ทหารไทยบาดเจ็บ

ทภ.2 แจงเหตุระเบิดที่ช่องบก ทหารไทยเจ็บ – สรุป

กองทัพภาคที่ 2 (ทภ.2) ได้ออกมาชี้แจงถึงกรณีเหตุระเบิดที่ช่องบก ซึ่งส่งผลให้ทหารไทยได้รับบาดเจ็บ 1 นาย โดยขณะนี้กำลังอยู่ในระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมกันนี้ได้กำชับให้ทุกหน่วยเพิ่มความระมัดระวังในการปฏิบัติหน้าที่

เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา ทภ.2 ได้เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ช่องบก อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี โดยระบุว่า เมื่อเวลาประมาณ 07.25 น. ได้รับรายงานเหตุระเบิดที่ช่องบก บริเวณเนิน 469 ตำบลโดมประดิษฐ์ อำเภอน้ำยืน

เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ จ่าสิบเอกปรัชญา พิลาชัย ผู้บังคับหมวดปืนเล็กที่ 1 กองร้อยทหารราบ 6021 (RDF) ได้รับบาดเจ็บจากสะเก็ดระเบิดบริเวณแขนขวา ซึ่งแพทย์ได้ประเมินอาการเป็นผู้ป่วยระดับเขียว และได้ทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลกุดเชียงมุน และส่งต่อไปยังโรงพยาบาลน้ำยืนเพื่อรับการรักษา โดยอาการของผู้บาดเจ็บปลอดภัยและอยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด

ขณะนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสาเหตุของเหตุระเบิดที่ช่องบก อย่างละเอียด

กองทัพภาคที่ 2 ได้แสดงความห่วงใยต่อกำลังพลที่ได้รับบาดเจ็บ และได้เน้นย้ำให้ทุกหน่วยเพิ่มความระมัดระวังในการปฏิบัติภารกิจอย่างเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของทั้งกำลังพลและประชาชนในพื้นที่ พร้อมทั้งจะรายงานความคืบหน้าให้ผู้บังคับบัญชาและสาธารณชนทราบต่อไป

ทั้งนี้ ทภ.2 ขอให้ประชาชนมั่นใจในการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบ รอบคอบ และยึดมั่นในความปลอดภัยเป็นสำคัญ

เหตุระเบิดที่ช่องบก

รายละเอียดเหตุการณ์ระเบิดที่ช่องบก

  • วันเวลาเกิดเหตุ: 6 มกราคม 2569 เวลาประมาณ 07.25 น.
  • สถานที่เกิดเหตุ: บริเวณเนิน 469 ตำบลโดมประดิษฐ์ อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี
  • ผู้ได้รับบาดเจ็บ: จ่าสิบเอกปรัชญา พิลาชัย
  • อาการบาดเจ็บ: บาดเจ็บจากสะเก็ดระเบิดบริเวณแขนขวา
  • สถานะ: ปลอดภัย อยู่ในการดูแลของแพทย์
  • สาเหตุ: อยู่ระหว่างการตรวจสอบ

การระเบิดในพื้นที่ชายแดนเช่นนี้เป็นสิ่งที่น่ากังวล และจำเป็นต้องมีการตรวจสอบอย่างละเอียดเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง และป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ซ้ำอีกในอนาคต การเพิ่มความระมัดระวังในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย และการให้ความร่วมมือจากประชาชนในพื้นที่ เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ชายแดน

ที่มา – ทภ.2 แจงเหตุระเบิดที่ช่องบก ทหารไทยเจ็บ 1 นาย กำชับทุกหน่วยเพิ่มความระมัดระวัง

กต. ยันนายกฯ ไทย ไม่รับข้อเสนอมาเลเซีย

สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชายังคงเป็นประเด็นที่ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด ล่าสุด กระทรวงการต่างประเทศได้ออกมาแถลงการณ์สำคัญเกี่ยวกับสถานการณ์ดังกล่าว โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็นที่มีการรายงานข่าวว่าประเทศไทยตอบรับข้อเสนอจากมาเลเซียเกี่ยวกับการหยุดยิง

กระทรวงการต่างประเทศ ยืนยันนายกรัฐมนตรีของไทยไม่ได้ตอบรับข้อเสนอใด ๆ ของมาเลเซีย

นายนิกรเดช พลางกูร อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ได้ชี้แจงถึงสถานการณ์ล่าสุดว่า นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้ให้ข้อมูลที่ถูกต้องแก่สื่อต่างประเทศ เพื่อป้องกันการบิดเบือนข้อมูลจากฝ่ายกัมพูชา นอกจากนี้ ยังได้เน้นย้ำถึงประเด็นสำคัญดังนี้

ประการแรก กรณีที่มีรายงานข่าวว่าไทยตอบรับข้อเสนอนายกรัฐมนตรีมาเลเซียเกี่ยวกับการหยุดยิง นายนิกรเดชได้ยืนยันอย่างชัดเจนว่า ข่าวดังกล่าวไม่เป็นความจริง นายกรัฐมนตรีของไทยไม่ได้ตอบรับข้อเสนอใด ๆ ของมาเลเซีย ทั้งสิ้น รัฐบาลไทยยังคงยึดมั่นในหลักการและแนวทางที่ได้วางไว้

ประการที่สอง เกี่ยวกับการลงพื้นที่ของคณะผู้สังเกตการณ์อาเซียนเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2568 คณะฯ ได้เดินทางไปยังโรงพยาบาลค่ายสรรพสิทธิประสงค์ จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อเยี่ยมและให้กำลังใจทหารไทยที่ได้รับบาดเจ็บ ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นถึงความโปร่งใสและความมุ่งมั่นของไทยในการให้ความร่วมมือกับอาเซียนในการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเป็นกลาง

ประการที่สาม ไทยได้รับคำชี้แจงจากกัมพูชาผ่านเลขาธิการสหประชาชาติเกี่ยวกับการไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงอนุสัญญาออตตาวา ซึ่งเกี่ยวข้องกับการวางทุ่นระเบิดใหม่ อย่างไรก็ตาม คำชี้แจงดังกล่าวไม่เป็นที่น่าพอใจ เนื่องจากกัมพูชาได้บ่ายเบี่ยงที่จะปฏิบัติตามข้อตกลงมาโดยตลอด ดังนั้น ไทยจึงไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากจะขอให้เลขาธิการสหประชาชาติอำนวยความสะดวกในการจัดตั้งคณะผู้ตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เป็นอิสระ เพื่อรักษาไว้ซึ่งความศักดิ์สิทธิ์ของอนุสัญญา และในระหว่างนี้ ไทยจะยังคงดำเนินการเก็บกู้ทุ่นระเบิดเพื่อความปลอดภัยของประชาชนต่อไป

แจ้งเตือนคนไทยในกัมพูชา พิจารณาเดินทางออกจากพื้นที่

ประการสุดท้าย กระทรวงการต่างประเทศขอแจ้งเตือนคนไทยที่อยู่ในกัมพูชา ซึ่งมีอยู่ประมาณ 600-1,200 คน ให้พิจารณาเดินทางออกจากกัมพูชา และงดเว้นการเดินทางเข้ากัมพูชาจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย เพื่อความปลอดภัยของทุกท่าน

สถานการณ์ชายแดนยังคงมีความไม่แน่นอน ดังนั้น การติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดและการระมัดระวังตัวจึงเป็นสิ่งสำคัญ กระทรวงการต่างประเทศยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและพร้อมให้ความช่วยเหลือคนไทยที่ได้รับผลกระทบ

ทั้งนี้ กระทรวงฯ ขอให้ประชาชนมั่นใจว่าหน่วยงานไทยกำลังดำเนินการทุกวิถีทางเพื่อรักษาอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดน รวมถึงความปลอดภัยของประชาชน และขอความร่วมมือให้ประชาชนบริโภคข่าวสารด้วยความระมัดระวัง เพื่อสื่อสารไปยังประชาคมระหว่างประเทศได้อย่างถูกต้อง

จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น กระทรวงการต่างประเทศ ยืนยันนายกรัฐมนตรีของไทยไม่ได้ตอบรับข้อเสนอใด ๆ ของมาเลเซีย และยังคงมุ่งมั่นที่จะแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธีและความโปร่งใส

สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชายังคงต้องติดตามอย่างใกล้ชิด การออกมาแถลงการณ์ที่ชัดเจนของกระทรวงการต่างประเทศในครั้งนี้ ช่วยสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องแก่ประชาชนและนานาชาติ รวมถึงเป็นการยืนยันถึงจุดยืนของประเทศไทยในการแก้ไขปัญหาอย่างสันติและยึดมั่นในหลักการสากล

ที่มา – กระทรวงการต่างประเทศ ยืนยันนายกรัฐมนตรีของไทยไม่ได้ตอบรับข้อเสนอใด ๆ ของมาเลเซีย

Scroll to top