ก๊าซธรรมชาติ

อิหร่านเตือน อาจเปิดแนวรบ “บับ เอล-มันเดบ” หากสหรัฐฯ โจมตีภาคพื้นดิน

อิหร่านเตือน อาจเปิดแนวรบ “บับ เอล-มันเดบ” หากสหรัฐฯ โจมตีภาคพื้นดิน สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางกำลังร้อนระอุ เมื่ออิหร่านออกมาแสดงจุดยืนชัดเจนต่อสหรัฐฯ และอิสราเอล โดยขู่ว่าจะเปิดแนวรบใหม่ในจุดยุทธศาสตร์สำคัญ หากมีการโจมตีทางบกบนเกาะของตน

อิหร่านเตือน อาจเปิดแนวรบ “บับ เอล-มันเดบ” หากสหรัฐฯ โจมตีภาคพื้นดิน

เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2569 แหล่งข่าวทางทหารของอิหร่านได้ออกมาเตือนอย่างเป็นทางการ โดยระบุว่า เตหะรานพร้อมเปิดแนวรบเชิงยุทธศาสตร์เพิ่มเติม รวมถึงบริเวณช่องแคบ บับ เอล-มันเดบ (Bab el-Mandeb) หากสหรัฐฯ หรืออิสราเอลกล้าดำเนินปฏิบัติการภาคพื้นดินบนเกาะต่างๆ ของอิหร่าน หรือพยายามกดดันผ่านการเคลื่อนไหวทางเรือในอ่าวเปอร์เซียและทะเลโอมาน

ช่องแคบบับ เอล-มันเดบ ถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่เชื่อมต่อทะเลแดงกับอ่าวเอเดนและมหาสมุทรอินเดีย เป็นเส้นทาง “คอขวด” สำคัญสำหรับการค้าทางเรือทั่วโลก โดยเฉพาะน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ที่ผ่านจุดนี้ราว 12% ของปริมาณการขนส่งทางเรือทั้งหมดในแต่ละปี หากเกิดความขัดแย้งที่นี่ จะส่งผลกระทบรุนแรงต่อเศรษฐกิจโลก

ขีดความสามารถของอิหร่านในการตอบโต้ที่ช่องแคบบับ เอล-มันเดบ

แหล่งข่าวทางทหารอิหร่านระบุกับสำนักข่าวทาสนิม (Tasnim) ว่า “หากศัตรูพยายามใช้ปฏิบัติการภาคพื้นดินต่อเกาะต่างๆ ของอิหร่าน หรือสร้างความเสียหายผ่านการเคลื่อนไหวทางเรือ เราจะเปิดแนวรบอื่นๆ เป็นเซอร์ไพรส์ตอบโต้” โดยเจาะจงชื่อช่องแคบบับ เอล-มันเดบ และยืนยันว่าอิหร่านมีทั้งขีดความสามารถและความมุ่งมั่นที่จะสร้างภัยคุกคามจริงจังในพื้นที่นั้น

นอกจากนี้ ยังเตือนสหรัฐฯ ว่า “หากชาวอเมริกันคิดจะดำเนินการอย่างไม่ยั้งคิดเกี่ยวกับช่องแคบฮอร์มุซ พวกเขาควรระวังให้ดีว่าจะไม่มีช่องแคบอื่นเพิ่มเข้ามาในรายการความท้าทาย” ซึ่งช่องแคบฮอร์มุซเป็นอีกจุดที่อิหร่านคุมไว้ และบับ เอล-มันเดบ ถูกมองเป็น “อาวุธ” ใหม่ในการตอบโต้

คำเตือนจากประธานรัฐสภาอิหร่าน

ในวันเดียวกัน นายโมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลีบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่าน ก็ออกมาเตือนผ่านแพลตฟอร์ม X ว่า เตหะรานมีข้อมูลข่าวกรองว่าศัตรูกำลังเตรียมยึดเกาะแห่งหนึ่งของอิหร่าน โดยได้รับการสนับสนุนจากประเทศในภูมิภาค “กองกำลังของเรากำลังเฝ้าติดตามทุกการเคลื่อนไหว หากพวกเขาก้าวพลาด โครงสร้างพื้นฐานสำคัญทั้งหมดของรัฐในภูมิภาคนั้นจะตกเป็นเป้าหมายการโจมตีอย่างต่อเนื่อง”

  • ช่องแคบบับ เอล-มันเดบ: จุดเชื่อมทะเลแดง-มหาสมุทรอินเดีย
  • 12% ของน้ำมันโลกผ่านจุดนี้
  • อิหร่านขู่อาศัยพันธมิตรฮูธีในเยเมนเพื่อควบคุม
  • เชื่อมโยงกับช่องแคบฮอร์มุซในการตอบโต้สหรัฐฯ

สถานการณ์นี้สะท้อนถึงความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ-อิสราเอล โดยเฉพาะหลังจากเหตุการณ์โจมตีในทะเลแดงที่กลุ่มฮูธี (ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน) ดำเนินการต่อเรือสินค้าที่มุ่งไปอิสราเอล อิหร่านมองว่านี่เป็นโอกาสในการขยายอิทธิพล หากข่าวต่างประเทศล่าสุดยังคงร้อนแรงต่อเนื่อง

การขู่นี้ไม่ใช่แค่คำพูดลอยๆ เพราะอิหร่านมีประวัติการตอบโต้ที่เด็ดขาด เช่น การยึดเรือบรรทุกน้ำมันหรือโจมตีโดรนสหรัฐฯ ในอดีต หากนำไปสู่การปิดช่องแคบบับ เอล-มันเดบ ราคาน้ำมันโลกอาจพุ่งสูง ส่งผลต่อไทยที่นำเข้าน้ำมันจำนวนมาก

ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ สถานการณ์นี้อาจนำไปสู่สงครามตัวแทนที่กว้างขึ้น ผู้สนใจควรติดตามพัฒนาการอย่างใกล้ชิด เพื่อเข้าใจผลกระทบต่อเศรษฐกิจและความมั่นคงโลก

คุณคิดว่าอิหร่านจะกล้าเปิดแนวรบจริงหรือไม่? แสดงความเห็นในคอมเมนต์และติดตามข่าวต่างประเทศอัปเดตเพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ

ที่มา – อิหร่านเตือน อาจเปิดแนวรบ “บับ เอล-มันเดบ” หากสหรัฐฯ โจมตีภาคพื้นดิน

กกพ. ย้ำชัดไทยไม่ขาดแคลนก๊าซธรรมชาติ ลุยคุมต้นทุน

กกพ. ย้ำชัดไทยไม่ขาดแคลนก๊าซธรรมชาติ ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ทำให้ราคาก๊าซพุ่งสูง แต่ทางสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ได้ออกมาประกาศให้ประชาชนวางใจได้เลยว่า ระบบผลิตไฟฟ้าของไทยยังมั่นคง ไม่มีปัญหาขาดแคลนเชื้อเพลิง โดยมีแผนสำรองและมาตรการควบคุมต้นทุนแบบสุดตัว เพื่อให้ผู้ใช้ไฟฟ้าทุกคนได้รับความเป็นธรรม

กกพ. ย้ำชัดไทยไม่ขาดแคลนก๊าซธรรมชาติ

จากเหตุการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะการสู้รบเมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2567 ที่ส่งผลให้ราคาก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ในตลาดจรหรือ Spot Market พุ่งจาก 10 ดอลลาร์สหรัฐต่อล้าน BTU กลายเป็น 25 ดอลลาร์สหรัฐ หรือเพิ่มขึ้น 2.5 เท่า ปัจจุบันไทยยังใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงหลักในการผลิตไฟฟ้าถึง 56% ทำให้หลายคนกังวลเรื่องค่าไฟฟ้าที่อาจแพงขึ้น แต่กกพ. ชี้แจงชัดเจนว่า นี่เป็นแค่ความผันผวนของราคาตามกลไกตลาดโลก ไม่ใช่การขาดแคลน และระบบไฟฟ้าไทยยังแข็งแกร่ง

นายพูนพัฒน์ ลีสมบัติไพบูลย์ เลขาธิการกกพ. กล่าวว่า แม้ไทยนำเข้าก๊าซจากกาตาร์ราว 15% ของ LNG ทั้งหมด หรือ 6% ของก๊าซทั้งระบบ ซึ่งอาจเสี่ยงหากช่องแคบฮอร์มุซถูกปิด แต่เรามีการกระจายแหล่งนำเข้าอย่างชาญฉลาด ไม่พึ่งพาตะวันออกกลางฝ่ายเดียว นอกจากนี้ LNG คงคลังยังเหลือเฟือ รองรับฤดูร้อนเดือนเมษายน-พฤษภาคมได้สบาย

กกพ. ย้ำชัดไทยไม่ขาดแคลนก๊าซธรรมชาติ ด้วยแผนสำรองฉุกเฉิน

เพื่อรับมือสถานการณ์ กกพ. ได้ร่วมมือกับผู้ผลิตไฟฟ้าและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ปรับแผนผลิตไฟฟ้าให้ยืดหยุ่นมากขึ้น โดยเร่งใช้เชื้อเพลิงทางเลือก เช่น

  • เพิ่มสัดส่วนถ่านหินและพลังน้ำ
  • ดึงก๊าซธรรมชาติจากอ่าวไทยมากขึ้น
  • ลดการนำเข้า LNG ลง 70% จาก 1 ลำเรือ
  • เพิ่มก๊าซในประเทศเทียบเท่า 50% ของ 1 ลำเรือ

มาตรการเหล่านี้เริ่มเห็นผลตั้งแต่เดือนมีนาคมแล้ว ช่วยประหยัดต้นทุนได้มหาศาล และกกพ. จะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด กำกับราคาให้โปร่งใสและเป็นธรรม

ทำไมก๊าซธรรมชาติถึงสำคัญ? เพราะเป็นหัวใจของโรงไฟฟ้าแบบ CCGT ที่มีประสิทธิภาพสูง ลดการปล่อยคาร์บอนเมื่อเทียบกับถ่านหิน แต่ราคาผันผวนจาก geopolitics ทำให้กกพ. ต้องมีแผน B-C-D ไว้ เช่น การกระจายแหล่งนำเข้าจากออสเตรเลีย มาเลเซีย สหรัฐฯ และแอฟริกา นอกจากนี้ ไทยยังพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ท่าเรือรับ LNG ใหม่ๆ เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่น

สำหรับประชาชนและธุรกิจ ค่า Ft (ค่าความผันผวน) อาจปรับตามต้นทุนเชื้อเพลิง แต่กกพ. ยืนยันว่าจะไม่ปล่อยให้กระทบหนัก โดยใช้กองทุนพัฒนาพลังงานไฟฟ้า (กพผ.) ช่วยบรรเทา เป้าหมายคือรักษาเสถียรภาพระบบพลังงาน สนับสนุนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตต่อเนื่อง

ในอนาคต กกพ. วางแผนเพิ่มพลังงานหมุนเวียน ลดพึ่งพาก๊าซ แต่ขณะนี้การจัดการเชื้อเพลิงนำเข้าคือกุญแจสำคัญ ประชาชนไม่ต้องตื่นตระหนก สามารถใช้ไฟฟ้าได้ตามปกติ

สรุปแล้ว กกพ. ย้ำชัดไทยไม่ขาดแคลนก๊าซธรรมชาติ และมาตรการควบคุมต้นทุนจะช่วยให้ค่าไฟยังสมเหตุสมผล ระบบพลังงานไทยพร้อมรับมือทุกวิกฤต อย่าลืมติดตามข่าวสารจากกกพ. เพื่ออัปเดตข้อมูลล่าสุด และประหยัดพลังงานร่วมกันเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน

ที่มา – กกพ. ย้ำชัดไทยไม่ขาดแคลนก๊าซธรรมชาติ ลุยคุมต้นทุนสุดตัวเพื่อความเป็นธรรมของผู้ใช้ไฟฟ้าทั่วประเทศ

อิหร่านโวย สหรัฐฯ-อิสราเอล โจมตีแหล่งผลิตน้ำมัน-ก๊าซฯ ครั้งแรก

อิหร่านโวย สหรัฐฯ-อิสราเอล โจมตีแหล่งผลิตน้ำมัน-ก๊าซฯ ครั้งแรก สร้างความตึงเครียดในตะวันออกกลางให้รุนแรงยิ่งขึ้น สื่ออิหร่านรายงานว่ามีการโจมตีแหล่งสำคัญอย่างเซาท์ พาร์ส ซึ่งเป็นแหล่งก๊าซธรรมชาติใหญ่ที่สุดในโลก

อิหร่านโวย สหรัฐฯ-อิสราเอล โจมตีแหล่งผลิตน้ำมัน-ก๊าซฯ ครั้งแรก

เมื่อวันพุธที่ 18 มี.ค. 2569 สำนักข่าวทัสนิมของอิหร่านกล่าวหาว่าสหรัฐฯ และอิสราเอลได้โจมตีพื้นที่ผลิตน้ำมันและก๊าซธรรมชาติหลายแห่ง รวมถึงแหล่งเซาท์ พาร์สที่ใหญ่ที่สุดในโลก เหตุการณ์นี้ถือเป็นการยกระดับความขัดแย้งครั้งใหญ่ โดยเจ้าหน้าที่อิหร่านกำลังประเมินความเสียหายอย่างเร่งด่วน

นอกจากเซาท์ พาร์สแล้ว เมืองอัสซาลูเยห์ซึ่งเป็นศูนย์กลางโรงกลั่นน้ำมันและโรงงานปิโตรเคมีหลายแห่งก็ถูกโจมตีเช่นกัน สำนักข่าวฟารส์ ซึ่งใกล้ชิดกับกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) รายงานเสียงระเบิดรุนแรงจากโรงกลั่นหลายจุด แทงก์เก็บน้ำมันและพื้นที่ผลิตก๊าซถูกทำลาย

ผลกระทบจากการโจมตีแหล่งเซาท์ พาร์ส

เซาท์ พาร์สเป็นแหล่งก๊าซธรรมชาติที่สำคัญที่สุดของอิหร่าน โดยเชื่อมโยงกับนอร์ท ฟิลด์ของกาตาร์ หากความเสียหายรุนแรง อาจกระทบอุปทานก๊าซทั่วโลก ส่งผลให้ราคาน้ำมันและก๊าซพุ่งสูงขึ้นทันที เจ้าหน้าที่อิหร่านย้ายพนักงานไปพื้นที่ปลอดภัยและเร่งดับไฟที่ลุกไหม้

  • โจมตีครั้งแรกที่แหล่งผลิตน้ำมัน-ก๊าซโดยตรง
  • รวมเซาท์ พาร์สและอัสซาลูเยห์
  • สหรัฐฯ-อิสราเอลประสานงานกัน
  • อิหร่านขู่อย่างหนัก หลังข้าม “เส้นแดง”

แหล่งข่าวอิสราเอลยืนยันกับ CNN ว่ามีการโจมตีโรงงานในอัสซาลูเยห์ และเซาท์ พาร์สโดยร่วมมือกับสหรัฐฯ ก่อนหน้านี้ รัฐมนตรีกลาโหมอิสราเอล อิสราเอล คัตซ์ ประกาศยกระดับการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลังงานของอิหร่าน

สื่ออิหร่านเตือนว่าการกระทำนี้ข้ามเส้นแดง และมอบ “ไพ่ตาย” คือการล้างแค้นให้อิหร่าน นอกจากนี้ ยังมีคำเตือนให้ชาวอ่าวเปอร์เซียหลีกเลี่ยงแหล่งพลังงานของซาอุฯ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และกาตาร์

โฆษกกระทรวงต่างประเทศกาตาร์ มาเจด อัล-อันซารี เรียกการโจมตีเซาท์ พาร์สว่า “ย่างก้าวอันตรายและขาดความรับผิดชอบ” เพราะกระทบพื้นที่ร่วมกัน สถานการณ์นี้อาจลุกลามเป็นสงครามภูมิภาค ส่งผลต่อเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะราคาพลังงานที่ผันผวน

เหตุการณ์อิหร่านโวย สหรัฐฯ-อิสราเอล โจมตีแหล่งผลิตน้ำมัน-ก๊าซฯ ครั้งแรก เกิดหลังอิสราเอลโจมตีคลังเชื้อเพลิงสัปดาห์ก่อน แสดงถึงการตอบโต้ที่รุนแรงขึ้น นักวิเคราะห์มองว่าอาจนำไปสู่การตอบโต้จากกลุ่มพันธมิตรอิหร่าน เช่นฮูติหรือเฮซบอลเลาะห์

ในมุมมองผู้เชี่ยวชาญ การโจมตีครั้งนี้ไม่เพียงกระทบอิหร่าน แต่ยังเสี่ยงต่อเสถียรภาพตลาดน้ำมันโลก ซึ่งไทยเองก็พึ่งพาการนำเข้าน้ำมันจากตะวันออกกลาง การติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดจึงสำคัญ

คุณคิดว่าการโจมตีนี้จะนำไปสู่อะไร? แสดงความเห็นในคอมเมนต์และติดตามข่าวต่างประเทศเพิ่มเติมเพื่ออัปเดตสถานการณ์ล่าสุด

ที่มา – อิหร่านโวย สหรัฐฯ-อิสราเอล โจมตีแหล่งผลิตน้ำมัน-ก๊าซฯ ครั้งแรก

“อนุทิน” ถกรับมือพลังงาน น้ำมันสำรองพอ

สถานการณ์พลังงานโลกกำลังตึงเครียดจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ทำให้ราคาน้ำมันผันผวน รัฐบาลไทยภายใต้นายกรัฐมนตรี อนุทิน ถกรับมือพลังงาน อย่างจริงจัง โดยจัดการประชุมด่วนเพื่อรับมือผลกระทบ ยืนยันว่าประเทศไทยมีน้ำมันสำรองเพียงพอ และก๊าซธรรมชาติยังไม่น่าวิตกกังวล

อนุทิน ถกรับมือพลังงาน

วันที่ 9 มีนาคม 2569 เวลา 15.00 น. ณ ห้องสีเขียว ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล รักษาการนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมเร่งด่วนเพื่อติดตามสถานการณ์พลังงานที่ได้รับผลกระทบจากความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยมีคณะผู้แทนจากหลายหน่วยงานเข้าร่วม เช่น นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และหน่วยงานอื่นๆ

อนุทิน ถกรับมือพลังงาน สั่งมาตรการไม่ให้กระทบประชาชน

นายกรัฐมนตรี อนุทิน เน้นย้ำว่ารัฐบาลให้ความสำคัญสูงสุดกับการปกป้องประชาชนจากผลกระทบด้านค่าครองชีพ โดยสั่งการให้ทุกหน่วยงานเตรียมมาตรการรอบด้าน เช่น การบริหารจัดการสต็อกพลังงาน การรักษาเสถียรภาพราคา และการส่งเสริมความมั่นคงพลังงานระยะยาว (Energy Resilience) สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) ได้รายงานแนวโน้มผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย พร้อมนำเสนอแผนบูรณาการ โดยนายกฯ มอบหมายให้สภาพัฒน์เป็นหน่วยงานหลักในการประสานงาน

กระทรวงพลังงานรายงานว่า ไทยมีปริมาณน้ำมันสำรองเชิงยุทธศาสตร์เพียงพอต่อการใช้งานในสถานการณ์ฉุกเฉิน ขณะที่ก๊าซธรรมชาติยังคงมีปริมาณเพียงพอและไม่น่ากังวล โดยมีแผนสำรอง เช่น เพิ่มการผลิตไฟฟ้าจากถ่านหิน พลังงานน้ำ และกระจายแหล่งนำเข้าเพื่อลดความเสี่ยง

ผลกระทบจากตะวันออกกลางและมาตรการรับมือ

ความขัดแย้งในตะวันออกกลางส่งผลให้อุปทานน้ำมันดิบลดลง ระบบขนส่งทางทะเลหยุดชะงัก สะท้อนถึงราคาพลังงานโลกที่พุ่งสูง ซึ่งอาจกระทบต้นทุนภาคธุรกิจและค่าครองชีพของประชาชน รัฐบาลจึงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และพร้อมใช้มาตรการ เช่น

  • ยกระดับสต็อกน้ำมันและก๊าซสำรอง
  • กระจายแหล่งนำเข้าจากหลายประเทศ
  • ส่งเสริมการประหยัดพลังงานในระดับประชาชนและอุตสาหกรรม
  • พัฒนาแหล่งพลังงานทางเลือกในระยะยาว

นอกจากนี้ ยังมีแผนช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบโดยตรง เช่น สับซัพพอร์ตราคาน้ำมันดีเซลและเบนซิน หากสถานการณ์เลวร้ายลง

อนุทิน ถกรับมือพลังงาน สร้างความมั่นใจให้ประชาชน

นายกรัฐมนตรีย้ำว่า รัฐบาลจะไม่ปล่อยให้ประชาชนเดือดร้อน โดยทุกนโยบายมุ่งลดผลกระทบให้เหลือน้อยที่สุด ขณะเดียวกันก็เสริมสร้างความเข้มแข็งด้านพลังงานของชาติ สถานการณ์นี้เป็นบททดสอบความพร้อมของไทยในการรับมือวิกฤตโลก

ในมุมมองของผู้เขียน อนุทิน ถกรับมือพลังงาน แสดงให้เห็นถึงความเป็นมืออาชีพของรัฐบาลไทย ที่มีแผนรับมือชัดเจนและสื่อสารโปร่งใส ประชาชนควรช่วยกันประหยัดพลังงาน เช่น ปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าไม่จำเป็น ขับรถใช้น้ำมันอย่างประหยัด เพื่อบรรเทาภาระร่วมกัน หากสถานการณ์คลี่คลาย ไทยจะฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว

ติดตามข่าวอัพเดทพลังงานและเศรษฐกิจเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของเรา เพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ!

ที่มา – “อนุทิน” ถกรับมือพลังงาน ยันไทยมีปริมาณน้ำมันสำรองเพียงพอ ก๊าซธรรมชาติยังไม่น่าวิตกกังวล

รมว.พลังงานยันน้ำมันสำรอง 95 วัน ไม่ขาดแคลน

รมว.พลังงาน ยันน้ำมันสำรองหาได้เพิ่ม มีใช้ 95 วัน การันตีน้ำมัน-ก๊าซ-ไฟฟ้าไม่ขาดแคลน เป็นข่าวดีที่ทำให้ประชาชนโล่งใจท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดจากความขัดแย้งระหว่างประเทศ ในวันที่ 5 มีนาคม 2569 นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้แถลงข่าวหลังประชุมหารือมาตรการพลังงานที่ทำเนียบรัฐบาล ยืนยันชัดเจนว่าน้ำมันสำรองของไทยมีเพียงพอ ไม่ต้องกังวลเรื่องขาดแคลน

รมว.พลังงาน ยันน้ำมันสำรองหาได้เพิ่ม มีใช้ 95 วัน การันตีน้ำมัน-ก๊าซ-ไฟฟ้าไม่ขาดแคลน

จากตัวเลขเดิมที่เคยระบุไว้ 60 วัน ล่าสุดอัปเดตเป็น 65 วัน หากไม่มีน้ำมันนำเข้าจากภายนอกเลย แต่ที่สำคัญคือ เรายังมีแหล่งน้ำมันเพิ่มเติมจากสหรัฐอเมริกา แอฟริกาใต้ และมาเลเซีย อีก 30 วัน รวมแล้ว น้ำมันสำรองใช้ได้ถึง 95 วัน ปตท. มีเครือข่ายคู่ค้าที่แข็งแกร่ง สามารถขอซื้อเพิ่มได้ทันวิกฤต ไม่ใช่แค่นับวันหมดแล้วจบ แต่จะมีการเติมเข้ามาเรื่อยๆ

มาตรการระงับส่งออกและเพิ่มสำรองน้ำมัน

เพื่อความมั่นคง รัฐบาลเตรียมมีคำสั่งนายกรัฐมนตรีระงับการส่งออกน้ำมัน ยกเว้น สปป.ลาว และเมียนมา ที่พึ่งพาพลังงานซึ่งกันและกัน นอกจากนี้ ยังเพิ่มสัดส่วนน้ำมันสำรองของผู้ค้าน้ำมัน จาก 1% เป็น 3% เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน

  • ระงับส่งออก ยกเว้นเพื่อนบ้าน 2 ประเทศ
  • เพิ่มสำรองน้ำมันเป็น 3%
  • จัดการกำลังผลิตส่วนเกินมาสำรอง

สถานการณ์ปั๊มน้ำมันที่ประชาชนแห่เติม ไม่ใช่ปัญหาใหญ่ เพราะเป็นพฤติกรรมชั่วคราว เมื่อข้อมูลชัดเจน คนจะกลับมาใช้ปกติ กระทรวงพลังงานสั่งกำชับทุกจังหวัด ห้ามกักตุน และประสานผู้ค้าน้ำมันให้ส่งมอบเพียงพอ คาดปัญหาคลี่คลายใน 1-2 วัน

ตรึงราคาน้ำมันดีเซล 15 วัน ด้วยกองทุนน้ำมัน

กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเข้ามาช่วยเต็มที่ ตรึงราคาดีเซล 15 วัน น้ำมันเบนซินช่วยบางส่วน กองทุนเคยติดลบหนัก แต่ตอนนี้บริหารจนเป็นบวก พร้อมรับมือวิกฤต ครบ 15 วัน จะประเมินสถานการณ์ใหม่ หากสงครามยืดเยื้อ จะใช้กลไกต่อ

สำหรับก๊าซและไฟฟ้า ไม่ต้องห่วง ก๊าซ 50-60% มาจากท่อเมียนมาและไทย อีกส่วน LNG จากกาตาร์ กกพ. อนุมัติหาแหล่งใหม่ ปตท. คอนเฟิร์มสัปดาห์หน้า น้ำมันก๊าซไฟฟ้าครบวงจร

แผนสำรองเพิ่มเติม: พลังงานทางเลือกและประหยัด

เดินหน้าผลิตไฟฟ้าจากแหล่งต่างๆ พลังงานน้ำจากลาว ก๊าซอ่าวไทยร่วมมาเลเซีย ถ่านหินเพิ่มจาก กฟผ. และเตรียมรณรงค์ประหยัดพลังงานเข้าครม. 10 มี.ค. หากจำเป็น ปรับสูตรไบโอดีเซลเพิ่มสัดส่วน B100 ลดสเปกน้ำมันเพื่อนำเข้าจากหลายแหล่ง

ข่าวนี้ช่วยลดความตื่นตระหนกได้ดี ประชาชนควรติดตามข้อมูลจากแหล่ง官方 อย่าตกเป็นเหยื่อข่าวลือ ใช้พลังงานอย่างประหยัดเพื่อชาติ

คำแนะนำ: ตรวจสอบราคาน้ำมันล่าสุดที่ปั๊มใกล้บ้าน และวางแผนการใช้รถให้เหมาะสม ติดตามอัปเดตจากกระทรวงพลังงานเพื่อความอุ่นใจ

ที่มา – รมว.พลังงาน ยันน้ำมันสำรองหาได้เพิ่ม มีใช้ 95 วัน การันตีน้ำมัน-ก๊าซ-ไฟฟ้าไม่ขาดแคลน

ฮังการีเล็งระงับส่งออกไฟฟ้า-ก๊าซให้ยูเครน ปมพิพาทน้ำมันรัสเซีย

ฮังการีเล็งระงับส่งออกไฟฟ้า-ก๊าซให้ยูเครน ปมพิพาทน้ำมันรัสเซีย สถานการณ์กำลังตึงเครียดในภูมิภาคยุโรป เมื่อฮังการีและสโลวาเกียประกาศเตรียมมาตรการตอบโต้ หลังจากยูเครนระงับการส่งน้ำมันรัสเซียผ่านท่อส่งดรูจบา (Druzhba) ทำให้โรงกลั่นน้ำมันในทั้งสองประเทศขาดแคลนวัตถุดิบ

ฮังการีเล็งระงับส่งออกไฟฟ้า-ก๊าซให้ยูเครน ปมพิพาทน้ำมันรัสเซีย

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า หัวหน้าคณะทำงานของนายกรัฐมนตรีวิกตอร์ ออร์บาน ของฮังการี ประกาศในการแถลงข่าวเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 19 กุมภาพันธ์ ว่า ฮังการีกำลังพิจารณาตัดการส่งออกไฟฟ้าและก๊าซธรรมชาติไปยังยูเครน เว้นแต่กรุงเคียฟจะกลับมาเปิดท่อส่งน้ำมันรัสเซียตามปกติ โรงกลั่นน้ำมันในฮังการีและสโลวาเกีย ซึ่งเป็นเพียงสองประเทศในสหภาพยุโรปที่ยังพึ่งพาน้ำมันรัสเซียผ่านท่อดรูจบา กำลังเผชิญปัญหาน้ำมันขาดแคลนตั้งแต่ปลายเดือนกรกฎาคม หลังยูเครนอ้างว่าท่อถูกโดรนรัสเซียโจมตี

สาเหตุของพิพาทน้ำมันรัสเซียและผลกระทบต่อฮังการี

ทั้งฮังการีและสโลวาเกียกล่าวหายูเครนว่าประวิงเวลาด้วยเหตุผลทางการเมือง โดยทั้งสองประเทศได้ประกาศระงับการส่งออกน้ำมันดีเซลไปยังยูเครนไปแล้วเมื่อวันพุธ เพื่อตอบโต้ ปัจจุบัน โรงกลั่น MOL ของฮังการีและโรงกลั่นในสโลวาเกียกำลังใช้น้ำมันจากคลังสำรอง รัฐบาลสโลวาเกียอนุมัติกู้ยืมน้ำมัน 250,000 ตัน ขณะที่ฮังการีก็อนุมัติคลังสำรองยุทธศาสตร์เช่นกัน

ข้อมูลจาก ExPro บริษัทที่ปรึกษาในเคียฟ ระบุว่า ฮังการีและสโลวาเกียเป็นแหล่งนำเข้าหลักของยูเครน คิดเป็น 68% ของไฟฟ้านำเข้าในเดือนกุมภาพันธ์ และฮังการียังส่งก๊าซ 1 ใน 3 ของปริมาณนำเข้าทั้งหมด หากฮังการีเล็งระงับส่งออกไฟฟ้า-ก๊าซให้ยูเครน ปมพิพาทน้ำมันรัสเซีย จะกระทบหนักต่อยูเครนที่กำลังเผชิญสงคราม

  • ฮังการีและสโลวาเกียยังคงความสัมพันธ์ดีกับรัสเซีย แม้สงครามยืดเยื้อเกือบ 4 ปี
  • นายกฯ ออร์บาน คัดค้านยูเครนเข้าร่วม EU อย่างชัดเจน
  • นายกฯ ฟิโก ของสโลวาเกีย เตือนว่าจะมีมาตรการตอบโต้เพิ่ม หากยูเครนไม่เปลี่ยนใจ

เกอร์เกลี กูลยาส หัวหน้าคณะทำงานของออร์บาน กล่าวว่า “เรากำลังพิจารณาทางเลือกในการระงับการส่งไฟฟ้าและก๊าซไปยังยูเครน” และกำลังประสานงานกับสโลวาเกีย นอกจากนี้ ทั้งสองประเทศยังร้องขอ EU ให้ข้อยกเว้นนำเข้าน้ำมันรัสเซียทางเรือ แม้จะมีมาตรการคว่ำบาตร

ผลกระทบทางเศรษฐกิจและพลังงานในยุโรป

เหตุการณ์นี้สะท้อนความขัดแย้งใน EU ที่บางประเทศยังพึ่งพาพลังงานรัสเซีย สงครามยูเครนทำให้ห่วงโซ่อุปทานพลังงานยุโรปเปราะบาง ฮังการีเล็งระงับส่งออกไฟฟ้า-ก๊าซให้ยูเครน ปมพิพาทน้ำมันรัสเซีย อาจนำไปสู่วิกฤตพลังงานใหม่ หากไม่มีการเจรจา

ในมุมมองผู้เชี่ยวชาญ สถานการณ์นี้อาจบังคับให้ยูเครนต้องยอมถอย เพื่อรักษาการนำเข้าพลังงานที่จำเป็น โดยเฉพาะในฤดูหนาวที่กำลังใกล้เข้ามา

ติดตามข่าวต่างประเทศเพิ่มเติมได้ที่ ไทยรัฐ ข่าวต่างประเทศ

สถานการณ์นี้แสดงให้เห็นว่าพิพาทพลังงานยังคงเป็นจุดอ่อนของยุโรป คุณคิดว่ายูเครนจะยอมถอยหรือไม่? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง!

ที่มา – ฮังการีเล็งระงับส่งออกไฟฟ้า-ก๊าซให้ยูเครน ปมพิพาทน้ำมันรัสเซีย

ยุโรปปิดดีล! ยุตินำเข้าก๊าซรัสเซียปี 2570

สหภาพยุโรปตกลงกันที่จะยุติการนำเข้าก๊าซธรรมชาติจากรัสเซียภายในช่วงปลายปี 2570 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามที่จะยุติการพึ่งพาพลังงานจากรัสเซียที่เป็นมายาวนานหลายทศวรรษ การตัดสินใจครั้งสำคัญนี้ส่งผลกระทบอย่างมากต่อตลาดพลังงานทั่วโลก และเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนถึงความมุ่งมั่นของยุโรปในการลดอิทธิพลของรัสเซียในด้านพลังงาน

เมื่อวันพุธที่ 3 ธันวาคม 2568 ตัวแทนจากรัฐบาลสหภาพยุโรปและรัฐสภายุโรปบรรลุข้อตกลงในช่วงเช้า เกี่ยวกับข้อเสนอต่างๆ ที่คณะกรรมาธิการยุโรปยื่นเมื่อเดือนมิถุนายน เพื่อยุติการนำเข้าก๊าซธรรมชาติรัสเซีย ซึ่งเคยเป็นผู้จัดหาก๊าซธรรมชาติรายใหญ่ที่สุดของยุโรป จนกระทั่งเกิดสงครามในยูเครนเมื่อปี 2565

ภายใต้ข้อตกลงนี้ สหภาพยุโรปจะยุติการนำเข้าก๊าซจากรัสเซียอย่างถาวรและจะมุ่งไปสู่การยุติการนำเข้าน้ำมันจากรัสเซียด้วย โดยการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) จะทยอยยุติภายในสิ้นปี 2569 และก๊าซที่ส่งผ่านทางท่อจะยุติภายในสิ้นเดือนกันยายน 2570

“วันนี้ เรากำลังยุติการนำเข้าเหล่านี้อย่างถาวร” เออร์ซูลา วอน แดร์ เลเยน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป ซึ่งเป็นหน่วยงานบริหารของสหภาพยุโรป กล่าว “ด้วยการทำให้ทุนสงครามของปูตินร่อยหรอลง เรายืนหยัดเคียงข้างยูเครน และมุ่งเป้าไปที่การมองหาหุ้นส่วนด้านพลังงานและโอกาสใหม่ ๆ สำหรับภาคส่วนนี้”

ทั้งนี้ ณ เดือนตุลาคม สหภาพยุโรปนำเข้าก๊าซธรรมชาติจากรัสเซียคิดเป็น 12% ของการนำเข้าทั้งหมด ลดลงจาก 45% ในช่วงก่อนที่รัสเซียจะยกทัพบุกโจมตียูเครนในปี 2565 โดยมีฮังการี, ฝรั่งเศส และเบลเยียม ที่ยังรับก๊าซจากรัสเซียอยู่

คณะกรรมาธิการยุโรปยังตั้งใจที่จะยุติสัญญาการนำเข้าน้ำมันที่เหลืออยู่จากรัสเซียภายในสิ้นปี 2570 ด้วย โดยจะมีการนำเสนอร่างกฎหมายในช่วงต้นปีหน้า

ภายใต้ข้อตกลงเมื่อวันพุธ สมาชิกสหภาพยุโรปจะต้องยื่น “แผนการกระจายแหล่งพลังงานแห่งชาติ” เกี่ยวกับการจัดหาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติให้แก่คณะกรรมาธิการภายในวันที่ 1 มีนาคม 2569 และจะต้องแจ้งให้ฝ่ายบริหารของสหภาพยุโรปทราบว่า พวกเขามีสัญญาจัดหาก๊าซจากรัสเซียหรือมีการห้ามในระดับประเทศหรือไม่ด้วย

ยุโรปปิดดีล ยุตินำเข้าก๊าซธรรมชาติรัสเซีย ภายในปลายปี 2570

การตัดสินใจของสหภาพยุโรปที่จะ ยุโรปปิดดีล ยุตินำเข้าก๊าซธรรมชาติรัสเซีย ภายในปลายปี 2570 ถือเป็นก้าวสำคัญในการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างพลังงานของทวีปยุโรปอย่างถาวร นอกจากจะเป็นการลดการพึ่งพิงพลังงานจากรัสเซียแล้ว ยังส่งผลให้ยุโรปต้องเร่งหาแหล่งพลังงานทดแทนอื่นๆ และพัฒนาระบบพลังงานที่ยั่งยืนมากขึ้น

ทำไมยุโรปถึงตัดสินใจยุติการนำเข้าก๊าซธรรมชาติรัสเซีย?

เหตุผลหลักมาจากการรุกรานยูเครนของรัสเซีย ซึ่งทำให้ยุโรปตระหนักถึงความเสี่ยงในการพึ่งพาพลังงานจากประเทศที่มีความขัดแย้งทางการเมือง การตัดขาดจากก๊าซรัสเซียเป็นการแสดงออกถึงการสนับสนุนยูเครน และเป็นการตอบโต้การกระทำของรัสเซีย

  • ความมั่นคงด้านพลังงาน: ยุโรปต้องการสร้างความมั่นคงด้านพลังงานของตนเอง และลดความเสี่ยงจากการถูกกดดันทางการเมือง
  • การสนับสนุนยูเครน: การลดการนำเข้าก๊าซจากรัสเซียเป็นการลดรายได้ของรัสเซีย และเป็นการสนับสนุนยูเครนทางอ้อม
  • การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ: การเปลี่ยนไปใช้พลังงานทดแทนเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ผลกระทบของการตัดสินใจครั้งนี้อาจส่งผลให้ราคาพลังงานในยุโรปสูงขึ้นในระยะสั้น แต่ในระยะยาวจะช่วยให้ยุโรปมีความมั่นคงด้านพลังงานมากขึ้น และส่งเสริมการพัฒนาพลังงานทดแทน

การที่ ยุโรปปิดดีล ยุตินำเข้าก๊าซธรรมชาติรัสเซีย ภายในปลายปี 2570 จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในตลาดพลังงานโลก หลายประเทศจะต้องปรับตัวเพื่อตอบสนองต่อความต้องการพลังงานที่เปลี่ยนแปลงไป และมองหาโอกาสใหม่ๆ ในการลงทุนในพลังงานทดแทน

การเคลื่อนไหวครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของยุโรปในการสร้างอนาคตที่ยั่งยืนและมั่นคงด้านพลังงานมากขึ้น ถึงแม้ว่าช่วงเปลี่ยนผ่านอาจจะมีความท้าทาย แต่ผลลัพธ์ที่ได้จะคุ้มค่าในระยะยาว

ที่มา – ยุโรปปิดดีล ยุตินำเข้าก๊าซธรรมชาติรัสเซีย ภายในปลายปี 2570

Scroll to top