ทักษิณ ชินวัตร

“สุวิทย์” ชื่นชม “ทักษิณ” ลูกผู้ชายตัวจริง ยอมติดคุก

ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ออกมาชื่นชม “ทักษิณ” ลูกผู้ชายตัวจริง ยอมติดคุก เชื่อว่าเป็นจุดเริ่มต้นของผู้นำต้นแบบที่แท้จริง

วันที่ 10 กันยายน 2566 ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวถึงกรณีที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ยอมเข้ารับโทษในเรือนจำตามคำพิพากษาของศาลฎีกา โดยระบุว่า นายทักษิณเป็นสุภาพบุรุษที่ยอมรับผิดเมื่อทำผิด และหากนายทักษิณคิดดีทำดีตามที่ได้แสดงเจตจำนงไว้ ก็อาจจะก้าวขึ้นเป็นรัฐบุรุษคนต่อไป ต่อจากนายปรีดี พนมยงค์ และพลเอกเปรม ติณสูลานนท์

ดร.สุวิทย์ยังกล่าวอีกว่า การกระทำของนายทักษิณ อาจทำให้แนวคิดที่ว่าประเทศไทยกำลังเข้าสู่ยุค Post-Shinnawatra Era ต้องได้รับการทบทวนใหม่ หากนายทักษิณนำแนวคิด “คิดใหม่ ทำใหม่” มาใช้เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติอย่างแท้จริง เพราะการเกิดขึ้นของพรรคไทยรักไทยเป็นการพลิกโฉมการเมืองไทยครั้งสำคัญ ด้วยนโยบายที่ตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรมและประสบความสำเร็จ ทำให้ นายทักษิณเป็น Political Innovator ที่สามารถผสมผสานการเมือง ประชาชน และนโยบายได้อย่างลงตัว

ในช่วงที่นายทักษิณดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ได้วาดฝันถึง “โมเดลประเทศไทยในโลกที่หนึ่ง” ไว้ 7 ประการ ได้แก่ การมีความภาคภูมิใจในความเป็นชาติและวัฒนธรรมของตน การมีบทบาทสำคัญในเวทีระดับภูมิภาคและระดับโลก การมีโครงสร้างเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง การเป็นผู้นำโลกในบางอุตสาหกรรม การเป็นสังคมที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสร้างสรรค์ นวัตกรรม และการเรียนรู้ การมีผู้ประกอบการที่แข็งแกร่งสามารถแข่งขันในเวทีโลก และการเป็นประเทศที่มีสภาพแวดล้อมทางกายภาพและสังคมที่ดี แต่น่าเสียดายที่ความฝันเหล่านี้ต้องหยุดชะงักลงเนื่องจากการรัฐประหาร

ดร.สุวิทย์กล่าวว่า นายทักษิณอาจเป็นนายกรัฐมนตรีคนแรกของประเทศไทยที่ต้องเข้าเรือนจำ แต่ก็เป็นผู้นำที่เป็นต้นแบบของความเป็น Visionary x Actionable Leadership การยอมเข้าเรือนจำของนายทักษิณจะเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้าง Moral Leadership ทำให้นายทักษิณเป็นต้นแบบของผู้นำที่สมบูรณ์แบบ ครบเครื่องทั้ง Visionary x Moral x Actionable Leadership เพื่อนำพาประเทศไทยไปสู่รัฐคุณธรรมอย่างแท้จริง

“สุวิทย์” ชื่นชม “ทักษิณ” ลูกผู้ชายตัวจริง ยอมติดคุก

การออกมาแสดงความเห็นของ ดร.สุวิทย์ ในครั้งนี้ ได้รับความสนใจและมีการแสดงความคิดเห็นอย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์ จนทำให้ ดร.สุวิทย์ ต้องออกมาโพสต์ข้อความเพิ่มเติมเกี่ยวกับ “อภัยทาน” ซึ่งเป็นทานที่มีความสูงส่งที่สุดในพระพุทธศาสนา หมายถึงการให้ความไม่โกรธ การไม่ผูกพยาบาท และการให้อภัยแก่ผู้อื่น

ทำไม “สุวิทย์” ชื่นชม “ทักษิณ” ลูกผู้ชายตัวจริง ยอมติดคุก ถึงเป็นประเด็นที่น่าสนใจ?

การที่ ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ อดีตรัฐมนตรีในรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ออกมาชื่นชม “ทักษิณ” ลูกผู้ชายตัวจริง ยอมติดคุก นั้น เป็นเรื่องที่น่าสนใจเพราะเป็นการแสดงความเห็นจากบุคคลที่เคยอยู่ในแวดวงการเมืองและเคยมีความคิดเห็นที่แตกต่างจากนายทักษิณ การที่ ดร.สุวิทย์ มองว่าการยอมรับผิดและรับโทษของนายทักษิณเป็นจุดเริ่มต้นของความเป็นผู้นำต้นแบบ แสดงให้เห็นถึงมุมมองใหม่ ๆ เกี่ยวกับบทบาทของนายทักษิณในการเมืองไทย

นอกจากนี้ การที่ ดร.สุวิทย์ กล่าวถึงความเป็นไปได้ที่นายทักษิณจะก้าวขึ้นเป็นรัฐบุรุษคนต่อไป ก็เป็นประเด็นที่น่าจับตามอง เพราะเป็นการเปิดโอกาสให้มีการพิจารณาบทบาทของนายทักษิณในอนาคตอย่างเปิดกว้างมากขึ้น

การที่ “สุวิทย์” ชื่นชม “ทักษิณ” ลูกผู้ชายตัวจริง ยอมติดคุก อาจเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในอนาคต ซึ่งอาจนำไปสู่การสร้างความปรองดองและความเข้าใจซึ่งกันและกันมากขึ้นในสังคมไทย

การยอมรับผิดและรับโทษของนายทักษิณ อาจเป็นก้าวสำคัญที่จะนำไปสู่การสร้างรัฐคุณธรรมอย่างแท้จริง ดังที่ ดร.สุวิทย์ ได้กล่าวไว้

ที่มา – “สุวิทย์” ชื่นชม “ทักษิณ” ลูกผู้ชายตัวจริง ยอมติดคุก เชื่อจุดเริ่มต้นผู้นำต้นแบบ

“ทักษิณ” นอนเรือนจำคลองเปรมวันแรก หลับสนิทจริงหรือ?

“ทักษิณ” นอนเรือนจำคลองเปรมวันแรก หลับสนิท

จากกรณีที่ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้เข้าเรือนจำคลองเปรม ทำให้เกิดคำถามมากมายเกี่ยวกับชีวิตความเป็นอยู่ของท่านในเรือนจำ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ข่าวที่ว่า “ทักษิณนอนเรือนจำคลองเปรมวันแรก หลับสนิทเป็นเรื่องจริงหรือไม่ ทางกรมราชทัณฑ์ได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้

กรมราชทัณฑ์รายงานว่า “ทักษิณ” นอนเรือนจำคลองเปรมวันแรก สามารถปรับตัวได้ดี นอนหลับสนิท รับประทานอาหารได้ และไม่ได้แสดงอาการเครียดแต่อย่างใด ข้อมูลนี้สร้างความสนใจให้กับประชาชนเป็นอย่างมาก หลายคนอยากทราบรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้ชีวิตประจำวันของอดีตนายกรัฐมนตรีในเรือนจำ

รายละเอียดชีวิตประจำวันของ “ทักษิณ” ในเรือนจำคลองเปรม

แม้ว่าจะเป็นผู้ต้องขังใหม่ แต่ “ทักษิณนอนเรือนจำคลองเปรมวันแรก ได้รับการปฏิบัติเช่นเดียวกับผู้ต้องขังรายอื่นๆ ตามกระบวนการมาตรฐาน เริ่มต้นด้วยการกักโรคเป็นเวลา 5 วัน เพื่อสังเกตอาการและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดต่อ

ในระหว่างการกักโรค เจ้าหน้าที่เรือนจำได้ดูแลสุขภาพกายและสุขภาพจิตของนายทักษิณอย่างใกล้ชิด มีการตรวจสุขภาพประจำตัว ตรวจสอบยาที่ต้องรับประทาน และให้คำปรึกษาด้านจิตใจเพื่อให้ผู้ต้องขังปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่ได้

นอกจากนี้ นายทักษิณยังให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่เป็นอย่างดี ปฏิบัติตามกฎระเบียบของเรือนจำ และไม่ได้ร้องขอสิทธิพิเศษใดๆ ทั้งสิ้น การปรับตัวอย่างรวดเร็วของนายทักษิณ แสดงให้เห็นถึงความเข้มแข็งทางจิตใจและความพร้อมที่จะเผชิญกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

กระบวนการแรกรับผู้ต้องขังใหม่ในเรือนจำ

การย้ายนายทักษิณจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครมายังเรือนจำกลางคลองเปรม เป็นไปตามขั้นตอนและระเบียบปฏิบัติของกรมราชทัณฑ์ เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการทุกขั้นตอนอย่างครบถ้วน ตั้งแต่การตรวจร่างกาย การสอบถามประวัติ การให้คำแนะนำ ไปจนถึงการจัดเตรียมที่พักอาศัย

กระบวนการแรกรับผู้ต้องขังใหม่มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะเป็นช่วงเวลาที่ผู้ต้องขังต้องปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่ กฎระเบียบใหม่ และสังคมใหม่ เจ้าหน้าที่เรือนจำจึงต้องให้ความสำคัญกับการดูแลและให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ผู้ต้องขังสามารถปรับตัวได้โดยเร็วและไม่เกิดปัญหาในภายหลัง

สิ่งที่ต้องจับตามองหลังจากนี้

หลังจากพ้นระยะกักโรคแล้ว นายทักษิณจะได้รับการย้ายไปยังแดนผู้ต้องขังทั่วไป และใช้ชีวิตประจำวันร่วมกับผู้ต้องขังรายอื่นๆ สิ่งที่น่าจับตามองคือ นายทักษิณจะปรับตัวเข้ากับชีวิตในแดนผู้ต้องขังได้อย่างไร จะมีกิจกรรมอะไรที่ทำร่วมกับผู้ต้องขังรายอื่นๆ บ้าง และสุขภาพร่างกายและจิตใจของท่านจะเป็นอย่างไรต่อไป

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลที่เปิดเผยออกมาในขณะนี้ บ่งชี้ว่า “ทักษิณนอนเรือนจำคลองเปรมวันแรก นั้นสามารถปรับตัวได้ดี ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับการใช้ชีวิตในเรือนจำต่อไปในอนาคต

การที่อดีตนายกรัฐมนตรีต้องเผชิญกับประสบการณ์เช่นนี้ ถือเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับทุกคน ว่าไม่ว่าใครก็ต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย และต้องรับผิดชอบต่อการกระทำของตนเอง

ที่มา – “ทักษิณ” นอนเรือนจำคลองเปรมวันแรก หลับสนิท ไม่เครียด

ทนายยังไม่เข้าเยี่ยม “ทักษิณ” รถตู้เบนซ์เข้าเรือนจำ

“ทนายวิญญัติ” ยังไม่มีกำหนดเข้าเยี่ยม “ทักษิณ” ล่าสุดพบรถตู้เบนซ์ “ครอบครัวชินวัตร” เข้าพื้นที่เรือนจำคลองเปรม

วันที่ 10 ก.ย. 2568 มีรายงานว่า ความเคลื่อนไหวที่บริเวณหน้าเรือนจำกลางคลองเปรม มีสื่อมวลชนมาปักหลักเฝ้ารอติดตามกรณีของ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ถูกคุมขังอยู่ภายในเรือนจำเมื่อคืนนี้ โดยคาดว่าในตอนนี้ยังอยู่ในห้องกักโรคตามระเบียบของกรมราชทัณฑ์ โดยระหว่างนี้คนที่จะเข้าเยี่ยมได้มีแค่ทนายความเท่านั้น หลังจากนี้อีก 5 วัน ครอบครัวจึงจะสามารถเข้าเยี่ยมได้

ขณะที่ นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความส่วนตัวของ นายทักษิณ เผยว่า ในวันนี้ไม่มีกำหนดที่จะเข้าเยี่ยมนายทักษิณเนื่องจากติดธุระ

ทั้งนี้ ยังมีรายงานอีกว่า บริเวณด้านหน้าเรือนจำ เวลา 9.45 น. พบรถตู้เบนซ์ ทะเบียน ธห 1155 กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นรถของครอบครัวชินวัตร ผ่านบริเวณหน้าเรือนจำมุ่งไปทางเรือนจำพิเศษกรุงเทพ แต่ไม่ได้จอด จากนั้นผ่านไปประมาณ 20 นาที รถคันดังกล่าว ก็ขับออกไปจากพื้นที่ของเรือนจำกลางคลองเปรม.

ทนายยังไม่กำหนดเข้าเยี่ยม “ทักษิณ” พบรถตู้เบนซ์ “ครอบครัวชินวัตร” เข้าพื้นที่เรือนจำ

สถานการณ์ล่าสุดเกี่ยวกับ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ยังคงเป็นที่จับตาของสื่อมวลชนและประชาชนอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะประเด็นเรื่องการเข้าเยี่ยมของทนายความและครอบครัว หลังจากที่ท่านถูกคุมขังในเรือนจำกลางคลองเปรมเมื่อคืนที่ผ่านมา ข่าวล่าสุดรายงานว่าทนายความยังไม่กำหนดเข้าเยี่ยม “ทักษิณ” ในวันนี้

ตามระเบียบของกรมราชทัณฑ์ ในช่วงแรกของการคุมขัง ผู้ต้องขังจะต้องอยู่ในห้องกักโรคเพื่อสังเกตอาการ และในช่วงเวลานี้ ผู้ที่จะสามารถเข้าเยี่ยมได้คือทนายความเท่านั้น ทำให้ประเด็นเรื่องทนายยังไม่กำหนดเข้าเยี่ยม “ทักษิณ” กลายเป็นที่สนใจของหลายฝ่าย ว่าจะมีผลต่อกระบวนการทางกฎหมาย หรือการดำเนินการใดๆ หรือไม่

ความเคลื่อนไหวล่าสุดเกี่ยวกับ ทนายยังไม่กำหนดเข้าเยี่ยม “ทักษิณ”

ถึงแม้ว่าทนายความจะยังไม่มีกำหนดเข้าเยี่ยมในวันนี้ แต่มีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจคือการปรากฏตัวของรถตู้เบนซ์ของครอบครัวชินวัตร บริเวณด้านหน้าเรือนจำ ทำให้เกิดคำถามว่าครอบครัวมีความพยายามที่จะเข้าเยี่ยมหรือไม่ หรือมีเหตุผลอื่นใดในการเดินทางมายังบริเวณเรือนจำ

อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่ารถตู้คันดังกล่าวไม่ได้จอดที่เรือนจำกลางคลองเปรม แต่ได้ขับไปยังเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ก่อนที่จะขับออกจากพื้นที่ไปในเวลาต่อมา ซึ่งยังไม่มีการยืนยันถึงเหตุผลของการเดินทางมายังบริเวณเรือนจำในครั้งนี้

ประเด็นที่น่าสนใจคือ หลังจาก 5 วัน ครอบครัวจึงจะสามารถเข้าเยี่ยม นายทักษิณ ได้ตามระเบียบ ดังนั้น การปรากฏตัวของรถตู้เบนซ์ของครอบครัวชินวัตร อาจเป็นการมาเพื่อสังเกตการณ์ หรือเตรียมความพร้อมสำหรับการเข้าเยี่ยมในอนาคต

สถานการณ์เรื่อง ทนายยังไม่กำหนดเข้าเยี่ยม “ทักษิณ” และความเคลื่อนไหวของครอบครัวชินวัตร ยังคงเป็นประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เนื่องจากมีความเกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรม และความรู้สึกของประชาชนที่มีต่อนายทักษิณ ชินวัตร

การที่ทนายยังไม่กำหนดเข้าเยี่ยม “ทักษิณ” อาจมีเหตุผลส่วนตัวหรือข้อจำกัดทางธุระ แต่ก็อาจส่งผลต่อการเตรียมตัวด้านกฎหมายและการให้คำปรึกษาแก่นายทักษิณได้เช่นกัน ดังนั้น การติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวในประเด็นนี้จึงเป็นสิ่งสำคัญ

สำหรับประชาชนที่สนใจข่าวสารเกี่ยวกับนายทักษิณ ชินวัตร และสถานการณ์ทางการเมืองที่เกี่ยวข้อง สามารถติดตามข่าวสารจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ และพิจารณาข้อมูลอย่างรอบด้าน เพื่อให้เข้าใจสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างถูกต้อง

การเข้าเรือนจำของนายทักษิณและการที่ทนายยังไม่กำหนดเข้าเยี่ยม “ทักษิณ” สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของกระบวนการยุติธรรมและความเสมอภาคภายใต้กฎหมาย ไม่ว่าบุคคลนั้นจะเป็นใครก็ตาม ทุกคนต้องอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน

ในส่วนของครอบครัวชินวัตร การปรากฏตัวของรถตู้เบนซ์บริเวณเรือนจำ แสดงให้เห็นถึงความห่วงใยและความผูกพันที่มีต่อนายทักษิณ แม้ว่าจะยังไม่สามารถเข้าเยี่ยมได้ในทันที แต่ก็แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจที่จะให้กำลังใจและสนับสนุน

สถานการณ์ดังกล่าว จึงเป็นเรื่องที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดต่อไป และหวังว่าทุกฝ่ายจะเคารพในกระบวนการยุติธรรม และให้ความเป็นธรรมแก่นายทักษิณ ชินวัตร อย่างเต็มที่

ที่มา – ทนายยังไม่กำหนดเข้าเยี่ยม “ทักษิณ” พบรถตู้เบนซ์ “ครอบครัวชินวัตร” เข้าพื้นที่เรือนจำ

พินทองทา โพสต์ซึ้ง! ชี้ “ทักษิณ” วีรบุรุษในใจ


“เอม พินทองทา” บุตรสาวคนกลางของอดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร ได้โพสต์ข้อความสุดซึ้งถึงคุณพ่อ โดยยกให้เป็นวีรบุรุษที่สุดยอดในใจ พร้อมขอบคุณทุกกำลังใจที่ส่งมาให้ครอบครัวอย่างท่วมท้นในช่วงเวลาที่ผ่านมา ข้อความดังกล่าวได้สร้างความประทับใจให้กับผู้ที่ติดตามข่าวสารและให้กำลังใจครอบครัวชินวัตรเป็นอย่างมาก

พินทองทา ยกย่อง “ทักษิณ” วีรบุรุษที่สุดยอดในใจ

เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2568 น.ส.พินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ ได้โพสต์ภาพหอมแก้มคุณพ่อ ทักษิณ ชินวัตร พร้อมบรรยายความรู้สึกจากใจว่า ไม่ว่าใครจะเรียกท่านว่าอะไร คุณพ่อก็คือ วีรบุรุษที่สุดยอดในใจ ของพวกเราเสมอ เธอเน้นย้ำว่า เรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นนั้น มีเพียงคนในครอบครัวเท่านั้นที่เข้าใจอย่างแท้จริง และความเข้าใจนี้เองที่ทำให้เธอภาคภูมิใจในความกล้าหาญ ความมุ่งมั่น และความเสียสละของผู้เป็นพ่อ

พินทองทา ยังกล่าวถึงการตัดสินผู้อื่นของบางคนที่มักคิดว่าตนเองถูกต้องเสมอ แต่สำหรับเธอและครอบครัวแล้ว การอยู่เคียงข้างกันในทุกช่วงเวลาของชีวิตคือสิ่งสำคัญที่สุด แม้จะมีคนที่เคยรักกันหักหลังกันไปบ้าง แต่ก็ยังมีผู้คนอีกมากมายที่มอบความรักและกำลังใจให้เสมอมา เธอกล่าวขอบคุณทุกกำลังใจที่ส่งมาให้คุณพ่อและครอบครัวอย่างล้นหลาม และรับปากว่าจะเข้มแข็งให้ได้ในทุกๆ วัน

ข้อความของพินทองทา สะท้อนให้เห็นถึงความรักและความผูกพันในครอบครัวชินวัตรอย่างชัดเจน แม้จะเผชิญกับความท้าทายและอุปสรรคมากมาย แต่พวกเขาก็ยังคงให้กำลังใจและสนับสนุนซึ่งกันและกันเสมอมา

ทำไม “ทักษิณ” ถึงเป็นวีรบุรุษที่สุดยอดในใจ พินทองทา?

คำถามนี้อาจมีคำตอบที่แตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล แต่สำหรับพินทองทาแล้ว ความเป็น วีรบุรุษที่สุดยอดในใจ ของทักษิณ อาจมาจากความกล้าหาญในการตัดสินใจ ความมุ่งมั่นในการทำงานเพื่อประเทศชาติ และความเสียสละเพื่อครอบครัวและคนที่รัก แม้ว่าทักษิณจะเคยเผชิญกับข้อกล่าวหาและวิพากษ์วิจารณ์มากมาย แต่สำหรับคนในครอบครัวแล้ว ท่านก็ยังคงเป็นบุคคลที่พวกเขารักและเคารพเสมอ

นอกจากนี้ พินทองทายังได้กล่าวถึงการที่ได้รับพลังบวกจากคุณพ่อเสมอ ทำให้พวกเขามีกำลังใจในการเผชิญกับเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้น การที่คนในครอบครัวให้กำลังใจซึ่งกันและกันอย่างสม่ำเสมอ ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้พวกเขาสามารถก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากไปได้

“ผู้นำที่เข้มแข็งและมีความหวัง คอยมอบพลังบวกให้พวกเราเสมอ ทำให้พวกเราเข้มแข็งและมีความหวัง และพร้อมผ่านเรื่องราว เหล่านี้ “ด้วยกัน” แน่นอน… เราร้องไห้ด้วยกัน…หัวเราะด้วยกัน…และฮึดสู้ด้วยกัน …“เดี๋ยวมันก็ผ่านไป” (ด้วยกัน)” พินทองทากล่าว

ท้ายที่สุด เอม พินทองทา และครอบครัว ขอขอบคุณจากใจ สำหรับทุกๆกำลังใจที่ส่งมาให้คุณพ่อและครอบครัวอย่างท่วมท้น พวกเราซาบซึ้งถึงพลังงานดีดีเหล่านี้ และมันเป็นกำลังใจให้พวกเราอย่างมากมายจริงๆค่ะ ลูกจะเข้มแข็งให้ได้ทุกวันค่ะ

สถานการณ์ที่เกิดขึ้นแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของความรักและความเข้าใจในครอบครัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาที่ยากลำบาก การที่คนในครอบครัวให้กำลังใจและสนับสนุนซึ่งกันและกัน จะช่วยให้พวกเขาสามารถก้าวผ่านอุปสรรคต่างๆ ไปได้อย่างเข้มแข็ง นอกจากนี้ ยังเป็นเครื่องเตือนใจให้เราตระหนักถึงคุณค่าของบุคคลที่เรารักและเคารพ และพร้อมที่จะอยู่เคียงข้างพวกเขาเสมอ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม

ที่มา – “พินทองทา” โพสต์รูปหอมแก้ม “ทักษิณ” ชี้เป็นวีรบุรุษที่สุดยอดในใจเรา

ทักษิณ นอนเรือนจำคืนแรก: ราบรื่น ไร้อาการ

ข่าวใหญ่สะเทือนวงการการเมืองในช่วงนี้คงหนีไม่พ้นเรื่องราวของ ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ได้กลับประเทศไทยและเข้ารับโทษในเรือนจำเป็นคืนแรก ซึ่งได้รับความสนใจจากประชาชนและสื่อมวลชนเป็นอย่างมาก สถานการณ์โดยรวมเป็นอย่างไรบ้าง และครอบครัวของท่านได้มีการเคลื่อนไหวอย่างไร เราจะมาอัปเดตให้ทราบกันค่ะ

ทักษิณ นอนเรือนจำคืนแรก

รายงานล่าสุดเมื่อวันที่ 10 กันยายน 2568 ระบุว่า ทักษิณ ชินวัตร ได้ใช้ชีวิตในเรือนจำคลองเปรมเป็นคืนแรก หลังจากศาลฎีกาฯ มีคำสั่งให้คุมขังตามคำพิพากษา โดยให้จำคุกเป็นเวลา 1 ปี ข่าวดีก็คือ ทางกรมราชทัณฑ์แจ้งว่าคืนแรกผ่านไปอย่างราบรื่น และไม่มีรายงานว่าท่านมีอาการป่วยใดๆ ทำให้หลายฝ่ายคลายความกังวลไปได้บ้าง

ท่ามกลางสถานการณ์ที่เกิดขึ้น กำลังใจจากคนในครอบครัวถือเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง และแน่นอนว่าครอบครัวชินวัตรก็แสดงออกถึงความรักและความผูกพันอย่างชัดเจน

ข้อความสุดซึ้งจากครอบครัวถึง ทักษิณ ชินวัตร

น.ส.พินทองทา คุณากรวงศ์ ชินวัตร ลูกสาวคนโต ได้โพสต์ภาพคู่กับคุณพ่อผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว พร้อมข้อความที่เต็มไปด้วยความรักและความภาคภูมิใจ โดยกล่าวถึงคุณพ่อว่าเป็นวีรบุรุษที่ยอดเยี่ยมที่สุดในใจเสมอ ไม่ว่าใครจะเรียกท่านว่าอะไรก็ตาม นอกจากนี้ยังขอบคุณทุกกำลังใจที่ส่งมาให้คุณพ่อและครอบครัวอย่างท่วมท้น

ข้อความบางส่วนจากโพสต์ของ น.ส.พินทองทา ระบุว่า “ลูกจะเข้มแข็งให้ได้ทุกวันค่ะ” ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจที่จะก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปให้ได้ด้วยความเข้มแข็ง

ด้านนายณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ ก็ได้โพสต์ภาพขณะเดินตาม ทักษิณ ชินวัตร พร้อมข้อความสั้นๆ แต่กินใจว่า “ภูมิใจทุกวัน ที่เดินตามคนนี้” ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความเคารพและศรัทธาที่ลูกชายมีต่อผู้เป็นพ่อ

สำหรับสถานการณ์ของ ทักษิณ ชินวัตร ในเรือนจำนั้น ทางกรมราชทัณฑ์ได้จัดเจ้าหน้าที่ดูแลอย่างใกล้ชิด และปฏิบัติต่อท่านด้วยความเคารพในฐานะผู้สูงอายุและอดีตผู้บริหารประเทศ

เรื่องราวของ ทักษิณ ชินวัตร ยังคงเป็นประเด็นที่สังคมให้ความสนใจอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นสถานการณ์ในเรือนจำ การเยี่ยมของครอบครัว หรือความเคลื่อนไหวทางการเมืองที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ เราคงต้องติดตามกันต่อไปว่าเรื่องราวนี้จะดำเนินไปในทิศทางใด

ในช่วงเวลาที่ยากลำบากเช่นนี้ กำลังใจจากคนรอบข้างเป็นสิ่งสำคัญที่สุด เราขอเป็นกำลังใจให้ครอบครัวชินวัตรก้าวผ่านพ้นอุปสรรคนี้ไปได้ด้วยดี และหวังว่าทุกฝ่ายจะเคารพในกระบวนการยุติธรรม

ที่มา – “ทักษิณ” นอนเรือนจำคืนแรก ราบรื่น-ไม่มีอาการป่วย ครอบครัวโพสต์ข้อความซึ้ง

ราชทัณฑ์แจงปมย้าย “ทักษิณ” ไปคลองเปรม ตามระเบียบ

กรมราชทัณฑ์ออกมาชี้แจงประเด็นการย้ายตัว นายทักษิณ ชินวัตร จากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ไปยังเรือนจำกลางคลองเปรม โดยยืนยันว่าการดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามระเบียบและขั้นตอนของทางราชการ

เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2568 กรมราชทัณฑ์ได้เผยแพร่เอกสารเพื่ออธิบายเหตุผลของการย้ายตัวนายทักษิณ ชินวัตร โดยระบุว่า เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครได้รับตัวนายทักษิณจากศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เพื่อควบคุมขังตามคำพิพากษาของศาล ซึ่งกำหนดโทษจำคุก 1 ปี

ตามมาตรฐานการปฏิบัติงานควบคุมผู้ต้องขัง (SOPs) ของกรมราชทัณฑ์ เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครได้ดำเนินการรับตัวนายทักษิณเข้าสู่กระบวนการตามขั้นตอน เริ่มจากการตรวจสอบความถูกต้องของชื่อบุคคลในหมายจำคุก การจัดทำทะเบียนประวัติ การตรวจค้นตัวเพื่อป้องกันสิ่งของต้องห้าม การตรวจสุขภาพ การจัดการสิ่งของส่วนตัว และการชี้แจงระเบียบข้อบังคับ ก่อนที่จะส่งตัวไปยังแดนแรกรับเพื่อรอการจำแนกลักษณะผู้ต้องขัง

ในช่วงเย็นของวันเดียวกัน เวลาประมาณ 17.30 น. เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ซึ่งได้รับมอบหมายจากกรมราชทัณฑ์ให้เป็นเรือนจำศูนย์ระหว่างการพิจารณาคดี (HUB) ได้ดำเนินการย้าย “ทักษิณ” ไปเรือนจำกลางคลองเปรม การย้ายครั้งนี้มีเหตุผลเพื่อแยกการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังตามประเภทของนักโทษเด็ดขาดให้มีความเหมาะสมยิ่งขึ้น

ราชทัณฑ์ แจงปมย้าย “ทักษิณ” ไปเรือนจำกลางคลองเปรม

กรมราชทัณฑ์ยืนยันว่าการรับตัวนายทักษิณและการควบคุมตัวเป็นไปตามกฎหมาย อำนาจหน้าที่ และมาตรฐานการปฏิบัติงานด้านการควบคุมผู้ต้องขังที่เกี่ยวข้องทุกประการ

ทำไมต้องย้าย “ทักษิณ” ไปเรือนจำกลางคลองเปรม?

ประเด็นสำคัญอยู่ที่การแยกประเภทผู้ต้องขัง เรือนจำแต่ละแห่งมีความเชี่ยวชาญในการดูแลผู้ต้องขังที่แตกต่างกัน การย้ายนายทักษิณไปยังเรือนจำกลางคลองเปรมซึ่งมีความพร้อมในการดูแลนักโทษเด็ดขาด จึงเป็นไปตามหลักการของการบริหารจัดการเรือนจำที่มีประสิทธิภาพ

การปฏิบัติต่อผู้ต้องขังทุกคนอยู่ภายใต้กฎหมายและระเบียบเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นนักโทษทั่วไปหรือผู้ที่เคยมีตำแหน่งทางการเมืองสูง การันตีว่าการย้าย “ทักษิณ” ไปเรือนจำกลางคลองเปรมเป็นไปตามมาตรฐานสากล

การย้าย “ทักษิณ” ไปเรือนจำกลางคลองเปรม ยังเป็นการยืนยันว่ากระบวนการยุติธรรมของไทยมีความโปร่งใสและตรวจสอบได้ การเปิดเผยข้อมูลและชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับการย้ายตัวผู้ต้องขัง แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของกรมราชทัณฑ์ในการปฏิบัติหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา

การดำเนินการตามกฎหมายและระเบียบอย่างเคร่งครัดเป็นสิ่งสำคัญในการรักษาสิทธิของผู้ต้องขังทุกคน การย้ายนายทักษิณไปยังเรือนจำกลางคลองเปรมเป็นการตัดสินใจที่คำนึงถึงปัจจัยต่างๆ อย่างรอบด้าน เพื่อให้การควบคุมตัวเป็นไปอย่างเหมาะสมและเป็นธรรม

ท้ายที่สุดนี้ การบริหารจัดการเรือนจำและการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังเป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญอย่างยิ่ง การมีระบบที่โปร่งใสและตรวจสอบได้ จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและประกันได้ว่ากระบวนการยุติธรรมเป็นไปอย่างถูกต้อง

ที่มา – ราชทัณฑ์ แจงปมย้าย “ทักษิณ” ไปเรือนจำกลางคลองเปรม ยันเป็นไปตามระเบียบ

สส.เพื่อไทยให้กำลังใจ “อิ๊งค์” ทักษิณหนุนพรรคเข้มแข็ง

“แพทองธาร” เผย “ทักษิณ” ให้กำลังใจทำพรรคให้เข้มแข็ง ลั่นกลาง ต.ค. ได้ผู้สมัคร สส. 400 เขต ด้าน สส.เพื่อไทยให้กำลังใจหัวหน้าพรรค “ดนุพร” เผย ส่งเรื่อง คกก.จริยธรรมฟัน สส.งูเห่าโหวตสวนมติ

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 9 กันยายน 2568 มีการประชุม สส.พรรคเพื่อไทย น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย และอดีตนายกรัฐมนตรี ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม โดยมีตัวแทน สส. แต่ละภาค อาทิ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว สส.น่าน นายประยุทธ์ ศิริพาณิชย์ สส.บัญชีรายชื่อ เป็นตัวแทนให้กำลังใจ น.ส.แพทองธาร ภายหลัง นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ต้องเข้าเรือนจำตามคำสั่งศาลฎีกา ขณะที่ น.ส.แพทองธาร ขอบคุณกำลังใจจาก สส.ทุกคน พร้อมบอกว่าก่อนเข้าเรือนจำ นายทักษิณ กำลังใจดี พอจะคาดเดาผลได้อยู่แล้ว พร้อมรับผลการตัดสินกระบวนการยุติธรรม เพื่อให้ข้อครหาหมดไป ให้พรรคเดินหน้าต่อไป นายทักษิณ ให้กำลังใจตน บอกให้กลับมานำทัพ ทำพรรคเพื่อไทยให้เข้มแข็ง

จากนั้นเวลา 16.10 น. นายดนุพร ปุณณกันต์ สส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะโฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงว่า น.ส.แพทองธาร มาเตรียมความพร้อมนับถอยหลังสู่การเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่เดือน โดยนำคำสั่งเก่าๆ เรื่องการตั้งกรรมการสรรหาผู้สมัคร กรรมการยุทธศาสตร์การหาเสียง นโยบายหาเสียงต่างๆ มาดู และนำตารางวันที่มาพิจารณาจะเข้าสู่การเลือกตั้งเมื่อใด วันนี้จึงเป็นการประกาศเดินหน้าสู่การเลือกตั้งอย่างเป็นทางการของพรรคเพื่อไทย เตรียมความพร้อมผู้สมัครให้ทันอย่างช้าสุดคือกลางเดือนตุลาคม 2568 จะได้ผู้สมัครครบ 400 เขต เขตใดหรือจังหวัดใดที่ได้ผู้สมัครเพิ่มเติมจาก สส.เก่า จะเดินหน้าทำงานทันที

ส่วนกรณี สส.งูเห่า โหวตสวนมติพรรคเพื่อไทยนั้น นายดนุพร ระบุว่า มีการพูดกันอย่างกว้างขวาง จะส่งเรื่องให้คณะกรรมการวินัยและจริยธรรมพรรคพิจารณา เพราะมีความผิดชัดเจนในการโหวตขัดมติพรรค จะใช้เวลาพิจารณาเร็วที่สุดและมีคำตอบให้ประชาชน ขณะที่ประเด็นจะเก็บ สส.กลุ่มงูเห่าไว้ต่อไปหรือขับออกจากพรรคนั้น ให้คณะกรรมการจริยธรรมพรรคพิจารณา จะมีมาตรการลงโทษผู้ฝ่าฝืนแน่นอน

นายดนุพร กล่าวอีกว่า ในการประชุม สส. แกนนำพรรคทั้ง นายภูมิธรรม เวชยชัย, นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ, นายสมศักดิ์ เทพสุทิน, นายประเสริฐ จันทรรวงทอง พูดให้กำลังใจหัวหน้าพรรคเรื่องคำตัดสินศาลเมื่อเช้านี้ หัวหน้าพรรคกำชับกับ สส.พรรคเพื่อไทยทุกคนในการประชุมสภาฯ วันที่ 10-11 กันยายน 2568 ที่มีกฎหมายสำคัญหลายฉบับที่ สส.พรรคเพื่อไทยเป็นผู้เสนอ ขอให้ สส. อยู่ร่วมเป็นองค์ประชุม รีบนำกฎหมายต่างๆ เหล่านี้ไปสู่ขั้นตอนต่อไปเร็วที่สุด หัวหน้าพรรคกำชับให้ทุกคนทำหน้าที่เข้มแข็ง เป็นฝ่ายค้านตัวจริงในสภาฯ

ทางด้านคำถามมั่นใจหรือไม่ว่า สส.เขตจะยังอยู่กับพรรคเพื่อไทยในการเลือกตั้งครั้งต่อไป นายดนุพร ตอบว่า สส.เขตกว่า 110 คน พรรคไม่สามารถบังคับให้ใครลงในนามพรรคได้ หากยุบสภาฯ ก็ต้องเลือกตั้งใหม่ใน 45-60 วัน หากใครจะลงสมัครต่อหรือเปลี่ยนใจ ไปพรรคอื่น พรรคไม่ได้ปิดกั้น แต่วันนี้ น.ส.แพทองธาร แสดงความพร้อมประกาศว่าเราพร้อมเดินหน้าสู่การเลือกตั้ง น.ส.แพทองธาร พร้อมเป็นกำลังสำคัญนำไปสู่การเลือกตั้ง คาดหวังว่าจะได้ สส.เยอะที่สุด แต่วันนี้ไกลเกินไปที่จะพูดถึงการเลือกตั้ง

อย่างไรก็ตาม เมื่อถามว่าพรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาล 2 ปี ไม่มีนโยบายที่ทำสำเร็จ จะใช้นโยบายใดหาเสียง นายดนุพร ตอบว่า นโยบายต่างๆ ที่ผ่านสภาฯ แล้ว เช่น นโยบายหวยเกษียณ หรือโครงการรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ต้องดูรัฐบาลใหม่จะทำต่อหรือไม่ หากนโยบายใดเป็นประโยชน์ต่อประชาชน แต่รัฐบาลปัจจุบัน ไม่ดำเนินการ เราก็จะนำกลับมาทำใหม่ ขอดูนโยบายเราที่ผ่านสภาฯ ว่านำไปปรับใช้ได้มากแค่ไหน.

สส.เพื่อไทยให้กำลังใจ “อิ๊งค์” เผย “ทักษิณ” ให้กำลังใจทำให้พรรคเข้มแข็ง

“ทักษิณ” ให้กำลังใจพรรคเพื่อไทยเข้มแข็ง

การที่ สส.เพื่อไทยให้กำลังใจ “อิ๊งค์” และ “ทักษิณ” ให้กำลังใจทำให้พรรคเข้มแข็ง เป็นสัญญาณที่บ่งบอกถึงความสามัคคีภายในพรรค แม้ว่าจะมีสถานการณ์ที่ท้าทายเกิดขึ้น การได้รับกำลังใจจากผู้นำและอดีตผู้นำจะช่วยให้สมาชิกพรรคมีความมุ่งมั่นและพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับความท้าทายต่างๆ นอกจากนี้ การเตรียมความพร้อมสำหรับการเลือกตั้งที่จะมาถึงยังแสดงให้เห็นถึงความกระตือรือร้นและความตั้งใจในการทำงานเพื่อประชาชน

การที่พรรคเพื่อไทยประกาศเดินหน้าสู่การเลือกตั้งและเตรียมความพร้อมผู้สมัคร สส. ให้ทันภายในกลางเดือนตุลาคม 2568 แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะกลับมาเป็นแกนนำในการบริหารประเทศอีกครั้ง การมีผู้สมัครที่พร้อมและมีความสามารถจะช่วยให้พรรคมีโอกาสในการได้รับการสนับสนุนจากประชาชนมากขึ้น

การพิจารณาเรื่อง สส.งูเห่าที่โหวตสวนมติพรรคเป็นเรื่องที่สำคัญ เพราะเป็นการแสดงให้เห็นถึงความเข้มงวดในเรื่องของวินัยและจริยธรรมของสมาชิกพรรค การมีมาตรการลงโทษผู้ฝ่าฝืนจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนว่าพรรคมีความจริงจังในการรักษามาตรฐานและหลักการของพรรค

โดยสรุปแล้ว สถานการณ์ปัจจุบันของพรรคเพื่อไทยแสดงให้เห็นถึงความพร้อมในการเผชิญหน้ากับความท้าทายและความมุ่งมั่นในการทำงานเพื่อประชาชน การได้รับกำลังใจจากผู้นำ การเตรียมความพร้อมสำหรับการเลือกตั้ง และการรักษามาตรฐานทางวินัยและจริยธรรมของสมาชิกพรรค ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้พรรคประสบความสำเร็จในการเลือกตั้งที่จะมาถึง และนำพรรคไปสู่ความเข้มแข็ง

ที่มา – สส.เพื่อไทยให้กำลังใจ “อิ๊งค์” เผย “ทักษิณ” ให้กำลังใจทำให้พรรคเข้มแข็ง

อิ๊งค์ไม่รู้ ทักษิณนั่งรถตู้ราชทัณฑ์ไปไหน?

“อิ๊งค์ แพทองธาร” ไม่รู้ “ทักษิณ ชินวัตร” นั่งรถตู้ราชทัณฑ์จากเรือนจำพิเศษกรุงเทพไปไหน บอกขอเช็กก่อน เพิ่งออกจากห้องประชุม ผู้สื่อข่าวยันปลายทางเรือนจำกลางคลองเปรม ทำให้เกิดคำถามมากมายว่าจริงๆ แล้ว ทักษิณนั่งรถตู้ราชทัณฑ์ ไปที่ไหนกันแน่?

เมื่อเวลา 17.22 น. วันที่ 9 กันยายน 2568 น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เดินทางออกจากห้องประชุม สส. ที่ทำการพรรคเพื่อไทย โดยช่วงเวลาเดียวกัน นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี บิดาของ น.ส.แพทองธาร ได้นั่งรถตู้ติดลูกกรงออกจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ซึ่งมีรายงานว่าไปเรือนจำกลางคลองเปรม หรือไปทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ ซึ่ง น.ส.แพทองธาร ตอบว่า “จริงๆ ก็ยังไม่ทราบ ขอไปเช็กก่อน เพราะเพิ่งออกจากห้องประชุม” ทำให้หลายคนสงสัยว่า อิ๊งค์ไม่รู้ ทักษิณนั่งรถตู้ราชทัณฑ์ไปไหน จริงหรือ?

ส่วนคำถามว่า นายทักษิณ ไปตรวจสุขภาพหรือไม่ เพราะตอนนั่งในรถออกไปได้ยกนิ้วโป้งให้สื่อมวลชนด้วย ซึ่ง น.ส.แพทองธาร ไม่ตอบคำถาม แต่อมยิ้มก่อนขึ้นรถไป

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่ารถที่ นายทักษิณ นั่งออกไปจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ไปยังเรือนจำกลางคลองเปรม โดยไม่ได้เลี้ยวเข้าทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ เนื่องมาจากว่าเรือนจำกลางคลองเปรมถือเป็นเรือนจำความมั่นคงสูงสุด 1 ใน 5 แห่งของประเทศไทย ส่วนจะมีความคืบหน้าอย่างไรนั้น รอทางกรมราชทัณฑ์ชี้แจงอีกครั้ง.

อิ๊งค์ไม่รู้ ทักษิณนั่งรถตู้ราชทัณฑ์ไปไหน

การที่ น.ส.แพทองธาร ตอบคำถามสื่อมวลชนเช่นนั้น ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์มากมาย หลายคนตั้งคำถามว่าเหตุใดเธอจึงไม่ทราบข้อมูลดังกล่าว ทั้งที่เป็นบุตรสาว และเป็นบุคคลใกล้ชิด

ความเคลื่อนไหวล่าสุดเกี่ยวกับทักษิณ

สถานการณ์ของนายทักษิณ ชินวัตร ยังคงเป็นที่จับตามองของสังคมอย่างใกล้ชิด ข่าวการเดินทางด้วยรถตู้ราชทัณฑ์และการที่ น.ส.แพทองธาร อ้างว่าไม่ทราบจุดหมายปลายทาง ได้สร้างความสงสัยและความไม่แน่นอนให้กับประชาชน

  • การเดินทางของนายทักษิณ
  • จุดหมายปลายทางที่ไม่ชัดเจน
  • ท่าทีของ น.ส.แพทองธาร

ประเด็นนี้ยังคงเป็นที่ถกเถียงและต้องการความกระจ่างจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบข้อมูลที่ถูกต้องและชัดเจนเกี่ยวกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

โดยสรุปแล้ว ข่าว อิ๊งค์ไม่รู้ ทักษิณนั่งรถตู้ราชทัณฑ์ไปไหน ยังคงเป็นประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด และรอการชี้แจงจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป หากมีความคืบหน้าเพิ่มเติม จะแจ้งให้ทราบต่อไป

ที่มา – “อิ๊งค์” ไม่รู้ “ทักษิณ” นั่งรถตู้ราชทัณฑ์ไปไหน บอกเพิ่งออกจากห้องประชุม

เปิดขั้นตอนคุมขัง “ทักษิณ” ฝากเงินในคุกได้

หลังจากศาลฎีกามีคำสั่งให้บังคับโทษจำคุก 1 ปีกับนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กรมราชทัณฑ์ได้ดำเนินการตามขั้นตอนในการรับตัวเข้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร กระบวนการดังกล่าวมีรายละเอียดที่น่าสนใจมากมาย ตั้งแต่การทำประวัติ การตรวจค้น ไปจนถึงการดูแลด้านสุขภาพและความปลอดภัย วันนี้เราจะมาเจาะลึก เปิดขั้นตอน ราชทัณฑ์คุมขัง “ทักษิณ” ฝากเงินใช้ซื้อของในคุกได้ไม่เกิน 15,000 บาท

เปิดขั้นตอน ราชทัณฑ์คุมขัง “ทักษิณ” ฝากเงินใช้ซื้อของในคุกได้ไม่เกิน 15,000 บาท

เมื่อนายทักษิณเดินทางถึงเรือนจำ เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการตามระเบียบ เริ่มจากการจัดทำประวัติส่วนตัว ข้อมูลคดี ประวัติการรักษาพยาบาล และรายละเอียดเกี่ยวกับครอบครัว เพื่อนำไปใช้ในการวางแผนดูแลที่เหมาะสม เนื่องจากนายทักษิณมีอายุ 76 ปี จึงถือเป็นผู้ต้องขังสูงอายุ ซึ่งมีขั้นตอนการดูแลเป็นพิเศษ

รายละเอียดขั้นตอนการคุมขังและฝากเงิน

การตรวจค้นและทรัพย์สิน: สิ่งของที่นำติดตัวมาจะถูกแยกเป็นสิ่งของต้องห้าม สิ่งของที่อนุญาต และสิ่งของที่ไม่ได้รับอนุญาต เงินสดจะถูกรับฝากไว้ และสามารถใช้ซื้อของใช้ส่วนตัวภายในเรือนจำได้ โดยมีข้อกำหนดให้เปิดขั้นตอน ราชทัณฑ์คุมขัง “ทักษิณ” ฝากเงินใช้ซื้อของในคุกได้ไม่เกิน 15,000 บาท

การดูแลสุขภาพ: มีการตรวจสุขภาพเบื้องต้นและคัดกรองโรค หากมีโรคประจำตัวหรือบาดแผล จะมีการบันทึกไว้เป็นหลักฐาน

การกักโรค: ผู้ต้องขังใหม่จะต้องกักโรคเป็นเวลา 5 วัน เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19

การจำแนกแดน: จะมีการพิจารณาว่าจะคุมขังผู้ต้องขังในแดนใด โดยคำนึงถึงความปลอดภัยและหลีกเลี่ยงการคุมขังร่วมกับคู่กรณี

สิทธิและหน้าที่: ผู้ต้องขังจะได้รับแจ้งข้อบังคับของเรือนจำ ระเบียบการปฏิบัติตัว สิทธิ หน้าที่ และประโยชน์ต่างๆ

  • การเยี่ยมญาติ: สามารถเยี่ยมได้หลังกักโรค โดยต้องเป็นญาติที่ระบุชื่อไว้ (10 รายชื่อ) และเปลี่ยนแปลงรายชื่อได้ทุก 30 วัน
  • การฝากเงิน: ญาติสามารถฝากเงินให้ผู้ต้องขังใช้จ่ายในเรือนจำได้

สิ่งของที่ไม่อนุญาต: เสื้อผ้า สิ่งของมีค่า เครื่องประดับ จะถูกเก็บรักษาไว้ และญาติต้องติดต่อขอรับคืน

การฝากเงินและการใช้จ่าย: ญาติสามารถฝากเงินเข้าบัญชีผู้ต้องขังได้ แต่มีวงเงินจำกัด เปิดขั้นตอน ราชทัณฑ์คุมขัง “ทักษิณ” ฝากเงินใช้ซื้อของในคุกได้ไม่เกิน 15,000 บาท เพื่อใช้ซื้อของใช้ส่วนตัวภายในเรือนจำ เช่น สบู่ ยาสีฟัน หรืออาหารเสริม

ข้อควรระวังและความปลอดภัย

กรมราชทัณฑ์ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของผู้ต้องขังเป็นอย่างมาก มีมาตรการป้องกันการทะเลาะวิวาท การกลั่นแกล้ง และการทำร้ายร่างกาย นอกจากนี้ ยังมีการดูแลสุขภาพจิตของผู้ต้องขัง เพื่อป้องกันการคิดสั้น

กระบวนการทั้งหมดนี้แสดงให้เห็นถึงความละเอียดและความใส่ใจของกรมราชทัณฑ์ในการดูแลผู้ต้องขังทุกราย ไม่ว่าจะเป็นผู้ต้องขังทั่วไปหรือผู้ต้องขังที่มีชื่อเสียง เพื่อให้การควบคุมและการแก้ไขฟื้นฟูเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นธรรม

แม้ว่าการจำกัดวงเงินฝากจะไม่เกิน 15,000 บาท อาจดูเป็นจำนวนที่จำกัด แต่ก็เพียงพอต่อการดำรงชีวิตขั้นพื้นฐานของผู้ต้องขังภายในเรือนจำ และเป็นไปตามระเบียบที่กำหนดไว้สำหรับผู้ต้องขังทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน

ที่มา – เปิดขั้นตอน ราชทัณฑ์คุมขัง “ทักษิณ” ฝากเงินใช้ซื้อของในคุกได้ไม่เกิน 15,000 บาท

Scroll to top