คลื่นลมแรง

อุตุฯ ฉบับ 7 เตือนฝนตกหนักมากบางพื้นที่ จนถึง 3 ก.ค. 69 อันดามันตอนบนคลื่นสูง

อุตุฯ ฉบับ 7 เตือนฝนตกหนักมากบางพื้นที่ จนถึง 3 ก.ค. 69 อันดามันตอนบนคลื่นสูง

สวัสดีครับทุกคน! ช่วงนี้ใครที่มีแผนจะเดินทางไปเที่ยวทะเลหรือทำกิจกรรมกลางแจ้งคงต้องเช็กสภาพอากาศกันให้ดีเลยนะครับ เพราะล่าสุดกรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศฉบับที่ 7 ที่แจ้งเตือนสภาพอากาศผันผวนครั้งใหญ่ โดยมีประเด็นสำคัญคือ อุตุฯ ฉบับ 7 เตือนฝนตกหนักมากบางพื้นที่ จนถึง 3 ก.ค. 69 อันดามันตอนบนคลื่นสูง ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ต้องระมัดระวังกันเป็นพิเศษครับ โดยเฉพาะพี่น้องประชาชนที่อาศัยอยู่ตามพื้นที่เสี่ยงภัย

สาเหตุหลักที่ทำให้อากาศบ้านเราแปรปรวนในรอบนี้ มาจากร่องมรสุมที่พาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมทะเลอันดามันมีกำลังแรงขึ้น ส่งผลโดยตรงทำให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากในบางพื้นที่ โดยเฉพาะภาคตะวันออกและภาคใต้ฝั่งตะวันตกครับ ดังนั้นใครที่วางแผนเดินทางในช่วงนี้ ต้องเตรียมรับมือกับฝนที่ตกหนักและการสะสมของน้ำท่วมขังหากต้องผ่านพื้นที่ลาดเชิงเขาหรือใกล้ทางน้ำไหลผ่านนะครับ

รายละเอียดผลกระทบจาก อุตุฯ ฉบับ 7 เตือนฝนตกหนักมากบางพื้นที่ จนถึง 3 ก.ค. 69 อันดามันตอนบนคลื่นสูง

สำหรับสถานการณ์คลื่นลมในทะเลนั้น กรมอุตุฯ ย้ำเตือนว่าผู้ที่ใช้เรือหรืออาศัยอยู่ใกล้ชายฝั่งต้องระวังเป็นพิเศษ โดยมีข้อควรปฏิบัติและสังเกตการณ์ดังนี้ครับ:

  • พื้นที่ทะเลอันดามันตอนบน: ในช่วงวันที่ 29 มิ.ย. – 3 ก.ค. 69 คลื่นจะมีความสูงถึง 2-3 เมตร และหากบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง คลื่นอาจสูงมากกว่า 3 เมตรเลยทีเดียวครับ
  • พื้นที่ทะเลอันดามันตอนล่างและอ่าวไทยตอนบน: คลื่นจะสูงประมาณ 2 เมตร และจะสูงขึ้นอีกในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง
  • ข้อแนะนำสำหรับชาวเรือ: เรือเล็กในทะเลอันดามันตอนบนควรงดออกจากฝั่งเด็ดขาดในช่วงเวลานี้เพื่อความปลอดภัยครับ ส่วนเรือลำอื่นต้องเพิ่มความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในเขตที่มีฝนฟ้าคะนอง

ด้วยเหตุผลที่ทาง อุตุฯ ฉบับ 7 เตือนฝนตกหนักมากบางพื้นที่ จนถึง 3 ก.ค. 69 อันดามันตอนบนคลื่นสูง ออกประกาศแจ้งเตือนอย่างเป็นทางการ ผมอยากแนะนำให้เพื่อนๆ คอยติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดผ่านเว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา หรือสายด่วน 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง การเช็กข้อมูลก่อนออกเดินทางจะช่วยให้เราวางแผนชีวิตได้ปลอดภัยและลดความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างไม่คาดคิดครับ ขอให้ทุกคนดูแลสุขภาพและวางแผนการเดินทางให้รอบคอบในช่วงวันหยุดฝนตกแบบนี้นะครับ

ที่มา – อุตุฯ ฉบับ 7 เตือนฝนตกหนักมากบางพื้นที่ จนถึง 3 ก.ค. 69 อันดามันตอนบนคลื่นสูง

กรมอุตุนิยมวิทยา ฉบับ 7 เตือนหลายจังหวัดฝนตกหนักถึงหนักมาก กระทบถึง 1 มิ.ย. 69

ช่วงนี้ใครที่มีแผนจะเดินทางไปไหนมาไหนต้องคอยเช็กสภาพอากาศกันให้ดีเลยครับ เพราะล่าสุดทางกรมอุตุนิยมวิทยา ได้ออกประกาศฉบับสำคัญที่ทำเอาหลายคนต้องเตรียมตัวรับมือกันด่วน โดยเฉพาะข่าวที่ระบุว่า กรมอุตุนิยมวิทยา ฉบับ 7 เตือนหลายจังหวัดฝนตกหนักถึงหนักมาก กระทบถึง 1 มิ.ย. 69 ซึ่งเป็นเรื่องที่พวกเราไม่ควรมองข้ามเลยครับ

กรมอุตุนิยมวิทยา ฉบับ 7 เตือนหลายจังหวัดฝนตกหนักถึงหนักมาก กระทบถึง 1 มิ.ย. 69

เหตุการณ์ฝนตกหนักในรอบนี้ ไม่ใช่แค่เรื่องของฝนธรรมดา แต่เกิดจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่มีกำลังค่อนข้างแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ประกอบกับมีร่องมรสุมพาดผ่านประเทศไทยตอนบน ส่งผลให้หลายพื้นที่มีฝนตกต่อเนื่องและมีบางพื้นที่เจอฝนตกหนักถึงขั้นหนักมาก โดยเฉพาะภาคใต้ ภาคตะวันออก รวมถึงด้านตะวันตกของภาคเหนือและภาคกลาง ซึ่งอาจเสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้

รายละเอียดแจ้งเตือนจาก กรมอุตุนิยมวิทยา ฉบับ 7 เตือนหลายจังหวัดฝนตกหนักถึงหนักมาก กระทบถึง 1 มิ.ย. 69

นอกจากเรื่องฝนแล้ว สำหรับใครที่ต้องใช้ชีวิตอยู่ใกล้ทะเลต้องระวังให้มากครับ โดยเฉพาะบริเวณทะเลอันดามันตอนบนตั้งแต่จังหวัดภูเก็ตขึ้นไป คลื่นลมมีกำลังแรง คลื่นสูง 2-3 เมตร และหากมีฝนฟ้าคะนองอาจสูงถึง 3 เมตร ส่วนทะเลอันดามันตอนล่างและอ่าวไทยตอนบน คลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ซึ่งถือว่ามีความเสี่ยงสูงสำหรับชาวเรือ

ข้อควรปฏิบัติในช่วงวันหยุดยาวที่กำลังจะถึงนี้:

  • ติดตามข่าวสารพยากรณ์อากาศจากกรมอุตุฯ อย่างใกล้ชิด
  • หลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง
  • ชาวเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันตอนบน ควรงดออกจากฝั่งช่วงนี้
  • ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัย ควรเตรียมความพร้อมรับมือน้ำท่วมฉับพลัน

แม้ว่าการประกาศ กรมอุตุนิยมวิทยา ฉบับ 7 เตือนหลายจังหวัดฝนตกหนักถึงหนักมาก กระทบถึง 1 มิ.ย. 69 จะเป็นสถานการณ์ที่น่ากังวล แต่หากเราเตรียมตัวป้องกันไว้ล่วงหน้า ทั้งการตรวจสอบเส้นทางเดินทางหรือการดูแลบ้านเรือนให้พร้อม ก็จะช่วยลดความเสียหายได้แน่นอนครับ สิ่งสำคัญที่สุดคืออย่าประมาทและคอยติดตามการอัปเดตสถานการณ์รายวันจากหน่วยงานที่เชื่อถือได้เสมอเพื่อความปลอดภัยของตัวคุณเองและครอบครัวครับ

ที่มา – กรมอุตุนิยมวิทยา ฉบับ 7 เตือนหลายจังหวัดฝนตกหนักถึงหนักมาก กระทบถึง 1 มิ.ย. 69

ปภ. แจ้ง 54 จังหวัด เฝ้าระวังน้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน

สวัสดีเพื่อนๆ ทุกคนครับ วันนี้มีข่าวสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามเลย โดยเฉพาะถ้าคุณอยู่ในพื้นที่เสี่ยง ปภ. แจ้ง 54 จังหวัด เฝ้าระวังน้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน ช่วงวันที่ 14-18 พฤษภาคม 2569 นี้ จากประกาศของกรมอุตุนิยมวิทยาที่บอกว่าฝนจะตกหนักมากในหลายภาค ทำให้มีโอกาสเกิดน้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน น้ำท่วมขัง และคลื่นลมแรง โดยเฉพาะทะเลอันดามันและอ่าวไทย

ปภ. แจ้ง 54 จังหวัด เฝ้าระวังน้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน

นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ออกแจ้งเตือนแล้วนะครับ กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หลังจากกรมอุตุฯ ออกประกาศฝนตกหนักฉบับที่ 1 (61/2569) ซึ่งคาดว่าภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคอีสาน และภาคใต้ จะเจอฝนฟ้าคะนองหนัก บางพื้นที่อาจน้ำท่วมฉับพลันได้ง่ายมาก

สำหรับคลื่นลม แถบทะเลอันดามันคลื่นสูง 2-3 เมตร ถ้ามีฝนฟ้าคะนองอาจเกิน 3 เมตร ส่วนอ่าวไทยตอนบนคลื่นสูง 2 เมตรขึ้นไป ปภ. จึงประสานงาน 54 จังหวัดให้เตรียมพร้อม เจ้าหน้าที่เครื่องจักรกลพร้อมลุยช่วยเหลือประชาชน 24 ชั่วโมงเลยครับ

รายชื่อจังหวัดที่ต้องเฝ้าระวังน้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน และน้ำท่วมขัง

  • ภาคเหนือ (17 จังหวัด): แม่ฮ่องสอน, เชียงใหม่, เชียงราย, ลำพูน, ลำปาง, พะเยา, แพร่, น่าน, อุตรดิตถ์, ตาก, สุโขทัย, กำแพงเพชร, พิษณุโลก, พิจิตร, เพชรบูรณ์, นครสวรรค์, อุทัยธานี
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (12 จังหวัด): เลย, หนองคาย, บึงกาฬ, อุดรธานี, สกลนคร, นครพนม, ชัยภูมิ, มุกดาหาร, อำนาจเจริญ, นครราชสีมา, ศรีสะเกษ, อุบลราชธานี
  • ภาคกลาง (11 จังหวัด): กาญจนบุรี, ราชบุรี, สุพรรณบุรี, นครนายก, ปราจีนบุรี, ชลบุรี, ระยอง, จันทบุรี, ตราด, เพชรบุรี, ประจวบคีรีขันธ์
  • ภาคใต้ (14 จังหวัด): ชุมพร, สุราษฎร์ธานี, นครศรีธรรมราช, พัทลุง, สงขลา, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส, ระนอง, พังงา, ภูเก็ต, กระบี่, ตรัง, สตูล

พื้นที่เสี่ยงคลื่นลมแรงในภาคใต้

  • ระนอง (อ.เมืองระนอง, สุขสำราญ, กะเปอร์)
  • พังงา (อ.เกาะยาว, ตะกั่วทุ่ง, ท้ายเหมือง, ตะกั่วป่า, คุระบุรี)
  • ภูเก็ต (ทุกอำเภอ)
  • กระบี่ (อ.เมืองกระบี่, คลองท่อม, เกาะลันตา, เหนือคลอง, อ่าวลึก)
  • ตรัง (อ.กันตัง, สิเกา, ปะเหลียน, หาดสำราญ)
  • สตูล (อ.เมืองสตูล, ละงู, ท่าแพ, ทุ่งหว้า)

เพื่อนๆ ที่อยู่ในพื้นที่เหล่านี้ อย่าประมาทนะครับ ปภ. กำชับให้จังหวัดจัดทีมเฝ้าระวัง ปฏิบัติการพร้อมเครื่องสูบน้ำ จักรกลหนัก และประชาสัมพันธ์เตือนภัยล่วงหน้า ประชาชนควรติดตามข่าวจากทางราชการ สภาพอากาศ ปริมาณฝน สถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด

เคล็ดลับรับมือน้ำป่าไหลหลากและน้ำท่วมฉับพลัน

1. หลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยง: อย่าเข้าใกล้ทางลาดเชิงเขา คันกั้นน้ำ หรือพื้นที่ต่ำ
2. เตรียมเสบียง: น้ำดื่ม อาหารแห้ง ยา ประจำตัว ไฟฉาย พกไว้ในที่สูง
3. ย้ายของมีค่า: ขึ้นชั้นสูง กันน้ำท่วมบ้าน
4. ติดตามข้อมูล: ใช้แอป “THA DISASTER ALERT” หรือไลน์ “ปภ.รับแจ้งเหตุ1784”
5. แจ้งเหตุทันที: โทรสายด่วน 1784 ตลอด 24 ชม.
6. สำหรับเรือ: เลี่ยงทะเลอันดามัน อ่าวไทย ถ้าจำเป็นต้องลอยตัวให้เรือ
7. เด็กและผู้สูงอายุ: วางแผนอพยพก่อนฝนตกหนัก

การเตรียมพร้อมล่วงหน้าจะช่วยลดความเสียหายได้เยอะเลยครับ สถานการณ์แบบนี้เกิดขึ้นบ่อยในฤดูฝน ถ้าเราระวังดี ก็อยู่รอดปลอดภัยทั้งครอบครัว

สุดท้ายนี้ ขอให้ทุกคนปลอดภัยนะครับ ติดตามข่าวสารต่อเนื่อง และแชร์ข้อมูลนี้ให้คนรอบข้างด้วย หากมีเหตุร้ายโทร 1784 ทันที อย่ารอช้า!

ที่มา – ปภ. แจ้ง 54 จังหวัด เฝ้าระวังน้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน ช่วง 14 – 18 พ.ค. 69

ฤดูฝน 2569 ฝนน้อยกว่าปีก่อน เฝ้าระวังฝนหนัก

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน! ฤดูฝน 2569 มาแล้วนะครับ กรมอุตุนิยมวิทยาเพิ่งแถลงอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2569 ว่าประเทศไทยเข้าสู่ฤดูฝน 2569 ตั้งแต่วันที่ 15 พฤษภาคมเป็นต้นไป แม้ว่าปริมาณฝนรวมทั้งปีจะคาดว่าน้อยกว่าปีก่อนและต่ำกว่าค่าเฉลี่ยปกติราว 10% แต่ก็ยังต้องเฝ้าระวังฝนตกหนัก คลื่นลมแรง น้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลากในหลายพื้นที่เลยครับ

ฤดูฝน 2569 เริ่มต้นอย่างไร

การประกาศเข้าสู่ฤดูฝน 2569 มาจากเกณฑ์ที่ชัดเจนเลยครับ คือ ฝนตกครอบคลุมประเทศไทยตอนบนมากกว่า 60% ของพื้นที่ ลมระดับล่างเป็นลมตะวันตกเฉียงใต้ และลมระดับบนเป็นลมตะวันออก ฤดูฝนจะยาวไปจนกลางตุลาคมสำหรับภาคบน ส่วนภาคใต้ฝั่งตะวันออกจะมีฝนต่อเนื่องถึงธันวาคม ดร.สุกันยาณี ยะวิญชาญ อธิบดีกรมอุตุฯ เป็นคนแถลงเอง และเปิดศูนย์ติดตามฝนตกหนักกับคลื่นลมแรงในทะเลอันดามันทันที

ปริมาณฝนในฤดูฝน 2569 จะเป็นยังไง

ภาพรวมฤดูฝน 2569 ฝนจะน้อยกว่าปี 2568 นะครับ เริ่มจากกลางพฤษภา-กลางมิถุนา ฝนจะเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะภาคตะวันออกและใต้ฝั่งตะวันตก อาจมีฝนหนักบางแห่ง ต่อมาปลายมิถุนา-ต้นกรกฎา ฝนอาจทิ้งช่วง โดยเฉพาะนอกเขตชลประทาน แล้วกลับมาชุกในสิงหา-กันยายน ซึ่งเป็นช่วงพีค ต้องระวังน้ำท่วม น้ำป่า และน้ำล้นตลิ่ง

ปัจจัยสำคัญคือ ENSO ที่ตอนนี้เป็นกลาง แต่ครึ่งปีหลังอาจกลายเป็นเอลนีโญ ทำให้ฝนน้อยลง อุณหภูมิสูงขึ้นนิดหน่อย พายุหมุนเขตร้อนคาด 1-2 ลูก สิงหา-กันยายน กระทบเหนือและอีสานหลักๆ

เฝ้าระวังอะไรบ้างในฤดูฝน 2569

แม้ฝนรวมน้อย แต่ยังมีฝนหนักจากมรสุมและหย่อมกดอากาศต่ำ ช่วง 14-18 พฤษภา ฝนหนักมากในเหนือ กลาง ตะวันออก ใต้ จากหย่อมในอ่าวเบงกอลและมรสุมแรง ทะเลอันดามันคลื่น 2-3 ม. ฝนฟ้าคะนองเกิน 3 ม. อ่าวไทยก็แรงเหมือนกัน ชาวเรืองดออก เรือเล็กโดยเฉพาะอันดามัน

  • พื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน: ลาดเชิงเขา ลุ่มต่ำ เมืองใหญ่
  • คลื่นลมแรง: ทะเลอันดามัน อ่าวไทย ระวังเรือเล็ก
  • น้ำป่าไหลหลาก: ภาคเหนือ อีสาน ใต้
  • กระทบเกษตร: พื้นที่ไร้น้ำชลประทาน

เคล็ดลับเตรียมตัวรับมือฤดูฝน 2569

เพื่อนๆ อย่าประมาทนะครับ! ตรวจสภาพหลังคา บ่อพักน้ำ สะอาดท่อระบาย 備ถุงทรายกันน้ำ มีแผนอพยพ เตรียมไฟฉาย อาหารแห้ง สำหรับพื้นที่เสี่ยง ติดตามแอปกรมอุตุฯ หรือเว็บ thaimet.or.th ทุกวัน หลีกเลี่ยงพื้นที่ลุ่มตอนฝนตกหนัก ขับรถช้าๆ ระวังถนนลื่น

ฤดูฝน 2569 อาจฝนน้อย แต่คุณภาพชีวิตเราดีขึ้นได้ถ้าเตรียมพร้อม กรมอุตุจะออกประกาศต่อเนื่อง ติดตามใกล้ชิดเลยครับ

สุดท้ายนี้ ขอให้ทุกคนปลอดภัยตลอดฤดูฝน 2569 นะครับ! ถ้าชอบบทความ แชร์ต่อและคอมเมนต์ประสบการณ์ฝนตกของคุณด้านล่างเลย สนับสนุนให้เรานำข้อมูลดีๆ มาเพิ่มอีก

ที่มา – ฤดูฝน 2569 อุตุฯ คาดปริมาณฝนน้อยกว่าปีก่อน เฝ้าระวังฝนตกหนัก-คลื่นลมแรง

ประกาศฉบับ 3 เช็กจังหวัดเสี่ยงฝนตกหนัก 14-18 พ.ค. 69

สวัสดีเพื่อนๆ ทุกคนครับ วันนี้มีประกาศสำคัญจากกรมอุตุนิยมวิทยามาเตือนกันอีกแล้วนะ! ประกาศฉบับ 3 เช็กจังหวัดเสี่ยงฝนตกหนัก ระวังน้ำท่วมฉับพลัน-น้ำป่าหลาก 14-18 พ.ค. 69 ออกมาเรียบร้อย ใครที่อยู่ภาคเหนือ กลาง ตะวันออก หรือใต้ รีบเช็กพื้นที่ตัวเองกันด่วนเลย เพราะฝนจะเทหนักมาก อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้ง่ายๆ โดยเฉพาะบริเวณเชิงเขา ลุ่มน้ำ และใกล้ทางน้ำไหลผ่าน

ตามประกาศระบุว่า ช่วง 14-18 พฤษภาคม 2569 หรือ พ.ค. 69 นี้ ประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มขึ้นทั่วประเทศ โดยหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงจากอ่าวเบงกอลตอนล่างกำลังเคลื่อนขึ้นมา ปกคลุมอ่าวเบงกอลตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ไทย และอ่าวไทยกำลังแรงขึ้น ทำให้ฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ เพื่อนๆ ที่อยู่จังหวัดเสี่ยง อย่าประมาทนะครับ เตรียมตัวให้พร้อมเลย

นอกจากฝนแล้ว คลื่นลมทะเลก็แรงด้วย โดยเฉพาะทะเลอันดามันวันที่ 15-18 พ.ค. คลื่นสูง 2-3 เมตร และสูงเกิน 3 เมตรในที่ฝนฟ้าคะนอง ส่วนอ่าวไทยตอนบน คลื่น 2 เมตร เกิน 2 เมตรในฝน ชาวเรือโปรดระวัง เรือเล็กงดออกจากฝั่งดีที่สุด ใครจะไปทะเลช่วงนี้เลื่อนโปรแกรมก่อนนะ

ประกาศฉบับ 3 เช็กจังหวัดเสี่ยงฝนตกหนัก ระวังน้ำท่วมฉับพลัน-น้ำป่าหลาก 14-18 พ.ค. 69

กรมอุตุฯ ได้ระบุจังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบชัดเจน แบ่งตามวันเลยครับ เพื่อให้ทุกคนเช็กง่าย ผมรวบรวมมาให้แบบละเอียด ถ้าบ้านคุณติดจังหวัดเหล่านี้ เตรียมกระสอบทราย เอกสารสำคัญไว้ในที่สูง และหลีกเลี่ยงการเดินทางผ่านพื้นที่เสี่ยง

วันที่ 14 พฤษภาคม 2569

  • ภาคเหนือ: แม่ฮ่องสอน, เชียงใหม่, ลำพูน, ลำปาง, แพร่, อุตรดิตถ์, พิษณุโลก, ตาก
  • ภาคกลาง: กาญจนบุรี, อุทัยธานี, นครสวรรค์
  • ภาคตะวันออก: นครนายก, ปราจีนบุรี
  • ภาคใต้: ระนอง

วันแรกนี้เริ่มที่ภาคเหนือเป็นหลัก ฝนสะสมอาจทำให้ลำน้ำแม่กวงหรือปิงล้นท่วมได้

วันที่ 15 พฤษภาคม 2569

  • ภาคเหนือ: เชียงราย, พะเยา, น่าน, แพร่, ลำปาง
  • ภาคกลาง: ชัยนาท, สิงห์บุรี, อ่างทอง
  • ภาคตะวันออก: สระแก้ว, ฉะเชิงเทรา
  • ภาคใต้: พังงา, ภูเก็ต

วันที่ 16 พฤษภาคม 2569

  • ภาคเหนือ: เชียงใหม่, ลำพูน, สุโขทัย, ตาก
  • ภาคกลาง: นครปฐม, สมุทรสาคร
  • ภาคตะวันออก: จันทบุรี, ตราด
  • ภาคใต้: กระบี่

วันที่ 17 พฤษภาคม 2569

  • ภาคเหนือ: แม่ฮ่องสอน, กาญจนบุรี (เชื่อมกลาง)
  • ภาคกลาง: ราชบุรี, เพชรบุรี
  • ภาคตะวันออก: ระยอง, ชลบุรี
  • ภาคใต้: ตรัง, นครศรีธรรมราช

วันที่ 18 พฤษภาคม 2569

  • ภาคเหนือ: พิษณุโลก, พิจิตร
  • ภาคกลาง: สุพรรณบุรี, ลพบุรี
  • ภาคตะวันออก: สมุทรปราการ
  • ภาคใต้: สตูล, พัทลุง

เห็นมั้ยครับ ประกาศฉบับ 3 เช็กจังหวัดเสี่ยงฝนตกหนัก ระวังน้ำท่วมฉับพลัน-น้ำป่าหลาก 14-18 พ.ค. 69 ครอบคลุมหลายภาค ฝนสะสมอาจทำให้เกิดภัยพิบัติได้ทันที

เคล็ดลับรับมือฝนตกหนักและน้ำท่วมฉับพลัน

  • ตรวจสอบพื้นที่บ้านใกล้ทางน้ำหรือเชิงเขา หากเสี่ยงให้อพยพทันที
  • เตรียมไฟฉาย เสบียงน้ำ-อาหารแห้ง ยา และเอกสารสำคัญใส่ถุงกันน้ำ
  • หลีกเลี่ยงการข้ามน้ำท่วม แม้จะตื้นเพียง 30 ซม. ก็อันตรายเพราะแรงน้ำ
  • ดาวน์โหลดแอป TMD Weather หรือฟังวิทยุ 1182 ตลอด
  • ชาวบ้านแถวใต้ระวังคลื่นทะเล อย่าออกเรือโดยเด็ดขาด

จากประสบการณ์ปีก่อนๆ อย่างน้ำท่วมใหญ่ภาคเหนือหรือใต้ การเตรียมตัวล่วงหน้าช่วยชีวิตคนได้เยอะเลยครับ สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงเร็วเพราะโลกร้อนด้วย ทุกคนช่วยกันดูแลตัวเองและเพื่อนบ้านนะ

สุดท้าย อย่าลืมติดตามประกาศอัปเดตจาก เว็บกรมอุตุนิยมวิทยา หรือโทร 1182 ได้ 24 ชม. การรู้ล่วงหน้าแบบนี้คือกุญแจสู่ความปลอดภัยครับ!

ความเห็นส่วนตัว: ในยุคที่พายุมาเร็วแบบนี้ การเช็กประกาศทุกวันควรเป็นกิจวัตร โดยเฉพาะ ประกาศฉบับ 3 เช็กจังหวัดเสี่ยงฝนตกหนัก ระวังน้ำท่วมฉับพลัน-น้ำป่าหลาก 14-18 พ.ค. 69 ชิ้นนี้สำคัญมาก ปลอดภัยทุกคนนะ!

ที่มา – ประกาศฉบับ 3 เช็กจังหวัดเสี่ยงฝนตกหนัก ระวังน้ำท่วมฉับพลัน-น้ำป่าหลาก 14-18 พ.ค. 69

เด็กออสเตรเลียวัย 13 ว่ายน้ำ 4 กม. ช่วยครอบครัว

เรื่องราวสุดน่าทึ่งของเด็กออสเตรเลียวัย 13 ว่ายน้ำ 4 กม. ช่วยครอบครัวที่ถูกคลื่นยักษ์ซัดออกไปนอกชายฝั่งกำลังเป็นกระแส virial ทั่วโลก! ความกล้าหาญของเด็กชายคนนี้ไม่ใช่แค่ช่วยชีวิตครอบครัว แต่ยังเป็นแรงบันดาลใจให้ทุกคนที่รักกิจกรรมทางทะเล มาดูกันว่าอะไรทำให้เกิดเรื่องราวฮีโร่ตัวน้อยคนนี้ขึ้น

เด็กออสเตรเลียวัย 13 ว่ายน้ำ 4 กม. ช่วยครอบครัวถูกคลื่นซัดออกนอกชายฝั่ง

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันศุกร์ที่ 30 มกราคม 2568 ที่อ่าวจีโอกราฟ (Geographe Bay) ทางตอนใต้ของรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย ซึ่งเป็นสถานที่ยอดนิยมสำหรับเล่นแพดเดิลบอร์ดและพายเรือคายัค เด็กชายวัย 13 ปีไปเล่นน้ำกับครอบครัวอย่างสนุกสนาน แต่แล้วลมแรงและคลื่นสูง突然พัดพาพวกเขาออกไปไกลจากฝั่งถึง 14 กิโลเมตร! สภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็วในทะเลออสเตรเลียเป็นสิ่งที่อันตรายมาก โดยเฉพาะในบริเวณนี้ที่มักมีกระแสน้ำเชี่ยวและลมพายุ

เด็กหนุ่มพยายามพายเรือคายัคกลับฝั่งก่อน แต่เรือเริ่มมีน้ำท่วม เขาจึงตัดสินใจทิ้งเรือแล้วว่ายน้ำ 4 กิโลเมตรฝ่าคลื่นลมแรงด้วยตัวคนเดียว การว่ายน้ำระยะไกลขนาดนี้ในสภาพทะเลป่าเถื่อนไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะกับเด็กวัยรุ่น แต่เขาทำได้ในเวลาเกือบ 4 ชั่วโมง!

ความกล้าหาญสุดขีด: ถอดเสื้อชูชีพเพื่อว่ายเร็วขึ้น

ที่พอล เบรสแลนด์ ผู้บัญชาการกู้ภัยเล่าว่า ในช่วง 2 ชั่วโมงแรก เด็กชายสวมเสื้อชูชีพไว้ แต่เขารู้สึกว่ามันทำให้ว่ายช้าเกินไปเพื่อไปถึงฝั่งทันเวลา เขาจึงถอดมันทิ้งแล้วว่ายต่ออีก 2 ชั่วโมงโดยไม่มีอุปกรณ์ช่วยชีวิต! "ความพยายามของเขาเหนือมนุษย์จริงๆ" เจ้าหน้าที่กล่าว นี่คือตัวอย่างของจิตใจที่เด็ดเดี่ยวและการตัดสินใจที่เสี่ยงแต่ถูกต้อง

เด็กชายขึ้นฝั่งได้เวลา 18:00 น. แล้วรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที นำไปสู่ปฏิบัติการกู้ภัยครั้งใหญ่จากหาดควินดาลัป ใกล้เมืองบัสเซลตัน เฮลิคอปเตอร์พบแม่วัย 47 ปี ลูกชาย 12 ปี และลูกสาว 8 ปี กำลังเกาะแพดเดิลบอร์ดลอยเกยกลางทะเล ห่างฝั่ง 14 กม. โชคดีที่ทั้งสามสวมเสื้อชูชีพ ทำให้รอดชีวิตมาได้ เรือกู้ภัยช่วยพวกเขากลับฝั่งอย่างปลอดภัยในเวลา 20:30 น.

คำชื่นชมล้นหลามจากทุกฝ่าย

กลุ่มอาสาสมัครกู้ภัยทางทะเลเนเชอราลิสต์ (Naturaliste) โพสต์ว่า "ความกล้าหาญ ความเข้มแข็ง และจิตใจที่เด็ดเดี่ยวของครอบครัวนี้เป็นเรื่องที่วิเศษมาก โดยเฉพาะเด็กออสเตรเลียวัย 13 ว่ายน้ำ 4 กม. ช่วยครอบครัว" สารวัตรเจมส์ แบรดลีย์ จากตำรวจเวสเทิร์นออสเตรเลีย กล่าวว่า "การกระทำของเด็กชายคนนี้ได้รับคำชมเท่าไหร่ก็ไม่พอ มันช่วยชีวิตแม่และพี่น้องไว้"

บทเรียนสำคัญจากเหตุการณ์เด็กออสเตรเลียวัย 13 ว่ายน้ำ 4 กม. ช่วยครอบครัว

เรื่องราวนี้ไม่ใช่แค่ข่าวดี แต่เป็นเครื่องเตือนใจสำหรับนักเล่นน้ำทุกคน โดยเฉพาะในทะเลที่สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงไว:

  • สวมเสื้อชูชีพเสมอ: แม้เด็กชายถอดออก แต่สำหรับคนที่เหลือมันช่วยชีวิตได้
  • ตรวจสภาพอากาศล่วงหน้า: ใช้แอปพยากรณ์หรือปรึกษาชาวบ้านท้องถิ่น
  • อย่าออกไปคนเดียวหรือกลุ่มเล็ก: มี GPS tracker หรืออุปกรณ์สื่อสาร
  • รู้ขีดจำกัดตัวเอง: ถ้าคลื่นแรง กลับเข้าฝั่งทันที
  • ฝึกว่ายน้ำและ survival skills: อย่างเด็กชายคนนี้ที่แข็งแกร่งพอ

อ่าวจีโอกราฟเป็นจุดท่องเที่ยวยอดฮิต แต่ก็มีอุบัติเหตุบ่อยครั้งจากกระแสน้ำและลมพายุ หน่วยกู้ภัยท้องถิ่นเตือนเสมอว่าทะเลไม่ใช่สระว่ายน้ำ

สุดท้าย เรื่องเด็กออสเตรเลียวัย 13 ว่ายน้ำ 4 กม. ช่วยครอบครัวนี้พิสูจน์ว่าพลังใจและทักษะสามารถเอาชนะภัยธรรมชาติได้ ในยุคที่เด็กๆ มากมายติดเกมมือถือ แต่เด็กคนนี้กลายเป็นฮีโร่ตัวจริง! คุณคิดว่าถ้าคุณอยู่ในสถานการณ์นี้จะทำอย่างไร? แชร์ประสบการณ์หรือความเห็นของคุณในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อเตือนใจเพื่อนๆ เรื่องความปลอดภัยทางทะเลนะครับ

ที่มา – เด็กออสเตรเลียวัย 13 ว่ายน้ำ 4 กม. ช่วยครอบครัวถูกคลื่นซัดออกนอกชายฝั่ง

กรมเจ้าท่า เตือน! ฝ่าฝืนคลื่นลมแรงเจอคดี

“กรมเจ้าท่า” รายงานเหตุเรือเช่าเหมาลำเจอคลื่นลมแรงล่มกลางทะเลใกล้เกาะล้าน เจ้าหน้าที่เข้าช่วย 12 ชีวิตปลอดภัยครบ ย้ำผู้ประกอบการเรือเช่า นายเรือ ฝ่าฝืนคำเตือนช่วงคลื่นลมแรง จ่อโดน “คดีอาญา” ฐานประมาท

นายกริชเพชร ชัยช่วย อธิบดีกรมเจ้าท่า (จท.) เปิดเผยว่าได้รับรายงานการเกิดเหตุทางน้ำ เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2568 เมื่อเวลา 13.33 น. ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล จังหวัดชลบุรี ได้รับแจ้งเหตุจากกลุ่มไลน์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางทะเลว่าเกิดเหตุเรือประมงบรรทุกนักท่องเที่ยวล่ม บริเวณเกาะมารวิชัย พื้นที่ทะเลพัทยา โดยศูนย์ปฏิบัติการ ศรชล.ภาค 1 ได้รับสัญญาณแจ้งเหตุจากสายด่วน 1465

ทั้งนี้จากการตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมทั้งหมดได้เช่าเรือ ออกจากท่าเรือแหลมบาลีฮาย พบว่ามีนักท่องเที่ยวทั้งหมด 12 คนเป็นชาวไทยทั้งหมด เมื่อเรือแล่นพ้นเกาะล้าน ได้พบกับคลื่นลมแรงและอุปกรณ์ปั๊มน้ำเกิดขัดข้อง ทำให้เรือจมลง โดยสำนักงานเจ้าท่าพัทยาได้แจ้งยืนยันว่า เมื่อเวลา 17.00 น. ผู้โดยสารทั้ง 12 คน และลูกเรือ 3 คน รวมทั้งสิ้น 15 คนได้รับการช่วยเหลือขึ้นฝั่งอย่างปลอดภัย

นายกริชเพชร ชัยช่วย อธิบดีกรมเจ้าท่า
นายกริชเพชร ชัยช่วย อธิบดีกรมเจ้าท่า

“เหตุการณ์เรือล่มครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางสภาพอากาศที่มีคลื่นลมแรง เกิดขึ้นช่วงฤดูหนาว ที่ผ่านมากรมเจ้าท่าและกรมอุตุนิยมวิทยา จะออกประกาศแจ้งเตือนให้ชาวเรือใช้ความระมัดระวังและติดตามสภาพอากาศอย่างต่อเนื่องแล้วก็ตาม แต่ยังพบว่ามีผู้ฝ่าฝืน ขอเน้นย้ำว่า หากเกิดอุบัติเหตุ ผู้ประกอบการหรือเรือรับจ้างต้องรับผิดชอบทางกฎหมาย นายเรือจะเป็นผู้รับผิดชอบโดยตรงต่อความปลอดภัยของผู้โดยสาร และจะต้องโทษคดีอาญาในข้อหาประมาทตามกฎหมาย” นายกริชเพชร กล่าว

นายกริชเพชร กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้เกิดคลื่นลมแรง ขอให้ผู้ประกอบการเรือเช่าและนายเรือตระหนักในเรื่องความปลอดภัยของผู้มาใช้บริการทุกภาคส่วน ต้องแจ้งข้อมูลสภาพอากาศแก่ลูกค้า และที่สำคัญคือ ภาคประชาชนและนักท่องเที่ยว ที่ไม่ควรเสี่ยงออกเดินเรือในช่วงที่มีการประกาศเตือนสภาพอากาศเลวร้าย เพื่อเป็นการป้องกันการสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สิน อย่าฝ่าฝืนคำเตือนของทางราชการ

อ่านข่าว “นโยบายรัฐ” เพิ่มเติม

กรมเจ้าท่า เตือนผู้ประกอบการ ฝ่าฝืนออกเรือช่วงคลื่นลมแรง จ่อโดนคดีอาญา ฐานประมาท

จากกรณีเหตุการณ์เรือประมงบรรทุกนักท่องเที่ยวล่มกลางทะเลใกล้เกาะล้าน ทำให้ กรมเจ้าท่า ต้องออกมาเน้นย้ำถึงมาตรการความปลอดภัยทางทะเลในช่วงฤดูคลื่นลมแรงเช่นนี้ การฝ่าฝืนคำเตือนไม่เพียงแต่เป็นการเพิ่มความเสี่ยงต่อชีวิตและทรัพย์สินของผู้โดยสาร แต่ยังนำไปสู่บทลงโทษทางกฎหมายที่รุนแรงอีกด้วย

กรมเจ้าท่า เน้นย้ำความปลอดภัยช่วงคลื่นลมแรง

กรมเจ้าท่า ได้ออกมาเตือนผู้ประกอบการและนายเรือให้ความสำคัญกับความปลอดภัยเป็นอันดับแรก โดยเฉพาะในช่วงที่มีประกาศเตือนสภาพอากาศเลวร้าย การออกเรือฝ่าฝืนคำเตือน ถือเป็นการกระทำที่ประมาทและอาจนำไปสู่การสูญเสียที่ไม่สามารถประเมินค่าได้ นอกจากนี้ กรมเจ้าท่า ยังขอความร่วมมือประชาชนและนักท่องเที่ยวให้หลีกเลี่ยงการเดินทางทางทะเลในช่วงเวลาดังกล่าว เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้น

การที่ กรมเจ้าท่า ต้องออกมาเน้นย้ำเรื่องนี้ แสดงให้เห็นถึงความห่วงใยและความใส่ใจต่อความปลอดภัยของประชาชนและนักท่องเที่ยว การปฏิบัติตามคำแนะนำและข้อบังคับของ กรมเจ้าท่า จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการป้องกันอุบัติเหตุทางทะเลและรักษาชีวิตและทรัพย์สินให้ปลอดภัย

สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นอุทาหรณ์ให้ผู้ประกอบการตระหนักถึงความรับผิดชอบต่อชีวิตของผู้โดยสาร และประชาชนเองก็ควรใส่ใจในความปลอดภัยส่วนบุคคล การท่องเที่ยวทางทะเลควรเป็นประสบการณ์ที่สนุกและปลอดภัย ไม่ใช่การเสี่ยงอันตรายที่อาจนำมาซึ่งความสูญเสีย

ที่มา – “กรมเจ้าท่า” เตือนผู้ประกอบการ ฝ่าฝืนออกเรือช่วงคลื่นลมแรง จ่อโดนคดีอาญา ฐานประมาท

นายกฯ สั่งรับมือพายุ “คัลแมกี” เตือนน้ำท่วม!

นายกรัฐมนตรี สั่งการทุกหน่วยงาน เตรียมพร้อมรับมือพายุ “คัลแมกี” เตือนพื้นที่ภาคเหนือ อีสาน กลาง ภาคใต้ และ กทม. อาจเกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำท่วมขัง และคลื่นลมแรง ช่วงวันที่ 7 – 9 พ.ย. นี้ สถานการณ์ นายกรัฐมนตรีสั่งทุกหน่วยเตรียมรับมือพายุ “คัลแมกี” เป็นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญอย่างยิ่ง

วันที่ 6 พ.ย. 2568 นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากสถานการณ์พายุไต้ฝุ่น “คัลแมกี” ซึ่งคาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศเวียดนาม ก่อนอ่อนกำลังลงเป็นพายุโซนร้อนและพายุดีเปรสชั่น เคลื่อนผ่านประเทศลาวเข้าสู่จังหวัดอุบลราชธานีในวันที่ 7 พฤศจิกายน 2568 อาจส่งผลให้เกิดสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง น้ำท่วมขัง และคลื่นลมแรง ในช่วงวันที่ 7 – 9 พ.ย. 2568

นายกรัฐมนตรีสั่งทุกหน่วยเตรียมรับมือพายุ “คัลแมกี”

เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน

นางสาวอัยรินทร์ กล่าวด้วยว่า ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยง เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง และน้ำท่วมขัง ดังนี้

ภาคเหนือ จำนวน 17 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ ตาก สุโขทัย กำแพงเพชร พิษณุโลก พิจิตร เพชรบูรณ์ นครสวรรค์ และจังหวัดอุทัยธานี

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวน 20 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดเลย หนองคาย บึงกาฬ หนองบัวลำภู อุดรธานี สกลนคร นครพนม ชัยภูมิ ขอนแก่น มหาสารคาม กาฬสินธุ์ มุกดาหาร ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และจังหวัดอุบลราชธานี

ภาคกลาง จำนวน 23 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี สุพรรณบุรี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี สระบุรี นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด ปทุมธานี นนทบุรี นครปฐม สมุทรสาคร สมุทรสงคราม และจังหวัดสมุทรปราการ

ภาคใต้ จำนวน 5 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดพังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และจังหวัดสตูล

และกรุงเทพมหานคร ขอให้เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำท่วมขัง

ภาคใต้คลื่นลมแรง

สำหรับพื้นที่เฝ้าระวังคลื่นลมแรง ในระหว่างวันที่ 7 พฤศจิกายน 2568 ได้แก่พื้นที่บริเวณภาคใต้ จำนวน 6 จังหวัด ดังนี้ จังหวัดระนอง (อำเภอเมืองระนอง อำเภอสุขสำราญ และอำเภอกะเปอร์) จังหวัดพังงา (อำเภอเกาะยาว อำเภอตะกั่วทุ่ง อำเภอท้ายเหมือง อำเภอตะกั่วป่า และอำเภอคุระบุรี) จังหวัดภูเก็ต (ทุกอำเภอ) จังหวัดกระบี่ (อำเภอเมืองกระบี่ อำเภอคลองท่อม อำเภอเกาะลันตา อำเภอเหนือคลอง และอำเภออ่าวลึก) จังหวัดตรัง (อำเภอกันตัง อำเภอสิเกา อำเภอปะเหลียน และอำเภอหาดสำราญ) และจังหวัดสตูล (อำเภอเมืองสตูล อำเภอละงู อำเภอท่าแพ และอำเภอทุ่งหว้า)

การเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์พายุ “คัลแมกี”

“นายกรัฐมนตรีสั่งการทุกหน่วยงานเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์และผลกระทบจากพายุ “คัลแมกี” เน้นให้การช่วยเหลือเรื่องความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนเป็นสำคัญ พร้อมกำชับให้จัดทีมปฏิบัติการและเครื่องจักรกลสาธารณภัยเข้าประจำพื้นที่เสี่ยงเพื่อเข้าเผชิญเหตุและช่วยเหลือผู้ประสบภัยทันทีที่เกิดภัย โดยเฉพาะพื้นที่จุดเสี่ยงที่เคยเกิดน้ำท่วมบ่อยครั้ง และพื้นที่ที่ยังมีสถานการณ์น้ำท่วมอยู่ ให้เร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่อย่างเต็มกำลัง เพื่อลดผลกระทบจากเหตุอุทกภัยให้ได้มากที่สุด รวมถึงแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยทราบล่วงหน้า และประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนปฏิบัติตามประกาศแจ้งเตือนภัยจากทางราชการอย่างเคร่งครัด” นางสาวอัยรินทร์ กล่าว

สถานการณ์ นายกรัฐมนตรีสั่งทุกหน่วยเตรียมรับมือพายุ “คัลแมกี” เป็นเรื่องที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย ควรติดตามข่าวสารและปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานราชการอย่างเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน นอกจากนี้ การเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉิน เช่น จัดเตรียมสิ่งของจำเป็นและวางแผนอพยพ ก็เป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม

การรับมือกับพายุ “คัลแมกี” ไม่ใช่แค่หน้าที่ของหน่วยงานภาครัฐ แต่เป็นความร่วมมือของทุกคนในสังคม การตระหนักถึงความเสี่ยงและเตรียมพร้อมรับมืออย่างเหมาะสม จะช่วยลดผลกระทบจากภัยพิบัติและทำให้เราสามารถผ่านพ้นสถานการณ์นี้ไปได้อย่างปลอดภัย ดังนั้น ขอให้ทุกคนร่วมมือร่วมใจกัน เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับตนเองและสังคม

ดังนั้น การ นายกรัฐมนตรีสั่งทุกหน่วยเตรียมรับมือพายุ “คัลแมกี” จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ทุกคนต้องใส่ใจและร่วมมือกัน

ที่มา – นายกรัฐมนตรีสั่งทุกหน่วยเตรียมรับมือพายุ “คัลแมกี”เตือนทุกภาคอาจเกิดน้ำท่วมฉับพลัน 7-9 พ.ย.นี้

รัฐบาลเตือนรับมือพายุ “คัลแมกี” วันนี้ ฝนตกหนัก!

รองโฆษกรัฐบาลเตือนเกษตรกรให้ระวังผลกระทบจากพายุ “คัลแมกี” ในช่วงวันที่ 7–9 พ.ย. นี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวันนี้ กทม.และปริมณฑล รวมถึงอีก 7 จังหวัด อาจมีฝนตกหนักบางจุด ซึ่งอาจนำไปสู่ปัญหาน้ำท่วมขังได้ ขอให้ประชาชนเตรียมพร้อมรับมือรัฐบาลเตือนรับมือพายุ “คัลแมกี” วันนี้อย่างเคร่งครัด

เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2568 นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาเปิดเผยถึงสถานการณ์ฝนที่ตกหนักในหลายพื้นที่ของประเทศไทย อันเป็นผลมาจากอิทธิพลของพายุไต้ฝุ่น “คัลแมกี” (KALMAEGI) ซึ่งมีศูนย์กลางอยู่ที่บริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกด้านตะวันออกของประเทศฟิลิปปินส์ โดยคาดการณ์ว่าพายุจะเคลื่อนตัวลงสู่ทะเลจีนใต้ตอนกลางในช่วงวันที่ 4–5 พ.ย. และจะขึ้นฝั่งที่ประเทศเวียดนามตอนกลางในวันที่ 6–7 พ.ย. หลังจากนั้น พายุจะอ่อนกำลังลงเป็นดีเปรสชัน และกลายเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรง เคลื่อนเข้าปกคลุมพื้นที่ภาคอีสานของประเทศไทยในช่วงวันที่ 7 พ.ย. 68 ซึ่งจะส่งผลให้มีปริมาณฝนเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะในภาคอีสานก่อนที่จะขยายไปยังภาคอื่นๆ

กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศพยากรณ์อากาศในช่วง 24 ชั่วโมงข้างหน้า โดยระบุว่าบริเวณภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลาง ภาคตะวันออก และกรุงเทพมหานคร จะมีฝนฟ้าคะนองในบางพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวมถึงจังหวัดฉะเชิงเทรา ชลบุรี ตาก กำแพงเพชร นครสวรรค์ สุพรรณบุรี กาญจนบุรี และนครปฐม โดยอุณหภูมิจะลดลงเล็กน้อย และมีอากาศเย็นในตอนเช้า ขอให้ประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวระมัดระวังอันตรายจากฝนตกหนักในบางจุด ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมขังได้

สำหรับภาคใต้ จะมีฝนฟ้าคะนองและฝนตกหนักในบางแห่ง ตั้งแต่จังหวัดเพชรบุรีลงไป คลื่นลมในทะเลอันดามันตอนบนจะมีกำลังแรง โดยมีความสูง 1–2 เมตร (บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงกว่า 2 เมตร) ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง

ในส่วนของแนวโน้มสภาพอากาศใน 7 วันข้างหน้า (4–10 พ.ย. 68) กรมอุตุนิยมวิทยาได้คาดการณ์ไว้ดังนี้:

  • ในช่วงวันที่ 4–6 พ.ย. ประเทศไทยตอนบนจะมีปริมาณฝนลดลง และมีอากาศเย็นในตอนเช้า
  • ในช่วงวันที่ 7–10 พ.ย. จะมีปริมาณฝนเพิ่มขึ้นอีกครั้ง โดยเฉพาะในภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคอีสานตอนล่าง อันเป็นผลมาจากอิทธิพลของพายุ
  • ภาคใต้ จะมีฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง และคลื่นลมจะมีกำลังแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงวันที่ 5–7 พ.ย. คลื่นสูง 2–3 เมตร

รัฐบาลเตือนรับมือพายุ “คัลแมกี” วันนี้

“รัฐบาลมีความห่วงใยประชาชนในช่วงที่พายุไต้ฝุ่น “คัลแมกี” กำลังเคลื่อนตัวเข้าสู่ประเทศไทย ขอให้ประชาชนดูแลรักษาสุขภาพของตนเองจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกษตรกร ควรป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับผลผลิตทางการเกษตรจากฝนและลมแรง สำหรับชาวเรือในอ่าวไทยและทะเลอันดามัน ควรหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง ในช่วงระหว่างวันที่ 7–9 พ.ย. นี้ ขอให้ประชาชนเฝ้าระวังอันตรายจากน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก และติดตามการประกาศแจ้งเตือนจากหน่วยงานราชการอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งปฏิบัติตามคำแนะนำ เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้น” นางสาวอัยรินทร์ กล่าว

สิ่งที่ต้องเตรียมตัวเมื่อ รัฐบาลเตือนรับมือพายุ “คัลแมกี” วันนี้

  • ติดตามข่าวสารพยากรณ์อากาศ: ตรวจสอบพยากรณ์อากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างสม่ำเสมอเพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์
  • เตรียมพร้อมรับมือกับน้ำท่วม: หากอาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วม ควรเตรียมกระสอบทราย ขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง
  • ตรวจสอบบ้านเรือน: ตรวจสอบความแข็งแรงของหลังคา ประตู หน้าต่าง เพื่อป้องกันความเสียหายจากลมพายุ
  • เตรียมสิ่งของจำเป็น: เตรียมน้ำดื่ม อาหารแห้ง ยา และของใช้จำเป็นอื่นๆ ให้พร้อม
  • หลีกเลี่ยงการเดินทาง: หากไม่จำเป็น ควรงดเดินทางในช่วงที่มีฝนตกหนักและพายุพัด

สถานการณ์พายุ “คัลแมกี” เป็นสิ่งที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด การเตรียมพร้อมรับมือและติดตามข้อมูลข่าวสารอย่างต่อเนื่อง จะช่วยลดความเสี่ยงและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นได้ การที่รัฐบาลเตือนรับมือพายุ “คัลแมกี” วันนี้ ถือเป็นสัญญาณเตือนให้เราไม่ประมาทและเตรียมตัวให้พร้อม เพื่อความปลอดภัยของตนเองและครอบครัว

ที่มา – รัฐบาล เตือนรับมือพายุ “คัลแมกี” วันนี้ กทม.-ปริมณฑล ฝนยังตกหนักบางจุด

Scroll to top