ข่าวการเมือง

เตรียมให้ สศช. ศึกษาท่าเรือน้ำลึกแห่งใหม่ที่ อ.จะนะ

เตรียมให้ สศช. ศึกษาท่าเรือน้ำลึกแห่งใหม่ที่ อ.จะนะ

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้มีข่าวความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจเกี่ยวกับโปรเจกต์ใหญ่ในภาคใต้มาฝากกันครับ เมื่อทางรัฐบาลโดยคุณพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ออกมาเปิดเผยถึงความคืบหน้าในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ นั่นก็คือการเตรียมส่งเรื่องให้สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือ สภาพัฒน์ เข้ามาศึกษาความเป็นไปได้ในการก่อสร้างท่าเรือน้ำลึกแห่งใหม่ที่อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญที่จะเปลี่ยนโฉมหน้าเศรษฐกิจในพื้นที่อย่างมหาศาลเลยทีเดียว

ทำไมต้องเริ่มศึกษาโครงการท่าเรือน้ำลึกแห่งใหม่ที่ อ.จะนะ อีกครั้ง?

หลายคนอาจจะสงสัยว่าทำไมต้องไปสร้างใหม่ ทั้งที่มีท่าเรือสงขลาอยู่แล้ว คำตอบสั้นๆ คือเรื่องของข้อจำกัดทางกายภาพครับ เนื่องจากปัจจุบันท่าเรือสงขลาเดิมนั้นไม่สามารถขยายให้รองรับเรือสินค้าขนาดใหญ่ได้ เพราะหากจะขุดลอกให้ลึกเกินกว่า 9 เมตร จะไปติดปัญหาเรื่องรากหินบริเวณ “เขาหัวแดง” ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีโบราณสถานสำคัญ ทำให้ไม่สามารถขุดเพิ่มได้ตามแผนที่วางไว้ ส่งผลให้ผู้ประกอบการส่งออกในพื้นที่เกิดความกังวลอย่างมากว่าท่าเรือจะไม่เพียงพอต่อความต้องการในอนาคต

การผลักดันให้ เตรียมให้ สศช. ศึกษาท่าเรือน้ำลึกแห่งใหม่ที่ อ.จะนะ ในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงการขุดท่าเรือเปล่าๆ แต่มีเป้าหมายพัฒนาให้เป็นกึ่งนิคมอุตสาหกรรม โดยเน้นให้ภาคเอกชนเป็นผู้ลงทุนหลัก ซึ่งรัฐบาลจะเข้ามาช่วยอำนวยความสะดวกในส่วนของการวางผังเมืองและการอนุมัติโครงการเป็นหลัก เพื่อให้สอดรับกับการฟื้นฟูเศรษฐกิจใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่มีรายได้ต่อหัวค่อนข้างต่ำในปัจจุบัน

  • แก้ปัญหาความแออัดของท่าเรือเดิม
  • รองรับเรือสินค้าขนาดใหญ่ที่ท่าเรือเดิมเข้าไม่ได้
  • กระตุ้นเศรษฐกิจและการจ้างงานในพื้นที่ภาคใต้
  • ดึงดูดการลงทุนจากภาคเอกชนด้วยการพัฒนานิคมอุตสาหกรรม

อย่างไรก็ตาม ประเด็นเรื่อง เตรียมให้ สศช. ศึกษาท่าเรือน้ำลึกแห่งใหม่ที่ อ.จะนะ ยังต้องรอการศึกษาจากสภาพัฒน์อย่างละเอียดอีกครั้ง โดยเฉพาะในเรื่องของความเหมาะสมและความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ ซึ่งถือว่าเป็นข่าวดีที่ภาครัฐหันมาให้ความสำคัญกับการปลดล็อกข้อจำกัดทางกายภาพเพื่อปูทางสู่การเติบโตของเศรษฐกิจในภูมิภาคอย่างยั่งยืน

ในมุมมองของผม โครงการนี้เปรียบเสมือนจิ๊กซอว์ตัวสำคัญที่จะช่วยยกระดับศักยภาพของสงขลาและพื้นที่ใกล้เคียงให้กลายเป็นฮับการขนส่งและอุตสาหกรรมที่แข็งแกร่ง หากทำสำเร็จ เราคงได้เห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของเศรษฐกิจภาคใต้อย่างแน่นอนครับ มารอลุ้นกันครับว่าโปรเจกต์นี้จะมีความคืบหน้าอย่างไรต่อไป

ที่มา – เตรียมให้ สศช. ศึกษาท่าเรือน้ำลึกแห่งใหม่ที่ อ.จะนะ เหตุเขตท่าเรือสงขลา ขุดเพิ่มไม่ได้

พิพัฒน์ พร้อมแจงหากถูกฝ่ายค้านซักฟอก ย้ำไม่เกี่ยวคดีฮั้ว สว.

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในแวดวงการเมืองไทยอีกครั้ง เมื่อ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ออกมาเปิดใจแบบหมดเปลือกถึงกระแสข่าวการเตรียมอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้าน โดยเฉพาะประเด็นที่หลายคนจับตามองว่าท่านรัฐมนตรีอาจจะตกเป็นเป้าหมายสำคัญ

พิพัฒน์ พร้อมแจงหากถูกฝ่ายค้านซักฟอก ย้ำไม่เกี่ยวคดีฮั้ว สว.

ในการให้สัมภาษณ์ล่าสุด นายพิพัฒน์ยืนยันอย่างมั่นใจว่า พิพัฒน์ พร้อมแจงหากถูกฝ่ายค้านซักฟอก ย้ำไม่เกี่ยวคดีฮั้ว สว. อย่างแน่นอน โดยมองว่ากระทรวงคมนาคมเป็นหน่วยงานที่ถูกจับตาและอภิปรายในทุกยุคทุกสมัยอยู่แล้ว จึงถือเป็นเรื่องปกติที่ต้องเตรียมความพร้อมในการชี้แจงทุกประเด็นที่ฝ่ายค้านสงสัยด้วยความโปร่งใสและตรวจสอบได้

เปิดประเด็นฮั้ว สว. และความมั่นใจในความบริสุทธิ์

สำหรับประเด็นที่ฝ่ายค้านเตรียมนำเรื่องการฮั้ว สว. มาอภิปรายนั้น นายพิพัฒน์กล่าวอย่างหนักแน่นว่า ตนเองไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น พร้อมระบุว่าในรายชื่อ 229 คนที่ถูกกล่าวหานั้น ไม่มีชื่อของตนปรากฏอยู่เลย ซึ่งเป็นสิ่งที่ยืนยันถึงความบริสุทธิ์ใจในการทำงานได้เป็นอย่างดี โดยขณะนี้เรื่องดังกล่าวยังอยู่ในกระบวนการตรวจสอบของ กกต. ซึ่งต้องรอผลสรุปที่ชัดเจนต่อไป

นอกจากนี้ นายพิพัฒน์ยังได้เคลียร์ประเด็นต่างๆ ที่เคยเป็นข้อกังขา เช่น:

  • เรื่องโครงการแลนด์บริดจ์ ที่ปัจจุบันมีการยกเลิกการศึกษาไปแล้ว
  • การบริหารงานในกระทรวงคมนาคมที่เน้นความโปร่งใสมาโดยตลอด
  • ความพร้อมในการชี้แจงทุกประเด็นซักฟอก เพื่อประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติ

ในมุมมองของผู้ติดตามสถานการณ์เมือง การที่รัฐมนตรีออกมาแสดงความชัดเจนและไม่หวั่นเกรงต่อการตรวจสอบ ถือเป็นสัญญาณที่ดีที่สะท้อนถึงวุฒิภาวะและความพร้อมในการทำงานเพื่อส่วนรวม แม้จะมีกระแสกดดันทางการเมืองอยู่เป็นระยะ แต่หากทุกอย่างยึดถือความถูกต้องเป็นที่ตั้ง การชี้แจงด้วยข้อเท็จจริงย่อมเป็นหนทางที่ดีที่สุดสำหรับนักการเมืองในยุคปัจจุบัน

คุณล่ะครับ คิดเห็นอย่างไรกับการเตรียมตัวรับมือฝ่ายค้านของนายพิพัฒน์ในครั้งนี้? อย่าลืมติดตามข่าวสารการเมืองกันอย่างใกล้ชิด เพราะความโปร่งใสคือหัวใจสำคัญของรัฐบาลที่ดีครับ

ที่มา – “พิพัฒน์” พร้อมแจงหากถูกฝ่ายค้านซักฟอก ย้ำไม่เกี่ยวคดีฮั้ว สว. ไม่อยู่ใน 229 ชื่อ

ไชยชนก ลั่นไม่กังวลศึกซักฟอก ยันเป็น สายล่อฟ้า ก็มีข้อดี

ในแวดวงการเมืองไทยช่วงนี้ ประเด็นที่หลายคนกำลังจับตามองคงหนีไม่พ้นการเตรียมตัวรับมือศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ ซึ่งล่าสุด ไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้ออกมาเปิดใจถึงประเด็นนี้อย่างตรงไปตรงมา โดยยืนยันว่าตนเองไม่มีความกังวลใจแต่อย่างใด และมองว่านี่คือโอกาสสำคัญที่จะได้พิสูจน์ผลงานให้ประชาชนได้เห็น

ไชยชนก ลั่นไม่กังวลศึกซักฟอก ยันเป็น สายล่อฟ้า ก็มีข้อดี

หลายคนมองว่ารัฐมนตรีไชยชนกตกอยู่ในสถานะที่น่าจับตาเป็นพิเศษ หรือที่เรียกกันว่ารัฐมนตรี สายล่อฟ้า แต่เจ้าตัวกลับมองในมุมบวกมากกว่า โดยมองว่าการเป็นจุดสนใจของสังคมมีทั้งข้อดีและข้อเสีย ซึ่งถ้าหากเราทำงานอย่างโปร่งใสและสร้างประโยชน์ให้แก่กระทรวงได้จริง ก็ถือเป็นโอกาสที่จะทำให้ผลงานเหล่านั้นเป็นที่ประจักษ์แก่สายตาประชาชนมากขึ้น

มุมมองต่อสถานะ สายล่อฟ้า กับโอกาสในการทำงาน

การถูกเพ่งเล็งหรือเป็น สายล่อฟ้า ในสนามการเมืองนั้น สำหรับไชยชนกไม่ได้ถือเป็นอุปสรรคในการทำงาน แต่เป็นการกระตุ้นให้หน่วยงานต้องมีความพร้อมและเตรียมข้อมูลให้แม่นยำอยู่เสมอ เพื่อให้สามารถตอบคำถามและชี้แจงประเด็นต่างๆ ต่อสภาฯ และประชาชนได้อย่างมั่นใจ โดยมีแนวทางการรับมือดังนี้:

  • รวบรวมข้อมูลการทำงานตลอดช่วงที่ผ่านมาให้เป็นระบบ
  • เตรียมความพร้อมในประเด็นที่ฝ่ายค้านให้ความสนใจ
  • มุ่งมั่นเดินหน้าสร้างผลงานเพื่อยกระดับงานด้านดิจิทัลให้เห็นผลเป็นรูปธรรม

นอกจากเรื่องงานแล้ว อีกหนึ่งคำถามที่หลายคนอยากรู้คือกรณีที่ถูกโยงไปถึงคุณพ่ออย่าง นายเนวิน ชิดชอบ ซึ่งรัฐมนตรีไชยชนกก็ได้ให้คำตอบที่น่าสนใจว่า ในฐานะที่เป็นเลขาธิการพรรคการเมือง การถูกตั้งคำถามหรือเชื่อมโยงเป็นเรื่องธรรมดาที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ท้ายที่สุดแล้ว ประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินจากผลงานที่ปรากฏชัดเจนมากกว่าการวิพากษ์วิจารณ์ทางการเมืองเพียงอย่างเดียว

โดยสรุปแล้ว การรับมือกับศึกซักฟอกของรัฐมนตรีท่านนี้สะท้อนให้เห็นถึงทัศนคติเชิงบวกและการมองปัญหาให้เป็นโอกาส สำหรับแฟนข่าวการเมือง นี่คือบทเรียนที่น่าสนใจว่า การเป็นรัฐมนตรีที่ถูกจับตามอง หรือ ไชยชนก ลั่นไม่กังวลศึกซักฟอก ยันเป็น สายล่อฟ้า ก็มีข้อดี นั้น แท้จริงแล้วอยู่ที่การมีผลงานที่ตรวจสอบได้เป็นเครื่องพิสูจน์นั่นเอง

ที่มา – “ไชยชนก” ลั่นไม่กังวลศึกซักฟอก ยันเป็น “สายล่อฟ้า” ก็มีข้อดี

“พลพีร์” บุกสกลนคร ทลายขบวนการหลอกสแกนบัตรประชาชน ฉกทะเบียนบ้านขายต่างชาติ

เป็นประเด็นที่น่าจับตามองอย่างมากสำหรับความคืบหน้าล่าสุดเมื่อนายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ลงพื้นที่จังหวัดสกลนครเพื่อตรวจสอบกรณีกลุ่มมิจฉาชีพสร้างความเดือดร้อนให้ประชาชน ด้วยการออกตระเวนหลอกลวงชาวบ้านเพื่อนำเอกสารส่วนตัวไปใช้ในทางมิชอบ ซึ่งเหตุการณ์ “พลพีร์” บุกสกลนคร ทลายขบวนการหลอกสแกนบัตรประชาชน ฉกทะเบียนบ้านขายต่างชาติ ในครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณเตือนภัยครั้งสำคัญให้คนไทยต้องระมัดระวังตัวให้มากขึ้น

“พลพีร์” บุกสกลนคร ทลายขบวนการหลอกสแกนบัตรประชาชน ฉกทะเบียนบ้านขายต่างชาติ

เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นจากการที่นายหน้าบางกลุ่มเข้าไปหลอกลวงชาวบ้าน โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุและผู้พิการ โดยอ้างว่าจะนำของมาแจกฟรี แต่มีเงื่อนไขคือต้องนำบัตรประชาชนมาสแกน หรือขอยืมสำเนาทะเบียนบ้านไปใช้ ซึ่งชาวบ้านส่วนใหญ่ไม่ทันรู้ตัวเลยว่าเอกสารสำคัญเหล่านั้นจะถูกนำไปใช้จดทะเบียนนิติบุคคลให้กับชาวต่างชาติ โดยพบข้อมูลน่าตกใจว่ามีการนำชื่อชาวบ้านไปจดบริษัทถึง 14 แห่งในบ้านหลังเดียว

เบื้องลึกขบวนการนอมินีข้ามชาติ

จากการลงพื้นที่ของรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พบความผิดปกติของการจดทะเบียนนิติบุคคลในพื้นที่ 4 อำเภอของสกลนคร รวมทั้งสิ้น 49 บริษัท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นบริษัทของชาวต่างชาติสัญชาติจีน 100% โดยใช้คนไทยเป็นนอมินีบังหน้า การกระทำลักษณะนี้ถือเป็นการบิดเบือนกฎหมายและเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติอย่างรุนแรง นอกจากนี้ นายพลพีร์ยังย้ำชัดว่า “พลพีร์” บุกสกลนคร ทลายขบวนการหลอกสแกนบัตรประชาชน ฉกทะเบียนบ้านขายต่างชาติ ครั้งนี้จะไม่จบลงง่ายๆ เพราะมีการประสานงานกับตำรวจและ ตม. เพื่อลากคอผู้กระทำผิดมาลงโทษให้ถึงที่สุด

  • ระวังตัวให้ดี: อย่าให้บัตรประชาชนหรือทะเบียนบ้านกับคนแปลกหน้าเด็ดขาด
  • สังเกตพฤติกรรม: มิจฉาชีพมักมาพร้อมของแจกฟรีเพื่อแลกกับข้อมูลส่วนตัว
  • ตรวจสอบข้อมูล: หากพบความผิดปกติให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ปกครองหรือตำรวจในพื้นที่ทันที

นอกจากนี้ ยังมีการฝากเตือนไปยังกลุ่มบริษัทบัญชีหรือทนายความที่หวังเพียงเศษเงินจากขบวนการเหล่านี้ ให้หยุดพฤติกรรมที่ทำร้ายประเทศชาติ เพราะโทษทางอาญานั้นหนักหนาสาหัส การทำงานของรัฐบาลในครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความเอาจริงเอาจังในการปกป้องสิทธิของคนไทยจากการถูกใช้เป็นเครื่องมือทำมาหากินผิดกฎหมายของชาวต่างชาติ

ในฐานะประชาชน เราควรช่วยกันเป็นหูเป็นตา หากพบเห็นพฤติกรรมที่เข้าข่ายการหลอกลวงในลักษณะนี้ ให้รีบแจ้งเบาะแสแก่หน่วยงานภาครัฐ เพื่อป้องกันไม่ให้ครอบครัวหรือคนรอบข้างตกเป็นเหยื่อของแก๊งมิจฉาชีพเหล่านี้ เพราะความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลคือสิ่งที่ทุกคนต้องให้ความสำคัญสูงสุดในยุคดิจิทัลเช่นนี้

ที่มา – “พลพีร์” บุกสกลนคร ทลายขบวนการหลอกสแกนบัตรประชาชน ฉกทะเบียนบ้านขายต่างชาติ

ปัดโยนเผือกร้อนท้องถิ่น “นิรัตน์” แจงปมปลด ขรก. ทุจริตสอบ

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในแวดวงข้าราชการไทย เมื่อมีกระแสข่าวการปลดข้าราชการที่เข้าข่ายทุจริตการสอบ ซึ่งส่งผลกระทบไปถึงการทำงานของระดับท้องถิ่น โดยเฉพาะประเด็นที่ว่ามีการ **ปัดโยนเผือกร้อนท้องถิ่น “นิรัตน์” แจงคำสั่งปลด ขรก. โยงทุจริตสอบ ยันทำขั้นตอนครบ** เพื่อให้เกิดความกระจ่างและเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย

ปัดโยนเผือกร้อนท้องถิ่น “นิรัตน์” แจงคำสั่งปลด ขรก. โยงทุจริตสอบ ยันทำขั้นตอนครบ

นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รักษาราชการแทนอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ได้ออกมาเปิดเผยข้อเท็จจริงหลังถูกตั้งคำถามจากนายก อบจ.ลำพูน ว่าทางส่วนกลางโยนภาระมาให้ท้องถิ่นเป็นผู้รับผิดชอบคำสั่งปลดข้าราชการที่ทุจริต โดยยืนยันว่าการดำเนินการทั้งหมดเป็นไปตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนดไว้อย่างเคร่งครัด

เปิดใจนายนิรัตน์หลังถูกวิจารณ์ ปัดโยนเผือกร้อนท้องถิ่น “นิรัตน์” แจงคำสั่งปลด ขรก. โยงทุจริตสอบ ยันทำขั้นตอนครบ

นายนิรัตน์เน้นย้ำว่าทาง สถ. และ ก.กลาง ได้จัดเตรียมหลักฐานประกอบที่สำคัญคือใบคะแนนสอบเปรียบเทียบ เพื่อใช้เป็นบรรทัดฐานในการตรวจสอบความถูกต้อง และที่สำคัญคือ:

  • มีการส่งข้อมูลแยกไปในรายจังหวัดเพื่อให้แต่ละท้องถิ่นได้ตรวจสอบรายละเอียด
  • ยืนยันว่ากระบวนการประชุมของ ก.จังหวัด จะเป็นไปอย่างโปร่งใส
  • ปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่องการกดดันให้ผู้บริหารท้องถิ่นเร่งเซ็นชื่อโดยไม่ตรวจสอบ

นอกจากนี้ ยังมีการชี้แจงเพิ่มเติมว่า กรณีที่นายก อบจ.ลำพูน กังวลเรื่องการกดดันนั้น ไม่เป็นความจริงอย่างแน่นอน เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญและละเอียดอ่อนต่อระบบข้าราชการไทย การจะบังคับให้ใครเซ็นชื่อโดยที่ข้อมูลไม่ครบถ้วนเป็นเรื่องที่ไม่สามารถเกิดขึ้นได้ในระบบที่ตรวจสอบได้เช่นนี้

ในฐานะประชาชน เราควรจับตาดูความคืบหน้าในการประชุม ก.จังหวัด ในวันที่ 21 สิงหาคมนี้ ว่าผลสรุปจะเป็นอย่างไร และการจัดการกับผู้ทุจริตจะเป็นไปตามมาตรการที่วางไว้หรือไม่ เพราะหัวใจสำคัญของการรับราชการคือความซื่อสัตย์สุจริต ซึ่งเป็นรากฐานของการพัฒนาประเทศให้ยั่งยืน

ที่มา – ปัดโยนเผือกร้อนท้องถิ่น “นิรัตน์” แจงคำสั่งปลด ขรก. โยงทุจริตสอบ ยันทำขั้นตอนครบ

ยศชนัน พร้อมตอบหากถูกซักฟอก ชี้ ไทยต้องสร้างพื้นฐานให้แน่น

เป็นประเด็นที่น่าจับตามองอย่างมากเมื่อ ยศชนัน พร้อมตอบหากถูกซักฟอก ชี้ สหรัฐฯ กดดันเลือกข้าง ไทยต้องสร้างพื้นฐานให้แน่น โดยนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. ได้ออกมาเปิดใจถึงความพร้อมในการชี้แจงต่อฝ่ายค้าน หากมีการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยย้ำว่าทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการทำงานที่เป็นมืออาชีพ ไม่มีความกังวลใจใดๆ ทั้งสิ้น

ยศชนัน พร้อมตอบหากถูกซักฟอก ชี้ สหรัฐฯ กดดันเลือกข้าง ไทยต้องสร้างพื้นฐานให้แน่น

ท่ามกลางกระแสข่าวที่ว่ารัฐบาลสหรัฐฯ เตรียมกดดันประเทศพันธมิตรให้ต้องเลือกข้างในการแข่งขันด้านเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) กับทางประเทศจีน นายยศชนันได้แสดงวิสัยทัศน์ที่น่าสนใจว่า ยศชนัน พร้อมตอบหากถูกซักฟอก ชี้ สหรัฐฯ กดดันเลือกข้าง ไทยต้องสร้างพื้นฐานให้แน่น เพื่อให้ประเทศไทยสามารถรักษาจุดยืนและความได้เปรียบในระดับนานาชาติได้ การสร้างรากฐานด้านข้อมูล เทคโนโลยี และความมั่นคงทางไซเบอร์ให้แข็งแกร่ง จึงเป็นหัวใจสำคัญที่รัฐบาลกำลังเร่งดำเนินการอยู่ในขณะนี้

กลยุทธ์การสร้างความเข้มแข็งของประเทศ

นายยศชนันย้ำว่า การที่เราจะรับมือกับแรงกดดันจากมหาอำนาจได้นั้น สิ่งที่สำคัญที่สุดคือพื้นฐานของประเทศ โดยมีแนวทางการดำเนินงานที่ชัดเจน ดังนี้:

  • การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยีอย่างจริงจัง
  • การทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐและเอกชนผ่านคณะกรรมการ กรอ.
  • การเตรียมบุคลากรที่มีความสามารถทั้งในและต่างประเทศ
  • การให้ความสำคัญกับความปลอดภัยทางไซเบอร์และการจัดการข้อมูล

หากเรามีฐานข้อมูลและโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่ง เราจะสามารถตัดสินใจได้อย่างแม่นยำว่า ควรเลือกความร่วมมือกับใครในเรื่องใด ยศชนัน พร้อมตอบหากถูกซักฟอก ชี้ สหรัฐฯ กดดันเลือกข้าง ไทยต้องสร้างพื้นฐานให้แน่น เพราะหากเรามีพื้นฐานที่ดี ความกังวลเรื่องการเลือกข้างจะไม่ใช่ปัญหาใหญ่ แต่จะเป็นโอกาสที่เราจะใช้ความรู้ความสามารถในการเลือกพันธมิตรที่เหมาะสมกับเป้าหมายของประเทศมากที่สุด

ในส่วนของการสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน รัฐบาลได้เตรียมกลไกการทำงาน 4 ขา เพื่อดูแลทั้งด้านการลงทุน การขาย คนและเทคโนโลยี รวมถึงกฎระเบียบทางธุรกิจ ซึ่งถือเป็นความชัดเจนที่ช่วยดึงดูดเม็ดเงินจากต่างชาติได้เป็นอย่างดี สำหรับผมมองว่าการที่รัฐบาลให้ความสำคัญกับเรื่องพื้นฐานก่อนการแข่งขันในระดับบน (AI) เป็นการเดินเกมที่ชาญฉลาดและยั่งยืน เพราะเทคโนโลยีที่มั่นคงต้องเริ่มต้นจากฐานรากที่มั่นคงเสมอครับ

ที่มา – “ยศชนัน” พร้อมตอบหากถูกซักฟอก ชี้ สหรัฐฯ กดดันเลือกข้าง ไทยต้องสร้างพื้นฐานให้แน่น

อนุทิน สวนดราม่าด่านตรวจ ให้คิดเรื่องอื่นดีกว่า

อนุทิน สวนดราม่าด่านตรวจ ให้คิดเรื่องอื่นดีกว่า

กลายเป็นประเด็นที่หลายคนให้ความสนใจในแวดวงการเมือง เมื่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงเหตุการณ์ที่มีคนตั้งข้อสังเกตและสร้างดราม่ากรณีที่ท่านได้เจอด่านตรวจระหว่างลงพื้นที่ จ.บุรีรัมย์ โดยนายอนุทิน ได้กล่าวว่า อนุทิน สวนดราม่าด่านตรวจ ให้คิดเรื่องอื่นดีกว่า เพราะเป็นการตรวจตามปกติและไม่มีการวางแผนล่วงหน้าแต่อย่างใด

เบื้องหลังดราม่าด่านตรวจที่สังคมกำลังสงสัย

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อนายกรัฐมนตรีเดินทางไปพื้นที่ อ.บ้านด่าน และได้พบกับด่านตรวจความมั่นคง ซึ่งมีการจับกุมผู้กระทำผิดกฎหมายขนยาเสพติดได้ในขณะนั้น นายอนุทินยืนยันว่าการเดินทางครั้งนี้เป็นไปอย่างเรียบง่าย ไม่มีรถนำขบวนและไม่มีการเตรียมต้อนรับ จึงเป็นเรื่องบังเอิญที่ท่านผ่านไปพบเจอด่านตรวจดังกล่าว การนำเรื่องนี้ไปสร้างกระแสว่าเป็นเรื่องจัดฉากจึงไม่ใช่ความจริงแต่อย่างใด

  • ไม่มีรถนำขบวนหรือทีมงานแจ้งล่วงหน้า
  • ด่านตรวจปฏิบัติหน้าที่ตามภารกิจปกติ
  • นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำให้โฟกัสที่การทำงานเพื่อประชาชน

จุดยืนเรื่องการเลือก สว. ปี 67 และสถานการณ์การเมือง

นอกจากประเด็นด่านตรวจแล้ว นายอนุทินยังได้ชี้แจงถึงกรณีที่ฝ่ายค้านพยายามโยงเรื่องการฮั้ว สว. เข้ากับรัฐบาล โดยนายอนุทินย้ำชัดเจนว่า อนุทิน สวนดราม่าด่านตรวจ ให้คิดเรื่องอื่นดีกว่า โดยเฉพาะเรื่องการเลือก สว. ที่เกิดขึ้นในปี 2567 ซึ่งเป็นช่วงเวลาก่อนที่รัฐบาลปัจจุบันจะเข้ามารับหน้าที่ ดังนั้นจึงไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น

รัฐมนตรีทุกท่านมีความพร้อมในการชี้แจงต่อสภาฯ หากมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยจะยึดหลักการทำงานที่ซื่อสัตย์สุจริตและตอบคำถามเพื่อประชาชนเป็นที่ตั้ง สำหรับความพยายามของบางกลุ่มที่ต้องการทำลายความเชื่อมั่น นายอนุทินมองว่าเป็นเพียงเกมการเมืองของผู้ที่พ่ายแพ้การเลือกตั้งเท่านั้น สิ่งสำคัญคือการยอมรับกติกาและเดินหน้าทำงานเพื่อประเทศชาติมากกว่าการมุ่งเน้นสร้างข่าวลวงหรือเฟกนิวส์เพื่อสร้างความแตกแยกในสังคม

ในมุมมองของผู้ติดตามสถานการณ์การเมือง ถือว่านายกรัฐมนตรียังคงรักษาความสงบและรับมือกับกระแสวิพากษ์วิจารณ์ได้เป็นอย่างดี การมุ่งเน้นการแก้ปัญหาที่แท้จริงแทนการโต้ตอบดราม่าที่ไม่สร้างสรรค์ จะเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้รัฐบาลผ่านพ้นอุปสรรคและเรียกความมั่นใจจากประชาชนได้อย่างยั่งยืนในอนาคต

ที่มา – “อนุทิน” สวนดราม่าด่านตรวจ ให้คิดเรื่องอื่นดีกว่า ย้ำเลือก สว. ปี 67 ก่อนรัฐบาลเข้ามา

อนุทิน-เนวิน ทัวร์บุรีรัมย์วันหยุด ปลื้มคนชมไทยช่วยไทยพลัส

บรรยากาศชิลล์ๆ อนุทิน-เนวิน ทัวร์บุรีรัมย์วันหยุด ปลื้มคนชมไทยช่วยไทยพลัส

ช่วงวันหยุดที่ผ่านมา ถือเป็นภาพที่น่ารักและเป็นกันเองสุดๆ เมื่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ใช้เวลาว่างจากการทำงานหนักเดินทางไปพักผ่อนที่จังหวัดบุรีรัมย์ โดยได้พบปะกับนายเนวิน ชิดชอบ ประธานบริหารสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เพื่อตระเวนทานอาหารร้านริมทางแบบชาวบ้าน บอกเลยว่างานนี้ไม่ได้มีแค่เรื่องกิน แต่ยังเป็นการลงพื้นที่เพื่อฟังเสียงสะท้อนจากพี่น้องประชาชนด้วยตัวเองอีกด้วย

กระแสตอบรับดีเยี่ยมกับโครงการไทยช่วยไทยพลัส

ไฮไลท์สำคัญของการลงพื้นที่ครั้งนี้คือการที่นายอนุทินได้พูดคุยกับพ่อค้าแม่ค้าและชาวบ้านในพื้นที่ เกี่ยวกับสภาพเศรษฐกิจปากท้อง ซึ่งได้รับข่าวดีว่าประชาชนส่วนใหญ่ต่างชื่นชอบและรู้สึกประทับใจกับโครงการ ไทยช่วยไทยพลัส หรือที่เรียกกันติดปากว่าโครงการ 60:40 โดยชาวบ้านสะท้อนว่ามาตรการนี้ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันได้จริง และยังกระตุ้นให้ร้านค้าในชุมชนมียอดขายเพิ่มขึ้น ส่งผลให้เงินหมุนเวียนในท้องถิ่นมีความคึกคักมากขึ้นกว่าเดิม

การที่นายอนุทินได้ยินเสียงตอบรับเชิงบวกเช่นนี้ ทำให้เจ้าตัวรู้สึกปลื้มใจอย่างมาก โดยท่านได้ย้ำชัดว่าอะไรที่สามารถช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนได้จริง รัฐบาลก็พร้อมที่จะสานต่อโครงการดีๆ แบบนี้ให้เข้มแข็งขึ้น และจะมุ่งมั่นเดินหน้าหามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมเพื่อให้เข้าถึงทุกกลุ่มเป้าหมายอย่างทั่วถึง

  • เน้นช่วยลดรายจ่ายให้ครัวเรือน
  • กระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากให้หมุนเวียน
  • สานต่อโครงการที่ประชาชนได้ประโยชน์จริง

ในระหว่างการลงพื้นที่ครั้งนี้ บรรยากาศเป็นไปอย่างอบอุ่นและเป็นกันเอง มีประชาชนที่ทราบข่าวเข้ามาขอถ่ายรูปและให้กำลังใจกันอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการลงพื้นที่แบบ “ทัวร์บุรีรัมย์วันหยุด” ในครั้งนี้ ถือเป็นการแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับการรับฟังเสียงประชาชนในระดับรากหญ้าอย่างแท้จริง

บทเรียนสำคัญจากการลงพื้นที่ครั้งนี้คือ การที่นโยบายรัฐจะประสบความสำเร็จได้ หัวใจสำคัญอยู่ที่การสัมผัสความต้องการที่แท้จริงของประชาชน และการตอบสนองอย่างรวดเร็วเพื่อให้เกิดเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน เราคงต้องติดตามกันต่อไปว่าจะมีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจใหม่ๆ อะไรออกมาให้เราได้เห็นกันอีกบ้าง แต่เชื่อเหลือเกินว่าโครงการที่เน้นการปฏิบัติจริงแบบนี้ จะยังคงเป็นที่ต้องการของพี่น้องชาวไทยทั่วประเทศ

ที่มา – “อนุทิน-เนวิน” ทัวร์บุรีรัมย์วันหยุด กินร้านริมทาง ปลื้มคนชมไทยช่วยไทยพลัส

ประเสริฐ บุญเรือง ลุยโค้งสุดท้ายเลือกตั้งนายก อบจ.กาฬสินธุ์

โค้งสุดท้ายของการแข่งขันชิงเก้าอี้นายก อบจ.กาฬสินธุ์ เรียกได้ว่าเดือดสุดๆ โดยล่าสุด ประเสริฐ บุญเรือง หรือที่ชาวบ้านเรียกติดปากว่า “กำนันหิต” ผู้สมัครในนามกลุ่มฮักแพงเบิ่งแยงกาฬสินธุ์ ได้ลงพื้นที่อำเภอเขาวง บ้านเกิดเพื่อพบปะพี่น้องประชาชนอย่างใกล้ชิด งานนี้เจ้าตัวลุยตลาดนัด แจกใบแนะนำตัวและพูดคุยกับพ่อค้าแม่ค้าแบบเป็นกันเอง เพื่อตอกย้ำความตั้งใจจริงในการเข้ามาพัฒนาบ้านเกิดให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น

ประเสริฐ บุญเรือง ลุยโค้งสุดท้ายเลือกตั้งนายก อบจ.กาฬสินธุ์

ด้วยประสบการณ์การทำงานในฐานะอดีต สส. กาฬสินธุ์ ถึง 6 สมัย ทำให้ ประเสริฐ บุญเรือง ลุยโค้งสุดท้ายเลือกตั้งนายก อบจ.กาฬสินธุ์ ครั้งนี้ด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม เขาเชื่อว่าคนกาฬสินธุ์ต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงที่จับต้องได้ โดยย้ำว่าการบริหารงานท้องถิ่นควรเน้นความร่วมมือจากคนในพื้นที่ มากกว่าจะปล่อยให้การเมืองระดับชาติเข้ามาครอบงำ เพราะนี่คือบ้านของทุกคนที่ต้องร่วมกันสร้างสรรค์

นโยบายเด่นเพื่อคนกาฬสินธุ์

ในการลงพื้นที่แต่ละครั้ง ประเสริฐ บุญเรือง ลุยโค้งสุดท้ายเลือกตั้งนายก อบจ.กาฬสินธุ์ พร้อมชูนโยบายสำคัญเพื่อแก้ปัญหาปากท้องและคุณภาพชีวิตของชาวกาฬสินธุ์ ดังนี้:

  • การจัดการแหล่งน้ำ: เร่งแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ เพื่อให้เกษตรกรมีน้ำใช้ตลอดปี
  • กระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว: พัฒนาแหล่งท่องเที่ยวชุมชนให้เป็นที่รู้จัก เพื่อสร้างรายได้ให้ท้องถิ่น
  • ปราบปรามยาเสพติด: จับมือกับเครือข่ายภาคประชาชนเพื่อคืนความปลอดภัยให้กับลูกหลานชาวกาฬสินธุ์
  • ลดความเหลื่อมล้ำ: กระจายงบประมาณให้ถึงมือประชาชนในพื้นที่ห่างไกลอย่างทั่วถึง

บรรยากาศการหาเสียงในช่วงโค้งสุดท้ายนี้ถือว่าคึกคักเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะเมื่อมีการเปิดเวทีปราศรัยใหญ่ในพื้นที่สำคัญ ทำให้หลายคนจับตาดูว่าในวันอาทิตย์ที่ 23 สิงหาคม 2569 นี้ ผลการเลือกตั้งจะออกมาเป็นอย่างไร ประชาชนชาวกาฬสินธุ์ทุกคนคือผู้ตัดสินใจคนสำคัญที่จะชี้ชะตาว่า ใครจะได้เข้าไปนั่งเก้าอี้บริหารเพื่อเปลี่ยนแปลงจังหวัดให้ดีขึ้นกว่าเดิม

ในมุมมองของผม การเลือกตั้งท้องถิ่นครั้งนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญที่ชาวกาฬสินธุ์จะได้เลือกคนที่เข้าใจวิถีชีวิตคนในพื้นที่อย่างแท้จริง การที่ผู้สมัครลงพื้นที่ลุยตลาดนัดหรือพบปะประชาชนถึงที่ ถือเป็นสัญญาณที่ดีที่แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจและพร้อมรับฟังปัญหา การตัดสินใจเลือกผู้นำในครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องของตัวบุคคล แต่เป็นเรื่องของอนาคตจังหวัดที่เราทุกคนต้องช่วยกันตัดสินใจครับ

ที่มา – “ประเสริฐ บุญเรือง” ลุยโค้งสุดท้าย ขอคะแนนเลือกตั้งนายก อบจ.กาฬสินธุ์

Scroll to top