ธนาคารออมสิน

นายกรัฐมนตรี สั่งตั้งวันสต็อปเซอร์วิส โซลาร์รูฟท็อป

นายกรัฐมนตรี สั่งตั้งวันสต็อปเซอร์วิส โซลาร์รูฟท็อป เพื่อตอบรับกระแสความนิยมจากประชาชนที่สนใจพลังงานสะอาดมากขึ้น รัฐบาลชุดนี้ให้ความสำคัญกับการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานหมุนเวียน ลดการพึ่งพาน้ำมันนำเข้า และช่วยลดค่าไฟให้ประชาชนในระยะยาว ข่าวดีนี้ถูกแถลงโดยน.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี หลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 5 พ.ค. 2567 ที่ผ่านมา

นายกรัฐมนตรี สั่งตั้งวันสต็อปเซอร์วิส โซลาร์รูฟท็อป

ในที่ประชุมครม. นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้กระทรวงพลังงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งจัดตั้งศูนย์บริการแบบวันสต็อปเซอร์วิส (One Stop Service) สำหรับให้คำปรึกษาแก่ประชาชนที่สนใจติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป ศูนย์นี้จะให้บริการครบวงจร ตั้งแต่การตรวจสอบความเหมาะสมของหลังคาบ้าน คำนวณความคุ้มทุน ขั้นตอนการติดตั้ง ไปจนถึงมาตรการสนับสนุนจากรัฐบาล ทำให้ประชาชนตัดสินใจได้อย่างมั่นใจ ไม่ต้องวิ่งหลายที่

ปัจจุบัน ประชาชนให้ความสนใจโซลาร์รูฟท็อปมากขึ้น เพราะช่วยประหยัดค่าไฟฟ้า ลดการปล่อยคาร์บอน และยังสร้างรายได้จากการขายไฟฟ้าคืนสู่ระบบได้อีกด้วย ธนาคารรัฐอย่างธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) และธนาคารออมสิน ก็มีสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ สนับสนุนการติดตั้ง ทำให้เข้าถึงได้ง่าย

ประโยชน์ของการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป

  • ประหยัดค่าไฟ: ผลิตไฟฟ้าใช้เอง ลดบิลค่าไฟลง 50-80% ต่อเดือน
  • เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม: ลดการใช้พลังงานฟอสซิล ช่วยลดโลกร้อน
  • ลงทุนคุ้มค่า: ROI ภายใน 5-7 ปี และแผงโซลาร์มีอายุใช้งาน 25 ปี
  • รับเงินคืนจากไฟฟ้า: ขายไฟส่วนเกินให้การไฟฟ้าได้รายได้เสริม
  • สนับสนุนจากรัฐ: ลดภาษี เงินอุดหนุน และสินเชื่อพิเศษ

ขั้นตอนการใช้บริการวันสต็อปเซอร์วิส โซลาร์รูฟท็อป

1. นำเอกสารหลังคาและข้อมูลบ้านไปยังศูนย์
2. รับคำปรึกษาฟรีเรื่องขนาดระบบที่เหมาะสม
3. คำนวณต้นทุนและระยะเวลาคืนทุน
4. แนะนำผู้รับเหมาที่ได้รับการรับรอง
5. ช่วยยื่นขอสินเชื่อและสิทธิประโยชน์รัฐ

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังกำชับเรื่องการตอบกระทู้สดในสภา โดยมอบหมายนายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ประสานงานกับฝ่ายค้าน เพื่อให้การทำงานราบรื่น รัฐบาลยืนยันไม่หนีตอบกระทู้ และให้ความสำคัญกับการชี้แจงประเด็นต่างๆ เพื่อประโยชน์ของประชาชน

นโยบายนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนพลังงานแห่งชาติที่มุ่งสู่ Carbon Neutrality ภายในปี 2050 การติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปไม่เพียงช่วยครัวเรือนแต่ยังช่วยระบบไฟฟ้าทั้งประเทศให้เสถียร ลดความเสี่ยงจากราคาน้ำมันผันผวน หากคุณมีหลังคาว่าง สนใจติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป รอใช้บริการวันสต็อปเซอร์วิสได้เลย เพราะนี่คือโอกาสทองในการประหยัดและอนาคตสีเขียว

ติดตั้งวันนี้ ประหยัดพรุ่งนี้! ติดตามศูนย์บริการใกล้บ้านจากกระทรวงพลังงานเพื่อเริ่มต้นการเปลี่ยนแปลง

ที่มา – นายกรัฐมนตรี สั่งตั้งวันสต็อปเซอร์วิสให้คำปรึกษาประชาชนติดตั้ง “โซลาร์รูฟท็อป” หลังผลตอบรับดี

รทสช. ประชุมใหญ่เสริมทัพ กก.บห. ลั่นเดินหน้าเสรีโซลาร์

พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) จัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2567 อย่างคึกคัก เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2567 ที่สำนักงานใหญ่พรรค เขตพญาไท โดยมี นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค เป็นประธานในที่ประชุม แกนนำ ส.ส. และสมาชิกพรรคเข้าร่วมจำนวนมาก เพื่อกำหนดทิศทางการทำงานและปรับโครงสร้างบริหารพรรคให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น

รทสช. ประชุมใหญ่เสริมทัพ กก.บห. ลั่นเดินหน้า “เสรีโซลาร์-ปฏิรูปเครดิตบูโร”

ที่ประชุมใหญ่ของ รทสช. ประชุมใหญ่เสริมทัพ กก.บห. ลั่นเดินหน้า “เสรีโซลาร์-ปฏิรูปเครดิตบูโร” มีมติเห็นชอบเลือก พันเอกเฟื่องวิชชุ์ อนิรุทธเทวา เข้าดำรงตำแหน่งกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) แทนตำแหน่งที่ว่าง ส่งผลให้คณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่มีความพร้อมและเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น นำโดย:

  • นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค – หัวหน้าพรรค
  • นายชัชวาลล์ คงอุดม – เลขาธิการพรรค
  • นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี – รองหัวหน้าพรรค
  • นายนราพัฒน์ แก้วทอง – รองหัวหน้าพรรค
  • และกรรมการบริหารคนอื่นๆ

โครงสร้างทีมบริหารชุดนี้จะช่วยให้พรรคขับเคลื่อนภารกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล

นโยบายเด่น: ร่าง พ.ร.บ. เสรีโซลาร์ ลดต้นทุนพลังงานสะอาด

นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค กล่าวถึงเป้าหมายสำคัญของพรรคในการผลักดันกฎหมายที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนโดยตรง 2 ฉบับหลัก ได้แก่ ร่าง พ.ร.บ. เสรีโซลาร์ และ ร่าง พ.ร.บ. ปฏิรูปเครดิตบูโร โดยเฉพาะกฎหมายเสรีโซลาร์ที่มุ่งส่งเสริมการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ในครัวเรือน พรรคมีแผนประสานงานกับสถาบันการเงินของรัฐ เช่น ธนาคารออมสิน และ SME D Bank เพื่อให้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำแก่ประชาชนที่ต้องการติดตั้งโซลาร์เซลล์บนหลังคาบ้าน

ปัจจุบัน การติดตั้งโซลาร์เซลล์มีต้นทุนสูงเฉลี่ย 180,000 บาทต่อหลังคาบ้าน ทำให้ประชาชนทั่วไปเข้าถึงยาก แต่ด้วยนโยบาย รทสช. ประชุมใหญ่เสริมทัพ กก.บห. ลั่นเดินหน้า “เสรีโซลาร์-ปฏิรูปเครดิตบูโร” จะช่วยทลายข้อจำกัดเหล่านี้ ลดต้นทุนลงเหลือไม่ถึง 100,000 บาท ช่วยให้ครอบครัวประหยัดค่าไฟฟ้าได้ในระยะยาว คาดว่าจะลดค่าไฟได้ถึง 50-70% ต่อเดือน นอกจากนี้ กฎหมายยังอยู่ในขั้นตอนรับฟังความคิดเห็นตามมาตรา 77 ของรัฐธรรมนูญ และเตรียมเข้าสู่การพิจารณาของสภาในเร็วๆ นี้

ปฏิรูปเครดิตบูโร สร้างความเป็นธรรมทางการเงิน

อีกหนึ่งนโยบายสำคัญคือ ร่าง พ.ร.บ. ปฏิรูปเครดิตบูโร ซึ่งจะปรับปรุงระบบข้อมูลเครดิตให้โปร่งใสและเป็นธรรมมากขึ้น ปัจจุบัน ระบบเครดิตบูโรของไทยถูกวิจารณ์ว่าทำให้ประชาชนจำนวนมากติดบัญชีดำ (blacklist) จากหนี้สินเล็กน้อย ส่งผลให้กู้สินเชื่อใหม่ได้ยาก พรรค รทสช. มุ่งแก้ปัญหานี้ โดยกำหนดเกณฑ์ที่ชัดเจน ลดระยะเวลาการลงโทษ และเปิดโอกาสให้ประชาชนแก้ไขข้อมูลได้ง่ายขึ้น สิ่งนี้จะช่วยให้ประชาชนเข้าถึงแหล่งทุนเพื่อพัฒนาชีวิตได้ดีขึ้น

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี รองหัวหน้าพรรค เน้นย้ำว่า การทำงานของ รทสช. ในรัฐบาลไม่ใช่การแสวงหาตำแหน่งรัฐมนตรี แต่เน้นผลักดันสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชน นอกจากนี้ พรรคยังเปิดตัวทีมโฆษกชุดใหม่ เพื่อสื่อสารนโยบายให้รวดเร็วและเข้าถึงประชาชน โดยมี ดร.อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี (รักษาการโฆษก), นายเกรียงไกรมาศ พจนสุนทร (เคนโด้), นางสาวศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ และทีมงาน

นโยบายเหล่านี้สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ของพรรครวมไทยสร้างชาติที่ให้ความสำคัญกับปัญหาความเป็นอยู่ของประชาชนจริงๆ ในยุคที่ราคาพลังงานและหนี้สินเป็นภาระหนัก การมีกฎหมายเสรีโซลาร์จะช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านไฟฟ้า ขณะที่ปฏิรูปเครดิตบูโรจะเปิดโอกาสทางการเงินใหม่ๆ ทำให้เศรษฐกิจฐานรากเข้มแข็ง

หากคุณเป็นเจ้าของบ้านที่กำลังกังวลเรื่องค่าไฟแพง หรือมีปัญหาเครดิตบูโร ติดตามความคืบหน้านโยบาย รทสช. ประชุมใหญ่เสริมทัพ กก.บห. ลั่นเดินหน้า “เสรีโซลาร์-ปฏิรูปเครดิตบูโร” ต่อไป เพราะนี่คือก้าวสำคัญสู่ชีวิตที่ดีขึ้น สนับสนุนและแชร์ข้อมูลนี้ให้เพื่อนๆ รู้จักกันนะครับ

ที่มา – รทสช. ประชุมใหญ่เสริมทัพ กก.บห. ลั่นเดินหน้า “เสรีโซลาร์-ปฏิรูปเครดิตบูโร”

เช็กเงื่อนไข “ออมสิน” เปิดให้กู้ติด “โซลาร์เซลล์” ดอกเบี้ยเริ่มต้น 3.5% ต่อปี

สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้เรามีข่าวดีสำหรับคนที่อยากประหยัดค่าไฟและหันมาใช้พลังงานสะอาดกันบ้างนะ เช็กเงื่อนไข “ออมสิน” เปิดให้กู้ติด “โซลาร์เซลล์” ดอกเบี้ยเริ่มต้น 3.5% ต่อปี กันเลย! ในยุคที่ราคาน้ำมันและค่าไฟแพงขึ้นทุกวัน การติดตั้งโซลาร์เซลล์ที่บ้านหรือที่ทำงานกลายเป็นทางเลือกยอดฮิต เพราะช่วยลดค่าใช้จ่ายระยะยาวได้เยอะมาก แถมยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมด้วย ธนาคารออมสินเค้าจัดโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำหรือ Soft Loan GSB พลิกฟื้นธุรกิจไทย มาช่วยประชาชนปรับตัวรับมือวิกฤตพลังงาน วงเงินรวม 5,000 ล้านบาท สำหรับโซลาร์เซลล์และรถ EV เลยนะ

เช็กเงื่อนไข “ออมสิน” เปิดให้กู้ติด “โซลาร์เซลล์” ดอกเบี้ยเริ่มต้น 3.5% ต่อปี

โครงการนี้มาจากมติคณะรัฐมนตรีที่ให้ออมสินช่วยเสริมสภาพคล่องให้ประชาชนและ SME โดยนายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน บอกว่าส่วนหนึ่งของวงเงิน 100,000 ล้านบาท จะเอามาใช้กับพลังงานยั่งยืน อย่างการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์นี่เอง ประโยชน์ชัดเจนเลย ลดค่าไฟฟ้าได้ 50-70% ต่อเดือน ขึ้นอยู่กับขนาดระบบ แถมแผงโซลาร์เซลล์สมัยนี้ทนทาน ใช้งานได้ 25 ปี ก่อนจะคุ้มทุนใน 5-7 ปีเอง

รายละเอียดสินเชื่อติดตั้งโซลาร์เซลล์

สำหรับ เช็กเงื่อนไข “ออมสิน” เปิดให้กู้ติด “โซลาร์เซลล์” ดอกเบี้ยเริ่มต้น 3.5% ต่อปี มี 2 แบบหลักๆ คือ

  • แบบไม่มีหลักประกัน (Clean Loan): วงเงินสูงสุด 500,000 บาท เงินดาวน์ 20% ดอกเบี้ย 2 ปีแรก 3.50% ต่อปี
  • แบบมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน: วงเงินสูงสุด 1 ล้านบาท ดาวน์ 10% หรือ 20% ดอกเบี้ย 5 ปีแรก 3.25% (ดาวน์ 20%) หรือ 3.50% (ดาวน์ 10%)

ครอบคลุมค่าติดตั้ง อุปกรณ์ และค่าใช้จ่ายเกี่ยวข้อง ผ่อนนานสุด 7 ปี แถมใช้ลดหย่อนภาษีได้ตามนโยบายรัฐ ยื่นกู้ได้ที่สาขาออมสินทุกแห่ง ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 มี.ค. 2570 หรือจนครบวงเงิน 5,000 ล้านบาท ง่ายๆ เลยนะครับ แค่เตรียมเอกสารพื้นฐานอย่างบัตรประชาชน สมุดทะเบียนบ้าน และรายได้ ก็พร้อมกู้แล้ว

สินเชื่อรถ EV จากออมสิน

นอกจากโซลาร์เซลล์ โครงการนี้ยังมีสินเชื่อซื้อยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ด้วยนะ รถป้ายแดงอย่าง BEV, PHEV, HEV, FCEV ดอกเบี้ยไม่เกิน 5% ต่อปี ส่วนมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าไม่เกิน 10% ต่อปี กู้ผ่าน Non-Bank หรือไฟแนนซ์รถที่ร่วมโครงการ เงื่อนไขตามแต่ละแห่งกำหนด ช่วยลดค่าน้ำมัน ลดมลพิษ เหมาะสำหรับคนขับรถเยอะๆ หรือทำธุรกิจส่งของ

ทำไมถึงน่า投? เพราะตอนนี้ราคาโซลาร์เซลล์ถูกลงมาก จากเทคโนโลยีใหม่ๆ แผงจีน-ไทยคุณภาพดี ราคาต่อวัตต์เหลือ 10-15 บาทเอง ติดตั้งที่บ้าน 3-5 kW พอใช้ไฟทั้งหลังสบายๆ ค่าไฟเดือนละ 2,000-3,000 ลดเหลือไม่ถึง 500! สำหรับ SME อย่างร้านกาแฟ โรงงานเล็กๆ ติดแล้วประหยัดต้นทุนชัดเจน ช่วยพลิกฟื้นธุรกิจในยุคพลังงานแพง

สรุปคือ โอกาสทองสำหรับคนอยากประหยัดและยั่งยืน เช็กเงื่อนไข “ออมสิน” เปิดให้กู้ติด “โซลาร์เซลล์” ดอกเบี้ยเริ่มต้น 3.5% ต่อปี แล้วรีบไปยื่นกู้เลยครับ! อย่ารอให้ค่าไฟพุ่งอีก ลองคำนวณ ROI ดูสิ คุ้มสุดๆ แนะนำปรึกษาผู้เชี่ยวชาญติดตั้งก่อน เพื่อระบบที่เหมาะกับบ้านคุณ

สนใจติดต่อธนาคารออมสินสาขาใกล้บ้านวันนี้ เปลี่ยนบ้านคุณให้เป็นโรงไฟฟ้าส่วนตัวได้แล้ว!

ที่มา – เช็กเงื่อนไข “ออมสิน” เปิดให้กู้ติด “โซลาร์เซลล์” ดอกเบี้ยเริ่มต้น 3.5% ต่อปี

สรุปเงื่อนไข ขอสินเชื่อติดตั้งโซลาร์เซลล์ วงเงิน 5 แสน-กู้ซื้อรถ EV ดอกเบี้ยต่ำ

วันนี้เรามาสรุปเงื่อนไข ขอสินเชื่อติดตั้งโซลาร์เซลล์ วงเงิน 5 แสน-กู้ซื้อรถ EV ดอกเบี้ยต่ำกันแบบชัดเจนเลยนะครับ ธนาคารออมสินเปิดตัวโครงการ Soft Loan GSB พลิกฟื้นธุรกิจไทย เพื่อสนับสนุนพลังงานยั่งยืน วงเงินรวม 5,000 ล้านบาท ช่วยประชาชนลดค่าไฟ ลดค่าน้ำมัน เปลี่ยนไปใช้พลังงานสะอาดได้ง่ายขึ้น

โครงการนี้ขานรับมติ ครม. โดยนายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เผยว่า เป็นส่วนหนึ่งของวงเงินใหญ่ 100,000 ล้านบาท เพื่อเสริมสภาพคล่องให้ประชาชนและ SME สนับสนุนการปรับตัวสู่สังคมคาร์บอนต่ำ ในยุคที่ราคาน้ำมันและไฟฟ้าผันผวนแบบนี้ โอกาสทองเลยครับ

สรุปเงื่อนไข ขอสินเชื่อติดตั้งโซลาร์เซลล์ วงเงิน 5 แสน-กู้ซื้อรถ EV ดอกเบี้ยต่ำ

โครงการแบ่งเป็น 2 ส่วนหลัก คือ สินเชื่อติดตั้งโซลาร์เซลล์ และสินเชื่อกู้ซื้อรถ EV ทุกประเภท ดอกเบี้ยต่ำสุดๆ เริ่มต้นแค่ 3.25% ต่อปี ช่วยประหยัดเงินมหาศาลในระยะยาว

1. สินเชื่อเพื่อติดตั้งโซลาร์เซลล์

เหมาะสำหรับบ้านพักอาศัยหรือธุรกิจที่อยากลดค่าไฟฟ้า สร้างไฟฟ้าใช้เองจากแสงอาทิตย์

  • แบบไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน: วงเงินสูงสุด 500,000 บาท, เงินดาวน์ 20%, ดอกเบี้ย 2 ปีแรก 3.50% ต่อปี
  • แบบมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน: วงเงินสูงสุด 1 ล้านบาท, ดาวน์ 10-20%, ดอกเบี้ย 5 ปีแรก 3.25-3.50% ต่อปี

ครอบคลุมค่าติดตั้งระบบโซลาร์และค่าที่เกี่ยวข้อง ผ่อนนานสุด 7 ปี มีสิทธิลดหย่อนภาษีจากรัฐด้วย ยื่นกู้ได้ที่สาขาออมสินทุกแห่ง ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 มี.ค. 2570 หรือจนครบวงเงิน

2. สินเชื่อเพื่อซื้อยานยนต์ไฟฟ้า (EV)

สนับสนุนรถ EV ป้ายแดงทุกแบบ BEV, PHEV, HEV, FCEV และรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า กู้ผ่าน Non-Bank หรือสถาบันการเงินรถที่ร่วมโครงการ

  • รถยนต์ EV: ดอกเบี้ยผู้กู้ไม่เกิน 5% ต่อปี
  • รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า: ไม่เกิน 10% ต่อปี

เงื่อนไขอื่นตามผู้ให้บริการแต่ละแห่ง สะดวกสุดๆ เลือกกู้ได้เลย

ประโยชน์ของการใช้โซลาร์และ EV ไม่ใช่แค่ประหยัดเงิน แต่ยังช่วยลดมลพิษ สนับสนุนนโยบายรัฐสู่พลังงานสะอาด ถ้าคุณกำลังมองหาโอกาสลงทุนยั่งยืน โครงการนี้ตอบโจทย์มาก ตัวอย่างเช่น ติดโซลาร์เซลล์ 5 แสนบาท ลดค่าไฟได้ปีละหลายหมื่น ผ่อนดอกเบี้ยต่ำ คุ้มสุดๆ

สำหรับ SME ใช้ EV ลดต้นทุนขนส่งได้เยอะ แถมภาพลักษณ์ดีต่อสิ่งแวดล้อม ลูกค้าชอบแน่นอน ขณะที่ประชาชนทั่วไป ขับรถไฟฟ้าปลอดภัย ค่าน้ำมันเหลือศูนย์

อย่ารอช้า! สนใจสรุปเงื่อนไข ขอสินเชื่อติดตั้งโซลาร์เซลล์ วงเงิน 5 แสน-กู้ซื้อรถ EV ดอกเบี้ยต่ำ รีบไปยื่นที่ธนาคารออมสินหรือผู้ให้บริการใกล้บ้าน เปลี่ยนอนาคตพลังงานของคุณวันนี้ อนาคตสีเขียวรออยู่

ที่มา – สรุปเงื่อนไข ขอสินเชื่อติดตั้งโซลาร์เซลล์ วงเงิน 5 แสน-กู้ซื้อรถ EV ดอกเบี้ยต่ำ

เช็กเลย 4 แบงก์รัฐ สินเชื่อดอกเบี้ยพิเศษ พลังงานสะอาด

สวัสดีเพื่อนๆ ทุกคน! ในช่วงที่ราคาน้ำมันและค่าไฟแพงขึ้นทุกวัน ทำให้หลายคนกำลังมองหาทางออกเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายใช่ไหมล่ะ? วันนี้เรามีข่าวดีสุดๆ มาบอกกัน เช็กเลย 4 แบงก์รัฐ สินเชื่อดอกเบี้ยพิเศษ ที่รัฐบาลจัดสรรพิเศษ เพื่อช่วยคนไทยหันไปใช้พลังงานสะอาด ลดค่าใช้จ่ายและยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมด้วยนะ สินเชื่อเหล่านี้ครอบคลุมตั้งแต่บ้าน รถ EV เครื่องจักรกลการเกษตร ไปจนถึงธุรกิจ SME ดอกเบี้ยต่ำ ผ่อนยาว ใครสนใจเตรียมตัวเลย!

เช็กเลย 4 แบงก์รัฐ สินเชื่อดอกเบี้ยพิเศษ หนุนคนไทยสู่พลังงานสะอาด ลดภาระน้ำมัน–ค่าไฟ

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยเมื่อวันที่ 20 เมษายน 2569 ว่า รัฐบาลกำลังเร่งพลิกวิกฤติราคาพลังงานให้เป็นโอกาส โดยยกระดับการใช้พลังงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น พร้อมเสริมความมั่นคงพลังงานยั่งยืนในระยะยาว ผ่านมาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยพิเศษจาก 4 สถาบันการเงินรัฐ (SFIs) ที่ร่วมมือกันปล่อยสินเชื่อเพื่อส่งเสริมประชาชน เกษตรกร และ SME เปลี่ยนมาใช้พลังงานสะอาดและเทคโนโลยีประหยัดพลังงาน

มาตรการนี้ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน เพิ่มขีดความสามารถแข่งขัน และขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยสู่ BCG Economy (Bio-Circular-Green Economy) ได้อย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นการติดตั้งโซลาร์รูฟ ซื้อรถยนต์ไฟฟ้า หรือเครื่องจักรกลเกษตรประหยัดน้ำมัน สินเชื่อเหล่านี้ตอบโจทย์ทุกกลุ่มเป้าหมายเลยครับ

1. ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) – บ้านอยู่เย็น ดอกเบี้ยเริ่ม 2.20%

ธอส. ออกแพ็กเกจ “บ้านอยู่เย็นเป็นสุข” 3 แพ็กเกจ สำหรับซื้อ สร้าง หรือปรับปรุงบ้านประหยัดพลังงาน รวมถึงติดตั้งพลังงานทดแทน เช่น โซลาร์เซลล์

  • สินเชื่อบ้านเบอร์ 5: ดอกเบี้ยคงที่ 2 ปีแรก 2.69% ต่อปี
  • สินเชื่อโซลาร์รูฟ: วงเงินสูงสุด 300,000 บาท ดอกเบี้ยคงที่ 3 ปีแรก 3.90% ไม่ต้องจดจำนองเพิ่ม
  • เหมาะสำหรับเจ้าของบ้านที่อยากลดค่าไฟ ลองนึกภาพติดโซลาร์รูฟแล้วค่าไฟลดลง 30-50% ต่อเดือนเลยนะ!

ประโยชน์คือไม่เพียงประหยัดเงิน แต่ยังเพิ่มมูลค่าบ้านในอนาคตด้วยครับ

2. ธนาคารออมสิน – สินเชื่อสีเขียวครบครัน กู้บ้านได้ 110%

ออมสินจัดหนักด้วยสินเชื่อสีเขียวที่ครอบคลุมบ้าน รถ และธุรกิจ

  • GSB Green Home Loan: กู้สูงสุด 110% ของราคาประเมิน ผ่อนนาน 40 ปี
  • GSB Go Green: สำหรับติดตั้งโซลาร์เซลล์ ซื้อรถ EV หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าเบอร์ 5
  • สินเชื่อ SME: ดอกเบี้ยเริ่มต้น MLR -0.25%

สำหรับคนอยากซื้อรถ EV อย่าง Tesla หรือ BYD สินเชื่อนี้ช่วยให้เข้าถึงง่าย ดอกเบี้ยถูก ลดค่าน้ำมันไปได้เลย!

3. ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) – สนับสนุนเกษตรกร BCG Model

เกษตรกรตัวจริงห้ามพลาด! ธ.ก.ส. มีสินเชื่อเครื่องจักรกลเกษตร ผ่อนนาน 10 ปี และสินเชื่อ BCG เงื่อนไขผ่อนปรน ชำระคืนสูงสุด 15 ปี พร้อมทุนหมุนเวียน 12-18 เดือน

  • เปลี่ยนจากรถไถเก่าๆ มาใช้เครื่องจักรไฟฟ้าหรือไฮบริด ลดค่าน้ำมัน ลดมลพิษ
  • ช่วยให้ฟาร์มยั่งยืน ผลผลิตเพิ่มขึ้น ต้นทุนลดลง

รัฐบาลอยากเห็นเกษตรกรไทยก้าวสู่สมัยใหม่ ลองเช็กเลยครับ

เช็กเลย 4 แบงก์รัฐ สินเชื่อดอกเบี้ยพิเศษ สำหรับ SME

SME D Bank ช่วยผู้ประกอบการธุรกิจสีเขียว ผ่านสินเชื่อ SME Green Productivity

  • วงเงินสูงสุด 30 ล้านบาท ดอกเบี้ย 3% ผ่อนนาน 10 ปี
  • ปลอดชำระเงินต้น 12 เดือนแรก
  • เหมาะสำหรับโรงงานที่อยากติดตั้งระบบประหยัดพลังงาน หรือผลิตสินค้าสีเขียว

ธุรกิจที่ปรับตัวได้ จะแข่งขันได้ในยุคโลกให้ความสำคัญกับ ESG ครับ

สรุปแล้ว เช็กเลย 4 แบงก์รัฐ สินเชื่อดอกเบี้ยพิเศษ เป็นโอกาสทองที่ไม่คว้ามาไว้ครอบครองไม่ได้ โดยเฉพาะในช่วงราคาพลังงานผันผวน มันไม่ใช่แค่ช่วยลดภาระ แต่ยังเสริมความมั่นคงพลังงานไทยและขับเคลื่อนเศรษฐกิจสีเขียวได้จริง รีบเข้าเว็บธนาคารแต่ละแห่ง สอบถามเอกสารสมัคร แล้วเริ่มต้นชีวิตประหยัดพลังงานวันนี้เลยครับ! คุณจะได้ทั้งเงินในกระเป๋าและโลกที่สดใสกว่าเดิม

ที่มา – เช็กเลย 4 แบงก์รัฐปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยพิเศษ หนุนคนไทยสู่พลังงานสะอาด ลดภาระน้ำมัน–ค่าไฟ

7 มาตรการช่วยคนเดือดร้อนราคาน้ำมัน บัตรสวัสดิการ

ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นในช่วงนี้ สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนทั่วประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มรายได้น้อยและผู้ประกอบการรายย่อย รัฐบาลจึงเร่งออก 7 มาตรการ ช่วยคนเดือดร้อน ราคาน้ำมัน เพื่อบรรเทาผลกระทบอย่างเร่งด่วน หนึ่งในนั้นคือผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่จะได้รับเงินช่วยเหลือเพิ่มขึ้น ทำให้สามารถซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคได้มากขึ้นท่ามกลางค่าครองชีพที่สูงขึ้น

จากรายงานเมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2569 นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้อนุมัติ 7 มาตรการ ช่วยคนเดือดร้อน ราคาน้ำมัน ตามข้อเสนอของกระทรวงการคลัง โดยมุ่งช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง เกษตรกร ชาวประมง ผู้ประกอบการขนส่ง และ SME ให้สามารถรับมือกับสถานการณ์ได้ มาตรการเหล่านี้ถือเป็นการช่วยเหลือโดยตรงที่ประชาชนรอคอยมานาน

7 มาตรการ ช่วยคนเดือดร้อน “ราคาน้ำมัน” บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ได้เงินเพิ่ม

มาดูรายละเอียดของแต่ละมาตรการกันแบบละเอียด เพื่อให้เข้าใจชัดเจนว่ามาตรการไหนช่วยใครบ้าง และจะเริ่มดำเนินการเมื่อไหร่

1. พิจารณาลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน

ครม. มอบหมายให้กระทรวงการคลังกลับไปศึกษาการปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมันให้เหมาะสมทั้งวิธีการและระยะเวลา ซึ่งจะช่วยลดราคาน้ำมันปลายทางได้ทันที สิ่งนี้จะเป็นการลดภาระให้ผู้บริโภคทุกคนโดยตรง โดยไม่ต้องรอมาตรการอื่น

2. เติมเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเพิ่ม

กลุ่มเปราะบางที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจะได้รับเงินช่วยเหลือเพิ่มจากเดือนละ 300 บาท เป็น 400 บาทต่อคน สำหรับซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคในร้านค้าที่ร่วมรายการ มาตรการนี้ช่วยครอบคลุมผู้มีรายได้น้อยนับล้านคน โดยในช่วงรัฐบาลรักษาการจะดำเนินการก่อน และประเมินต่อยอดหากมีการเปลี่ยนรัฐบาล

3. ช่วยเหลือผู้ประกอบการขนส่ง

กลุ่มรถบรรทุก รถโดยสาร และมอเตอร์ไซค์รับจ้าง จะได้รับการดูแลจากกระทรวงคมนาคม โดยพิจารณามาตรการเฉพาะ เช่น สนับสนุนน้ำมันหรือลดค่าธรรมเนียม เพื่อไม่ให้ค่าขนส่งปรับขึ้นตามราคาน้ำมัน

4. สนับสนุนเกษตรกรเรื่องค่าปุ๋ย

เกษตรกรได้รับผลกระทบหนักจากราคาปุ๋ยที่แพงขึ้น รัฐจึงผลักดันโครงการธงเขียว สนับสนุนค่าปุ๋ยควบคู่กับบัตรดินดี เพื่อลดต้นทุนการผลิตและส่งเสริมการใช้ปุ๋ยอินทรีย์หรือทางเลือก ลดการพึ่งพาการนำเข้าปุ๋ยเคมี

5. ช่วยเหลือชาวประมงใช้น้ำมัน B20

ชาวประมงจะได้รับการสนับสนุนให้ปรับเปลี่ยนมาใช้น้ำมัน B20 ซึ่งมีราคาถูกกว่าน้ำมันปกติ 5-6 บาทต่อลิตร ช่วยลดต้นทุนการออกเรือ ทำให้ราคาปลาไม่แพงเกินไปสำหรับผู้บริโภค

6. ช่วยคู่สัญญาภาครัฐและอุตสาหกรรม

กลุ่มผู้รับเหมาก่อสร้าง อุตสาหกรรม และคู่สัญญารัฐที่ใช้น้ำมันรันเครื่องจักร จะได้รับการขยายเวลาการตรวจรับงานให้สอดคล้องกับความเป็นจริง ป้องกันการผิดสัญญาจากปัญหาขาดแคลนน้ำมัน

7. Soft loan สำหรับ SME

กระทรวงการคลังมอบหมายธนาคารออมสินเตรียมสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft loan) วงเงิน 10,000 ล้านบาท เพื่อเสริมสภาพคล่องให้ SME และผู้ประกอบการรายย่อยที่ได้รับผลกระทบ รายละเอียดจะประกาศเร็วๆ นี้

มาตรการทั้ง 7 ข้อนี้แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจของรัฐบาลต่อประชาชนในยามวิกฤต 7 มาตรการ ช่วยคนเดือดร้อน ราคาน้ำมัน จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากและลดช่องว่างความเหลื่อมล้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากดำเนินการได้รวดเร็วตามแผน ประชาชนจะได้รับประโยชน์เต็มที่

คุณคิดว่ามาตรการไหนจะช่วยคุณมากที่สุด? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมติดตามข่าวสารเศรษฐกิจเพิ่มเติมเพื่ออัปเดตข้อมูลล่าสุด!

ที่มา – 7 มาตรการ ช่วยคนเดือดร้อน “ราคาน้ำมัน” บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ได้เงินเพิ่ม

“มนพร” ชูแก้หนี้สินครัวเรือน ชาวนครพนม

“มนพร เจริญศรี” ชูเลือกเพื่อไทยยก จ.นครพนม ตั้งรัฐบาลเสียงข้างมาก เดินหน้านโยบายแก้หนี้สินครัวเรือน ยกแบบอย่าง อดีตนายกฯ ทักษิณ แก้หนี้ IMF สำเร็จมาแล้ว

วันที่ 19 ธันวาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2568 นางมนพร เจริญศรี อดีต สส.เขต 2 นครพนม และรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ได้ปราศรัยพบปะชาวบ้าน ชูนโยบายสนับสนุนพรรคเพื่อไทย รวมพลังชาวนครพนม เลือก ดร.ภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ อดีต สส.เขต 1 นครพนม พรรคเพื่อไทย นายธนากรณ์ ปราณีนิตย์ ว่าที่ผู้สมัคร สส.เขต 3 นครพนม และ ดร.ชาญชัย คำจำปา ว่าที่ผู้สมัคร สส.เขต 4 นครพนม พรรคเพื่อไทย โดยมีการชูนโยบายหลักของพรรคเพื่อไทย เกี่ยวกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การแก้ไขปัญหายาเสพติด การส่งเสริมอาชีพ การพัฒนาเศรษฐกิจการค้า การท่องเที่ยว ยืนยันความจำเป็นนโยบายแก้หนี้สินในครัวเรือน ในช่วงพรรคเพื่อไทย เป็นรัฐบาล 2 ปีที่ผ่านมา ได้แก้ปัญหาหนี้สิน ช่วยเหลือประชาชน รวมถึงเกษตรกร มาแล้วจำนวนมาก สามารถฟื้นฟูสภาพคล่องในการค้า การลงทุน มีงานมีอาชีพ มีรายได้เพิ่มขึ้น จึงมีความจำเป็นจะต้องสนับสนุนพรรคเพื่อไทย เข้ามาสานต่อตั้งรัฐบาลเสียงข้างมาก เดินหน้าแก้ปัญหาหนี้สิน

นางมนพร กล่าวว่า ยอมรับว่ารัฐบาลไม่ได้มีโอกาสตั้งรัฐบาลมานานกว่า 10 ปี หลังเข้ามาตั้งรัฐบาลได้สองปี ได้เร่งผลักดันทุกนโยบาย เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทย เนื่องจากเกิดวิกฤตด้านเศรษฐกิจ ทำให้สินค้าราคาแพงขึ้น ค่าครองชีพสูง ประชาชนเกิดหนี้สินมากขึ้น หาเงินยาก ทำให้พรรคเพื่อไทย พยายามเร่งช่วยเหลือปัญหาหนี้สินแก่ประชาชนมาตลอด สำหรับนโยบายที่จะต้องสานต่อคือ การแก้หนี้สินให้กับประชาชน ที่มีปัญหาหนี้นอกระบบ ผ่านธนาคารออมสิน ธ.ก.ส. ให้สามารถกู้ได้ คนละ 50,000 บาท ไม่ต้องมีคนค้ำ นอกจากนี้ยังมีนโยบายแก้หนี้เสียสำหรับประชาชน ที่เป็นหนี้กับธนาคารรัฐ ไม่เกิน 2 แสนบาท ชำระเพียง 10 เปอร์เซ็นต์ นอกจากนั้นรัฐบาลช่วยเหลือ รวมถึงช่วยเกษตรกร พักชำระหนี้ ทั้งต้นและดอกเบี้ย เป็นเวลา 3 ปี โดยสองปีที่เป็นรัฐบาลแก้หนี้ช่วยเกษตรกรมาแล้วกว่า 6 แสนราย แต่วงเงินคนละไม่เกิน 3 แสนบาท หากเป็นรัฐบาลรอบหน้าเพิ่มวงเงินเป็น 5 แสนบาท

ถามว่า “รัฐบาลพรรคเพื่อไทย จะเอาเงินมาจากไหน ยืนยันว่าหากเป็นรัฐบาลที่มีศักยภาพ ไม่ต้องกังวลจะเป็นการสนับสนุนให้ประชาชนสร้างหนี้เพิ่ม จะต้องมีการบริหารจัดการที่ดี และสามารถหาเงินมาบริหารประเทศได้ ไม่ก่อหนี้ให้ประเทศได้รับผลกระทบ ยกตัวอย่าง: รัฐบาลอดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร สามารถบริหารจัดการแก้ไขปัญหาหนี้ IMF จนสำเร็จมาแล้ว ทำให้ประเทศไทยพ้นวิกฤตกลับมายืนหยัดบนเวทีอาเซียนอีกครั้ง ถึงเวลารวมพลังเลือกเพื่อไทย ทุกจังหวัด เข้ามาเป็นรัฐบาลเสียงข้างมาก สานต่อทุกนโยบายรวมถึงเดินหน้าแก้หนี้สินในครัวเรือน ให้ประชาชน มีงาน มีอาชีพมีรายได้ เพิ่มขึ้น สร้างคุณภาพชีวิตที่ดี รวมถึงกระตุ้นเศรษฐกิจ การค้า การท่องเที่ยวของประเทศ”

“มนพร” ชูนโยบายแก้หนี้สินครัวเรือน อ้อนชาวนครพนม

นางมนพร เจริญศรี เน้นย้ำถึงความสำคัญของการแก้หนี้สินครัวเรือน ซึ่งเป็นปัญหาหลักที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนชาวนครพนมและทั่วประเทศ การมีนโยบายที่ชัดเจนและมีประสิทธิภาพในการแก้ไขปัญหาหนี้สิน จะช่วยให้ประชาชนสามารถกลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นและมีกำลังในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศได้

ทำไมการแก้หนี้สินครัวเรือนจึงสำคัญ?

การแก้หนี้สินครัวเรือน ไม่ใช่แค่เรื่องของการเงินส่วนบุคคล แต่เป็นเรื่องของเศรษฐกิจโดยรวม เมื่อประชาชนมีหนี้สินมากเกินไป จะส่งผลให้กำลังซื้อลดลง การลงทุนน้อยลง และท้ายที่สุดจะส่งผลกระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ การแก้ไขปัญหาหนี้สินจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งในการสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ

นโยบายของพรรคเพื่อไทยที่เน้นการแก้หนี้สินครัวเรือน จึงเป็นสิ่งที่น่าสนใจและควรได้รับการพิจารณาอย่างจริงจัง การมีรัฐบาลที่เข้าใจปัญหาและพร้อมที่จะแก้ไข จะเป็นสิ่งที่นำพาประเทศไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองได้

  • การพักชำระหนี้เป็นเวลา 3 ปี ช่วยให้เกษตรกรมีเวลาปรับตัว
  • การให้กู้ยืมเงินโดยไม่มีคนค้ำ ช่วยให้ผู้ที่ต้องการเงินทุนเข้าถึงแหล่งเงินได้ง่ายขึ้น
  • การลดหนี้เสีย ช่วยลดภาระของประชาชนและกระตุ้นเศรษฐกิจ

มาร่วมกันสนับสนุนนโยบายแก้หนี้สินครัวเรือน เพื่อสร้างอนาคตที่สดใสให้กับประเทศไทยของเรา

ที่มา – “มนพร” ชูนโยบายแก้หนี้สินครัวเรือน อ้อนชาวนครพนมเลือกว่าที่ผู้สมัคร สส.เพื่อไทย ยกจังหวัด

วันนี้โอนเงินเยียวยาน้ำท่วมใต้ครั้งที่ 6 แล้ว!

รัฐบาลเดินหน้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้! ล่าสุดโอน เงินเยียวยาน้ำท่วมใต้ครั้งที่ 6 ให้กับพี่น้องในจังหวัดสงขลาและตรัง รวมกว่า 40,935 ครัวเรือน คิดเป็นเงินกว่า 368 ล้านบาท ใครที่ยังไม่ได้ผูกพร้อมเพย์ รีบติดต่อธนาคารด่วนๆ เลย เพื่อรับเงินช่วยเหลือให้รวดเร็วทันใจ

เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาแถลงถึงความคืบหน้าการจ่าย เงินเยียวยาน้ำท่วมใต้ครั้งที่ 6 ซึ่งเป็นเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในช่วงฤดูฝนปี 2568 ในอัตราครัวเรือนละ 9,000 บาท โดยมีหลักเกณฑ์การพิจารณา 4 รูปแบบดังนี้:

  1. ที่อยู่อาศัยประจำถูกน้ำท่วมขังไม่เกิน 7 วัน และทรัพย์สินได้รับความเสียหาย
  2. ที่อยู่อาศัยประจำถูกน้ำท่วมขังเกิน 7 วันขึ้นไป
  3. ที่อยู่อาศัยประจำที่ถูกน้ำล้อมรอบจนส่งผลกระทบทำให้ไม่สามารถดำรงชีวิตได้ตามปกติติดต่อกันเกิน 7 วันขึ้นไป
  4. ที่อยู่อาศัยประจำในอาคารสูงที่น้ำท่วมไม่ถึงชั้นที่ผู้ประสบภัยพักอาศัย แต่ส่งผลกระทบให้ไม่สามารถดำรงชีวิตได้ตามปกติ ติดต่อกันเกิน 7 วันขึ้นไป

สำหรับการโอน เงินเยียวยาน้ำท่วมใต้ครั้งที่ 6 ในวันที่ 6 ธันวาคมนี้ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ร่วมกับธนาคารออมสิน จะทำการโอนเงินให้กับผู้ประสบภัยที่ได้ลงทะเบียนและผ่านการตรวจสอบข้อมูลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จำนวน 40,935 ครัวเรือน รวมเป็นเงิน 368,577,000 บาท โดยแบ่งเป็นจังหวัดสงขลา 40,947 ครัวเรือน (เฉพาะอำเภอหาดใหญ่ 15,913 ครัวเรือน) และจังหวัดตรัง 6 ครัวเรือน การโอนเงินจะดำเนินการผ่านบัญชีพร้อมเพย์ที่ผูกกับเลขประจำตัวประชาชน และเงินจะเข้าบัญชีของผู้ประสบภัยตั้งแต่เวลา 13.00 น. เป็นต้นไป

จนถึงปัจจุบัน ปภ. และธนาคารออมสินได้ดำเนินการโอนเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยไปแล้ว 5 ครั้ง (วันที่ 1-5 ธันวาคม 2568) ใน 8 จังหวัดภาคใต้ ได้แก่ สงขลา ตรัง นครศรีธรรมราช นราธิวาส ปัตตานี ยะลา สตูล และสุราษฎร์ธานี รวมทั้งสิ้น 612,573 ครัวเรือน คิดเป็นเงิน 5,513,157,000 บาท โดยมีรายละเอียดดังนี้:

  • จ.สงขลา 245,736 ครัวเรือน (เฉพาะ อ.หาดใหญ่ 42,179 ครัวเรือน)
  • จ.ตรัง 281 ครัวเรือน
  • จ.นครศรีธรรมราช 215,055 ครัวเรือน
  • จ.นราธิวาส 7,224 ครัวเรือน
  • จ.ปัตตานี 72,105 ครัวเรือน
  • จ.ยะลา 2,423 ครัวเรือน
  • จ.สตูล 25,625 ครัวเรือน
  • จ.สุราษฎร์ธานี 1,945 ครัวเรือน

อย่างไรก็ตาม มีการโอนเงินไม่สำเร็จจำนวน 8,657 ครัวเรือน เนื่องจากปัญหาเกี่ยวกับบัญชี ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังเร่งดำเนินการแก้ไขเพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างรวดเร็วที่สุด

เงินเยียวยาน้ำท่วมใต้ครั้งที่ 6

“ขอความร่วมมือประชาชนที่ยังไม่ได้ผูกบัญชีพร้อมเพย์กับเลขบัตรประจำตัวประชาชน รีบติดต่อธนาคารใดก็ได้ เพื่อดำเนินการผูกบัญชีโดยเร็ว เพื่อให้การช่วยเหลือเยียวยาเป็นไปอย่างรวดเร็วที่สุด” โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าว

ตรวจสอบสิทธิ์ เงินเยียวยาน้ำท่วมใต้ครั้งที่ 6

สำหรับประชาชนที่ต้องการตรวจสอบสถานะการรับเงินช่วยเหลือ สามารถตรวจสอบได้ผ่านทางเว็บไซต์ของ ปภ. ที่ ระบบช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในช่วงฤดูฝน โดยกรอกหมายเลขบัตรประจำตัวประชาชนเพื่อตรวจสอบสถานะ

การจ่ายเงินเยียวยาในครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งมาตรการสำคัญของรัฐบาลในการบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย หวังเป็นอย่างยิ่งว่าเงินช่วยเหลือนี้ จะสามารถช่วยให้พี่น้องชาวใต้ของเรา สามารถกลับมาดำเนินชีวิตได้อย่างปกติสุขโดยเร็ว

ที่มา – วันนี้โอนเงินเยียวยาน้ำท่วมใต้ครั้งที่ 6 อีก 40,935 ครัวเรือน 368 ล้านบาท

ตรวจสอบสถานะเงินเยียวยาผู้ประสบภัยชายแดน 6 ต.ค.

สวัสดีครับทุกท่าน ในช่วงนี้หลายคนคงกำลังรอคอยข่าวดีเกี่ยวกับ ตรวจสอบสถานะรับเงินเยียวยา ผู้ประสบภัยชายแดน โอนผ่านธนาคาร ตั้งแต่ 6 ต.ค.นี้ กันใช่ไหมครับ? กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หรือ ปภ. ได้เริ่มดำเนินการโอนเงินช่วยเหลือให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากภัยอันตรายบริเวณชายแดนแล้วนะครับ ตามมติคณะรัฐมนตรีที่ออกมาเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2568 ซึ่งจะช่วยเยียวยาความเดือดร้อนของประชาชนที่ต้องอพยพหนีภัย โดยเฉพาะใน 7 จังหวัดชายแดนภาคอีสานและตะวันออก ได้แก่ อุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์ สระแก้ว จันทบุรี และตราด

ตรวจสอบสถานะรับเงินเยียวยา ผู้ประสบภัยชายแดน โอนผ่านธนาคาร ตั้งแต่ 6 ต.ค.นี้

สำหรับหลักเกณฑ์การช่วยเหลือนั้นชัดเจนมากครับ หากครัวเรือนไหนต้องอพยพไปยังศูนย์พักพิงชั่วคราวหรือพื้นที่ปลอดภัยนาน 8 วันขึ้นไป จะได้รับเงินเยียวยา 5,000 บาทต่อครัวเรือน ส่วนที่อพยพรีบร้อนไม่เกิน 7 วัน ก็จะได้ 2,000 บาทครับ เงินทั้งหมดนี้มาจากงบประมาณปี 2568 กรอบวงเงินกว่า 1,500 ล้านบาท เพื่อครอบคลุมผู้ประสบภัยถึง 315,476 ครัวเรือนเลยทีเดียว

การโอนเงินจะทำผ่านระบบพร้อมเพย์ โดยผูกกับบัตรประชาชนเข้าบัญชีธนาคารออมสินครับ ตั้งแต่วันที่ 6 ตุลาคม 2568 เป็นต้นไป รอบแรกจังหวัดบุรีรัมย์ ศรีสะเกษ และสุรินทร์ จะได้รับก่อน จำนวน 147,370 ครัวเรือน มูลค่า 736 ล้านบาท จากนั้นวันที่ 7 ตุลาคม จังหวัดศรีสะเกษ อุบลราชธานี สระแก้ว และตราด จะตามมา 90,683 ครัวเรือน 364 ล้านบาท ส่วนที่เหลือจะทยอยโอนภายในเดือนตุลาคมนี้เลยครับ ถ้าข้อมูลสมบูรณ์ ธนาคารจะโอนภายใน 3 วันทำการหลังจาก ปภ. ส่งข้อมูล

วิธีตรวจสอบสถานะรับเงินเยียวยา ผู้ประสบภัยชายแดน

ตอนนี้มีผู้ลงทะเบียนแล้วกว่า 292,237 ครัวเรือน (ข้อมูล 2 ต.ค. 68) ถ้าคุณคือหนึ่งในนั้น สามารถ ตรวจสอบสถานะรับเงินเยียวยา ผู้ประสบภัยชายแดน โอนผ่านธนาคาร ตั้งแต่ 6 ต.ค.นี้ ได้ง่าย ๆ ผ่านเว็บไซต์ของ ปภ. ที่ http://relief68.disaster.go.th/Dashboard/BoardHelpRegister เพียงกรอกหมายเลขบัตรประชาชน 13 หลัก ก็รู้ผลทันทีครับ ไม่ต้องรอโทรสอบถามให้วุ่นวาย

สำหรับคนที่ยังไม่ได้ลงทะเบียน รีบดำเนินการด่วนเลยนะครับ ภายในวันที่ 15 ตุลาคม 2568 ไปที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในจังหวัดของคุณ ปภ. กำลังเร่งตรวจสอบข้อมูลเพื่อให้เงินถึงมือทุกคนเร็วที่สุด การช่วยเหลือครั้งนี้ไม่เพียงแค่เงิน แต่ยังเป็นการเยียวยาจิตใจให้กับพี่น้องที่ต้องเผชิญภัยพิบัติจากกองกำลังนอกประเทศด้วยครับ

นอกจากนี้ ปภ. ยังประสานงานกับธนาคารออมสินอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การโอนเงินราบรื่น ถ้าคุณมีบัญชีพร้อมเพย์ที่ผูกกับบัตรประชาชนแล้ว ก็สบายใจได้เลย เงินจะเข้าบัญชีโดยตรง ไม่ต้องไปรับเอง ถ้ายังไม่ผูก รีบไปทำที่ธนาคารใกล้บ้านซะนะครับ

ภัยชายแดนครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนจำนวนมาก แต่ด้วยการช่วยเหลือจากรัฐบาล เราหวังว่าจะช่วยให้ทุกคนกลับมาใช้ชีวิตปกติได้เร็วขึ้น สถานการณ์แบบนี้เตือนใจเราว่า ความปลอดภัยชายแดนเป็นเรื่องสำคัญ และการเยียวยาต้องรวดเร็วเพื่อลดความเดือดร้อน

ถ้าคุณมีประสบการณ์หรือคำถามเกี่ยวกับ ตรวจสอบสถานะรับเงินเยียวยา ผู้ประสบภัยชายแดน โอนผ่านธนาคาร ตั้งแต่ 6 ต.ค.นี้ ลองแชร์ในคอมเมนต์ด้านล่างนะครับ เราจะช่วยกันตอบและให้ข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อให้ทุกคนได้รับสิทธิที่พึงมี รอรับข่าวดีกันเลย!

ที่มา – ตรวจสอบสถานะรับเงินเยียวยา ผู้ประสบภัยชายแดน โอนผ่านธนาคาร ตั้งแต่ 6 ต.ค.นี้

Scroll to top