ถนนทรุด ล่าสุด

ดร.เอ้ แนะวิธีหยุดถนนทรุด ห่วง สน.สามเสน

จากเหตุการณ์ถนนทรุดตัวบริเวณหน้าโรงพยาบาลวชิรพยาบาล ทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของอาคารโดยรอบ โดยเฉพาะสถานีตำรวจนครบาลสามเสน ล่าสุด ดร.เอ้ ได้ออกมาให้คำแนะนำถึงวิธีการเร่งด่วนเพื่อแก้ไขและป้องกันสถานการณ์ ถนนทรุด ที่อาจเกิดขึ้น

ศาสตราจารย์ สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบและเปิดเผยว่า จุดที่น่ากังวลคือดินไหลเข้าอุโมงค์รถไฟฟ้าใต้ดินที่สร้างเสร็จแล้ว ทำให้เกิดการยุบตัว โดยดินไหลจากฝั่งสถานีตำรวจสามเสนและวชิรพยาบาลเข้าไปในอุโมงค์

ดร.เอ้ แนะเร่งทำ 2 วิธี หยุดถนนทรุด ห่วง สน.สามเสน บอกไม่ใช่แค่เสาเข็มหลุด

2 วิธีเร่งด่วนหยุดถนนทรุด ที่ ดร.เอ้ แนะนำคือ:

  1. ปิดรูอุโมงค์: ไม่ว่าจะปิดจากข้างในหรือข้างนอก ก็มีความจำเป็นอย่างมาก เพื่อป้องกันไม่ให้ดินไหลลงไปเรื่อยๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีฝนตกที่จะยิ่งเร่งการไหลของดิน
  2. ติดตั้งหมุดวัด: บริเวณพื้นถนนถึงสี่แยก ควรปักหมุดวัดเพื่อตรวจสอบการเคลื่อนตัวของดินอย่างใกล้ชิด เพราะการมองด้วยตาเปล่าอาจไม่เห็นรอยยุบตัวที่เกิดขึ้น การติดตั้งหมุดวัดจะช่วยให้สามารถอพยพผู้คนได้ทันท่วงทีหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน

ดร.เอ้ ยังแสดงความเป็นห่วงเป็นพิเศษต่อสถานีตำรวจนครบาลสามเสน โดยระบุว่าสถานการณ์น่ากังวลกว่าที่คิด เพราะไม่ใช่แค่เสาเข็มด้านหน้าหลุด แต่ดินยุบเข้าไปด้านใต้ถึง 20 เมตร ซึ่งเกินครึ่งของอาคาร

ความกังวลเกี่ยวกับ สน.สามเสน กับเหตุการณ์ ถนนทรุด

“สิ่งที่ห่วงที่สุดคือ สถานีตำรวจนครบาลสามเสน เพราะมองไปแล้วไม่ใช่เสาเข็มด้านหน้าหลุดเท่านั้น แต่ลึกเข้าไปด้านใต้ 20 เมตร เข้าไปเกินครึ่ง อาคารตอนนี้ต้องภาวนาอย่างเดียว อย่าให้ตึกของสถานีตำรวจนครบาลสามเสนยุบลงไป เพราะถ้ายุบลงไปจะเป็นเรื่องใหญ่มาก แต่ตอนนี้ไม่สามารถทำอะไรได้ ขอให้ทุกคนออกจากพื้นที่ และอย่าเข้าไปจุดนี้เด็ดขาด” ดร.เอ้ กล่าว

ในส่วนของอาคารผู้ป่วยนอกโรงพยาบาลวชิรพยาบาล ดร.เอ้ กล่าวว่า อาคารนี้มีความปลอดภัยเนื่องจากเป็นตึกสูงที่ตอกเสาเข็มลึกลงไปต่ำกว่าชั้นอุโมงค์ และยังมีผนังกั้นดินค้ำอยู่

นอกจากนี้ ดร.เอ้ ยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของการมีผู้เชี่ยวชาญดูแลการปฏิบัติงานในพื้นที่ และการใช้อุปกรณ์ตรวจวัดอย่างใกล้ชิด เพื่อติดตามสถานการณ์และป้องกันการขยายวงกว้างของการถนนทรุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงฤดูฝน

การแก้ไขปัญหาถนนทรุดครั้งนี้ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาชน เพื่อความปลอดภัยและป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต การเร่งดำเนินการตามคำแนะนำของ ดร.เอ้ จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง

ที่มา – ดร.เอ้ แนะเร่งทำ 2 วิธี หยุดถนนทรุด ห่วงตึก สน.สามเสน บอกไม่ใช่แค่เสาเข็มหลุด

จ่ายไฟคืนได้เกือบหมดแล้ว หลังถนนทรุด หน้า รพ.วชิรพยาบาล

MEA ลงพื้นที่ตรวจสอบเหตุถนนทรุด บริเวณหน้า รพ.วชิรพยาบาล จัดทีมวิศวกรและเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการเข้าดำเนินการแก้ไข ล่าสุดสามารถจ่ายไฟคืนได้เกือบหมดแล้ว หลังถนนทรุด หน้า รพ.วชิรพยาบาล

เวลา 11.00 น. วันที่ 24 ก.ย. 68 นายราเชนทร์ อันเวช ผู้ช่วยผู้ว่าการ MEA หรือการไฟฟ้านครหลวง ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์กรณีถนนทรุดตัวบริเวณถนนสามเสน หน้าโรงพยาบาลวชิรพยาบาล ซึ่งส่งผลกระทบต่อระบบไฟฟ้าในพื้นที่ และเจ้าหน้าที่ MEA ร่วมตรวจสอบความปลอดภัยของโครงสร้างเสาไฟฟ้าและสายไฟฟ้าในจุดเกิดเหตุ MEA ได้เร่งจัดทีมวิศวกรและเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการเข้าดำเนินการแก้ไข ล่าสุดสามารถจ่ายไฟคืนได้เกือบหมดแล้ว หลังถนนทรุด หน้า รพ.วชิรพยาบาล เหลือเพียงบางส่วนในพื้นที่ตึกแถวบริเวณจุดเกิดเหตุ ซึ่งอยู่ในพื้นที่ไม่ปลอดภัย และได้อพยพประชาชนออกเพื่อความปลอดภัยแล้ว

สำหรับความมั่นคงด้านระบบไฟฟ้า และความพร้อมในการให้บริการภายหลังเหตุจ่ายไฟคืนได้เกือบหมดแล้ว หลังถนนทรุด หน้า รพ.วชิรพยาบาล นั้น MEA มีระบบเฝ้าระวังและทีมฉุกเฉินที่พร้อมปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อดูแลและให้บริการประชาชนอย่างเต็มที่ ทั้งนี้ทุกที่ทำการของ MEA ยังคงเปิดให้บริการตามปกติ ผู้ใช้ไฟฟ้าสามารถติดต่อใช้บริการด้านไฟฟ้าได้ที่การไฟฟ้านครหลวงทั้ง 18 เขต ในวันและเวลาทำการ ระหว่างเวลา 07.30 – 15.30 น. หรือสามารถใช้บริการผ่านช่องทางออนไลน์ต่าง ๆ เพื่อความสะดวกโดยไม่ต้องเดินทางได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ทั้งนี้ MEA ขออภัยในความไม่สะดวกที่เกิดขึ้น และขอความร่วมมือประชาชนหลีกเลี่ยงเส้นทางดังกล่าวจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

จ่ายไฟคืนได้เกือบหมดแล้ว หลังถนนทรุด หน้า รพ.วชิรพยาบาล

MEA เร่งจ่ายไฟคืน หลังถนนทรุด

จากเหตุการณ์ถนนทรุดตัวบริเวณหน้าโรงพยาบาลวชิรพยาบาล ส่งผลกระทบต่อระบบไฟฟ้าในพื้นที่โดยรอบ การไฟฟ้านครหลวง (MEA) ได้เร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน เพื่อให้ประชาชนได้รับผลกระทบน้อยที่สุด โดยได้ส่งทีมวิศวกรและเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการเข้าพื้นที่เพื่อตรวจสอบและแก้ไขระบบไฟฟ้าที่ได้รับความเสียหาย

สถานการณ์ล่าสุด: ขณะนี้ MEA สามารถจ่ายกระแสไฟฟ้ากลับคืนได้เกือบทั้งหมดแล้ว คงเหลือเพียงบางส่วนในพื้นที่ตึกแถวบริเวณจุดเกิดเหตุ ซึ่งยังคงเป็นพื้นที่ไม่ปลอดภัยและต้องอพยพประชาชนออกเพื่อความปลอดภัยก่อน

มาตรการความปลอดภัย: MEA ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของประชาชนเป็นอันดับแรก จึงได้ทำการตรวจสอบความปลอดภัยของโครงสร้างเสาไฟฟ้าและสายไฟฟ้าในจุดเกิดเหตุอย่างละเอียด เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้น

  • ตรวจสอบและซ่อมแซมเสาไฟฟ้าและสายไฟฟ้าที่ได้รับความเสียหาย
  • ติดตั้งระบบไฟฟ้าสำรองเพื่อให้ประชาชนมีไฟฟ้าใช้อย่างต่อเนื่อง
  • ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไขสถานการณ์โดยเร็วที่สุด

การให้บริการประชาชน: MEA ยังคงเปิดให้บริการตามปกติที่ทำการทั้ง 18 เขต ในวันและเวลาทำการ หรือสามารถใช้บริการผ่านช่องทางออนไลน์ต่างๆ ได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อความสะดวกของประชาชน

MEA ขออภัยในความไม่สะดวกที่เกิดขึ้นจากเหตุการณ์นี้ และขอความร่วมมือประชาชนหลีกเลี่ยงเส้นทางดังกล่าวจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย หากมีข้อสงสัยหรือต้องการความช่วยเหลือ สามารถติดต่อ MEA ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

เหตุการณ์นี้เป็นอุทาหรณ์ให้เห็นถึงความสำคัญของการบำรุงรักษาสาธารณูปโภคอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นได้ การประสานงานระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และการให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของประชาชน เป็นสิ่งสำคัญที่ต้องคำนึงถึงเสมอ

ที่มา – จ่ายไฟคืนได้เกือบหมดแล้ว หลังถนนทรุด หน้า รพ.วชิรพยาบาล

ร.ต.อ. เจ้าของรถติดในอุโมงค์: เรื่องราวระทึก!

เหตุการณ์ระทึกขวัญ ร.ต.อ. เจ้าของรถติดในอุโมงค์ ถนนทรุด บริเวณหน้าโรงพยาบาลวชิรพยาบาล สร้างความตกใจให้กับผู้ที่สัญจรไปมาเป็นอย่างมาก โดยเจ้าตัวเผยว่าจอดรถไว้หน้า สน. แต่ไม่ทันได้ตั้งตัวรถก็ร่วงลงไปในหลุมเสียแล้ว

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2568 ได้เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น เมื่อถนนบริเวณหน้าโรงพยาบาลวชิรพยาบาลเกิดการทรุดตัวเป็นบริเวณกว้าง เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่เวลาประมาณ 06.30 น. และขยายวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ ส่งผลให้รถยนต์ได้รับความเสียหายตกลงไปในหลุมลึกถึง 2 คัน โชคดีที่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว

ร.ต.อ.รัชฏ์วิทย์ สิทธิโชค รอง สว.จร.สน.สามเสน ซึ่งเป็น ร.ต.อ. เจ้าของรถติดในอุโมงค์ เล่าว่า ปกติตนเองจะจอดรถไว้บริเวณหน้า สน. ใกล้กับแบริเออร์ แต่ในเช้าวันนี้ถนนเกิดทรุดตัว ทำให้รถยนต์ของตนตกลงไปอยู่ด้านล่าง ความรู้สึกแรกคือความกังวล เพราะทรัพย์สินส่วนตัวยังอยู่ในรถ แต่เจ้าหน้าที่กู้ภัยกำลังเร่งให้ความช่วยเหลือในการกู้ซากรถขึ้นมา ทำให้ต้องรอลุ้นกันอีกทีว่าของที่อยู่ในรถจะได้รับความเสียหายมากน้อยแค่ไหน แม้รถจะตกลงไป แต่ด้วยหน้าที่และความรับผิดชอบ ร.ต.อ.รัชฏ์วิทย์ ยังคงปฏิบัติหน้าที่ดูแลความปลอดภัยให้กับประชาชนในพื้นที่โดยรอบอย่างเข้มแข็ง เนื่องจากวันนี้เป็นวันเข้าเวรเช้าของตนเอง

จากการสอบถาม ร.ต.อ.รัชฏ์วิทย์ เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุ ถนนบริเวณหน้าโรงพยาบาลเริ่มมีการทรุดตัวเล็กน้อย จากนั้นก็มีน้ำซึมขึ้นมาจากใต้ดินคล้ายกับท่อประปาแตก ทำให้น้ำเอ่อล้นขึ้นมาเป็นแอ่งขัง ก่อนที่ถนนจะทรุดตัวลงไปอย่างรวดเร็วตามที่ปรากฏในคลิปวิดีโอ

สำหรับอาคาร สน.สามเสน ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างนั้น ยังไม่มีการเปิดใช้งานอย่างเป็นทางการ โดยมีกำหนดจะเปิดใช้งานในปีหน้า แต่จากเหตุการณ์ถนนทรุด อาจจะต้องมีการปิดเพื่อตรวจสอบและซ่อมบำรุงก่อนเพื่อความปลอดภัย ส่วนด้านหลังของอาคาร สน. ซึ่งเป็นแฟลตตำรวจ ได้ทำการอพยพผู้พักอาศัยทั้งหมดแล้วเพื่อความปลอดภัย

ร.ต.อ. เจ้าของรถติดในอุโมงค์

ร.ต.อ. เจ้าของรถติดในอุโมงค์ กับความรับผิดชอบต่อประชาชน

เหตุการณ์นี้เป็นอุทาหรณ์ให้เห็นถึงความไม่แน่นอนที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา การดูแลรักษาโครงสร้างพื้นฐานของเมืองจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีกในอนาคต นอกจากนี้ ความรับผิดชอบและจิตสำนึกของเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่าง ร.ต.อ.รัชฏ์วิทย์ ที่ยังคงปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่แม้รถยนต์ส่วนตัวจะได้รับความเสียหาย ก็เป็นสิ่งที่น่ายกย่องและเป็นแบบอย่างที่ดี

เหตุการณ์ ร.ต.อ. เจ้าของรถติดในอุโมงค์ แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินต่างๆ ทั้งในระดับบุคคลและระดับหน่วยงานภาครัฐ การมีแผนฉุกเฉินและการฝึกซ้อมอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยลดความเสียหายและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากเหตุการณ์ไม่คาดฝันได้

ที่มา – “ร.ต.อ.” เจ้าของรถติดในอุโมงค์ ถนนทรุด บอกจอดหน้า สน. รู้อีกทีร่วงไปแล้ว

ถนนทรุดตัวเพิ่ม หน้า รพ.วชิรพยาบาล

สถานการณ์ถนนทรุดตัวเพิ่ม หน้า รพ.วชิรพยาบาลยังคงเป็นที่จับตา ล่าสุดเจ้าหน้าที่ต้องโรยตัวสำรวจและรีบหนีเพื่อความปลอดภัย รายละเอียดเป็นอย่างไร มาติดตามกัน

จากเหตุการณ์ถนนทรุดตัวเพิ่ม หน้า รพ.วชิรพยาบาล สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กทม. ได้นำโดรนขึ้นบินสำรวจบริเวณที่เกิดเหตุ เพื่อประเมินสถานการณ์และตรวจจับการทรุดตัวที่อาจเกิดขึ้นเพิ่มเติม

เบื้องต้น พบว่ายังมีการทรุดตัวของถนนทรุดตัวเพิ่ม หน้า รพ.วชิรพยาบาลเล็กน้อยในบางจุด เจ้าหน้าที่ได้ทำการตัดกระแสไฟฟ้าและระบบน้ำประปาในบริเวณดังกล่าว เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้น นอกจากนี้ ชุด USAR และเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานที่สูง ได้นำรถเครนเข้ากู้รถกระบะที่ติดค้างออกมาได้แล้ว 1 คัน และอยู่ระหว่างดำเนินการกู้รถอีก 2 คันที่อยู่ด้านล่าง โดยร่วมกับบริษัท ช. การช่าง พร้อมกันนี้ ได้มีการกั้นพื้นที่อันตรายและอพยพประชาชนออกจากบริเวณใกล้เคียงเพื่อความปลอดภัย

ในช่วงบ่าย เจ้าหน้าที่จากสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกรุงเทพมหานคร ได้โรยตัวลงไปยังปากอุโมงค์ ซึ่งเป็นจุดที่รถเก๋งสีขาวตกลงไป เพื่อนำเชือกสลิงไปผูกกับรถและดึงขึ้นมา แต่เนื่องจากดินมีการสไลด์ตัวเพิ่มขึ้น เพราะยังมีน้ำไหลออกจากท่อประปา เจ้าหน้าที่จึงต้องรีบขึ้นมาเพื่อความปลอดภัย ทำให้การกู้รถยังไม่สามารถดำเนินการได้

สถานการณ์ล่าสุด ถนนบริเวณหน้า รพ.วชิรพยาบาลทรุดตัวเพิ่มมากขึ้น เสาไฟและตอม่อที่รถกระบะจอดอยู่ได้พังถล่มลงไปในหลุม ทำให้ผู้สื่อข่าวที่เฝ้าสังเกตการณ์ต้องรีบออกจากพื้นที่เพื่อความปลอดภัย

ถนนทรุดตัวเพิ่ม หน้า รพ.วชิรพยาบาล

ความคืบหน้าล่าสุดเกี่ยวกับเหตุการณ์ ถนนทรุดตัวเพิ่ม หน้า รพ.วชิรพยาบาล ยังคงต้องติดตามอย่างใกล้ชิดเนื่องจากสถานการณ์ยังไม่ปลอดภัยและมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา

ผลกระทบจากถนนทรุดตัวเพิ่ม หน้า รพ.วชิรพยาบาล

เหตุการณ์ถนนทรุดตัวเพิ่ม หน้า รพ.วชิรพยาบาล ส่งผลกระทบหลายด้าน นอกเหนือจากความเสียหายต่อทรัพย์สิน ยังรวมถึงการสัญจรที่ติดขัด และความกังวลของประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียง การแก้ไขปัญหาจึงต้องเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ เพื่อลดผลกระทบให้เหลือน้อยที่สุด

  • การสัญจรติดขัด: ถนนเส้นดังกล่าวเป็นเส้นทางหลัก การทรุดตัวทำให้การจราจรติดขัดอย่างมาก
  • ความปลอดภัยของประชาชน: การทรุดตัวต่อเนื่องสร้างความกังวลเรื่องความปลอดภัย
  • ธุรกิจในพื้นที่: ร้านค้าและธุรกิจบริเวณใกล้เคียงได้รับผลกระทบจากการสัญจรที่ยากลำบาก

การแก้ไขปัญหาระยะยาวจำเป็นต้องมีการตรวจสอบโครงสร้างพื้นฐานอย่างละเอียด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีกในอนาคต การวางแผนและดำเนินการอย่างรอบคอบจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง

สถานการณ์ถนนทรุดตัวเพิ่ม หน้า รพ.วชิรพยาบาล ถือเป็นบทเรียนสำคัญที่ต้องนำไปพิจารณาในการพัฒนาและบำรุงรักษาโครงสร้างพื้นฐานของเมือง เพื่อความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชน

ที่มา – ถนนทรุดตัวเพิ่ม หน้า รพ.วชิรพยาบาล จนท.โรยตัวสำรวจ รีบหนีเพื่อความปลอดภัย

ด่วน! ประปาแจ้ง หยุดจ่ายน้ำ 19 พื้นที่

การประปานครหลวง (กปน.) ประกาศด่วน! หยุดจ่ายน้ำ 19 พื้นที่ ผลกระทบจากเหตุถนนสามเสนทรุดตัว บริเวณหน้าโรงพยาบาลวชิรพยาบาล ส่งผลให้ท่อประธานขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 1,200 มิลลิเมตรได้รับความเสียหายตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

จากกรณีเมื่อเวลาประมาณ 07.00 น. วันที่ 24 กันยายน 2568 เกิดเหตุถนนทรุดตัวบริเวณหน้าโรงพยาบาลวชิรพยาบาล ถ.สามเสน เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร เป็นหลุมกว้าง 30 x 30 เมตร ลึก 50 เมตร และมีแนวโน้มทรุดตัวเพิ่มขึ้น โดยต่อมาในที่เกิดเหตุมีเสาไฟฟ้าตกลงไปจำนวน 2 ต้น และมีรถของสถานีตำรวจนครบาลสามเสนตกลงไป และการทรุดตัวได้ขยายวงกว้าง ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของประชาชน และส่งผลให้การจราจรบริเวณดังกล่าวรวมทั้งบริเวณใกล้เคียงติดขัดอย่างหนัก

ความคืบหน้าเมื่อเวลา 13.00 น. การประปานครหลวง (กปน.) มีการเผยแพร่ข่าวสาร เพื่อประชาสัมพันธ์ โดยระบุว่า ประกาศการประปานครหลวง เรื่อง ผลกระทบจากเหตุถนนสามเสนทรุดตัว

การประปานครหลวง (กปน.) ขอแจ้งให้ทราบว่า จากกรณีเกิดเหตุถนนทรุดตัวบริเวณโรงพยาบาลวชิรพยาบาล ถนนสามเสน ส่งผลให้ท่อประธานขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 1,200 มิลลิเมตร ได้รับความเสียหาย และเพื่อบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้น จึงมีความจำเป็นต้องหยุดจ่ายน้ำ 19 พื้นที่ เป็นการชั่วคราว ในวันนี้ (วันพุธที่ 24 กันยายน 2568) ตั้งแต่ บัดนี้ เป็นต้นไป ส่งผลให้ น้ำประปาไม่ไหล ในพื้นที่ดังต่อไปนี้:

  • ถนนทหาร ทั้ง 2 ฝั่ง ตั้งแต่แยกสะพานแดง ถึงท่าเรือเกียกกาย
  • ถนนท่าเกษม
  • ถนนพระอาทิตย์
  • ถนนสามเสน ทั้ง 2 ฝั่ง ตั้งแต่คลองบางซื่อ ถึงคลองรอบกรุง
  • ถนนพระสุเมรุ
  • ถนนจักรพงษ์
  • ถนนเตชะวณิช ทั้ง 2 ฝั่ง ตั้งแต่ถนนพระรามที่ 6 ถึงแยกสะพานแดง
  • ถนนรามบุตรี
  • ถนนไกรสีห์
  • ถนนพระรามที่ 5 ทั้ง 2 ฝั่ง ตั้งแต่แยกสะพานแดง ถึงแยกสุโขทัย
  • ถนนตานี
  • ถนนข้าวสาร
  • ถนนเทอดดำริ ฝั่งทิศตะวันตก ตั้งแต่คลองประปา ถึงซอยระนอง 1
  • ถนนเขียวไข่กา
  • ถนนดาวข่าง
  • ถนนนครไชยศรี ทั้ง 2 ฝั่ง ตั้งแต่แยกราชวัตร ถึงท่าเรือพายัพ
  • ถนนขาว
  • ถนนสังคโลก
  • ถนนอำนวยสงคราม ทั้ง 2 ฝั่ง ตั้งแต่แยกเกษะโกมล ถึงแยกบางกระบือ
  • ถนนราชสีมา ทั้ง 2 ฝั่ง ตั้งแต่แยกสวนรื่นฤดี ถึงแยกตัดถนนอำนวยสงคราม
  • ถนนพิชัย ทั้ง 2 ฝั่ง ตั้งแต่แยกขัตติยานี ถึงสามแยกพิชัย
  • ถนนสุโขทัย ทั้ง 2 ฝั่ง ตั้งแต่แยกสุโขทัย ถึงแม่น้ำเจ้าพระยา
  • ถนนราชวิถี ทั้ง 2 ฝั่ง ตั้งแต่แยกซังฮี้ ถึงแม่น้ำเจ้าพระยา
  • ถนนศรีอยุธยา ทั้ง 2 ฝั่ง ตั้งแต่แยกสี่เสาเทเวศร์ ถึงแม่น้ำเจ้าพระยา
  • ถนนประชาธิปไตย ฝั่งทิศตะวันตก ตั้งแต่แยกประชาเกษม ถึงคลองรอบกรุง
  • ถนนราชดำเนินกลาง ฝั่งทิศเหนือ ตั้งแต่แยกผ่านฟ้าลีลาศ ถึงแยกผ่านพิภพลีลา
  • ถนนราชินี ฝั่งทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ตั้งแต่แยกผ่านพิภพลีลา ถึงแม่น้ำเจ้าพระยา
  • ถนนดินสอ ทั้ง 2 ฝั่ง ตั้งแต่แยกสะพานเฉลิมวันชาติ ถึงแยกวงเวียนอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย
  • ถนนตะนาว ทั้ง 2 ฝั่ง ตั้งแต่แยกสิบสามห้าง ถึงแยกคอกวัว
  • ถนนกรุงเกษม ทั้ง 2 ฝั่ง ตั้งแต่แม่น้ำเจ้าพระยา ถึงแยกตัดถนนราชสีมา
  • ถนนวิสุทธิกษัตริย์ ทั้ง 2 ฝั่ง ตั้งแต่แยกบางขุนพรหม ถึงแยกวิสุทธิกษัตริย์

กปน. ขออภัยอย่างสูงในความไม่สะดวก มา ณ โอกาสนี้ โดยเบื้องต้นได้จัดรถบรรทุกน้ำ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชน พร้อมทั้งเร่งดำเนินการบริหารจัดการการสูบจ่ายน้ำโดยปรับการผันน้ำจากพื้นที่รอบข้างเข้ามาช่วยบรรเทาผลกระทบ ทั้งนี้ หากประสบปัญหาจากการใช้น้ำในพื้นที่ดังกล่าว สามารถติดต่อได้ที่ MWA Call Center “ศูนย์บริการประชาชน” โทร. 1125 ตลอด 24 ชั่วโมง.

ด่วน! การประปานครหลวง แจ้งหยุดจ่ายน้ำ 19 พื้นที่

ตรวจสอบพื้นที่ หยุดจ่ายน้ำ 19 พื้นที่ ในกรุงเทพฯ

จากเหตุการณ์ถนนทรุดตัวบริเวณหน้าโรงพยาบาลวชิรพยาบาล ส่งผลกระทบต่อการจ่ายน้ำในหลายพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร การประปานครหลวงจึงจำเป็นต้องประกาศหยุดจ่ายน้ำ 19 พื้นที่เป็นการชั่วคราว เพื่อแก้ไขปัญหาท่อประปาที่ได้รับความเสียหาย

สำหรับผู้ที่อยู่ในพื้นที่ดังกล่าว โปรดสำรองน้ำไว้ใช้ในระหว่างที่การประปาฯ ดำเนินการแก้ไข และติดตามข่าวสารจาก กปน. อย่างใกล้ชิด เพื่อทราบกำหนดการจ่ายน้ำกลับคืนปกติ

สถานการณ์เช่นนี้ อาจสร้างความไม่สะดวกให้กับหลายท่าน แต่การแก้ไขปัญหาอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพเป็นสิ่งสำคัญที่สุด เพื่อให้ระบบประปาสามารถกลับมาให้บริการได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด

ขอให้ทุกท่านอดทนและให้ความร่วมมือ เพื่อให้เราสามารถผ่านพ้นสถานการณ์นี้ไปด้วยกัน

ที่มา – ด่วน การประปานครหลวง แจ้งหยุดจ่ายน้ำ 19 พื้นที่ เหตุถนนทรุดหน้าวชิรพยาบาล

ผบ.ตร. เผยเสาเข็ม สน.สามเสน เสียหาย เร่งหาสาเหตุ

จากเหตุการณ์ถนนทรุดตัวครั้งใหญ่บริเวณหน้าโรงพยาบาลวชิระพยาบาล ถนนสามเสน สร้างความตกใจและส่งผลกระทบต่อการจราจรอย่างหนัก ล่าสุด พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ได้ออกมาเปิดเผยความคืบหน้าเกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าว โดยเฉพาะประเด็นที่น่ากังวลเกี่ยวกับความเสียหายของอาคารสถานีตำรวจนครบาลสามเสน

ผบ.ตร. เผยเสาเข็มด้านหน้าอาคาร สน.สามเสน เสียหาย 2 ต้น กำชับหาสาเหตุถนนทรุด พร้อมสั่งการด่วน 3 เรื่องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาและช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุ ถนนทรุด ครั้งนี้

เหตุการณ์ ถนนทรุด บริเวณหน้าโรงพยาบาลวชิระฯ เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2568 สร้างความเสียหายเป็นบริเวณกว้าง มีหลุมขนาดใหญ่เกิดขึ้น รถยนต์ของ สน.สามเสน ตกลงไปในหลุม เสาไฟฟ้าหักโค่น ส่งผลให้การจราจรในบริเวณนั้นและพื้นที่ใกล้เคียงติดขัดอย่างหนัก

พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. กล่าวภายหลังการประชุมร่วมกับนายกรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า ได้สั่งการให้ทุกหน่วยเร่งดำเนินการใน 3 เรื่องหลัก ได้แก่

  1. อำนวยความสะดวกด้านการจราจร กำหนดเส้นทางเบี่ยง และประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบถึงเส้นทางที่ควรหลีกเลี่ยง โดยประสานงานกับกรุงเทพมหานครอย่างใกล้ชิด
  2. สำรวจความเสียหายของอาคาร สน.สามเสน และที่พักอาศัยของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ ถนนทรุด โดยได้ประสานงานกับ รฟม. และบริษัทผู้ก่อสร้างรถไฟฟ้าใต้ดินเพื่อประเมินความเสียหายเบื้องต้น พบว่าเสาเข็มด้านหน้า สน. ได้รับความเสียหาย 2 ต้น
  3. สอบสวนหาสาเหตุของการเกิด ถนนทรุด และดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมาย รวมถึงประสานงานกับผู้อำนวยการโรงพยาบาลวชิระฯ เพื่ออำนวยความสะดวกและช่วยเหลือในสิ่งที่โรงพยาบาลร้องขอ

ผบ.ตร. เผยเสาเข็มด้านหน้าอาคาร สน.สามเสน เสียหาย 2 ต้น กำชับหาสาเหตุถนนทรุด

การที่เสาเข็มของ สน.สามเสน ได้รับความเสียหาย ย่อมเป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะส่งผลต่อความมั่นคงแข็งแรงของอาคาร หากปล่อยทิ้งไว้อาจเป็นอันตรายต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปฏิบัติงานและประชาชนที่มาติดต่อราชการได้ ดังนั้น การเร่งตรวจสอบและแก้ไขจึงเป็นสิ่งจำเป็น

นอกจากนี้ การหาสาเหตุที่แท้จริงของการเกิด ถนนทรุด ก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอย และเพื่อให้สามารถวางมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ความเสียหายของ สน. สามเสน

สถานการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจให้เราตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลรักษาโครงสร้างพื้นฐานของเมือง การตรวจสอบและบำรุงรักษาอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุและสร้างความปลอดภัยให้กับประชาชนได้

เหตุการณ์ ถนนทรุด ครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อหลายภาคส่วน ทั้งประชาชนที่ต้องเผชิญกับปัญหาการจราจร เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ต้องทำงานในสภาวะที่ไม่ปลอดภัย และโรงพยาบาลที่ต้องรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉิน ดังนั้น การแก้ไขปัญหาอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด

นอกจากนี้ ภาครัฐและเอกชนควรหันมาร่วมมือกันในการพัฒนาและปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานของเมืองให้มีความแข็งแรงและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีกในอนาคต ความปลอดภัยของประชาชนต้องมาเป็นอันดับแรกเสมอ

ที่มา – ผบ.ตร.เผยเสาเข็มด้านหน้าอาคาร สน.สามเสน เสียหาย 2 ต้น กำชับหาสาเหตุถนนทรุด

“อนุทิน” สั่งเร่งสอบ ถนนทรุดตัวเร็วที่สุด รฟม.รับผิดชอบ

“นายกฯ อนุทิน” สั่งหาสาเหตุดินทรุดตัวให้เร็วที่สุด ให้ รฟม. สำรวจความเสียหายเตรียมเยียวยา และสำรวจแนวรถไฟฟ้าทั้งหมด “ชัชชาติ” ชี้ รัศมี 100 เมตร บริเวณ สน.สามเสน ยังอันตราย ขณะที่ รฟม. น้อมรับความเสียหาย รพ.วชิระ ยัน ผู้ป่วยในยังให้บริการตามปกติ

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 24 กันยายน 2568 ที่โรงพยาบาลวชิรพยาบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน ถึงกรณีการ“อนุทิน” สั่งเร่งสอบถนนทรุดตัวเร็วที่สุด สามเสน หน้าบริเวณโรงพยาบาลวชิรพยาบาล ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างรถไฟฟ้าใต้ดินสายสีม่วงใต้ ว่า เหตุการณ์ดังกล่าวไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บแต่เป็นการเสียหายจากทรัพย์สิน คาดว่าการทรุดตัวจะหยุดอยู่เพียงเท่านี้ ส่วนบริเวณตรงกลางถนนที่เป็นการก่อสร้างรถไฟฟ้าใต้ดินจะเป็นโครงสร้างคอนกรีตที่รับการสไลด์ได้อยู่แล้ว แต่ที่น่าเป็นห่วงตอนนี้ก็คืออาคารของสถานีตำรวจนครบาลสามเสน ที่เสาเข็ม ทรุดลงไปประมาณ 2-3 ต้น ซึ่งขณะนี้ได้อพยพผู้คนออกจากอาคารเหล่านี้หมดแล้ว ในเรื่องของความปลอดภัยของชีวิตได้ควบคุมไว้หมดแล้ว จากนี้ไปในเรื่องของด้านเทคนิคจะมอบหมายให้นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครที่มีความรู้ด้านวิศวกรชี้แจงเรื่องรายละเอียดต่อไป

ส่วนโรงพยาบาลวชิรพยาบาลอยู่ในสังกัด กทม. โดยจะขอให้ปิดโรงพยาบาล 1-2 วันนี้ก่อนและประสานโรงพยาบาลในเครือข่ายเชื่อมต่อกับโรงพยาบาลในกรุงเทพฯซึ่งมั่นใจว่าสามารถรองรับและให้บริการผู้ป่วยได้โดยที่ไม่มีอุปสรรคใดๆ

เมื่อถามว่าเรื่องที่เกิดขึ้นจะต้องมีเจ้าภาพในการดูแลทั้งหมดหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่าความเสียหายส่วนใหญ่เกิดขึ้นในเรื่องทรัพย์สิน ทางหน่วยงานหลักคือ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ก็จะต้องเป็นคนที่รวบรวมความเสียหายต่างๆ และไล่ทอดไปว่าใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ เบื้องต้นต้องไปดูว่าเกิดจากอะไร เกิดจากการก่อสร้างการออกแบบหรือจากธรรมชาติ โดยจะต้องมีทีมงานต่างๆ เข้ามา คงต้องกลับไปใช้ในรูปแบบเหมือนตอนที่ตึกสตง. ถล่ม ที่จะต้องมีการระดมกำลังกัน ซึ่งจะต้องมีการเคลียร์พื้นที่ให้กลับมาสู่สภาพเดิมให้เร็วที่สุด และจะต้องเยียวยาผู้เสียหาย ที่เป็นเรื่องของรถยนต์ที่ตกลงไป รวมถึงเรื่องของการพิสูจน์ว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นจากอะไร ที่ตอนนี้ยังไม่สามารถบอกได้ แต่ยืนยันได้ว่าเป็นเรื่องของการผิดพลาดแน่นอน เรื่องนี้เป็นเรื่องของวิศวกรรมศาสตร์ล้วนๆ ที่จะต้องหาสาเหตุให้ได้

เมื่อถามว่ากรณีดินไหลเข้ารถไฟฟ้าเรื่องของการผิดพลาดทางวิศวกรรมใช่หรือไม่ นายอนุทินระบุว่าตอนนี้ยังอยู่ในขั้นตอนของการสันนิษฐานซึ่งต้องไปขยายผลว่ามันเริ่มมาจากอะไร ที่เมื่อช่วงเช้าจุดเริ่มคือคนเห็นว่ามีน้ำเอ่อขึ้นมาบนพื้นถนนซึ่งเป็นความผิดปกติ แล้วจากนั้นก็มีการยุบตัวและทรุดตัว จึงต้องไล่ขยายผลไปเรื่อยๆว่าเกิดจากอะไร การถมดินของอุโมงค์ทั้ง 2 ชั้นแน่นหรือไม่ และเรื่องปริมาณน้ำที่ไหลเข้ามาไหลมาได้อย่างไร เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทางรฟม.จะต้องเร่งสำรวจแนวเส้นรถใต้ดินทั้งหมด ทั้งที่ก่อสร้างเสร็จไปแล้วและกำลังก่อสร้างอยู่ และต้องเร่งดำเนินการที่จะทำให้เกิดความปลอดภัยของประชาชนสูงสุด โดย 1-2 วันนี้จะต้องสามารถหาสาเหตุให้ได้ ส่วนเรื่องซ่อมแซมก็จะต้องให้เร็วที่สุดเพราะบริเวณนี้จะต้องใช้งานต่อไป

“ตอนนี้ถ้าถามทางด้านเทคนิคยังไม่มีใครฟันธงได้จึงต้องขอลงไปในรายละเอียด โดยทางกรมโยธาธิการและผังเมืองจะต้องเป็นเจ้าภาพในการรวบรวมนักวิชาการผู้มีความรู้ทางด้านเทคนิคต่างๆรวมถึงแสวงหาความร่วมมือกับหน่วยงานที่มีเทคโนโลยีเจาะอุโมงค์ ซึ่งสิ่งสำคัญที่สุดคือการ“อนุทิน” สั่งเร่งสอบถนนทรุดตัวเร็วที่สุดก่อน”

ด้านนายชัชชาติ กล่าวว่าเมื่อช่วงเช้าได้มีการสั่งการให้ปิดน้ำเนื่องจากท่อประปาแตกทำให้ดินสไลด์ตัวมากขึ้นรวมถึงให้การไฟฟ้านครหลวงมาตัดไฟ ไม่เช่นนั้นเสาไฟอาจจะไปดึงที่อื่นล้ม ขณะที่ทางรฟม.ต้องเร่งอุดอุโมงค์เพื่อให้หยุดการสไลด์และสามารถถมดินเพื่อให้เร่งกลับมาใช้งานได้ ส่วนกรมโยธาธิการและผังเมืองและกรุงเทพมหานครต้องประเมินอาคารโดยรอบซึ่งขณะนี้กำลังดำเนินการประเมินอยู่ ยืนยันว่าทางโรงพยาบาลวชิรพยาบาลไม่ได้มีความกังวลเพราะมีกำแพงกั้นอยู่ จึงหยุดให้การบริการผู้ป่วยนอกก่อนเพื่อหยุดการเดินทางของประชาชนมาในพื้นที่ ส่วนผู้ป่วยในยังอยู่ได้ ส่วนฝ่ายตรงข้ามที่เป็นสถานีตำรวจยังเป็นจุดอันตรายต้องมีการควบคุมเพื่อไม่ให้ประชาชนเข้ามาในรัศมีประมาณ 100 เมตรจากจุดเกิดเหตุ แต่สิ่งที่ต้องเฝ้าระวังต่อคือเรื่องฝน หากมีฝนเข้ามาอาจจะทำให้ดินมีการสไลด์มากขึ้นโดยให้ทางสำนักระบายน้ำเตรียมเครื่องมือรองรับเรียบร้อยแล้ว ที่คาดว่าน่าจะมีฝนตกเกิดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 28- 29 กันยายน นี้

ขณะที่ นายกาจผจญ อุดมธรรมภักดี ผู้ว่าการ รฟม.กล่าวว่า ที่เกิดเหตุเป็นการก่อสร้างรถไฟฟ้าใต้ดินสายสีม่วงใต้ บริเวณสถานีโรงพยาบาลวชิรพยาบาลซึ่งเป็นอุโมงค์รถไฟฟ้าใต้ดินที่มุ่งหน้าไปทางอาคารรัฐสภาซึ่งเป็นอุโมงค์ซ้อนกัน 2 ชั้น โดยอุโมงค์ชั้นบนลึกประมาณ 15 เมตร และชั้นล่างอยู่ประมาณ 20 เมตรเศษ โดยสาเหตุที่เกิดขณะนี้ รฟม. และภาควิชาการ อยู่ระหว่างการตรวจสอบสาเหตุที่เกิดขึ้น แต่จากข้อเท็จจริง คือ มีการเคลื่อนตัว ซึ่งคาดว่าเกิดจากน้ำใต้ดินและดินที่มีการเคลื่อนตัวในอุโมงค์ชั้นล่าง ทำให้รอยต่อระหว่างตัวอุโมงค์และผนังสถานีมีการเคลื่อนตัว ส่งผลให้ดินมีทรุดตัวลงไป และดินบางส่วนพร้อมกับน้ำที่บริเวณท่อประปาหลักหักด้วย ทำให้น้ำและดินไหลเข้าไปบริเวณสถานีบางส่วน โดยขณะนี้ทาง รฟม. กำลังเร่งหยุดการเคลื่อนตัวของดินทั้งหมด และจะรีบคืนสภาพโดยเร็วที่สุด ทั้งนี้ ความเสียหายที่เกิดขึ้น รฟม. รับผิดชอบทั้งหมด

ด้านผศ.นพ.จักราวุธ มณีฤทธิ์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล กล่าวว่า ขณะนี้ รพ.วชิระ หยุดให้บริการเฉพาะในส่วนผู้ป่วยนอก 2 วัน คือ วันที่ 24-25 ก.ย. 68 แต่ในส่วนของผู้ป่วยฉุกเฉินและผู้ป่วยใน ยังคงให้บริการตามปกติ ส่วนในเรื่องการตัดไฟฟ้าของ กฟน. ไม่มีผลกระทบ เพราะโรงพยาบาลมีระบบไฟฟ้าสำรองเพียงพอ สำหรับในส่วนของเรื่องน้ำก็ได้รับการสนับสนุนรถน้ำจากการประปานครหลวง

“อนุทิน” สั่งเร่งสอบถนนทรุดตัวเร็วที่สุด

ความคืบหน้าล่าสุดเกี่ยวกับ “อนุทิน” สั่งเร่งสอบถนนทรุดตัวเร็วที่สุด

สรุปได้ว่าเหตุการณ์“อนุทิน” สั่งเร่งสอบถนนทรุดตัวเร็วที่สุดนั้น ทาง รฟม. ได้น้อมรับผิดชอบความเสียหายทั้งหมดที่เกิดขึ้น และกำลังเร่งหาสาเหตุของการทรุดตัวอย่างละเอียด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยในอนาคต การตรวจสอบนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความปลอดภัยของประชาชนและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ

เราควรติดตามข่าวสารและความคืบหน้าของเหตุการณ์นี้อย่างใกล้ชิด เพื่อรับทราบข้อมูลที่เป็นประโยชน์และเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น

ที่มา – “อนุทิน” สั่งเร่งสอบถนนทรุดตัวเร็วที่สุด – รฟม. ขอน้อมรับความเสียหายทั้งหมด

ชัชชาติ เผยสาเหตุถนนทรุดตัว สน.สามเสน สั่ง 7 ข้อ!

จากเหตุการณ์ถนนทรุดตัว สน.สามเสน ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 24 กันยายนที่ผ่านมา สร้างความกังวลใจให้กับประชาชนในพื้นที่ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานการณ์และเปิดเผยถึงสาเหตุของถนนทรุดตัว สน.สามเสน พร้อมทั้งสั่งการมาตรการเร่งด่วนเพื่อแก้ไขปัญหาและป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้น

ชัชชาติ เผยสาเหตุถนนทรุดตัว สน.สามเสน

นายชัชชาติกล่าวว่า สาเหตุหลักของถนนทรุดตัว สน.สามเสน มาจากการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ ซึ่งบริเวณสถานีวชิรพยาบาลมีอุโมงค์เชื่อมต่อกับสถานี โดยจุดที่เกิดเหตุเป็นบริเวณที่อุโมงค์เชื่อมต่อกับสถานีพอดี ทำให้เกิดช่องว่างขนาดใหญ่ เมื่ออุโมงค์เกิดความเสียหายและมีรอยแตก ดินจึงไหลเข้าไปในอุโมงค์ ส่งผลให้ดินบริเวณโดยรอบสไลด์และยุบตัวลง นอกจากนี้ ยังมีท่อประปาขนาดใหญ่ที่แตก ทำให้น้ำไหลเข้าไปในสถานีเพิ่มความรุนแรงของปัญหา

“สถานีตำรวจอยู่ในจุดที่ไม่มีกำแพงกันดิน เมื่อดินไหลไปก็จะเห็นเสาเข็มชัดเจน” นายชัชชาติกล่าว

ถนนทรุดตัว สน.สามเสน

มาตรการเร่งด่วน 7 ข้อที่สั่งการ

เพื่อแก้ไขสถานการณ์และป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้น นายชัชชาติได้สั่งการ 7 ข้อดังนี้:

  • หยุดจ่ายน้ำในบริเวณนี้ก่อน และนำน้ำจากจุดอื่นมาจ่ายน้ำให้คนในพื้นที่
  • ให้การไฟฟ้าดูเรื่องการตัดสายไฟ เพื่อไม่ให้ดึงล้มต่อไป
  • ผู้รับเหมา และการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย ต้องดูเรื่องการไหลของดินต่อ
  • ดูสถานการณ์โดยรอบ ความปลอดภัย และทาง กทม. เป็นผู้รับผิดชอบประเมินสถานการณ์
  • สั่งให้มอนิเตอร์ติดตั้งกล้อง CCTV รอบพื้นที่ และติดตั้งตัวเคลื่อนการเคลื่อนที่ของดิน เพื่อให้รู้ว่าอะไรอันตราย
  • ประเมินอาคารโดยรอบอาคารใหญ่ เพื่อให้ความมั่นใจว่าจะเปิดให้บริการได้อย่างไร
  • เรื่องการจราจร ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ประสานงานกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง

นอกจากนี้ ยังได้มีการจัดตั้งวอร์รูมเพื่อประเมินสถานการณ์และติดตามความคืบหน้าอย่างใกล้ชิด โดยมีผู้อำนวยการเขตและรองปลัด กทม. เป็นผู้อำนวยการเหตุการณ์

นายชัชชาติ เน้นย้ำว่า สิ่งสำคัญที่สุดในขณะนี้คือการอุดปิดรูที่ทำให้ดินไหลลงไปในอุโมงค์ ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือจากผู้รับเหมาและ รฟม. ในการหาทางแก้ไข นอกจากนี้ ยังต้องเฝ้าระวังเรื่องฝนตกที่อาจชะล้างดินเพิ่มเติม และหาวิธีป้องกันไม่ให้ดินไหลลงไปในช่อง

รัศมีความลึกที่ต้องเฝ้าระวังคือประมาณ 100 เมตร เนื่องจากหลุมลึกถึง 50 เมตร อาคารโดยรอบที่ไม่มีกำแพงกันดินยังถือว่าเป็นจุดอันตรายที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ โดยเฉพาะบริเวณสถานีตำรวจที่เห็นเสาเข็มอย่างชัดเจน

ในส่วนของโรงพยาบาลวชิรพยาบาล แม้จะมีกำแพงกันดินที่แข็งแรง แต่เพื่อความปลอดภัยจึงได้สั่งปิดให้บริการผู้ป่วยนอกเป็นการชั่วคราว โดยผู้ป่วยนอกสามารถเข้ารับบริการที่โรงพยาบาลอื่นแทนได้ ส่วนผู้ป่วยในยังคงให้บริการตามปกติ

ถนนทรุดตัว สน.สามเสน

เหตุการณ์ถนนทรุดตัว สน.สามเสน ครั้งนี้เป็นบทเรียนสำคัญที่ต้องนำไปพิจารณาในการก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่ในอนาคต การวางแผนและการป้องกันความเสี่ยงอย่างรอบคอบเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ขึ้นอีก

ที่มา – ชัชชาติ เผยสาเหตุถนนทรุดตัว สน.สามเสน มองเห็นเสาเข็ม สั่งการ 7 ข้อ-ตั้งวอร์รูม

กรวีร์ชี้ ถนนทรุดต้องรอนายกฯ อนุทิน ตรวจสอบ

จากกรณีถนนทรุดที่เกิดขึ้นใจกลางกรุงเทพฯ นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส. พรรคภูมิใจไทย ได้ออกมาแสดงความคิดเห็น โดยเน้นย้ำว่าเหตุการณ์ถนนทรุดดังกล่าวไม่ควรเกิดขึ้น และต้องรอให้นายกรัฐมนตรี “อนุทิน” ลงพื้นที่สำรวจก่อนเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2568 นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส. พรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีถนนสามเสนทรุด บริเวณด้านหน้าโรงพยาบาลวชิรพยาบาล ว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกระทรวงคมนาคมและกรุงเทพมหานคร ต้องเข้ามาตรวจสอบว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะในมุมของประชาชนนั้นเกิดความไม่สบายใจอย่างมาก หลังจากที่เคยเห็นเหตุการณ์ถนนพระราม 2 ทรุดมาก่อนแล้ว และไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์ทำนองเดียวกันขึ้นอีกในกรุงเทพฯ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง ขณะเดียวกัน สาเหตุของถนนทรุดในครั้งนี้ยังไม่ทราบแน่ชัด แต่ในมุมมองของประชาชนทั่วไป เหตุการณ์เช่นนี้ไม่ควรเกิดขึ้นอย่างแน่นอน จะต้องมีมาตรการป้องกันและรักษาความปลอดภัยในระหว่างการก่อสร้าง และควรมีมาตรฐานการก่อสร้างที่เข้มงวดอยู่แล้ว

“เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญที่ต้องเร่งแก้ไข เพราะส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยในการสัญจรของประชาชน และยังสร้างความกังวลใจให้กับผู้ที่อาศัยอยู่ในบริเวณใกล้เคียง” นายกรวีร์กล่าว

ส่วนประเด็นที่ว่า จะต้องมีการทบทวนโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าใต้ดินในกรุงเทพฯ หรือไม่ เนื่องจากระบบชั้นดินของกรุงเทพฯ เริ่มมีปัญหา นายกรวีร์ กล่าวว่า หากเป็นถนนของกระทรวงคมนาคม พื้นที่ของกรุงเทพมหานคร หรือของกระทรวงมหาดไทย จะต้องมีการสำรวจกรณีอื่นๆ ในพื้นที่อื่นๆ ด้วย เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำรอย หากเป็นปัญหาโครงสร้างดิน จะต้องพิจารณาว่าในอนาคต การก่อสร้างโครงการลักษณะนี้ จะมีการกำหนดมาตรฐานต่างๆ เพิ่มเติมอย่างไร เพื่อให้มั่นใจในความปลอดภัยอย่างสูงสุด ซึ่งหากนายกรัฐมนตรีได้ลงพื้นที่พร้อมกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ก็จะได้รับทราบรายละเอียดและข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างแน่นอน

กรวีร์ชี้ ถนนทรุดต้องรอนายกฯ อนุทิน ตรวจสอบ

มาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาถนนทรุด

นายกรวีร์ยังกล่าวถึงมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาถนนทรุด ว่า ผู้รับเหมาจะต้องหาวิธีการและมาตรการป้องกันที่เหมาะสม เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีกในอนาคต นอกจากนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องตรวจสอบและดูแลโครงสร้างพื้นฐานอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้มั่นใจว่ามีความปลอดภัยและแข็งแรง

ความสำคัญของการตรวจสอบพื้นที่ก่อนการก่อสร้าง

“การตรวจสอบสภาพชั้นดินและโครงสร้างพื้นฐานก่อนการก่อสร้างใดๆ เป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต” นายกรวีร์กล่าวเสริม

ปัญหาถนนทรุดที่เกิดขึ้นนี้ เป็นสัญญาณเตือนให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องหันมาใส่ใจและให้ความสำคัญกับการดูแลรักษาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศอย่างจริงจัง เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนทุกคน

  • ตรวจสอบสภาพชั้นดินอย่างละเอียดก่อนการก่อสร้าง
  • กำหนดมาตรฐานการก่อสร้างที่เข้มงวด
  • ดูแลรักษาโครงสร้างพื้นฐานอย่างสม่ำเสมอ
  • มีมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

การแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน เพื่อให้มั่นใจว่ากรุงเทพมหานครและประเทศไทยของเรา จะเป็นเมืองที่ปลอดภัยและน่าอยู่สำหรับทุกคน

อย่างไรก็ตาม การแก้ไขปัญหาระยะยาวและการป้องกันอนาคตถือเป็นสิ่งสำคัญยิ่งกว่า การลงทุนในการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อปรับปรุงวิธีการก่อสร้างและบำรุงรักษาถนน ควบคู่ไปกับการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด และการส่งเสริมความตระหนักรู้ของประชาชนเกี่ยวกับความปลอดภัยทางถนน จะช่วยลดความเสี่ยงของอุบัติเหตุและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากปัญหาถนนทรุดได้

ที่มา – “กรวีร์” ชี้ เรื่องถนนทรุด ต้องรอนายกฯ “อนุทิน” ลงพื้นที่สำรวจก่อน

Scroll to top