คนโกง

มท.4 ย้ำจัดการ 5,925 ราย โกงสอบท้องถิ่น คืนความเป็นธรรมให้ระบบสอบ

มท.4 ย้ำจัดการ 5,925 ราย โกงสอบท้องถิ่น คืนความเป็นธรรมให้ระบบสอบ

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในวงการราชการไทย เมื่อนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ออกมาประกาศจุดยืนอย่างชัดเจนในการจัดการผู้เกี่ยวข้องกับกรณี มท.4 ย้ำจัดการ 5,925 ราย โกงสอบท้องถิ่น คืนความเป็นธรรมให้ระบบสอบ โดยเน้นย้ำว่านี่คือภารกิจสำคัญเพื่อกู้คืนความเชื่อมั่นให้แก่ระบบการสอบแข่งขันของภาครัฐให้กลับมาศักดิ์สิทธิ์และโปร่งใสอีกครั้ง

เปิดเบื้องลึกการตรวจสอบโกงสอบท้องถิ่น

การดำเนินการกับผู้ที่เกี่ยวข้องจำนวน 5,925 ราย ไม่ได้เป็นเพียงการลงโทษรายบุคคลเท่านั้น แต่เป็นการส่งสัญญาณเตือนไปยังขบวนการทุจริตว่า ทางกระทรวงมหาดไทยเอาจริง การตรวจสอบครั้งนี้ไม่ได้มุ่งเน้นแค่การเอาผิดย้อนหลัง แต่ต้องการสาวไปถึงต้นตอของขบวนการโกงทั้งหมด เพื่อให้มั่นใจว่าคนที่ตั้งใจสอบด้วยความรู้ความสามารถจริงจะไม่เสียโอกาสไปเพราะการกระทำของคนกลุ่มนี้

นายวรศิษฎ์กล่าวเน้นย้ำว่า มท.4 ย้ำจัดการ 5,925 ราย โกงสอบท้องถิ่น คืนความเป็นธรรมให้ระบบสอบ โดยต้องแยกแยะระหว่างคนสุจริตและคนทุจริตอย่างเด็ดขาด ระบบราชการไทยต้องไม่มีที่ยืนให้กับคนที่ใช้ทางลัดในการเข้าสู่ตำแหน่ง หากตรวจสอบพบเจ้าหน้าที่รัฐหรือใครก็ตามที่อยู่เบื้องหลัง จะต้องถูกดำเนินคดีอย่างตรงไปตรงมาโดยไม่ละเว้น

  • เร่งตรวจสอบหลักฐานและข้อเท็จจริงตามกฎหมาย
  • แยกผู้ทุจริตและผู้สุจริตออกจากกันเพื่อคุ้มครองสิทธิ์
  • กวาดล้างขบวนการต้นตอการโกงแบบขุดรากถอนโคน
  • ปรับปรุงกลไกการสอบให้ปลอดภัยและโปร่งใส

ในมุมมองของความยั่งยืน การแก้ปัญหาทุจริตนี้ต้องมองครอบคลุมทั้งกระบวนการ ตั้งแต่การควบคุมข้อสอบ การรักษาความลับ ไปจนถึงการจัดระเบียบองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้มีมาตรฐานใหม่ที่ประชาชนไว้วางใจได้ เมื่อมีการจัดการอย่างจริงจังในกรณี มท.4 ย้ำจัดการ 5,925 ราย โกงสอบท้องถิ่น คืนความเป็นธรรมให้ระบบสอบ ย่อมเป็นการสร้างบรรทัดฐานใหม่ที่แสดงให้เห็นว่า การโกงไม่ใช่เครื่องมือที่จะนำพาไปสู่ความสำเร็จในชีวิตราชการได้อีกต่อไป

ท้ายที่สุดแล้ว ความเป็นธรรมคือหัวใจสำคัญของการรับราชการ หากปล่อยให้การทุจริตกัดกินระบบไปเรื่อยๆ คนเก่งคนดีก็จะหมดกำลังใจในการสอบแข่งขัน เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่ามาตรการเด็ดขาดจากกระทรวงมหาดไทยในครั้งนี้จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่จะทำให้สังคมไทยมั่นใจในความยุติธรรมของการสอบแข่งขันภาครัฐได้อีกครั้ง

ที่มา – มท.4 ย้ำจัดการ 5,925 ราย โกงสอบท้องถิ่น คืนความเป็นธรรมให้ระบบสอบ ลั่นต้องสาวถึงต้นตอขบวนการโกง

ทสท. เปิดแคมเปญ **สร้างการเมืองสุจริต**

“ไทยสร้างไทย” ประกาศ “สร้างการเมืองสุจริต” ล้างบางคนโกง! ชู 3 มาตรการคนโกงต้องไม่มีที่ยืนในสังคมไทยอีกต่อไป

วันที่ 5 ธันวาคม 2568 คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย ประกาศเปิดตัวแคมเปญใหญ่ “Big Cleaning ประเทศไทย ได้เวลาล้างบางคนโกง” โดยระบุว่าการ “สร้างการเมืองสุจริต” คือภารกิจหลักในการเปลี่ยนประเทศ พร้อมน้อมนำพระราชดำรัสรัชกาลที่ 9 เรื่องการส่งเสริมคนดีมาปกครองบ้านเมือง และประกาศเจตนารมณ์ว่า “คนโกงต้องไม่มีที่ยืนในสังคมไทย” อีกต่อไป

คุณหญิงสุดารัตน์ชี้ว่า การทุจริตที่ฝังรากลึกทำลายเศรษฐกิจอย่างรุนแรง ทำให้การเติบโตของประเทศต่ำกว่า 2% และดันหนี้ครัวเรือนพุ่งสูงถึง 16 ล้านล้านบาทเกือบเท่า GDP ของประเทศ ขณะเดียวกันปัญหาคอร์รัปชันยังเชื่อมโยงกับอาชญากรรมสมัยใหม่ เช่น แก๊งคอลเซ็นเตอร์ สแกมเมอร์ และระบบส่วย ซึ่งเป็นสัญญาณว่าประเทศกำลังเสี่ยงสู่ภาวะ “รัฐล้มเหลว” หากไม่เร่งรื้อโครงสร้างอำนาจที่เปิดช่องให้ทุนดำครอบงำ

ภายใต้แคมเปญนี้ คุณหญิงสุดารัตน์บอกว่า พรรคเตรียมผลักดัน 3 มาตรการปราบคอร์รัปชันอย่างเด็ดขาด ดังนี้:

  • เพิ่มโทษสูงสุดถึงขั้นประหารชีวิต สำหรับเจ้าหน้าที่รัฐและนักการเมืองที่โกงชาติ
  • ให้อำนาจประชาชนเข้าชื่อ 50,000 ชื่อถอดถอนองค์กรอิสระและศาลรัฐธรรมนูญ หากพบว่ามีการเอื้อประโยชน์ให้คนโกง
  • จัดตั้ง ป.ป.ช. ภาคประชาชน เปิดทางให้ตรวจสอบและส่งฟ้องโครงการทุจริตของรัฐได้อย่างแท้จริง

คุณหญิงสุดารัตน์จึงอยากเชิญชวนประชาชนลุกขึ้นมาร่วมสู้ อย่าสยบยอมให้กับคนเลว เพื่อนำพาประเทศไทยก้าวพ้นหลุมดำแห่งคอร์รัปชันอย่างยั่งยืน

สร้างการเมืองสุจริต

ทำไมต้องสร้างการเมืองสุจริต?

การสร้างการเมืองสุจริตไม่ใช่แค่คำสวยหรู แต่เป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน ลองคิดดูว่าถ้าเงินภาษีของเราไม่รั่วไหลไปกับการทุจริต เราจะสามารถนำเงินเหล่านั้นไปพัฒนาด้านสาธารณสุข การศึกษา โครงสร้างพื้นฐาน และอีกมากมายได้อีกเท่าไหร่?

ปัญหาคอร์รัปชันกัดกินประเทศไทยมานาน ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ สังคม และความเชื่อมั่นของประชาชน การที่นักการเมืองและข้าราชการบางส่วนแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตัว ทำให้โครงการต่างๆ ไม่ได้มาตรฐาน งบประมาณบานปลาย และประชาชนต้องแบกรับภาระในที่สุด

การสร้างการเมืองสุจริตจึงเป็นเรื่องที่ทุกคนต้องร่วมมือกัน ไม่ใช่แค่หน้าที่ของพรรคการเมืองหรือองค์กรใดองค์กรหนึ่ง แต่เป็นหน้าที่ของประชาชนทุกคนที่จะต้องตรวจสอบ ติดตาม และลงโทษผู้ที่กระทำการทุจริต

พรรคไทยสร้างไทยได้เสนอนโยบายที่น่าสนใจหลายประการในการปราบปรามคอร์รัปชัน เช่น การเพิ่มโทษผู้กระทำผิด การให้อำนาจประชาชนในการตรวจสอบ และการจัดตั้งองค์กรภาคประชาชน แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการที่ประชาชนต้องตระหนักถึงพิษภัยของคอร์รัปชัน และร่วมมือกันเปลี่ยนแปลงประเทศให้ดีขึ้น

เราต้องไม่ยอมให้การทุจริตเป็นเรื่องปกติในสังคมไทย เราต้องสร้างการเมืองสุจริตเพื่อให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่น่าอยู่สำหรับทุกคน

มาร่วมกันเป็นส่วนหนึ่งในการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้ดีขึ้น ร่วมกันสนับสนุนพรรคการเมืองและนโยบายที่มุ่งเน้นการปราบปรามคอร์รัปชัน และร่วมกันตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลและหน่วยงานต่างๆ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าเงินภาษีของเราถูกใช้อย่างโปร่งใสและมีประสิทธิภาพ

ที่มา – ทสท. เปิดแคมเปญ “ล้างบางคนโกง” ประกาศสร้างการเมืองสุจริต

Scroll to top