ชายแดนไทยกัมพูชา

อัปเดตอาการ จ.ส.อ.ชาญณรงค์ ปลอดภัยแล้ว รอส่งต่อ รพ.พระมงกุฎฯ

อัปเดตอาการ จ.ส.อ.ชาญณรงค์ ปลอดภัยแล้ว รอส่งต่อ รพ.พระมงกุฎฯ

เป็นข่าวที่สร้างความโล่งใจให้กับหลายๆ ฝ่าย เมื่อมีการรายงานอัปเดตอาการ จ.ส.อ.ชาญณรงค์ วงศ์ชนะ หรือ “จ่าโจ้” ทหารกล้าที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากเหตุการณ์เหยียบระเบิด PMN 2 ขณะปฏิบัติหน้าที่ ล่าสุดอาการปลอดภัยแล้วและกำลังอยู่ในช่วงการดูแลของทีมแพทย์อย่างใกล้ชิด

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 17 สิงหาคมที่ผ่านมา ณ กองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ ซึ่งส่งผลให้จ่าโจ้วัย 37 ปี ได้รับบาดเจ็บรุนแรงที่ขาและมือทั้งสองข้าง โชคดีที่หน่วยเสนารักษ์และทีม Sky Doctor กองทัพภาคที่ 2 ได้รีบเข้าช่วยเหลือและลำเลียงส่งโรงพยาบาลค่ายสรรพสิทธิประสงค์อย่างรวดเร็ว

ทีมแพทย์ระดมกำลังช่วยชีวิตอย่างเต็มที่

ความซับซ้อนของบาดแผลทำให้ต้องมีการระดมทีมศัลยแพทย์ถึง 3 ทีม เพื่อผ่าตัดรักษาทั้งกระดูกนิ้วมือที่แตกและบาดแผลบริเวณขา การผ่าตัดกินเวลานานกว่า 3 ชั่วโมง 35 นาที ซึ่งถือว่าผ่านพ้นไปด้วยดี สำหรับการอัปเดตอาการ จ.ส.อ.ชาญณรงค์ ล่าสุดเช้านี้ พบว่าเขาได้ย้ายเข้าสู่หอผู้ป่วยหนัก (ICU) เรียบร้อยแล้ว

  • ทีมแพทย์ผ่าตัดซ่อมแซมกระดูกมือขวา 4 นิ้ว
  • ทำการดามเหล็กและซ่อมแซมมือซ้าย
  • รักษาบาดแผลบริเวณขาทั้งสองข้างและข้อเท้า

แพทย์ผู้ดูแลให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ขณะนี้คนไข้ยังคงมีอาการปวดบริเวณข้อเท้าซ้ายที่เพิ่งผ่านการผ่าตัด จึงต้องอยู่ภายใต้การดูแลของพยาบาลในห้อง ICU อย่างใกล้ชิด โดยแผนการรักษาในระยะยาว แพทย์ได้กำหนดให้พักฟื้นและเฝ้าประเมินอาการเป็นเวลา 2 สัปดาห์เต็ม เพื่อให้ร่างกายฟื้นตัวมากที่สุดก่อนจะทำการส่งตัวไปรักษาต่อยังโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าตามแผนที่วางไว้

การที่ได้ทราบว่าการอัปเดตอาการ จ.ส.อ.ชาญณรงค์ เป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้นเช่นนี้ ถือเป็นกำลังใจสำคัญให้กับครอบครัวของทหารผู้เสียสละ รวมถึงเพื่อนร่วมงานที่ติดตามข่าวสารมาโดยตลอด เราทุกคนต่างร่วมส่งกำลังใจให้จ่าโจ้ผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปได้ด้วยดีและกลับมาแข็งแรงในเร็ววัน

ที่มา – อัปเดตอาการ “จ.ส.อ.ชาญณรงค์” ปลอดภัยแล้ว รอฟักฟื้น 2 สัปดาห์ ก่อนส่งต่อ รพ.พระมงกุฎฯ

แห่ส่งกำลังใจให้ จ.ส.อ.ชาญณรงค์ เหยียบทุ่นระเบิดบาดเจ็บ ใกล้พื้นที่ช่องอานม้า

เชื่อว่าในวันนี้หลายคนคงได้เห็นข่าวที่สร้างความสะเทือนใจให้กับพี่น้องชาวไทย เมื่อมีรายงานว่าเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นในพื้นที่ชายแดน กับภารกิจที่เต็มไปด้วยความเสี่ยงของการเก็บกู้ทุ่นระเบิด ซึ่งล่าสุดกระแสสังคมได้ร่วมกันแห่ส่งกำลังใจให้ จ.ส.อ.ชาญณรงค์ เหยียบทุ่นระเบิดบาดเจ็บ ใกล้พื้นที่ช่องอานม้า จ.อุบลราชธานี เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้กับวีรบุรุษผู้เสียสละรายนี้

แห่ส่งกำลังใจให้ จ.ส.อ.ชาญณรงค์ เหยียบทุ่นระเบิดบาดเจ็บ ใกล้พื้นที่ช่องอานม้า

เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นกับ “จ่าโจ้” หรือ จ.ส.อ.ชาญณรงค์ วงศ์ชนะ สังกัด ร.2 พัน.2 รอ. ขณะที่เขากำลังปฏิบัติหน้าที่อันทรงเกียรติในการเก็บกู้ทุ่นระเบิดบริเวณช่องอานม้า ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีประวัติศาสตร์ความขัดแย้งในอดีต การปฏิบัติภารกิจนี้ถือเป็นงานที่ละเอียดอ่อนและอันตรายเป็นอย่างมาก เนื่องจากทุ่นระเบิดที่ตกค้างอยู่มีสภาพเสื่อมโทรมและคาดเดาตำแหน่งได้ยาก

รายละเอียดเหตุการณ์และความคืบหน้าล่าสุด

จากรายงานระบุว่า ในระหว่างที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ จ.ส.อ.ชาญณรงค์ ได้เหยียบเข้ากับทุ่นระเบิดโดยไม่คาดคิด ส่งผลให้ได้รับบาดเจ็บสาหัสบริเวณขาขวาท่อนล่าง มือขวา และมีบาดแผลตามร่างกาย อย่างไรก็ตาม ข่าวดีคือในขณะนี้อาการของเขายังคงรู้สึกตัวและอยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด ซึ่งนับเป็นเรื่องน่ายินดีที่เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่ถึงแก่ชีวิต แต่ถึงอย่างไรการ แห่ส่งกำลังใจให้ จ.ส.อ.ชาญณรงค์ เหยียบทุ่นระเบิดบาดเจ็บ ใกล้พื้นที่ช่องอานม้า ก็ยังคงดำเนินต่อไปอย่างต่อเนื่องในโลกโซเชียล

ทางหน่วยงานต้นสังกัดได้ออกมาชี้แจงรายละเอียดและมาตรการช่วยเหลือ ดังนี้:

  • กองทัพบกยืนยันดูแลสวัสดิการและค่ารักษาพยาบาลอย่างเต็มที่
  • หน่วยต้นสังกัด ร.2 พัน.2 รอ. ติดตามอาการอย่างใกล้ชิด
  • มีการจัดเตรียมทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อดูแลบาดแผลให้หายดีโดยเร็วที่สุด

ความเสียสละของทหารกล้าที่ยอมเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่ชายแดน คือสิ่งที่สังคมไทยต้องให้ความสำคัญและร่วมยกย่อง ในฐานะคนไทยเราทำได้เพียงการส่งพลังใจให้เขาผ่านวิกฤตนี้ไปได้โดยเร็ว และหวังว่าเหตุการณ์ลักษณะนี้จะไม่เกิดขึ้นอีกในอนาคต

สุดท้ายนี้ ขอให้ จ.ส.อ.ชาญณรงค์ เข้มแข็งและมีกำลังใจที่ดีในการฟื้นฟูร่างกาย พวกเราทุกคนขอส่งแรงเชียร์ให้เขากลับมาแข็งแรงสมบูรณ์และเป็นกำลังสำคัญของกองทัพต่อไปครับ

ที่มา – แห่ส่งกำลังใจให้ “จ.ส.อ.ชาญณรงค์” เหยียบทุ่นระเบิดบาดเจ็บ ใกล้พื้นที่ช่องอานม้า

ทหารขาขาด เหยียบทุ่นระเบิดช่องอานม้า เร่งนำตัวส่งโรงพยาบาล

ทหารขาขาด เหยียบทุ่นระเบิดช่องอานม้า เร่งนำตัวส่งโรงพยาบาล

เหตุการณ์ระทึกขวัญเกิดขึ้นในพื้นที่ชายแดนจังหวัดอุบลราชธานี เมื่อเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดต้องเผชิญกับอันตรายจากการปฏิบัติหน้าที่ จนนำไปสู่ข่าว ทหารขาขาด เหยียบทุ่นระเบิดช่องอานม้า เร่งนำตัวส่งโรงพยาบาล ท่ามกลางความห่วงใยจากเพื่อนร่วมงานและประชาชนทั่วไป โดยเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นขณะที่ทีมปฏิบัติงานกำลังดำเนินการเก็บกู้พื้นที่เสี่ยงภัยตามภารกิจของศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ

เปิดสาเหตุ ทหารขาขาด เหยียบทุ่นระเบิดช่องอานม้า เร่งนำตัวส่งโรงพยาบาล

เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา จ่าสิบเอกชาญณรงค์ วงศ์ชนะ สังกัด ร.2 พัน 2 ได้ประสบอุบัติเหตุระหว่างปฏิบัติภารกิจเก็บกู้วัตถุระเบิดบริเวณช่องอานม้า จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ยังคงมีวัตถุอันตรายหลงเหลืออยู่จำนวนมาก โดยทุ่นระเบิดที่พบคือชนิด PMN-2 ซึ่งมีอานุภาพทำลายล้างสูง ส่งผลให้จ่าสิบเอกชาญณรงค์ได้รับบาดเจ็บสาหัสบริเวณขาขวาท่อนล่างใต้เข่าและมีบาดแผลฉกรรจ์ที่มือขวาจากสะเก็ดระเบิด

แม้ว่าจะได้รับบาดเจ็บรุนแรง แต่ในขณะเกิดเหตุผู้ได้รับบาดเจ็บยังมีสติสัมปชัญญะดี ทำให้ทีมงานสามารถดำเนินการช่วยเหลือและเคลื่อนย้ายผู้ได้รับบาดเจ็บส่งโรงพยาบาลน้ำยืนได้อย่างรวดเร็ว เพื่อให้ทีมแพทย์ทำการรักษาและช่วยชีวิตอย่างเร่งด่วนที่สุด ทหารขาขาด เหยียบทุ่นระเบิดช่องอานม้า เร่งนำตัวส่งโรงพยาบาล ถือเป็นอุทาหรณ์ที่ตอกย้ำถึงความเสียสละของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่เสี่ยงภัยเหล่านี้

  • การตอบสนองต่อเหตุการณ์: เมื่อเกิดระเบิดขึ้น หน่วยงานได้สั่งระงับการทำงานในพื้นที่ทันทีเพื่อประเมินความปลอดภัย
  • มาตรการความปลอดภัย: เจ้าหน้าที่เข้าควบคุมพื้นที่และเตรียมตรวจสอบแนวเขตทุ่นระเบิดเพิ่มเติมเพื่อป้องกันเหตุซ้ำซ้อน
  • ความเสียสละ: การทำงานเก็บกู้ระเบิดเป็นภารกิจที่มีความเสี่ยงสูงต่อชีวิต เพื่อความปลอดภัยของชาวบ้านในพื้นที่

ภารกิจของทหารในพื้นที่ชายแดนไม่ได้มีแค่การปกป้องอธิปไตย แต่ยังรวมถึงการคืนพื้นที่ปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชน การเสียสละของเจ้าหน้าที่ในครั้งนี้เป็นสิ่งที่น่าชื่นชมและควรได้รับการยกย่องเป็นอย่างมาก พวกเราทุกคนต่างร่วมส่งกำลังใจให้จ่าสิบเอกชาญณรงค์ปลอดภัยและมีอาการดีขึ้นโดยเร็ววันครับ

ที่มา – ทหารขาขาด เหยียบทุ่นระเบิดช่องอานม้า เร่งนำตัวส่งโรงพยาบาล

มท.2 สั่ง กฟภ. เร่งขยายเขตไฟฟ้า “ปราสาทตาควาย-เนิน 350”

มท.2 สั่ง กฟภ. เร่งขยายเขตไฟฟ้า “ปราสาทตาควาย-เนิน 350”

เมื่อเร็วๆ นี้ นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.2) ได้ลงพื้นที่ปฏิบัติภารกิจสำคัญ ณ บริเวณชายแดนจังหวัดสุรินทร์ เพื่อตรวจติดตามความคืบหน้าโครงการสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตและเพิ่มศักยภาพในการป้องกันประเทศ โดยมีเป้าหมายหลักคือการเร่งรัดการดำเนินโครงการ มท.2 สั่ง กฟภ. เร่งขยายเขตไฟฟ้า “ปราสาทตาควาย-เนิน 350” เพื่อให้พื้นที่แนวหน้ามีความพร้อมด้านสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน

การลงพื้นที่ครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการตรวจเยี่ยม แต่ยังเป็นการสร้างขวัญกำลังใจให้แก่เจ้าหน้าที่ทหารและกองกำลังอาสารักษาดินแดนที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็งในพื้นที่ห่างไกล ซึ่งนับเป็นเรื่องน่ายินดีที่ภาครัฐเล็งเห็นถึงความสำคัญของกำลังพลที่เสียสละปกป้องอธิปไตยของชาติ

รายละเอียดโครงการขยายเขตไฟฟ้าเพื่อความมั่นคง

โครงการ มท.2 สั่ง กฟภ. เร่งขยายเขตไฟฟ้า “ปราสาทตาควาย-เนิน 350” ถือเป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้การทำงานของเจ้าหน้าที่บริเวณแนวชายแดนมีความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น โดยการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เขต 3 ได้วางแผนงานไว้ดังนี้:

  • บรรจุโครงการขยายเขตไฟฟ้าจำนวน 9 พื้นที่เป้าหมาย
  • จัดสรรงบประมาณรวมกว่า 130 ล้านบาท เพื่อดำเนินการ
  • วางระบบโครงข่ายไฟฟ้าเพิ่มเติมเป็นระยะทางรวมกว่า 12.5 กิโลเมตร
  • พิจารณาติดตั้งระบบพลังงานโซลาร์เซลล์เพื่อความยั่งยืน

นายพลพีร์ได้เน้นย้ำถึงกำหนดการว่าโครงการ มท.2 สั่ง กฟภ. เร่งขยายเขตไฟฟ้า “ปราสาทตาควาย-เนิน 350” นี้ จะต้องเริ่มดำเนินการภายในปี พ.ศ. 2569 และต้องเสร็จสิ้นในช่วงต้นปี พ.ศ. 2570 เพื่อให้ทันต่อการใช้งานและเสริมประสิทธิภาพในการป้องกันชายแดนไทยให้สมบูรณ์แบบมากที่สุด

นอกจากนี้ ในเส้นทางคมนาคมจากสามแยกลานยาง ถึงปราสาทตาควาย ระยะทางประมาณ 8.7 กิโลเมตร ยังมีความต้องการด้านไฟฟ้าส่องสว่าง เพื่อความปลอดภัยในการสัญจรและรักษาความปลอดภัยในเวลากลางคืน ซึ่งทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังเร่งประเมินเพื่อดำเนินการควบคู่กันไป

การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานบริเวณชายแดนไม่ใช่แค่เรื่องของสายไฟหรือเสาไฟฟ้าเท่านั้น แต่คือการแสดงออกถึงความห่วงใยจากรัฐบาลที่ส่งตรงถึงผู้ที่ปฏิบัติงานอยู่แนวหน้า หากระบบไฟฟ้าเสถียรและเข้าถึงพื้นที่ได้อย่างครอบคลุม จะเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาพื้นที่ชายแดนให้ก้าวหน้าและมีความปลอดภัยสูงขึ้นอย่างยั่งยืน เรามาร่วมกันติดตามความคืบหน้าของโครงการนี้ไปด้วยกันนะครับ

ที่มา – มท.2 ลงพื้นที่ชายแดนสุรินทร์ สั่ง กฟภ. เร่งขยายเขตไฟฟ้า “ปราสาทตาควาย-เนิน 350”

กำลังพลเจ็บ 1 เหยียบกับระเบิดขณะเคลียร์พื้นที่บ้านหนองจาน

กำลังพลเจ็บ 1 เหยียบกับระเบิดขณะเคลียร์พื้นที่บ้านหนองจาน

เหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้นในภารกิจเก็บกู้ทุ่นระเบิดที่จังหวัดสระแก้ว เมื่อเจ้าหน้าที่ทหารต้องเผชิญกับอันตรายจากการปฏิบัติงาน กำลังพลเจ็บ 1 เหยียบกับระเบิดขณะเคลียร์พื้นที่บ้านหนองจาน ในขณะที่กำลังลงพื้นที่เพื่อสร้างความปลอดภัยให้แก่ประชาชนในพื้นที่ชายแดน ถือเป็นภารกิจที่มีความเสี่ยงสูงและต้องอาศัยความเชี่ยวชาญอย่างมาก

รายละเอียดเหตุการณ์ กำลังพลเจ็บ 1 เหยียบกับระเบิดขณะเคลียร์พื้นที่บ้านหนองจาน

เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคมที่ผ่านมา กองทัพภาคที่ 1 ได้รับรายงานเหตุสะเทือนใจ โดย จ.ส.อ.อุดมศักดิ์ นึกมั่น ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากเหตุเหยียบกับระเบิดระหว่างการปฏิบัติหน้าที่สังกัด นปท.1 ส่งผลให้ข้อเท้าซ้ายขาดและได้รับบาดเจ็บจากสะเก็ดระเบิดที่แขนซ้าย ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ส่งตัวเข้ารับการรักษา ณ โรงพยาบาลอรัญประเทศเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยอาการล่าสุดของผู้บาดเจ็บยังคงรู้สึกตัวดีและอยู่ภายใต้การดูแลของทีมแพทย์อย่างใกล้ชิด

  • พื้นที่ปฏิบัติการ: บ้านหนองจาน ต.โนนหมากมุ่น อ.โคกสูง จ.สระแก้ว
  • ความคืบหน้าการกู้ระเบิด: ดำเนินการไปแล้วกว่า 62,000 ตร.ม. คิดเป็น 76.73%
  • วัตถุระเบิดที่ตรวจพบ: พบทุ่นระเบิดและสรรพาวุธรวม 489 รายการ

ภารกิจในครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการคืนพื้นที่ปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชน การทำงานท่ามกลางพื้นที่ที่เต็มไปด้วยวัตถุอันตรายนั้นเป็นความเสียสละอันยิ่งใหญ่ของเหล่าทหารกล้าที่ยอมเอาชีวิตไปเสี่ยงเพื่อส่วนรวม ทั้งนี้ แม่ทัพภาคที่ 1 ได้กำชับให้หน่วยต้นสังกัดดูแลเรื่องสิทธิและสวัสดิการของ กำลังพลเจ็บ 1 เหยียบกับระเบิดขณะเคลียร์พื้นที่บ้านหนองจาน ให้ดีที่สุดอย่างเต็มกำลังความสามารถ

ทางเราขอส่งกำลังใจให้ จ.ส.อ.อุดมศักดิ์ นึกมั่น หายจากอาการบาดเจ็บโดยเร็ว และขอให้เจ้าหน้าที่ทุกท่านที่ปฏิบัติภารกิจเก็บกู้ทุ่นระเบิดทั่วประเทศมีความปลอดภัยในการทำงานทุกขั้นตอน เพื่อให้พื้นที่ชายแดนไทยเป็นพื้นที่ที่ปราศจากอันตรายจากกับระเบิดอย่างถาวรในอนาคต

ที่มา – กำลังพลเจ็บ 1 เหยียบกับระเบิดขณะเคลียร์พื้นที่บ้านหนองจาน มทภ.1 กำชับดูแลเต็มที่

เกิดเหตุ จนท.ชุดเก็บกู้ทุ่นระเบิด เหยียบ PMN ที่บ้านหนองจาน

เชื่อว่าหลายคนคงได้ยินข่าวสะเทือนใจเกี่ยวกับอุบัติเหตุในพื้นที่ชายแดนจังหวัดสระแก้ว เมื่อมีรายงานว่าเกิดเหตุ จนท.ชุดเก็บกู้ทุ่นระเบิด เหยียบ PMN ที่บ้านหนองจาน จนได้รับบาดเจ็บสาหัส ซึ่งถือเป็นเรื่องที่น่าเห็นใจและน่าใจหายเป็นอย่างยิ่งสำหรับคนทำงานที่เสียสละเพื่อความปลอดภัยของผู้คนในพื้นที่

สถานการณ์ระทึกเมื่อเกิดเหตุ จนท.ชุดเก็บกู้ทุ่นระเบิด เหยียบ PMN ที่บ้านหนองจาน

เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2569 ในพื้นที่บ้านหนองจาน ตำบลโนนหมากมุ่น อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว โดยจ่าสิบเอกอุดมศักดิ์ นึกมั่น เจ้าหน้าที่จากหน่วยปฏิบัติการทุ่นระเบิดด้านมนุษยธรรม นปท.1 ได้ปฏิบัติภารกิจสำรวจทางเทคนิคตามปกติ ก่อนจะพลาดเหยียบเข้ากับทุ่นระเบิดสังหารบุคคลชนิด PMN ซึ่งเป็นวัตถุระเบิดอันตรายที่ยังคงตกค้างมาจากอดีต

รายละเอียดและอาการบาดเจ็บของเจ้าหน้าที่

จากแรงระเบิดที่เกิดขึ้น ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส โดยข้อเท้าซ้ายขาดและมีบาดแผลฉกรรจ์จากสะเก็ดระเบิดตามแขนซ้าย อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะได้รับบาดเจ็บรุนแรง แต่ในขณะนั้นผู้ประสบเหตุยังคงมีสติอยู่ ทีมงานจึงได้รีบทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้นและเคลื่อนย้ายส่งโรงพยาบาลอรัญประเทศอย่างเร่งด่วน โดยปัจจุบันอยู่ในการดูแลของทีมแพทย์อย่างใกล้ชิด

เหตุการณ์ที่เกิดเหตุ จนท.ชุดเก็บกู้ทุ่นระเบิด เหยียบ PMN ที่บ้านหนองจาน ในครั้งนี้ย้ำเตือนให้เราเห็นถึงความสำคัญของภารกิจของเหล่าเจ้าหน้าที่ผู้กล้า หลายคนอาจไม่ทราบว่างานเก็บกู้ทุ่นระเบิดนั้นมีความเสี่ยงสูงเพียงใด โดยเฉพาะ:

  • พื้นที่ดังกล่าวยังคงมีวัตถุระเบิดที่มองเห็นได้ยากฝังอยู่
  • สภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงอาจทำให้การตรวจหาทำได้ยากขึ้น
  • การทำงานต้องใช้ความใจเย็นและความเชี่ยวชาญระดับสูง

เราทุกคนควรส่งกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ผู้ได้รับบาดเจ็บหายป่วยโดยเร็ว และขอให้ทีมงานที่เหลือปฏิบัติภารกิจต่อไปด้วยความระมัดระวังสูงสุด เพราะพื้นที่เหล่านี้หากยังไม่ได้รับการเคลียร์อย่างสมบูรณ์ ย่อมเป็นอันตรายต่อประชาชนทั่วไปเสมอ การเสียสละของพวกเขามีค่าต่อความปลอดภัยของส่วนรวมอย่างมหาศาล

ที่มา – เกิดเหตุ จนท.ชุดเก็บกู้ทุ่นระเบิด เหยียบ PMN ที่บ้านหนองจาน ขาซ้ายขาด อาการสาหัส

ครบรอบ 1 ปี ปู่ น้องน้ำโขง ยันไม่ให้อภัย ตระกูลฮุน

เชื่อว่าหลายคนยังคงจำเหตุการณ์ความสูญเสียครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นเมื่อหนึ่งปีก่อนได้ดี โดยเฉพาะประเด็น ครบรอบ 1 ปี ปู่ “น้องน้ำโขง” ยันไม่ให้อภัย “ตระกูลฮุน” ซึ่งเป็นเรื่องราวที่สะท้อนถึงความเจ็บปวดจากผลกระทบของสงครามที่ไม่มีวันลบเลือนไปจากใจครอบครัวผู้สูญเสียได้ง่ายๆ

ครบรอบ 1 ปี ปู่ “น้องน้ำโขง” ยันไม่ให้อภัย “ตระกูลฮุน”

วันนี้ถือเป็นวันครบรอบ 1 ปี ของเหตุการณ์ระทึกขวัญที่ทหารกัมพูชาเปิดฉากยิงจรวด BM-21 เข้าใส่บ้านเรือนประชาชนไทย ในเขตพื้นที่ อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ เหตุการณ์ดังกล่าวคร่าชีวิต ด.ช.ธิติวัฒน์ บุญแต่ง หรือ “น้องน้ำโขง” วัยเพียง 8 ขวบ ไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ การออกมาตอกย้ำว่า ครบรอบ 1 ปี ปู่ “น้องน้ำโขง” ยันไม่ให้อภัย “ตระกูลฮุน” ในครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงการเรียกร้องความเป็นธรรม แต่คือเสียงสะท้อนจากความสูญเสียที่รัฐบาลกัมพูชาต้องหันมามองบ้าง

เสียงเรียกร้องจากหัวอกผู้สูญเสียที่ยังไม่ได้รับเยียวยา

นอกจากความสูญเสียชีวิตหลานชายสุดที่รักแล้ว คุณปู่สุธีร์ บุญแต่ง ยังเปิดเผยเรื่องราวที่น่าเศร้าอีกชั้นว่า ลูกชายของตนที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากสะเก็ดระเบิดในวันนั้น จนถึงปัจจุบันก็ยังไม่ได้รับเงินเยียวยาจากภาครัฐอย่างเต็มที่ ซึ่งกลายเป็นแผลในใจที่ถูกซ้ำเติมด้วยความล่าช้าของระบบราชการ

  • ร่องรอยบ้านพังที่ปู่ตั้งใจเก็บไว้เป็นอนุสรณ์แห่งความทรงจำ
  • ความกังวลของคนในพื้นที่ที่ยังคงเกาะติดสถานการณ์ชายแดน
  • การทำบุญอุทิศส่วนกุศลเพื่อส่งน้องน้ำโขงสู่ภพภูมิที่ดี

คุณสุธีร์ยังเล่าให้ฟังขณะพาเดินสำรวจบ้านว่า เขายังไม่ซ่อมแซมหน้าต่างและประตูที่พังเสียหายจากเหตุการณ์จรวดตก เพราะต้องการให้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความโหดร้ายที่ได้รับ แม้ในวันนี้เราจะเห็นว่าการค้าขายบริเวณชายแดนเริ่มกลับมาบ้าง แต่ความรู้สึกของชาวบ้านยังคงตื่นตัวและพร้อมอพยพอยู่เสมอ หากเกิดสถานการณ์ไม่คาดฝันขึ้นอีก

บทเรียนในครั้งนี้สอนให้เรารู้ว่า “สงคราม” ไม่เคยให้ผลลัพธ์ที่ดีกับใคร มีเพียงความสูญเสียและรอยแผลใจที่ติดตัวผู้ที่ยังอยู่ไปตลอดชีวิต สิ่งที่เราทำได้ในตอนนี้คือการส่งกำลังใจไปให้ครอบครัวบุญแต่ง และติดตามอย่างใกล้ชิดว่าการเยียวยาจะไปถึงมือพวกเขาเมื่อไหร่ เพราะเงินทองแม้จะซื้อชีวิตกลับมาไม่ได้ แต่มันคือสิทธิอันชอบธรรมที่พวกเขาควรได้รับอย่างเร่งด่วน

ที่มา – ครบรอบ 1 ปี ปู่ “น้องน้ำโขง” ยันไม่ให้อภัย “ตระกูลฮุน” ลูกชายสาหัส ยังไม่ได้รับเยียวยา

1 ปีไม่ลืม ทำบุญรำลึก 8 ชีวิต เหยื่อ BM-21 ถล่มปั๊มบ้านผือ

1 ปีไม่ลืม ทำบุญรำลึก 8 ชีวิต เหยื่อ BM-21 ถล่มปั๊มบ้านผือ

เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา ณ สถานีบริการน้ำมัน ปตท.บ้านผือ จังหวัดศรีสะเกษ บรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้าและอาลัย ในวาระครบรอบ 1 ปีของเหตุการณ์โศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ เมื่อจรวดหลายลำกล้อง BM-21 ถูกยิงเข้ามาในพื้นที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 8 ราย การจัดงาน 1 ปีไม่ลืม ทำบุญรำลึก 8 ชีวิต เหยื่อ BM-21 ถล่มปั๊มบ้านผือ ครั้งนี้ เป็นการแสดงออกถึงความรักและความคิดถึงที่มีต่อผู้จากไปอย่างไม่มีวันกลับ ท่ามกลางความหวังว่าพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชาจะกลับมาสงบสุขอีกครั้ง

ความทรงจำที่ไม่มีวันจางหาย

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2568 เหตุการณ์ความขัดแย้งบริเวณชายแดนได้พรากชีวิตอันเป็นที่รักของชาวบ้านไปอย่างไม่อาจประเมินค่าได้ เจ้าของปั๊มน้ำมันผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์ 1 ปีไม่ลืม ทำบุญรำลึก 8 ชีวิต เหยื่อ BM-21 ถล่มปั๊มบ้านผือ ย้ำว่าบาดแผลในใจยังคงอยู่ ทุกครั้งที่ได้ยินเสียงดังหรือมีความเคลื่อนไหวบริเวณแนวชายแดน ความหวาดกลัวจะย้อนกลับมาเสมอ

  • ความสูญเสียที่ไม่สามารถทดแทนได้
  • ความล่าช้าในการเยียวยาจากภาครัฐที่ยังคงเป็นคำถาม
  • ความพร้อมในการรับมือและแผนอพยพของชาวบ้าน

ครอบครัวของผู้สูญเสียยังคงใช้ชีวิตด้วยความยากลำบาก ไม่ว่าจะเป็นมารดาของ “น้องซีเกมส์” หรือคุณคมสันที่ต้องสูญเสียภรรยาและลูกไปถึง 2 คน สิ่งที่พวกเขาต้องการในวันนี้ไม่ใช่เพียงเงินเยียวยา แต่คือความชัดเจนของสถานการณ์ชายแดน เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ 1 ปีไม่ลืม ทำบุญรำลึก 8 ชีวิต เหยื่อ BM-21 ถล่มปั๊มบ้านผือ ต้องถูกจัดขึ้นอีกในอนาคต

ในมุมมองของผู้ได้รับผลกระทบ สิ่งสำคัญที่สุดในขณะนี้คือการที่รัฐบาลต้องเร่งเจรจาและปักปันเขตแดนให้ชัดเจน เพื่อให้ชาวบ้านในพื้นที่ได้กลับมาใช้ชีวิตอย่างปกติสุขโดยไม่ต้องสะพายกระเป๋าใบเล็กๆ รอการอพยพอยู่ตลอดเวลา การสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในพื้นที่ชายแดนคือภารกิจเร่งด่วนที่รัฐบาลไทยต้องพิสูจน์ให้เห็นเป็นรูปธรรม

ที่มา – 1 ปีไม่ลืม ทำบุญรำลึก 8 ชีวิต เหยื่อ BM-21 ถล่มปั๊มบ้านผือ ญาติยังเศร้า

พื้นที่ช่องเหว จ.สุรินทร์ ได้ยินเสียงปืนเล็กยาว 3 นัด ทหารไทยยิงเตือนพร้อมเฝ้าระวัง

พื้นที่ช่องเหว จ.สุรินทร์ ได้ยินเสียงปืนเล็กยาว 3 นัด ทหารไทยยิงเตือนพร้อมเฝ้าระวัง

เหตุการณ์ความไม่สงบตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชาเป็นเรื่องที่หลายคนให้ความสำคัญ โดยล่าสุดได้มีรายงานว่าใน พื้นที่ช่องเหว จ.สุรินทร์ ได้ยินเสียงปืนเล็กยาว 3 นัด ทหารไทยยิงเตือนพร้อมเฝ้าระวัง อย่างเข้มงวดเพื่อป้องกันเหตุบานปลายและรักษาอธิปไตยของชาติ

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา โดยเพจเฟซบุ๊กของกองทัพภาคที่ 2 ได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลผ่านสื่อออนไลน์ว่า กำลังพลที่ประจำการ ณ ฐานปฏิบัติการในพื้นที่ ต.แนงมุด อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ ได้ยินเสียงปืนดังกล่าวในเวลาประมาณ 07.30 น. ซึ่งถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่ตั้งอยู่ระหว่างปราสาทตาควายและปราสาทคนา

รายละเอียดสถานการณ์เมื่อ พื้นที่ช่องเหว จ.สุรินทร์ ได้ยินเสียงปืนเล็กยาว 3 นัด ทหารไทยยิงเตือนพร้อมเฝ้าระวัง

เมื่อเจ้าหน้าที่ทหารไทยตรวจพบว่ามีความผิดปกติเกิดขึ้นในระยะห่างจากฐานปฏิบัติการเพียง 500 เมตร ทางหน่วยจึงได้ปฏิบัติตามมาตรการความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด โดยมีการยิงเตือนกลับไปจำนวน 5 นัด เพื่อแสดงถึงการควบคุมพื้นที่และเฝ้าระวังเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ ผลจากการปฏิบัติการดังกล่าวพบว่าฝ่ายกัมพูชาไม่มีการตอบโต้ใดๆ กลับมา ทั้งนี้สรุปเหตุการณ์สำคัญมีดังนี้:

  • กำลังพลฝ่ายไทยทุกนายปลอดภัยและอยู่ในที่ตั้ง
  • มีการยิงเตือนตามมาตรการป้องกันตนเอง 5 นัด
  • สถานการณ์โดยรวมกลับเข้าสู่ภาวะปกติ แต่ฝ่ายความมั่นคงยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

หลายคนอาจมีความกังวลเกี่ยวกับข่าวที่ระบุว่า พื้นที่ช่องเหว จ.สุรินทร์ ได้ยินเสียงปืนเล็กยาว 3 นัด ทหารไทยยิงเตือนพร้อมเฝ้าระวัง นั้นจะส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่หรือไม่ ซึ่งในส่วนนี้กองกำลังชายแดนได้ยืนยันว่าทางหน่วยยังคงปฏิบัติหน้าที่ด้วยความระมัดระวังสูงสุด เพื่อรักษาความมั่นคงให้แก่พี่น้องประชาชนที่อาศัยอยู่ตามแนวชายแดนอย่างต่อเนื่อง

ในยุคที่ข้อมูลข่าวสารแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว การติดตามแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุดครับ เหตุการณ์นี้เป็นบทพิสูจน์ถึงความพร้อมของกองทัพไทยในการรับมือกับเหตุเฉพาะหน้าอย่างทันท่วงที เพื่อนๆ สามารถเชื่อมั่นในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ทหารที่คอยดูแลความปลอดภัยให้เราทุกคนได้เป็นอย่างดี อย่างไรก็ตาม เราควรช่วยกันเป็นหูเป็นตาและติดตามข่าวสารทางการจากหน่วยงานของรัฐเพื่อป้องกันความสับสนครับ

ที่มา – พื้นที่ช่องเหว จ.สุรินทร์ ได้ยินเสียงปืนเล็กยาว 3 นัด ทหารไทยยิงเตือนพร้อมเฝ้าระวัง

Scroll to top