ฝรั่งเศสจับกุม ตั้งข้อหาหญิงจีน ขโมยทอง
ฝรั่งเศสจับกุมและตั้งข้อหาหญิงชาวจีน ในฐานะผู้ต้องสงสัยก่อเหตุโจรกรรมทองคำหนักหลายกิโลกรัมจากพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติในกรุงปารีสเมื่อเดือนก่อน โดยเธอลงมือเพียงลำพัง
อัยการฝรั่งเศสเปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ดำเนินการจับกุมและตั้งข้อหาหญิงชาวจีนรายหนึ่ง ในคดีลักขโมยทองคำจากพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติในกรุงปารีส ซึ่งเป็นหนึ่งในคดีบุกรุกสถาบันวัฒนธรรมของฝรั่งเศสที่เกิดขึ้นหลายครั้งในช่วงที่ผ่านมา การโจรกรรมดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 16 ก.ย.
น.ส.ลอเรอ เบคคู อัยการกรุงปารีส กล่าวว่า หญิงชาวจีนวัย 24 ปี ถูกจับกุมที่เมืองบาร์เซโลนาเมื่อวันที่ 30 ก.ย. หลังก่อเหตุบุกรุกพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติและลักขโมยทองคำมูลค่ากว่า 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ก่อนจะถูกส่งตัวให้เจ้าหน้าที่ฝรั่งเศสเมื่อ 13 ต.ค.ที่ผ่านมา และถูกตั้งข้อหาลักทรัพย์กับสมคบคิดก่ออาชญากรรม
การสืบสวนพบว่า หญิงรายนี้เดินทางออกจากฝรั่งเศสในวันเดียวกับที่มีการบุกรุกและกำลังเตรียมตัวเดินทางกลับประเทศจีน โดยอัยการกล่าวว่า ในตอนที่ถูกจับกุม หญิงต้องสงสัยพยายามกำจัดทองคำที่ถูกหลอมแล้วน้ำหนักเกือบ 1 กิโลกรัม โดยไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติม
ทั้งนี้ ภัณฑารักษ์ของพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติพบว่าทองคำที่จัดแสดงถูกขโมยไปหลังจากพนักงานทำความสะอาดแจ้งว่าพบเศษซากความเสียหายในพื้นที่จัดแสดง
โดยวัตถุที่ถูกขโมยไปได้แก่ ก้อนทองคำจากโบลิเวีย ที่ได้รับบริจาคในศตวรรษที่ 18, ก้อนทองคำจากเทือกเขาอูรัล ของรัสเซีย ซึ่งเป็นของขวัญจากพระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ 1 เมื่อปี พ.ศ.2376, ก้อนทองคำจากแคลิฟอร์เนีย ซึ่งมีอายุย้อนไปถึงยุคตื่นทอง (พ.ศ.2391–2398) และก้อนทองคำหนัก 5 กิโลกรัม จากออสเตรเลียที่ถูกค้นพบในปี พ.ศ.2533
น.ส.เบคคูกล่าวว่า ทองคำธรรมชาติ (Native Gold) ถูกขโมยไปเกือบ 6 กิโลกรัม ซึ่งประเมินมูลค่าความเสียหายไว้ที่ 1.5 ล้านยูโร แต่มูลค่าทางประวัติศาสตร์และวิทยาศาสตร์ของวัตถุเหล่านี้นั้น “ไม่อาจประเมินได้”
การสืบสวนพบว่า ประตูพิพิธภัณฑ์สองบานถูกตัดด้วยเครื่องเจียร และตู้จัดแสดงถูกเจาะด้วยหัวเป่าไฟ (blowtorch) อีกทั้งยังพบเครื่องมือต่าง ๆ เช่น หัวเป่าไฟ, เครื่องเจียร, ไขควง, ถังแก๊ส และเลื่อย ถูกทิ้งไว้ในบริเวณใกล้เคียงด้วย
ส่วนภาพจากกล้องวงจรปิดแสดงให้เห็นว่า มีผู้บุกรุกเพียงคนเดียวเข้าสู่พิพิธภัณฑ์หลังเวลา 01:00 น. เล็กน้อย และเดินทางออกจากพื้นที่ราว 04:00 น.
ฝรั่งเศสจับกุม-ตั้งข้อหาหญิงจีน ขโมยทองจากพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติ
คดี ฝรั่งเศสจับกุม-ตั้งข้อหาหญิงจีน ขโมยทองจากพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติ กลายเป็นข่าวใหญ่ที่ได้รับความสนใจจากทั่วโลก ไม่เพียงแต่เพราะมูลค่าของทองคำที่ถูกขโมยไปเท่านั้น แต่ยังรวมถึงความกล้าบ้าบิ่นของผู้ก่อเหตุที่ลงมือเพียงลำพังอีกด้วย เรื่องราวนี้ทำให้เกิดคำถามมากมายเกี่ยวกับมาตรการรักษาความปลอดภัยของพิพิธภัณฑ์ระดับโลก รวมถึงแรงจูงใจที่แท้จริงของผู้ก่อเหตุ
ทำไมหญิงจีนถึงกล้าขโมยทองจากพิพิธภัณฑ์?
การ ฝรั่งเศสจับกุม-ตั้งข้อหาหญิงจีน ขโมยทองจากพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติ ทำให้หลายคนสงสัยว่าอะไรคือแรงจูงใจที่ทำให้เธอตัดสินใจก่อเหตุอุกอาจเช่นนี้ ทองคำที่ถูกขโมยไปมีมูลค่าสูงถึง 1.5 ล้านยูโร ซึ่งอาจเป็นแรงจูงใจทางการเงินที่สำคัญ แต่ก็มีความเป็นไปได้ที่เธออาจมีแรงจูงใจอื่น ๆ เช่น ความท้าทาย หรือความต้องการที่จะพิสูจน์ตัวเอง
คดีนี้ยังสะท้อนให้เห็นถึงช่องโหว่ในระบบรักษาความปลอดภัยของพิพิธภัณฑ์ แม้ว่าพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติในกรุงปารีส จะเป็นสถานที่สำคัญทางวัฒนธรรม แต่ก็ยังถูกบุกรุกและโจรกรรมได้สำเร็จ การปรับปรุงมาตรการรักษาความปลอดภัยจึงเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีกในอนาคต
สิ่งที่เกิดขึ้นในคดี ฝรั่งเศสจับกุม-ตั้งข้อหาหญิงจีน ขโมยทองจากพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติ ไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องของการโจรกรรม แต่ยังเป็นเรื่องของการตั้งคำถามถึงคุณค่าของวัตถุทางประวัติศาสตร์และวิทยาศาสตร์ ทองคำที่ถูกขโมยไปนั้น ไม่ได้มีมูลค่าเพียงแค่ตัวเงิน แต่ยังมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์และวิทยาศาสตร์ที่ “ไม่อาจประเมินได้” การสูญเสียวัตถุเหล่านี้ไป จึงเป็นการสูญเสียมรดกทางวัฒนธรรมของมนุษยชาติ
ที่มา – ฝรั่งเศสจับกุม-ตั้งข้อหาหญิงจีน ขโมยทองจากพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติ

