริโภค และเสื้อผ้า แต่ภายหลังเกิดเหตุเพลิงไหม้ในปี 2564 ตลาดที่เชื่อมต่อกันถูกปิดกั้น ทำให้ประชาชนสองฝั่งคลองไม่สามารถสัญจรและค้าขายได้ตามปกติ อีกทั้งยังมีแนวคิดจะรื้อพื้นที่เพื่อก่อสร้างถนนคอนกรีต ส่งผลให้เศรษฐกิจชุมชนซบเซาต่อเนื่อง แม้ประชาชนจะร้องเรียนไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมานาน แต่ยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม

พรรคโอกาสใหม่ หาเสียงสมุทรสาคร ยันไม่ปิดตลาดนัด 100 ปี ริมคลองดำเนินสะดวก

“จากการรับฟังปัญหาของพ่อค้าแม่ค้าที่ทำมาค้าขายอยู่ที่นี่มาหลายสิบปี ดิฉันเห็นว่าตลาดริมน้ำคลองดำเนินสะดวกแห่งนี้ควรถูกพัฒนาและอนุรักษ์ให้เป็นตลาดน้ำเชิงวัฒนธรรมดั้งเดิม ไม่ใช่การรื้อทิ้ง เพราะสามารถเป็นกลไกสำคัญในการฟื้นเศรษฐกิจและสร้างรายได้ให้คนบ้านแพ้วได้อย่างยั่งยืน”

นอกจากนี้ ยังได้รับฟังปัญหาราคามะพร้าวตกต่ำ เหลือเพียงลูกละประมาณ 2 บาท นายณัฐภัทร์ ได้ศึกษาข้อมูลและแนวทางแก้ไขมาอย่างต่อเนื่อง โดยเสนอการใช้นวัตกรรมการปลูกและการแปรรูป เพื่อเพิ่มมูลค่าและช่วยให้เกษตรกรขายผลผลิตได้ในราคาที่สูงขึ้น รวมถึงปัญหากลุ่มผู้สูงอายุที่ต้องการจำหน่ายงานฝีมือและผลิตภัณฑ์ชุมชน ซึ่งดร.อนุสรี ระบุว่าจะผลักดันการอบรมด้านการตลาดออนไลน์ เพื่อเปิดช่องทางรายได้ใหม่ให้กลุ่มดังกล่าว

พรรคโอกาสใหม่ หาเสียงสมุทรสาคร ยันไม่ปิดตลาดนัด 100 ปี ริมคลองดำเนินสะดวก

ดร.อนุสรี ย้ำว่า ตนเองและพรรคโอกาสใหม่ถือเป็นลูกหลานชาวสมุทรสาคร บรรพบุรุษและครอบครัวมีรากเหง้าอยู่ในพื้นที่ จึงตั้งใจผลักดันการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนตัวเล็กตัวน้อยให้เกิดขึ้นจริง พร้อมขอแรงสนับสนุนให้พรรคโอกาสใหม่ หมายเลข 44 และผู้สมัคร สส. เขต 4 จังหวัดสมุทรสาคร หมายเลข 3 ได้เข้าไปทำหน้าที่ในสภา เพื่อขับเคลื่อนนโยบายและพัฒนาพื้นที่อย่างยั่งยืนต่อไป

พรรคโอกาสใหม่ หาเสียงสมุทรสาคร ยันไม่ปิดตลาดนัด 100 ปี ริมคลองดำเนินสะดวก

พรรคโอกาสใหม่ นำโดย ดร.อนุสรี ทับสุวรรณ ลงพื้นที่สมุทรสาครเพื่อช่วยผู้สมัครหาเสียง พร้อมยืนยันว่าจะไม่ปิดตลาดนัดเก่าแก่ริมคลองดำเนินสะดวก

พรรคโอกาสใหม่ ย้ำจุดยืน: ไม่ปิดตลาดนัด 100 ปี ริมคลองดำเนินสะดวก

ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ พรรคโอกาสใหม่ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการอนุรักษ์ตลาดนัด 100 ปี ริมคลองดำเนินสะดวก ซึ่งเป็นแหล่งค้าขายสำคัญของชุมชนและเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่สำคัญ การพัฒนาและส่งเสริมตลาดแห่งนี้จะช่วยสร้างรายได้และฟื้นฟูเศรษฐกิจในพื้นที่ได้

นอกจากประเด็นเรื่องพรรคโอกาสใหม่ หาเสียงสมุทรสาคร ยันไม่ปิดตลาดนัด 100 ปี ริมคลองดำเนินสะดวกแล้ว พรรคโอกาสใหม่ยังให้ความสำคัญกับปัญหาอื่นๆ ในพื้นที่ เช่น ราคามะพร้าวตกต่ำ และการส่งเสริมอาชีพให้กับผู้สูงอายุ โดยมีแผนที่จะนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาช่วยแก้ไขปัญหาเหล่านี้

พรรคโอกาสใหม่เชื่อมั่นว่าการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนและการแก้ไขปัญหาปากท้องของประชาชนเป็นสิ่งสำคัญที่สุด และพร้อมที่จะเป็นปากเสียงให้กับประชาชนในสภา เพื่อผลักดันนโยบายที่ตอบโจทย์ความต้องการของคนในท้องถิ่น

โดยการลงพื้นที่พรรคโอกาสใหม่ หาเสียงสมุทรสาคร ยันไม่ปิดตลาดนัด 100 ปี ริมคลองดำเนินสะดวกครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของพรรคในการรับฟังปัญหาของประชาชนอย่างใกล้ชิด และพร้อมที่จะนำเสนอแนวทางแก้ไขที่เป็นรูปธรรม เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนให้ดีขึ้น อีกทั้งยังพรรคโอกาสใหม่ หาเสียงสมุทรสาคร ยันไม่ปิดตลาดนัด 100 ปี ริมคลองดำเนินสะดวกยังเป็นสัญลักษณ์ของการอนุรักษ์วัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ท้องถิ่น ซึ่งเป็นสิ่งที่พรรคให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง

เราควรสนับสนุนพรรคการเมืองที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากอย่างแท้จริง เพราะการกระจายรายได้และความเจริญสู่ท้องถิ่นอย่างยั่งยืน จะนำมาซึ่งความมั่นคงและความสุขของคนในสังคม

ที่มา – พรรคโอกาสใหม่ หาเสียงสมุทรสาคร ยันไม่ปิดตลาดนัด 100 ปี ริมคลองดำเนินสะดวก

Scroll to top