การโหวตนายกรัฐมนตรี

“ทวี” รับภูมิใจไทยต่อสายจีบร่วมรัฐบาล แทงกั๊กรอมติพรรค

ในวงการการเมืองไทยที่กำลังร้อนระอุหลังการเลือกตั้ง “ทวี” รับภูมิใจไทยต่อสายจีบร่วมรัฐบาล แทงกั๊กรอมติพรรค กลายเป็นประเด็นที่ทุกคนจับตา พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ ได้เปิดใจอย่างตรงไปตรงมาเกี่ยวกับกระแสข่าวลือที่ว่า พรรคภูมิใจไทยได้ส่งสัญญาณเชิญชวนให้เข้าร่วมรัฐบาลใหม่นี้

“ทวี” รับภูมิใจไทยต่อสายจีบร่วมรัฐบาล แทงกั๊กรอมติพรรค

วันที่ 6 มีนาคม 2569 พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ได้เดินทางเข้ารายงานตัวในฐานะ ส.ส. และให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนถึงเรื่องนี้ โดยยอมรับตรงๆ ว่าพรรคภูมิใจไทยได้ประสานงานผ่านเลขาธิการพรรคมาจริง แต่พรรคประชาชาติซึ่งเป็นพรรคขนาดเล็ก จะไม่ตัดสินใจเด็ดขาดโดยตัวบุคคล ต้องรอให้มีมติพรรคอย่างเป็นทางการก่อน เบื้องต้น พรรคเห็นว่าการเข้าร่วมรัฐบาลไม่ได้ขัดหลักการใดๆ และพร้อมที่จะทำงานเพื่อประชาชนหากได้รับคำเชิญอย่างชัดเจน

ไม่มีปมแค้นเก่าเรื่อง “เขากระโดง”

หนึ่งในประเด็นที่หลายคนสงสัยคือ ความขัดแย้งในอดีต โดยเฉพาะกรณีที่ พ.ต.อ.ทวี เคยตรวจสอบคดีฮั้วประมูล สว. และที่ดินเขากระโดงที่เกี่ยวข้องกับแกนนำพรรคภูมิใจไทย ทวีชี้แจงชัดเจนว่า ไม่มีปัญหาส่วนตัวใดๆ ทุกอย่างเป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายในขณะนั้นเท่านั้น สำหรับการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีนั้น ถือเป็นเอกสิทธิ์ของ ส.ส. ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 124 ที่ไม่มีใครครอบงำได้ ที่ผ่านมาเคยร่วมงานกันมาก็มีความสนิทสนมเป็นธรรมดา แต่หากมีเรื่องทุจริตหรือแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม พรรคประชาชาติยอมรับไม่ได้เด็ดขาด

บทบาทฝ่ายค้านสำคัญกว่ารัฐบาลในรัฐธรรมนูญฉบับนี้

พ.ต.อ.ทวียังให้มุมมองที่น่าสนใจเกี่ยวกับโครงสร้างรัฐธรรมนูญปัจจุบัน โดยระบุว่า “บทบาทฝ่ายค้านสำคัญกว่ารัฐบาล” เพราะใช้เสียง ส.ส. เพียง 1 ใน 10 ก็สามารถยื่นตรวจสอบจริยธรรม จนนำไปสู่การถอดถอนนายกรัฐมนตรีได้ ซึ่งมีน้ำหนักมากกว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจเสียอีก จุดยืนหลักของพรรคประชาชาติยังคงยึดมั่นในการต่อต้านทุจริตคอร์รัปชัน ตามที่หาเสียงไว้กับประชาชน

สถานการณ์การเมืองไทยหลังเลือกตั้งกำลังเข้าสู่โหมดจัดตั้งรัฐบาล พรรคขนาดเล็กอย่างประชาชาติกลายเป็นตัวแปรสำคัญที่ทุกฝ่ายให้ความสนใจ การที่ “ทวี” รับภูมิใจไทยต่อสายจีบร่วมรัฐบาล แทงกั๊กรอมติพรรค แสดงให้เห็นถึงความรอบคอบและยึดหลักประชาธิปไตยของพรรค หากมติพรรคออกมาเป็นบวก อาจส่งผลให้สมการรัฐบาลเปลี่ยนแปลงไปทันที

นอกจากนี้ พรรคประชาชาติภายใต้การนำของ พ.ต.อ.ทวี มีฐานเสียงที่แข็งแกร่งในภาคอีสานและภาคเหนือ โดยเฉพาะกลุ่มที่รังเกียจการทุจริต การตัดสินใจครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องส่วนตัว แต่สะท้อนนโยบายหลักของพรรคในการทำงานเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง

  • รอ มติพรรคอย่างเป็นทางการก่อนตัดสินใจ
  • ยืนยันไม่มีแค้นส่วนตัวกับพรรคภูมิใจไทย
  • บทบาทฝ่ายค้านมีพลังตรวจสอบสูงในรัฐธรรมนูญใหม่
  • ยึดมั่นต่อต้านคอร์รัปชันเป็นหลัก

สำหรับพรรคภูมิใจไทยที่นำโดย อนุทิน ชาญวีรกูล ก็กำลังเร่งหาพันธมิตรเพื่อขยายฐานเสียงในรัฐบาล การต่อสายจีบพรรคเล็กๆ อย่างนี้เป็นกลยุทธ์ที่ชาญฉลาด แต่สุดท้ายแล้ว การตัดสินใจของ “ทวี” จะเป็นตัวกำหนดทิศทาง

ผู้ติดตามการเมืองควรจับตาการประชุมพรรคประชาชาติในช่วงสัปดาห์หน้า เพราะอาจมีเซอร์ไพรส์ที่เปลี่ยนเกมการเมืองทั้งประเทศได้ ในมุมมองของผู้เขียน การเคลื่อนไหวแบบนี้ช่วยเสริมสร้างความโปร่งใสในระบบพรรคการเมืองไทยให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น

คุณคิดอย่างไรกับการตัดสินใจของพรรคประชาชาติ? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อติดตามข่าวสารการเมืองล่าสุด!

ที่มา – “ทวี” รับภูมิใจไทยต่อสายจีบร่วมรัฐบาล แทงกั๊กรอมติพรรค

พรรคประชาชน ถกอีกรอบ! ก่อนตัดสินใจโหวตนายกฯ

จับตาบ่ายนี้! พรรคประชาชน นัดถก สส. และกรรมการบริหารพรรคอีกรอบ เพื่อตัดสินใจว่าจะโหวตนายกรัฐมนตรีให้พรรคไหน หลังการประชุมเมื่อวานนี้เสียงภายในพรรคแตกเป็น 3 ส่วน ทั้งหนุนเพื่อไทย ภูมิใจไทย และไม่ต้องการโหวตให้ใครเลย

วันที่ 2 กันยายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พรรคประชาชนได้นัด สส. ทั้งหมดกว่า 140 คน เข้ามาประชุมที่อาคารอนาคตใหม่ ในวันนี้ เวลา 13.00 น. อีกครั้ง เพื่อรับฟังความคิดเห็นถึงการตัดสินใจโหวตแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีให้พรรคการเมืองใด ระหว่างพรรคเพื่อไทยและพรรคภูมิใจไทย ภายหลังจากเมื่อวานนี้ (1 ก.ย. 68) นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ได้หารือกับ สส. และกรรมการบริหารพรรค เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนเกี่ยวกับแนวทางการโหวตนายกรัฐมนตรี ที่ยอมรับเงื่อนไขของพรรค ซึ่งในที่ประชุมยังมีความเห็นที่แตกต่างหลากหลาย ทั้งต้องการโหวตให้พรรคเพื่อไทยและพรรคภูมิใจไทย ภายใต้โจทย์ของประเทศในสถานการณ์ปัจจุบัน และบางส่วนที่มีความเห็นที่ระบุว่าจะไม่โหวตให้พรรคการเมืองใด

ในการประชุมเมื่อวานนี้ สส.ของพรรคจำนวน 143 คน ไม่ได้มาประชุมครบทั้งหมด เนื่องจากมีบางส่วนปฏิบัติภารกิจของกรรมาธิการในต่างจังหวัด และยังคงลงพื้นที่ต่างจังหวัด แต่แหล่งข่าวภายในพรรคยืนยันว่าในการประชุม สส. ของพรรคในวันนี้จะเดินทางมากันครบอย่างแน่นอน

อย่างไรก็ตาม นางสาวรักชนก ศรีนอก สส.กทม. พรรคประชาชน และนายชุติพงศ์ พิภพภิญโญ สส.ระยอง พรรคประชาชน ได้ตอบคำถามผู้สื่อข่าวภายหลังการประชุมเสร็จสิ้นเมื่อวานนี้ว่า ที่ประชุมไม่มีการหารือเรื่องจะไปสนับสนุนพรรคภูมิใจไทย เพื่อแลกกับคดี 44 สส. ที่อยู่ในคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช.

ทั้งนี้จุดยืนของพรรคประชาชนในการโหวตนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ยังคงยึดมั่นใน 3 ข้อหลัก ได้แก่ เลือกนายกฯ จากรายชื่อที่เสนอ โดยมีเงื่อนไขต้องยุบสภาภายใน 4 เดือน และต้องเปิดทางแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ที่มาจากการเลือกตั้ง ขณะที่นายณัฐพงษ์ย้ำชัดว่า หากพรรคใดเสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรครวมไทยสร้างชาติ พรรคประชาชนจะไม่โหวตให้อย่างแน่นอน

ขณะที่เมื่อช่วงกลางดึกเมื่อคืนที่ผ่านมา สมาชิกพรรคประชาชนได้รับข้อความบรอดแคสต์ ทั้งในช่องทาง Line OA และ SMS เพื่อให้กรอกแบบสอบถาม เรื่องการโหวตนายกฯ ผ่านระบบรับความเห็นสมาชิกพรรค โดยคำถามที่น่าสนใจคือ:

  • 1. “ท่านเห็นด้วยหรือไม่ที่พรรคประชาชนควรใช้เสียงในสภาผู้แทนราษฎรที่มีอยู่ประมาณ 143 เสียง เพื่อกำกับทิศทางการเมืองให้เดินหน้าสู่การยุบสภา และทำประชามติเปิดทางไปสู่รัฐธรรมนูญฉบับใหม่”
  • 2. หากจำเป็นต้องเลือก ท่านมีความเห็นว่าพรรคประชาชนควรยกมือสนับสนุนแคนดิเดตจากพรรคใดเป็นนายกรัฐมนตรี

โดยมีตัวเลือกให้เลือกคือ พรรคเพื่อไทยและพรรคภูมิใจไทย นอกจากนี้ ยังมีช่องให้สมาชิกสามารถกรอกความเห็นอื่นเพิ่มเติมได้อีกด้วย

พรรคประชาชน กับทิศทางการโหวตนายกฯ ที่ยังไม่แน่นอน

สถานการณ์ภายในพรรคประชาชนยังคงมีความไม่แน่นอนสูงเกี่ยวกับการตัดสินใจว่าจะโหวตสนับสนุนใครให้เป็นนายกรัฐมนตรี การประชุมในวันนี้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในการหาข้อสรุปและกำหนดทิศทางของพรรค

ปัจจัยที่ส่งผลต่อการตัดสินใจโหวตนายกฯ ของพรรคประชาชน

มีหลายปัจจัยที่ส่งผลต่อการตัดสินใจของพรรคประชาชนในการโหวตนายกรัฐมนตรี ไม่ว่าจะเป็นจุดยืนของพรรค เงื่อนไขที่พรรคต้องการให้เกิดขึ้น และความเห็นของสมาชิกพรรคที่แตกต่างกัน การหาจุดร่วมที่ทุกฝ่ายยอมรับได้จึงเป็นเรื่องที่ท้าทาย

การที่พรรคประชาชนมีเสียงในสภาถึง 143 เสียง ทำให้การตัดสินใจของพรรคมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการจัดตั้งรัฐบาล หากพรรคตัดสินใจสนับสนุนพรรคใดพรรคหนึ่ง ก็จะช่วยเพิ่มโอกาสให้พรรคนั้นได้รับเสียงสนับสนุนเพียงพอที่จะจัดตั้งรัฐบาลได้

อย่างไรก็ตาม หากพรรคตัดสินใจไม่สนับสนุนใครเลย ก็จะทำให้การจัดตั้งรัฐบาลเป็นไปได้ยากยิ่งขึ้น และอาจนำไปสู่ความไม่แน่นอนทางการเมืองที่มากขึ้น

ดังนั้น การประชุมในวันนี้จึงเป็นที่จับตาของทุกฝ่ายว่าจะได้ข้อสรุปอย่างไร และจะมีผลต่อการเมืองไทยในอนาคตอย่างไร

การตัดสินใจของพรรคประชาชนครั้งนี้จะเป็นตัวชี้วัดสำคัญว่าประเทศไทยจะสามารถเดินหน้าต่อไปได้อย่างไร การจับตาดูผลการประชุมจึงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

ที่มา – พรรคประชาชน นัดอีกรอบบ่ายนี้ ก่อนตัดสินใจโหวตนายกฯ ให้พรรคไหน หลังเสียงแตกหนัก

Scroll to top