ตลาดหลักทรัพย์

นายกฯ รับเป็นห่วง น้ำมัน ตลาดหลักทรัพย์ ราคาสินค้า

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน ในช่วงที่สถานการณ์โลกตึงเครียดจากปมสงครามตะวันออกกลาง โดยเฉพาะกลุ่มฮูตีในเยเมนที่โจมตีเรือสินค้าในทะเลแดง ทำให้ราคาน้ำมันดิบ Brent พุ่งสูงเกิน 80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่งผลกระทบตรงๆ มาถึงไทย ล่าสุด นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ออกมาแสดงความห่วงใยแบบเต็มๆ ว่า นายกฯ รับเป็นห่วง น้ำมัน ตลาดหลักทรัพย์ ราคาสินค้า ทุกเรื่องเลยนะครับ พยายามจะป้องกันไม่ให้ประชาชนต้องแบกภาระหนัก

นายกฯ รับเป็นห่วง น้ำมัน ตลาดหลักทรัพย์ ราคาสินค้า

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อเวลา 08.50 น. วันที่ 6 มีนาคม 2567 ณ กรมการขนส่งทหารบก (ขส.ทบ.) นายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์หลังการประชุมมาตรการน้ำมันเมื่อวันก่อนหน้า (5 มี.ค.) โดยย้ำว่ามอบหมายให้รัฐมนตรีพลังงานชี้แจงข้อมูลแล้ว เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าห่วงเรื่องไหนเป็นพิเศษ นายกฯ ตอบชัดเจนว่า “เป็นห่วงทุกด้าน” ไม่ว่าจะเป็นการสำรองน้ำมันในประเทศ การเคลื่อนไหวของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) หรือราคาสินค้าอุปโภคบริโภค พยายามปิดช่องโหว่ทุกทาง เพื่อให้ผลกระทบน้อยที่สุด ไม่อยากให้พี่น้องประชาชนเดือดร้อน

ผลกระทบจากสงครามที่ทำให้นายกฯ ห่วง

มาดูกันครับว่าทำไม นายกฯ รับเป็นห่วง น้ำมัน ตลาดหลักทรัพย์ ราคาสินค้า ขนาดนี้ สถานการณ์ปัจจุบัน สงครามอิสราเอล-ฮามาสลุกลาม กลุ่มฮูตียิงโดรนและขีปนาวุธถล่มเรือสินค้า สายการเดินเรือต้องอ้อมแอฟริกา เส้นทางยาวขึ้น 20-30% ค่าน้ำมันจึงพุ่ง ราคาน้ำมันดีเซลในไทยเกือบ 35 บาท/ลิตร เบนซิน 37 บาท ค่าโดยสาร ค่าขนส่งสินค้าต้องปรับขึ้นแน่

  • น้ำมัน: สำรองในประเทศพอไหว แต่ราคาโลกผันผวน รัฐต้อง补贴เพื่อตรึงราคา ไม่ให้พุ่งเกิน 40 บาท
  • ตลาดหลักทรัพย์: SET ดัชนีร่วงหนักกว่า 1,600 จุด นักลงทุนต่างชาติเทขาย หุ้นพลังงาน-โลจิสติกส์โดนหนัก
  • ราคาสินค้า: อาหาร น้ำมันพืช อาหารทะเล ขนส่งแพงขึ้น เงินเฟ้ออาจทะลุ 2% กระทบค่าครองชีพ

นายกฯ ย้ำชัด พยายามดำเนินการทุกอย่าง ทั้งมาตรการกู้สำรองน้ำมันจากสต็อกยุทธศาสตร์ กระตุ้น SET ให้มั่นใจ และควบคุมราคาสินค้าจำเป็นผ่าน กตผ. (คณะกรรมการกำกับดูแลต้นทุนน้ำมัน)

ปัดตอบคุยอะไรกับทูตสหรัฐฯ

นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวถามถึงการเข้าพบเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาเมื่อ 4 มีนาคม นายกฯ ปฏิเสธตอบเด็ดขาด “เอาแต่เรื่องน้ำมันเถอะ” คงเพราะประเด็นการเมืองระหว่างประเทศ sensitive ในช่วงนี้ อาจเกี่ยวข้องกับท่าทีไทยต่อตะวันออกกลาง หรือความร่วมมือพลังงาน แต่ท่านเลือกโฟกัสปัญหาภายในประเทศก่อน

จากมุมมองผม รัฐบาลนายกฯ อนุทินกำลังทำหน้าที่ดีนะครับ แสดงความรับผิดชอบต่อประชาชนท่ามกลางวิกฤตโลก โดยเฉพาะการตรึงราคาน้ำมันดีเซลลิตรละ 30 บาทมาตั้งแต่ปีก่อน ช่วยบรรเทาภาระแท็กซี่ รถตู้ ทหาร ตำรวจ แต่ต้องระวังงบประมาณหมด ถ้าน้ำมันโลกยังพุ่งต่อ อาจต้องหามาตรการใหม่ เช่น ลดภาษีนำเข้าน้ำมัน หรือส่งเสริมพลังงานทดแทนอย่างไฟฟ้า ลม แดด

สำหรับนักลงทุน ตลาดหลักทรัพย์ไทยยังมีโอกาสฟื้น หุ้นกลุ่มค้าปลีก อาหารพื้นฐานน่าจะทนทาน ขณะที่ราคาสินค้าอุปโภค อย่าตกใจ รัฐมีกลไกถุงยังชีพ ตรึงราคา 29 รายการอยู่แล้ว

สุดท้ายนี้ ผมคิดว่ารัฐบาลควรสื่อสารโปร่งใสมากขึ้น เพื่อสร้างความเชื่อมั่น สถานการณ์แบบนี้ ประชาชนอย่างเราต้องช่วยกันประหยัดพลังงาน ใช้รถสาธารณะ ลดขยะ ลดคาร์บอนด้วยนะครับ

คุณห่วงเรื่องไหนมากสุด? น้ำมัน หุ้น หรือราคาสินค้า? มาคุยกันในคอมเมนต์ด้านล่างเลย สมัครรับข่าวสารอัพเดทเศรษฐกิจการเมืองได้ที่บล็อกนี้!

ที่มา – นายกฯ รับเป็นห่วงทุกเรื่อง “น้ำมัน-ตลาดหลักทรัพย์-ราคาสินค้า” ปัดตอบคุยอะไรทูตสหรัฐฯ

เฟดลดดอกเบี้ย แต่ธันวาคมไม่แน่!

ธนาคารกลางสหรัฐฯ ลดอัตราดอกเบี้ยอีก 0.25% ตามความคาดหมาย แต่เฟดพยายามระงับความคาดหวังว่า จะมีการลดดอกเบี้ยอีกครั้งในเดือนธันวาคม

สวัสดีครับทุกคน วันนี้เราจะมาเจาะลึกเรื่องที่ทั่วโลกกำลังจับตามอง นั่นก็คือการที่ ธนาคารกลางสหรัฐฯ ลดดอกเบี้ยอีก 0.25% แต่อาจไม่ลดในเดือนธันวาคม ซึ่งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและการลงทุนอย่างมาก หลายคนอาจจะสงสัยว่าทำไมถึงเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น และจะมีผลกระทบอะไรบ้างกับเรา มาติดตามกันครับ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า คณะกรรมการการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ตัดสินใจลดอัตราดอกเบี้ยมาตรฐานลงอีก 0.25% ตามความคาดหมาย แต่เจอโรม พาวเวลล์ ประธานเฟด ออกมาเบรกความคาดหวังของตลาดเกี่ยวกับการลดดอกเบี้ยในเดือนธันวาคม ทำให้ค่าเงินดอลลาร์กลับแข็งค่าขึ้นหลังจากนั้น

ธนาคารกลางสหรัฐฯ ลดดอกเบี้ยอีก 0.25% แต่อาจไม่ลดในเดือนธันวาคม

ในการประชุมเมื่อวันพุธที่ 29 ตุลาคม 2568 มีกรรมการ 2 คนที่ไม่เห็นด้วยกับการลดดอกเบี้ยครั้งนี้ โดยผู้ว่าการเฟด สตีเฟน มีแรน เรียกร้องอีกครั้งว่าให้ลดอัตราดอกเบี้ยมากกว่านี้ ขณะที่นาย เจฟฟรีย์ ชมิด ประธานเฟด สาขาแคนซัสซิตี้ กลับต้องการให้คงอัตราดอกเบี้ยไว้ เนื่องจากอัตราเงินเฟ้อยังคงสูงอยู่

อดัม บัตตัน หัวหน้านักวิเคราะห์สกุลเงินที่ InvestingLive ในโตรอนโต กล่าวว่า การแสดงความไม่เห็นด้วยจากนายชมิด สะท้อนความรู้สึกของเจ้าหน้าที่เฟดบางส่วน ดังนั้น อาจมีแรงกดดันให้นายพาวเวลล์ต้องระงับความคาดหวังของตลาดสำหรับการลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนธันวาคม

ขณะที่นายพาวเวลล์กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ ยังไม่สามารถหาข้อสรุปเรื่องนโยบายการเงินได้ และตลาดไม่ควรคาดหวังว่าจะมีการลดอัตราดอกเบี้ยอีกในช่วงสิ้นปี

ทำไมเฟดถึงลดดอกเบี้ย?

เหตุผลหลักที่เฟดตัดสินใจลดดอกเบี้ยก็เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจที่กำลังชะลอตัวลง รวมถึงเพื่อรับมือกับความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจจากปัจจัยภายนอก เช่น สงครามการค้า และภาวะเศรษฐกิจโลกที่อ่อนแอ การลดดอกเบี้ยจะช่วยลดต้นทุนการกู้ยืม ทำให้ธุรกิจและผู้บริโภคมีเงินมากขึ้นในการใช้จ่ายและการลงทุน

แล้วทำไมถึงอาจไม่ลดในเดือนธันวาคม?

แม้ว่าเฟดจะลดดอกเบี้ยในครั้งนี้ แต่ก็ส่งสัญญาณว่าอาจจะยังไม่รีบลดดอกเบี้ยอีกในเร็วๆ นี้ เนื่องจากยังมีความกังวลเกี่ยวกับอัตราเงินเฟ้อที่ยังสูงอยู่ และต้องการประเมินผลกระทบของการลดดอกเบี้ยในครั้งนี้ก่อน นอกจากนี้ ยังมีกรรมการเฟดบางส่วนที่ไม่เห็นด้วยกับการลดดอกเบี้ยเพิ่มเติม

ขณะเดียวกัน ธนาคารกลางสหรัฐฯ ยังได้ประกาศเพิ่มเติมว่า จะกลับมาเริ่มซื้อหลักทรัพย์ของกระทรวงการคลัง (Treasury securities) ในวงจำกัดอีกครั้ง หลังจากที่ตลาดเงินแสดงสัญญาณว่า สภาพคล่องเริ่มขาดแคลน ซึ่งเป็นภาวะที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ ให้คำมั่นว่าจะหลีกเลี่ยง

ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจาก ธนาคารกลางสหรัฐฯ ลดดอกเบี้ยอีก 0.25% แต่อาจไม่ลดในเดือนธันวาคม:

  • ค่าเงินบาท: การที่เฟดลดดอกเบี้ยอาจทำให้ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้น
  • ตลาดหุ้น: การลดดอกเบี้ยโดยทั่วไปเป็นผลดีต่อตลาดหุ้น
  • การลงทุน: นักลงทุนควรติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและปรับกลยุทธ์การลงทุนให้เหมาะสม

โดยรวมแล้ว การตัดสินใจของ ธนาคารกลางสหรัฐฯ ลดดอกเบี้ยอีก 0.25% แต่อาจไม่ลดในเดือนธันวาคม เป็นเรื่องที่ซับซ้อนและมีหลายปัจจัยที่ต้องพิจารณา การติดตามข่าวสารและทำความเข้าใจสถานการณ์อยู่เสมอจะช่วยให้เราสามารถตัดสินใจได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม

สุดท้ายนี้ สิ่งสำคัญที่สุดคือการที่เราต้องเตรียมพร้อมรับมือกับความผันผวนทางเศรษฐกิจที่อาจเกิดขึ้น และปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปอยู่เสมอ ขอให้ทุกคนโชคดีกับการลงทุนครับ

ที่มา – ธนาคารกลางสหรัฐฯ ลดดอกเบี้ยอีก 0.25% แต่อาจไม่ลดในเดือนธันวาคม

ก.ล.ต. สั่งปรับ “ต๊อบ เถ้าแก่น้อย” ปมหุ้น TKN

ก.ล.ต. สั่งลงโทษทางแพ่งกับผู้กระทำผิด 5 ราย กรณีซื้อขายหุ้น TKN โดยใช้ข้อมูลภายใน สั่งปรับอิทธิพัทธ์ พีระเดชาพันธ์ หรือ “ต๊อบ เถ้าแก่น้อย” พร้อมพวก รวมเป็นเงินกว่า 16 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2566 สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้เปิดเผยผลการดำเนินคดีโดยใช้มาตรการลงโทษทางแพ่งกับบุคคล 5 ราย ได้แก่ นายอิทธิพัทธ์ พีระเดชาพันธ์, นายณัชชัชพงศ์ พีระเดชาพันธ์, นางพนิดา วิริยะกิจนุกูล, นางสาวฐิติรัตน์ ภานุวัฒน์วนิชย์ และนายจักรพันธ์ ชาติปรีชา ในกรณีที่เกี่ยวข้องกับการซื้อหุ้นบริษัท เถ้าแก่น้อย ฟู้ดแอนด์มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ TKN โดยอาศัยข้อมูลภายในที่ตนเองรู้หรือครอบครอง และช่วยเหลือการกระทำความผิด ซึ่งบุคคลทั้ง 5 รายจะต้องชำระเงินรวม 16,392,684 บาท พร้อมทั้งถูกจำกัดระยะเวลาในการดำรงตำแหน่งกรรมการหรือผู้บริหารในบริษัท

ก.ล.ต. สั่งปรับ “ต๊อบ เถ้าแก่น้อย” ปมหุ้น TKN

ก.ล.ต. ได้รับข้อมูลเบาะแสจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลาดหลักทรัพย์ฯ) ในเดือนมีนาคม 2566 และได้ทำการตรวจสอบเพิ่มเติม จนพบข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่น่าเชื่อถือว่า ในช่วงระหว่างวันที่ 5 สิงหาคม ถึง 9 พฤศจิกายน 2565 บุคคลทั้ง 5 รายได้กระทำการอันเข้าข่ายเป็นความผิดเกี่ยวกับการซื้อขายหุ้นโดยใช้ข้อมูลภายใน ซึ่งส่งผลกระทบในทางบวกต่อราคาหุ้น TKN ที่ตนเองรู้หรือครอบครอง ได้แก่ ผลการดำเนินงานในไตรมาสที่ 3 ปี 2565 ของ TKN ที่มีกำไรสุทธิ จำนวน 179.97 ล้านบาท ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลรอบที่ 2 (รอบพิเศษ) สำหรับผลการดำเนินงานของไตรมาสดังกล่าว ในอัตรา 0.08 บาทต่อหุ้น ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ถือเป็นข้อเท็จจริงที่มีสาระสำคัญในด้านบวกต่อราคาหุ้น TKN ที่ยังไม่ได้เปิดเผยต่อสาธารณชน

จากการตรวจสอบพบว่า ภายหลังจากที่นายอิทธิพัทธ์ ซึ่งดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการบริษัท และนายณัชชัชพงศ์ ซึ่งเป็นกรรมการผู้จัดการ (ฝ่ายสนับสนุนธุรกิจ) ได้รับรู้หรือครอบครองข้อมูลภายในดังกล่าว นายอิทธิพัทธ์ได้ทำการซื้อหุ้น TKN ผ่านบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ของนางพนิดา และนายณัชชัชพงศ์ได้ทำการซื้อหุ้น TKN ผ่านบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ของบุคคล 2 ราย ได้แก่ นางสาวฐิติรัตน์ และนายจักรพันธ์ ก่อนที่ TKN จะเปิดเผยข้อมูลภายในดังกล่าวต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในวันที่ 10 พฤศจิกายน 2565

การกระทำของนายอิทธิพัทธ์และนายณัชชัชพงศ์ ในการซื้อหุ้น TKN โดยอาศัยข้อมูลภายในดังกล่าว ถือเป็นความผิดตามมาตรา 242(1) ประกอบมาตรา 243(1) ซึ่งมีบทกำหนดโทษตามมาตรา 296 และมาตรา 296/2 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535

สำหรับการกระทำของนางพนิดา นางสาวฐิติรัตน์ และนายจักรพันธ์ ที่ยินยอมให้นายอิทธิพัทธ์ และนายณัชชัชพงศ์ ใช้บัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ ถือเป็นความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิดฐานซื้อหุ้น TKN โดยอาศัยข้อมูลภายใน ตามมาตรา 242(1) ประกอบมาตรา 315 ซึ่งมีบทกำหนดโทษตามมาตรา 296 และมาตรา 296/2 แห่งพระราชบัญญัติฉบับเดียวกัน

คณะกรรมการพิจารณามาตรการลงโทษทางแพ่ง (ค.ม.พ.) จึงมีมติให้ใช้มาตรการลงโทษทางแพ่งกับผู้กระทำความผิดทั้ง 5 ราย โดยกำหนดมาตรการลงโทษทางแพ่ง ได้แก่ ค่าปรับทางแพ่ง, การชดใช้เงินในจำนวนเท่ากับผลประโยชน์ที่ได้รับหรือพึงได้รับ, การชดใช้ค่าใช้จ่ายของ ก.ล.ต. เนื่องจากการตรวจสอบการกระทำความผิด และการห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหารในบริษัทที่ออกหลักทรัพย์หรือบริษัทหลักทรัพย์

รายละเอียดการลงโทษ “ต๊อบ เถ้าแก่น้อย” และพวก

  • (1) นายอิทธิพัทธ์ ต้องชำระค่าปรับทางแพ่ง, ชดใช้เงินในจำนวนเท่ากับผลประโยชน์ที่พึงได้รับ และชดใช้ค่าใช้จ่ายของ ก.ล.ต. เป็นเงินรวม 11,601,063 บาท และถูกห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหาร เป็นเวลา 20 เดือน
  • (2) นายณัชชัชพงศ์ ต้องชำระค่าปรับทางแพ่ง, ชดใช้เงินในจำนวนเท่ากับผลประโยชน์ที่พึงได้รับ และชดใช้ค่าใช้จ่ายของ ก.ล.ต. เป็นเงินรวม 2,916,030 บาท และถูกห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหาร เป็นเวลา 14 เดือน
  • (3) นางพนิดา ต้องชำระค่าปรับทางแพ่ง และชดใช้ค่าใช้จ่ายของ ก.ล.ต. เป็นเงินรวม 625,197 บาท และถูกห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหาร เป็นเวลา 13 เดือน
  • (4) นางสาวฐิติรัตน์ และนายจักรพันธ์ ต้องชำระค่าปรับทางแพ่ง และชดใช้ค่าใช้จ่ายของ ก.ล.ต. เป็นเงินรวมคนละ 625,197 บาท และถูกห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหาร เป็นเวลาคนละ 9 เดือน

การกำหนดระยะเวลาห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหารจะมีผลนับตั้งแต่วันที่ผู้กระทำความผิดลงนามในบันทึกการยินยอมปฏิบัติตามมาตรการลงโทษทางแพ่งที่ ค.ม.พ. กำหนด หากผู้กระทำความผิดไม่ยินยอม ก.ล.ต. จะดำเนินการฟ้องคดีต่อศาลแพ่งเพื่อให้กำหนดมาตรการลงโทษทางแพ่งในอัตราสูงสุดที่กฎหมายบัญญัติ

เงินค่าปรับทางแพ่งและเงินค่าชดใช้คืนผลประโยชน์ที่ได้รับจากการกระทำความผิด จะถูกนำส่งเป็นรายได้แผ่นดินให้กับกระทรวงการคลังต่อไป การที่ ก.ล.ต. ดำเนินการอย่างจริงจังกับกรณี “ต๊อบ เถ้าแก่น้อย” ปมหุ้น TKN นี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการรักษากฎเกณฑ์และสร้างความเป็นธรรมในตลาดทุน เพื่อให้นักลงทุนมั่นใจและกล้าที่จะลงทุนต่อไป

ที่มา – ก.ล.ต. เชือด “ต๊อบ เถ้าแก่น้อย” และพวกรวม 5 ราย ปมหุ้น TKN สั่งปรับกว่า 16 ล้าน

Scroll to top