ตาลีบัน

ดวลเดือด! ทหารอัฟกานิสถาน-ปากีสถานยิงปะทะกันดับหลายศพ

สถานการณ์ชายแดนตึงเครียด! ทหารอัฟกานิสถาน-ปากีสถานยิงปะทะกันดับหลายศพ ส่งผลให้ต้องปิดชายแดน สร้างความวิตกกังวลให้กับนานาชาติ

รายงานข่าวต่างประเทศระบุว่า การปะทะกันอย่างรุนแรงระหว่างทหารอัฟกานิสถานและปากีสถานเกิดขึ้นบริเวณชายแดน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก และนำไปสู่การตัดสินใจปิดด่านชายแดนที่สำคัญ

กองทัพปากีสถานแถลงว่า ทหารของตนเองเสียชีวิตถึง 23 นายในการปะทะครั้งนี้ ขณะที่รัฐบาลตาลีบันของอัฟกานิสถานรายงานว่าสูญเสียทหารไป 9 นาย

ถึงแม้ว่าทั้งสองฝ่ายจะอ้างว่าได้สร้างความเสียหายให้กับอีกฝ่ายเป็นจำนวนมาก แต่ยังไม่มีการเปิดเผยหลักฐานที่ชัดเจน ปากีสถานอ้างว่าสามารถสังหารนักรบตาลีบันและพันธมิตรได้มากกว่า 200 ราย ในขณะที่อัฟกานิสถานกล่าวว่าสังหารทหารปากีสถานไป 58 นาย

ความสัมพันธ์ระหว่างอัฟกานิสถานและปากีสถานทวีความตึงเครียดขึ้น เนื่องจากปากีสถานเรียกร้องให้ตาลีบันจัดการกับกลุ่มติดอาวุธที่ปฏิบัติการอยู่ในอัฟกานิสถาน ซึ่งปากีสถานเชื่อว่าเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของตน อย่างไรก็ตาม รัฐบาลตาลีบันปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว โดยยืนยันว่าไม่มีกลุ่มติดอาวุธปากีสถานอยู่ในอัฟกานิสถาน

เมื่อเร็วๆ นี้ ปากีสถานได้ทำการโจมตีทางอากาศในอัฟกานิสถาน ส่งผลให้เกิดการตอบโต้จากกลุ่มตาลีบัน แม้ว่าปากีสถานจะไม่ได้ออกมาแสดงความรับผิดชอบต่อการโจมตีดังกล่าวอย่างเป็นทางการก็ตาม

เหตุการณ์ ทหารอัฟกานิสถาน-ปากีสถานยิงปะทะกันดับหลายศพ นี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อกองทัพอัฟกานิสถานยิงเข้าใส่จุดตรวจชายแดนของปากีสถาน ทำให้ปากีสถานตอบโต้ด้วยการใช้อาวุธปืนและปืนใหญ่ ทั้งสองฝ่ายต่างอ้างว่าสามารถทำลายจุดตรวจชายแดนของอีกฝ่ายได้

เจ้าหน้าที่ความมั่นคงของปากีสถานกล่าวว่า การปะทะส่วนใหญ่ได้ยุติลงแล้ว แต่ยังคงมีการยิงปะทะเกิดขึ้นเป็นระยะในบางพื้นที่

กระทรวงกลาโหมของอัฟกานิสถานกล่าวว่า ปฏิบัติการของพวกเขาได้เสร็จสิ้นลงแล้วเมื่อเวลาเที่ยงคืนวันเสาร์ตามเวลาท้องถิ่น

ต่อมา อัฟกานิสถานประกาศว่าได้ยุติการโจมตีตามคำร้องขอของกาตาร์และซาอุดีอาระเบีย ที่แสดงความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

ปากีสถานได้สั่งปิดจุดผ่านแดนทั้งหมดที่ติดกับอัฟกานิสถาน ซึ่งรวมถึงจุดผ่านแดนหลักสองแห่งคือ ตอร์คัมและชามาน รวมถึงจุดผ่านแดนย่อยอื่นๆ อีกหลายแห่ง

ทหารอัฟกานิสถาน-ปากีสถานยิงปะทะกันดับหลายศพ

ผลกระทบจากการปะทะของทหารอัฟกานิสถาน-ปากีสถาน

การปะทะกันครั้งนี้ไม่เพียงแต่ทำให้เกิดความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศทั้งสอง และอาจนำไปสู่ความไม่มั่นคงในภูมิภาคมากยิ่งขึ้น

  • การปิดชายแดนส่งผลกระทบต่อการค้าและการเดินทาง
  • ความตึงเครียดระหว่างประเทศอาจนำไปสู่ความขัดแย้งที่รุนแรงยิ่งขึ้น
  • สถานการณ์ด้านมนุษยธรรมอาจเลวร้ายลงเนื่องจากความไม่มั่นคง

นานาชาติวิตกกังวลเหตุการณ์ทหารอัฟกานิสถาน-ปากีสถานยิงปะทะกันดับหลายศพ

เหตุการณ์ ทหารอัฟกานิสถาน-ปากีสถานยิงปะทะกันดับหลายศพ สร้างความวิตกกังวลให้กับนานาชาติ หลายประเทศได้เรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายยุติการใช้ความรุนแรงและหันมาเจรจาเพื่อแก้ไขปัญหาโดยสันติวิธี

สถานการณ์ชายแดนระหว่างอัฟกานิสถานและปากีสถานยังคงมีความผันผวนและต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด การแก้ไขปัญหาความขัดแย้งอย่างสันติและยั่งยืนเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งเพื่อหลีกเลี่ยงการสูญเสียและความทุกข์ทรมานที่อาจเกิดขึ้น

ที่มา – ทหารอัฟกานิสถาน-ปากีสถานยิงปะทะกันดับหลายสิบศพ ต้องปิดชายแดน

ชาวอัฟกันเฮ อินเทอร์เน็ต-โทรศัพท์กลับมาแล้ว

ชาวอัฟกันเฮ อินเทอร์เน็ต-โทรศัพท์กลับมาแล้ว หลังจากที่รัฐบาลตาลีบันได้สั่งตัดสัญญาณไปเป็นเวลากว่า 48 ชั่วโมง สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนจำนวนมากในอัฟกานิสถาน วันนี้เราจะมาพูดถึงเหตุการณ์สำคัญนี้ที่กำลังเป็นข่าวใหญ่ระดับโลก

ชาวอัฟกันเฮ อินเทอร์เน็ต-โทรศัพท์กลับมาแล้ว หลังเหตุการณ์ตัดสัญญาณ

ในวันที่ 1 ตุลาคม 2568 ชาวอัฟกานิสถานออกมาเฉลิมฉลองบนท้องถนน หลังจากที่บริการอินเทอร์เน็ตและโทรศัพท์เคลื่อนที่กลับมาใช้งานได้อีกครั้ง สำนักข่าวต่างประเทศอย่าง BBC รายงานว่า การตัดสัญญาณครั้งนี้เกิดขึ้นตั้งแต่วันจันทร์ที่ผ่านมา ทำให้ประเทศนี้ถูกตัดขาดจากโลกภายนอกเกือบทั้งหมด ผู้สื่อข่าวท้องถิ่นยืนยันว่าการสื่อสารกำลังฟื้นตัว โดยบริษัท Netblocks ซึ่งติดตามสถานการณ์เครือข่าย ระบุว่าการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้กลับมาใช้งานได้บางส่วนแล้ว

แหล่งข่าวใกล้ชิดกับรัฐบาลตาลีบันแจ้งกับ BBC ภาษาอัฟกานิสถานว่า การฟื้นฟูบริการนี้เกิดขึ้นตามคำสั่งของนายกรัฐมนตรีตาลีบัน ขณะที่นายซูฮาอิล ชาฮีน โฆษกอาวุโสของกลุ่มตาลีบันในกาตาร์ กล่าวยืนยันว่า “การสื่อสารทั้งหมด” ได้รับการฟื้นฟูภายในช่วงบ่ายของวันพุธนั้น

สาเหตุของการตัดสัญญาณและผลกระทบที่เกิดขึ้น

รัฐบาลตาลีบันยังไม่ให้คำอธิบายอย่างเป็นทางการสำหรับการตัดสัญญาณอินเทอร์เน็ตและโทรศัพท์ครั้งนี้ อย่างไรก็ตาม ในเดือนที่แล้ว โฆษกของผู้ว่าการตาลีบันในจังหวัดบัลข์ทางตอนเหนือเคยระบุว่า การจำกัดการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตมีวัตถุประสงค์เพื่อ “ป้องกันการกระทำชั่วร้าย” นับตั้งแต่ตาลีบันกลับสู่อำนาจในปี 2564 พวกเขาได้บังคับใช้กฎหมายชะรีอะห์ในแบบตีความของตัวเอง ส่งผลให้เกิดข้อจำกัดหลายประการ โดยเฉพาะต่อสิทธิสตรี เช่น ห้ามสตรีทำงานหรือศึกษาต่อในระดับสูง

การตัดสัญญาณนาน 48 ชั่วโมงนี้สร้างความเสียหายอย่างหนักต่อภาคธุรกิจ การเดินทาง และบริการฉุกเฉิน ชาวอัฟกานิสถานไม่สามารถติดต่อญาติหรือขอความช่วยเหลือได้ ทำให้เกิดความกังวลเพิ่มขึ้นเกี่ยวกับการกีดกันผู้หญิงและเด็กผู้หญิง ซึ่งสิทธิของพวกเธอถูกจำกัดอย่างรุนแรงมาตั้งแต่ตาลีบันยึดอำนาจ

องค์การสหประชาชาติ (UN) ออกแถลงการณ์ว่า การตัดสัญญาณครั้งนี้ทำให้อัฟกานิสถานถูกตีบตันจากโลกภายนอก และมีความเสี่ยงสูงที่จะ “ก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรงต่อชาวอัฟกัน” รวมถึงเป็นภัยคุกคามต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ และทำให้วิกฤตมนุษยธรรมที่เลวร้ายที่สุดในโลกยิ่งทวีความรุนแรง

  • ผลกระทบต่อธุรกิจ: บริษัทต่างๆ ไม่สามารถทำธุรกรรมออนไลน์ได้ ส่งผลให้เศรษฐกิจชะงักงัน
  • ผลกระทบต่อการเดินทาง: เที่ยวบินล่าช้าเพราะขาดการสื่อสาร
  • ผลกระทบต่อมนุษยธรรม: ผู้หญิงและเด็กไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลสุขภาพหรือการศึกษา

นอกจากนี้ การจำกัดอินเทอร์เน็ตยังเชื่อมโยงกับนโยบายของตาลีบันที่ต้องการควบคุมข้อมูลข่าวสาร เพื่อป้องกันอิทธิพลจากภายนอกที่ขัดกับหลักศาสนาของพวกเขา แต่การกระทำเช่นนี้กลับถูกประณามจากนานาชาติว่าเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน

ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ การกลับมาใช้งานของอินเทอร์เน็ตและโทรศัพท์ครั้งนี้อาจเป็นสัญญาณว่าตาลีบันกำลังเผชิญแรงกดดันจากภายในและภายนอก แต่ปัญหาเหล่านี้ยังคงเป็นอุปสรรคใหญ่ต่อการพัฒนาของอัฟกานิสถาน

สำหรับชาวอัฟกานิสถาน การมีอินเทอร์เน็ตกลับมาคือแสงสว่างในความมืดมิดที่ยาวนาน หากคุณสนใจข่าวต่างประเทศเพิ่มเติม สามารถติดตามได้ที่ ไทยรัฐข่าวต่างประเทศ เพื่ออัปเดตเหตุการณ์ล่าสุด

ที่มา – ชาวอัฟกันเฮ อินเทอร์เน็ต-โทรศัพท์กลับมาแล้ว หลังตาลีบันตัดสัญญาณ

อัฟกานิสถานไร้อินเทอร์เน็ต หลังตาลีบันตัดสัญญาณ

อัฟกานิสถานไร้อินเทอร์เน็ต หลังตาลีบันตัดสัญญาณโทรคมนาคมทั่วประเทศ

ในช่วงเวลาที่โลกเชื่อมโยงกันผ่านอินเทอร์เน็ตมากขึ้นทุกวัน สถานการณ์ในอัฟกานิสถานกำลังกลายเป็นประเด็นร้อนที่สร้างความกังวลไปทั่วโลก รัฐบาลตาลีบันได้ประกาศใช้มาตรการระงับบริการโทรคมนาคมทั่วประเทศอย่างสมบูรณ์ โดยเริ่มจากการตัดการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านสายเคเบิลใยแก้วนำแสงหรือไฟเบอร์ออปติกมานานหลายสัปดาห์ ส่งผลกระทบรุนแรงต่อชีวิตประจำวันของประชาชน

อัฟกานิสถานไร้อินเทอร์เน็ต หลังตาลีบันตัดสัญญาณโทรคมนาคมทั่วประเทศ

องค์กร Netblocks ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการเฝ้าระวังอินเทอร์เน็ตรายงานว่าประเทศอัฟกานิสถานกำลังเผชิญกับ “อินเทอร์เน็ตดับสนิทโดยสมบูรณ์” หรือ total internet blackout สำนักข่าวต่างชาติจำนวนมากยืนยันว่าพวกเขาไม่สามารถติดต่อกับสำนักงานในกรุงคาบูลได้ ขณะที่บริการอินเทอร์เน็ตมือถือ โทรทัศน์ดาวเทียม และระบบสื่อสารอื่นๆ ก็ถูกกระทบกระเทือนอย่างหนักทั่วทั้งประเทศ

ทางการตาลีบันยังไม่เปิดเผยเหตุผลอย่างเป็นทางการสำหรับการตัดสัญญาณครั้งนี้ มีเพียงแถลงการณ์สั้นๆ ว่า การปิดระบบโทรคมนาคมจะคงอยู่จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง แต่จากข้อมูลของ Netblocks ระบุว่านี่เป็นส่วนหนึ่งของมาตรการบังคับใช้ด้านศีลธรรม โดยเริ่มตัดเครือข่ายทีละขั้นตอนตั้งแต่เช้ามืด และบริการโทรศัพท์พื้นฐานก็หยุดชะงักเช่นกัน

ผลกระทบรุนแรงจากอัฟกานิสถานไร้อินเทอร์เน็ต

สถานการณ์ อัฟกานิสถานไร้อินเทอร์เน็ต หลังตาลีบันตัดสัญญาณโทรคมนาคมทั่วประเทศ สร้างความเดือดร้อนให้กับภาคส่วนต่างๆ อย่างมาก โดยเฉพาะสื่อมวลชนและการถ่ายทอดข่าวสาร ช่องข่าว Tolo News ของอัฟกานิสถานต้องขอให้ประชาชนติดตามข่าวผ่านโซเชียลมีเดียแทน เนื่องจากคาดว่าการออกอากาศทางโทรทัศน์และวิทยุจะถูกขัดขวาง

ด้านการเดินทาง เที่ยวบินจากสนามบินคาบูลถูกยกเลิกไปแล้วอย่างน้อย 8 เที่ยว โดยเจ้าหน้าที่ทางการทูตเตือนว่าระบบธนาคารและอีคอมเมิร์ซอาจล้มเหลวทั้งประเทศ ทำให้การทำธุรกรรมทางการเงินหยุดชะงัก ผู้ใช้บริการในกรุงคาบูลหลายรายเล่าว่า สายเคเบิลไฟเบอร์ออปติกหยุดทำงานตั้งแต่เย็นวันอังคารตามเวลาท้องถิ่น และผลกระทบเริ่มชัดเจนในเช้าวันพุธ เมื่อธนาคารและธุรกิจต่างๆ เปิดทำการ

  • ผลกระทบต่อธุรกิจ: บริษัทต่างๆ ไม่สามารถสื่อสารหรือทำธุรกรรมออนไลน์ได้ ส่งผลให้เศรษฐกิจชะงักงัน
  • ผลกระทบต่อการศึกษา: นักเรียน โดยเฉพาะผู้หญิงและเด็กหญิงที่ถูกห้ามเรียนในโรงเรียน ต้องพึ่งพาการศึกษาออนไลน์ ซึ่งตอนนี้กลายเป็นศูนย์
  • ผลกระทบต่อสื่อ: การรายงานข่าวถูกจำกัด ทำให้ข้อมูลจากภายในประเทศเงียบหาย
  • ผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน: การติดต่อญาติพี่น้องหรือขอความช่วยเหลือกลายเป็นเรื่องยาก

ในช่วงหลายสัปดาห์ก่อนหน้านี้ ชาวอัฟกานิสถานในหลายจังหวัดได้ร้องเรียนเรื่องความช้าของอินเทอร์เน็ตหรือการขาดหายไป ซึ่งกระทบต่อการดำรงชีวิต โดยเฉพาะการศึกษาออนไลน์ที่เป็นทางรอดสุดท้ายสำหรับผู้หญิงภายใต้กฎของตาลีบัน มาเรียม โซเลมันคิล อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอัฟกานิสถาน โพสต์บน X ว่า “ความเงียบทางออนไลน์โดยปราศจากเสียงของชาวอัฟกานิสถานจากภายในประเทศนั้นช่างบาดลึก”

การกระทำครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายจำกัดเสรีภาพที่ตาลีบันนำมาใช้ตั้งแต่กลับสู่อำนาจในปี 2021 รวมถึงการห้ามผู้หญิงและเด็กหญิงอายุเกิน 12 ปีศึกษาต่อ และการถอดหนังสือที่เขียนโดยผู้หญิงออกจากหลักสูตรมหาวิทยาลัย สถานการณ์นี้ไม่เพียงกระทบอัฟกานิสถานเท่านั้น แต่ยังเป็นสัญญาณเตือนถึงสิทธิเสรีภาพในโลกดิจิทัล

ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ การตัดอินเทอร์เน็ตเช่นนี้ถือเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน เพราะอินเทอร์เน็ตเป็นเครื่องมือสำคัญในการเข้าถึงข้อมูล การสื่อสาร และโอกาสทางเศรษฐกิจ ผู้ที่สนใจควรติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อเข้าใจถึงผลกระทบที่อาจลุกลามไปยังภูมิภาคอื่นๆ หากมีพัฒนาการใหม่ๆ เราจะอัปเดตให้ทราบทันที

ที่มา – อัฟกานิสถานไร้อินเทอร์เน็ต หลังตาลีบันตัดสัญญาณโทรคมนาคมทั่วประเทศ

คู่สามีภรรยาชาวอังกฤษที่ถูกกักขังโดยตาลีบันกลับบ้าน

ข่าวดี! คู่สามีภรรยาชาวอังกฤษที่ถูกกักขังโดยตาลีบันนานเกือบ 8 เดือน ได้รับอิสรภาพแล้ว และได้กลับสู่อ้อมกอดของลูกสาวอันเป็นที่รัก การเดินทางกลับบ้านของพวกเขาเกิดขึ้นได้จากการเจรจาไกล่เกลี่ย

ปีเตอร์ เรย์โนลด์ส วัย 80 ปี และบาร์บี เรย์โนลด์ส วัย 76 ปี ใช้ชีวิตอยู่ในอัฟกานิสถานมาเกือบ 20 ปี แต่ถูกควบคุมตัวเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ขณะกำลังจะเดินทางออกจากประเทศ ตาลีบันอ้างว่าทั้งคู่ทำผิดกฎหมายอัฟกานิสถาน แต่ไม่เคยให้เหตุผลที่ชัดเจน

คู่สามีภรรยาชาวอังกฤษที่ถูกกักขังโดยตาลีบันเกือบ 8 เดือน ได้กลับสู่อ้อมกอดของลูกสาว

หลังจากความพยายามในการเจรจาอย่างหนักหน่วงของกาตาร์ ในที่สุดตาลีบันก็ยินยอมปล่อยตัวทั้งสอง เมื่อเดินทางถึงกรุงโดฮา พวกเขาได้รับการตรวจสุขภาพ และเตรียมตัวเดินทางกลับสหราชอาณาจักร แม้ว่าบ้านของพวกเขาจะยังอยู่ที่จังหวัดบามิยัน ประเทศอัฟกานิสถาน

ภาพที่สนามบินในกรุงโดฮาแสดงให้เห็น ซาราห์ เอนท์วิสเซิล ลูกสาวของพวกเขา รอให้การต้อนรับและโผเข้ากอดพ่อแม่ทันทีที่ลงจากเครื่องบิน นับเป็นภาพที่อบอุ่นและน่าประทับใจอย่างยิ่ง นอกจากนี้ พวกเขายังได้ทักทายเจ้าหน้าที่จากกาตาร์และอังกฤษที่มารอต้อนรับด้วย

บาร์บี เรย์โนลด์ส กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า “มันวิเศษมากที่ได้มาอยู่ที่นี่” และยืนยันว่าพวกเขายังคงเป็นพลเมืองอัฟกัน และหวังว่าจะได้กลับไปอัฟกานิสถานอีกครั้งหากมีโอกาส เธอยังเสริมว่าพวกเขาได้รับการดูแลอย่างดีตลอดระยะเวลาที่ถูกควบคุมตัว

แต่ก่อนหน้านี้ ชีวิตของพวกเขาในคุกตาลีบันเป็นอย่างไร?

ก่อนหน้านี้ ครอบครัวเรย์โนลด์สได้เปิดเผยว่า พ่อแม่ของพวกเขาต้องเผชิญกับสภาพการคุมขังที่ยากลำบาก โจนาธาน เรย์โนลด์ส ลูกชายของพวกเขา กล่าวในเดือนกรกฎาคมว่า พ่อของเขามีอาการชักรุนแรง และแม่ของเขาก็อ่อนแอจากโรคโลหิตจางและภาวะขาดสารอาหาร นอกจากนี้ พวกเขายังเคยถูกล่ามโซ่ร่วมกับนักโทษคดีฆาตกรรม และถูกขังในห้องใต้ดินนานถึง 6 สัปดาห์ โดยไม่ได้เห็นแสงอาทิตย์

ลูกสาวของพวกเขายังเปิดเผยอีกว่า พ่อของเธอเคยมีอาการเส้นเลือดในสมองตีบเล็กน้อย และองค์การสหประชาชาติได้เตือนว่า หากไม่ได้รับการรักษา พวกเขาอาจได้รับอันตรายร้ายแรง

ผู้หญิงชาวอเมริกันคนหนึ่งที่เคยถูกคุมขังร่วมกับทั้งคู่เล่าให้บีบีซีฟังว่า พวกเขาแทบจะเอาชีวิตไม่รอดในคุก และสุขภาพของพวกเขาก็แย่ลงทุกวัน

เจ้าหน้าที่กาตาร์เปิดเผยว่า ในช่วงท้ายของการเจรจา ทั้งคู่ถูกย้ายจากเรือนจำกลางในคาบูล ไปยังสถานที่คุมขังที่มีสภาพแวดล้อมที่ดีขึ้น และสถานทูตกาตาร์ในคาบูลยังได้จัดหายา แพทย์ และช่องทางการสื่อสารกับครอบครัวให้ระหว่างการคุมขัง

ขณะที่เจ้าหน้าที่ตาลีบันยืนยันว่า ผู้ต้องหาทั้งสองได้รับการดูแลทางการแพทย์อย่างเหมาะสม และเคารพในสิทธิมนุษยชน

อย่างไรก็ตาม สหราชอาณาจักรไม่ได้ให้การรับรองรัฐบาลตาลีบัน และได้ปิดสถานทูตในกรุงคาบูลตั้งแต่กลุ่มตาลีบันกลับมามีอำนาจ กระทรวงการต่างประเทศของอังกฤษจึงระบุว่า การให้ความช่วยเหลือพลเมืองในอัฟกานิสถานเป็นไปได้ยาก และเตือนประชาชนไม่ให้เดินทางไปยังประเทศดังกล่าว

ฮามิช ฟอลคอนเนอร์ รัฐมนตรีประจำตะวันออกกลางของอังกฤษ กล่าวว่า เขารู้สึกดีใจที่ทั้งคู่ได้รับอิสรภาพ และขอบคุณกาตาร์สำหรับบทบาทสำคัญในการช่วยเหลือคู่สามีภรรยาชาวอังกฤษที่ถูกกักขังโดยตาลีบัน เขายังย้ำว่า สหราชอาณาจักรได้ทำงานอย่างหนักเพื่อให้การปล่อยตัวครั้งนี้เกิดขึ้นได้จริง

การกลับมาของคู่สามีภรรยาชาวอังกฤษที่ถูกกักขังโดยตาลีบัน เป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของสันติภาพและความมั่นคง และแสดงให้เห็นว่าการเจรจาและการทูตสามารถนำไปสู่ผลลัพธ์ที่เป็นบวก แม้ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก

ที่มา – คู่สามีภรรยาชาวอังกฤษที่ถูกกักขังโดยตาลีบันเกือบ 8 เดือน ได้กลับสู่อ้อมกอดของลูกสาว

อัฟกานิสถานระทม! **แผ่นดินไหว 5.2 เขย่าซ้ำ** ยอดตายพุ่ง

แผ่นดินไหว 5.2 เขย่าซ้ำ ใกล้จุดเดิมในภาคตะวันออกของอัฟกานิสถาน ซึ่งกำลังรับมือกับหายนะจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว 5.2 เขย่าซ้ำครั้งก่อน ทำให้ยอดผู้เสียชีวิตสูงถึง 1,400 ศพแล้ว

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันอังคารที่ 2 มิถุนายน 2568 เกิดแผ่นดินไหว 5.2 เขย่าซ้ำ ในภาคตะวันออกของอัฟกานิสถาน โดยจุดศูนย์กลางอยู่ไม่ไกลจากแผ่นดินไหวขนาด 6.0 เมื่อกลางดึกวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ความรุนแรงในครั้งนั้นสร้างความเสียหายอย่างหนักแก่พื้นที่ห่างไกลในจังหวัดแถบภูเขาตามแนวชายแดนปากีสถาน

เอห์ซานุลเลาะห์ เอห์ซาน โฆษกสำนักงานจัดการภัยพิบัติในจังหวัดคูนาร์ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหวขนาด 6.0 มากที่สุด ระบุว่า แรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหวครั้งล่าสุดนี้สามารถรับรู้ได้ในพื้นที่เดิม แต่ยังไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิตเพิ่มเติม

นายซาบิฮุลเลาะห์ มูจาฮิด โฆษกรัฐบาลตาลีบัน เปิดเผยว่า ยอดผู้เสียชีวิตจากแผ่นดินไหวขนาด 6.0 เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีผู้เสียชีวิตแล้ว 1,411 ราย และผู้บาดเจ็บอีก 3,124 รายเฉพาะในจังหวัดคูนาร์ ทำให้เหตุการณ์นี้กลายเป็นแผ่นดินไหวที่คร่าชีวิตผู้คนมากที่สุดในอัฟกานิสถานในรอบหลายสิบปี

นอกจากนี้ ยังมีรายงานผู้เสียชีวิตอีก 12 ราย และผู้บาดเจ็บอีกหลายร้อยรายในจังหวัดนันการ์ฮาร์ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่อยู่ติดกัน

อัฟกานิสถานเป็นหนึ่งในประเทศที่ยากจนที่สุดในโลก และพึ่งพาความช่วยเหลือจากนานาชาติมาโดยตลอด อย่างไรก็ตาม ความช่วยเหลือที่ลดลงหลังจากกลุ่มตาลีบันกลับมามีอำนาจในปี 2564 ทำให้ความสามารถในการตอบสนองต่อภัยพิบัติของประเทศยิ่งลดลงไปอีก

นายอินดริกา รัตวัตเต ผู้ประสานงานด้านมนุษยธรรมของสหประชาชาติประจำอัฟกานิสถาน กล่าวว่า หายนะครั้งนี้อาจส่งผลกระทบต่อประชาชนหลายแสนคน ขณะที่นายฮัมดุลเลาะห์ ฟิตรัต โฆษกรัฐบาลอัฟกานิสถาน ระบุว่า แผ่นดินไหวได้ทำลายบ้านเรือนในจังหวัดคูนาร์ไปมากกว่า 5,400 หลัง และเจ้าหน้าที่กำลังเร่งค้นหาผู้รอดชีวิตอย่างต่อเนื่อง

นายฟิตรัตยังกล่าวอีกว่า พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดหลายแห่งยังไม่สามารถเข้าถึงได้โดยทางถนน แต่รัฐบาลได้จัดตั้งศูนย์อำนวยความสะดวกฉุกเฉินขึ้นหลายแห่งแล้ว และหลายประเทศได้ประกาศว่าจะให้ความช่วยเหลือแก่อัฟกานิสถาน สหภาพยุโรปได้ประกาศว่าจะส่งเสบียงฉุกเฉิน 130 ตัน และมอบเงิน 1 ล้านยูโร เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย

สถานการณ์ล่าสุด แผ่นดินไหว 5.2 เขย่าซ้ำ อัฟกานิสถาน

ผลกระทบจาก แผ่นดินไหว 5.2 เขย่าซ้ำ

  • ยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มสูงขึ้นอย่างน่าเศร้า
  • บ้านเรือนประชาชนจำนวนมากได้รับความเสียหาย
  • ความช่วยเหลือจากนานาชาติยังคงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง

สถานการณ์ในอัฟกานิสถานหลังเหตุการณ์ แผ่นดินไหว 5.2 เขย่าซ้ำ ยังคงน่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง การเข้าถึงพื้นที่ประสบภัยและความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมเป็นสิ่งจำเป็นเร่งด่วน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนที่กำลังเผชิญกับความยากลำบาก

สิ่งที่เกิดขึ้นในอัฟกานิสถานเป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของการเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติ และการพัฒนาระบบช่วยเหลือที่มีประสิทธิภาพ เพื่อลดความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

ที่มา – แผ่นดินไหว 5.2 เขย่าอัฟกานิสถานซ้ำ ขณะที่ยอดตายพุ่ง 1,400 ศพ

Scroll to top