ถนนทรุด วันนี้

“พิพัฒน์” ลงดูถนนทรุด คืนจราจร 8 ต.ค.

“พิพัฒน์” ลงดูถนนทรุด เทปูนแล้ว 1,200 คิว หากไม่มีอุปสรรคคืนผิวจราจร 8 ต.ค.

เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2568 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานการณ์ถนนทรุดตัวบริเวณถนนสามเสน หน้าที่โรงพยาบาลวชิรพยาบาล ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่สร้างความกังวลให้กับประชาชนในพื้นที่กรุงเทพมหานครมาอย่างต่อเนื่อง “พิพัฒน์” ลงดูถนนทรุด เทปูนแล้ว 1,200 คิว หากไม่มีอุปสรรคคืนผิวจราจร 8 ต.ค. เป็นข่าวดีที่หลายคนเฝ้ารอ โดยการลงพื้นที่ครั้งนี้มาพร้อมกับผู้เชี่ยวชาญ เพื่อติดตามความคืบหน้าและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ที่ทำงานอย่างหนัก

“พิพัฒน์” ลงดูถนนทรุด เทปูนแล้ว 1,200 คิว หากไม่มีอุปสรรคคืนผิวจราจร 8 ต.ค.

จากข้อมูลล่าสุด นายพิพัฒน์ยืนยันว่าการซ่อมแซมกำลังดำเนินไปอย่างราบรื่น ทุกอย่างเป็นไปตามแผนที่วางไว้ โดยไม่พบอุปสรรคใหญ่ที่อาจชะลอความคืบหน้า ปัจจุบันมีการเทปูนคอนกรีตแล้วกว่า 1,200 คิว ซึ่งมีระดับความสูงประมาณ 5 เมตร และกำลังรอให้วัสดุเซ็ตตัวอย่างสมบูรณ์ หากไม่มีฝนตกหนักหรือปัญหาอื่นๆ คาดว่าจะสามารถคืนพื้นผิวการจราจรให้ประชาชนได้ในวันที่ 8 ตุลาคม 2568 นี้ อย่างไรก็ตาม อาจมีการเลื่อนออกไป 1-2 วันหากสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวย

นายพิพัฒน์ได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเน้นย้ำเรื่องความปลอดภัยเป็นอันดับแรก ทั้งสำหรับเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานและประชาชนรอบพื้นที่ นอกจากนี้ ยังมีการติดตั้งกล้องวงจรปิดเพื่อตรวจจับการเคลื่อนไหวของอาคารใกล้เคียงกว่า 10 จุด รวมถึงฝั่งโรงพยาบาลวชิรพยาบาลและสถานีตำรวจนครบาลสามเสน จากการตรวจสอบพบว่าอาคารสถานีตำรวจมีการเคลื่อนตัวเล็กน้อย แต่ไม่กระทบต่อโครงสร้างโดยรวม ทำให้สถานการณ์โดยรวมยังคงนิ่ง

ขั้นตอนการซ่อมแซมและป้องกันดินสไลด์

นายกาจผจญ อุดมธรรมภักดี ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่าทีมงานมีการทบทวนแผนการดำเนินงานทุกวัน และปรับเปลี่ยนขั้นตอนตามสถานการณ์จริง โดยขณะนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนการเคลื่อนย้ายวัสดุที่ตกค้างในหลุมออกมา คาดว่าจะใช้เวลา 4-5 วันสำหรับการถมทรายซีเมนต์ ควบคู่ไปกับการพ่นปูนหนา 10 เซนติเมตร เพื่อเสริมความแข็งแรงด้านข้างของอาคารสถานีตำรวจนครบาลสามเสน ป้องกันการสไลด์ของดินที่อาจเกิดขึ้นเพิ่มเติม

ผศ.ดร.ธเนศ วีระศิริ ที่ปรึกษาภัยพิบัติสภาวิศวกร กล่าวเพิ่มเติมว่าสถานการณ์ในพื้นที่คงที่มาประมาณ 2 วัน หากยังคงนิ่งแบบนี้และไม่มีฝน ก็จะทำให้ทุกอย่างเป็นไปตามกำหนดการ โดยจะมีการเสริมเสาเข็มที่ขาดหายไปจากเหตุถนนทรุด จากนั้นจึงถมพื้นที่กลับสู่สภาพเดิม การพ่นปูนใต้ฐานอาคารยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพความแข็งแรงของผนังดินอีกด้วย

ในวันดังกล่าว เจ้าหน้าที่ใช้เครนขนาดใหญ่ 3 ตัวในการทำงาน โดยแบ่งหน้าที่ชัดเจน เครนตัวแรกติดตั้งกระเช้าสำหรับพ่นปูนใต้ฐานอาคาร ขณะที่อีก 2 ตัวใช้ตัดสายสื่อสารและเสาไฟฟ้าที่ล้ม รวมถึงเคลื่อนย้ายวัสดุหนักขึ้นมา การทำงานแบบนี้แสดงให้เห็นถึงความเป็นมืออาชีพและการประสานงานที่แน่นหนา

  • เทปูนคอนกรีตกว่า 1,200 คิว รอเซ็ตตัว
  • ถมทรายซีเมนต์และพ่นปูนป้องกันดินสไลด์
  • ติดตั้งกล้องตรวจจับการเคลื่อนไหว
  • เสริมเสาเข็มและคืนพื้นผิวถนน

เหตุการณ์ถนนทรุดครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นบททดสอบสำหรับหน่วยงานรัฐ แต่ยังสะท้อนถึงความสำคัญของการบำรุงรักษาโครงสร้างพื้นฐานในเมืองใหญ่ การลงพื้นที่ของนายพิพัฒน์ช่วยสร้างความมั่นใจให้ประชาชนว่าปัญหาจะได้รับการแก้ไขอย่างรวดเร็วและถาวร

ในฐานะที่ติดตามข่าวสารด้านโครงสร้างพื้นฐานมาโดยตรง ผมเชื่อว่าการซ่อมแซมครั้งนี้จะเป็นตัวอย่างที่ดีสำหรับการจัดการภัยพิบัติในอนาคต หากคุณอาศัยใกล้เคียงพื้นที่ แนะนำให้ติดตามประกาศจากหน่วยงานอย่างใกล้ชิดเพื่อความปลอดภัย

ที่มา – “พิพัฒน์” ลงดูถนนทรุด เทปูนแล้ว 1,200 คิว หากไม่มีอุปสรรคคืนผิวจราจร 8 ต.ค.

คาดเสร็จวันนี้เทคอนกรีต-ตัดสายไฟถนนทรุดหน้า สน.สามเสน

คาดเสร็จวันนี้ “เทคอนกรีต-ตัดสายไฟ” เหตุถนนทรุด หน้า สน.สามเสน แห่งใหม่

เหตุการณ์ถนนทรุดตัวบริเวณหน้า สน.สามเสน แห่งใหม่ สร้างความกังวลให้กับประชาชนในพื้นที่กรุงเทพมหานครเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะจุดที่เกิดจากโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าใต้ดินสายสีม่วงใต้ ช่วงสัญญาที่ 1 ใกล้โรงพยาบาลวชิรพยาบาล ล่าสุด ผศ.ดร.ธเนศ วีระศิริ ที่ปรึกษาสภาวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ได้เปิดเผยแนวทางการแก้ไขปัญหานี้ โดยคาดว่าในวันนี้ (26 กันยายน 2568) จะสามารถดำเนินการเทคอนกรีตและตัดสายไฟได้เสร็จสิ้น เพื่อฟื้นฟูความมั่นคงของพื้นที่

คาดเสร็จวันนี้ “เทคอนกรีต-ตัดสายไฟ” เหตุถนนทรุด หน้า สน.สามเสน แห่งใหม่

ตั้งแต่เช้าวันนี้ เวลาประมาณ 09.00 น. เจ้าหน้าที่ได้เริ่มทยอยเทคอนกรีตลงไปในหลุมขนาดใหญ่ที่เกิดจากการทรุดตัวของดิน โดยใช้ปริมาณคอนกรีตกว่า 1,000 ลูกบาศก์เมตร เพื่อปรับระดับพื้นให้สูงขึ้นประมาณ 2 เมตร ซึ่งถือเป็นขั้นตอนสำคัญในการสร้างฐานรากที่มั่นคง ก่อนหน้านี้ในวันวานได้มีการเทคอนกรีตอุดรูรั่วในหลุมเพื่อป้องกันการเคลื่อนตัวของดิน และแม้ว่าคอนกรีตบางส่วนจะไหลเข้าไปในช่องอุโมงค์ แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาเพราะช่วยบล็อกน้ำไม่ให้ไหลเข้าไปในอุโมงค์ได้

การทำงานของทีมเจ้าหน้าที่เป็นไปอย่างรวดเร็วและตามแผนที่วางไว้ โดยคาดว่าจะสามารถเทคอนกรีตให้เสร็จสิ้นภายในวันนี้ จากนั้นจะรอให้คอนกรีตแห้งประมาณ 30 นาที แล้วจึงวางกระสอบทรายและถมดินให้สูงใกล้เคียงกับระดับดินใต้ท้องอาคาร สน.สามเสน แห่งใหม่ ซึ่งจะช่วยเพิ่มความมั่นคงและความปลอดภัยให้กับตัวอาคารได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การสนับสนุนเทคโนโลยีในการแก้ไขปัญหาถนนทรุดหน้า สน.สามเสน

นอกจากการเทคอนกรีตแล้ว ยังมีการนำเทคโนโลยีขั้นสูงมาช่วยในการตรวจสอบและแก้ไขปัญหา โดยได้รับการสนับสนุนเครื่องวัดความลาดเอียงของตัวอาคารจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ที่นำเครื่อง 3D Scan ซึ่งเป็นเครื่องเก็บรายละเอียดภูมิประเทศด้วยแสงเลเซอร์แบบอัตโนมัติ ความละเอียดสูง มาติดตั้งในพื้นที่ ทำให้สามารถเห็นสภาพแวดล้อมโดยรอบได้ชัดเจน รวมถึงตรวจสอบความลาดเอียงและการทรุดตัวของอาคารได้อย่างแม่นยำ

ส่วนประเด็นที่น่ากังวลคือฝนที่อาจจะตกในกรุงเทพฯ เจ้าหน้าที่ได้เตรียมมาตรการป้องกันไว้แล้ว โดยใช้กระสอบทรายวางเบี่ยงทางน้ำให้ไหลไปทิศทางอื่น ไม่ให้ไหลเข้าหลุม ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงจากน้ำฝนที่อาจทำให้ปัญหารุนแรงขึ้น

อีกหนึ่งความท้าทายคือการตัดสายไฟที่ยาวประมาณ 12-15 เมตร ซึ่งดึงรั้งตัวอาคาร สน.สามเสน ไว้ทั้งสองฝั่ง โดยเฉพาะบริเวณรอยร้าวที่ฐานราก เจ้าหน้าที่จึงต้องใช้เทคนิคพิเศษในการทำให้สายไฟหย่อนก่อน แล้วค่อยตัดออก เพื่อป้องกันแรงดีดที่อาจกระทบต่อโครงสร้างอาคาร โดยจะต้องดึงรั้งสายไฟไว้ก่อนตัดทั้งชุด เพื่อหลีกเลี่ยงการสะบัด และรีบดำเนินการก่อนฝนจะตก

  • เทคอนกรีต 1,000 ลูกบาศก์เมตร เพื่อปรับระดับฐาน
  • วางกระสอบทรายและถมดินให้สูงใกล้เคียงระดับอาคาร
  • ใช้เครื่อง 3D Scan ตรวจสอบความลาดเอียง
  • ป้องกันน้ำฝนด้วยกระสอบทรายเบี่ยงทาง
  • ตัดสายไฟอย่างปลอดภัยด้วยเทคนิคพิเศษ

ปัญหาถนนทรุดตัวเช่นนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานในเมืองใหญ่ โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ ที่มีโครงการรถไฟฟ้าใต้ดินหลายสาย หากไม่มีการวางแผนและแก้ไขอย่างรวดเร็ว อาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของประชาชนและโครงสร้างอาคารใกล้เคียงได้ ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้าน SEO ผมเชื่อว่าการติดตามข่าวสารล่าสุดและข้อมูลที่ถูกต้องจะช่วยให้ประชาชนตระหนักและเตรียมตัวได้ดีขึ้น หากคุณอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียง แนะนำให้หลีกเลี่ยงเส้นทางดังกล่าวชั่วคราว จนกว่าการซ่อมแซมจะเสร็จสิ้น เพื่อความปลอดภัยของทุกคน

ที่มา – คาดเสร็จวันนี้ “เทคอนกรีต-ตัดสายไฟ” เหตุถนนทรุด หน้า สน.สามเสน แห่งใหม่

รพ.วชิรพยาบาล เปิดให้บริการตามปกติ ตั้งแต่ 26 ก.ย. แนะวางแผนการเดินทาง

รพ.วชิรพยาบาล เปิดให้บริการตามปกติ ตั้งแต่ 26 ก.ย. แนะวางแผนการเดินทาง

หลังจากเหตุการณ์ถนนสามเสนทรุดตัวเมื่อไม่นานมานี้ ส่งผลกระทบต่อการเดินทางไปยังโรงพยาบาลวชิรพยาบาล (รพ.วชิรพยาบาล) ทำให้หลายคนกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยและการให้บริการ ล่าสุดมีข่าวดีสำหรับผู้ป่วยและญาติ เมื่อ รพ.วชิรพยาบาล เปิดให้บริการตามปกติ ตั้งแต่ 26 ก.ย. แล้ว หลังจากทีมงานตรวจสอบโครงสร้างอาคารและระบบการรักษาพยาบาลอย่างละเอียด พบว่าทุกอย่างปลอดภัยและพร้อมรับผู้ป่วยทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นผู้ป่วยนอก คลินิกปฐมภูมิเขตเมืองวชิรพยาบาล หรือคลินิกพิเศษวชิรพยาบาล

การตรวจสอบนี้เกิดขึ้นทันทีหลังเหตุการณ์ถนนทรุด โดยคณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาลได้นำทีมวิศวกรและผู้เชี่ยวชาญมาประเมินความแข็งแรงของอาคาร รวมถึงระบบไฟฟ้า ประปา และเครื่องมือแพทย์ทั้งหมด ผลการตรวจยืนยันว่าอาคารของโรงพยาบาลยังคงมั่นคง ไม่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากเหตุการณ์ดังกล่าว ทำให้สามารถกลับมาให้บริการได้ตามปกติตั้งแต่วันที่ 26 กันยายน 2568 เป็นต้นไป ผู้ป่วยที่เลื่อนนัดมาก่อนหน้านี้สามารถกลับมาติดต่อรับบริการได้ทันที

คำแนะนำสำหรับผู้ป่วยที่ไม่มีอาการเร่งด่วน

อย่างไรก็ตาม เพื่อความสะดวกและลดความแออัด โรงพยาบาลขอความร่วมมือจากผู้ป่วยที่ไม่มีอาการรุนแรงหรือมียาเดิมเพียงพอ ให้ติดต่อเลื่อนนัดหมายผ่านหมายเลขโทรศัพท์ที่ระบุในใบนัดได้ หากเป็นผู้ป่วยที่มีอาการคงที่และต้องการรับยาต่อเนื่อง สามารถใช้บริการทางไปรษณีย์ได้ โดยเพิ่มเพื่อนทาง Line Official @v681 เพื่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือโทรติดต่อที่ 0-2244-3000 สำหรับข้อมูลอื่นๆ นอกจากนี้ ผู้ป่วยฉุกเฉินยังคงสามารถเข้ามาที่โรงพยาบาลได้ตามปกติ โดยมีทีมแพทย์พร้อมรับมือตลอด 24 ชั่วโมง

เหตุการณ์ถนนทรุดครั้งนี้ไม่เพียงแต่กระทบต่อการจราจรในย่านสามเสนเท่านั้น แต่ยังทำให้เส้นทางหลักไปโรงพยาบาลติดขัด ผู้ที่วางแผนจะเดินทางมาควรศึกษาข้อมูลล่วงหน้าเพื่อหลีกเลี่ยงความล่าช้า โดยเฉพาะในช่วง高峰จราจร แนะนำให้ใช้แอปพลิเคชันนำทางอย่าง Google Maps หรือ Waze เพื่ออัปเดตสถานการณ์แบบเรียลไทม์ นอกจากนี้ โรงพยาบาลยังคงเปิดที่จอดรถชั้นใต้ดินที่อาคารทีปังกรรัศมีโชติตามปกติ สำหรับผู้ที่ขับขี่รถยนต์ส่วนตัว

เส้นทางแนะนำสำหรับการเดินทางไป รพ.วชิรพยาบาล

เพื่อช่วยเหลือผู้เดินทาง โรงพยาบาลได้จัดทำผังเส้นทาง替代ไว้ ดังนี้:

มาจากฝั่งธนบุรี

  • ใช้สะพานกรุงธน (ซังฮี้) → เลี้ยวซ้ายเข้าถนนขาว → เลี้ยวขวาเข้าถนนสังคโลก (เปิดเป็นเดินรถสวนทาง) → เข้า รพ. ประตูสังคโลก

มาจากถนนสามเสน

  • เลี้ยวซ้ายที่แยกวชิระ → เลี้ยวขวาเข้าซอยสุโขทัย 13 → เลี้ยวซ้ายเข้าถนนสวนอ้อยซอยกลาง → เลี้ยวขวาเข้าถนนสังคโลก → เข้า รพ. ประตูสังคโลก 1

มาจากถนนสุโขทัย

  • เข้าซอยสุโขทัย 13 → เลี้ยวขวาเข้าถนนสวนอ้อยซอยกลาง → เข้าถนนสังคโลก → เข้า รพ. ประตูสังคโลก 1

มาจากถนนนครราชสีมา

  • เลี้ยวซ้ายเข้าถนนสวนอ้อยซอยกลาง → ตรงเข้าถนนสังคโลก → เลี้ยวขวาเข้า รพ. ประตูสังคโลก 1

เส้นทางเหล่านี้ถูกออกแบบมาเพื่อหลีกเลี่ยงจุดที่ถนนทรุด โดยประตูสังคโลกและประตูสังคโลก 1 จะเป็นทางเข้าหลักในช่วงนี้ ผู้ใช้ขนส่งสาธารณะสามารถใช้รถเมล์สายที่ผ่านย่านใกล้เคียง เช่น สาย 2, 3, 53 หรือ BTS สถานีสนามไชย แล้วต่อแท็กซี่หรือมอเตอร์ไซค์รับจ้าง เพื่อความรวดเร็ว

ในมุมมองของผู้เขียน การที่ รพ.วชิรพยาบาล เปิดให้บริการตามปกติ ตั้งแต่ 26 ก.ย. นี้ ถือเป็นสัญญาณที่ดี แสดงถึงความมุ่งมั่นของทีมแพทย์และเจ้าหน้าที่ในการดูแลผู้ป่วยท่ามกลางอุปสรรคจากเหตุการณ์ไม่คาดฝัน หากคุณเป็นผู้ป่วยหรือญาติที่กำลังกังวล อย่าลังเลที่จะติดต่อโรงพยาบาลเพื่อขอคำปรึกษาเพิ่มเติม การวางแผนการเดินทางล่วงหน้าจะช่วยให้คุณได้รับการรักษาที่ดีที่สุดโดยไม่ต้องเผชิญความเครียดจากจราจร

นอกจากนี้ แนะนำให้ผู้ป่วยติดตามข่าวสารจากช่องทาง官方ของโรงพยาบาล เพื่ออัปเดตข้อมูลล่าสุด หากมีเหตุการณ์คล้ายกันเกิดขึ้นในอนาคต การเตรียมตัวแต่เนิ่นๆ จะช่วยลดผลกระทบได้มาก สุดท้ายนี้ ขอให้ทุกท่านสุขภาพแข็งแรง และเดินทางปลอดภัย หากมีประสบการณ์เกี่ยวกับการใช้บริการ รพ.วชิรพยาบาล สามารถแชร์ในคอมเมนต์ได้นะครับ

ที่มา – รพ.วชิรพยาบาล เปิดให้บริการตามปกติ ตั้งแต่ 26 ก.ย. แนะวางแผนการเดินทาง

นายกฯ อนุทิน ลงพื้นที่ถนนทรุดรอบดึก คาดซ่อม 2 สัปดาห์

นายกฯ อนุทิน ลงพื้นที่ถนนทรุดรอบดึก คาดคืนพื้นผิวการจราจรใน 2 สัปดาห์

เมื่อเวลา 23.20 น. วันที่ 25 ก.ย. 2568 นายอนุทิน ชาญวีกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบความคืบหน้าถนนสามเสนที่ทรุดตัวเป็นหลุมขนาดใหญ่บริเวณหน้าโรงพยาบาลวชิรพยาบาล โดยมีนายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย พลตำรวจโทสยาม บุญสม ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล และเจ้าหน้าที่จากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ร่วมลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์นี้

นายกฯ อนุทิน ลงพื้นที่ถนนทรุด

นายกฯ อนุทิน ลงพื้นที่ถนนทรุดรอบดึก เพื่อติดตามการซ่อมแซม

นายอนุทินได้ตรวจสอบจุดเกิดเหตุอย่างละเอียดและรับฟังรายงานจากตัวแทนบริษัทรับเหมาที่รับผิดชอบพื้นที่ โดยเผยว่าการก่อสร้างกำลังเร่งคืนพื้นผิวจราจรให้เร็วที่สุด หลังจากสถานการณ์เริ่มคงที่ ก็ได้เทคอนกรีตเสริมหลายร้อยคิวเพื่ออุดรอยรั่ว ป้องกันไม่ให้ดินสไลด์หรือน้ำไหลเข้าไปในอุโมงค์อีก ซึ่งเป็นมาตรการสำคัญในการหยุดยั้งการทรุดตัวเพิ่มเติม

หากอุดรอยรั่วได้สมบูรณ์ อุโมงค์ใต้ดินก็จะไม่ทรุดลงอีก ทำให้ลดผลกระทบอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้น คาดว่าในคืนนั้น หากคอนกรีตเซ็ตตัวเสร็จและอุดรอยรั่วครบถ้วน จะนำหินคลุกทรายมาถมส่วนที่ยุบตัว เพื่อคืนพื้นผิวจราจรให้ประชาชนสัญจรได้ปกติภายใน 2 สัปดาห์

มาตรการซ่อมแซมและความปลอดภัยจากนายกฯ อนุทิน

สำหรับการซ่อมแซมส่วนล่างของถนนนั้น จะใช้วิธีการก่อสร้างตามเทคนิคเดิมที่เคยใช้สร้างถนนเส้นนี้ ซึ่งช่วยให้รถสัญจรได้โดยไม่มีปัญหา นายอนุทินเน้นย้ำว่าความกังวลหลักคือความปลอดภัยของประชาชน โดยกำชับให้แก้ไขทุกจุดที่มีความเสี่ยง แม้เพียง 1% ก็ต้องทำให้เป็น 0% เพราะไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าชีวิตผู้สัญจร

  • เทคอนกรีตอุดรอยรั่วเพื่อป้องกันดินสไลด์
  • ถมหินคลุกทรายคืนพื้นผิวถนน
  • ตรวจสอบอุโมงค์ใต้ดินให้มั่นคง
  • ทำงานทั้งวันทั้งคืนเพื่อเร่งคืนการจราจร
การซ่อมถนนสามเสน

เหตุการณ์นี้ถือว่าโชคดีที่ไม่มีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต แต่ต้องตื่นตัวมากขึ้นเพื่อป้องกันในอนาคต โดยเฉพาะส่วนนอกกำแพงกันดินที่อาจเสี่ยง นายอนุทินขอบคุณนายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ วิศวกรผู้เชี่ยวชาญที่อธิบายสถานการณ์ชัดเจน พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบกว้าง 30×30 เมตร ลึก 20 เมตร ปริมาณดินถมไม่เกิน 15,000 คิว ซึ่งไม่มาก และผู้รับเหมาจะเร่งทำงาน

จากผู้จัดการโครงการยืนยันว่าการคืนพื้นผิวจะไม่เกิน 2 สัปดาห์ โดยไม่กังวลฝนตกเพราะคอนกรีตเซ็ตตัวแล้ว ป้องกันความเสี่ยงได้ดี นี่เป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องจากผู้เชี่ยวชาญ

นายกฯ อนุทิน ลงพื้นที่ถนนทรุดรอบดึก แสดงถึงความรับผิดชอบต่อประชาชน สถานการณ์นี้เตือนใจให้ภาครัฐและเอกชนร่วมมือกันดูแลโครงสร้างพื้นฐานให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น หากคุณอาศัยในพื้นที่ใกล้เคียง แนะนำให้ติดตามข่าวสารและหลีกเลี่ยงเส้นทางที่กำลังซ่อมแซมเพื่อความปลอดภัย

ที่มา – “นายกฯ อนุทิน” ลงพื้นที่ถนนทรุดรอบดึก คาดคืนพื้นผิวการจราจรใน 2 สัปดาห์

เดินเครื่อง! เทปูนปิดรอยรั่วอุโมงค์ถนนสามเสน



สถานการณ์ถนนสามเสนทรุดยังคงเป็นประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ล่าสุด ปภ. เร่งดำเนินการเดินเครื่องเทปูน 1.2 พันตัน ปิดรอยรั่วอุโมงค์ ถนนสามเสนทรุดอย่างต่อเนื่องทั้งวันทั้งคืน เพื่อให้สามารถคืนพื้นผิวจราจรให้กลับมาใช้งานได้โดยเร็วที่สุด โดยคาดว่าจะใช้เวลาในการดำเนินการประมาณ 14 วัน พร้อมกันนี้ได้มีการติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพื่อเตรียมพร้อมรับมือหากเกิดฝนตกในพื้นที่

เดินเครื่องเทปูน 1.2 พันตัน ปิดรอยรั่วอุโมงค์ ถนนสามเสนทรุด

นายสุริยชัย รวิวรรณ ผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรุงเทพมหานคร เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหาว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งเดินเครื่องเทปูน 1.2 พันตัน ปิดรอยรั่วอุโมงค์ ถนนสามเสนทรุดอย่างต่อเนื่อง โดยจะมีการเทปูนซีเมนต์ลงไปทับกระสอบทรายที่อยู่ด้านล่าง เพื่อทำการอุดรอยรั่วของอุโมงค์ ซึ่งคาดว่าจะมีการใช้ปูนซีเมนต์มากกว่า 500 คิว หรือประมาณ 1.2 พันตัน

ขั้นตอนการดำเนินการแก้ไขปัญหาถนนสามเสนทรุด

หลังจากที่ปูนซีเมนต์ที่เทลงไปเริ่มเซ็ตตัวแล้ว จะกลายเป็นฐานที่แข็งแรง จากนั้นก็จะมีการนำดินและทรายเข้ามาเติมให้เต็มพื้นที่ที่ทรุดตัวลงไป และอาจจะมีการเทปูนทับในชั้นบนสุดอีกครั้งหนึ่ง เพื่อทำเป็นผิวถนนสำหรับใช้สัญจรเป็นการชั่วคราว โดยคาดว่าขั้นตอนทั้งหมดนี้จะใช้เวลาประมาณ 14 วัน อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่จะมีการปรับแผนการทำงานอยู่เป็นระยะเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นหน้างาน

  • ขั้นตอนที่ 1: เทปูนซีเมนต์ 1.2 พันตันเพื่ออุดรอยรั่วของอุโมงค์
  • ขั้นตอนที่ 2: รอให้ปูนเซ็ตตัวและกลายเป็นฐานที่แข็งแรง
  • ขั้นตอนที่ 3: เติมดินและทรายให้เต็มพื้นที่
  • ขั้นตอนที่ 4: เทปูนทับด้านบนเพื่อทำผิวถนนชั่วคราว

นอกจากนี้ ผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรุงเทพมหานคร ยังกล่าวถึงการเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฝนตกที่อาจเกิดขึ้นในพื้นที่ว่า ได้มีการติดตั้งเครื่องสูบน้ำจำนวน 5 ตัว โดยรอบบริเวณพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ หากมีฝนตกลงมาจริง เครื่องสูบน้ำจะทำงานทันทีเพื่อป้องกันปัญหาน้ำท่วมขัง

การแก้ไขปัญหานี้มีความสำคัญอย่างมาก เพราะถนนสามเสนเป็นเส้นทางสัญจรหลัก หากการเดินเครื่องเทปูน 1.2 พันตัน ปิดรอยรั่วอุโมงค์ ถนนสามเสนทรุด สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี จะช่วยบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนที่ต้องใช้เส้นทางนี้ในการเดินทางได้อย่างมาก และจะช่วยให้การจราจรในบริเวณดังกล่าวกลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็ว

ถึงแม้ว่าการแก้ไขปัญหาถนนทรุดจะมีความคืบหน้าไปมาก แต่ก็ยังคงต้องติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง และให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติตามคำแนะนำ เพื่อความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกในการแก้ไขปัญหาให้เป็นไปอย่างราบรื่น

ที่มา – เดินเครื่องเทปูน 1.2 พันตัน ปิดรอยรั่วอุโมงค์ ถนนสามเสนทรุด ตั้งเครื่องสูบน้ำรอ

รพ.วชิรพยาบาล เปิดบริการผู้ป่วยนอก 26 ก.ย. 68

โรงพยาบาลวชิรพยาบาล คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล แจ้งข่าวดี! เตรียมเปิดให้บริการผู้ป่วยนอกทุกประเภทตามปกติ ตั้งแต่วันที่ 26 กันยายน 2568 เป็นต้นไป หลังจากก่อนหน้านี้เกิดเหตุการณ์ถนนทรุดตัวบริเวณด้านหน้าโรงพยาบาล ทำให้ต้องมีการปรับปรุงและตรวจสอบเพื่อความปลอดภัยของผู้ป่วยและบุคลากรทางการแพทย์

สำหรับท่านที่รอคอยการกลับมาเปิดให้บริการของโรงพยาบาลวชิรพยาบาล ตอนนี้สามารถเข้ารับการรักษาได้ตามนัดหมายเดิม หรือหากท่านมีความประสงค์จะเลื่อนนัดหมาย สามารถติดต่อโรงพยาบาลได้ตามช่องทางที่ระบุไว้ด้านล่างนี้

รพ.วชิรพยาบาล เปิดให้บริการผู้ป่วยนอกทุกประเภท

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2568 ทางโรงพยาบาลวชิรพยาบาล คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล ได้ประกาศอย่างเป็นทางการถึงการกลับมาเปิดให้บริการผู้ป่วยนอกทุกประเภท ซึ่งรวมถึงคลินิกปฐมภูมิเขตเมืองวชิรพยาบาล และคลินิกพิเศษวชิรพยาบาล เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนในพื้นที่และผู้ป่วยที่ต้องการการดูแลรักษาอย่างต่อเนื่อง

จากเหตุการณ์หลุมยุบที่เกิดขึ้นบริเวณเขตดุสิต หน้าโรงพยาบาลวชิรพยาบาล คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล ทางคณะฯ ได้ดำเนินการตรวจสอบความปลอดภัยของโครงสร้างอาคารอย่างละเอียดถี่ถ้วน รวมถึงระบบการดูแลรักษาผู้ป่วย เพื่อให้มั่นใจได้ว่าทุกอย่างอยู่ในสภาพที่พร้อมสำหรับการให้บริการ

ทางโรงพยาบาลวชิรพยาบาลจึงขอประกาศให้ทราบโดยทั่วกันว่า โครงสร้างอาคารมีความปลอดภัยอย่างแน่นอน และโรงพยาบาลเปิดให้บริการผู้ป่วยนอกทุกประเภทตามปกติ ตั้งแต่วันที่ 26 กันยายน 2568 เป็นต้นไป

รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเข้ารับบริการ

  • ขอความร่วมมือผู้ป่วยที่ไม่มีอาการเร่งด่วน หรือมียาเดิมเพียงพอ ติดต่อเลื่อนนัดหมายตามหมายเลขโทรศัพท์ที่ระบุไว้ในใบนัดของท่าน เพื่อลดความแออัดและอำนวยความสะดวกให้กับผู้ป่วยที่มีความจำเป็นต้องได้รับการรักษาเร่งด่วน
  • สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการคงที่และต้องการรับยาต่อเนื่องทางไปรษณีย์ กรุณาเพิ่มเพื่อนใน Line Official Account: @v681 เพื่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและดำเนินการตามขั้นตอนที่เจ้าหน้าที่แนะนำ

หากท่านมีข้อสงสัยเพิ่มเติม สามารถติดต่อสอบถามได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02-244-3000 ทางโรงพยาบาลยินดีให้บริการและให้ข้อมูลที่ท่านต้องการ

การกลับมาเปิดให้บริการของโรงพยาบาลวชิรพยาบาลในครั้งนี้ ถือเป็นข่าวดีสำหรับผู้ป่วยและประชาชนในพื้นที่ ที่ต้องการการดูแลรักษาสุขภาพอย่างต่อเนื่องและมีคุณภาพ ทางโรงพยาบาลมีความมุ่งมั่นที่จะให้บริการที่ดีที่สุดแก่ทุกท่าน

ทางโรงพยาบาลวชิรพยาบาลยังคงให้ความสำคัญกับมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 อย่างเคร่งครัด ขอความร่วมมือผู้เข้ารับบริการทุกท่านสวมหน้ากากอนามัย ล้างมือด้วยแอลกอฮอล์ และเว้นระยะห่างทางสังคม เพื่อความปลอดภัยของทุกท่าน

นอกจากนี้ โรงพยาบาลยังคงมุ่งมั่นที่จะพัฒนาบริการทางการแพทย์ให้ดียิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ป่วยและเป็นโรงพยาบาลชั้นนำที่ประชาชนไว้วางใจ

พวกเราหวังว่าการกลับมาเปิดให้บริการของโรงพยาบาลวชิรพยาบาลครั้งนี้ จะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนและอำนวยความสะดวกให้กับผู้ป่วยทุกท่านได้เป็นอย่างดี หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติม สามารถติดต่อโรงพยาบาลได้ตลอดเวลา

อย่าลืมตรวจสอบรายละเอียดการเข้ารับบริการและเตรียมเอกสารที่จำเป็นให้พร้อม เพื่อความสะดวกและรวดเร็วในการเข้ารับการรักษา ขอให้ทุกท่านมีสุขภาพแข็งแรง

ที่มา – รพ.วชิรพยาบาล เปิดให้บริการผู้ป่วยนอกทุกประเภท เริ่ม 26 ก.ย. 68 หลังถนนทรุดตัว

เร่งแก้ปัญหา ถนนสามเสนทรุด เทปูนปิดรั่ว ก่อนฝนซ้ำ!

เจ้าหน้าที่เร่งปรับแผนแก้ถนนสามเสนทรุด เทปูนซีเมนต์ปิดรอยรั่วในอุโมงค์ หวังให้ทันก่อนฝนตกลงมาซ้ำเติมสถานการณ์ หลังจากเจอปัญหาใหญ่ เครนไม่สามารถยกชิ้นส่วนปูนที่มีปัญหาขึ้นมาได้

เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 25 กันยายน 2568 นายสุริยชัย รวิวรรณ ผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้เปิดเผยถึงความคืบหน้าภายหลังการปรับแผนของ รฟม. ในการเร่งคืนพื้นที่บริเวณถนนทรุดตัวลึก 20 เมตร หน้าทางเข้าโรงพยาบาลวชิรพยาบาล ถนนสามเสน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงเตาปูน – ราษฎร์บูรณะ (วงแหวนกาญจนาภิเษก) โดยระบุว่า แผนเดิมที่นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร จะดำเนินการโดยใช้รถเครนและสลิงผูกกับปูนนั้น ไม่สามารถทำได้เนื่องจากชิ้นส่วนปูนติดขัดกับส่วนอื่น ๆ ในหลุมและดิน ทำให้ต้องมีการปรับแผนแก้ถนนสามเสนทรุดด้วยการเทปูนลงไป เพื่อเร่งคืนพื้นผิวจราจรและลดผลกระทบต่อประชาชน ซึ่งบริษัท ช.การช่าง เป็นผู้ตัดสินใจในเรื่องนี้

ปรับแผนแก้ถนนสามเสนทรุด

สำหรับการเทปูนลงไปนั้น มีจุดประสงค์เพื่อปิดปากหลุมที่เป็นรูรั่ว โดยจะเทเป็นแท่นปูนขึ้นไปก่อนประมาณ 3 เมตร เมื่อปูนเซ็ตตัวแล้ว จะนำทรายมาถมและอัดให้แน่น จากนั้นจะทำพื้นให้เต็ม ซึ่งจะช่วยรับน้ำหนักของฝั่ง สน.สามเสน และช่วยคืนพื้นผิวจราจรให้กลับมาใช้งานได้ดังเดิม

อย่างไรก็ตาม การเทปูนลงไปอาจทำให้ปูนไหลเข้าไปในอุโมงค์เนื่องจากไม่มีสิ่งใดรองปิดช่องอุโมงค์ไว้ กว่าปูนจะเซ็ตตัว ทาง ช.การช่าง จะต้องดำเนินการนำปูนและดินที่ค้างอยู่ในอุโมงค์ออกมา เนื่องจากเป็นผู้รับผิดชอบการก่อสร้างรถไฟฟ้า ซึ่งจะต้องดำเนินการแก้ไขให้เร็วที่สุด เพราะมีความกังวลว่าหากฝนตกลงมา สถานการณ์อาจเลวร้ายลงได้ และคาดว่าจะสามารถเริ่มงานให้เสร็จสิ้นได้ภายในวันนี้

ทีมวิศวกรได้ระบุว่า อุปสรรคในการดำเนินงานไม่ได้มีเพียงแค่เรื่องน้ำหนักของชิ้นส่วนที่ติดค้างอยู่ภายในหลุมเท่านั้น แต่ยังมีเรื่องของฝนที่ต้องเฝ้าระวัง เนื่องจากข้อมูลจากกรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่าในอีก 2 วันข้างหน้าจะมีฝนตกลงมาอย่างหนัก หากยังไม่สามารถนำชิ้นส่วนทั้งหมดขึ้นมาได้ จะยิ่งทำให้การทำงานเป็นไปด้วยความยากลำบาก และอาจส่งผลกระทบให้เกิดดินสไลด์เพิ่มเติมและทำให้ตัวอาคารของสถานีตำรวจนครบาลสามเสนทรุดตัวเพิ่มขึ้นได้ ดังนั้น การเร่งปรับแผนแก้ถนนสามเสนทรุดจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง

ความคืบหน้าล่าสุดในการปรับแผนแก้ถนนสามเสนทรุด

ในเวลา 14.55 น. ผู้สื่อข่าวรายงานจากจุดเกิดเหตุว่า รถผสมปูนซีเมนต์ คันละ 5 คิว ได้เดินทางมาถึงแล้ว 4 คัน โดยมีรายงานว่าจะมีการใช้รถผสมปูนซีเมนต์ทั้งหมดประมาณ 100 คัน และปูนซีเมนต์ประมาณ 500 คิว ในการดำเนินการครั้งนี้

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้เดินทางเข้าพื้นที่เพื่อติดตามสถานการณ์และให้กำลังใจทีมงานในการแก้ไขปัญหาในครั้งนี้ด้วย

สถานการณ์ถนนสามเสนทรุดยังคงเป็นสิ่งที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด การปรับแผนแก้ถนนสามเสนทรุดในครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความพยายามในการแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วนเพื่อลดผลกระทบต่อประชาชนให้มากที่สุด หวังว่าการเทปูนปิดรอยรั่วครั้งนี้จะสำเร็จลุล่วงไปด้วยดีก่อนที่ฝนจะตกลงมาซ้ำเติมสถานการณ์

ที่มา – ปรับแผนแก้ถนนสามเสนทรุด เร่งเทปูนปิดรอยรั่ว ให้ทันก่อนฝนตกซ้ำ

รฟม.ขอโทษ ถนนทรุดตัว: เร่งคืนผิวจราจร

รฟม.ขอโทษถนนทรุดตัว เผยสาเหตุเบื้องต้น พร้อมเร่งคืนผิวจราจรใน 2 สัปดาห์

จากเหตุการณ์ถนนทรุดตัวบริเวณถนนสามเสน สร้างความกังวลให้กับประชาชน รฟม. (การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย) ได้ออกมาแถลงขอโทษ พร้อมชี้แจงสาเหตุเบื้องต้น และให้คำมั่นว่าจะเร่งคืนผิวจราจรให้เร็วที่สุดภายใน 2 สัปดาห์ เพื่อลดผลกระทบต่อการเดินทางของประชาชน

วันที่ 25 กันยายน 2568 นายกาจผจญ อุดมธรรมภักดี ผู้ว่าการ รฟม. ได้แถลง ณ ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์หลุมยุบ เขตดุสิต โดยกล่าวถึงกรณีรฟม.ขอโทษถนนทรุดตัว บริเวณใกล้ รพ.วชิรพยาบาล และ สน.สามเสน ว่า “รฟม. ขอกราบขออภัยผู้ป่วย ผู้ใช้บริการ รพ.วชิรพยาบาล และพี่น้องประชาชนที่สัญจร รวมถึงผู้ที่อยู่บริเวณถนนสามเสนและใกล้เคียง เราจะพยายามอย่างเต็มที่ในการดูแลและแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น เพื่อคืนสภาพพื้นที่ให้กลับมาใช้งานได้ปกติโดยเร็ว รวมถึงการเยียวยาและดูแลผลกระทบที่เกิดขึ้น”

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 24 กันยายน เริ่มต้นเมื่อประชาชนสังเกตเห็นความผิดปกติของผิวถนนตั้งแต่เวลา 05.00 น. ต่อมาเวลา 05.30 น. เริ่มมีน้ำเอ่อขึ้นมาบนผิวถนน ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องเข้ามากั้นพื้นที่ และในเวลา 07.00 น. เริ่มมีการพังทลายของพื้นผิวจราจรอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งเวลา 07.30 น. พบว่าดินและน้ำหายไปเป็นบริเวณกว้าง ลึกลงไปเกือบ 20 เมตร โดยดินได้ไหลเข้าไปในโครงสร้างสถานีรถไฟฟ้า ห้องโถงผู้โดยสาร ชานชาลา และอุโมงค์

นายกาจผจญ กล่าวเพิ่มเติมว่า รฟม. ไม่ได้นิ่งนอนใจ และได้เร่งดำเนินการตรวจสอบหาสาเหตุของรฟม.ขอโทษถนนทรุดตัว โดยเบื้องต้นสันนิษฐานว่าอาจเกิดจากสภาพดินในบริเวณนั้น ประกอบกับน้ำใต้ดิน ทำให้ดินเปลี่ยนพฤติกรรมและทรุดตัวลง ส่งผลให้ท่อประปาหลักที่อยู่ลึกลงไป 3 เมตร ชำรุด น้ำประปาและน้ำเสียไหลออกมา ทำให้ดินขาดเสถียรภาพและไหลเข้าไปในสถานี

การแก้ไขและเยียวยา

รฟม. ได้หารือกับผู้รับจ้างและผู้ออกแบบ และวางแผนการแก้ไขเป็น 2 ระยะ:

  • ระยะที่ 1: เร่งคืนพื้นที่ผิวจราจร โดยจะเริ่มจากการอุดรอยรั่วบริเวณอุโมงค์และสถานีด้วยกระสอบทรายประมาณ 50,000 ลูก จากนั้นจะถมกลับด้วยซีเมนต์ผสม และปรับพื้นผิวถนนให้กลับมาเป็นปกติ เพื่อเปิดการจราจรบนถนนสามเสนให้เร็วที่สุด คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์
  • ระยะที่ 2: ดำเนินการแก้ไขและซ่อมแซมอุโมงค์และสถานี เพื่อให้สามารถกลับมาใช้งานได้ตามปกติ รวมถึงซ่อมแซมอาคารที่ได้รับผลกระทบ เช่น สถานีตำรวจ

รฟม. ยืนยันว่าจะดูแลผู้ได้รับผลกระทบอย่างเต็มที่ และขอให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบติดต่อมายังช่องทางต่างๆ ของ รฟม. และผู้รับจ้าง

ถึงแม้ว่าเหตุการณ์ รฟม.ขอโทษถนนทรุดตัว ครั้งนี้จะเป็นเหตุการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในการก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าใต้ดินของ รฟม. แต่ทางหน่วยงานให้คำมั่นสัญญาว่าจะหาสาเหตุที่แท้จริง และกำหนดมาตรการป้องกันเพิ่มเติม เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีกในอนาคต

ความปลอดภัยและความสะดวกสบายของประชาชนเป็นสิ่งสำคัญที่สุด รฟม. จึงมุ่งมั่นที่จะแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ เพื่อให้ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนกลับสู่ภาวะปกติโดยเร็ว

ที่มา – รฟม. ขอโทษถนนทรุดตัว เผยสาเหตุเบื้องต้น พร้อมเร่งคืนผิวจราจรใน 2 สัปดาห์

ผวา! พบน้ำซึมถนนสามเสน หวั่นซ้ำรอย


สถานการณ์ล่าสุดที่ถนนสามเสนสร้างความกังวลให้กับประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก หลังจากเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ พบน้ำซึมถนนสามเสน ซึ่งอยู่ห่างจากจุดที่เคยเกิดเหตุถนนทรุดตัวเมื่อไม่นานมานี้เพียง 2 กิโลเมตรเท่านั้น เหตุการณ์นี้ทำให้ชาวบ้านหวาดหวั่นว่าอาจจะเกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยเหมือนบริเวณหน้าโรงพยาบาลวชิรพยาบาล

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 24 กันยายนที่ผ่านมา ถนนบริเวณหน้าโรงพยาบาลวชิรพยาบาลเกิดการทรุดตัวเป็นหลุมขนาดใหญ่ ก่อนเกิดเหตุการณ์ มีรายงานว่าพบน้ำซึมขึ้นมาบนพื้นผิวถนน และถนนมีลักษณะผิดปกติ ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนก่อนที่จะเกิดการทรุดตัวลง

ล่าสุดเมื่อวันที่ 25 กันยายน เวลาประมาณ 08.30 น. มีรายงานว่าพบน้ำซึมถนนสามเสนอีกครั้ง บริเวณที่อยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุเดิมประมาณ 2 กิโลเมตร ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องรีบนำกรวยมาวางกั้นพื้นที่เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้น และเพื่อตรวจสอบสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

พื้นที่ดังกล่าวเป็นแนวเส้นทางการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงเตาปูน – ราษฎร์บูรณะ ซึ่งมีการก่อสร้างใต้ดินตลอดแนว และอยู่ห่างจากโรงพยาบาลวชิรพยาบาลเพียง 2 กิโลเมตร ชาวบ้านในพื้นที่สังเกตว่ามีน้ำประปาซึมขึ้นมาประมาณ 2-3 วันแล้ว และน้ำใต้ดินดันถนนให้นูนขึ้น ทำให้ผิวจราจรไม่เรียบ ซึ่งผิดปกติจากเดิม

เจ้าหน้าที่จากการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) กล่าวว่า ถึงแม้จุดที่พบน้ำซึมถนนสามเสน จะอยู่ในแนวการก่อสร้างรถไฟใต้ดิน แต่ในเบื้องต้นยังไม่สามารถสรุปได้ว่าเกี่ยวข้องกับโครงการก่อสร้างหรือไม่ ต้องรอผลการตรวจสอบอย่างละเอียดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง

นายพิภพ ไทยถิ่นงาม และนายวิญญู ไทยถิ่นงาม เจ้าของร้านหมูมณีที่อยู่ใกล้เคียงกับจุดที่น้ำซึม เล่าว่า พวกเขาเห็นน้ำซึมขึ้นมาบนผิวถนนประมาณ 2-3 วันก่อนหน้านี้แล้ว แต่ในช่วงเช้าวันนี้ (25 กันยายน) พบว่ามีน้ำซึมออกมาจากผิวยางมะตอยมากผิดปกติเมื่อมีรถวิ่งผ่าน พวกเขาเชื่อว่าเป็นน้ำที่มาจากใต้ดิน เนื่องจากในวันนี้ไม่มีฝนตก

ด้วยความกังวลว่าจะเกิดเหตุการณ์ซ้ำรอย พวกเขาจึงได้โทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ให้มาตรวจสอบ และได้เตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินเบื้องต้น เช่น เตรียมน้ำและไฟสำรองไว้ หากสถานการณ์รุนแรงกว่านั้นก็อาจจะต้องอพยพออกจากพื้นที่เพื่อความปลอดภัย

เจ้าหน้าที่จากการประปานครหลวง (กปน.) ได้ทำการตรวจสอบน้ำที่ซึมขึ้นมา โดยใช้ผงเทสคลอรีน เบื้องต้นผลการตรวจสอบไม่พบส่วนผสมของคลอรีน ซึ่งบ่งชี้ว่าไม่ใช่น้ำประปา เนื่องจากท่อน้ำประปาวางอยู่ใต้แนวฟุตบาท การที่น้ำจะดันขึ้นมาได้นั้น มักจะขึ้นมาบริเวณฟุตบาทก่อน อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่าน้ำที่ซึมออกมา อาจมาจากบ่อพักน้ำของหน่วยงานรัฐ หรือบ่อพักน้ำอาจมีการชำรุด

พบน้ำซึมถนนสามเสน

สาเหตุที่อาจเป็นไปได้ที่ทำให้พบน้ำซึมถนนสามเสน

  • การก่อสร้างรถไฟฟ้าใต้ดินอาจส่งผลกระทบต่อโครงสร้างใต้ดิน
  • ท่อประปาใต้ดินอาจมีการรั่วซึม
  • บ่อพักน้ำของหน่วยงานรัฐอาจชำรุด
  • น้ำใต้ดินมีปริมาณมากผิดปกติ

เหตุการณ์พบน้ำซึมถนนสามเสนในครั้งนี้ เป็นเรื่องที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด และต้องมีการตรวจสอบหาสาเหตุที่แท้จริงอย่างละเอียด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ร้ายแรงซ้ำรอยเกิดขึ้นอีกในอนาคต ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาโดยเร็ว เพื่อสร้างความมั่นใจและความปลอดภัยให้กับประชาชนในพื้นที่

ที่มา – พบน้ำซึมถนนสามเสน ห่างจุดถนนทรุดตัว 2 กิโลเมตร ชาวบ้านหวั่นเกิดเหตุซ้ำรอย

Scroll to top