ข่าววันนี้

ชายยูเครนถูกจับในโครเอเชีย เอี่ยวระเบิดท่อส่งก๊าซ นอร์ด สตรีม

ชายยูเครนถูกจับในโครเอเชีย เอี่ยวระเบิดท่อส่งก๊าซ นอร์ด สตรีม

เหตุการณ์ความคืบหน้าล่าสุดที่ได้รับความสนใจจากทั่วโลก เมื่อทางการเยอรมนีประกาศว่ามีชายยูเครนถูกจับในโครเอเชีย เอี่ยวระเบิดท่อส่งก๊าซ นอร์ด สตรีม ซึ่งเป็นเหตุการณ์วินาศกรรมครั้งใหญ่เมื่อเดือนกันยายน ปี 2565 โดยชายคนนี้ตกเป็นผู้ต้องสงสัยว่าเป็นนักประดาน้ำที่ทำหน้าที่ติดตั้งระเบิดลงใต้ทะเลบอลติก

คดีนี้ถือเป็นประเด็นอ่อนไหวอย่างยิ่ง เนื่องจากเยอรมนีถือเป็นพันธมิตรที่สนับสนุนยูเครนอย่างหนักแน่นในสงครามกับรัสเซีย แต่เมื่อมีหลักฐานชี้ชัดว่าอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับกลุ่มบุคคลจากยูเครน ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศจึงถูกจับตามองอย่างใกล้ชิด

เบื้องหลังการจับกุมและการสืบสวนที่ซับซ้อน

จากการรายงานของอัยการเยอรมนี ผู้ต้องสงสัยรายนี้ถูกระบุชื่อว่า วลาดิเมียร์ ซี. (Vladimir Z) ซึ่งเป็นผู้ที่มีทักษะการดำน้ำชั้นสูง โดยเจ้าหน้าที่เยอรมันกำลังเร่งดำเนินการขอส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนจากโครเอเชียมาดำเนินคดีในฐานะผู้ร่วมก่อวินาศกรรม การจับกุมครั้งนี้ถือเป็นรายที่สองหลังจากที่ก่อนหน้านี้มีผู้ถูกจับกุมในคดีเดียวกันที่ประเทศอิตาลี

กระบวนการทางกฎหมายในคดีนี้เต็มไปด้วยความซับซ้อน ดังนี้:

  • ความท้าทายในชั้นศาล: เคยมีกรณีที่ศาลโปแลนด์ปฏิเสธการส่งตัวผู้ต้องสงสัยรายหนึ่ง โดยอ้างเหตุผลเรื่องความชอบธรรมทางการทหาร ซึ่งสร้างความตกตะลึงให้กับวงการกฎหมายระหว่างประเทศ
  • หลักฐานชี้ชัด: การสอบสวนพบการเช่าเรือยอชต์เพื่อใช้ในการเคลื่อนย้ายระเบิดไปติดตั้งใกล้เกาะบอร์นโฮล์ม
  • ความขัดแย้งเชิงนโยบาย: ท่อส่งก๊าซ นอร์ด สตรีม เป็นประเด็นที่ยูเครนและสหรัฐฯ คัดค้านมาโดยตลอด เนื่องจากมองว่าทำให้ยุโรปพึ่งพารัสเซียมากเกินไป

ชายยูเครนถูกจับในโครเอเชีย เอี่ยวระเบิดท่อส่งก๊าซ นอร์ด สตรีม ได้กลายเป็นหัวข้อที่สื่อทั่วโลกกำลังวิเคราะห์ว่านี่จะส่งผลต่อความมั่นคงในยุโรปอย่างไร ในขณะที่รัฐบาลยูเครนยังคงยืนกรานปฏิเสธความเกี่ยวข้องทั้งหมดต่อเหตุการณ์ดังกล่าว

หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่า หากผลการสอบสวนในเยอรมนีมีความคืบหน้ามากขึ้น อาจนำไปสู่แรงกดดันทางการเมืองครั้งใหญ่ระหว่างยูเครนกับกลุ่มประเทศในสหภาพยุโรป โดยเฉพาะในประเด็นความช่วยเหลือทางทหารที่อาจต้องถูกนำมาทบทวนท่ามกลางข้อกังขาเหล่านี้

อย่างไรก็ตาม ความยุติธรรมต้องดำเนินไปตามขั้นตอน การติดตามดูว่าชายคนนี้จะถูกส่งตัวเข้าสู่กระบวนการพิจารณาคดีในเยอรมนีได้หรือไม่ จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ไขความกระจ่างของปริศนาที่ปกคลุมทะเลบอลติกมานานกว่าหลายปี

ที่มา – ชายยูเครนถูกจับในโครเอเชีย เอี่ยวระเบิดท่อส่งก๊าซ นอร์ด สตรีม

อิสราเอลยอมรับ ทหารยิงปืนใส่รถในกาซา ทำเด็ก 5 ขวบดับพร้อมญาติ

อิสราเอลยอมรับ ทหารยิงปืนใส่รถในกาซา ทำเด็ก 5 ขวบดับพร้อมญาติ

เป็นเหตุการณ์ที่สร้างความสะเทือนใจไปทั่วโลก เมื่อล่าสุดกองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) ได้ออกมายอมรับเป็นครั้งแรกว่าทหารของพวกเขาเป็นผู้ยิงปืนใส่รถยนต์ของเด็กหญิงฮินด์ ราจับ วัยเพียง 5 ขวบ ในฉนวนกาซา เหตุการณ์นี้ส่งผลให้เด็กน้อยและญาติรวม 6 ชีวิตต้องเสียชีวิตลงอย่างน่าเศร้า โดยทางการอิสราเอลได้สั่งให้มีการสอบสวนคดีอาญาในเหตุการณ์นี้แล้ว

ย้อนกลับไปในช่วงปี 2567 สังคมโลกต่างจับตามองกรณีที่ อิสราเอลยอมรับ ทหารยิงปืนใส่รถในกาซา ทำเด็ก 5 ขวบดับพร้อมญาติ โดยในตอนแรกทางกองทัพปฏิเสธว่าไม่มีกำลังพลอยู่ในพื้นที่ แต่หลักฐานและความกดดันจากนานาชาติทำให้ความจริงปรากฏขึ้น เด็กหญิงฮินด์ได้พยายามโทรศัพท์ขอความช่วยเหลือจากสภาเสี้ยววงเดือนแดงปาเลสไตน์นานหลายชั่วโมง แม้จะมีการประสานงานขอเส้นทางปลอดภัยสำหรับรถกู้ชีพแล้ว แต่รถคันดังกล่าวกลับถูกโจมตีจนทำให้เจ้าหน้าที่กู้ชีพเสียชีวิตไปพร้อมกับเด็กน้อยในรถ

เปิดปมเหตุการณ์ทหารยิงรถในกาซา

ข้อเท็จจริงที่น่าสลดใจคือ ด.ญ.ฮินด์ ราจับ ยังมีชีวิตอยู่หลังจากรถถูกกราดยิงในตอนแรก และเธอยังคงสื่อสารผ่านโทรศัพท์ได้ แต่ความล่าช้าและการประสานงานที่ผิดพลาดทำให้เธอกลายเป็นเหยื่อของความขัดแย้งในที่สุด นอกจากนี้ยังมีการเปิดเผยถึงเหตุการณ์อื่นที่ IDF สั่งสอบสวนทางอาญาเพิ่มเติม เช่น กรณีการยิงใส่ขบวนรถกู้ชีพและรถของสหประชาชาติในเมืองราฟาห์เมื่อปี 2568 ซึ่งมียอดผู้เสียชีวิตถึง 15 ราย โดยมีคลิปวิดีโอจากกล้องของเจ้าหน้าที่กู้ชีพเป็นหลักฐานมัดตัว

อย่างไรก็ตาม ในขณะที่ทางการ อิสราเอลยอมรับ ทหารยิงปืนใส่รถในกาซา ทำเด็ก 5 ขวบดับพร้อมญาติ และเริ่มดำเนินการทางกฎหมาย หลายฝ่ายยังคงตั้งข้อสงสัยถึงความจริงจังในการลงโทษผู้กระทำความผิด กลุ่มสิทธิมนุษยชนชี้ว่าการสอบสวนภายในของกองทัพอิสราเอลมักจบลงด้วยการลงโทษที่เบาเกินควร หรือไม่สามารถนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษได้จริง โดยเฉพาะในกรณีการสังหารพนักงานองค์กรช่วยเหลือระดับโลกที่ IDF ปฏิเสธการสอบสวนคดีอาญาโดยอ้างว่าไม่มีหลักฐานเพียงพอ

  • การยอมรับของ IDF เกิดขึ้นภายใต้แรงกดดันจากศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC)
  • เหตุการณ์นี้ถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์จนได้รับเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์
  • การสอบสวนยังคงครอบคลุมไปถึงการยิงใส่รถกู้ชีพและรถดับเพลิงในหลายพื้นที่

ในมุมมองของผู้ติดตามข่าวสาร เหตุการณ์นี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่ความผิดพลาดทางการทหาร แต่เป็นเครื่องสะท้อนถึงวิกฤตมนุษยธรรมที่รุนแรงเกินกว่าจะเพิกเฉย การทวงคืนความยุติธรรมให้กับเด็กหญิงวัย 5 ขวบไม่ใช่แค่เรื่องของครอบครัวผู้สูญเสีย แต่เป็นเรื่องของความถูกต้องภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศที่โลกต้องจับตามองอย่างใกล้ชิดต่อไปว่า ผลสรุปของการสอบสวนครั้งนี้จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงหรือเป็นเพียงแค่การแสดงเชิงสัญลักษณ์เท่านั้น

ที่มา – อิสราเอลยอมรับ ทหารยิงปืนใส่รถในกาซา ทำเด็ก 5 ขวบดับพร้อมญาติ

ผบ.ตร.สั่งด่วน ตำรวจทั่วประเทศรับมือสาธารณภัย น้ำท่วมฉับพลัน

จากสถานการณ์ฝนตกหนักต่อเนื่องที่ส่งผลกระทบต่อหลายพื้นที่ในประเทศไทย ล่าสุด พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้ออกคำสั่งด่วนที่สุดถึงตำรวจทั่วประเทศให้เตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์ภัยพิบัติ โดยเฉพาะ ผบ.ตร.สั่งด่วน ตำรวจทั่วประเทศรับมือสาธารณภัย น้ำท่วมฉับพลัน-น้ำป่าไหลหลาก เพื่อให้ประชาชนมั่นใจได้ว่าเจ้าหน้าที่จะเข้าถึงและช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงทีตลอด 24 ชั่วโมง

ผบ.ตร.สั่งด่วน ตำรวจทั่วประเทศรับมือสาธารณภัย น้ำท่วมฉับพลัน-น้ำป่าไหลหลาก

การสั่งการในครั้งนี้ถือเป็นมาตรการเชิงรุกที่เน้นความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนเป็นสำคัญ โดยมีการระดมสรรพกำลัง ทั้งกำลังพล ยานพาหนะ รถ เรือ และอากาศยานไร้คนขับ (โดรน) เพื่อใช้ในภารกิจสนับสนุนศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ ทั้งนี้เพื่อให้การเข้าถึงพื้นที่เสี่ยงเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพที่สุด

มาตรการเตรียมความพร้อมของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามนโยบาย ผบ.ตร.สั่งด่วน ตำรวจทั่วประเทศรับมือสาธารณภัย น้ำท่วมฉับพลัน-น้ำป่าไหลหลาก ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้กำหนดแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจน ดังนี้:

  • จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการส่วนหน้า (ศปก.ตร.) เพื่อควบคุมและประสานงานตลอด 24 ชั่วโมง
  • เตรียมชุดเผชิญเหตุและทีมจิตอาสาภัยพิบัติในทุกกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1-9
  • จัดเตรียมครัวสนามและพื้นที่พักพิงชั่วคราวเพื่อรองรับผู้ประสบภัย
  • ตำรวจทางหลวงและตำรวจน้ำเตรียมความพร้อมเส้นทางและอุปกรณ์กู้ภัยทางน้ำ
  • จัดระบบการจราจรเพื่ออำนวยความสะดวกในการอพยพผู้ป่วยและประชาชนไปยังจุดปลอดภัย

นอกจากนี้ ยังมีการสั่งการให้หน่วยงานสนับสนุน เช่น ตำรวจท่องเที่ยว ตำรวจสอบสวนกลาง และกองบินตำรวจ เตรียมความพร้อมด้านกำลังคนและอุปกรณ์พิเศษเพื่อสนับสนุนภารกิจกู้ภัยในทุกมิติ โดยเน้นย้ำให้มีการบันทึกภาพและข้อมูลการช่วยเหลือเพื่อแจ้งข่าวสารให้ประชาชนได้รับทราบอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันความสับสนและลดความตื่นตระหนกในพื้นที่ประสบภัย

นอกเหนือจากการช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้ว ยังมีการกำชับให้ทุกสถานีตำรวจสำรวจความเสียหายของสถานที่ราชการ บ้านพักข้าราชการตำรวจ รวมถึงป้องกันอาวุธและทรัพย์สินของทางราชการไม่ให้เสียหายจากภัยธรรมชาติ พร้อมทั้งเร่งฟื้นฟูพื้นที่หลังสถานการณ์คลี่คลาย เพื่อให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด

ในฐานะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นที่พึ่งของประชาชน การแสดงความพร้อมในครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการดูแลทุกข์สุขของสังคม เราขอเป็นกำลังใจให้ทั้งเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานและพี่น้องประชาชนทุกท่านที่กำลังเผชิญกับสถานการณ์ยากลำบากนี้ ขอให้ทุกคนติดตามข่าวสารจากหน่วยงานรัฐอย่างใกล้ชิดและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัดเพื่อความปลอดภัยของตัวท่านเองและครอบครัว

ที่มา – ผบ.ตร.สั่งด่วน ตำรวจทั่วประเทศรับมือสาธารณภัย น้ำท่วมฉับพลัน-น้ำป่าไหลหลาก

อัปเดตสถานการณ์แม่น้ำน่าน คาดเที่ยงคืนนี้ระดับน้ำสูงสุด

สถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดน่านกำลังเป็นที่จับตามองอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะพี่น้องประชาชนที่อาศัยอยู่ริมฝั่งน้ำ หลังทางชลประทานน่านได้ออกมา อัปเดตสถานการณ์แม่น้ำน่าน คาดเที่ยงคืนนี้ ระดับน้ำจะขึ้นสูงสุด ก่อนทยอยลดลง เพื่อให้ทุกคนเตรียมตัวรับมือกับมวลน้ำที่กำลังไหลผ่านเขตเทศบาลเมืองน่านได้อย่างทันท่วงที

อัปเดตสถานการณ์แม่น้ำน่าน คาดเที่ยงคืนนี้ ระดับน้ำจะขึ้นสูงสุด ก่อนทยอยลดลง

จากการรายงานล่าสุด ณ จุดวัดน้ำ N1 ระดับน้ำมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยคาดการณ์ว่าในช่วงเวลาเที่ยงคืนถึงตีสองของคืนนี้ ระดับน้ำจะแตะจุดสูงสุดที่ประมาณ 9.10 เมตร ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้กำชับให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยเฝ้าระวังน้ำท่วมขังในบางจุด โดยเฉพาะบริเวณเขตเทศบาลเมืองน่านที่มักได้รับผลกระทบจากมวลน้ำที่ไหลมาจากอำเภอปัวและท่าวังผา

มาตรการรับมือเมื่อ อัปเดตสถานการณ์แม่น้ำน่าน คาดเที่ยงคืนนี้ ระดับน้ำจะขึ้นสูงสุด ก่อนทยอยลดลง

สำหรับพี่น้องชาวน่าน สิ่งสำคัญที่สุดคือการตั้งสติและติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะเมื่อมีการแจ้ง อัปเดตสถานการณ์แม่น้ำน่าน คาดเที่ยงคืนนี้ ระดับน้ำจะขึ้นสูงสุด ก่อนทยอยลดลง แบบนี้ ควรเตรียมความพร้อมดังนี้:

  • เตรียมของมีค่า: เก็บของขึ้นที่สูงให้พ้นระดับน้ำ 9.10 เมตร
  • สำรองปัจจัย 4: เตรียมอาหาร น้ำดื่ม ยารักษาโรค และอุปกรณ์ไฟฟ้าที่จำเป็น
  • อพยพตามคำสั่ง: หากเจ้าหน้าที่หรือผู้นำชุมชนแจ้งเตือนให้อพยพ ขอให้รีบเคลื่อนย้ายไปยังศูนย์พักพิงที่จัดไว้ให้ทันที
  • ติดตามข้อมูล: ตรวจสอบระดับน้ำจากจุดวัด N1 เป็นระยะผ่านช่องทางของชลประทานน่าน

ทางด้านนายมีชัย ปฏิยุทธ ผู้อำนวยการโครงการชลประทานน่าน ได้ให้ข้อมูลที่น่าสบายใจขึ้นบ้างว่า อัตราการเพิ่มของน้ำเริ่มชะลอตัวลงอย่างเห็นได้ชัด จากเดิมที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ปัจจุบันอัตราการเพิ่มระดับน้ำน้อยลงมาก ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีว่าหากไม่มีฝนตกลงมาเพิ่ม มวลน้ำจะค่อยๆ ถูกระบายลงสู่เขื่อนสิริกิติ์อย่างเป็นระบบ โดยทางชลประทานน่านได้วางแผนระบายน้ำผ่านเวียงสา ซึ่งมีศักยภาพในการรองรับน้ำได้ดี จึงมั่นใจได้ว่าจะไม่มีอุปสรรคในการจัดการมวลน้ำในครั้งนี้

แม้เหตุการณ์น้ำท่วมจะสร้างความลำบากให้แก่พี่น้องชาวน่าน แต่ด้วยความร่วมมือของทั้งภาครัฐและประชาชนในพื้นที่ที่ต่างตื่นตัวและเตรียมพร้อมรับมือกันอย่างเต็มที่ เชื่อมั่นว่าสถานการณ์จะคลี่คลายลงได้ในเร็ววัน ขอให้ทุกคนปลอดภัยและผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปได้ด้วยดีครับ

ที่มา – อัปเดตสถานการณ์ “แม่น้ำน่าน” คาดเที่ยงคืนนี้ ระดับน้ำจะขึ้นสูงสุด ก่อนทยอยลดลง

อิหร่านเตือนชาติอาหรับ อย่าช่วยสหรัฐฯ หลัง UAE ตัดสัมพันธ์การค้า

สถานการณ์ในตะวันออกกลางกลับมาร้อนระอุอีกครั้ง เมื่อล่าสุดกองทัพอิหร่านได้ออกมาเคลื่อนไหวด้วยการส่งสัญญาณเตือนไปยังประเทศต่างๆ ในแถบอ่าวเปอร์เซียอย่างชัดเจนว่า อิหร่านเตือนชาติอาหรับ อย่าช่วยสหรัฐฯ หลัง UAE ตัดสัมพันธ์การค้า อย่างเป็นทางการ ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงในภูมิภาคเป็นอย่างมาก

อิหร่านเตือนชาติอาหรับ อย่าช่วยสหรัฐฯ หลัง UAE ตัดสัมพันธ์การค้า

เหตุการณ์ความตึงเครียดนี้เริ่มต้นขึ้นหลังจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ประกาศระงับธุรกรรมทางเศรษฐกิจทั้งหมดกับอิหร่าน หลังจากเกิดเหตุเรือสินค้าถูกโจมตีซ้ำแล้วซ้ำเล่าบริเวณนอกชายฝั่ง ซึ่งทาง UAE ระบุว่าได้รับผลกระทบโดยตรงจากขีปนาวุธของอิหร่าน ทำให้อิหร่านมองว่าความเคลื่อนไหวนี้อาจนำไปสู่การสนับสนุนทางทหารแก่สหรัฐฯ ในอนาคต

ผลกระทบและท่าทีของอิหร่านต่อภูมิภาค

พลเอก อาลี อับดุลลาฮี ประธานเสนาธิการกองทัพอิหร่าน ได้ออกแถลงการณ์ย้ำเตือนประเทศเพื่อนบ้านว่า การให้ความช่วยเหลือหรืออำนวยความสะดวกใดๆ ให้แก่กองทัพสหรัฐฯ จะถูกมองว่าเป็นการมีส่วนร่วมในปฏิบัติการทางทหารของฝ่ายตรงข้ามทันที โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้ฐานทัพในภูมิภาคเพื่อเติมเชื้อเพลิงหรือเป็นฐานปฏิบัติการโจมตี ซึ่งอิหร่านยืนยันว่าพวกเขาจับตาดูสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและรับรู้ความเคลื่อนไหวทั้งหมดที่เกิดขึ้นในพื้นที่

  • การปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซกลายเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่ตึงเครียด
  • การทูตระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านถึงทางตัน
  • ความเสี่ยงของการขยายตัวของความขัดแย้งทางทหาร

แม้หลายประเทศในแถบอ่าวเปอร์เซียจะพยายามแสดงจุดยืนว่าไม่ต้องการเป็นฐานที่มั่นให้สหรัฐฯ แต่ทางฝั่งอิหร่านยังคงมีความสงสัยและเชื่อว่าความเป็นไปได้ที่ประเทศเจ้าบ้านจะ ‘ไม่รับรู้’ เกี่ยวกับภารกิจของเครื่องบินทหารนั้นแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย การประกาศกร้าวครั้งนี้จึงเป็นการส่งสัญญาณขู่ทางอ้อมที่ทรงพลัง

ในมุมมองของนักวิเคราะห์ สถานการณ์นี้น่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง เพราะนอกเหนือจากประเด็น อิหร่านเตือนชาติอาหรับ อย่าช่วยสหรัฐฯ หลัง UAE ตัดสัมพันธ์การค้า แล้ว ความพยายามของสหรัฐฯ ที่จะเข้ามาควบคุมช่องแคบฮอร์มุซยังเป็นการยั่วยุที่ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างสองมหาอำนาจพังทลายลงอย่างสมบูรณ์ หลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยืนยันว่าการเจรจายุติลงแล้ว

เราคงต้องจับตาดูกันต่อไปว่า ประเทศในแถบอ่าวเปอร์เซียจะเดินเกมอย่างไรเพื่อรักษาสมดุลท่ามกลางมหาอำนาจทั้งสอง และเหตุการณ์ครั้งนี้จะลุกลามบานปลายไปสู่การปะทะด้วยกำลังทหารหรือไม่ เพราะหากช่องแคบฮอร์มุซเกิดความไม่สงบขึ้นจริง ผลกระทบต่อราคาน้ำมันโลกย่อมตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้แน่นอน

ที่มา – อิหร่านเตือนชาติอาหรับ อย่าช่วยสหรัฐฯ หลัง UAE ตัดสัมพันธ์การค้า

โรงพยาบาลน่าน ประกาศงดให้บริการตรวจรักษา 20-22 ส.ค. นี้

จากสถานการณ์ฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องในพื้นที่จังหวัดน่าน ส่งผลกระทบให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากในหลายพื้นที่ ทำให้การสัญจรไปมาเป็นไปด้วยความยากลำบาก ล่าสุดทาง โรงพยาบาลน่าน ประกาศงดให้บริการตรวจรักษา 20-22 ส.ค. นี้ เพื่อความปลอดภัยของทั้งผู้ป่วยและบุคลากรทางการแพทย์ โดยการประกาศครั้งนี้ถือเป็นมาตรการเร่งด่วนเพื่อรับมือกับภาวะน้ำท่วมที่อาจขยายวงกว้างขึ้น

สถานการณ์ล่าสุด โรงพยาบาลน่าน ประกาศงดให้บริการตรวจรักษา 20-22 ส.ค.

การตัดสินใจประกาศหยุดให้บริการชั่วคราวของทางโรงพยาบาลน่านมีความจำเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นอาจกระทบต่อความปลอดภัยในการเดินทางมาโรงพยาบาล อย่างไรก็ตาม ทางโรงพยาบาลยังคงคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ป่วยเป็นหลัก โดยได้มีการกำหนดข้อยกเว้นสำหรับกรณีเร่งด่วน ดังนี้:

  • ให้บริการเฉพาะผู้ป่วยฉุกเฉินเท่านั้น
  • ให้บริการผู้ป่วยผ่าตัดที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลอยู่แล้ว

สำหรับประชาชนที่ต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับอาการป่วยหรือตารางนัดหมาย สามารถติดต่อได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 054-719000 เพื่อขอรับคำแนะนำเบื้องต้นก่อนเดินทาง

รายละเอียดการงดให้บริการของ โรงพยาบาลน่าน ประกาศงดให้บริการตรวจรักษา 20-22 ส.ค.

นอกจากโรงพยาบาลน่านแล้ว ทางด้าน โรงพยาบาลน่าน 2 ก็ได้ออกมาแจ้งประกาศในทิศทางเดียวกัน โดยของดการให้บริการตรวจรักษาในวันที่ 20 และ 21 สิงหาคม 2569 สำหรับผู้ที่มีนัดหมายตรวจรักษาในช่วงวันดังกล่าว ทางโรงพยาบาลยืนยันว่าจะมีการจัดส่งยาไปให้ถึงที่พัก เพื่อลดความเสี่ยงในการเดินทางออกนอกพื้นที่ท่ามกลางสถานการณ์น้ำท่วมเช่นนี้ โดยเมื่อสถานการณ์เข้าสู่ภาวะปกติ ทางโรงพยาบาลจะรีบประกาศแจ้งให้ประชาชนทราบอีกครั้งถึงกำหนดการเปิดให้บริการตามปกติ

เราขอเป็นกำลังใจให้กับพี่น้องชาวน่านทุกคนที่กำลังเผชิญกับวิกฤตน้ำท่วมในครั้งนี้ ขอให้ทุกคนติดตามข่าวสารจากทางราชการอย่างใกล้ชิดและดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง หากท่านมีความจำเป็นต้องเดินทางหรือมีอาการป่วยฉุกเฉิน โปรดใช้ความระมัดระวังในการเดินทางเป็นพิเศษ หรือรีบประสานงานกับหน่วยงานกู้ภัยในพื้นที่ทันที หากสถานการณ์คลี่คลายลง ทางเราจะรีบนำข้อมูลการเปิดให้บริการของโรงพยาบาลมาแจ้งให้ทราบอีกครั้งครับ

ที่มา – “โรงพยาบาลน่าน” ประกาศงดให้บริการตรวจรักษา ช่วง 20-22 ส.ค. จากสถานการณ์น้ำท่วม

Cell Broadcast เตือนระดับน้ำแม่น้ำน่าน ที่ อ.เวียงสา เพิ่มต่อเนื่อง เสี่ยงล้นตลิ่ง

สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคเหนือยังคงน่าเป็นห่วง ล่าสุดมีการส่ง Cell Broadcast เตือนระดับน้ำแม่น้ำน่าน ที่ อ.เวียงสา เพิ่มต่อเนื่อง เสี่ยงล้นตลิ่ง เพื่อให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่ได้รับทราบข้อมูลข่าวสารที่รวดเร็วและทันท่วงที ในช่วงฤดูฝนแบบนี้การเฝ้าระวังภัยธรรมชาติถือเป็นสิ่งที่พวกเราทุกคนห้ามประมาทโดยเด็ดขาด

มาทำความรู้จักกับระบบ Cell Broadcast เตือนระดับน้ำแม่น้ำน่าน ที่ อ.เวียงสา เพิ่มต่อเนื่อง เสี่ยงล้นตลิ่ง

ระบบ Cell Broadcast เป็นเทคโนโลยีการส่งข้อความแจ้งเตือนภัยที่ทันสมัยและแม่นยำที่สุดในปัจจุบัน เพราะสามารถส่งตรงไปยังสมาร์ทโฟนของทุกคนที่อยู่ในพื้นที่เป้าหมายได้ทันที แม้จะไม่มีสัญญาณอินเทอร์เน็ตก็ตาม ซึ่งในเหตุการณ์ล่าสุดที่ อ.เวียงสา จ.น่าน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ร่วมมือกับผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือ เพื่อเร่งส่งข้อความเตือนภัยเรื่องระดับน้ำน่านที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

เหตุผลที่ต้องเฝ้าระวัง Cell Broadcast เตือนระดับน้ำแม่น้ำน่าน ที่ อ.เวียงสา เพิ่มต่อเนื่อง เสี่ยงล้นตลิ่ง

พื้นที่อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน มักจะเป็นจุดที่ได้รับผลกระทบจากน้ำล้นตลิ่งอยู่เป็นประจำ การที่หน่วยงานอย่างกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ออกมาแจ้งเตือนผ่านช่องทางนี้ แสดงให้เห็นว่าสถานการณ์มีความเสี่ยงสูง โดยมีสิ่งที่ทุกคนควรปฏิบัติเมื่อได้รับแจ้งเตือนดังนี้:

  • ตรวจสอบระดับน้ำรอบบ้านและพื้นที่ใกล้เคียงอย่างใกล้ชิด
  • เตรียมขนย้ายของขึ้นที่สูงและเตรียมเอกสารสำคัญใส่ถุงกันน้ำ
  • ติดตามข้อมูลข่าวสารจากหน่วยงานราชการหรือเพจหลักของจังหวัด
  • หากอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยสูง ให้เตรียมพร้อมอพยพทันทีเมื่อได้รับคำสั่ง

นอกจากนี้ ทุกคนยังสามารถแจ้งเหตุหรือขอความช่วยเหลือได้ตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านช่องทางไลน์ @1784DDPM หรือโทรสายด่วนนิรภัย 1784 ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่คอยประสานงานและให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างเต็มที่ ขอให้ทุกคนใช้ความระมัดระวังในการเดินทางและอย่าหลงเชื่อข่าวปลอมที่ไม่มีแหล่งอ้างอิงในช่วงเวลาวิกฤตเช่นนี้ การเตรียมตัวที่ดีจะช่วยลดความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินได้มากที่สุด เราขอเป็นกำลังใจให้พี่น้องชาวเวียงสาและชาวน่านทุกคนผ่านพ้นวิกฤตินี้ไปได้อย่างปลอดภัยโดยเร็วที่สุด

ที่มา – Cell Broadcast เตือนระดับน้ำแม่น้ำน่าน ที่ อ.เวียงสา เพิ่มต่อเนื่อง เสี่ยงล้นตลิ่ง

เร่งขยายผล นอมินี บริษัทในสกลนคร พบข้อมูลนายหน้า จัดหาเอกสารชาวบ้าน

เร่งขยายผล นอมินี บริษัทในสกลนคร พบข้อมูลนายหน้า จัดหาเอกสารชาวบ้าน

กลายเป็นประเด็นร้อนที่ชาวบ้านในจังหวัดสกลนครต้องเฝ้าระวังกันอย่างหนัก หลังจากมีการตรวจพบความผิดปกติของการจดทะเบียนบริษัทจำนวนมากถึง 57 แห่ง โดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอโคกศรีสุพรรณ ที่กลายเป็นฐานหลักของกลุ่มทุนต่างชาติที่ใช้ช่องว่างทางกฎหมายสร้างธุรกิจขึ้นมาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งล่าสุดเจ้าหน้าที่กำลังเร่งเดินหน้าเร่งขยายผล นอมินี บริษัทในสกลนคร พบข้อมูลนายหน้า จัดหาเอกสารชาวบ้าน เพื่อสาวไปให้ถึงตัวการใหญ่ที่อยู่เบื้องหลังกระบวนการนี้

จากรายงานการสืบสวนพบว่า มีนายหน้าหญิงชาวไทยในพื้นที่ทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการจัดหาเอกสารสำคัญของชาวบ้าน ไม่ว่าจะเป็นสำเนาบัตรประชาชน หรือทะเบียนบ้าน เพื่อนำไปใช้เป็นหลักฐานในการจดทะเบียนบริษัทออนไลน์ โดยให้ค่าตอบแทนแก่ชาวบ้านเพียงรายละ 500 ถึง 1,000 บาทเท่านั้น ซึ่งถือว่าเป็นการเอาเปรียบและเสี่ยงต่อการที่ชาวบ้านจะตกเป็นผู้เสียหายทางกฎหมายโดยไม่รู้ตัว

เบื้องลึกกระบวนการ นายหน้าจัดหาเอกสารชาวบ้าน

พฤติการณ์ที่น่าตกใจคือการที่กลุ่มทุนจีนมีการจ้างวานนายหน้าให้ไปกว้านซื้อเอกสารเพื่อนำไปใช้ตั้งบริษัทผี ซึ่งจากการลงพื้นที่ตรวจสอบบ้านเลขที่ที่ใช้จดทะเบียน กลับพบว่าเป็นเพียงที่พักอาศัยของชาวบ้านทั่วไป ไม่มีการประกอบกิจการจริงแต่อย่างใด พฤติกรรมเช่นนี้ไม่เพียงแต่จะผิดกฎหมายประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว แต่ยังส่งผลกระทบโดยตรงต่อความมั่นคงของฐานข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชนในพื้นที่อย่างมหาศาล

  • ผลกระทบต่อชาวบ้าน: การนำเอกสารไปใช้โดยไม่ทราบวัตถุประสงค์ที่แท้จริง อาจนำไปสู่คดีความหรือหนี้สินที่ไม่ได้รับรู้
  • มาตรการป้องกัน: ทางอำเภอและหน่วยงานพาณิชย์จังหวัดสกลนคร ได้ออกมาแจ้งเตือนให้ประชาชนงดการให้สำเนาเอกสารกับบุคคลที่ไม่น่าไว้วางใจ
  • การดำเนินการทางกฎหมาย: พาณิชย์จังหวัดสกลนครกำลังดำเนินการระบุในหนังสือรับรองบริษัทว่าไม่มีที่ตั้งจริง เพื่อยุติการประกอบธุรกิจของบริษัทนอมินีเหล่านี้

ในขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังติดตามตัวนายหน้าหญิงรายนี้ที่ยังคงหลบหนีและมีอาการเครียดจนต้องเข้าโรงพยาบาล สิ่งสำคัญที่สุดในเวลานี้คือความตื่นตัวของคนในชุมชน ท่านต้องระมัดระวังเป็นพิเศษในการมอบสำเนาบัตรประชาชนให้กับผู้อื่น หากจะทำธุรกรรมใดๆ ต้องทราบวัตถุประสงค์ที่ชัดเจนและตรวจสอบให้มั่นใจว่าเอกสารเหล่านั้นจะไม่ถูกนำไปใช้ในทางที่ผิดกฎหมาย หรือกลายเป็นส่วนหนึ่งของขบวนการเร่งขยายผล นอมินี บริษัทในสกลนคร พบข้อมูลนายหน้า จัดหาเอกสารชาวบ้าน ดังเช่นกรณีที่กำลังเป็นข่าวดังในขณะนี้ หากใครพบเบาะแสหรือรู้สึกว่าตนเองอาจตกเป็นเหยื่อ ควรรีบแจ้งความและติดต่อเจ้าหน้าที่พาณิชย์จังหวัดเพื่อดำเนินการแก้ไขข้อมูลโดยทันทีครับ

ที่มา – เร่งขยายผล “นอมินี” บริษัทในสกลนคร พบข้อมูลนายหน้า จัดหาเอกสารชาวบ้าน

พิธีพระราชทานเพลิงศพ ธงชัย เย็นประเสริฐ อดีตนายก อบจ.นนทบุรี

ร่วมไว้อาลัย พิธีพระราชทานเพลิงศพ ธงชัย เย็นประเสริฐ อดีตนายก อบจ.นนทบุรี

เมื่อวันที่ 19 สิงหาคมที่ผ่านมา บรรยากาศที่วัดสะพานสูง จังหวัดนนทบุรี เต็มไปด้วยความโศกเศร้าและอาลัยเป็นอย่างยิ่ง เมื่อมีการจัด พิธีพระราชทานเพลิงศพ ธงชัย เย็นประเสริฐ อดีตนายก อบจ.นนทบุรี ซึ่งถือเป็นบุคคลสำคัญที่เป็นที่รักใคร่ของชาวนนทบุรีมาอย่างยาวนานกว่า 20 ปี โดยมีนายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ให้เกียรติมาเป็นประธานในพิธีสำคัญครั้งนี้

พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ ถือเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนและพัฒนาจังหวัดนนทบุรีในทุกมิติ ตลอดระยะเวลาที่ดำรงตำแหน่งนายก อบจ.นนทบุรี ถึง 5 สมัย ท่านได้สร้างผลงานและคุณูปการให้กับท้องถิ่นมากมาย ทำให้ข่าวการจากไปอย่างกะทันหันสร้างความตกใจและเสียใจให้กับประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก

บรรยากาศภายในงาน พิธีพระราชทานเพลิงศพ ธงชัย เย็นประเสริฐ อดีตนายก อบจ.นนทบุรี

ตั้งแต่ช่วงเที่ยงวัน ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ บุคคลสำคัญทางการเมือง อาทิ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา อดีต ผบ.ตร. รวมถึงตัวแทนหน่วยงานท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และประชาชนหลายพันคน ต่างทยอยเดินทางมาร่วมแสดงความอาลัยครั้งสุดท้ายอย่างเนืองแน่น แสดงให้เห็นถึงความเคารพรักที่ผู้คนมีต่อท่านอย่างแท้จริง

พิธีการเริ่มต้นขึ้นอย่างสมเกียรติ โดยมีการเชิญหีบพระราชทานแห่เวียนเมรุ และประกอบพิธีทางสงฆ์โดยสมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี (เจ้าคุณธงชัย) ร่วมเป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ก่อนเข้าสู่ช่วงเวลาสำคัญคือการพระราชทานเพลิงศพ ซึ่งสร้างความสะเทือนใจแก่ครอบครัวและผู้ที่มาร่วมงานเป็นอย่างมาก

การสูญเสียในครั้งนี้ถือเป็นการสูญเสียบุคลากรที่ทุ่มเทแรงกายแรงใจทำงานเพื่อนนทบุรีอย่างแท้จริง แม้เหตุการณ์จะเกิดขึ้นจากความรุนแรงที่เป็นประเด็นใหญ่ในสังคมเมื่อวันที่ 10 สิงหาคมที่ผ่านมา แต่สิ่งที่ทุกคนจดจำได้ดีคือความตั้งใจจริงในการทำงานของอดีตนายก อบจ. ท่านนี้

  • ประวัติผลงานการพัฒนาจังหวัดนนทบุรีตลอด 5 สมัย
  • การรวมตัวของข้าราชการและประชาชนนับพันเพื่อแสดงความอาลัย
  • ความเสียสละของพ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ ที่ชาวเมืองนนท์จะจดจำตลอดไป

ท้ายที่สุดนี้ ขอกราบไว้อาลัยแด่การจากไปของ พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ ขอให้ดวงวิญญาณของท่านไปสู่สุคติในสัมปรายภพ และขอเป็นกำลังใจให้กับครอบครัวเย็นประเสริฐในช่วงเวลาที่ยากลำบากเช่นนี้ เชื่อมั่นว่าผลงานที่ท่านสร้างไว้จะยังคงเป็นที่ประจักษ์แก่ชาวนนทบุรีสืบต่อไป

ที่มา – พิธีพระราชทานเพลิงศพ “ธงชัย เย็นประเสริฐ” อดีตนายก อบจ.นนทบุรี

Scroll to top