คนละครึ่งล่าสุด

คนละครึ่งพลัส ลงทะเบียนกลางเดือน ต.ค.

โครงการคนละครึ่งพลัสกำลังเป็นข่าวใหญ่ในช่วงนี้ โดยรัฐบาลภายใต้นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล เตรียมเปิดลงทะเบียนกลางเดือนตุลาคม 2567 นี้ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและยกระดับร้านค้าให้เข้าสู่ระบบอีคอมเมิร์ซ ซึ่งจะช่วยให้ผู้ประกอบการรายย่อยขยายตลาดได้กว้างขึ้น

หลังจากที่โครงการคนละครึ่งในอดีตประสบความสำเร็จในการช่วยเหลือประชาชนและผู้ประกอบการ รัฐบาลชุดใหม่จึงนำกลับมาปรับปรุงให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยเน้นการส่งเสริมให้ประชาชนอยู่ในระบบภาษีมากขึ้น และช่วยให้ร้านค้าทั่วไปสามารถขายสินค้าออนไลน์ได้ง่ายๆ ผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล

คนละครึ่งพลัส ลงทะเบียนกลางเดือน ต.ค. จ่อยกระดับร้านค้าเข้าสู่ระบบอีคอมเมิร์ซ

จากข้อมูลล่าสุด ปลัดกระทรวงการคลัง นายลวรณ แสงสนิท เปิดเผยว่ากระทรวงการคลังจะเสนอรายละเอียดโครงการเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในสัปดาห์ที่ 2 ของเดือนตุลาคม 2567 และคาดว่าจะเริ่มเปิดลงทะเบียนทั้งสำหรับร้านค้าและประชาชนผู้ใช้สิทธิ์ในสัปดาห์ถัดไป โดยมาตรการนี้จะเริ่มใช้จ่ายได้เร็วที่สุดปลายเดือนตุลาคม และดำเนินต่อเนื่องในช่วงพฤศจิกายน-ธันวาคม เพื่อกระตุ้นการจับจ่ายในช่วงปลายปี

โครงการคนละครึ่งพลัสนี้ไม่เพียงช่วยลดภาระค่าครองชีพให้ประชาชนเท่านั้น แต่ยังมุ่งหวังให้ผู้ประกอบการร้านค้าขนาดเล็กเข้าสู่โลกออนไลน์ โดยรัฐบาลจะประสานงานกับธนาคารต่างๆ เพื่อช่วยจัดการระบบบัญชีและปล่อยสินเชื่อ ทำให้ร้านค้าสามารถลงทะเบียนขายสินค้าผ่านแอปพลิเคชันและเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซได้สะดวกยิ่งขึ้น

เงื่อนไขสิทธิ์คนละครึ่ง 2567 ใครบ้างที่ได้รับประโยชน์

สำหรับสิทธิ์ในโครงการคนละครึ่งพลัส จะแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก เพื่อให้ครอบคลุมประชาชนทุกกลุ่ม โดยผู้เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจะได้รับสิทธิ์พิเศษแบบ 60:40 คือ รัฐช่วยจ่าย 60% และประชาชนจ่ายเอง 40% ซึ่งคาดว่ามีผู้ได้รับสิทธิ์ราว 11 ล้านคน ขณะที่ประชาชนทั่วไปและผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะได้รับสิทธิ์แบบ 50:50 ตามรูปแบบคนละครึ่งเดิม

การแบ่งสิทธิ์เช่นนี้จะช่วยจูงใจให้ประชาชนมากขึ้นเข้ามาอยู่ในระบบภาษี โดยไม่ละเลยกลุ่มผู้มีรายได้น้อย ทำให้โครงการนี้เป็นเครื่องมือที่ทรงพลังในการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก

คนละครึ่งพลัส ซื้ออะไรได้บ้าง และขยายไปยังอีคอมเมิร์ซอย่างไร

ในโครงการคนละครึ่งที่ผ่านมา ผู้ใช้สิทธิ์สามารถซื้ออาหาร เครื่องดื่ม สินค้าทั่วไป และบริการต่างๆ เช่น นวด สปา ทำผม ค่าเดินทางขนส่งสาธารณะ ได้ในอัตรารัฐช่วยจ่าย 50% สูงสุดไม่เกิน 150 บาทต่อวัน ผ่านแอปเป๋าตัง โดยห้ามใช้กับสลากกินแบ่ง แอลกอฮอล์ และยาสูบ

สำหรับเวอร์ชันอัปเกรดอย่างคนละครึ่งพลัส รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ระบุว่า จะเพิ่มแรงจูงใจสำหรับผู้เสียภาษี และยกระดับร้านค้าให้เข้าสู่ระบบอีคอมเมิร์ซ โดยช่วยเหลือด้านเทคโนโลยี การจัดการบัญชี และสินเชื่อ ทำให้ร้านค้าสามารถขายออนไลน์ได้ โดยเชื่อมโยงกับแพลตฟอร์มใหญ่ๆ เพื่อขยายตลาดไปยังลูกค้าทั่วประเทศ

นอกจากนี้ รายละเอียดวงเงินงบประมาณและจำนวนผู้มีสิทธิ์ จะประกาศอย่างเป็นทางการหลังนายกรัฐมนตรีแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้

ขั้นตอนลงทะเบียนคนละครึ่ง 2567 ง่ายๆ ผ่านช่องทางออนไลน์

การลงทะเบียนโครงการคนละครึ่งพลัส คาดว่าจะคล้ายกับรุ่นก่อน โดยสามารถทำได้ผ่านเว็บไซต์ www.คนละครึ่ง.com หรือแอปพลิเคชันเป๋าตัง โดยผูกกับ G-Wallet และเติมเงินก่อนใช้ ผู้เข้าร่วมต้องมีอายุ 18 ปีขึ้นไป เป็นคนไทย และไม่ใช่ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (สำหรับบางกลุ่ม)

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ยืนยันว่าการระงับบัญชีม้า จะไม่กระทบโครงการนี้ เนื่องจากดำเนินการผ่านแอปโดยตรง ไม่เกี่ยวข้องกับบัญชีธนาคาร ทำให้ระบบปลอดภัยและโปร่งใส

โครงการนี้ไม่เพียงช่วยเศรษฐกิจในระยะสั้น แต่ยังสร้างฐานรากที่ยั่งยืนให้กับผู้ประกอบการ โดยเฉพาะการผลักดันสู่ดิจิทัล ซึ่งเป็นเทรนด์สำคัญในยุคปัจจุบัน หากคุณเป็นร้านค้าหรือประชาชนที่สนใจ ควรเตรียมตัวลงทะเบียนตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อไม่พลาดสิทธิ์

ในฐานะที่ปรึกษาเศรษฐกิจ ผมเชื่อว่าคนละครึ่งพลัสจะเป็นก้าวสำคัญในการฟื้นฟูเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะหลังวิกฤตโควิด ลองนึกภาพร้านค้าท้องถิ่นขายสินค้าได้ทั่วประเทศผ่านออนไลน์ นี่คือโอกาสทองสำหรับทุกคน ติดตามอัปเดตเพิ่มเติมและเตรียมเอกสารให้พร้อมเพื่อลงทะเบียน吧!

ที่มา – “คนละครึ่งพลัส” ลงทะเบียนกลางเดือน ต.ค. จ่อยกระดับร้านค้าเข้าสู่ระบบอีคอมเมิร์ซ

คนละครึ่งพลัส: เตรียมเปิดลงทะเบียน ต.ค. นี้

คนละครึ่ง 2568 อัปเดตล่าสุด “คนละครึ่งพลัส” นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ ช่วยลดค่าครองชีพประชาชน กระตุ้นการจับจ่ายใช้สอย เตรียมเปิดลงทะเบียนร้านค้า-ประชาชน กลางเดือนตุลาคมนี้

โครงการ “คนละครึ่ง 2568” หรือ “คนละครึ่งพลัส” ภายใต้รัฐบาล “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรี ที่ประกาศจะรื้อฟื้นโครงการ “คนละครึ่ง” ที่เคยใช้ในยุครัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น ช่วยลดค่าครองชีพประชาชน และกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอย

ซึ่งเป็นที่ชัดเจนแล้วว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เตรียมเเผนคนละครึ่งพลัส 60:40 ภายหลังมีการให้สัมภาษณ์ไว้

“รัฐบาลจะทำโครงการ คนละครึ่งพลัส เป็นแรงจูงใจให้คนที่เสียภาษี 60 ต่อ 40 มั่นใจกระตุ้นเศรษฐกิจให้เร็ว รัฐบาลมีเวลาไม่มาก แต่อาจทำทุกอย่างที่ค้างท่อ เร่งปัจจัยทั้งหลายให้เกิดขึ้นเร็วที่สุด เท่าที่เวลาที่เรามี รัฐบาลเสียงข้างน้อย ไม่มีปัญหา พรรคร่วมฯ ไม่มีไม่สนับสนุนกัน ทุกอย่าง เป็นประโยชน์กับประเทศ ถือว่าเป็นบิ๊กวิน (Big Win) ของประเทศ”

เงื่อนไขใหม่ “อัปเกรดคนละครึ่งพลัส”

สำหรับโครงการรอบนี้ถูกขนานนามว่า “คนละครึ่งพลัส” โดยจะแบ่งสิทธิออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่

1.กลุ่มผู้เสียภาษีเงินได้

  • ได้สิทธิแบบพิเศษ “รัฐช่วยจ่าย 60% และประชาชนจ่าย 40%” (60:40)
  • คาดว่ามีสิทธิประมาณ 11 ล้านคน
  • มีแนวทางเพิ่มวงเงินให้สูงกว่าเดิม เช่น 1,200 บาท/คน

2.ประชาชนทั่วไป (นอกระบบภาษี) และผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

  • ใช้สิทธิแบบ 50:50 ตามเดิม : รัฐช่วยจ่าย 50% ประชาชนจ่ายเอง 50%
  • ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ อาจได้สิทธิ Top Up เช่น จากเดิม 300 บาท รัฐบาลเติมให้อีก 700 บาท รวมเป็น 1,000 บาท เพื่อไม่ให้น้อยกว่าประชาชนทั่วไป

วิธีลงทะเบียนคนละครึ่ง 2568 เตรียมใช้สิทธิผ่านแอปฯ

อัปเดตล่าสุด “คนละครึ่งพลัส” เตรียมเปิดลงทะเบียนร้านค้า-ประชาชน กลางเดือน ต.ค.

ความคืบหน้าล่าสุด วันที่ 25 กันยายน 2568 นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เผยว่า กระทรวงการคลัง เตรียมเสนอรายละเอียดโครงการเข้าสู่การพิจารณาในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี หรือ ครม. ภายในสัปดาห์ที่ 2 ของเดือนตุลาคมนี้ และจะเริ่มเปิดลงทะเบียนร้านค้า รวมถึงประชาชนผู้ใช้สิทธิในระบบภาษีและบุคคลทั่วไปในสัปดาห์ถัดไป

ทั้งนี้ คาดว่ามาตรการ คนละครึ่งพลัส จะเริ่มใช้จ่ายได้เร็วที่สุดปลายเดือนตุลาคมนี้ และจะกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยของประชาชนอย่างต่อเนื่อง ในช่วงเดือนพฤศจิกายน – ธันวาคม 2568. โครงการนี้ถือว่าเป็นอีกหนึ่งมาตรการที่น่าสนใจในการกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงปลายปีนี้

เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับ คนละครึ่งพลัส

หากคุณเป็นผู้ที่สนใจเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัส อย่าลืมเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการลงทะเบียนในช่วงกลางเดือนตุลาคมนี้ ติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดจากทางกระทรวงการคลัง เพื่อไม่พลาดโอกาสในการรับสิทธิประโยชน์จากโครงการนี้

อย่างไรก็ตาม “คนละครึ่งพลัส” อยู่ภายใต้แนวคิดปรับปรุงรูปแบบให้เหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจและสังคมในปัจจุบัน ซึ่งยังต้องรอความชัดเจนจากทางรัฐบาลอีกครั้ง หากมีความคืบหน้าอย่างไร “ไทยรัฐออนไลน์” จะรีบรายงานให้ทราบต่อไป.

ที่มา – อัปเดตล่าสุด “คนละครึ่งพลัส” เตรียมเปิดลงทะเบียนร้านค้า-ประชาชน กลางเดือน ต.ค.

ไทม์ไลน์ลงทะเบียน “คนละครึ่งพลัส” ใช้จ่ายปลายตุลาคมนี้

ส่องไทม์ไลน์ลงทะเบียน “คนละครึ่งพลัส” เริ่มใช้จ่ายได้เร็วสุดปลายเดือนตุลาคมนี้ “กระทรวงการคลัง” มั่นใจกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยของประชาชนอย่างต่อเนื่อง

ภายหลังจาก นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวถึงโครงการ “คนละครึ่ง” ว่ามีประโยชน์ เพราะมีส่วนร่วมกับประชาชนโดยมีการแชร์กัน รัฐบาลจะทำโครงการ “คนละครึ่งพลัส” เป็นแรงจูงใจให้คนที่เสียภาษี 60:40 และมั่นใจว่าจะกระตุ้นเศรษฐกิจให้เร็ว รัฐบาลมีเวลาไม่มาก แต่อาจทำทุกอย่างที่ค้างท่อโดยเร่งปัจจัยทั้งหลายให้เกิดขึ้นโดยเร็วที่สุดเท่าที่เวลาที่เรามี รัฐบาลเสียงข้างน้อยไม่มีปัญหา พรรคร่วมไม่มีการไม่สนับสนุนกัน ทุกอย่างเป็นประโยชน์กับประเทศถือว่าเป็นบิ๊กวิน (Big Win) ของประเทศ

“คนละครึ่งรอบใหม่” แบ่งสิทธิเป็น 2 กลุ่ม

สำหรับโครงการคนละครึ่งรอบใหม่ หรือ คนละครึ่งพลัส จะให้สิทธิประชาชนคนไทยทุกคน โดยแบ่งสิทธิออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ ดังนี้

  • ผู้เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา จะได้รับสิทธิพิเศษ “รัฐช่วยจ่าย 60% และประชาชนจ่ายเอง 40%” หรือรูปแบบ 60:40 โดยกลุ่มนี้จะมีผู้ได้รับสิทธิ ประมาณ 11 ล้านคน
  • ส่วนประชาชนทั่วไปและผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะได้รับสิทธิจ่ายคนละครึ่ง หรือรูปแบบ 50:50 โดยประชาชนจ่าย 50% และรัฐช่วยจ่ายอีก 50%

“คนละครึ่งพลัส” พร้อมดำเนินการได้ทันที

ล่าสุด วันที่ 25 ก.ย. 2568 นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เผยว่า โครงการ “คนละครึ่งพลัส” จะเป็นหนึ่งในมาตรการที่พร้อมดำเนินการได้ทันที โดยคำนึงถึงวินัยการคลัง ด้วยเงื่อนไขที่เพิ่มแรงจูงใจและสิทธิประโยชน์ให้กับประชาชนที่อยู่ในระบบภาษี ซึ่งจะทำให้ประชาชนเข้าสู่ระบบภาษีมากขึ้นในอนาคต และยังยกระดับพ่อค้า-แม่ค้า ให้เข้าสู่ระบบอีคอมเมิร์ซ ขยายตลาดได้ด้วย พร้อมประสานทุกธนาคารเข้าไปช่วยดูเรื่องระบบการจัดการบัญชี และการปล่อยสินเชื่อให้กับผู้ค้า

ส่วนรายละเอียดของโครงการ “คนละครึ่งพลัส” ทั้งการกำหนดวงเงินงบประมาณ และจำนวนผู้มีสิทธิ์ จะต้องรอนายกรัฐมนตรีแถลงนโยบายต่อรัฐสภาให้เรียบร้อยก่อน

ไทม์ไลน์ลงทะเบียน “คนละครึ่งพลัส”

ทางด้าน นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เผยว่า กระทรวงการคลัง เตรียมเสนอรายละเอียดโครงการเข้าสู่การพิจารณาในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี หรือ ครม. ภายในสัปดาห์ที่ 2 ของเดือนตุลาคมนี้ และจะเริ่มเปิดลงทะเบียนร้านค้า รวมถึงประชาชนผู้ใช้สิทธิ์ในระบบภาษีและบุคคลทั่วไปในสัปดาห์ถัดไป

อย่างไรก็ตาม คาดว่ามาตรการคนละครึ่งจะเริ่มใช้จ่ายได้เร็วที่สุดปลายเดือนตุลาคมนี้ และจะกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยของประชาชนอย่างต่อเนื่อง ในช่วงเดือน พ.ย. – ธ.ค. 2568.

เช็กเลย! ไทม์ไลน์ลงทะเบียน “คนละครึ่งพลัส”

สำหรับใครที่กำลังรอโครงการ “คนละครึ่งพลัส” อยู่ อย่าลืมเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการลงทะเบียนที่จะเกิดขึ้นในช่วงเดือนตุลาคมนี้ เพื่อไม่ให้พลาดสิทธิประโยชน์จากโครงการดีๆ ที่จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ

โครงการ “คนละครึ่งพลัส” ถือเป็นอีกหนึ่งมาตรการที่รัฐบาลให้ความสำคัญ เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน และส่งเสริมให้เกิดการจับจ่ายใช้สอยภายในประเทศอย่างต่อเนื่อง การที่โครงการแบ่งสิทธิออกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มผู้เสียภาษี และกลุ่มประชาชนทั่วไป ทำให้มั่นใจได้ว่า โครงการจะสามารถตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนได้หลากหลายกลุ่มมากยิ่งขึ้น

ดังนั้น การติดตามข่าวสารและเตรียมความพร้อมสำหรับการลงทะเบียน “คนละครึ่งพลัส” จึงเป็นสิ่งที่สำคัญ เพื่อให้คุณไม่พลาดโอกาสในการรับสิทธิประโยชน์จากโครงการนี้ และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศให้ก้าวไปข้างหน้า

หวังว่าข้อมูลนี้จะเป็นประโยชน์และช่วยให้ทุกคนได้เข้าใจไทม์ไลน์และรายละเอียดของโครงการ “คนละครึ่งพลัส” มากยิ่งขึ้นนะคะ

ที่มา – ไทม์ไลน์ลงทะเบียน “คนละครึ่งพลัส” เริ่มใช้จ่ายได้เร็วสุดปลายเดือนตุลาคมนี้

อัปเดต! เงื่อนไข “คนละครึ่งพลัส” ใครได้บ้าง?

อัปเดตความคืบหน้า “คนละครึ่ง 2568” หรือ “คนละครึ่งพลัส” เช็กเงื่อนไขล่าสุด แบ่งเป็น 2 กลุ่มใหญ่ ใครมีสิทธิบ้าง

ภายหลัง “รัฐบาลอนุทิน” ประกาศฟื้นคืน โครงการคนละครึ่ง หรือ “คนละครึ่งพลัส” เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้น ซึ่งคนละครึ่งในรอบใหม่อาจจะมีเรื่องสิทธิประโยชน์ที่มากขึ้น

โดยล่าสุด นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวถึงโครงการคนละครึ่ง ระบุว่า มีประโยชน์ เพราะมีส่วนร่วมกับประชาชนโดยมีการแชร์กัน รัฐบาลจะทำโครงการคนละครึ่งพลัส เป็นแรงจูงใจให้คนที่เสียภาษี 60:40 และมั่นใจว่าจะกระตุ้นเศรษฐกิจให้เร็ว รัฐบาลมีเวลาไม่มาก แต่อาจทำทุกอย่างที่ค้างท่อโดยเร่งปัจจัยทั้งหลายให้เกิดขึ้นโดยเร็วที่สุดเท่าที่เวลาที่เรามี รัฐบาลเสียงข้างน้อยไม่มีปัญหา พรรคร่วมไม่มีการไม่สนับสนุนกัน ทุกอย่างเป็นประโยชน์กับประเทศถือว่าเป็นบิ๊กวิน (Big Win) ของประเทศ

อัปเดตเงื่อนไข “คนละครึ่งพลัส” หรือ “คนละครึ่ง 2568”

หากย้อนกลับก่อนหน้านี้ “โครงการคนละครึ่ง” ที่ผ่านมา จะกำหนดเงื่อนไขการใช้จ่ายคือ ประชาชนจะได้รับสิทธิภาครัฐร่วมจ่ายร้อยละ 50 สำหรับค่าอาหาร เครื่องดื่ม สินค้าทั่วไป และค่าบริการ (นวด สปา ทำผม ทำเล็บ ค่าเดินทางโดยบริการขนส่งสาธารณะหรือขนส่งมวลชนสาธารณะ) ยกเว้นสลากกินแบ่ง เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ยาสูบ โดยใช้สิทธิผ่านแอปฯ “เป๋าตัง” จำกัดสิทธิไม่เกิน 150 บาท/วัน

โดยผู้ที่สามารถลงทะเบียน คนละครึ่ง ได้นั้น จะต้องมีคุณสมบัติดังนี้

  • อายุ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป
  • มีสัญชาติไทย
  • ไม่เป็นผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

“คนละครึ่งรอบใหม่” แบ่งสิทธิเป็น 2 กลุ่ม

สำหรับโครงการคนละครึ่งรอบใหม่ จะให้สิทธิประชาชนคนไทยทุกคน โดยแบ่งสิทธิออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ ดังนี้

  • ผู้เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา จะได้รับสิทธิพิเศษ “รัฐช่วยจ่าย 60% และประชาชนจ่ายเอง 40%” หรือรูปแบบ 60:40 โดยกลุ่มนี้จะมีผู้ได้รับสิทธิ ประมาณ 11 ล้านคน
  • ส่วนประชาชนทั่วไปและผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะได้รับสิทธิจ่ายคนละครึ่ง หรือรูปแบบ 50:50 โดยประชาชนจ่าย 50% และรัฐช่วยจ่ายอีก 50%

นอกจากนี้ นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ยังได้เปิดเผยถึง นโยบายคนละครึ่งล่าสุด ระบุว่า แม้จะยังไม่ได้มีการประกาศรายละเอียดอย่างเป็นทางการ แต่มีแนวทางเบื้องต้นว่า ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจะได้รับสิทธิในลักษณะ top up เช่น หากบัตรสวัสดิการให้สิทธิ 300 บาท รัฐบาลจะเติมให้อีก 700 บาท รวมเป็น 1,000 บาท เพื่อไม่ให้น้อยกว่าประชาชนทั่วไป

ขณะเดียวกันยังมีการพิจารณามอบสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมแก่ผู้ที่อยู่ในระบบภาษี เช่น อาจได้รับสิทธิ 1,200 บาทต่อคน แทน 1,000 บาท จากนี้ต้องไปดูขั้นตอนทางเทคนิค แต่นโยบายนี้ปฏิบัติแน่ เพราะหารือกันมาถึงแนวทางการปฏิบัติแล้ว

อย่างไรก็ตามโครงการ “คนละครึ่งพลัส” ยังอยู่ภายใต้แนวคิดปรับปรุงรูปแบบให้เหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจและสังคมในปัจจุบัน ซึ่งยังต้องรอความชัดเจนจากรัฐบาลอีกครั้ง หากมีความคืบหน้าอย่างไร “ไทยรัฐออนไลน์” จะรีบรายงานให้ทราบต่อไป.

จับตาเงื่อนไขและสิทธิประโยชน์ของ “คนละครึ่งพลัส”

โครงการ “คนละครึ่งพลัส” ที่กำลังจะมาถึงนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่น่าสนใจ ผู้ที่สนใจเข้าร่วมโครงการ ควรรอติดตามรายละเอียดและเงื่อนไขอย่างเป็นทางการจากรัฐบาล เพื่อไม่ให้พลาดสิทธิประโยชน์ที่ท่านพึงจะได้รับ โครงการคนละครึ่งพลัสนี้ มีเงื่อนไขที่แตกต่างจากเดิมพอสมควร โดยเฉพาะการแบ่งกลุ่มผู้มีสิทธิออกเป็นสองกลุ่ม ซึ่งจะทำให้ผู้เสียภาษีได้รับสิทธิประโยชน์ที่มากขึ้น แต่ก็ต้องรอดูรายละเอียดปลีกย่อยอื่นๆ เพิ่มเติม

หากคุณเป็นผู้ที่อยู่ในกลุ่มผู้เสียภาษี อย่าลืมเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิพิเศษจากโครงการ”คนละครึ่งพลัส” นี้ เพราะอาจมีเงื่อนไขเพิ่มเติมที่ต้องพิจารณา เช่น เกณฑ์รายได้ หรือเงื่อนไขอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเสียภาษีประจำปี

สำหรับผู้ที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ก็ไม่ต้องกังวล เพราะรัฐบาลจะเติมเงินให้เพื่อให้ได้รับสิทธิประโยชน์ที่ไม่น้อยกว่าประชาชนทั่วไป ถือเป็นข่าวดีที่รัฐบาลให้ความสำคัญกับประชาชนทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียมกัน

อย่างไรก็ตาม การวางแผนการใช้จ่ายอย่างรอบคอบยังคงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้เงินที่ได้รับจากโครงการ “คนละครึ่งพลัส” นี้ สามารถนำไปใช้จ่ายได้อย่างคุ้มค่า และช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในภาพรวมได้อย่างมีประสิทธิภาพ คนละครึ่งพลัส จะช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันได้อีกมาก

ที่มา – อัปเดตเงื่อนไข “คนละครึ่ง” สู่ “คนละครึ่งพลัส” แบ่ง 2 กลุ่มใหญ่ ใครได้บ้าง

คนละครึ่งพลัส 2568 เริ่มเมื่อไร? เช็กเงื่อนไข!

อัปเดตล่าสุดโครงการ “คนละครึ่ง 2568” หรือ “คนละครึ่งพลัส” จะเริ่มโครงการได้เมื่อไร? มาเช็กเงื่อนไขล่าสุดและดูกันว่าใครลงทะเบียนได้บ้าง

อัปเดตความคืบหน้าโครงการ “คนละครึ่ง” ปี 2568 หรือ “คนละครึ่งพลัส” ภายหลังจากที่ รัฐบาลอนุทินเตรียมนำโครงการดังกล่าว กลับมาปัดฝุ่นอีกครั้ง เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้น แต่อาจจะมีอะไรที่มากกว่าเดิม เช่น เรื่องสิทธิประโยชน์ที่มากขึ้น 

“คนละครึ่งพลัส 2568” คืออะไร

สำหรับ “คนละครึ่ง” คือโครงการฟื้นฟูเศรษฐกิจระดับฐานราก สำหรับผู้ประกอบการรายย่อยโดยเฉพาะกลุ่มหาบเร่ แผงลอย เพื่อให้มีรายได้จากการขายสินค้าเพิ่มขึ้น โดยภาครัฐร่วมจ่ายค่าอาหาร เครื่องดื่ม และสินค้าทั่วไปผ่านฝ่ายของผู้ซื้อ 50% โดยใช้จ่ายผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ไม่เกิน 150 บาทต่อคนต่อวัน หรือไม่เกิน 3,000 บาทต่อคน ตลอดระยะเวลาโครงการ

โดยล่าสุด นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวถึงโครงการคนละครึ่ง ระบุว่า มีประโยชน์ เพราะมีส่วนร่วมกับประชาชนโดยมีการแชร์กัน รัฐบาลจะทำโครงการคนละครึ่งพลัส เป็นแรงจูงใจให้คนที่เสียภาษี 60:40 และมั่นใจว่าจะกระตุ้นเศรษฐกิจให้เร็ว รัฐบาลมีเวลาไม่มาก แต่อาจทำทุกอย่างที่ค้างท่อโดยเร่งปัจจัยทั้งหลายให้เกิดขึ้นโดยเร็วที่สุดเท่าที่เวลาที่เรามี รัฐบาลเสียงข้างน้อยไม่มีปัญหา พรรคร่วมไม่มีการไม่สนับสนุนกัน ทุกอย่างเป็นประโยชน์กับประเทศถือว่าเป็นบิ๊กวิน (Big Win) ของประเทศ

โครงการ “คนละครึ่งพลัส 2568” จะเริ่มเมื่อไร

สำหรับโครงการคนละครึ่งฉบับอัปเกรด หรือ “คนละครึ่งอนุทิน” ก่อนหน้านี้คาดการณ์ว่าจะเริ่มใช้ได้เร็วสุดในช่วงเดือนตุลาคม 2568 โดยใช้งบประมาณ ในหมวดงบประมาณกระตุ้นเศรษฐกิจ วงเงินราว 25,000 ล้านบาท

โดยนายอนุทิน ได้เผยความคืบหน้าบนเวทีปราศรัย ขณะหาเสียงช่วย น.ส.จินณ์ตวรรณ ไตรสรณกุล หรือ ครูอีฟ เลือกตั้งซ่อม จ.ศรีสะเกษ เขต 5 ตอนหนึ่งว่า นโยบายต่างๆ พูดอะไรไว้เราจะทำตามที่พูดภายใน 1 เดือนนี้ “คนละครึ่งพลัส 2568” จะมาถึงมือแน่นอน

คาดแถลงนโยบาย 29-30 ก.ย. ดึง 2.5 หมื่นล้าน งบประมาณปี 68 ทำ “คนละครึ่งพลัส 2568” 

ขณะที่ทางด้าน นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงแนวโน้มการใช้งบกระตุ้นเศรษฐกิจปี 2568 และ “คนละครึ่ง” เมื่อถามว่า ส่วนงบประมาณปี 2568 จำนวน 2.5 หมื่นล้านบาท จะนำมาใช้ในโครงการคนละครึ่งทันหรือไม่ นายภราดร ย้ำว่า ต้องดูแนวทางและถามหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงบประมาณ ว่าจะมีช่องทางไหนที่สามารถทำได้หรือไม่ แต่ถึงอย่างไรต้องรอให้ ครม. มีความสมบูรณ์ก่อน

สำหรับการแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา ได้คุยนอกรอบว่า วันที่ 29-30 กันยายนนี้ ฉะนั้นน่าจะอยู่ในกรอบ แต่ถึงอย่างไรต้องรอหลังจากที่นายกรัฐมนตรีทำหนังสือถึงประธานรัฐสภา เพื่อนัดหารือ 3 ฝ่าย (ฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล วุฒิสภา) เพื่อแบ่งสรรเวลาและกำหนดวันที่ชัดเจนอีกครั้ง ซึ่งเบื้องต้นได้ประสานนอกรอบแล้วก็คิดว่าน่าจะเป็น 29-30 กันยายน ส่วนจะต้องเร่งรัดเรื่องใดเป็นพิเศษหรือไม่ นายภราดร ตอบว่า ไม่ทันก็ไม่ทัน ไม่ทันก็ไปใช้งบประมาณปี 2569 หากทันก็ใช้งบประมาณปี 2568 ก็มีเท่านั้น

เงื่อนไข “คนละครึ่งพลัส 2568” ใครได้บ้าง

สำหรับโครงการคนละครึ่งรอบใหม่ จะให้สิทธิประชาชนคนไทยทุกคน โดยแบ่งสิทธิออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ ดังนี้

  • ผู้เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา 

จะได้รับสิทธิพิเศษ “รัฐช่วยจ่าย 60% และประชาชนจ่ายเอง 40%” หรือรูปแบบ 60:40 โดยกลุ่มนี้จะมีผู้ได้รับสิทธิ ประมาณ 11 ล้านคน

  • ประชาชนทั่วไปและผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 

จะได้รับสิทธิจ่ายคนละครึ่ง หรือ 50:50 โดยประชาชนจ่าย 50% และรัฐช่วยจ่ายอีก 50%

จ่อเพิ่มสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมแก่ผู้ที่อยู่ในระบบภาษี – ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

ขณะที่ นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย อัปเดตข้อมูลโครงการ คนละครึ่ง ว่า ในส่วนของนโยบายคนละครึ่ง กำลังเป็นที่จับตามอง แม้จะยังไม่ได้มีการประกาศรายละเอียดอย่างเป็นทางการ แต่มีแนวทางเบื้องต้นว่า

  • ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะได้รับสิทธิ์ในลักษณะ top up 

เช่น หากบัตรสวัสดิการให้สิทธิ์ 300 บาท รัฐบาลจะเติมให้อีก 700 บาท รวมเป็น 1,000 บาท เพื่อไม่ให้น้อยกว่าประชาชนทั่วไป

  • ขณะเดียวกัน ยังมีการพิจารณามอบสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมแก่ผู้ที่อยู่ในระบบภาษี 

เช่น อาจได้รับสิทธิ์ 1,200 บาทต่อคน แทน 1,000 บาท จากนี้ต้องไปดูขั้นตอนทางเทคนิค แต่นโยบายนี้ปฏิบัติแน่ เพราะหารือกันมาถึงแนวทางการปฏิบัติแล้ว

  • ชงเพิ่มวงเงิน 200 บาทต่อวัน

โดย นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ยังได้เปิดเผยอีกว่า ภาคเอกชนได้เสนอให้เพิ่มวงเงินในโครงการคนละครึ่ง จากเดิม 150 บาทต่อวัน เป็น 200 บาทต่อวัน คนที่ใช้แพลตฟอร์ม และมีสิทธิอยู่แล้วจะไม่ต้องลงทะเบียนใหม่เมื่อถึงเวลาสามารถใช้ได้ทันที ส่วนคนที่ยังไม่เคยใช้ต้องลงทะเบียน และสำหรับคนที่ไม่มีสมาร์ทโฟน ก็มีระบบออฟไลน์รองรับ

อย่างไรก็ตาม สำหรับความคืบหน้า “โครงการคนละครึ่ง 2568” ยังต้องรอความชัดเจนจากรัฐบาลอีกครั้ง หากมีรายละเอียดเพิ่มเติม จะรายงานให้ทราบต่อไป.

โครงการ “คนละครึ่งพลัส 2568” เป็นโครงการที่น่าจับตามองสำหรับผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือด้านค่าใช้จ่าย และหวังว่ารัฐบาลจะเร่งดำเนินการให้เป็นรูปธรรมโดยเร็ว

ที่มา – อัปเดตโครงการ “คนละครึ่งพลัส” จะเริ่มเมื่อไร เช็กเงื่อนไขล่าสุด ใครได้บ้าง

คนละครึ่งพลัส ใช้ได้เมื่อไหร่? อัปเดตล่าสุด!

อัปเดตโครงการ “คนละครึ่งพลัส” ในสมัยรัฐบาลอนุทิน ใช้ได้เมื่อไหร่ แย้มเพิ่มสิทธิให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

“คนละครึ่ง 2568” หรือ “คนละครึ่งพลัส” ที่เตรียมนำกลับมาปัดฝุ่นใหม่ในสมัยของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ยังคงเป็นนโยบายที่หลายคนรอคอย ซึ่งในรอบนี้อาจจะมีการปรับเงื่อนไขการลงทะเบียน และสิทธิการใช้จ่าย โดยเน้นสร้างแรงจูงใจให้ประชาชนเข้าสู่ระบบภาษี

สำหรับคนละครึ่งรอบใหม่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ระบุว่า มีประโยชน์ เพราะมีส่วนร่วมกับประชาชนโดยมีการแชร์กัน รัฐบาลจะทำโครงการคนละครึ่งพลัส เป็นแรงจูงใจให้คนที่เสียภาษี 60:40 และมั่นใจว่าจะกระตุ้นเศรษฐกิจให้เร็ว รัฐบาลมีเวลาไม่มาก แต่อาจทำทุกอย่างที่ค้างท่อโดยเร่งปัจจัยทั้งหลายให้เกิดขึ้นโดยเร็วที่สุดเท่าที่เวลาที่เรามี รัฐบาลเสียงข้างน้อยไม่มีปัญหา พรรคร่วมไม่มีการไม่สนับสนุนกัน ทุกอย่างเป็นประโยชน์กับประเทศถือว่าเป็นบิ๊กวิน (Big Win) ของประเทศ

ขณะที่  “กระทรวงการคลัง” ได้ออกมายืนยันก่อนหน้านี้ว่า มีความพร้อมที่จะทำโครงการคนละครึ่งได้ทันที หากมีนโยบายออกมาชัดเจน เพราะขณะนี้มีความพร้อมทั้งในส่วนระบบ งบประมาณ และความเหมาะสมต่อสถานการณ์เศรษฐกิจปัจจุบัน

อัปเดตล่าสุด “คนละครึ่งพลัส” ใครได้บ้าง

สำหรับเงื่อนไข คนละครึ่ง 2568 นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เผยว่า ในส่วนของนโยบายคนละครึ่งพลัส กำลังเป็นที่จับตามอง แม้จะยังไม่ได้มีการประกาศรายละเอียดอย่างเป็นทางการ แต่มีแนวทางเบื้องต้น คือ

  • เพิ่มสิทธิผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จ่อรับเงินรวม 1,000 บาท

ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะได้รับสิทธิในลักษณะ top up เช่น หากบัตรสวัสดิการให้สิทธิ 300 บาท รัฐบาลจะเติมให้อีก 700 บาท รวมเป็น 1,000 บาท เพื่อไม่ให้น้อยกว่าประชาชนทั่วไป 

  • มอบสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมแก่ผู้ที่อยู่ในระบบภาษี

ขณะเดียวกัน ยังมีการพิจารณามอบสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมแก่ผู้ที่อยู่ในระบบภาษี เช่น อาจได้รับสิทธิ์ 1,200 บาทต่อคน แทน 1,000 บาท จากนี้ต้องไปดูขั้นตอนทางเทคนิค แต่นโยบายนี้ปฏิบัติแน่ เพราะหารือกันมาถึงแนวทางการปฏิบัติแล้ว

  • ชงเพิ่มวงเงิน 200 บาทต่อวัน

โดยก่อนหน้านี้ นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ยังได้เปิดเผยอีกว่า ภาคเอกชนได้เสนอให้เพิ่มวงเงินในโครงการคนละครึ่ง จากเดิม 150 บาทต่อวัน เป็น 200 บาทต่อวัน คนที่ใช้แพลตฟอร์ม และมีสิทธิอยู่แล้วจะไม่ต้องลงทะเบียนใหม่เมื่อถึงเวลาสามารถใช้ได้ทันที ส่วนคนที่ยังไม่เคยใช้ต้องลงทะเบียน และสำหรับคนที่ไม่มีสมาร์ทโฟน ก็มีระบบออฟไลน์รองรับ

อย่างไรก็ตาม โครงการคนละครึ่ง 2568 ยังต้องรอความชัดเจนอีกครั้ง หากมีความคืบหน้าเพิ่มเติมจะรายงานให้ทราบต่อไป.

คนละครึ่งพลัส: สรุปสิ่งที่คุณต้องรู้

โครงการ “คนละครึ่งพลัส” เป็นโครงการที่รัฐบาลกำลังพิจารณาอยู่ โดยมีเป้าหมายที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจและช่วยเหลือประชาชน โดยเฉพาะผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและผู้ที่อยู่ในระบบภาษี แม้ว่ารายละเอียดของโครงการยังไม่ชัดเจน แต่ก็เป็นที่คาดหวังว่าจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายและส่งเสริมการบริโภคภายในประเทศ

สำหรับประชาชนทั่วไปที่สนใจเข้าร่วมโครงการ “คนละครึ่งพลัส” สิ่งสำคัญคือการติดตามข่าวสารจากแหล่งที่เชื่อถือได้อย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมตัวให้พร้อมเมื่อมีการประกาศรายละเอียดและเงื่อนไขอย่างเป็นทางการ

โครงการนี้ถือเป็นอีกหนึ่งความหวังในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ หากมีการบริหารจัดการที่ดีและประชาชนให้ความร่วมมือ ก็เชื่อได้ว่าจะสามารถบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้ และสร้างประโยชน์ให้กับทุกภาคส่วน

ที่มา – “คนละครึ่งพลัส” ใช้ได้เมื่อไหร่ แย้มเพิ่มสิทธิให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

อนุทิน มั่นใจคนละครึ่งพลัส ไทยไม่ยอมกัมพูชา


“นายกฯ อนุทิน” ฟังแถลงผลการศึกษาจาก นศ.วปอ.รุ่น 67 บอกเห็นค่า วปอ. ไม่เหมือนผู้นำคนอื่น ลั่น ไทยมีความพร้อมไม่ยอมกัมพูชา มั่นใจ “คนละครึ่งพลัส” 60:40 จูงใจคนเสียภาษี-กระตุ้นเศรษฐกิจได้เร็ว

เมื่อเวลา 13.50 น. วันที่ 22 กันยายน 2568 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะประธานนักศึกษาวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) รุ่นที่ 61 เข้าร่วมงานการแถลงผลการศึกษาเพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ของนักศึกษา วปอ. รุ่นที่ 67 ที่สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ โดยมี พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะประธานการแถลงผลการศึกษาฯ พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม พล.อ.ทรงวิทย์ หนุนภักดี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) พล.อ.อ.พันธ์ภักดี พัฒนกุล ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) พล.อ.พงศ์เทพ แก้วไชโย ผู้บัญชาการสถาบันวิชาการป้องกันประเทศ พล.ท.ทักษิณ สิริสิงห ผู้อำนวยการวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร และพล.ต.เสด็จ อาคะจักร ประธานนักศึกษา วปอ.รุ่นที่ 67 เข้าร่วม

นายอนุทิน กล่าวตอนหนึ่งว่า สวัสดีพี่ๆ ทุกคน พี่หนู วปอ.61 นกหัวขวาน รายงานตัว ตนเรียน วปอ.61 แต่มางานแถลงผลการศึกษาแทบทุกปี เพราะเข้ามาเป็นรองนายกรัฐมนตรีในปี 2562 ตนเห็นคุณค่าของการเป็นนักศึกษา วปอ. อย่างมาก อาจมีมุมมองต่างจากผู้นำรัฐบาลท่านอื่นๆ ตนคิดว่าการเรียน วปอ. สำคัญอย่างยิ่ง เมื่อได้มาฟัง วปอ.67 ยอมรับว่าเหมือนเพลงพรหมลิขิตชักพาให้มาพบกันทันใด ทำไมเหมือนกับนโยบายรัฐบาลของตนที่เตรียมแถลงต่อรัฐสภาต้นเดือนตุลาคม อาจจะมีถ้อยคำที่ต่างกัน แต่กรอบความคิด ยุทธศาสตร์ตรงกัน ที่จะใช้หลักวิทยาศาสตร์คือจับต้องได้ เทคโนโลยีต้องทันโลกทันสมัย ทันท่วงที




ทั้งนี้ นักศึกษา วปอ.67 ยึดหลัก STEM แต่ตนจะขับเคลื่อนด้วยหลักที่คล้ายๆ กัน แต่โดยขอใช้คำว่า STECS ประกอบด้วย Systematic คือขับเคลื่อนต้องมีระบบ, Thainess ความเป็นเอกลักษณ์ของไทย เชื่อถือได้ ราคายุติธรรม, Exponential ขยายศักยภาพแบบเขย่งก้าวกระโดด และ C ที่ขอเติม S เพราะมีหลายคำ ไม่ว่าจะเป็น Connection คือสายสัมพันธ์ ที่เงินก็ซื้อไม่ได้ แต่ต้องใช้ให้ถูกต้องมีจริยธรรม ทำให้ประเทศเจริญก้าวหน้า, Continuity คือต่อเนื่องไม่สิ้นสุด และ Constructive คือคิดเป็นบวก คิดก้าวหน้า และวันนี้ปัญหาคอร์รัปชันถึงเวลาแล้วเราต้องแก้ และคนไทยรังเกียจเดียดฉันท์ความไม่โปร่งใส ไม่สะอาด ทั้งทางการทำงาน จิตใจ รักชาติรักแผ่นดินคนไทย ซึ่งตอนนี้เริ่มมีการแบ่งแยกแล้ว

นายอนุทิน กล่าวต่อไปว่า วันนี้แยกกันเดินร่วมกันตี มีความหมายกับตนมาก ทหารก็คิดยุทธศาสตร์ไป รัฐบาลก็ต้องหาวิธีที่ต้องกดดัน วันนี้ยอมไม่ได้แล้ว มาถึงขนาดนี้ไม่ใช่การไล่ตี แต่เป็นการทำงานเชิงรุก กำหนดเงื่อนไขให้คนที่มีปัญหากับเราต้องยอมรับ เพราะประเทศไทยได้เปรียบทุกประตู ไม่ว่าจะทางเศรษฐกิจ แสนยานุภาพ เมื่อได้เปรียบแบบนี้จะให้เรายอมก่อนไม่ได้ ตนคิดว่าตนและผู้ที่นั่งในห้องนี้สะกดคำนี้ไม่เป็น ตนกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมและทุกเหล่าทัพ จะใช้แนวทางนี้ดำเนินยุทธศาสตร์ต่อกรกับคนที่เรามีปัญหาอยู่ ชายแดนกัมพูชาต้องมีคำตอบมีผลลัพธ์ให้ประเทศไทยไม่สูญเสียอะไรไปมากกว่าผู้ที่เสียชีวิต ตนขอต้องไม่มีเราต้องทำให้ได้ภายใน 4 เดือน

“ประเทศไทยที่เราเบื่อหน่ายจะก้าวหน้าสักที ใครที่เคยดูถูกว่าพลังมวลชนไม่มีความหมาย พูดเลยว่าเปิดด่าน พูดเลยว่าเกี๊ยเซี๊ยะ พูดเลยว่ายอมเขา แล้วท่านจะรู้ว่านรกมีจริง”



สำหรับโครงการคนละครึ่ง นายอนุทิน ระบุว่ามีประโยชน์ เพราะมีส่วนร่วมกับประชาชนโดยมีการแชร์กัน รัฐบาลจะทำโครงการคนละครึ่งพลัส เป็นแรงจูงใจให้คนที่เสียภาษี 60:40 และมั่นใจว่าจะกระตุ้นเศรษฐกิจให้เร็ว รัฐบาลมีเวลาไม่มาก แต่อาจทำทุกอย่างที่ค้างท่อโดยเร่งปัจจัยทั้งหลายให้เกิดขึ้นโดยเร็วที่สุดเท่าที่เวลาที่เรามี รัฐบาลเสียงข้างน้อยไม่มีปัญหา พรรคร่วมไม่มีการไม่สนับสนุนกัน ทุกอย่างเป็นประโยชน์กับประเทศถือว่าเป็นบิ๊กวิน (Big Win) ของประเทศ.









นายกฯ เห็นค่า วปอ. ลั่นไทยไม่ยอมกัมพูชา มั่นใจคนละครึ่งพลัส กระตุ้นเศรษฐกิจได้เร็ว

จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น นายกฯ อนุทินได้แสดงจุดยืนที่ชัดเจนว่า “นายกฯ เห็นค่า วปอ. ลั่นไทยไม่ยอมกัมพูชา มั่นใจคนละครึ่งพลัส กระตุ้นเศรษฐกิจได้เร็ว” และพร้อมที่จะดำเนินนโยบายต่างๆ เพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศชาติและประชาชนชาวไทย

คนละครึ่งพลัส กระตุ้นเศรษฐกิจได้จริงหรือ?

โครงการคนละครึ่งพลัส เป็นอีกหนึ่งมาตรการที่รัฐบาลคาดหวังว่าจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้เป็นอย่างดี ด้วยการเพิ่มแรงจูงใจให้ผู้เสียภาษีเข้าร่วมโครงการ โดยรัฐบาลจะสนับสนุน 60% และประชาชนจ่าย 40% ทำให้มีเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจมากขึ้น นอกจากนี้ นายกฯ ยังยืนยันว่า นายกฯ เห็นค่า วปอ. ลั่นไทยไม่ยอมกัมพูชา มั่นใจคนละครึ่งพลัส กระตุ้นเศรษฐกิจได้เร็ว จะช่วยผลักดันให้เศรษฐกิจของประเทศเติบโตอย่างรวดเร็ว

ประเด็นชายแดนไทย-กัมพูชาเป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างรอบคอบและระมัดระวัง การที่นายกฯ อนุทินแสดงจุดยืนที่ชัดเจนว่าจะไม่ยอมให้ประเทศไทยเสียเปรียบ ถือเป็นการส่งสัญญาณที่แข็งแกร่งไปยังประเทศเพื่อนบ้านว่าประเทศไทยพร้อมที่จะปกป้องอธิปไตยและผลประโยชน์ของชาติ

การที่ผู้นำประเทศให้ความสำคัญกับการศึกษาจากวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) แสดงให้เห็นถึงความตระหนักถึงความสำคัญของการวางแผนยุทธศาสตร์และการเตรียมพร้อมรับมือกับความท้าทายต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต นายกฯ เห็นค่า วปอ. ลั่นไทยไม่ยอมกัมพูชา มั่นใจคนละครึ่งพลัส กระตุ้นเศรษฐกิจได้เร็ว เป็นการยืนยันว่ารัฐบาลพร้อมที่จะรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากทุกภาคส่วนเพื่อนำไปสู่การพัฒนาประเทศที่ยั่งยืน

ที่มา – นายกฯ เห็นค่า วปอ. ลั่นไทยไม่ยอมกัมพูชา มั่นใจคนละครึ่งพลัส กระตุ้นเศรษฐกิจได้เร็ว

คนละครึ่ง 2568 ล่าสุด! ใครมีสิทธิบ้าง เช็กเลย

อัปเดตเงื่อนไขล่าสุด โครงการ “คนละครึ่ง 2568” ภายใต้นายกฯ อนุทิน ใครมีสิทธิได้บ้าง ลุ้นได้ใช้ไม่นานเกินรอ

ความคืบหน้าโครงการ “คนละครึ่ง 2568” มีความชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ หลังจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้ประกาศสานต่อมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยในระยะสั้น เตรียมที่จะฟื้นโครงการคนละครึ่ง 2568

โดยล่าสุด นายอนุทิน ก็ได้กล่าวถึงโครงการคนละครึ่ง 2568 ระหว่างช่วยนางสาวจินณ์ตวรรณ ไตรสรณกุล ผู้สมัคร สส.พรรคภูมิใจไทย หาเสียงใน จ.ศรีสะเกษ โดยย้ำว่า “ภายใน 1 เดือนนี้โครงการคนละครึ่งจะมาถึงมืออย่างแน่นอน”

เงื่อนไข “คนละครึ่ง 2568 อัปเกรด” หรือ “คนละครึ่งพลัส”

ก่อนหน้านี้ นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เคยให้สัมภาษณ์ว่า โครงการคนละครึ่งรอบใหม่จะให้สิทธิประชาชนคนไทยทุกคน โดยแบ่งสิทธิออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ ดังนี้

  • ผู้เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา จะได้รับสิทธิพิเศษ “รัฐช่วยจ่าย 60% และประชาชนจ่ายเอง 40%” หรือรูปแบบ 60:40 โดยกลุ่มนี้จะมีผู้ได้รับสิทธิ ประมาณ 11 ล้านคน
  • ประชาชนทั่วไปและผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะได้รับสิทธิจ่ายคนละครึ่ง หรือ 50:50 โดยประชาชนจ่าย 50% และรัฐช่วยจ่ายอีก 50%

ทั้งนี้ ผู้ที่ได้สิทธิมากกว่า คือผู้ที่อยู่ในระบบภาษีหรือยื่นแบบแสดงรายการภาษี ไม่จำเป็นต้องเป็นผู้ที่เสียภาษีจริงกับรัฐเท่านั้น โดยเงื่อนไขการใช้จ่ายเบื้องต้นจะไม่แตกต่างจากโครงการเดิมมากนัก แต่อาจมีลูกเล่นใหม่เพิ่มเติมให้น่าสนใจมากขึ้น ส่วนวงเงินการใช้จ่ายต่อวันและวงเงินรวมของโครงการยังไม่ได้ข้อสรุป

อัปเดตล่าสุด “คนละครึ่ง 2568” ใครได้บ้าง

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เผยว่า ในส่วนของนโยบายคนละครึ่ง 2568 กำลังเป็นที่จับตามอง แม้จะยังไม่ได้มีการประกาศรายละเอียดอย่างเป็นทางการ แต่มีแนวทางเบื้องต้น คือ ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะได้รับสิทธิในลักษณะ top up เช่น หากบัตรสวัสดิการให้สิทธิ 300 บาท รัฐบาลจะเติมให้อีก 700 บาท รวมเป็น 1,000 บาท เพื่อไม่ให้น้อยกว่าประชาชนทั่วไป

ขณะเดียวกัน ยังมีการพิจารณามอบสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมแก่ผู้ที่อยู่ในระบบภาษี เช่น อาจได้รับสิทธิ์ 1,200 บาทต่อคน แทน 1,000 บาท จากนี้ต้องไปดูขั้นตอนทางเทคนิค แต่นโยบายนี้ปฏิบัติแน่ เพราะหารือกันมาถึงแนวทางการปฏิบัติแล้ว

โครงการคนละครึ่ง 2568 นี้ มีแนวโน้มที่จะช่วยเหลือประชาชนได้เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้น้อยและผู้ที่อยู่ในระบบภาษี การเพิ่มวงเงินและสิทธิประโยชน์ต่างๆ จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ

คนละครึ่ง 2568 ชงเพิ่มวงเงิน 200 บาทต่อวัน

โดยก่อนหน้านี้ นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ยังได้เปิดเผยอีกว่า ภาคเอกชนได้เสนอให้เพิ่มวงเงินในโครงการคนละครึ่ง จากเดิม 150 บาทต่อวัน เป็น 200 บาทต่อวัน คนที่ใช้แพลตฟอร์ม และมีสิทธิอยู่แล้วจะไม่ต้องลงทะเบียนใหม่เมื่อถึงเวลาสามารถใช้ได้ทันที ส่วนคนที่ยังไม่เคยใช้ต้องลงทะเบียน และสำหรับคนที่ไม่มีสมาร์ทโฟน ก็มีระบบออฟไลน์รองรับ

อย่างไรก็ตาม โครงการคนละครึ่ง 2568 ยังต้องรอความชัดเจนจากรัฐบาลอีกครั้ง หากมีความคืบหน้าเพิ่มเติมจะรายงานให้ทราบต่อไป.

ที่มา – อัปเดตเงื่อนไขล่าสุด “คนละครึ่ง 2568” ภายใต้นายกฯ อนุทิน ใครมีสิทธิได้บ้าง

คนละครึ่งเวอร์ชันใหม่ 60:40 อนุทินเร่ง 1-2 เดือน

โครงการคนละครึ่งเวอร์ชันใหม่ กำลังจะมา! เตรียมเฮ! เพราะรัฐบาลเตรียมขยายเงื่อนไขให้ผู้ยื่นภาษีเงินได้จำนวน 11 ล้านคนได้รับสิทธิพิเศษ โดยรัฐบาลจะช่วยจ่ายสมทบ 60 เปอร์เซ็นต์ และประชาชนจ่ายเอง 40 เปอร์เซ็นต์ นายกฯอนุทิน กำชับเร่งดำเนินการให้เสร็จโดยเร็วที่สุด ภายใน 1-2 เดือนนี้

ความคืบหน้าโครงการ “คนละครึ่ง 2568” ภายใต้รัฐบาล “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรี ที่ประกาศจะรื้อฟื้นโครงการ “คนละครึ่ง” ที่เคยใช้ในยุครัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ เพื่อเป็นนโยบายควิกวิน กระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น ช่วยลดค่าครองชีพประชาชน กระตุ้นการจับจ่ายใช้สอย

ล่าสุดเป็นที่ชัดเจนแล้วว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เตรียมแจก คนละครึ่ง 60:40 ภายหลังเมื่อวันเสาร์ที่ 20 กันยายน 2568 ที่ผ่านมา นายกฯอนุทิน ลงพื้นที่จังหวัดอ่างทอง เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย และมอบถุงยังชีพ ช่วงที่จะมอบถุงยังชีพ ได้พูดถึงโครงการคนละครึ่ง ว่า

“เดี๋ยวจะรีบจัดคนละครึ่ง 60-40 มาให้พี่น้องด้วย อันนี้เป็นนโยบายที่ได้มอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้เร่งดำเนินการให้เสร็จ ภายใน 1-2 เดือนนี้ โดยเร็วที่สุด”

นั่นหมายความว่า โครงการคนละครึ่ง 60:40 ประชาชนสามารถเปิดกระเป๋ารอรับได้เลย ตามที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ให้สัมภาษณ์ไว้ก่อนหน้านี้

ขณะที่ นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย อัปเดตข้อมูลโครงการ คนละครึ่ง ว่า ในส่วนของนโยบายคนละครึ่ง กำลังเป็นที่จับตามอง แม้จะยังไม่ได้มีการประกาศรายละเอียดอย่างเป็นทางการ แต่มีแนวทางเบื้องต้นว่า ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะได้รับสิทธิ์ในลักษณะ top up เช่น หากบัตรสวัสดิการให้สิทธิ์ 300 บาท รัฐบาลจะเติมให้อีก 700 บาท รวมเป็น 1,000 บาท เพื่อไม่ให้น้อยกว่าประชาชนทั่วไป

ขณะเดียวกัน ยังมีการพิจารณามอบสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมแก่ผู้ที่อยู่ในระบบภาษี เช่น อาจได้รับสิทธิ์ 1,200 บาทต่อคน แทน 1,000 บาท จากนี้ต้องไปดูขั้นตอนทางเทคนิค แต่นโยบายนี้ปฏิบัติแน่ เพราะหารือกันมาถึงแนวทางการปฏิบัติแล้ว

สำหรับเงื่อนไขคนละครึ่ง 2568 เบื้องต้นแบ่งตามกลุ่มประชาชน ดังนี้

  • กลุ่มผู้เสียภาษีเงินได้ : รัฐช่วยจ่าย 60% ประชาชนจ่ายเอง 40%
  • ประชาชนทั่วไป (นอกระบบภาษี) : รัฐช่วยจ่าย 50% ประชาชนจ่ายเอง 50%

    วิธีลงทะเบียนคนละครึ่ง 2568 เตรียมใช้สิทธิผ่านแอปฯ


ก่อนหน้านี้ นายสิริพงศ์ รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ยังได้เปิดเผยไว้อีกว่า การระงับบัญชีม้า จะไม่กระทบกับ “โครงการคนละครึ่ง” ที่เป็นนโยบายของรัฐบาล เพราะโครงการจะดำเนินการผ่านแอปพลิเคชัน ไม่เกี่ยวข้องกับบัญชี
สำหรับการลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิ “โครงการคนละครึ่ง” ที่ผ่านมา สามารถลงทะเบียนได้ 2 ช่องทาง ได้แก่

  • ลงทะเบียนผ่าน www.คนละครึ่ง.com
  • ลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” พร้อมผูกกับกระเป๋าสตางค์อิเล็กทรอนิกส์ที่มีชื่อว่า G-Wallet (กดแถบโครงการคนละครึ่ง) โดยจะต้องเติมเงินเข้าไปก่อนใช้บริการ

    คนละครึ่งเวอร์ชันใหม่ 60:40 คืออะไร?

    หลายคนคงสงสัยว่า คนละครึ่งเวอร์ชันใหม่ 60:40 จะแตกต่างจากเดิมอย่างไร? หลักๆ เลยคือ สัดส่วนการจ่ายที่เปลี่ยนไป โดยภาครัฐจะสนับสนุนมากขึ้น ทำให้ประชาชนได้รับประโยชน์เพิ่มขึ้นนั่นเอง

    โครงการนี้ถือเป็นข่าวดีสำหรับประชาชนอย่างแน่นอน เพราะจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันได้มากทีเดียว แต่ก็ต้องติดตามรายละเอียดและเงื่อนไขต่างๆ อย่างใกล้ชิด เพื่อไม่ให้พลาดสิทธิประโยชน์ที่ควรได้รับ

    เตรียมตัวให้พร้อม! สำหรับ คนละครึ่งเวอร์ชันใหม่ 60:40 ที่กำลังจะมาถึงนี้ และอย่าลืมติดตามข่าวสารจากทางภาครัฐอย่างใกล้ชิด เพื่อไม่พลาดโอกาสดีๆ ที่จะช่วยให้ชีวิตของคุณง่ายขึ้นนะครับ

    (เปิดขั้นตอนสมัคร “เป๋าตัง” ลุ้นลงทะเบียน “คนละครึ่ง 2568” ใช้สิทธิผ่านแอปฯ)

    อย่างไรก็ตาม “โครงการคนละครึ่ง 2568” อยู่ภายใต้แนวคิดปรับปรุงรูปแบบให้เหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจและสังคมในปัจจุบัน ซึ่งยังต้องรอความชัดเจนจากรัฐบาลอีกครั้ง หากมีความคืบหน้าอย่างไร “ไทยรัฐออนไลน์” จะรีบรายงานให้ทราบต่อไป.

    ที่มา – คนละครึ่งเวอร์ชันใหม่ 60:40 “นายกฯอนุทิน” เร่งดำเนินการให้เสร็จ ภายใน 1-2 เดือนนี้

  • Scroll to top