ข่าววันนี้

ยอดขายงาน OTOP ศิลปาชีพ 5 วัน 367 ล้าน กระตุ้นเศรษฐกิจ

สวัสดีเพื่อนๆ ชาวไทยทุกคนครับ วันนี้เรามีข่าวดีมาอัปเดตเกี่ยวกับเศรษฐกิจบ้านเรากันหน่อย เชื่อว่าหลายคนคงได้ยินข่าวเกี่ยวกับงานแฟร์สุดยิ่งใหญ่ที่เป็นการรวมตัวของสินค้าภูมิปัญญาไทยอย่างงาน “ศิลปาชีพ ประทีปไทย OTOP หลอมดวงใจ ด้วยพระบารมี” กันมาบ้างแล้วใช่ไหมครับ ล่าสุดรัฐบาลได้ออกมาเผยตัวเลขที่น่าสนใจมากว่า ยอดขายงาน OTOP ศิลปาชีพ 5 วัน 367 ล้าน เม็ดเงินหมุนเวียนเศรษฐกิจฐานรากต่อเนื่อง ซึ่งถือว่าเป็นสัญญาณที่ดีมากๆ สำหรับผู้ประกอบการในชุมชนทั่วประเทศครับ

ยอดขายงาน OTOP ศิลปาชีพ 5 วัน 367 ล้าน เม็ดเงินหมุนเวียนเศรษฐกิจฐานรากต่อเนื่อง

การจัดงานในครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่การนำสินค้ามาวางจำหน่ายเท่านั้น แต่ยังเป็นการแสดงถึงศักยภาพของสินค้าไทยที่สามารถสร้างรายได้ให้กับชุมชนได้อย่างมหาศาล โดยตลอดระยะเวลา 5 วันแรกของการจัดงาน (8–12 สิงหาคม 2569) มียอดจำหน่ายสะสมสูงถึง 367,933,077 บาท สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นถึงพลังของการอุดหนุนสินค้าไทยที่ช่วยให้เศรษฐกิจในระดับฐานรากเดินหน้าต่อไปได้เป็นอย่างดี

สถิติน่าทึ่งจากงาน OTOP ศิลปาชีพ

หากเรามาดูรายละเอียดกันจะพบว่าความสำเร็จของงานครั้งนี้ไม่ได้มาเล่นๆ นะครับ โดยเฉพาะในวันที่ 12 สิงหาคมที่ผ่านมา วันเดียวมียอดขายพุ่งสูงถึง 82.7 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นยอดขายต่อวันที่สูงที่สุดตั้งแต่วันแรกที่เริ่มจัดงานมาเลยทีเดียว และเมื่อพูดถึง ยอดขายงาน OTOP ศิลปาชีพ 5 วัน 367 ล้าน เม็ดเงินหมุนเวียนเศรษฐกิจฐานรากต่อเนื่อง เรามาดูแยกตามหมวดหมู่สินค้ากันหน่อยครับว่าอะไรที่ได้รับความนิยมสูงสุด:

  • กลุ่มผ้าและเครื่องแต่งกาย: ทำยอดไปได้ถึง 193.8 ล้านบาท เป็นสินค้าไฮไลท์ที่คนไทยชื่นชอบจริงๆ
  • กลุ่มอาหาร: สร้างรายได้ไปประมาณ 66.7 ล้านบาท
  • กลุ่มของใช้: อยู่ที่ประมาณ 41.7 ล้านบาท
  • กลุ่มสมุนไพรและเครื่องดื่ม: รวมแล้วกว่า 16.3 ล้านบาท

ด้วยตัวเลขเหล่านี้จึงปฏิเสธไม่ได้เลยว่ากลยุทธ์การส่งเสริมจากภาครัฐให้สินค้า OTOP เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้มากขึ้นนั้นมาถูกทางแล้วครับ ไม่ว่าจะเป็นการขายผ่านหน้าร้าน หรือช่องทางออนไลน์ที่ช่วยให้เข้าถึงคนรุ่นใหม่ได้ง่ายขึ้น

สำหรับใครที่ยังไม่ได้ไปเดินชมงาน อย่าเพิ่งเสียใจไปนะครับ งาน “ศิลปาชีพ ประทีปไทย OTOP หลอมดวงใจ ด้วยพระบารมี” ยังจัดต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 16 สิงหาคม 2569 นี้ ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี ภายในงานรวบรวมทั้งงานหัตถกรรม ผ้าไทย อาหารอร่อย และผลิตภัณฑ์จากทั่วทุกมุมของประเทศไทยมาไว้ในที่เดียว แถมยังมีสิทธิพิเศษอย่างโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” ให้ได้ใช้กันอีกด้วยครับ

ส่วนตัวมองว่างานลักษณะนี้คือหัวใจสำคัญของการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ เพราะเงินทุกบาททุกสตางค์ที่จ่ายออกไป ไม่ได้ตกไปอยู่ในมือของกลุ่มทุนใหญ่เพียงอย่างเดียว แต่กลับลงไปสู่มือช่างฝีมือ พ่อค้าแม่ค้าชุมชน และผู้ประกอบการ OTOP ตัวจริงเสียงจริง การแวะไปเดินชมงานนอกจากจะได้ของถูกใจติดไม้ติดมือกลับบ้านแล้ว ยังเป็นการร่วมด้วยช่วยกันส่งเสริมภูมิปัญญาไทยให้ยังคงอยู่คู่กับเราต่อไปครับ

ที่มา – รัฐบาลเผยยอดขายงาน OTOP ศิลปาชีพ 5 วัน 367 ล้าน เม็ดเงินหมุนเวียนเศรษฐกิจฐานรากต่อเนื่อง

เดินหน้า New Route-New Airline ลดค่าธรรมเนียมสนามบิน 50%

ข่าวดีสำหรับนักเดินทางและสายการบิน เมื่อรัฐบาลประกาศเดินหน้า เดินหน้า “New Route-New Airline” ลดค่าธรรมเนียมสนามบิน 50% เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในระดับภูมิภาคอย่างเต็มรูปแบบ มาตรการนี้ไม่ได้เพียงแค่ช่วยลดภาระต้นทุนให้แก่สายการบินเท่านั้น แต่ยังเป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชนได้สัมผัสกับการเดินทางที่สะดวกสบายและหลากหลายมากขึ้น

เหตุผลที่รัฐบาลต้องเดินหน้า “New Route-New Airline” ลดค่าธรรมเนียมสนามบิน 50%

การผลักดันนโยบาย “Airport for Regional Development” โดยกระทรวงคมนาคมและกรมท่าอากาศยาน มีเป้าหมายชัดเจนในการเปลี่ยนสนามบินให้เป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจท้องถิ่น โดยมาตรการนี้จะมอบส่วนลดค่าบริการขึ้นลงและค่าเก็บอากาศยานถึง 50% เป็นระยะเวลา 1 ปีสำหรับเส้นทางบินใหม่ และ 6 เดือนสำหรับสายการบินใหม่ เพื่อจูงใจให้ผู้ประกอบการกล้าขยายเครือข่ายการบิน

สิทธิประโยชน์จากการเดินหน้า “New Route-New Airline” ลดค่าธรรมเนียมสนามบิน 50%

มาตรการนี้แบ่งการสนับสนุนออกเป็น 2 รูปแบบหลัก เพื่อให้ครอบคลุมและเกิดประสิทธิภาพสูงสุด ดังนี้:

  • New Route (เส้นทางใหม่): สำหรับเส้นทางที่ไม่เคยให้บริการหรือหยุดบินไปนานกว่า 1 ปี จะได้รับส่วนลด 50% เป็นเวลา 1 ปีเต็ม
  • New Airline (สายการบินใหม่): สำหรับสายการบินที่เริ่มเปิดให้บริการในท่าอากาศยานนั้นๆ จะได้รับส่วนลด 50% นาน 6 เดือน

ด้วยมาตรการนี้ เราจะเริ่มเห็นการแข่งขันที่เข้มข้นขึ้นในตลาดการบินภายในประเทศ ซึ่งส่งผลดีต่อผู้บริโภคโดยตรง ทั้งในเรื่องของราคาตั๋วเครื่องบินที่อาจถูกลงและทางเลือกของเวลาบินที่ตอบโจทย์ชีวิตประจำวันได้ดียิ่งขึ้น จากความสำเร็จในปีที่ผ่านมาที่มีการขอใช้สิทธิหลายเส้นทาง เช่น อุดรธานี-อู่ตะเภา หรือ นครศรีธรรมราช-กรุงเทพฯ สะท้อนให้เห็นว่านโยบายนี้เป็นกุญแจสำคัญในการปลดล็อกศักยภาพของเมืองรองทั่วไทย

ในมุมมองของผู้เขียน การที่รัฐบาลหันมาให้ความสำคัญกับการลดต้นทุนสนามบินถือเป็นยุทธศาสตร์ที่เฉียบคม เพราะเมื่อสนามบินคึกคัก เศรษฐกิจในพื้นที่ก็จะเติบโตตาม ทั้งร้านค้า ร้านอาหาร โรงแรม และภาคการท่องเที่ยวจะได้รับอานิสงส์จากการที่มีคนเดินทางเข้าถึงพื้นที่ได้ง่ายขึ้น สำหรับใครที่วางแผนเที่ยวหรือเดินทางบ่อยๆ เตรียมตัวพบกับตารางบินที่แน่นขึ้นและตัวเลือกที่หลากหลายกว่าเดิมได้เลยครับ

ที่มา – เดินหน้า “New Route-New Airline” ลดค่าธรรมเนียมสนามบิน 50% เพิ่มทางเลือกคนเดินทาง

สอบท้องถิ่น 68 ขอตรวจคะแนนได้ 13–31 ส.ค.นี้ ย้ำความโปร่งใส

สอบท้องถิ่น 68 ขอตรวจคะแนนได้ 13–31 ส.ค.นี้ ย้ำความโปร่งใส

ข่าวดีสำหรับผู้ที่กำลังรอคอยความชัดเจนจากการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ล่าสุด นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.4) ได้ออกมาประกาศข่าวสำคัญว่า กระทรวงมหาดไทยเปิดให้ผู้สอบท้องถิ่น 68 ขอตรวจคะแนนได้ 13–31 ส.ค.นี้ เพื่อคืนความมั่นใจให้กับผู้เข้าสอบทุกคน หลังจากที่มีการปรับปรุงบัญชีรายชื่อผู้สอบแข่งขันได้ใหม่เพื่อให้เกิดความยุติธรรมสูงสุด

การดำเนินการครั้งนี้ถือเป็นการตอกย้ำว่าทางภาครัฐให้ความสำคัญกับความโปร่งใสในทุกขั้นตอน โดยทางกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ได้จัดตั้งศูนย์รับคำร้องขึ้นมาโดยเฉพาะ เพื่อให้ผู้เข้าสอบที่ไม่พบรายชื่อของตนเองในบัญชีใหม่ สามารถเข้ามาตรวจสอบคะแนนดิบหรือผลคะแนนของตนเองได้ด้วยความสบายใจ

ช่องทางและขั้นตอนสำหรับผู้สอบท้องถิ่น 68 ขอตรวจคะแนนได้ 13–31 ส.ค.นี้

สำหรับใครที่ต้องการใช้สิทธิ์ตรวจสอบคะแนนของตนเอง สามารถดำเนินการได้ง่ายๆ ผ่าน 2 ช่องทางหลัก ดังนี้:

  • ส่วนกลาง: ยื่นคำร้องได้ที่อาคารสุวัทนา ชั้น 1 กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น
  • ส่วนภูมิภาค: ติดต่อได้ที่สำนักงานท้องถิ่นจังหวัดทุกจังหวัดทั่วประเทศ ซึ่งช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางสำหรับผู้ที่อยู่ต่างจังหวัดได้อย่างมาก

โดยท่านสามารถยื่นคำร้องได้ตั้งแต่วันที่ 13 ถึง 31 สิงหาคม 2569 ในวันและเวลาราชการ (08.30–16.30 น.) ทั้งนี้ การที่ภาครัฐเปิดให้ผู้สอบท้องถิ่น 68 ขอตรวจคะแนนได้ 13–31 ส.ค.นี้ เป็นการแสดงเจตจำนงที่ชัดเจนว่า ระบบการสอบต้องตรวจสอบได้และปราศจากข้อกังขา เพื่อให้ได้บุคลากรที่มีคุณภาพและมีความพร้อมในการทำงานเพื่อท้องถิ่นอย่างแท้จริง

นายวรศิษฎ์ยังได้เน้นย้ำว่า ทุกคำร้องจะได้รับการดูแลโดยคณะกรรมการเฉพาะกิจที่แต่งตั้งขึ้น เพื่อให้การรวบรวมข้อมูลและการชี้แจงคะแนนเป็นไปอย่างมีมาตรฐานและเป็นระบบที่สุด ดังนั้น หากใครที่มีข้อสงสัยหรือมีความกังวลใจ แนะนำให้ใช้สิทธิ์ในการตรวจสอบตามระยะเวลาที่กำหนด เพื่อรักษาผลประโยชน์ของตนเองให้ถึงที่สุดครับ

ถือเป็นสัญญาณที่ดีที่หน่วยงานราชการยุคใหม่หันมาให้ความสำคัญกับการตรวจสอบที่เข้าถึงง่ายและเป็นมิตรกับประชาชน หากเพื่อนๆ ท่านใดที่มีรายชื่อได้รับผลกระทบ อย่าลืมไปใช้สิทธิ์ตรวจสอบข้อมูลกันนะครับ ความโปร่งใสคือรากฐานสำคัญที่จะทำให้ระบบราชการไทยเดินหน้าต่อไปได้อย่างแข็งแกร่งและเป็นที่ยอมรับจากสังคม

ที่มา – มท.4 เปิดให้ผู้สอบท้องถิ่น 68 ขอตรวจคะแนนได้ 13–31 ส.ค.นี้ ย้ำทุกขั้นตอนต้องโปร่งใส

กระบะยางระเบิด พลิกคว่ำบนมอเตอร์เวย์ ลังนมกระจายเกลื่อนถนน

เหตุระทึก กระบะยางระเบิด พลิกคว่ำบนมอเตอร์เวย์ ลังนมกระจายเกลื่อนถนน

เหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้ามืดของวันที่ 13 สิงหาคม ที่ผ่านมา เมื่อมีรายงานอุบัติเหตุสยอง กระบะยางระเบิด พลิกคว่ำบนมอเตอร์เวย์ ลังนมกระจายเกลื่อนถนน ทำให้การจราจรติดขัดยาวเหยียดเกือบ 5 กิโลเมตร ส่งผลกระทบต่อผู้ใช้รถใช้ถนนในช่วงเช้าอย่างมาก โดยเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นบริเวณ กม.53+7700 ขาเข้าชลบุรี พื้นที่ ต.ท่าข้าม อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา

รายละเอียดเหตุการณ์ กระบะยางระเบิด พลิกคว่ำบนมอเตอร์เวย์ ลังนมกระจายเกลื่อนถนน

จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยกู้ภัย พบรถกระบะตู้ทึบสีขาวในสภาพพลิกตะแคงขวางทุกช่องทางการจราจร โดยสาเหตุเบื้องต้นเกิดจากยางหลังฝั่งขวาเกิดระเบิดขึ้นในระหว่างขับขี่ ทำให้คนขับไม่สามารถควบคุมรถได้จนรถเสียหลักพลิกคว่ำ ส่งผลให้สินค้าประเภทนมที่บรรทุกมาเต็มคันรถกระจายเกลื่อนเต็มพื้นถนน สร้างความเดือดร้อนให้ผู้ร่วมทางอย่างยิ่ง

ผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์นี้คือ นายสิทธิกานต์ อายุ 23 ปี (คนขับ) และ น.ส.จุฑามาศ อายุ 25 ปี (ผู้โดยสาร) โดยฝ่ายหญิงถูกตัวรถทับขาจนเป็นแผลฉกรรจ์ เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องรีบใช้อุปกรณ์ตัดถ่างเพื่อช่วยเหลือและนำตัวส่งโรงพยาบาลจุฬารัตน์ 11 โดยด่วน

ข้อควรระวังเพื่อป้องกันอุบัติเหตุบนท้องถนน

อุบัติเหตุ กระบะยางระเบิด พลิกคว่ำบนมอเตอร์เวย์ ลังนมกระจายเกลื่อนถนน ในครั้งนี้ถือเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับผู้ขับขี่ทุกคน โดยเฉพาะผู้ที่ต้องเดินทางไกลหรือบรรทุกของหนัก เพื่อความปลอดภัยควรปฏิบัติดังนี้:

  • ตรวจสอบสภาพยางให้พร้อมใช้งานเสมอ ไม่ใช้ยางที่เสื่อมสภาพหรือดอกยางหมด
  • เช็กแรงดันลมยางก่อนออกเดินทางทุกครั้ง เพื่อป้องกันการระเบิดจากความร้อนสะสม
  • ไม่ควรบรรทุกน้ำหนักเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด เพราะจะส่งผลต่อการควบคุมรถ
  • ใช้ความเร็วตามกฎหมายกำหนด โดยเฉพาะบนทางด่วนหรือมอเตอร์เวย์
  • หากเกิดเหตุยางระเบิด ให้ตั้งสติ ห้ามเหยียบเบรกกะทันหัน ให้ค่อยๆ ผ่อนคันเร่งและประคองพวงมาลัยไว้

อุบัติเหตุเป็นสิ่งที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น การหมั่นดูแลรักษาสภาพรถยนต์ให้สมบูรณ์อยู่เสมอ คือเกราะป้องกันชีวิตที่ดีที่สุดสำหรับคุณและคนที่คุณรัก หวังว่าผู้บาดเจ็บทั้งสองรายจะมีอาการปลอดภัยในเร็ววันครับ

ที่มา – กระบะยางระเบิด พลิกคว่ำบนมอเตอร์เวย์ ลังนมกระจายเกลื่อนถนน ทำจราจรติดขัด

แม่น้ำยมสุโขทัย ระดับน้ำหน้าประตูระบายน้ำบ้านหาดสะพานจันทร์ลดปริมาณลงแล้ว

สวัสดีครับพี่น้องชาวสุโขทัยทุกท่าน วันนี้เรามีข่าวดีมาอัปเดตสถานการณ์น้ำในพื้นที่ของเรากันครับ หลังจากที่เราเฝ้าระวังกันมาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดสถานการณ์ แม่น้ำยมสุโขทัย ระดับน้ำหน้าประตูระบายน้ำบ้านหาดสะพานจันทร์ลดปริมาณลงแล้ว ซึ่งถือว่าเป็นสัญญาณที่ดีมากสำหรับพี่น้องเกษตรกรและประชาชนที่อาศัยอยู่ริมฝั่งน้ำครับ

สถานการณ์ แม่น้ำยมสุโขทัย ระดับน้ำหน้าประตูระบายน้ำบ้านหาดสะพานจันทร์ลดปริมาณลงแล้ว

จากการรายงานเมื่อช่วงเช้าวันที่ 13 สิงหาคมที่ผ่านมา ณ ประตูระบายน้ำบ้านหาดสะพานจันทร์ ต.ในเมือง อ.สวรรคโลก พบว่าระดับน้ำมีการเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน โดยระดับน้ำด้านหน้าประตูอยู่ที่ 62.47 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง (ม.รทก.) ในขณะที่ความลึกของน้ำลดลงเหลือ 10.16 เมตร จากเมื่อวานที่วัดได้ 10.97 เมตร นี่แสดงให้เห็นว่าปริมาณน้ำที่ไหลหลากมาจากจังหวัดแพร่นั้นเริ่มคลี่คลายลงตามลำดับครับ

สรุปภาพรวม แม่น้ำยมสุโขทัย ระดับน้ำหน้าประตูระบายน้ำบ้านหาดสะพานจันทร์ลดปริมาณลงแล้ว

การที่ปริมาณน้ำลดระดับลงส่งผลดีโดยตรงต่อพื้นที่ท้ายน้ำ ไม่ว่าจะเป็นอำเภอสวรรคโลก อำเภอศรีสำโรง และอำเภอเมืองสุโขทัย โดยข้อมูลสรุปสถานการณ์มีดังนี้ครับ:

  • ระดับน้ำด้านหน้าประตู: 62.47 ม.รทก.
  • ระดับน้ำด้านท้ายประตู: 56.66 ม.รทก.
  • อัตราการระบายน้ำ: 340 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
  • ความจุรวม: 15.796 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็น 103.24%

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าตัวเลขจะดูผ่อนคลายลง แต่เราก็ยังคงต้องติดตามข่าวสารจากทางราชการอย่างใกล้ชิด เพราะสภาพอากาศในช่วงฤดูฝนนั้นสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ทางทีมงานขอเป็นกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่ปฏิบัติงานอย่างหนักในการบริหารจัดการน้ำเพื่อให้พี่น้องประชาชนได้รับผลกระทบน้อยที่สุดครับ

สำหรับท่านที่อยู่อาศัยในพื้นที่ลุ่มต่ำ ควรหมั่นตรวจสอบความพร้อมของที่อยู่อาศัยและทรัพย์สินมีค่าอยู่เสมอ แม้ว่าวันนี้ระดับน้ำจะเริ่มลดลงแล้ว แต่การเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่ไม่คาดคิดเป็นสิ่งที่ไม่ควรละเลยครับ การร่วมมือร่วมใจกันติดตามข้อมูลข่าวสารจากหน่วยงานรัฐจะช่วยให้พวกเราก้าวผ่านฤดูกาลนี้ไปได้อย่างปลอดภัย

หากเพื่อนๆ มีข้อสงสัยหรืออยากแชร์สถานการณ์ในพื้นที่ของตัวเอง สามารถคอมเมนต์พูดคุยกันได้นะครับ เราหวังว่าสถานการณ์น้ำจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็ววันครับ

ที่มา – แม่น้ำยมสุโขทัย ระดับน้ำหน้าประตูระบายน้ำบ้านหาดสะพานจันทร์ลดปริมาณลงแล้ว

สภาพอากาศวันนี้ กรมอุตุฯ เตือนไทยยังมีฝนตกหนักบางแห่ง

สวัสดีครับทุกคน ช่วงนี้ต้องบอกเลยว่าใครที่ต้องเดินทางไปไหนมาไหนต้องเช็กสภาพอากาศกันให้ดีนะครับ เพราะล่าสุดทางกรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกมาแจ้งข่าวสำคัญเกี่ยวกับ สภาพอากาศวันนี้ กรมอุตุฯ เตือนไทยยังมีฝนตกหนักบางแห่ง ระวังอันตรายจากฝนตกสะสม ซึ่งถือเป็นเรื่องที่พวกเราทุกคนไม่ควรละเลยโดยเด็ดขาดครับ

สภาพอากาศวันนี้ กรมอุตุฯ เตือนไทยยังมีฝนตกหนักบางแห่ง

ในช่วงวันที่ 13-19 สิงหาคม 2569 ประเทศไทยของเรายังคงต้องเผชิญกับอิทธิพลของร่องมรสุมที่พาดผ่านตอนบนของภาคเหนือ ส่งผลให้หลายพื้นที่มีฝนตกชุกต่อเนื่อง โดยเฉพาะภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลาง และภาคตะวันออก ซึ่งการที่ สภาพอากาศวันนี้ กรมอุตุฯ เตือนไทยยังมีฝนตกหนักบางแห่ง ระวังอันตรายจากฝนตกสะสม นั้น ไม่ใช่เรื่องไกลตัวเลยครับ เพราะฝนที่ตกลงมาสะสมอาจนำไปสู่เหตุการณ์ไม่คาดฝันได้

ข้อควรระวังสำหรับพี่น้องประชาชนในพื้นที่เสี่ยง

หากคุณอาศัยอยู่ในบริเวณพื้นที่ลาดเชิงเขา ใกล้ทางน้ำไหลผ่าน หรือพื้นที่ลุ่มต่ำ ต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษนะครับ เพราะมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้ตลอดเวลา การติดตามข่าวสารเกี่ยวกับ สภาพอากาศวันนี้ กรมอุตุฯ เตือนไทยยังมีฝนตกหนักบางแห่ง ระวังอันตรายจากฝนตกสะสม อย่างใกล้ชิด จะช่วยให้เราเตรียมตัวรับมือได้ทันท่วงทีครับ

  • หมั่นสังเกตระดับน้ำในพื้นที่ใกล้บ้าน
  • เตรียมอุปกรณ์สำคัญให้พร้อมหากต้องมีการอพยพ
  • หลีกเลี่ยงการเดินทางผ่านเส้นทางที่มีน้ำท่วมขังสูง
  • ติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างต่อเนื่อง

นอกจากเรื่องฝนแล้ว สำหรับใครที่ต้องใช้การสัญจรทางน้ำก็ต้องระวังเรื่องคลื่นลมแรงด้วยนะครับ โดยเฉพาะทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบนที่อาจมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ชาวเรือควรตรวจสอบความพร้อมก่อนออกจากฝั่งและงดเดินเรือในจุดที่มีฝนฟ้าคะนอง เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินครับ

สุดท้ายนี้ ผมอยากฝากไว้ว่าสภาพอากาศช่วงหน้าฝนมีความแปรปรวนสูง การป้องกันตัวเองและเตรียมพร้อมรับมือเป็นสิ่งที่ดีที่สุด ขอให้ทุกคนรักษาสุขภาพและเดินทางด้วยความระมัดระวังในช่วงที่มีฝนตกหนักกันด้วยนะครับ

ที่มา – สภาพอากาศวันนี้ กรมอุตุฯ เตือนไทยยังมีฝนตกหนักบางแห่ง ระวังอันตรายจากฝนตกสะสม

ราคาน้ำมันวันนี้ 13 สิงหาคม 2569 อัปเดตล่าสุด เบนซิน-ดีเซล

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้เรามาเช็กสถานการณ์พลังงานกันหน่อย สำหรับใครที่ต้องใช้รถใช้ถนนเป็นประจำ การตรวจสอบ ราคาน้ำมันวันนี้ 13 สิงหาคม 2569 อัปเดตล่าสุด “เบนซิน-ดีเซล” ลิตรละกี่บาท ถือเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะช่วยให้เราวางแผนการเดินทางและบริหารค่าใช้จ่ายในแต่ละวันได้อย่างแม่นยำครับ

ในวันนี้ราคาในแต่ละสถานีบริการน้ำมันหลักๆ ของไทย ไม่ว่าจะเป็น ปตท., บางจาก, เชลล์, พีที, ซัสโก้ และคาลเท็กซ์ มีการขยับปรับเปลี่ยนอย่างไรบ้าง ผมได้รวบรวมข้อมูลมาให้เพื่อนๆ ได้ดูกันแบบครบจบในที่เดียว เพื่อให้ทุกคนไม่พลาดข้อมูลสำคัญในการเติมน้ำมันครับ

ราคาน้ำมันวันนี้ 13 สิงหาคม 2569 อัปเดตล่าสุด “เบนซิน-ดีเซล” ลิตรละกี่บาท

การติดตาม ราคาน้ำมันวันนี้ 13 สิงหาคม 2569 อัปเดตล่าสุด “เบนซิน-ดีเซล” ลิตรละกี่บาท จะช่วยให้คุณตัดสินใจได้ว่าจะเลือกเติมที่ปั๊มไหนหรือสูตรไหนถึงจะคุ้มค่าที่สุด โดยเฉพาะในช่วงที่ราคามีความผันผวนอย่างต่อเนื่องครับ

สรุปราคาน้ำมันรายปั๊มประจำวัน

บางจาก: ดีเซลอยู่ที่ 37.54 บาทต่อลิตร ส่วนแก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ 36.84 บาทต่อลิตร

ปตท.: ดีเซลอยู่ที่ 37.54 บาทต่อลิตร และเบนซิน 95 อยู่ที่ 45.83 บาทต่อลิตร

เชลล์: ดีเซลอยู่ที่ 37.54 บาทต่อลิตร และแก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ 37.34 บาทต่อลิตร

พีที: แก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ 36.84 บาทต่อลิตร และดีเซล 37.54 บาทต่อลิตร

ซัสโก้และคาลเท็กซ์: ราคาอยู่ในระดับใกล้เคียงกัน โดยกลุ่มดีเซลอยู่ที่ 37.54 บาทต่อลิตร

สำหรับเพื่อนๆ ที่ใช้รถยนต์เครื่องยนต์ดีเซลหรือเบนซิน ควรหมั่นตรวจสอบ ราคาน้ำมันวันนี้ 13 สิงหาคม 2569 อัปเดตล่าสุด “เบนซิน-ดีเซล” ลิตรละกี่บาท ก่อนเข้าใช้บริการทุกครั้ง เพราะราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามประกาศจากผู้ค้าน้ำมัน โดยราคานี้ยังเป็นราคาหน้าปั๊มที่รวมภาษีสรรพสามิตแล้ว แต่อาจจะมีการบวกภาษีบำรุงท้องถิ่นเพิ่มเติมในบางพื้นที่ครับ

ในมุมมองของผม การติดตามราคาน้ำมันอย่างสม่ำเสมอไม่ได้ช่วยแค่เรื่องประหยัดเงินในกระเป๋าเท่านั้น แต่ยังทำให้เราเห็นทิศทางของค่าครองชีพ ซึ่งสำคัญมากต่อการบริหารการเงินส่วนบุคคลในระยะยาว หวังว่าข้อมูลนี้จะเป็นประโยชน์ต่อการเดินทางของคุณในวันนี้ครับ เดินทางปลอดภัยและอย่าลืมเช็กน้ำมันก่อนออกเดินทางนะครับ!

ที่มา – ราคาน้ำมันวันนี้ 13 สิงหาคม 2569 อัปเดตล่าสุด “เบนซิน-ดีเซล” ลิตรละกี่บาท

ไฟป่าอินโดฯ เผาวอดกว่า 6.6 แสนไร่ หมอกควันลามไปมาเลเซีย

เชื่อว่าหลายคนคงได้ยินข่าวเกี่ยวกับสถานการณ์ไฟป่าที่กำลังลุกลามอย่างหนักในประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งส่งผลกระทบเป็นวงกว้างไม่เพียงแค่ในประเทศเท่านั้น แต่ยังข้ามพรมแดนไปถึงเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซียด้วย วันนี้เรามาอัปเดตสถานการณ์ล่าสุดของ ไฟป่าอินโดฯ เผาวอดกว่า 6.6 แสนไร่ หมอกควันลามไปมาเลเซีย โรงเรียนต้องหยุดการเรียนการสอน กันครับว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง

สถานการณ์วิกฤต: ไฟป่าอินโดฯ เผาวอดกว่า 6.6 แสนไร่ หมอกควันลามไปมาเลเซีย

นับตั้งแต่ช่วงต้นปี 2569 เป็นต้นมา อินโดนีเซียต้องเผชิญกับวิกฤตไฟป่าครั้งใหญ่ โดยพื้นที่ป่าถูกเผาทำลายไปแล้วกว่า 668,750 ไร่ รัฐบาลอินโดนีเซียได้เร่งระดมกำลังเจ้าหน้าที่และใช้อากาศยานกว่า 58 ลำ ทั้งเฮลิคอปเตอร์และเครื่องบินทำฝนเทียมเพื่อยับยั้งความเสียหาย โดยเฉพาะใน 6 จังหวัดเสี่ยงภัย เช่น เรียว จัมบี และพื้นที่ในกาลิมันตัน ซึ่งเป็นป่าพรุที่ติดไฟได้ง่ายมากในช่วงฤดูแล้ง

สาเหตุและผลกระทบของ ไฟป่าอินโดฯ เผาวอดกว่า 6.6 แสนไร่ หมอกควันลามไปมาเลเซีย

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้สถานการณ์ลุกลามเกินควบคุมมาจากหลายสาเหตุครับ:

  • ปรากฏการณ์เอลนีโญ: ส่งผลให้เกิดฤดูร้อนและฤดูแล้งที่ยาวนานกว่าปกติ ทำให้พื้นดินแห้งแล้งอย่างรุนแรง
  • กิจกรรมของมนุษย์: การแผ้วถางพื้นที่ป่าเพื่อทำการเกษตรและอุตสาหกรรมด้วยการเผา ยังคงเป็นปัญหาเรื้อรัง
  • ไฟป่าข้ามพรมแดน: หมอกควันพิษที่เกิดจากการเผาไหม้ลอยข้ามพรมแดนไปกระทบคุณภาพอากาศในรัฐซาราวัก ประเทศมาเลเซีย ส่งผลให้เด็กนักเรียนต้องหยุดเรียนเพื่อป้องกันสุขภาพ

สถานการณ์ที่เกิดขึ้นนี้เป็นสัญญาณเตือนภัยธรรมชาติที่สำคัญให้กับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของเรา การบริหารจัดการทรัพยากรและการควบคุมการเผาป่าต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างประเทศอย่างจริงจัง เพื่อไม่ให้ปัญหาหมอกควันข้ามพรมแดนกลายเป็นเรื่องปกติในทุกฤดูแล้ง พวกเราทุกคนควรตระหนักถึงการดูแลสิ่งแวดล้อมและช่วยกันเป็นหูเป็นตาเพื่อลดปัจจัยเสี่ยงที่อาจก่อให้เกิดไฟป่าได้ในอนาคต

ที่มา – ไฟป่าอินโดฯ เผาวอดกว่า 6.6 แสนไร่ หมอกควันลามไปมาเลเซีย โรงเรียนต้องหยุดการเรียนการสอน

ชาวยุโรปนับล้านคน ชมสุริยุปราคาเต็มดวงครั้งประวัติศาสตร์

เชื่อว่าหลายคนคงตื่นเต้นไม่น้อยกับปรากฏการณ์ดาราศาสตร์ครั้งใหญ่ เมื่อชาวยุโรปนับล้านคน ชมสุริยุปราคาเต็มดวงครั้งประวัติศาสตร์ ที่เพิ่งผ่านพ้นไปเมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นเหตุการณ์ที่หาดูได้ยากและสร้างความประทับใจให้กับผู้คนทั่วทั้งยุโรปอย่างมาก

ชาวยุโรปนับล้านคน ชมสุริยุปราคาเต็มดวงครั้งประวัติศาสตร์

เหตุการณ์นี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อเงาดวงจันทร์เคลื่อนพาดผ่านแถบอาร์กติก กรีนแลนด์ และไอซ์แลนด์ ก่อนจะมุ่งหน้าสู่คาบสมุทรไอบีเรีย ความน่าสนใจของปรากฏการณ์นี้คือแนวคราสเต็มดวงที่กว้างถึง 290 กิโลเมตร ทำให้หลายพื้นที่ได้รับชมความมืดมิดในยามกลางวันนานถึง 2 นาทีเต็มๆ ซึ่งเป็นภาพที่สะกดสายตาผู้คนนับล้านที่เฝ้ารอคอย

ปรากฏการณ์ดาราศาสตร์ที่โลกต้องจารึก

นอกจากบรรยากาศความตื่นเต้นแล้ว สเปนยังเป็นจุดที่ได้รับความสนใจมากที่สุด เนื่องจากเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 100 ปีที่ชาวสเปนได้เห็นสุริยุปราคาเต็มดวงจากพื้นที่ภาคพื้นทวีป ทำให้ผู้คนแห่กันไปจองจุดชมวิวกันอย่างคึกคัก ในขณะที่พื้นที่อื่นๆ อย่างอังกฤษ ฝรั่งเศส และโปรตุเกส ต่างก็ได้เห็นปรากฏการณ์สุริยุปราคาบางส่วนที่ทำให้ท้องฟ้าหม่นแสงลงอย่างเห็นได้ชัด

ความพิเศษของการที่ชาวยุโรปนับล้านคน ชมสุริยุปราคาเต็มดวงครั้งประวัติศาสตร์ครั้งนี้ ยังรวมไปถึง:

  • การสังเกตพฤติกรรมสัตว์ที่สับสนช่วงกลางวันและกลางคืน
  • การเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิที่ลดลงอย่างฉับพลันในขณะที่ดวงอาทิตย์ถูกบดบัง
  • กิจกรรมสร้างสรรค์ เช่น การประดิษฐ์กล่องรูเข็มเพื่อดูสุริยุปราคาอย่างปลอดภัย

ที่เยอรมนี ผู้คนนับพันพากันไปปิกนิกที่สนามบินเทมเพลฮอฟ บรรยากาศเต็มไปด้วยรอยยิ้มและการแบ่งปันแว่นตาสำหรับชมดวงอาทิตย์ การที่ผู้คนจากหลากหลายวัยหันมาสนใจดาราศาสตร์ด้วยกันเช่นนี้ นับเป็นเรื่องราวดีๆ ที่เชื่อมโยงผู้คนเข้าด้วยกันผ่านปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ

สุดท้ายนี้ หากคุณพลาดชมเหตุการณ์ครั้งนี้ไป ก็ไม่ต้องเสียใจไปนะครับ เพราะนี่คือบทเรียนที่เตือนให้เราเห็นว่าธรรมชาติมีความมหัศจรรย์เพียงใด การเฝ้ารอชมปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์เป็นกิจกรรมที่ทำให้เราได้หยุดพักจากชีวิตที่วุ่นวายและกลับมาดื่มด่ำกับความสวยงามของจักรวาลกันบ้าง แล้วในอนาคตจะมีปรากฏการณ์อะไรให้เราได้ตื่นเต้นอีก อย่าลืมติดตามข่าวสารดาราศาสตร์กันไว้นะครับ!

ที่มา – ชาวยุโรปนับล้านคน ชมสุริยุปราคาเต็มดวงครั้งประวัติศาสตร์

Scroll to top