ทิพานัน ศิริชนะ

ส่องทรัพย์สิน “บุญยิ่ง” รวย 708 ล้าน “อ้น ทิพานัน” 74 ล้าน

ส่องทรัพย์สิน “บุญยิ่ง” รวย 708 ล้าน! วันนี้เราจะมาดูรายละเอียดบัญชีทรัพย์สินของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ที่พ้นจากตำแหน่งกันแบบเจาะลึก สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เปิดเผยข้อมูลเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2567 โดยมีบุคคลเด่น ๆ อย่าง “บุญยิ่ง นิติกาญจนา” ที่ร่ำรวยสุดด้วยยอดรวม 708 ล้านบาท รองลงมาคือ “อ้น ทิพานัน ศิริชนะ” 74 ล้านบาท และ “มนพร เจริญศรี” ที่มีทรัพย์น้อยสุดเพียง 3.2 ล้านบาท แถมไร้หนี้สินด้วย เรื่องนี้กลายเป็นที่สนใจของประชาชน เพราะช่วยสะท้อนภาพความโปร่งใสของนักการเมืองไทย

ส่องทรัพย์สิน “บุญยิ่ง” รวย 708 ล้าน

เริ่มกันที่ตัวท็อป “นางบุญยิ่ง นิติกาญจนา” ยื่นบัญชีทรัพย์สินรวมกับคู่สมรส นายวิวัฒน์ นิติกาญจนา รวมมูลค่า 708,902,563.29 บาท มีหนี้สินเพียง 688,644.87 บาทเท่านั้น ทรัพย์สินส่วนตัวของนางบุญยิ่งอยู่ที่ 46,553,039.68 บาท รายได้ต่อปี 1,362,720 บาท รายจ่าย 2,429,806 บาท ส่วนคู่สมรสมีทรัพย์ถึง 662,349,523.61 บาท สิ่งที่น่าสนใจคือทั้งคู่มีโฉนดที่ดินรวม 61 แปลง ส่วนใหญ่อยู่ในจังหวัดราชบุรี รองลงมาเป็นสมุทรสงคราม

  • บ้านเรือน 3 หลัง มูลค่าสูงสุด 60 ล้านบาท
  • รถยนต์ Mercedes-Benz S 580 e AMG Premium มูลค่า 6,308,411.21 บาท
  • ทรัพย์สินอื่น ๆ เช่น เตียงนอนพร้อมตู้หัวเตียง 300,000 บาท นาฬิกาตั้งพื้นอิตาลี 220,000 บาท
  • อาวุธปืน 8 กระบอก พระเครื่อง เครื่องประดับ นาฬิกา กระเป๋าแบรนด์เนม

ทรัพย์สิน “อ้น ทิพานัน” รวม 74 ล้านบาท

ต่อมาคือ “นางสาวทิพานัน ศิริชนะ” หรือ “อ้น ทิพานัน” ที่ยื่นทรัพย์สิน 74,351,733.51 บาท รายได้ต่อปี 502,907.48 บาท รายจ่าย 638,818.90 บาท หนี้สิน 244,327.85 บาท ทรัพย์หลักได้แก่

  • โฉนดที่ดิน 2 แปลงในกรุงเทพฯ มูลค่า 5,700,000 บาท
  • โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง 5 หลัง เช่น ห้องชุด ทาวน์เฮ้าส์ ตึกแถว รวม 29,750,000 บาท
  • รถยนต์ 2 คัน มูลค่า 9,000,000 บาท
  • เงินฝากธนาคาร 14 บัญชี รวม 12,580,626.94 บาท
  • ทรัพย์อื่น ๆ 12,158,837.50 บาท เช่น ทองคำ อัญมณี เครื่องประดับเพชร พระเครื่อง กระเป๋าแบรนด์เนม

มนพร เจริญศรี ทรัพย์น้อยสุด 3.2 ล้าน ไร้หนี้

ขณะที่ “นางมนพร เจริญศรี” มีทรัพย์รวม 3,221,981.66 บาท รายได้จากเงินเดือน 1,289,455.48 บาทต่อปี รายจ่าย 760,952 บาทต่อปี โดยไม่มีหนี้สินเลย ถือเป็นตัวอย่างของสส.ที่เรียบง่ายเมื่อเทียบกับคนอื่น

ทรัพย์สินสส.คนอื่นที่น่าสนใจ

นอกจากส่องทรัพย์สิน “บุญยิ่ง” รวย 708 ล้าน แล้ว ยังมี “นายไพโรจน์ โล่ห์สุนทร” ที่รวยสุดในลิสต์นี้ ร่วมกับคู่สมรส 1,649,564,965.57 บาท รายได้ 5,362,720 บาท รายจ่าย 6,500,000 บาท หนี้ 66,119.98 บาท

  • ที่ดิน 220 แปลง มูลค่า 1,238,587,603.33 บาท
  • โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง 29 หลัง 103,055,066 บาท

ส่วน “นายชัยชนะ เดชเดโช” ทรัพย์รวม 66,220,059.04 บาท รายได้ 5,622,320 บาท รายจ่าย 4,173,590 บาท หนี้ 29,167,032.96 บาท

  • ที่ดิน 15 แปลง 23,713,100 บาท
  • โรงเรือน 40,500,000 บาท
  • ทรัพย์อื่น เช่น ปืน 7 กระบอก งาช้าง 1 คู่ นาฬิกา Patek Philippe และ Rolex 2 เรือน

การเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินเช่นนี้จาก ป.ป.ช. เป็นเครื่องมือสำคัญในการตรวจสอบนักการเมือง สะท้อนถึงระดับความมั่งคั่งที่แตกต่างกันอย่างมาก ตั้งแต่หลักล้านไปจนพันล้านบาท ซึ่งอาจมาจากธุรกิจครอบครัวหรือการลงทุนยาวนาน หากคุณสนใจเรื่องความโปร่งใสในแวดวงการเมืองไทย บทความนี้ช่วยให้เห็นภาพชัดเจน ลองแชร์และแสดงความเห็นด้านล่างว่าคุณคิดอย่างไรกับทรัพย์สินเหล่านี้!

ที่มา – ส่องทรัพย์สิน “บุญยิ่ง” รวย 708 ล้าน “อ้น ทิพานัน” 74 ล้าน “มนพร” แค่ 3.2 ล้าน ไร้หนี้สิน

รัฐสภาจัดพิธีบวงสรวงอัญเชิญ ร.7 องค์ใหม่

“ไชยา พรหมา” นำ สส.-สว. ทำพิธีบวงสรวงอัญเชิญพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว องค์ใหม่ ขนาด 4 เท่าของพระองค์จริง ประดิษฐานหน้าอาคารรัฐสภา

เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 20 ก.ย. 2568 ที่รัฐสภา นายไชยา พรหมา รองประธานสภาคนที่ 1 เป็นประธานในพิธีรัฐสภาจัดพิธีบวงสรวงอัญเชิญ ร.7 องค์ใหม่ ประดิษฐานบนแท่นฐานพระบรมราชานุสาวรีย์บริเวณด้านหน้าอาคารรัฐสภา โดยมี พล.อ.สวัสดิ์ ทัศนา สว., นายชวนหลีก หลีกภัย สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์, นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว สส.น่านพรรคเพื่อไทย, น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ สส.บัญชีรายชื่อพรรครวมไทยสร้างชาติ และข้าราชการรัฐสภาร่วมพิธีด้วย

โดยนายไชยาและพล.อ.สวัสดิ์ ถวายพวงมาลัยและโปรยดอกไม้ที่พระบาทของพระบรมราชานุสาวรีย์ฯ จากนั้นปักธูปที่เครื่องบวงสรวงพร้อมโปรยดอกไม้ จากนั้นนายฉัตรชัย ปิ่นเงิน หัวหน้าโหรพราหมณ์ สำนักพระราชวัง อ่านโองการพร้อมให้ประธานในพิธีโปรยข้าวตอกดอกไม้ที่โต๊ะเครื่องบวงสรวง วางพานประดับพุ่มดอกไม้ และจุดธูป เทียน เครื่องทองน้อย กระทั่งเวลา 09.00 น. จึงใช้รถเครนใหญ่ยกพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวขึ้นประดิษฐานบนพระที่นั่งพุดตานเป็นอันเสร็จพิธี

สำหรับพระบรมราชานุสาวรีย์ของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว พระองค์ใหม่นี้ ทางสำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร ได้ออกแบบให้มีขนาด 4 เท่าของพระองค์จริง ความสูงจากยอดพระชฎา จนถึงพื้นของพระที่นั่งพุดตานกาญจนสิงหาสน์ 7.7 เมตร ทรงเครื่องบรมราชภูษิตาภรณ์ ฉลองพระองค์ครุย ทรงพระชฎามหากฐินปักขนนกการเวก หรือ ปักษาสวรรค์ ซึ่งเครื่องราชศิราภรณ์ประเภทชฎา มีศักดิ์สูงรองจากพระมหาพิชัยมงกุฎ โดยมีความแตกต่างจากพระองค์เดิม คือมีพระที่นั่งกระจังใบเทศ 12 ใบ ฐานสองชั้นประดับรายรอบด้วยเทพพนม 21 องค์ พญาครุฑ 24 ตน

โดยการจัดสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์ฯ เป็นการสร้างให้คล้ายกับภาพเมื่อวันที่พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทานรัฐธรรมนูญฉบับแรกแห่งราชอาณาจักรไทย 10 ธ.ค. พ.ศ. 2475 ซึ่งระหว่างทำพิธีมีฝนโปรยปรายเล็กน้อยตลอดการทำพิธี

รัฐสภาจัดพิธีบวงสรวงอัญเชิญ ร.7 องค์ใหม่

การรัฐสภาจัดพิธีบวงสรวงอัญเชิญ ร.7 องค์ใหม่ในครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์สำคัญที่แสดงถึงความเคารพและความจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์ไทย พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ทรงมีคุณูปการต่อประเทศชาติอย่างยิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งพระราชทานรัฐธรรมนูญฉบับแรก ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการปกครองในระบอบประชาธิปไตย

รายละเอียดเกี่ยวกับพระบรมราชานุสาวรีย์ ร.7 องค์ใหม่

พระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวองค์ใหม่นี้ มีความพิเศษหลายประการ ทั้งในด้านขนาดที่ใหญ่ถึง 4 เท่าของพระองค์จริง และรายละเอียดของเครื่องทรงที่งดงามวิจิตรบรรจง สะท้อนถึงพระเกียรติยศและความสำคัญของพระองค์ นอกจากนี้ การออกแบบให้คล้ายกับภาพเมื่อครั้งพระราชทานรัฐธรรมนูญ ยังเป็นการรำลึกถึงเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์ชาติไทยอีกด้วย

พิธีรัฐสภาจัดพิธีบวงสรวงอัญเชิญ ร.7 องค์ใหม่นี้ มีความศักดิ์สิทธิ์และความเป็นสิริมงคลอย่างยิ่ง การที่พิธีเกิดขึ้นท่ามกลางสายฝนโปรยปรายเล็กน้อย อาจเป็นนิมิตหมายที่ดี แสดงถึงความชุ่มเย็นเป็นสุขที่จะเกิดขึ้นแก่ประเทศชาติและประชาชน

การรัฐสภาจัดพิธีบวงสรวงอัญเชิญ ร.7 องค์ใหม่ในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการแสดงความเคารพต่อพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวเท่านั้น แต่ยังเป็นการเตือนใจให้เราทุกคนรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ และร่วมกันรักษาชาติบ้านเมืองให้เจริญรุ่งเรืองสืบไป

ที่มา – รัฐสภา จัดพิธีบวงสรวง-อัญเชิญพระบรมราชานุสาวรีย์ ร.7 องค์ใหม่ประดิษฐานหน้าอาคาร

ราชกิจจาฯ ประกาศเลื่อน “รุ่งเรือง-ทิพานัน-พล.ต.อ.อัศวิน” เป็น สส.บัญชีรายชื่อ

ราชกิจจาฯ ประกาศเลื่อน “รุ่งเรือง พิทยศิริ” เป็น สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ขยับ “ทิพานัน ศิริชนะ – พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง” ขึ้นเป็น สส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ หลัง “นพดล-สุชาติ-ธนกร” ลาออก

เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2568 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่ประกาศสภาผู้แทนราษฎร จำนวน 3 ฉบับในลักษณะเดียวกัน เรื่องการเลื่อนผู้มีรายชื่อในลำดับถัดไปในบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองขึ้นมาเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแทนตำแหน่งที่ว่าง โดยประกาศ ณ วันที่ 9 กันยายน 2568 และลงนามโดย นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

1. กรณี นายนพดล ปัทมะ ได้ยื่นหนังสือลาออกจากการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อของพรรคเพื่อไทย ลำดับที่ 15 ตั้งแต่วันที่ 6 กันยายน 2568 ซึ่งเป็นเหตุให้สมาชิกภาพสิ้นสุดลงตามมาตรา 101 (3) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ดังนั้น อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 105 (2) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 จึงประกาศให้ นายรุ่งเรือง พิทยศิริ ผู้มีชื่อในบัญชีรายชื่อลำดับที่ 41 เลื่อนขึ้นมาเป็น สส.บัญชีรายชื่อแทน

(อ่านฉบับเต็ม)

2. กรณี นายสุชาติ ชมกลิ่น ได้ยื่นหนังสือลาออกจากการเป็น สส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 5 ของพรรครวมไทยสร้างชาติ ตั้งแต่วันที่ 8 กันยายน 2568 ซึ่งเป็นเหตุให้สมาชิกภาพสิ้นสุดลง จึงประกาศให้ นางสาวทิพานัน ศิริชนะ ผู้มีชื่อในบัญชีรายชื่อลำดับที่ 18 เลื่อนขึ้นมาเป็น สส.บัญชีรายชื่อแทน

(อ่านฉบับเต็ม)

3. กรณี นายธนกร วังบุญคงชนะ ได้ยื่นหนังสือลาออกจากการเป็น สส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 10 ของพรรครวมไทยสร้างชาติ ตั้งแต่วันที่ 8 กันยายน 2568 ซึ่งเป็นเหตุให้สมาชิกภาพสิ้นสุดลง จึงประกาศให้ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้มีชื่อในบัญชีรายชื่อลำดับที่ 20 เลื่อนขึ้นมาเป็น สส.บัญชีรายชื่อแทน

(อ่านฉบับเต็ม)

ราชกิจจาฯ ประกาศเลื่อน “รุ่งเรือง-ทิพานัน-พล.ต.อ.อัศวิน” เป็น สส.บัญชีรายชื่อ

การเปลี่ยนแปลงในสภาผู้แทนราษฎรครั้งนี้ เกิดขึ้นจากการลาออกของ สส. บัญชีรายชื่อจากทั้งพรรคเพื่อไทยและพรรครวมไทยสร้างชาติ ส่งผลให้ต้องมีการเลื่อนลำดับผู้มีชื่อในบัญชีรายชื่อขึ้นมาแทน

การลาออกของ สส. ดังกล่าวมีผลกระทบต่อองค์ประกอบของสภาผู้แทนราษฎร และอาจส่งผลต่อการดำเนินงานของรัฐสภาในอนาคต การเลื่อนลำดับ สส. บัญชีรายชื่อ เป็นกระบวนการปกติที่เกิดขึ้นเมื่อมีตำแหน่งว่างลง แต่ก็เป็นสิ่งที่น่าจับตามองว่าใครจะเข้ามาทำหน้าที่แทน และจะมีบทบาทอย่างไรในการผลักดันนโยบายต่างๆ

ทำความเข้าใจการเลื่อน สส.บัญชีรายชื่อ

การเลื่อน สส.บัญชีรายชื่อ เป็นไปตามกระบวนการที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย เมื่อมี สส. ลาออก หรือพ้นจากตำแหน่งด้วยเหตุอื่นใด ผู้มีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองนั้นในลำดับถัดไป จะได้รับการเลื่อนขึ้นมาดำรงตำแหน่งแทน เพื่อให้จำนวน สส. ในสภายังคงครบตามที่กฎหมายกำหนด

กระบวนการนี้มีความสำคัญต่อการรักษาความต่อเนื่องของการทำงานในสภาผู้แทนราษฎร และเป็นหลักประกันว่าประชาชนจะยังคงมีผู้แทนทำหน้าที่ในรัฐสภาอย่างครบถ้วน แม้จะมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น

สำหรับกรณี ราชกิจจาฯ ประกาศเลื่อน “รุ่งเรือง-ทิพานัน-พล.ต.อ.อัศวิน” เป็น สส.บัญชีรายชื่อ นั้น แสดงให้เห็นถึงการดำเนินงานตามกระบวนการดังกล่าวอย่างเป็นทางการและโปร่งใส โดยมีการประกาศในราชกิจจานุเบกษาเพื่อให้ประชาชนได้รับทราบข้อมูลอย่างถูกต้อง

การเปลี่ยนแปลงนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของการเมืองไทยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะอาจส่งผลต่อทิศทางการดำเนินงานของรัฐบาลและสภาผู้แทนราษฎรในภาพรวม การได้ ราชกิจจาฯ ประกาศเลื่อน “รุ่งเรือง-ทิพานัน-พล.ต.อ.อัศวิน” เป็น สส.บัญชีรายชื่อ เข้ามาทำหน้าที่ จะมีส่วนช่วยผลักดันนโยบายของพรรคตนเองอย่างไร และจะมีบทบาทในการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลมากน้อยแค่ไหน เป็นสิ่งที่สังคมต้องจับตาดูต่อไป

ที่มา – ราชกิจจาฯ ประกาศเลื่อน “รุ่งเรือง-ทิพานัน-พล.ต.อ.อัศวิน” เป็น สส.บัญชีรายชื่อ

Scroll to top