คดีชั้น 14

“รุทธพล” เซ็นอนุมัติ “พงษ์สวาท” พ้นราชการแล้ว

กลายเป็นประเด็นที่หลายคนกำลังจับตามองในแวดวงข้าราชการ เมื่อล่าสุดได้มีการยืนยันอย่างเป็นทางการว่า “รุทธพล” เซ็นอนุมัติ “พงษ์สวาท” พ้นราชการแล้ว หลังจากที่เจ้าตัวได้ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งปลัดกระทรวงยุติธรรม ท่ามกลางกระแสข่าวลือมากมายที่เกิดขึ้นในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา

ข้อเท็จจริงกรณี “รุทธพล” เซ็นอนุมัติ “พงษ์สวาท” พ้นราชการแล้ว

พลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้ออกมาเปิดเผยความคืบหน้าเรื่องนี้ด้วยตนเองที่ทำเนียบรัฐบาล โดยยืนยันว่าการดำเนินการทั้งหมดเป็นไปตามกรอบกฎหมายและระเบียบข้าราชการพลเรือนอย่างเคร่งครัด โดยนางพงษ์สวาท นีละโยธิน ได้ยื่นขอลาออกด้วยตนเองเนื่องจากครบวาระการดำรงตำแหน่ง 4 ปี ในวันที่ 18 กรกฎาคม 2569 นี้พอดี ทำให้การที่ “รุทธพล” เซ็นอนุมัติ “พงษ์สวาท” พ้นราชการแล้ว จึงถือเป็นกระบวนการบริหารงานบุคคลตามปกติ

แจงปมคดีชั้น 14 และขั้นตอนการตรวจสอบ

หลายคนอาจสงสัยว่าการลาออกครั้งนี้เกี่ยวข้องกับประเด็นดราม่าคดีชั้น 14 หรือไม่ ซึ่งรัฐมนตรีรุทธพลได้ชี้แจงอย่างชัดเจนว่า:

  • การอนุมัติการลาออกผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติในระดับมาตรฐานข้าราชการ
  • มีการตรวจสอบว่ามีภาระหนี้สิน คดีอาญา หรือโทษทางวินัยหรือไม่
  • ประเด็นคดีชั้น 14 เป็นเรื่องที่สำนักงาน ป.ป.ช. กำลังดำเนินการตรวจสอบ ซึ่งอยู่นอกเหนือจากการพิจารณาอนุมัติการลาออกตามระเบียบปกติ

รัฐมนตรียังย้ำอีกว่า การทำงานของกระทรวงต้องมีความโปร่งใส และการที่ปลัดกระทรวงครบวาระถือเป็นเรื่องปกติที่ต้องมีการดำเนินการตามขั้นตอน เพื่อให้การบริหารราชการแผ่นดินไม่สะดุดและสามารถขับเคลื่อนต่อไปได้ในช่วงเปลี่ยนผ่านนี้

ในมุมมองของเรา นี่ถือเป็นการจัดการที่แสดงให้เห็นถึงการทำงานตามมาตรฐานระบบราชการไทย การลาออกในช่วงเวลาที่ครบวาระพอดีช่วยลดข้อครหาและทำให้กระบวนการถ่ายโอนอำนาจมีความชัดเจนมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ประชาชนยังคงต้องจับตามองผลการสอบสวนของ ป.ป.ช. ต่อไป ว่าจะมีบทสรุปในเรื่องของคดีชั้น 14 อย่างไร ซึ่งเรื่องนี้ถือเป็นบทพิสูจน์สำคัญของความยุติธรรมในอนาคต

ที่มา – “รุทธพล” เซ็นอนุมัติ “พงษ์สวาท” พ้นราชการแล้ว หลังยื่นลาออกปลัดยุติธรรม ยันทำตามกรอบกฎหมาย

อิ๊งค์-เอม เยี่ยมทักษิณ ครั้งที่ 10 เผยอาการล่าสุด

“อิ๊งค์-เอม” เยี่ยม “ทักษิณ” ที่เรือนจำกลางคลองเปรม ครั้งที่ 10 เผยพ่อยังเครียด-นอนไม่หลับบ้าง แต่อาการนิ้วชาดีขึ้นแล้ว คนเสื้อแดงตามให้กำลังใจ

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 20 ต.ค. 68 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศบริเวณด้านหน้าเรือนจำกลางคลองเปรม และส่วนของศูนย์บริการเยี่ยมญาติ ซึ่งวันนี้ถือเป็นครั้งที่ 10 สำหรับการเยี่ยมญาตินายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ถูกคุมขังตามคำสั่งบังคับโทษ นับแต่วันที่ 9 ก.ย. 

โดย น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หรือ อิ๊งค์ และ น.ส.พินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ หรือเอม เป็นตัวแทนครอบครัวเข้าเยี่ยมนายทักษิณ นอกจากนี้ ยังคงมีมวลชนคนเสื้อแดงคอยส่งเสียงให้กำลังใจอย่างต่อเนื่อง ด้วยความหวังว่าจะได้เห็นความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับสถานการณ์ของนายทักษิณ 

เมื่อทั้งคู่ลงมาจากรถ ก็ได้เดินตรงไปยังกลุ่มคนเสื้อแดงที่ปรบมือส่งเสียงให้กำลังใจ พร้อมกับยกมือไหว้ทักทายกลุ่มมวลชน ก่อนทั้งคู่เดินเข้าไปในเรือนจำฯ โดยมี นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความของนายทักษิณ ได้ร่วมเข้าเยี่ยมด้วย ซึ่งจังหวะหนึ่งก่อนเข้าประตูผ่านแดน ทั้งสองพี่น้องต่างโอบเอวกันและกันก่อนที่ทั้งคู่จะเข้าไปด้านในของเรือนจำฯ

ต่อมาเวลา 12.25 น. น.ส.แพทองธาร และ น.ส.พินทองทา ได้เดินออกจากประตูเรือนจำกลางคลองเปรมภายหลังเยี่ยมนายทักษิณแล้วเสร็จ โดยทั้งคู่มีสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส ไม่มีท่าทีอาการเครียด หรือวิตกกังวลแต่อย่างใด น.ส.แพทองธาร เปิดเผยว่า ตนเพิ่งกลับจากต่างประเทศ ไม่ได้มาเจอคุณพ่อหลายวัน ตอนนี้คุณพ่อก็นับวันบอกกับลูก ๆ ว่า อยู่มาครบ 6 อาทิตย์พอดี ทั้งนี้ คุณพ่อก็อยู่อย่างเรื่อย ๆ ไม่ได้มีปัญหาอะไร แต่มีอาการเครียดบ้างและนอนไม่หลับบ้าง ส่วนอาการนิ้วชาของคุณพ่อนั้นดีขึ้นแล้ว 

จากนั้นทั้งคู่ก็ได้เดินไปพูดคุยทักทายและจับไม้จับมือกลุ่มคนเสื้อแดงที่ปักหลักรอให้กำลังใจ นอกจากนี้ พบว่ามีคนเสื้อแดงได้ยื่นแก้วพลาสติกที่ด้านในมีมะม่วงหาวมะนาวโห่ มอบให้กับ น.ส.แพทองธาร ซึ่ง น.ส.พินทองทา ได้เป็นผู้รับมอบไว้แทนและยื่นให้กับทีมงานที่ติดตามมาเก็บเอาไว้ ก่อนขึ้นรถเดินทางกลับออกจากพื้นที่เรือนจำฯ โดยมีมวลชนคนเสื้อแดงคอยส่งเสียงตะโกนว่า “นายกสู้ ๆ”

อิ๊งค์-เอม เยี่ยม ทักษิณ ครั้งที่ 10 พบยังเครียดบ้าง นิ้วชาดีขึ้นแล้ว

การเข้าเยี่ยม ทักษิณ อดีตนายกรัฐมนตรีโดย “อิ๊งค์-เอม” ในครั้งนี้ เป็นครั้งที่ 10 แล้ว สร้างความสนใจและติดตามจากประชาชนและกลุ่มผู้สนับสนุนอย่างต่อเนื่อง ข่าวการเยี่ยมครั้งนี้เน้นย้ำถึงสภาพจิตใจและสุขภาพของนายทักษิณ ที่ยังคงได้รับความห่วงใยจากครอบครัวและคนรอบข้าง

รายละเอียดการเยี่ยมทักษิณ ครั้งที่ 10

จากรายงานข่าว “อิ๊งค์-เอม” ได้เดินทางไปเยี่ยม ทักษิณ ที่เรือนจำกลางคลองเปรม โดยบรรยากาศเป็นไปด้วยความอบอุ่น มีกลุ่มคนเสื้อแดงมาให้กำลังใจอย่างเนืองแน่น การปรากฏตัวของ น.ส.แพทองธาร และ น.ส.พินทองทา ได้สร้างขวัญและกำลังใจให้กับผู้ที่สนับสนุน ทักษิณ

นอกจากนี้ การเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับอาการของนายทักษิณ ที่ยังคงมีความเครียดและนอนไม่หลับบ้าง แต่มีอาการนิ้วชาที่ดีขึ้น แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจของครอบครัวที่มีต่อนายทักษิณ และเป็นข้อมูลที่ประชาชนให้ความสนใจ

สถานการณ์ของนายทักษิณ ยังคงเป็นประเด็นที่สังคมให้ความสนใจและติดตามอย่างใกล้ชิด การเยี่ยมของ “อิ๊งค์-เอม” เป็นการยืนยันถึงความผูกพันในครอบครัวและการสนับสนุนที่ยังคงมีอยู่ แม้ว่านายทักษิณจะอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก

การที่ “อิ๊งค์-เอม” เยี่ยม ทักษิณ ครั้งที่ 10 นี้ ได้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของความสัมพันธ์ในครอบครัว และการได้รับกำลังใจจากผู้คนรอบข้าง ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการช่วยให้บุคคลสามารถเผชิญกับความท้าทายต่างๆ ได้

การได้รับกำลังใจจากครอบครัวและกลุ่มผู้สนับสนุนเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้นายทักษิณสามารถผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปได้ การที่ “อิ๊งค์-เอม” เดินทางไปเยี่ยม ทักษิณ อย่างต่อเนื่องแสดงให้เห็นถึงความรักและความห่วงใยที่พวกเขามีต่อนายทักษิณ

ที่มา – “อิ๊งค์-เอม” เยี่ยม “ทักษิณ” ครั้งที่ 10 พบยังเครียดบ้าง นิ้วชาดีขึ้นแล้ว

อิ๊งค์-เอม เยี่ยมทักษิณ เผยอยู่ครบ 6 อาทิตย์

อัปเดตอาการล่าสุดของ “ทักษิณ” หลัง “อิ๊งค์-เอม” เข้าเยี่ยม เผยพ่อนับวันอยู่ในเรือนจำครบ 6 อาทิตย์พอดี อาการนิ้วชาดีขึ้น แต่ยังมีความเครียดและนอนไม่หลับ

อิ๊งค์-เอม เข้าเยี่ยม ทักษิณ เผยพ่อนับวันอยู่เรือนจำครบ 6 อาทิตย์พอดี

เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2566 เวลา 11.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศบริเวณด้านหน้าเรือนจำกลางคลองเปรม ซึ่งเป็นวันที่ 10 ของการเยี่ยม นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ถูกคุมขังตามคำสั่งศาล โดย น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หรือ อิ๊งค์ และ น.ส.พินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ หรือ เอม เป็นตัวแทนครอบครัวเข้าเยี่ยม

กลุ่มมวลชนคนเสื้อแดงยังคงเดินทางมาให้กำลังใจอย่างต่อเนื่อง หวังว่าจะได้รับทราบข่าวคราวเกี่ยวกับสถานการณ์ของนายทักษิณ เมื่ออิ๊งค์และเอมลงจากรถ ได้เดินตรงไปยังกลุ่มคนเสื้อแดงที่ปรบมือให้กำลังใจ พร้อมยกมือไหว้ทักทาย ก่อนเดินเข้าไปในเรือนจำ โดยมี นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความของนายทักษิณ ร่วมเข้าเยี่ยมด้วย ก่อนเข้าประตู ทั้งสองพี่น้องโอบเอวกัน ก่อนเข้าไปด้านใน

ต่อมาเวลา 12.25 น. น.ส.แพทองธาร ชินวัตร และ น.ส.พินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ ได้เดินออกจากเรือนจำกลางคลองเปรม หลังเยี่ยม นายทักษิณ ชินวัตร แล้วเสร็จ ทั้งคู่มีสีหน้ายิ้มแย้ม ไม่มีท่าทีเครียดหรือวิตกกังวลใดๆ

น.ส.แพทองธาร เปิดเผยว่า เพิ่งกลับจากต่างประเทศ ไม่ได้เจอคุณพ่อหลายวัน ตอนนี้คุณพ่อนับวันบอกกับลูก ๆ ว่า อยู่มาครบ 6 อาทิตย์พอดี คุณพ่ออยู่อย่างเรื่อย ๆ ไม่ได้มีปัญหาอะไร แต่มีอาการเครียดบ้างและนอนไม่หลับบ้าง อาการนิ้วชาดีขึ้นแล้ว

หลังจากนั้น ทั้งสองได้เดินไปพูดคุยทักทาย และจับมือกับกลุ่มคนเสื้อแดงที่รอให้กำลังใจ นอกจากนี้ มีคนเสื้อแดงยื่นแก้วพลาสติกใส่มะม่วงหาวมะนาวโห่ มอบให้กับ น.ส.แพทองธาร โดย น.ส.พินทองทา เป็นผู้รับมอบและยื่นให้กับทีมงาน ก่อนขึ้นรถเดินทางกลับ โดยมีมวลชนคนเสื้อแดงตะโกนว่า “นายกสู้ๆ”

อาการล่าสุดของทักษิณหลัง อิ๊งค์-เอม เข้าเยี่ยม

นอกจากเรื่องที่ อิ๊งค์-เอม เข้าเยี่ยม ทักษิณ เผยพ่อนับวันอยู่เรือนจำครบ 6 อาทิตย์พอดี สภาพจิตใจของคุณทักษิณก็เป็นสิ่งที่หลายคนให้ความสนใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อาการเครียดและนอนไม่หลับที่บุตรสาวได้กล่าวถึง แม้ว่าอาการนิ้วชาจะดีขึ้นแล้วก็ตาม การใช้ชีวิตในเรือนจำย่อมส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ การได้รับกำลังใจจากครอบครัวและผู้สนับสนุนจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในช่วงเวลานี้

สถานการณ์ของอดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร ยังคงเป็นที่จับตาของสังคม การเข้าเยี่ยมของบุตรสาวทั้งสองและการให้กำลังใจจากกลุ่มผู้สนับสนุน แสดงให้เห็นถึงความห่วงใยและความหวังที่ผู้คนมีต่อสถานการณ์ดังกล่าว แม้ว่าการใช้ชีวิตในเรือนจำอาจมีความยากลำบาก แต่การได้รับกำลังใจจากคนรอบข้างย่อมเป็นพลังสำคัญที่ช่วยให้ผ่านพ้นช่วงเวลาที่ท้าทายนี้ไปได้

  • การ อิ๊งค์-เอม เข้าเยี่ยม ทักษิณ เผยพ่อนับวันอยู่เรือนจำครบ 6 อาทิตย์พอดี สะท้อนถึงความสัมพันธ์ในครอบครัว
  • อาการป่วยและความเครียดของทักษิณเป็นสิ่งที่ต้องเฝ้าระวัง
  • กำลังใจจากผู้สนับสนุนมีความสำคัญต่อสภาพจิตใจ

การที่ อิ๊งค์-เอม เข้าเยี่ยม ทักษิณ เผยพ่อนับวันอยู่เรือนจำครบ 6 อาทิตย์พอดี แสดงให้เห็นถึงความอบอุ่นในครอบครัวชินวัตร และความห่วงใยที่พวกเขามีต่อคุณทักษิณ การเข้าเยี่ยมครั้งนี้จึงเป็นกำลังใจสำคัญที่ช่วยให้คุณทักษิณสามารถก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปได้

ที่มา – “อิ๊งค์-เอม” เข้าเยี่ยม “ทักษิณ” เผยพ่อนับวันอยู่เรือนจำครบ 6 อาทิตย์พอดี

ทนายยืนยัน ทักษิณ ยื่นขออภัยโทษครั้งที่ 2

ทนายยืนยัน “ทักษิณ” ยื่นขออภัยโทษครั้งที่ 2 ชี้เป็นสิทธิของผู้ต้องขังเด็ดขาด

ในวงการการเมืองไทยที่เต็มไปด้วยความเคลื่อนไหวล่าสุด มีข่าวสำคัญที่กำลังเป็นที่สนใจของประชาชนจำนวนมาก นั่นคือ ทนายยืนยัน “ทักษิณ” ยื่นขออภัยโทษครั้งที่ 2 ชี้เป็นสิทธิของผู้ต้องขังเด็ดขาด เรื่องนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมีคำพิพากษาให้จำคุกนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นเวลา 1 ปี เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2568 จากนั้นเพียงวันถัดมา นายทักษิณก็ได้ยื่นคำร้องขอพระราชทานอภัยโทษต่อกระทรวงยุติธรรมทันที

ทนายยืนยัน “ทักษิณ” ยื่นขออภัยโทษครั้งที่ 2 ชี้เป็นสิทธิของผู้ต้องขังเด็ดขาด

จากข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากนายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความประจำตัวของนายทักษิณ ระบุว่าการยื่นขออภัยโทษครั้งนี้เป็นสิทธิพื้นฐานของผู้ต้องขังเด็ดขาดทุกคน ไม่ใช่เรื่องพิเศษสำหรับใครคนใดคนหนึ่ง โดยกระบวนการนี้เป็นไปตามกฎหมายและระเบียบที่กำหนดไว้อย่างชัดเจน ทนายวิญญัติได้เข้าเยี่ยมนายทักษิณที่เรือนจำเมื่อช่วงเช้าวันที่ 29 กันยายน 2568 และยืนยันว่าคำร้องดังกล่าวได้ถูกยื่นไปจริง รวมถึงเป็นครั้งที่ 2 แล้วด้วย

การขออภัยโทษเฉพาะรายนี้ ถือเป็นกระบวนการปกติที่ผู้ต้องขังสามารถยื่นทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาเพื่อขอพระราชทานอภัยโทษได้ โดยไม่ต้องรอคอยการพิจารณาแบบหมู่ ทนายวิญญัติชี้แจงเพิ่มเติมว่าครั้งนี้ใช้เวลาดำเนินการนานกว่าครั้งแรกที่ใช้เพียง 6 วัน ปัจจุบันกระบวนการเอกสารและการทำความเห็นใช้เวลาประมาณ 14 วัน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความรอบคอบและไม่เร่งรีบในขั้นตอน

ขั้นตอนการยื่นขอพระราชทานอภัยโทษ

เพื่อให้เข้าใจกระบวนการให้ชัดเจนยิ่งขึ้น ขั้นตอนการยื่นขออภัยโทษเฉพาะรายมีดังนี้:

  • ยื่นคำร้อง: ผู้ต้องขังเด็ดขาดหรือญาติ เช่น บิดา มารดา คู่สมรส หรือบุตร สามารถยื่นเรื่องผ่านเรือนจำหรือทัณฑสถาน
  • การสอบสวนเบื้องต้น: เรือนจำจะทำการสอบสวน รวบรวมเอกสาร และส่งต่อไปยังกรมราชทัณฑ์
  • การประมวลข้อเท็จจริง: กรมราชทัณฑ์จะสรุปข้อเท็จจริงเพื่อประกอบความเห็นของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม
  • ส่งต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง: ความเห็นจะถูกส่งไปยังสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี จากนั้นไปยังสำนักงานองคมนตรี
  • ผลฎีกา: เมื่อมีผลพระราชกฤษฎีกา จะแจ้งกลับมายังเรือนจำเพื่อดำเนินการต่อไป

กระบวนการทั้งหมดนี้เน้นความโปร่งใสและเป็นธรรม โดยขึ้นอยู่กับพระราชอำนาจและพระเมตตาของพระองค์ท่าน ซึ่งไม่มีใครสามารถก้าวล่วงได้ ทนายวิญญัติยังย้ำว่าการยื่นครั้งที่ 2 สามารถทำได้ตามสิทธิ และไม่ใช่เรื่องผิดปกติ

นอกจากนี้ ยังมีข่าวลือในสังคมเกี่ยวกับสถานการณ์ของนายทักษิณหลังเข้าอยู่ในเรือนจำ แต่จากข้อมูลที่ได้รับการยืนยัน ทุกอย่างเป็นไปตามระเบียบปกติ ผู้ต้องขังเด็ดขาดมีสิทธิยื่นขออภัยโทษได้ตลอดเวลา หากมีคุณสมบัติครบถ้วน การเคลื่อนไหวครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องส่วนตัว แต่สะท้อนให้เห็นถึงระบบยุติธรรมไทยที่ให้โอกาสแก่ผู้ต้องโทษในการขอพิจารณาความเมตตา

ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย การขออภัยโทษเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยลดความแออัดในเรือนจำ และเปิดโอกาสให้ผู้ต้องขังที่สำนึกผิดได้กลับสู่สังคม หากนายทักษิณได้รับพระราชทานอภัยโทษ อาจส่งผลกระทบต่อกระแสการเมืองในไทยในอนาคตอันใกล้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับพรรคที่เกี่ยวข้อง

อย่างไรก็ตาม ประชาชนควรติดตามข่าวสารจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ เพื่อหลีกเลี่ยงข้อมูลเท็จที่อาจทำให้เข้าใจผิด หากคุณสนใจเรื่องกฎหมายและสิทธิผู้ต้องขัง แนะนำให้ศึกษากฎหมายเพิ่มเติมเพื่อความรู้รอบด้าน

สุดท้ายนี้ การเคลื่อนไหวของนายทักษิณครั้งนี้ชี้ให้เห็นว่าสิทธิพื้นฐานในระบบยุติธรรมยังคงมีอยู่ และหวังว่าจะนำไปสู่ความยุติธรรมที่แท้จริงสำหรับทุกคน

ที่มา – ทนายยืนยัน “ทักษิณ” ยื่นขออภัยโทษครั้งที่ 2 ชี้เป็นสิทธิของผู้ต้องขังเด็ดขาด

“พินทองทา” พร้อมสามี เยี่ยม “ทักษิณ” เสื้อแดงรอให้กำลังใจ

ในวันที่ 29 กันยายน 2568 บรรยากาศหน้าเรือนจำกลางคลองเปรมคึกคักไปด้วยผู้สื่อข่าวและมวลชนที่มารอติดตามเหตุการณ์สำคัญ โดยเฉพาะการเข้าเยี่ยมของ “พินทองทา” พร้อมสามี เข้าเยี่ยม “ทักษิณ” มวลชนเสื้อแดงมาปักหลักรอให้กำลังใจ ซึ่งกลายเป็นประเด็นร้อนที่ทุกคนให้ความสนใจ

“พินทองทา” พร้อมสามี เข้าเยี่ยม “ทักษิณ” มวลชนเสื้อแดงมาปักหลักรอให้กำลังใจ

เมื่อเวลา 10.00 น. ผู้สื่อข่าวจากหลายสำนักต่างพากันมารอหน้าศูนย์บริการเยี่ยมญาติของเรือนจำกลางคลองเปรม เพื่อรายงานความเคลื่อนไหวล่าสุดของครอบครัวชินวัตร โดยวันนี้ น.ส.พินทองทา ชินวัตร หรือที่รู้จักกันในชื่อ เอม บุตรสาวคนกลางของนายทักษิณ ชินวัตร เป็นตัวแทนครอบครัวที่เดินทางมาเยี่ยมพ่อ

ข่าวลือเรื่องการยื่นทูลเกล้าฯ ขอพระราชทานอภัยโทษครั้งที่ 2 ของนายทักษิณ ทำให้บรรยากาศยิ่งตึงเครียด ผู้สื่อข่าวต่างรอสัมภาษณ์เพื่อเคลียร์ประเด็นนี้ ขณะที่มวลชนเสื้อแดงจากจังหวัดสิงห์บุรีและนนทบุรีเดินทางมาร่วมให้กำลังใจอย่างคึกคัก พวกเขาปักหลักรอตั้งแต่เช้า สร้างความอบอุ่นให้กับครอบครัวชินวัตร

เวลา 11.00 น. น.ส.พินทองทาและนายณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ สามีของเธอ เดินทางมาถึงเรือนจำ ท่ามกลางเสียงตะโกน “เรารักทักษิณ” ที่ดังกึกก้องจากกลุ่มเสื้อแดง นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความประจำตัวนายทักษิณ รอต้อนรับและพาครอบครัวเข้าไปด้านใน ระหว่างทาง ผู้สื่อข่าวพยายามถามถึงเรื่องยื่นขออภัยโทษ แต่น.ส.พินทองทายิ้มรับโดยไม่ตอบคำถาม

รายละเอียดการเยี่ยมและสุขภาพของนายทักษิณ

การเยี่ยมครั้งนี้ใช้เวลาประมาณ 30 นาที ก่อนที่น.ส.พินทองทาและสามีจะเดินออกมา เมื่อผู้สื่อข่าวถามซ้ำเรื่องขออภัยโทษ เธอรีบขึ้นรถโดยไม่ตอบ ขณะที่นายณัฐพงศ์ก็ยิ้มให้แทนคำตอบเมื่อถูกถามถึงการเป็นแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคเพื่อไทย

นายวิญญัติให้สัมภาษณ์ว่า สุขภาพของนายทักษิณดีขึ้น หน้าตาสดใส แม้ยังมีอาการป่วยเรื่องความดันและระบบหัวใจ แต่เขาพยายามปรับตัวและรักษาตัวเองในเรือนจำ กิจวัตรประจำวันยังปกติ โดยเฉพาะปัญหากระดูกต้นคอที่ต้องระวังเพราะอาจทับเส้นประสาท แต่ยังไม่รุนแรงถึงขั้นเดินไม่ได้ แพทย์ในเรือนจำตรวจสุขภาพเป็นประจำ และนายทักษิณอยู่ในแดนพยาบาลสำหรับผู้สูงอายุ

ส่วนการเยี่ยมญาติ มีทั้งแบบเห็นหน้าค่าตาและทางไลน์ ซึ่งครอบครัวเลือกแบบเห็นหน้ากันเพื่อให้กำลังใจ นายวิญญัติเชื่อว่าถ้ามีกิจกรรมเยี่ยมใกล้ชิด นายทักษิณก็จะได้รับสิทธิ์ตามปกติ การสนทนาระหว่างทนายและนายทักษิณเป็นเรื่องทั่วไป เช่น ความห่วงใยต่าง ๆ และขอบคุณมวลชนเสื้อแดงที่มารอให้กำลังใจ โดยนายทักษิณขอให้ทุกคนสงบเรียบร้อยเพราะเป็นสถานที่ราชการ

เมื่อถูกถามถึงผลเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ศรีสะเกษ เขต 5 นายวิญญัติปฏิเสธไม่ตอบประเด็นการเมือง และยืนยันว่าการยื่นขอพระราชทานอภัยโทษครั้งที่ 2 เป็นสิทธิ์ของผู้ต้องขังทุกคน กระบวนการใช้เวลานานกว่าเดิม ราว 14 วัน เพื่อทำความเห็นเอกสาร โดยเป็นพระราชอำนาจที่ไม่อาจก้าวล่วง

  • สุขภาพนายทักษิณ: ดีขึ้นแต่ต้องระวังความดันและกระดูกต้นคอ
  • การเยี่ยมญาติ: เน้นแบบเห็นหน้ากันเพื่อกำลังใจ
  • มวลชนเสื้อแดง: มาร่วมให้กำลังใจอย่างต่อเนื่อง
  • ประเด็นอภัยโทษ: ยื่นครั้งที่ 2 ตามกระบวนการปกติ

เหตุการณ์นี้สะท้อนถึงความผูกพันระหว่างครอบครัวชินวัตรและฐานเสียงที่เหนียวแน่น แม้จะมีประเด็นการเมืองร้อนแรง แต่ครอบครัวยังคงเงียบขรึมและมุ่งเน้นเรื่องส่วนตัว

สำหรับผู้อ่านที่สนใจข่าวการเมืองไทย ลองติดตามอัปเดตเพิ่มเติมจากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือ เพื่อเข้าใจสถานการณ์ลึกซึ้งยิ่งขึ้น คุณคิดเห็นอย่างไรกับเหตุการณ์นี้? แชร์ความคิดเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างได้เลย

ที่มา – “พินทองทา” พร้อมสามี เข้าเยี่ยม “ทักษิณ” มวลชนเสื้อแดงมาปักหลักรอให้กำลังใจ

ทักษิณมีคิวพบแพทย์ พินทองทาเข้าเยี่ยมในเรือนจำ

พินทองทาและปิฎกเข้าเยี่ยมทักษิณในเรือนจำกลางคลองเปรมเป็นครั้งที่ 3 ขณะที่อดีตนายกฯ ทักษิณมีคิวพบแพทย์ในเรือนจำ เผยมีอาการอ่อนเพลียและปวดตามร่างกายตามปกติของผู้สูงอายุ

เมื่อเวลา 10.55 น. วันที่ 22 ก.ย. 68 นางสาวพินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ บุตรสาว และนายปิฎก สุขสวัสดิ์ บุตรเขย เข้าเยี่ยมนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่เรือนจำกลางคลองเปรม ซึ่งถือเป็นวันที่ 3 ที่ทางครอบครัวมาเข้าเยี่ยมนายทักษิณ หลังจากที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองให้คุมขังตามคำพิพากษาของศาลให้บังคับโทษจำคุกแก่จำเลย โดยให้จำคุก 1 ปี

ทันทีที่เดินทางมาถึง ได้มีคนเสื้อแดงที่รออยู่ได้พูดให้กำลังใจแก่ครอบครัวชินวัตร ซึ่งนางสาวพินทองทา ได้สวัสดีทักทาย และยืนฟัง ก่อนที่จะเดินเข้าไปด้านใน

ขณะที่นางสาวแพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ติดภารกิจ จึงไม่ได้เดินทางมาเข้าเยี่ยมนายทักษิณในครั้งนี้ด้วย

อย่างไรก็ตาม ขณะที่นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความประจำตัวของนายทักษิณ ชินวัตร พร้อมด้วยทีมงาน ซึ่งเดินทางมาถึงก่อนหน้านี้ เพื่อประสานทำเรื่องขอเยี่ยมในส่วนของครอบครัวนายทักษิณ ระบุสั้น ๆ ว่า นายทักษิณรับรู้ว่ามีพี่น้องมาคอยให้กำลังใจอยู่ด้านหน้าเรือนจำฯ ท่านทราบเรื่องนี้

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ในห้วงวันหยุดสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา มีกระแสข่าวว่าเจ้าหน้าที่เรือนจำฯ ได้นำตัวนายทักษิณไปตรวจสุขภาพร่างกายที่ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ หลังจากที่มีอาการอ่อนเพลีย รวมถึงมีอาการปวดตามร่างกาย เนื่องจากนายทักษิณมีโรคประจำตัว เพื่อเป็นการตรวจเช็กอาการตามโรค และหลังเข้ารับการตรวจเสร็จสิ้น ก็นำตัวกลับเข้ามาที่เรือนจำกลางคลองเปรม

ซึ่งเรื่องนี้ นางกนกวรรณ จิ๋วเชื้อพันธุ์ รองโฆษกกรมราชทัณฑ์ได้ชี้แจงว่า ราชทัณฑ์ไม่ได้มีการส่งตัวนายทักษิณเข้าโรงพยาบาลแต่อย่างใด ขณะนี้ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง นายทักษิณยังอยู่ในเรือนจำกลางคลองเปรม ส่วนอาการของนายทักษิณ ยังคงอ่อนเพลียและปวดตามร่างกายอยู่บ้างตามปกติของผู้สูงอายุ และเมื่อเปิดทำการในวันที่ 22 ก.ย. ก็มีคิวนัดพบแพทย์ โดยแพทย์จะเข้ามาตรวจที่เรือนจำเป็นปกติอยู่แล้ว

ทักษิณมีคิวพบแพทย์ในเรือนจำ

สถานการณ์ล่าสุดเกี่ยวกับสุขภาพของอดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร ยังคงได้รับความสนใจจากประชาชนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเรื่องการเข้าเยี่ยมและการดูแลสุขภาพภายในเรือนจำ

รายละเอียดการเข้าเยี่ยมและการดูแลสุขภาพ

  • พินทองทาและปิฎกเข้าเยี่ยมเป็นครั้งที่ 3
  • ทักษิณมีคิวพบแพทย์เพื่อตรวจอาการอ่อนเพลีย
  • ราชทัณฑ์ยืนยันว่าไม่ได้ส่งตัวไปโรงพยาบาลภายนอก

การที่ทักษิณมีคิวพบแพทย์ในเรือนจำ สะท้อนให้เห็นถึงการดูแลสุขภาพของผู้ต้องขังตามมาตรฐาน ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการรักษาสิทธิมนุษยชน แม้ว่าจะมีกระแสข่าวและการคาดเดาต่างๆ เกี่ยวกับสุขภาพของท่าน แต่ทางราชทัณฑ์ก็ได้ออกมาให้ข้อมูลที่ชัดเจน เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องแก่ประชาชน

การติดตามข่าวสารเกี่ยวกับสุขภาพและการเข้าเยี่ยมของอดีตนายกฯ ทักษิณมีคิวพบแพทย์ในครั้งนี้ ยังคงเป็นประเด็นที่ประชาชนให้ความสนใจอย่างใกล้ชิดและติดตามอย่างต่อเนื่อง

ที่มา – “ทักษิณ” มีคิวพบแพทย์ในเรือนจำฯ “พินทองทา-ปิฎก” เข้าเยี่ยม

ทนายเข้าเยี่ยม “ทักษิณ” ยันทำตามระเบียบ

“ทนายวิญญัติ” เปิดเผยหลังเข้าเยี่ยม “ทักษิณ” มีการให้กำลังใจ-พูดคุยเรื่องคดี พบมีอาการอิดโรยในช่วงพักผ่อน ยันจะพยายามทำทุกอย่าง เพื่อประโยชน์ของลูกความที่เป็นผู้ต้องขัง ภายใต้กฎระเบียบ

วันที่ 16 ก.ย. 68 เมื่อเวลา 14.45 น. ที่เรือนจำกลางคลองเปรม นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความประจำตัวของนายทักษิณ ชินวัตร ออกมาให้สัมภาษณ์หลังเข้าเยี่ยมนายทักษิณ กว่า 1 ชั่วโมง ว่า วันนี้เข้าเยี่ยมนายทักษิณ มีการพูดคุยเรื่องงานที่ต้องดูแลให้ท่านเกี่ยวกับคดีว่า ตอนนี้มีอะไรบ้าง เรื่องภารกิจต่างๆ ที่จะต้องดำเนินการ เป็นเรื่องปกติไม่มีอะไรพิเศษ ส่วนเรื่องอื่นก็เป็นการให้กำลังใจท่าน เห็นดูมีอาการอิดโรย เพราะตอนบ่ายเป็นช่วงที่ต้องพักผ่อน ปกติท่านต้องอ่านหนังสือเป็นหลักอยู่แล้ว

ส่วนคดีความไม่สามารถบอกได้ เพราะเป็นเรื่องระหว่างทนายความกับลูกความ แต่ไม่ได้เป็นความลับกระทบต่อความมั่นคงของชาติ ขอให้คนที่ชอบมโน อย่าคิดไปแบบนั้น อยากเรียนให้ทราบว่า ในฐานะทนายความจะพยายามทำทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อประโยชน์ของลูกความ ภายใต้กฎระเบียบ ที่เป็นผู้ต้องขังในฐานะนักโทษเด็ดขาด อะไรที่ทำได้ก็จะใช้สิทธิ แต่ทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ภายใต้กฎระเบียบ แม้ในทางคดีจะมีข้อถกเถียง ซึ่งมีผู้ไม่เห็นด้วยหลายฝ่ายกับคำสั่งศาลที่ออกมาว่านายทักษิณ ที่ผ่านมาขาดอิสรภาพโดยถูกคุมขังที่โรงพยาบาลตำรวจ จะไม่ถือเป็นการคุมขังหรืออย่างไร เป็นการตั้งประเด็นข้อสงสัยจากหลายฝ่าย

ส่วนตนในฐานะทนายความ ได้ดำเนินการตามสิทธิของท่านแล้ว ก็พร้อมยอมรับคำวินิจฉัยของศาล ส่วนอนาคตจะมีข้อโต้แย้ง หรือกระบวนการทางกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นข้อถกเถียงทางวิชาการ เชื่อว่าสังคมคงไม่เงียบกับเรื่องแบบนี้เพราะว่าจะเป็นปัญหาทางนิติศาสตร์ หน้าประวัติศาสตร์ใหม่ที่เกิดขึ้น ส่วนใหญ่นักกฎหมายเห็นว่ามีปัญหาที่ต้องถกเถียงกัน

นายวิญญัติ กล่าวว่า สำหรับคดีชั้น 14 ที่อยู่ระหว่างการไต่สวนของ ป.ป.ช. อาจมีปัญหาในกระบวนการที่ซ้ำซ้อนกับประเด็นอื่นหรือไม่ ส่วนเรื่องผู้ที่ถูกกล่าวหาต้องมีการเตรียมการอยู่แล้ว เพราะต้องชี้แจงต่อสู้ข้อกล่าวหา แม้ในอนาคตจะมีการมากล่าวหาถือเป็นการใช้สิทธิ์ของท่าน ก็ต้องต่อสู้เต็มที่อยู่แล้ว เรื่องสิทธิผู้ต้องขังเด็ดขาด สิ่งที่ต้องมีเป็นเรื่องพื้นฐานตามมาตรฐานผู้ต้องขังทั่วไป และไม่ได้มีอะไรเรียกร้องไปมากกว่านี้ เพราะว่าเงื่อนไขเวลาการคุมขังเป็นช่วงเริ่มต้นเท่านั้น ไม่สามารถเรียกร้องอะไรที่ยังมาไม่ถึงไม่ได้ ส่วนอนาคตอาจมีกฎเกณฑ์ใด เงื่อนไขใด จะก่อให้เกิดสิทธิประโยชน์ เราก็จะพยายามที่จะตรวจสอบว่าเข้าหลักเกณฑ์หรือไม่ ซึ่งเป็นการทำหน้าที่ตามปกติอยู่แล้ว และตนเชื่อว่าคนที่ถูกคุมขังสูญเสียอิสรภาพ ไม่มีใครไม่อยากได้อิสรภาพ แต่ต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย

ส่วนกระแสข่าวเรื่องการโมฆะพระราชทานอภัยโทษ จำคุก 1 ปี นายทักษิณ เพราะไม่ได้ปฏิบัติตามระเบียบนั้น ตนขอไม่มีความคิดเห็น แต่ขอให้ระวัง เพราะทั้งหมดคือพระราชอำนาจ มองว่าอาจเกิดเป็นการล้างแค้นหรือล่าแม่มดหรือไม่ ตนเพียงมีหน้าที่ชี้แจงและปฏิบัติตามระเบียบ ซึ่งนายทักษิณก็ทำตามอยู่แล้ว กลับมารับโทษตามคำพิพากษา ในขณะที่หลายคนบอกว่านายทักษิณจะหนี แต่ท่านก็กลับมา เป็นคำไหนคำนั้น ส่วนมีกระแสข่าวว่ามีการเลี้ยงพิซซ่าภายในเรือนจำกลางคลองเปรม ตนไม่ทราบเรื่องดังกล่าว

ทนายเข้าเยี่ยม “ทักษิณ” ยันจะทำทุกอย่างเพื่อประโยชน์ของลูกความ ภายใต้กฎระเบียบ

สถานการณ์ล่าสุดเกี่ยวกับนายทักษิณ ชินวัตร ยังคงเป็นที่จับตามองของสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็นเรื่องการได้รับการปฏิบัติในฐานะผู้ต้องขังเด็ดขาด ท่ามกลางกระแสข่าวลือและความคิดเห็นที่หลากหลาย ทนายวิญญัติ ชาติมนตรี ได้ออกมาให้ข้อมูลที่สำคัญหลายประการหลังการเข้าเยี่ยม

ทนายยันทำทุกอย่างภายใต้กฎระเบียบ

นายวิญญัติเน้นย้ำว่า การดำเนินการทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับคดีความของนายทักษิณ จะเป็นไปภายใต้กฎระเบียบที่กำหนด แม้ว่าจะมีข้อถกเถียงและความเห็นต่างจากหลายฝ่ายก็ตาม เขายืนยันว่าจะใช้สิทธิในฐานะทนายความอย่างเต็มที่ เพื่อประโยชน์สูงสุดของลูกความ

นอกจากนี้ ทนายวิญญัติยังกล่าวถึงประเด็นเรื่องสิทธิของผู้ต้องขังเด็ดขาด โดยระบุว่าสิ่งที่นายทักษิณได้รับนั้นเป็นไปตามมาตรฐานทั่วไป และยังเร็วเกินไปที่จะเรียกร้องสิทธิประโยชน์อื่นๆ ที่ยังมาไม่ถึง อย่างไรก็ตาม เขาจะตรวจสอบอย่างละเอียดหากมีกฎเกณฑ์ใหม่ๆ ที่อาจก่อให้เกิดสิทธิประโยชน์เพิ่มเติม

ประเด็นที่น่าสนใจอีกประการหนึ่งคือ กระแสข่าวเรื่องการโมฆะพระราชทานอภัยโทษ ซึ่งทนายวิญญัติขอสงวนความเห็น แต่เตือนให้ระวังว่าอาจเป็นการล้างแค้นหรือล่าแม่มด พร้อมทั้งย้ำว่านายทักษิณได้ปฏิบัติตามระเบียบและกลับมารับโทษตามคำพิพากษาแล้ว

จากข้อมูลที่ทนายวิญญัติให้ไว้ พบว่าสถานการณ์ของนายทักษิณยังคงมีความซับซ้อนและเต็มไปด้วยประเด็นที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ สิ่งสำคัญคือการยึดมั่นในหลักการของกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม เพื่อให้การดำเนินการต่างๆ เป็นไปอย่างถูกต้องและเป็นธรรม

การที่ทนายความออกมาให้ข้อมูลและยืนยันถึงการปฏิบัติตามกรอบกฎหมาย ช่วยสร้างความกระจ่างและความมั่นใจให้กับสังคมว่าทุกฝ่ายกำลังทำหน้าที่ของตนอย่างเต็มที่ อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ต้องติดตามต่อไปคือพัฒนาการของคดีความและประเด็นต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้องและรอบด้าน

ทนายความย้ำว่าจะทำทุกอย่างเพื่อประโยชน์ของลูกความ ภายใต้กฎระเบียบ และพร้อมที่จะดำเนินการตามสิทธิที่พึงมีพึงได้

การดำเนินการใดๆ ต้องคำนึงถึงความเป็นธรรมและถูกต้องตามกฎหมาย

ที่มา – ทนายเข้าเยี่ยม “ทักษิณ” ยันจะทำทุกอย่างเพื่อประโยชน์ของลูกความ ภายใต้กฎระเบียบ

ครอบครัวเข้าเยี่ยม “ทักษิณ” ครั้งแรก ที่คลองเปรม

ความเคลื่อนไหวล่าสุดเกี่ยวกับอดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร คือการที่ครอบครัวได้เดินทางไปเยี่ยม “ทักษิณ” ครั้งแรก ที่เรือนจำกลางคลองเปรม ในวันที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2566 ภายใต้ระเบียบและข้อบังคับของกรมราชทัณฑ์ การเยี่ยมครั้งนี้ถือเป็นที่จับตามองของสังคมและสื่อมวลชน

ครอบครัวเข้าเยี่ยม “ทักษิณ” ครั้งแรก ที่เรือนจำกลางคลองเปรม

คุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ อดีตภรรยาของนายทักษิณ พร้อมด้วยบุตรสาวทั้งสองคน คือ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร และนางสาวพิณทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ ได้เดินทางไปเยี่ยม “ทักษิณ” ครั้งแรก ที่เรือนจำกลางคลองเปรม นอกจากนี้ยังมีทีมทนายความ นำโดยทนายวิญญัติ ชาติมนตรี ร่วมเดินทางไปด้วย

ทางกรมราชทัณฑ์ได้เตรียมความพร้อมของเรือนจำกลางคลองเปรมสำหรับการเยี่ยมญาติในครั้งนี้ โดยเป็นการเยี่ยมผ่านกระจก และมีเจ้าหน้าที่ประจำจุดเพื่อแนะนำระเบียบและข้อห้ามต่างๆ การเยี่ยมในครั้งแรกนี้ ทางเรือนจำได้อนุโลมให้เวลา 1 ชั่วโมง แต่สำหรับการเยี่ยมครั้งต่อไป จะจำกัดเวลาที่ 30 นาทีต่อครั้ง และอนุญาตให้ญาติเข้าเยี่ยมได้พร้อมกัน 3-4 คน

รายละเอียดการเยี่ยม “ทักษิณ” ครั้งแรก

  • ผู้เข้าเยี่ยม: คุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์, นางสาวแพทองธาร ชินวัตร, นางสาวพิณทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ และทีมทนายความ
  • สถานที่: เรือนจำกลางคลองเปรม
  • ลักษณะการเยี่ยม: เยี่ยมผ่านกระจก
  • ระยะเวลา: 1 ชั่วโมง (ครั้งแรก), 30 นาที (ครั้งต่อไป)
  • จำนวนผู้เยี่ยม: 3-4 คนต่อครั้ง

การเดินทางมาเยี่ยม “ทักษิณ” ครั้งแรก ที่เรือนจำกลางคลองเปรม ของครอบครัวในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความผูกพันและความห่วงใยที่พวกเขามีต่อนายทักษิณ แม้ว่าเขาจะอยู่ในสถานะของผู้ต้องโทษ

เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของสถาบันครอบครัว และความรักความผูกพันที่ยังคงอยู่ แม้ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก การได้รับกำลังใจจากคนในครอบครัว ย่อมเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่กำลังเผชิญกับความท้าทาย

ที่มา – ครอบครัวเข้าเยี่ยม “ทักษิณ” ครั้งแรก ที่เรือนจำกลางคลองเปรม

“ทักษิณ” ตัดผมแล้ว ทำใจได้ อยู่แดนพยาบาล

“ทักษิณ” ตัดผมแล้ว อยู่แดนพยาบาล! อธิบดีราชทัณฑ์ เผยล่าสุด “ท่านทำใจได้แล้ว” อ่านหนังสือ ดูทีวีคลายเครียด พร้อมยืนยันการเยี่ยมญาติวันนี้เป็นไปตามระเบียบ ไม่มี VVIP แน่นอน

เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 15 กันยายน 2568 ที่เรือนจำกลางคลองเปรม พ.ต.ท.เชน กาญจนาปัจจ์ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ในฐานะโฆษกกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยถึงกรณีการคุมขังนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หลังศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีคำสั่งบังคับโทษ 1 ปี และเมื่อวานนี้ครบ 5 วันที่ต้องกักโรคโควิด-19 ตามระเบียบของราชทัณฑ์แล้ว

พ.ต.ท.เชน ให้ข้อมูลว่า การเข้าเยี่ยมนายทักษิณวันนี้ ถือเป็นวันแรก และทางเรือนจำฯ ยึดตามระเบียบการเยี่ยมญาติอย่างเข้มงวด ไม่มีการเยี่ยมแบบ VVIP ครอบครัวของนายทักษิณต้องเข้าเยี่ยมเหมือนญาติผู้ต้องขังรายอื่น ๆ ทั่วไป ซึ่งจะต้องเดินต่อแถวเรียงหนึ่ง ก่อนเข้าห้องเยี่ยม พร้อมพูดคุยผ่านกระจกใส ใช้โทรศัพท์พูดคุยสื่อสาร และญาติสามารถเข้าไปได้พร้อมกันทั้งหมด

ทั้งนี้ มีรายงานว่าสำหรับการคุมขังของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นนักโทษเด็ดขาด และได้กักโรคโควิด-19 ครบ 5 วันตามระเบียบตั้งแต่เมื่อวานนี้แล้ว

โดยล่าสุดทางเรือนจำฯ ได้ให้นายทักษิณไปอยู่ที่ “แดนพยาบาล” ซึ่งรวมนักโทษผู้สูงอายุ พร้อมตัดผมแล้วตามระเบียบ ยังไม่ได้เริ่มให้ช่วยงานอะไร เพราะให้พักผ่อน คลายความเครียดก่อน

ส่วนสภาพจิตใจเบื้องต้นของนายทักษิณ เท่าที่สังเกตอาการ “ท่านทำใจได้แล้ว มียาโรคประจำตัวรับประทานตลอด อ่านหนังสือ และดูทีวีคลายเครียด“ โดยวันนี้จะมีญาติและครอบครัวชินวัตรเดินทางมาเยี่ยมเป็นครั้งแรก เวลา 10.00 น.

อย่างไรก็ตาม วันนี้ เวลา 10.00 น. ทางครอบครัวชินวัตร จะเดินทางเข้าเยี่ยมนายทักษิณ ที่เรือนจำกลางคลองเปรม นอกจากทนายความส่วนตัวแล้ว ยังมีคุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร อดีตภรรยา, น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ลูกสาว, ลูกเขย และบรรดาหลาน ๆ ของนายทักษิณ

ต่อมา นายวิญญัติ ชาติมนตรี พร้อมทีมทนายความส่วนตัวของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางมาถึงที่เรือนจำกลางคลองเปรม และเข้าติดต่อเจ้าหน้าที่ของเรือนจำ ที่บริเวณศูนย์บริการร้านสงเคราะห์ผู้ต้องขัง เพื่อยื่นคำร้องขอเข้าเยี่ยมนายทักษิณ ตามระเบียบของเรือนจำ หลังจากครบกำหนดการกักโรคและสามารถเข้าเยี่ยมได้

ล่าสุดเมื่อเวลา 09.42 น. คุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร อดีตภรรยา, พิณทองทา ชินวัตร ลูกสาว เดินทางมาเยี่ยม นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โดยมีทนายความมายืนรอรับที่ทางเข้าเรือนจำ.

“ทักษิณ” ตัดผมแล้ว อยู่แดนพยาบาล

สถานการณ์ล่าสุดของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ถูกคุมขังในเรือนจำกลางคลองเปรม กำลังเป็นที่จับตามองของสังคม หลายคนอยากทราบความเป็นอยู่ของท่านหลังต้องใช้ชีวิตในเรือนจำ

“ทักษิณ” ตัดผมแล้ว จริงหรือไม่?

ตามรายงานล่าสุด “ทักษิณ” ตัดผมแล้ว และปรับตัวเข้ากับชีวิตในเรือนจำได้ดี โดยย้ายไปอยู่แดนพยาบาล อ่านหนังสือ ดูทีวีคลายเครียด

การที่นายทักษิณสามารถปรับตัวได้รวดเร็ว ถือเป็นสัญญาณที่ดี และแสดงให้เห็นถึงความเข้มแข็งทางจิตใจของท่าน อย่างไรก็ตาม เรายังคงต้องติดตามสถานการณ์ต่อไปอย่างใกล้ชิด

ที่มา – “ทักษิณ” ตัดผมแล้ว อยู่แดนพยาบาล อธิบดีราชทัณฑ์ บอก “ท่านทำใจได้แล้ว”

Scroll to top