ตู้คอนเทนเนอร์

เตือนห้ามใกล้ตู้คอนเทนเนอร์มีสารอันตราย ภูเก็ต

กรมควบคุมมลพิษได้ออกประกาศเตือนห้ามใกล้ตู้คอนเทนเนอร์มีสารอันตรายหลังเกิดเหตุเรือบรรทุกสินค้า SEALLOYD ARC อับปางบริเวณเกาะแก้วน้อย จังหวัดภูเก็ต เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569 เหตุการณ์นี้สร้างความกังวลให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก เนื่องจากเรือดังกล่าวบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์จำนวน 297 ตู้ ซึ่งบางตู้มีสารเคมีอันตรายที่อาจรั่วไหลสู่ทะเลและชายหาด

เตือนห้ามใกล้ตู้คอนเทนเนอร์มีสารอันตราย หลังเรืออับปาง

เรือ SEALLOYD ARC เป็นเรือบรรทุกสินค้าประเภท DRY CARGO/CONTAINER SHIP สัญชาติปานามา ขนาด 4,339 ตันกรอส ความยาว 113 เมตร อับปางบริเวณทิศตะวันตกเฉียงใต้ของเกาะแก้วน้อย พิกัดละติจูด 7° 43.88″ N ลองจิจูด 98° 16.62″ E ที่ความลึก 61 เมตร พื้นทะเลเป็นทรายปนโคลน เรือเอียงเล็กน้อย ทำให้ตู้คอนเทนเนอร์ลอยกระจัดกระจายไปรอบๆ พื้นที่ หลังจากนั้นไม่นาน ก็มีรายงานพบตู้คอนเทนเนอร์ลอยเกยตื้นบนชายหาดใกล้เคียง

เพื่อป้องกันอันตราย กรมควบคุมมลพิษจึงออกประกาศคำแนะนำสำหรับประชาชน โดยอ้างอิงตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 เน้นย้ำให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการเข้าใกล้ตู้คอนเทนเนอร์ต้องสงสัย โดยเฉพาะที่มีป้ายสัญลักษณ์แสดงความเป็นสารอันตราย

แนวทางปฏิบัติเมื่อพบตู้คอนเทนเนอร์มีสารอันตราย

  • ไม่เข้าใกล้ตู้คอนเทนเนอร์ต้องสงสัย รักษาระยะห่างอย่างน้อย 50 เมตร ห้ามประชาชน นักท่องเที่ยว หรือบุคคลที่ไม่มีหน้าที่เข้าใกล้เด็ดขาด
  • ไม่เปิดตู้คอนเทนเนอร์ โดยเฉพาะที่มีเครื่องหมายสัญลักษณ์อันตราย เช่น สารไวไฟ สารกัดกร่อน หรือสารพิษ
  • ไม่สัมผัสของเหลว คราบน้ำมัน หรือก้อนสารเคมี ที่รั่วไหล เพราะอาจดูดซึมผ่านผิวหนังหรือก่อให้เกิดการกัดกร่อน
  • ไม่สูบบุหรี่หรือจุดประกายไฟ ใกล้พื้นที่ เนื่องจากสารเคมีหลายชนิดไวไฟสูง และงดใช้เครื่องยนต์หากมีกลิ่นสารเคมี
  • ถ่ายภาพและแจ้งเจ้าหน้าที่ ถ่ายรูปตู้คอนเทนเนอร์ ป้ายสัญลักษณ์ ตำแหน่งที่พบ แล้วโทรแจ้งสายด่วน 1650 (กรมควบคุมมลพิษ) 1196 (กรมเจ้าท่า) หรือ 1465 (ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ทางทะเล)

การปฏิบัติตามแนวทางเหล่านี้จะช่วยลดความเสี่ยงต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม สารอันตรายในตู้คอนเทนเนอร์อาจรวมถึงสารเคมีอุตสาหกรรม สีทาบ้าน หรือวัตถุไวไฟที่หากรั่วไหลจะปนเปื้อนทะเล ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศทางทะเล เช่น ปะการังและสัตว์น้ำ ซึ่งภูเก็ตเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ การแก้ไขเหตุการณ์นี้จึงต้องเร่งด่วน

ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและการท่องเที่ยวที่ภูเก็ต

เหตุเรืออับปางครั้งนี้ไม่เพียงคุกคามความปลอดภัย แต่ยังเสี่ยงต่อการปนเปื้อนน้ำทะเล หากสารเคมีรั่วไหลจำนวนมาก อาจทำให้ชายหาดปิด การท่องเที่ยวซึ่งเป็นรายได้หลักของภูเก็ตได้รับผลกระทบ นักท่องเที่ยวควรตรวจสอบข่าวสารล่าสุดก่อนเดินทาง และหลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยง เจ้าหน้าที่กำลังเร่งเก็บกู้ตู้คอนเทนเนอร์ โดยใช้เรือลากและทีม专家ดำน้ำ

จากประสบการณ์เหตุการณ์คล้ายๆ กันในอดีต เช่น เรืออับปางที่เกาะสมุยหรือพังงา พบว่าการแจ้งเบาะแสจากประชาชนช่วยเร่งกระบวนการแก้ไขได้มาก ดังนั้น ความร่วมมือจากทุกภาคส่วนจึงสำคัญยิ่ง

สรุปแล้ว เตือนห้ามใกล้ตู้คอนเทนเนอร์มีสารอันตราย เป็นคำเตือนที่ทุกคนในพื้นที่ภูเก็ตและใกล้เคียงต้องจำไว้ หากพบเห็นอย่าคิดเข้าไปดูใกล้ๆ แต่รีบถอยห่างและแจ้งทันที เพื่อปกป้องตัวเอง ครอบครัว และสิ่งแวดล้อม หากคุณมีข้อมูลเพิ่มเติม แชร์ในคอมเมนต์ด้านล่าง หรือติดตามอัปเดตจากหน่วยงานราชการ

เรียกดูดใจ: รักษาระยะห่าง 50 เมตร ชีวิตคุณจะปลอดภัย!

ที่มา – เตือนห้ามใกล้ “ตู้คอนเทนเนอร์” มีสารอันตราย หลังเรือบรรทุกสินค้าอับปางที่ภูเก็ต

“กัน จอมพลัง” จัดตู้คอนเทนเนอร์ 50 ตู้ ตั้งชายแดน บ้านทมอดา

“กัน จอมพลัง” จัดตู้คอนเทนเนอร์ 50 ตู้ ตั้งชายแดน บ้านทมอดา สร้างความฮือฮาและความมั่นใจให้ชาวบ้านพื้นที่ชายแดน จังหวัดตราด ล่าสุดตู้คอนเทนเนอร์ทั้งหมดเดินทางมาถึงแล้ว เตรียมวางแนวป้องกันจุดเสี่ยง ท่ามกลางกระแสข่าวการปะทะรอบที่ 3 ที่ชาวบ้านคาดการณ์ไว้ การเคลื่อนไหวครั้งนี้ไม่เพียงเสริมความมั่นคงชายแดน แต่ยังแสดงถึงจิตสำนึกของบุคคลสาธารณะในการช่วยเหลือชาติ

“กัน จอมพลัง” จัดตู้คอนเทนเนอร์ 50 ตู้ ตั้งชายแดน บ้านทมอดา

วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศบริเวณวัดท่าเส้น ตำบลแหลมกลัด อำเภอเมือง จังหวัดตราด พบรถเทรลเลอร์บรรทุกตู้คอนเทนเนอร์จำนวน 25 คัน รวมทั้งหมด 50 ตู้ จอดเรียงรายอย่างเป็นระเบียบภายในวัด ตู้เหล่านี้เป็นของนายกัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ หรือที่รู้จักในนาม “กัน จอมพลัง” นักธุรกิจชื่อดังจากจังหวัดชลบุรี โดยมีการประสานงานร่วมกับกองทัพเรือ ทหารนาวิกโยธิน เพื่อนำไปส่งยังพื้นที่ชายแดนบ้านทมอดา

ตู้คอนเทนเนอร์ กัน จอมพลัง ชายแดนบ้านทมอดา

วัตถุประสงค์ของการจัดตู้คอนเทนเนอร์ชายแดน

การดำเนินการ “กัน จอมพลัง” จัดตู้คอนเทนเนอร์ 50 ตู้ ตั้งชายแดน บ้านทมอดา มีเป้าหมายหลักเพื่อจัดระเบียบพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา และเพิ่มแนวป้องกันในจุดเสี่ยงต่างๆ ตู้คอนเทนเนอร์เหล่านี้จะถูกวางเรียงต่อเนื่องตลอดแนวชายแดนในเขตรับผิดชอบ ช่วยสนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ทหารและหน่วยงานความมั่นคง สร้างความอุ่นใจให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ใกล้ชายแดน โดยเฉพาะในช่วงที่สถานการณ์ตึงเครียดจากเหตุปะทะที่เกิดขึ้นเป็นระยะ

บ้านทมอดาเป็นพื้นที่ชายแดนสำคัญของจังหวัดตราด ซึ่งมีประวัติศาสตร์ความขัดแย้งมานาน พื้นที่นี้มักเป็นจุดล่อเป้าของการแทรกซึมและเหตุการณ์ไม่สงบ การนำตู้คอนเทนเนอร์มาสร้างเป็นรั้วชั่วคราวหรือกำแพงป้องกัน จะช่วยบดบังการมองเห็น ลดจุดอ่อน และเพิ่มประสิทธิภาพในการลาดตระเวน นอกจากนี้ยังสามารถปรับแต่งให้เป็นด่านตรวจหรือที่พักชั่วคราวได้อย่างยืดหยุ่น

เสียงสะท้อนจากชาวบ้านและประโยชน์ที่คาดหวัง

ชาวบ้านในพื้นที่ต่างกล่าวขอบคุณ “กัน จอมพลัง” ที่ริเริ่มโครงการนี้ โดยเชื่อว่าตู้คอนเทนเนอร์ 50 ตู้ จะช่วยลดความเสี่ยงจากการปะทะตามแนวชายแดน โดยเฉพาะที่ชาวบ้านคาดการณ์ว่าจะเกิด “ปะทะรอบที่ 3” แน่นอน จากเหตุการณ์รอบก่อนๆ ที่สร้างความหวาดกลัวให้กับครอบครัวและชุมชน การมีแนวป้องกันที่แข็งแกร่งจะทำให้เจ้าหน้าที่ดูแลพื้นที่ได้ดีขึ้น และประชาชนใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

  • เสริมความมั่นคง: สร้างกำแพงป้องกันจุดเสี่ยงชายแดน
  • ประหยัดงบประมาณ: ใช้ตู้คอนเทนเนอร์แทนการก่อสร้างถาวร
  • ยืดหยุ่น: สามารถย้ายตำแหน่งได้ตามสถานการณ์
  • สร้างขวัญกำลังใจ: แสดงความสามัคคีของคนไทยในการปกป้องชาติ

“กัน จอมพลัง” หรือนายกัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ เป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จในวงการก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์ มีชื่อเสียงจากการช่วยเหลือสังคมมาอย่างต่อเนื่อง เช่น การบริจาคสิ่งของในช่วงโควิด-19 และโครงการพัฒนาชุมชน การเคลื่อนไหวครั้งนี้ยิ่งตอกย้ำภาพลักษณ์ของเขาในฐานะผู้มีจิตสาธารณะที่มองเห็นปัญหาชาติและลงมือแก้ไขทันที

นอกจากนี้ โครงการนี้ยังเป็นตัวอย่างที่ดีในการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ตู้คอนเทนเนอร์ที่นำมาใช้ส่วนใหญ่เป็นตู้เก่าที่ผ่านการปรับปรุง ทำให้ประหยัดต้นทุนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ในอนาคต หากรัฐบาลสนับสนุนเพิ่มเติม อาจขยายโครงการไปยังพื้นที่ชายแดนอื่นๆ ได้

การช่วยเหลือแบบนี้ไม่เพียงแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่ยังสร้างความเชื่อมั่นระยะยาวให้กับประชาชน สุดท้ายแล้ว ความมั่นคงของชาติต้องมาจากความร่วมมือของทุกภาคส่วน คุณคิดอย่างไรกับการริเริ่มของ “กัน จอมพลัง” นี้? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อให้คนอื่นทราบถึงข่าวดีนี้ด้วยนะ

ที่มา – “กัน จอมพลัง” จัดตู้คอนเทนเนอร์ 50 ตู้ ตั้งชายแดน บ้านทมอดา

เครนยกตู้คอนเทนเนอร์หล่นทับรถเทรลเลอร์ปากช่อง

สวัสดีเพื่อนๆ ชาวออนไลน์ทุกคน! วันนี้เรามีข่าวอุบัติเหตุสุดหวุดหวิดที่เกิดขึ้นใน เครนยกตู้คอนเทนเนอร์หล่นทับรถเทรลเลอร์ปากช่อง กันนะครับ เป็นเหตุการณ์ที่ทำให้หลายคนตกใจ แต่โชคดีมากที่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตเลย เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในไซต์งานก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ซึ่งเป็นโครงการใหญ่ที่ทุกคนกำลังจับตามอง มาดูรายละเอียดกันเลยครับ

เครนยกตู้คอนเทนเนอร์หล่นทับรถเทรลเลอร์ปากช่อง: รายละเอียดเหตุการณ์

เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 31 มกราคม 2569 ศูนย์วิทยุงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เทศบาลตำบลสีมามงคล ต.กลางดง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ได้รับแจ้งเหตุตู้คอนเทนเนอร์ขนาดใหญ่ตกใส่รถเทรลเลอร์ ขณะที่รถเครน 2 คันกำลังยกมันออกจากรถเทรลเลอร์ สถานที่เกิดเหตุอยู่บริเวณโครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง เสาโทรเลข กม.166/10 หมู่ที่ 1 บ้านปางอโศก ห่างจากสถานีรถไฟปางอโศกประมาณ 1 กิโลเมตร

ทีมเจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายตันติกร อยู่เจริญ พร้อมรถกู้ชีพจากเทศบาลตำบลสีมามงคลและกลางดง รีบรุดไปตรวจสอบทันที ที่เกิดเหตุ พบรถเทรลเลอร์ 22 ล้อ ยี่ห้ออีซูซุ สีขาว ทะเบียน 701-1848 กรุงเทพมหานคร ช่วงท้ายเป็นเทรลเลอร์ ทะเบียน 700-6696 กรุงเทพมหานคร มีตู้คอนเทนเนอร์สีน้ำเงินอักษร CHINA RAILWAY วางทับอยู่ครึ่งหนึ่ง อีกครึ่งอยู่บนพื้นดิน

  • รถเครนสีขาว ทะเบียน 72-9858 สระบุรี ผูกลวดสลิงยกด้านหน้า
  • รถเครนสีเหลือง ทะเบียน 72-9835 สระบุรี ด้านท้าย ลวดสลิงยังห้อยติดตู้
  • ฐานเครนด้านท้ายหักงอ แกนกระบอกไฮดรอลิคทั้ง 2 คันคดงอ

สาเหตุของเครนยกตู้คอนเทนเนอร์หล่นทับรถเทรลเลอร์ปากช่อง

จากการสอบถามพนักงานที่現場 พวกเขาบอกว่าภายในตู้คอนเทนเนอร์เป็นแบบหล่อเสาตอม่อรถไฟความเร็วสูง ช่วงสัญญาที่ 3-1 สถานีปางอโศก-สถานีบันไดม้า ของกิจการร่วมค้าบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล็อปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) และบริษัทไชน่าเรลเวย์ ขณะนั้นเครนทั้งสองคัน (ยกได้ 50 ตัน และ 30 ตัน) กำลังยกตู้ลงจากรถเทรลเลอร์

แต่แล้วเครนคันสีเหลืองด้านท้ายเกิดยกไปติดสายโทรเลขด้านข้าง เลยรีบวางลง แต่ตู้ไปเกี่ยวกับท้ายเทรลเลอร์ พนักงานรีบลดเครนลง ทำให้เสียหลัก แขนบูมและกระบอกไฮดรอลิคหักคดงอ ตู้ช่วงท้ายเลยตกลงพื้น โชคดีที่ทุกคนหลบทันและไม่มีใครเจ็บ!

บทเรียนจากอุบัติเหตุในโครงการรถไฟไฮสปีดไทย-จีน

โครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีนนี้เป็นเมกะโปรเจกต์ที่เชื่อมกรุงเทพฯ ไปนครราชสีมา ระยะทางกว่า 250 กม. ด้วยความเร็ว 250 กม./ชม. ช่วงปากช่องนี้เป็นจุดสำคัญที่มีการก่อสร้างเข้มข้น แต่เหตุการณ์ เครนยกตู้คอนเทนเนอร์หล่นทับรถเทรลเลอร์ปากช่อง นี้เตือนใจให้เห็นถึงความเสี่ยงในไซต์งานก่อสร้างขนาดใหญ่

เพื่อความปลอดภัย ควรมีมาตรการดังนี้:

  • ตรวจสอบสภาพเครนและสลิงก่อนใช้งานทุกครั้ง
  • หลีกเลี่ยงการยกใกล้สิ่งกีดขวางอย่างสายไฟหรือสายโทรเลข
  • ฝึกอบรมพนักงานเรื่องการประสานงานระหว่างเครื่องจักรหลายคัน
  • ใช้เทคโนโลยีตรวจจับอัตโนมัติเพื่อป้องกันอุบัติเหตุ

นอกจากนี้ การก่อสร้างรถไฟไฮสปีดยังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจพื้นที่ปากช่อง สร้างงานนับพันตำแหน่ง แต่ความปลอดภัยต้องมาก่อนเสมอครับ

เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจสำคัญว่า แม้โครงการใหญ่แค่ไหน ก็ต้องใส่ใจทุกรายละเอียดเพื่อปกป้องชีวิตผู้ปฏิบัติงาน คุณล่ะคิดว่าอะไรคือสาเหตุหลัก และเราจะป้องกันได้อย่างไร? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างได้เลยนะครับ หรือแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ รับรู้เพื่อความปลอดภัยร่วมกัน!

ที่มา – เครนยกตู้คอนเทนเนอร์ หล่นทับรถเทรลเลอร์ ในไซต์งานก่อสร้างรถไฟไฮสปีดไทย-จีนที่ปากช่อง

จับ! บุหรี่ไฟฟ้าซุกตู้คอนเทนเนอร์ 46,260 ชิ้น

กรมศุลกากรจับมือกรมสอบสวนคดีพิเศษ ตรวจยึด บุหรี่ไฟฟ้าซุกตู้คอนเทนเนอร์ จำนวน 46,260 ชิ้น ลักลอบนำเข้าประเทศไทย โดยปะปนมากับสินค้าเบ็ดเตล็ด คิดเป็นมูลค่ากว่า 10 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2568 ณ กรมศุลกากร ได้มีการแถลงข่าวการจับกุม บุหรี่ไฟฟ้าซุกตู้คอนเทนเนอร์ โดยมีผู้บริหารระดับสูงจากหลายหน่วยงานเข้าร่วม อาทิ รัฐมนตรีประจำสำนักนายก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ อธิบดีกรมศุลกากร และผู้แทนจากหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง การจับกุมครั้งนี้เป็นการตรวจยึดบุหรี่ไฟฟ้าชนิดใช้แล้วทิ้ง จำนวน 46,260 ชิ้น มูลค่ารวม 10,871,100 บาท ซึ่งเป็นการกระทำผิดกฎหมายในการนำเข้าสินค้าเข้ามาในราชอาณาจักร

สืบเนื่องจากนโยบายเร่งด่วน (Quick Win) ของรัฐบาลภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี ที่มุ่งเน้นการปราบปรามสินค้าผิดกฎหมายอย่างจริงจัง เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2568 เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการร่วมได้เข้าตรวจสอบตู้สินค้าตกค้างจำนวน 7 ตู้ ณ สำนักงานศุลกากรท่าเรือกรุงเทพ จากการตรวจค้นอย่างละเอียด พบว่ามีการอำพราง บุหรี่ไฟฟ้า คละกลิ่น ซุกซ่อนปะปนอยู่กับสินค้าเบ็ดเตล็ดภายในตู้คอนเทนเนอร์ เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจจับของเจ้าหน้าที่ จึงได้ทำการตรวจยึดของกลางทั้งหมดไว้

นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่า สถิติการจับกุมบุหรี่ไฟฟ้าและอุปกรณ์ในงบประมาณปี 2569 (ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม – 11 ธันวาคม 2568) สามารถตรวจยึดของกลางได้แล้วกว่า 123,870 ชิ้น รวมมูลค่าสูงถึง 25,170,659 บาท

กรมศุลกากรและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงยกระดับความเข้มงวดในการตรวจสอบสินค้า ณ ด่านชายแดนและท่าเรือทั่วประเทศ เพื่อป้องกันการลักลอบนำเข้าสินค้าที่ทำลายสุขภาพและส่งผลกระทบต่อสังคม

บุหรี่ไฟฟ้าซุกตู้คอนเทนเนอร์: การจับกุมครั้งใหญ่

การจับกุม บุหรี่ไฟฟ้าซุกตู้คอนเทนเนอร์ ครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความพยายามของภาครัฐในการปราบปรามสินค้าผิดกฎหมายอย่างจริงจัง การลักลอบนำเข้าบุหรี่ไฟฟ้าไม่เพียงแต่ผิดกฎหมาย แต่ยังส่งผลกระทบต่อสุขภาพของผู้บริโภคและสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจ

ผลกระทบของการลักลอบนำเข้าบุหรี่ไฟฟ้า

  • ความเสี่ยงต่อสุขภาพของผู้บริโภค: บุหรี่ไฟฟ้าที่ลักลอบนำเข้ามักไม่มีการควบคุมคุณภาพ อาจมีสารอันตรายที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ
  • การสูญเสียรายได้ของรัฐ: การลักลอบนำเข้าทำให้รัฐสูญเสียรายได้จากภาษี
  • ผลกระทบต่อผู้ประกอบการที่ถูกต้องตามกฎหมาย: การลักลอบนำเข้าทำให้ผู้ประกอบการที่ทำธุรกิจอย่างถูกต้องตามกฎหมายเสียเปรียบ

การจับกุม บุหรี่ไฟฟ้าซุกตู้คอนเทนเนอร์ จำนวนมากเช่นนี้ เป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าเจ้าหน้าที่กำลังทำงานอย่างหนักเพื่อปกป้องสังคมจากสินค้าผิดกฎหมาย หวังว่าการดำเนินการอย่างต่อเนื่องนี้จะสามารถลดปัญหาการลักลอบนำเข้าสินค้าอันตราย และสร้างความเป็นธรรมให้กับผู้ประกอบการที่สุจริต

การลักลอบนำเข้าบุหรี่ไฟฟ้านอกจากจะเป็นภัยต่อสุขภาพ และเศรษฐกิจของชาติแล้ว ยังเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมาย การสนับสนุนสินค้าที่ถูกต้องตามกฎหมาย จะช่วยให้ประเทศพัฒนาไปในทิศทางที่ดี และสร้างรายได้ให้ภาครัฐนำไปพัฒนาประเทศต่อไป

ที่มา – ตรวจยึดบุหรี่ไฟฟ้าซุกตู้คอนเทนเนอร์ 46,260 ชิ้น มูลค่ากว่า 10 ล้านบาท

ระทึก! **ตู้คอนเทนเนอร์หลายสิบตู้ ร่วงจากเรือ**

เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เมื่อตู้คอนเทนเนอร์หลายสิบตู้ ร่วงจากเรือบรรทุกสินค้า “มิสซิสซิปปี้” ลงสู่ทะเล บริเวณท่าเรือลองบีช รัฐแคลิฟอร์เนีย สร้างความแตกตื่นและส่งผลกระทบต่อการขนส่งสินค้า เจ้าหน้าที่เร่งดำเนินการเก็บกู้เป็นการด่วน

รายละเอียดของเหตุการณ์ระบุว่า ตู้คอนเทนเนอร์หลายสิบตู้ ร่วงจากเรือ “มิสซิสซิปปี้” ซึ่งเป็นเรือที่จดทะเบียนภายใต้ธงโปรตุเกส เหตุเกิดที่ท่าเรือลองบีช อันเป็นท่าเรือสำคัญแห่งหนึ่งของสหรัฐอเมริกา โชคดีที่ไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุครั้งนี้ แต่เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ท่าเทียบเรือ Pier G ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของท่าเรือลองบีช ต้องระงับการขนถ่ายสินค้าชั่วคราว เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถเข้าดำเนินการเก็บกู้และรักษาความปลอดภัยในพื้นที่

กองกำลังพิทักษ์ชายฝั่งสหรัฐฯ (US Coast Guard) ได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลว่า มีตู้คอนเทนเนอร์ประมาณ 67 ตู้ ลอยอยู่ในทะเล ซึ่งบางส่วนของตู้คอนเทนเนอร์เหล่านั้นได้ตกลงไปบนเรือ STAX 2 ซึ่งเป็นเรือควบคุมมลพิษที่จอดเทียบข้างเรือมิสซิสซิปปี้ แม้ว่าตู้คอนเทนเนอร์ที่ร่วงลงไปส่วนใหญ่จะเป็นตู้เปล่า แต่ก็ยังมีน้ำหนักระหว่าง 2-4 เมตริกตันต่อตู้

ตู้คอนเทนเนอร์หลายสิบตู้ ร่วงจากเรือ: ผลกระทบต่อการขนส่ง

ท่าเรือลองบีช ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากนครลอสแอนเจลิสไปทางใต้ประมาณ 32 กิโลเมตร ถือเป็นหนึ่งในท่าเรือที่มีการคมนาคมทางทะเลหนาแน่นที่สุดของสหรัฐฯ โดยมีตู้คอนเทนเนอร์กว่า 40% ของทั้งประเทศ ที่มีการขนส่งผ่านท่าเรือแห่งนี้และท่าเรือลอสแอนเจลิส การเกิดอุบัติเหตุตู้คอนเทนเนอร์หลายสิบตู้ ร่วงจากเรือ จึงส่งผลกระทบต่อระบบขนส่งสินค้าทางเรืออย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

สาเหตุของการร่วงของตู้คอนเทนเนอร์

สำหรับเรือ Mississippi ซึ่งติดธงชาติโปรตุเกส ได้ออกเดินทางจากท่าเรือหยานเถียน เมืองเซินเจิ้น ประเทศจีน ตั้งแต่วันที่ 26 สิงหาคม และเดินทางมาถึงท่าเรือลองบีชในเวลาต่อมา อย่างไรก็ตาม สาเหตุที่ทำให้ตู้คอนเทนเนอร์หลายสิบตู้ ร่วงจากเรือลงสู่ทะเลนั้น ยังคงอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งต้องมีการตรวจสอบสภาพเรือ สภาพอากาศ และปัจจัยอื่นๆ ที่อาจเป็นสาเหตุของอุบัติเหตุในครั้งนี้

อุบัติเหตุในครั้งนี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของการรักษามาตรฐานความปลอดภัยในการขนส่งสินค้าทางทะเล และความจำเป็นในการตรวจสอบและบำรุงรักษาเรือและอุปกรณ์ต่างๆ อย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันเช่นนี้ขึ้นอีกในอนาคต การสูญเสียตู้คอนเทนเนอร์หลายสิบตู้ ร่วงจากเรือ ไม่เพียงแต่สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจ แต่ยังอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อสิ่งแวดล้อมทางทะเลอีกด้วย

ที่มา – ตู้คอนเทนเนอร์หลายสิบตู้ ร่วงจากเรือบรรทุกสินค้าในสหรัฐฯ

Scroll to top