ข่าวสิงโต

เปิดสภาพ! **5 สิงโต ถูกขังกรง** หลังขย้ำคน

จากเหตุการณ์สุดสลดที่สวนสัตว์ซาฟารีเวิลด์ เมื่อเจ้าหน้าที่ถูกฝูงสิงโตทำร้ายจนเสียชีวิต ทำให้เกิดคำถามมากมายเกี่ยวกับมาตรการความปลอดภัย และสวัสดิภาพของสัตว์ ล่าสุดมีการเปิดเผยสภาพของ 5 สิงโต ถูกขังกรง ซึ่งเป็นสิงโตที่ก่อเหตุ และสิงโตที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียง เพื่อปรับพฤติกรรม

เปิดสภาพ 5 สิงโต ถูกขังกรง หลังขย้ำเจ้าหน้าที่

หลังเกิดเหตุการณ์น่าเศร้าเมื่อวันที่ 11 กันยายน 2566 ที่นายเจียน อายุ 58 ปี เจ้าหน้าที่สวนสัตว์ซาฟารีเวิลด์ ถูกฝูงสิงโตขย้ำเสียชีวิตต่อหน้านักท่องเที่ยว กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้สั่งปิดโซนซาฟารีชั่วคราว และส่งทีมปฏิบัติการพิเศษเหยี่ยวดงเข้าตรวจสอบพื้นที่

การตรวจสอบมุ่งเน้นไปที่สภาพกรงที่อยู่อาศัย แผนเผชิญเหตุของเจ้าหน้าที่สวนสัตว์ และแนวทางการแก้ไขปัญหาด้านความปลอดภัย รวมถึงการพิจารณาเอาผิดผู้เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ยังมีการเก็บวัตถุพยานในที่เกิดเหตุเพื่อตรวจพิสูจน์หาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริง

จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่าสวนสัตว์อาจต้องแก้ไขปรับปรุงในหลายส่วน เช่น การติดตั้งกล้องบนรถของเจ้าหน้าที่ การเพิ่มแผงเหล็กกั้น และชุดป้องกันที่รัดกุมยิ่งขึ้น

ทางด้านคดีความ พนักงานสอบสวน สน.คันนายาว ได้สอบปากคำพยานที่เกี่ยวข้องไปแล้ว 4 ปาก และจะมีการสอบปากคำเพิ่มเติม รวมถึงขอคำแนะนำจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมอุทยานแห่งชาติฯ เพื่อประกอบแนวทางการทำคดี

สภาพความเป็นอยู่ของ 5 สิงโต ถูกขังกรง

หลังเกิดเหตุ สวนสัตว์ซาฟารีเวิลด์ได้นำ 5 สิงโต ถูกขังกรง รวมกับสิงโตอีก 2 ตัว ที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียง เพื่อให้สัตว์เข้าใจว่าไม่ควรทำร้ายมนุษย์ อย่างไรก็ตาม ทางสวนสัตว์จะมีการปรับปรุงกรงให้มีขนาดใหญ่ขึ้นเพื่อลดความเครียดของสิงโต

การนำสิงโตมาขังรวมกัน เป็นมาตรการหนึ่งที่สวนสัตว์ใช้ในการจัดการกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือการทบทวนมาตรการความปลอดภัยทั้งหมด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีกในอนาคต

แม้ว่าจะไม่มีภาพจากกล้องวงจรปิดในจุดเกิดเหตุ แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งรวบรวมข้อมูลจากทุกฝ่ายเพื่อพิจารณาแนวทางการดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นบทเรียนราคาแพงที่ทุกฝ่ายต้องตระหนักถึงความสำคัญของความปลอดภัย และการอยู่ร่วมกันอย่างปลอดภัยระหว่างมนุษย์และสัตว์ การปรับปรุงมาตรการต่างๆ และการให้ความรู้แก่เจ้าหน้าที่อย่างสม่ำเสมอ เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง

ดังนั้น การที่ **5 สิงโต ถูกขังกรง** เป็นเพียงมาตรการชั่วคราว สิ่งที่สำคัญกว่าคือการสร้างระบบความปลอดภัยที่ยั่งยืน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดโศกนาฏกรรมเช่นนี้อีก

การพิจารณาถึงสวัสดิภาพของสัตว์ควบคู่ไปกับความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่และนักท่องเที่ยวเป็นสิ่งที่ไม่สามารถละเลยได้ การให้ความสำคัญกับทั้งสองส่วนนี้ จะช่วยสร้างความมั่นใจ และความเชื่อมั่นให้กับผู้ที่เกี่ยวข้องทุกคน

ที่มา – เปิดสภาพ 5 สิงโต ถูกขังกรง หลังขย้ำเจ้าหน้าที่ซาฟารีฯ เสียชีวิต

กรมอุทยานฯ สั่งกักตัว 5 สิงโต ปรับพฤติกรรม

(ภาพประกอบเนื้อข่าว)

“กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช” สั่งกักตัว 5 สิงโต ทำร้ายเจ้าหน้าที่สวนสัตว์ เพื่อปรับพฤติกรรม หากปล่อยให้เคยชินกับการทำร้ายมนุษย์ จะยิ่งเป็นอันตรายในอนาคต

วันที่ 11 ก.ย. 2568 ที่อาคารสืบนาคเสถียร ชั้น 12 กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เผยว่า จากภาพข่าวและข้อมูลที่ได้รับรายงานพบว่าสิงโตทั้งหมดได้จู่โจมกัดเจ้าหน้าที่จนบาดเจ็บสาหัส ก่อนถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล แต่ไม่สามารถยื้อชีวิตไว้ได้นั้น

อธิบดีกรมอุทยานฯ กล่าวว่า หลังเกิดเหตุทางกรมอุทยานฯ จะต้องเข้มงวดมาตรการความปลอดภัยมากขึ้น โดยในเบื้องต้นสั่งปิดพื้นที่โซนสัตว์ดุร้ายทันที เพื่อตรวจสอบทุกด้าน ทั้งความแข็งแรงของกรงและพื้นที่ป้องกันไม่ให้สัตว์หลุดออกมา รวมถึงมาตรการดูแลนักท่องเที่ยวและเจ้าหน้าที่ว่าจะมีความพร้อมเพียงพอหรือไม่ เช่น การจัดหาอุปกรณ์ช่วยเหลือฉุกเฉิน การมีชุดปฏิบัติการเคลื่อนที่เร็ว รวมถึงการเตรียมอุปกรณ์หยุดยั้งสัตว์ เช่น กระบองไฟฟ้า ปืนยิงยาสลบ หรืออุปกรณ์ควบคุมอื่นๆ

จากเหตุการณ์ครั้งนี้ใช้เวลานานกว่าจะเข้าช่วยเหลือผู้เสียชีวิตได้ ถือเป็นบทเรียนที่ต้องปรับปรุง ต้องมีการกำหนดบัดดี้และอุปกรณ์ความปลอดภัยที่เพียงพอ เพราะหากไม่ใช่เจ้าหน้าที่ แต่เป็นนักท่องเที่ยวที่ถูกทำร้าย ผลกระทบจะรุนแรงยิ่งกว่า

พร้อมกันนี้ยังสั่งการให้ตรวจสอบการครอบครองสัตว์ป่าดุร้ายทั่วประเทศ โดยสัตว์ต้องถูกเลี้ยงในกรงที่ได้มาตรฐาน หากพบเลี้ยงผิดเงื่อนไขหรือไม่ได้แจ้งจดทะเบียน จะต้องดำเนินคดีทั้งทางอาญาและแพ่ง รวมถึงอาจยึดสัตว์ไปดูแลต่อที่กรมอุทยานฯ ซึ่งผู้ครอบครองต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด

ปัจจุบันมีสัตว์ป่าที่ขึ้นทะเบียนกับกรมอุทยานฯ กว่า 620 ตัว และตั้งแต่ปี 2567 ได้มีคำสั่งห้ามนำเข้าสัตว์ป่าดุร้ายเพิ่มเติม เนื่องจากเพียงพอต่อการเพาะเลี้ยงในประเทศแล้ว

ส่วนกรณีสิงโตที่ก่อเหตุ 5 ตัวนั้น ขณะนี้ถูกกักตัว 5 สิงโตไว้ก่อน เพื่อปรับพฤติกรรม เนื่องจากหากปล่อยให้เคยชินกับการทำร้ายมนุษย์ จะยิ่งเป็นอันตรายในอนาคต โดยจะต้องประเมินอย่างรอบคอบว่าจะสามารถนำกลับมาแสดงต่อสาธารณะได้หรือไม่

สำหรับเหตุการณ์ครั้งนี้ อาจเกิดจากความประมาทของเจ้าหน้าที่เองที่ลงจากรถเข้าใกล้สัตว์ แม้จะคุ้นเคยหรือดูแลสัตว์เหล่านี้มานาน แต่ก็ไม่ควรประมาท เพราะสัตว์ป่าย่อมมีสัญชาตญาณนักล่าเสมอ หลังจากนี้จะเข้มงวดมากขึ้น โดยเฉพาะกิจกรรมที่ให้นักท่องเที่ยวใกล้ชิดสัตว์ดุร้าย เช่น การถ่ายรูปหรือการให้อาหาร จะต้องกำหนดมาตรฐานความปลอดภัยที่ชัดเจน หากทำไม่ได้ตามเกณฑ์ก็ต้องยกเลิก

ทั้งนี้ ทางกรมอุทยานยังย้ำว่า ทุกสวนสัตว์จำเป็นต้องมีการซ้อมแผนความปลอดภัยตามระเบียบที่กรมอุทยานฯ กำหนด และจะมีเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบต่อเนื่อง เพื่อป้องกันโศกนาฏกรรมลักษณะนี้ไม่ให้เกิดซ้ำอีก.

กรมอุทยานฯ สั่งกักตัว 5 สิงโต เพื่อปรับพฤติกรรม หวั่นชินกับการทำร้ายมนุษย์

จากเหตุการณ์สลดที่เกิดขึ้น ทำให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ต้องทบทวนมาตรการความปลอดภัยอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอย และเพื่อความปลอดภัยของทั้งเจ้าหน้าที่และนักท่องเที่ยวที่เข้าชมสวนสัตว์ทั่วประเทศ การกักตัว 5 สิงโตครั้งนี้ จึงเป็นมาตรการที่จำเป็น เพื่อประเมินพฤติกรรมและหาแนวทางแก้ไขที่เหมาะสม

ทำไมต้องกักตัวสิงโต?

การกักตัว 5 สิงโต มีจุดประสงค์หลักเพื่อปรับพฤติกรรมของสัตว์ที่อาจเป็นอันตรายต่อมนุษย์ การปล่อยให้สิงโตที่เคยทำร้ายคนกลับไปอยู่ในสภาพแวดล้อมเดิม อาจนำไปสู่การเกิดเหตุการณ์ซ้ำได้ การกักตัวจะช่วยให้เจ้าหน้าที่ได้ศึกษาพฤติกรรมของสิงโตอย่างใกล้ชิด และหาวิธีแก้ไขพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์

  • ประเมินพฤติกรรม: สังเกตและวิเคราะห์พฤติกรรมของสิงโต
  • ปรับพฤติกรรม: ฝึกให้สิงโตตอบสนองต่อคำสั่งและลดความก้าวร้าว
  • วางแผนการจัดการ: กำหนดแนวทางการดูแลสิงโตในระยะยาว

นอกจากนี้ การกักตัวยังเป็นโอกาสให้กรมอุทยานฯ ทบทวนมาตรฐานความปลอดภัยของสวนสัตว์ทั่วประเทศ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ทำนองนี้ขึ้นอีก

มาตรการความปลอดภัยที่เข้มงวดขึ้น

หลังเกิดเหตุการณ์ กรมอุทยานฯ ได้ออกมาตรการความปลอดภัยที่เข้มงวดขึ้นในหลายด้าน ได้แก่:

  • ตรวจสอบความแข็งแรงของกรงและพื้นที่ป้องกัน
  • จัดหาอุปกรณ์ช่วยเหลือฉุกเฉินและชุดปฏิบัติการเคลื่อนที่เร็ว
  • เตรียมอุปกรณ์หยุดยั้งสัตว์ เช่น กระบองไฟฟ้าและปืนยิงยาสลบ
  • ทบทวนแผนความปลอดภัยและฝึกซ้อมอย่างสม่ำเสมอ
  • ตรวจสอบการครอบครองสัตว์ป่าดุร้ายทั่วประเทศ

มาตรการเหล่านี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อลดความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุ และสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยวและเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานในสวนสัตว์

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเครื่องเตือนใจว่า การดูแลสัตว์ป่า โดยเฉพาะสัตว์ดุร้าย ต้องมีความระมัดระวังและความรอบคอบอย่างยิ่ง ความปลอดภัยต้องมาเป็นอันดับแรกเสมอ และทุกฝ่ายต้องร่วมมือกันเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน

ที่มา – กรมอุทยานฯ สั่งกักตัว 5 สิงโต เพื่อปรับพฤติกรรม หวั่นชินกับการทำร้ายมนุษย์

“ซาฟารีเวิลด์” เปิดปกติ! ปิดโซนสัตว์ดุ

“ซาฟารีเวิลด์” กลับมาเปิดให้บริการ Safari Park และ Marine Park ตามปกติแล้วค่ะ แต่จะมีการปิดให้บริการชั่วคราวเฉพาะโซนสัตว์ดุร้ายอย่าง “สิงโตและเสือ” เท่านั้น เพื่อดำเนินการปรับปรุงและยกระดับความปลอดภัย

ก่อนหน้านี้ เกิดเหตุการณ์ที่น่าเศร้าเมื่อเจ้าหน้าที่ดูแลสัตว์เสียชีวิตจากเหตุสิงโตทำร้ายภายในสวนสัตว์ซาฟารีเวิลด์ เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2568 ซึ่งทางกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้สั่งการให้พักการให้บริการในโซนสัตว์ดุร้ายเป็นการชั่วคราว และให้ทางสวนสัตว์เร่งจัดทำแผนมาตรการความปลอดภัยใหม่ เพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยให้สูงที่สุด

ล่าสุดเมื่อวันที่ 11 กันยายน 2568 ทางเฟซบุ๊ก Safari World ได้ออกมาประกาศอย่างเป็นทางการว่า “ซาฟารีเวิลด์ขอแจ้งให้ทราบว่า Safari Park และ Marine Park ยังคงเปิดให้บริการตามปกติ ทั้งนี้จะมีการปิดชั่วคราวเฉพาะโซนสัตว์ดุร้าย (สิงโต/เสือ) เพื่อดำเนินการปรับปรุง และดูแลความปลอดภัยของสัตว์ ขออภัยในความไม่สะดวก และขอบคุณทุกท่านที่เข้าใจ และให้การสนับสนุนเสมอมา บริษัท ซาฟารีเวิลด์ จำกัด (มหาชน)”

“ซาฟารีเวิลด์” เปิดให้บริการตามปกติ ปิดชั่วคราวเฉพาะโซนสัตว์ดุร้าย

สรุปง่ายๆ คือ ตอนนี้ใครที่อยากไปเที่ยวซาฟารีเวิลด์ สามารถไปได้ตามปกติเลยนะคะ แต่ว่าจะไม่สามารถเข้าชมในส่วนของโซนสัตว์ดุร้ายได้เท่านั้นเอง ทางซาฟารีเวิลด์กำลังเร่งดำเนินการปรับปรุงและดูแลความปลอดภัยอย่างเต็มที่ เพื่อให้มั่นใจว่าทั้งสัตว์และผู้เข้าชมจะได้รับความปลอดภัยสูงสุด

รายละเอียดการเปิดให้บริการ “ซาฟารีเวิลด์” ในปัจจุบัน

  • Safari Park: เปิดให้บริการตามปกติ
  • Marine Park: เปิดให้บริการตามปกติ
  • โซนสัตว์ดุร้าย (สิงโต/เสือ): ปิดให้บริการชั่วคราว

สำหรับใครที่วางแผนจะไปเที่ยว อย่าลืมตรวจสอบข้อมูลและรายละเอียดการเปิดให้บริการอีกครั้งก่อนเดินทางนะคะ เพื่อให้การเดินทางไปเที่ยว “ซาฟารีเวิลด์” เป็นไปอย่างราบรื่นและสนุกสนาน! การที่ “ซาฟารีเวิลด์” ตัดสินใจปิดโซนสัตว์ดุร้ายเป็นการชั่วคราว แสดงให้เห็นถึงความรับผิดชอบและความใส่ใจในความปลอดภัยของผู้เข้าชมทุกคน เป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องแล้ว เพื่อเป็นการป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต และสร้างความมั่นใจให้กับผู้ที่ต้องการมาเยี่ยมชมสถานที่แห่งนี้ว่าได้รับการดูแลและความปลอดภัยอย่างเต็มที่

ทางซาฟารีเวิลด์เองก็คงไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์ที่น่าเศร้าเช่นนี้ขึ้นอีก ดังนั้นการปรับปรุงและยกระดับมาตรการความปลอดภัยจึงเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง พวกเราก็ขอเป็นกำลังใจให้ทางซาฟารีเวิลด์สามารถดำเนินการปรับปรุงได้โดยเร็ว และกลับมาเปิดให้บริการโซนสัตว์ดุร้ายได้อีกครั้งในอนาคตอันใกล้นี้

และสำหรับผู้ที่กำลังจะเดินทางไปท่องเที่ยวที่ “ซาฟารีเวิลด์” ก็ขอให้สนุกกับการชมสัตว์นานาชนิดในส่วนที่เปิดให้บริการตามปกตินะคะ รับรองว่ายังมีสัตว์น่ารักๆ และโชว์ที่ตื่นตาตื่นใจรออยู่อีกมากมาย

ที่มา – “ซาฟารีเวิลด์” แจ้งเปิดให้บริการตามปกติ ปิดชั่วคราวเฉพาะโซนสัตว์ดุร้าย

ซาฟารีเวิลด์เสียใจ สิงโตรุมขย้ำเจ้าหน้าที่ เร่งเยียวยา

ซาฟารีเวิลด์เสียใจ สิงโตรุมขย้ำเจ้าหน้าที่ เสียชีวิต พร้อมเร่งเยียวยาและเสริมมาตรการความปลอดภัย บริษัทออกแถลงการณ์แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่เกิดขึ้น และขอยืนยันว่าจะให้ความสำคัญสูงสุดต่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวและพนักงานทุกคน

จากเหตุการณ์สลดใจเมื่อวันที่ 10 กันยายน 2568 เวลาประมาณ 10.00 น. เกิดเหตุสิงโตรุมขย้ำเจ้าหน้าที่สวนสัตว์ซาฟารีเวิลด์ บริเวณถนนปัญญา-อินทรา แขวงสามวาตะวันตก เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ชายชื่อเล่นว่า เจียน อายุประมาณ 50 ปี ได้รับบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิตในเวลาต่อมา สร้างความเสียใจแก่ผู้บริหารและเพื่อนร่วมงานเป็นอย่างยิ่ง

ซาฟารีเวิลด์เสียใจ สิงโตรุมขย้ำเจ้าหน้าที่

หลังเกิดเหตุการณ์ ซาฟารีเวิลด์เสียใจ สิงโตรุมขย้ำเจ้าหน้าที่ ได้โพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊กแฟนเพจ Safari World เพื่อแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต และยืนยันว่าจะให้การดูแลและสนับสนุนครอบครัวอย่างเต็มที่ นอกจากนี้ ทางบริษัทฯ ยังได้ทำการตรวจสอบสิงโตและสัตว์ทุกชนิด เพื่อให้มั่นใจว่าอยู่ในสภาวะปกติและได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดจากทีมผู้เชี่ยวชาญ

ทางบริษัทฯ ขอยืนยันว่าตลอดระยะเวลากว่า 40 ปีที่ผ่านมา ไม่เคยเกิดเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อน และให้ความสำคัญสูงสุดต่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวและพนักงานทุกคน โดยเน้นย้ำเรื่องการไม่ลงจากรถระหว่างการเที่ยวชมสวนสัตว์เปิด โดยเฉพาะในโซนสัตว์ดุร้าย เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้น

มาตรการเร่งด่วนหลังเกิดเหตุ สิงโตรุมขย้ำเจ้าหน้าที่

ซาฟารีเวิลด์เสียใจ สิงโตรุมขย้ำเจ้าหน้าที่ และได้ดำเนินการตรวจสอบและเสริมมาตรการด้านความปลอดภัยอย่างเร่งด่วน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้ขึ้นอีกในอนาคต โดยมาตรการที่กำลังดำเนินการ ได้แก่

  • ทบทวนและปรับปรุงระเบียบปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการดูแลสัตว์
  • เพิ่มความถี่ในการตรวจสอบความแข็งแรงของรั้วและสิ่งกีดขวางต่างๆ
  • ติดตั้งกล้องวงจรปิดเพิ่มเติมในพื้นที่เสี่ยง
  • จัดอบรมและฝึกซ้อมแผนฉุกเฉินให้กับพนักงานทุกคน

ทางบริษัทฯ ขอให้คำมั่นสัญญาว่าจะดำเนินการทุกวิถีทางเพื่อสร้างความมั่นใจในความปลอดภัยให้แก่ทั้งนักท่องเที่ยวและพนักงาน และขอขอบคุณทุกท่านที่ให้ความไว้วางใจและสนับสนุนซาฟารีเวิลด์มาโดยตลอด

ซาฟารีเวิลด์เป็นสวนสัตว์เปิดที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติมาอย่างยาวนาน การเกิดเหตุการณ์ ซาฟารีเวิลด์เสียใจ สิงโตรุมขย้ำเจ้าหน้าที่ ในครั้งนี้ ถือเป็นบทเรียนสำคัญที่ทำให้ทางบริษัทฯ ต้องกลับมาทบทวนและปรับปรุงมาตรการความปลอดภัยให้เข้มงวดยิ่งขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เศร้าสลดเช่นนี้อีกในอนาคต

เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจให้เราทุกคนตระหนักถึงอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้เสมอ แม้ในสถานที่ที่เราคิดว่าปลอดภัย ดังนั้น การปฏิบัติตามกฎระเบียบและคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัดจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด เพื่อความปลอดภัยของตัวเราเองและผู้อื่น

เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าซาฟารีเวิลด์จะสามารถก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปได้ และกลับมาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สร้างความสุขและความประทับใจให้กับทุกๆ คนได้อีกครั้ง

ที่มา – ซาฟารีเวิลด์ เสียใจอุบัติเหตุสิงโตรุมขย้ำเจ้าหน้าที่ เร่งเสริมมาตรการความปลอดภัย

สลด! เจ้าหน้าที่โดนสิงโตขย้ำ เสียชีวิตก่อนถึง รพ.

ข่าวเศร้าสะเทือนใจ! เจ้าหน้าที่โดนสิงโตขย้ำ เสียชีวิตก่อนมาถึง รพ. แพทย์เผยพยายามช่วยชีวิตแต่สุดยื้อ บาดแผลฉกรรจ์หลายแห่ง เตรียมส่งชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริง

เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2568 เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น เมื่อเจ้าหน้าที่สวนสัตว์ถูกสิงโตรุมขย้ำจนได้รับบาดเจ็บสาหัส ภายในสวนสัตว์เปิด (ซาฟารีปาร์ค) สวนสัตว์ซาฟารีเวิลด์ ถนนปัญญา-อินทรา แขวงสามวาตะวันตก เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ ผู้เคราะห์ร้ายรายนี้คือ นายเจียน อายุ 58 ปี หลังเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว เจ้าหน้าที่เร่งนำตัวส่งโรงพยาบาลอินทรารัตน์อย่างเร่งด่วน

เจ้าหน้าที่โดนสิงโตขย้ำ เสียชีวิตก่อนมาถึง รพ.

พญ.ณิชากร วงค์คม แพทย์เวชศาสตร์ฉุกเฉิน ได้ออกมาเปิดเผยถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า ทีมแพทย์ได้รับร่างของนายเจียนที่ห้องฉุกเฉินเมื่อเวลา 12.10 น. ทันทีที่ร่างของผู้ป่วยมาถึง ทีมแพทย์ได้ทำการกู้ชีพอย่างสุดความสามารถ เนื่องจากผู้ป่วยไม่มีชีพจรแล้ว อย่างไรก็ตาม การกู้ชีพไม่เป็นผลสำเร็จ เนื่องจากนายเจียนมีบาดแผลร้ายแรงหลายแห่งทั่วร่างกาย ซึ่งบาดแผลเหล่านี้อาจเป็นสาเหตุของการเสียชีวิต แต่แพทย์ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดของบาดแผลได้ในขณะนี้

นพ.ประภาส ธีระกุล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลอินทรารัตน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ร่างของผู้เสียชีวิตถูกเก็บรักษาไว้ในห้องเก็บศพ ทางโรงพยาบาลกำลังปรึกษาหารือกับญาติของผู้เสียชีวิตและเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อตัดสินใจว่าจะส่งร่างไปชันสูตรที่โรงพยาบาลใด เนื่องจากกรณีนี้เป็นการเสียชีวิตที่ผิดธรรมชาติ

ผู้สื่อข่าวได้สอบถามถึงกำหนดการในการส่งร่างของนายเจียนไปชันสูตรพลิกศพ นพ.ประภาสตอบว่า ทางโรงพยาบาลจะเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของพนักงานสอบสวน และไม่มีระยะเวลาจำกัด เนื่องจากสามารถส่งศพไปตรวจชันสูตรได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ความคืบหน้ากรณี เจ้าหน้าที่โดนสิงโตขย้ำ เสียชีวิตก่อนมาถึง รพ.

เหตุการณ์ เจ้าหน้าที่โดนสิงโตขย้ำ เสียชีวิตก่อนมาถึง รพ. สร้างความตกใจและเสียใจให้กับผู้ที่เกี่ยวข้องเป็นอย่างมาก หลายคนตั้งคำถามถึงมาตรการความปลอดภัยของสวนสัตว์และสาเหตุที่ทำให้เกิดเหตุการณ์ร้ายแรงเช่นนี้ได้

ทางสวนสัตว์ซาฟารีเวิลด์ยังไม่ได้ออกมาให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่คาดว่าจะมีการสอบสวนอย่างละเอียดเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงและปรับปรุงมาตรการความปลอดภัยให้เข้มงวดยิ่งขึ้น

เหตุการณ์นี้เป็นอุทาหรณ์เตือนใจให้ตระหนักถึงอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้จากการทำงานใกล้ชิดกับสัตว์ป่า และความสำคัญของการมีมาตรการความปลอดภัยที่รัดกุมเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เศร้าสลดเช่นนี้อีกในอนาคต แม้ว่าสวนสัตว์จะพยายามสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมและปลอดภัยสำหรับทั้งสัตว์และเจ้าหน้าที่ แต่ก็ยังมีความเสี่ยงที่คาดไม่ถึงเกิดขึ้นได้เสมอ

ความสูญเสียของนายเจียนถือเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่ของครอบครัวและเพื่อนร่วมงาน ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวของผู้เสียชีวิต และหวังว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะให้ความช่วยเหลือและเยียวยาครอบครัวอย่างเต็มที่

เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้หลายคนเริ่มตั้งคำถามถึงจริยธรรมในการเลี้ยงสัตว์ป่าในสวนสัตว์ และควรมีการทบทวนอย่างจริงจังว่าการเลี้ยงสัตว์ป่าในสภาพแวดล้อมที่ไม่เป็นธรรมชาติเป็นสิ่งที่ถูกต้องหรือไม่ หรือควรมีทางเลือกอื่นที่ดีกว่านี้หรือไม่

ขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสถานะของสิงโตตัวที่ก่อเหตุ แต่คาดว่าจะมีการดูแลและจัดการตามแนวทางที่เหมาะสม เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอย

การทำงานในสวนสัตว์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำงานใกล้ชิดกับสัตว์ป่า ถือเป็นงานที่มีความเสี่ยงสูง ดังนั้นจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการฝึกอบรมและเตรียมความพร้อมอย่างเข้มงวด เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เหตุการณ์ เจ้าหน้าที่โดนสิงโตขย้ำ เสียชีวิตก่อนมาถึง รพ. เป็นเรื่องที่น่าเศร้าใจและควรค่าแก่การเรียนรู้ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีกในอนาคต เราควรใส่ใจกับความปลอดภัยของทั้งคนและสัตว์ และสร้างสภาพแวดล้อมที่อยู่ร่วมกันได้อย่างยั่งยืน

ที่มา – แพทย์ เผยเจ้าหน้าที่โดนสิงโตขย้ำ เสียชีวิตก่อนมาถึง รพ. บาดแผลสาหัสหลายจุด

Scroll to top