นนทบุรี

“อ.เชน” แสดงความเสียใจ ต่อครอบครัวผู้สูญเสีย เหตุกราดยิง

จากเหตุการณ์สะเทือนขวัญที่เกิดขึ้นบริเวณโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี ล่าสุด “อ.เชน” แสดงความเสียใจ ต่อครอบครัวผู้สูญเสีย เหตุกราดยิงในโรงเรียน กำชับดูแลความปลอดภัยขั้นสูงสุด โดยนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ในฐานะผู้กำกับดูแลกระทรวงศึกษาธิการ ได้ออกมาแสดงจุดยืนในการจัดการวิกฤตครั้งนี้อย่างเร่งด่วน

“อ.เชน” แสดงความเสียใจ ต่อครอบครัวผู้สูญเสีย เหตุกราดยิงในโรงเรียน กำชับดูแลความปลอดภัยขั้นสูงสุด

เหตุการณ์ความรุนแรงในสถานศึกษาเป็นเรื่องที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น ในฐานะที่กำกับดูแลหน่วยงานด้านการศึกษาโดยตรง นายยศชนันกล่าวด้วยความโศกเศร้าว่า “ผมขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวผู้สูญเสียและผู้ได้รับบาดเจ็บ รวมถึงผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ครับ”

มาตรการเร่งด่วนและแนวทางปฏิบัติหลังเหตุการณ์

หลังจากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว “อ.เชน” แสดงความเสียใจ ต่อครอบครัวผู้สูญเสีย เหตุกราดยิงในโรงเรียน กำชับดูแลความปลอดภัยขั้นสูงสุด และได้วางแนวทางปฏิบัติเพื่อให้สถานการณ์คลี่คลายอย่างรวดเร็ว ดังนี้:

  • เร่งกำชับเจ้าหน้าที่ให้ดูแลความปลอดภัยในโรงเรียนและพื้นที่ใกล้เคียงอย่างเข้มงวดที่สุด
  • อำนวยความสะดวกให้แก่นักเรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษาทุกคน
  • ขอความร่วมมือประชาชนหลีกเลี่ยงการใช้เส้นทางสัญจรในพื้นที่ใกล้เคียงโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี เพื่อเปิดทางให้เจ้าหน้าที่เข้าปฏิบัติงานได้เต็มที่
  • ขอความกรุณางดแชร์ภาพหรือคลิปเหตุการณ์ เพื่อเคารพสิทธิส่วนบุคคลและรักษาสภาพจิตใจของครอบครัวผู้สูญเสีย

ในยุคสมัยที่ข้อมูลข่าวสารแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว การแสดงออกถึงความเห็นอกเห็นใจและการให้เกียรติผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุดที่เราทุกคนในสังคมควรทำร่วมกัน เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่ามาตรการรักษาความปลอดภัยในสถานศึกษาจะได้รับการยกระดับให้เข้มแข็ง เพื่อป้องกันไม่ให้เหตุการณ์เช่นนี้ซ้ำรอยเดิมอีก

ที่มา – “อ.เชน” แสดงความเสียใจ ต่อครอบครัวผู้สูญเสีย เหตุกราดยิงในโรงเรียน กำชับดูแลความปลอดภัยขั้นสูงสุด

เสียชีวิตแล้ว 7 ราย เหตุกราดยิงโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี

จากสถานการณ์อันน่าสะเทือนใจที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2569 ข่าวการ เสียชีวิตแล้ว 7 ราย เหตุกราดยิงโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี ได้สร้างความตื่นตระหนกและเสียใจให้กับคนไทยทั้งประเทศ เหตุการณ์ความรุนแรงในสถานศึกษาเป็นสิ่งที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น โดยเฉพาะเมื่อสถานที่ดังกล่าวควรเป็นพื้นที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับลูกหลานและบุคลากรทางการศึกษา

เสียชีวิตแล้ว 7 ราย เหตุกราดยิงโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี กับความสูญเสียครั้งใหญ่

ตามรายงานจาก ปภ. นนทบุรี ยืนยันยอดผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ครั้งนี้ว่ามีผู้เสียชีวิตรวม 7 ราย ซึ่งในจำนวนนี้ประกอบไปด้วยคุณครู 3 ท่าน นักเรียน 3 ราย และผู้ก่อเหตุ 1 ราย นอกจากนี้ยังมีผู้บาดเจ็บอีกกว่า 15 ราย โดยมี 2 รายที่มีอาการสาหัส สร้างความโศกเศร้าอย่างมหาศาลให้กับครอบครัวผู้สูญเสียและสังคมไทย

รายละเอียดเหตุการณ์ เสียชีวิตแล้ว 7 ราย เหตุกราดยิงโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี

เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นเมื่อช่วงสายของวันเกิดเหตุ โดยผู้ก่อเหตุซึ่งเป็นนักเรียนภายในโรงเรียนได้ใช้อาวุธปืนขนาด 9 มม. ก่อเหตุอุกอาจจนนำไปสู่ความสูญเสียครั้งใหญ่ ข้อมูลเบื้องต้นที่น่าเศร้าสลดคือในกลุ่มครูที่เสียชีวิตนั้น มีบุคลากรระดับบริหารและครูผู้หญิงรวมอยู่ด้วย ซึ่งถือเป็นการสูญเสียบุคลากรคุณภาพของโรงเรียนไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ ก่อนที่ผู้ก่อเหตุจะตัดสินใจจบชีวิตตัวเองในเวลาต่อมา

หากเรามองย้อนกลับไปถึงเหตุการณ์ เสียชีวิตแล้ว 7 ราย เหตุกราดยิงโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี สิ่งที่สังคมต้องตั้งคำถามไม่ใช่แค่เรื่องของตัวบุคคล แต่คือการทบทวนมาตรการความปลอดภัยในโรงเรียนทั่วประเทศ:

  • การตรวจสอบและควบคุมอาวุธปืนในสังคมอย่างเข้มงวด
  • การดูแลสุขภาพจิตของเยาวชนและนักเรียนในสถานศึกษา
  • มาตรการการรักษาความปลอดภัยภายในโรงเรียนที่ต้องมีความพร้อมและรวดเร็ว

ความสูญเสียครั้งนี้เป็นบทเรียนราคาแพงที่รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องหันมาให้ความสำคัญอย่างจริงจัง เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยเดิมอีก เราขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งไปยังครอบครัวผู้สูญเสียทุกคน และหวังว่าเหตุการณ์นี้จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการสร้างสังคมที่ปลอดภัยมากขึ้นสำหรับทุกคนครับ

ที่มา – เสียชีวิตแล้ว 7 ราย เหตุกราดยิงโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี

เสียชีวิต 5 ราย เหตุกราดยิงโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี

เป็นเหตุการณ์ที่สร้างความสะเทือนใจให้กับสังคมไทยอย่างยิ่ง สำหรับเหตุการณ์เสียชีวิต 5 ราย เด็กนักเรียน เจ็บอีก 11 ราย เหตุกราดยิงโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวได้สร้างความโศกเศร้าและความตื่นตระหนกให้กับผู้ปกครองและบุคลากรทางการศึกษาทั่วประเทศ

สถานการณ์ล่าสุดของเสียชีวิต 5 ราย เด็กนักเรียน เจ็บอีก 11 ราย เหตุกราดยิงโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี

เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นในช่วงเวลาประมาณ 11.30 น. เมื่อมีรายงานว่าเกิดเหตุใช้อาวุธปืนขนาด 9 มม. ภายในสถานศึกษา โดยมีผู้ก่อเหตุเป็นนักเรียนภายในโรงเรียนเอง ส่งผลให้บรรยากาศภายในโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี ตกอยู่ในสภาวะโกลาหล ท่ามกลางความตื่นตระหนกของครูและเพื่อนนักเรียนที่อยู่ในเหตุการณ์

สรุปความสูญเสียจากเหตุกราดยิงโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี

จากรายงานเบื้องต้นเกี่ยวกับเหตุการณ์เสียชีวิต 5 ราย เด็กนักเรียน เจ็บอีก 11 ราย เหตุกราดยิงโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี มีรายละเอียดผู้สูญเสียดังนี้:

  • ครูเสียชีวิตรวม 4 ราย ได้แก่ รองผู้อำนวยการ 1 ราย และคุณครูผู้หญิง 3 ราย
  • ผู้ก่อเหตุเสียชีวิตในเวลาต่อมาขณะนำส่งโรงพยาบาล หลังตัดสินใจใช้อาวุธปืนยิงตัวเอง
  • พบนักเรียนได้รับบาดเจ็บจำนวน 11 ราย ซึ่งขณะนี้ทีมแพทย์ฉุกเฉินได้ให้การช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน

ในขณะนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้าควบคุมพื้นที่เกิดเหตุอย่างเต็มที่ โดยมี พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานการณ์ด้วยตนเอง เพื่อหาสาเหตุและดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป

เหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นบทเรียนสำคัญที่ทุกภาคส่วนต้องกลับมาทบทวนมาตรการความปลอดภัยในสถานศึกษาอย่างจริงจัง ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องของอาวุธปืนเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงการดูแลสภาพจิตใจของเยาวชน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ที่น่าสลดใจเช่นนี้ซ้ำรอยขึ้นอีกในอนาคต ขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้สูญเสียอย่างสุดซึ้งครับ

ที่มา – เสียชีวิต 5 ราย เด็กนักเรียน เจ็บอีก 11 ราย เหตุกราดยิงโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี

นายกฯ สั่งด่วน ให้มท.2 ติดตามเหตุกราดยิง รร.ย่านนนทบุรี

นายกฯ สั่งด่วน ให้มท.2 ติดตามเหตุกราดยิง รร.ย่านนนทบุรี

เหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในสถานศึกษาถือเป็นเรื่องที่สะเทือนใจคนไทยทั้งประเทศ ล่าสุดเกิดเหตุระทึกขวัญขึ้นเมื่อมีข่าวการกราดยิงเกิดขึ้นภายในโรงเรียนแห่งหนึ่งย่านนนทบุรี ส่งผลให้ทาง นายกฯ สั่งด่วน ให้มท.2 ติดตามเหตุกราดยิง รร.ย่านนนทบุรี อย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินสถานการณ์และช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบอย่างทันท่วงที

รายงานข่าวเบื้องต้นระบุว่า ในช่วงเช้าของวันที่ 7 สิงหาคม 2569 ได้รับแจ้งเหตุการใช้อาวุธปืนภายในโรงเรียน ซึ่งมีนักเรียนเป็นผู้ก่อเหตุและมีการทำร้ายครูจนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ โดยทางด้านนายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้รีบเข้ารายงานสถานการณ์ต่อนายกรัฐมนตรีทันทีหลังจากเสร็จสิ้นภารกิจ เพื่อให้เกิดการจัดการปัญหาอย่างรวดเร็วที่สุด

รายละเอียดการปฏิบัติงานจากภาครัฐ

หลังจากที่ได้รับคำสั่งจากนายกรัฐมนตรี นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.2) ได้เตรียมตัวลงพื้นที่ทันทีเพื่อติดตามเหตุการณ์ด้วยตัวเอง ในขณะที่ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรีได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ในพื้นที่เร่งเข้าควบคุมสถานการณ์ เพื่อไม่ให้เกิดอันตรายต่อบุคคลอื่นเพิ่มเติม โดยเน้นความปลอดภัยของนักเรียนและบุคลากรในโรงเรียนเป็นอันดับแรก

จากการรายงานล่าสุด มีข้อมูลยืนยันว่าผู้ก่อเหตุซึ่งเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ได้ตัดสินใจจบชีวิตตัวเองภายในพื้นที่เกิดเหตุ ซึ่งถือเป็นการปิดฉากเหตุการณ์สลดครั้งนี้ที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น ทั้งนี้ สถานการณ์ดังกล่าวได้สร้างความตื่นตระหนกให้กับผู้ปกครองและประชาชนในละแวกใกล้เคียงเป็นอย่างมาก

  • รัฐบาลสั่งการให้ มท.2 ลงพื้นที่ทันที
  • เจ้าหน้าที่เข้าควบคุมสถานการณ์และดูแลผู้ได้รับบาดเจ็บ
  • ผู้ก่อเหตุจบชีวิตตัวเองภายในโรงเรียน

อย่างไรก็ตาม ในฐานะสังคมเราคงต้องกลับมาทบทวนและตั้งคำถามถึงมาตรการการป้องกันความรุนแรงในโรงเรียนและการดูแลสภาพจิตใจของเยาวชนอย่างจริงจัง เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ที่น่าสลดใจเช่นนี้ซ้ำรอยขึ้นอีกในอนาคต การติดตามผลจากเหตุการณ์ นายกฯ สั่งด่วน ให้มท.2 ติดตามเหตุกราดยิง รร.ย่านนนทบุรี จึงไม่ใช่เพียงแค่การจัดการเหตุเฉพาะหน้า แต่เป็นการวางรากฐานความปลอดภัยให้กับลูกหลานของเราในระยะยาวด้วย

ที่มา – นายกฯ สั่งด่วน ให้มท.2 ติดตามเหตุกราดยิง รร.ย่านนนทบุรี

เสียชีวิตแล้ว 2 เหตุกราดยิงใน รร.เทพศิรินทร์ นนทบุรี

เสียชีวิตแล้ว 2 เหตุกราดยิงใน รร.เทพศิรินทร์ นนทบุรี

เหตุการณ์ความรุนแรงที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นได้สร้างความตื่นตระหนกให้กับสังคมไทยอีกครั้ง เมื่อเกิดเหตุ เสียชีวิตแล้ว 2 เหตุกราดยิงใน รร.เทพศิรินทร์ นนทบุรี โดยเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้าของวันที่ 7 ส.ค. 2569 สร้างความโศกเศร้าและความกังวลใจให้กับผู้ปกครองทั่วประเทศเป็นอย่างมาก

สรุปสถานการณ์: เสียชีวิตแล้ว 2 เหตุกราดยิงใน รร.เทพศิรินทร์ นนทบุรี

เมื่อเวลาประมาณ 10.00 น. เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเหตุมีคนร้ายใช้อาวุธปืนก่อเหตุภายในโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี พื้นที่ย่านบางกรวย ส่งผลให้ครูและนักเรียนต่างพากันหาที่หลบภัยด้วยความหวาดกลัว ขณะนี้เหตุการณ์ เสียชีวิตแล้ว 2 เหตุกราดยิงใน รร.เทพศิรินทร์ นนทบุรี ได้กลายเป็นประเด็นสำคัญที่เจ้าหน้าที่เร่งตรวจสอบอย่างเข้มงวด

จากการรายงานเบื้องต้นพบข้อมูลดังนี้:

  • มีผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์ประมาณ 15-20 ราย
  • พบผู้เสียชีวิตแล้ว 2 ราย
  • เจ้าหน้าที่กู้ภัยและตำรวจเร่งเข้าพื้นที่เพื่อช่วยเหลือนักเรียนและอพยพคนออกสู่ที่ปลอดภัย
  • มีการปิดล้อมบริเวณโรงเรียนเพื่อไล่ล่าตัวผู้ก่อเหตุที่ยังคงหลบซ่อนตัวอยู่ภายใน

ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยแพทย์ฉุกเฉินได้ปฏิบัติงานอย่างเต็มที่ เพื่อนำตัวผู้ได้รับบาดเจ็บส่งโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด พร้อมทั้งขอความร่วมมือจากประชาชนและผู้ปกครองให้หลีกเลี่ยงการเข้าใกล้บริเวณพื้นที่เกิดเหตุ เพื่อเปิดทางให้เจ้าหน้าที่ทำงานได้อย่างสะดวกและรวดเร็วที่สุด

เหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นบทเรียนครั้งสำคัญที่สะท้อนให้เห็นว่าสถานศึกษาควรเป็นพื้นที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับเด็ก แต่กลับเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น เราขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวผู้สูญเสีย และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเหตุการณ์ในลักษณะนี้จะไม่เกิดขึ้นอีกในอนาคต โดยทางภาครัฐควรมีมาตรการป้องกันและรักษาความปลอดภัยในสถานศึกษาให้เข้มงวดกว่าเดิม

ที่มา – เสียชีวิตแล้ว 2 เหตุกราดยิงใน รร.เทพศิรินทร์ นนทบุรี เร่งอพยพคนในโรงเรียน

ด่วน! ยิงใน รร.เทพศิรินทร์ นนทบุรี นักเรียนเจ็บเพียบ

เหตุระทึก ยิงใน รร.เทพศิรินทร์ นนทบุรี นักเรียนเจ็บเพียบ

เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นเมื่อช่วงสายของวันที่ 7 ส.ค. 2569 เมื่อมีรายงานด่วนเกี่ยวกับเหตุ ยิงใน รร.เทพศิรินทร์ นนทบุรี นักเรียนเจ็บเพียบ ทำให้บรรยากาศภายในโรงเรียนเต็มไปด้วยความโกลาหล โดยเบื้องต้นได้รับรายงานว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก เจ้าหน้าที่กู้ภัยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเร่งเข้าพื้นที่เพื่อช่วยเหลือเป็นการด่วน

รายละเอียดสถานการณ์ ยิงใน รร.เทพศิรินทร์ นนทบุรี นักเรียนเจ็บเพียบ

จากรายงานล่าสุด พบว่ามีนักเรียนได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ ยิงใน รร.เทพศิรินทร์ นนทบุรี นักเรียนเจ็บเพียบ ประมาณ 15-20 ราย โดยในจำนวนนี้มีอาการสาหัสถึง 2 ราย ซึ่งเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้เร่งนำตัวส่งโรงพยาบาลใกล้เคียงอย่างรวดเร็วที่สุด เพื่อให้แพทย์ช่วยชีวิตอย่างเร่งด่วน ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยปฏิบัติการพิเศษกำลังปิดล้อมพื้นที่เพื่อควบคุมสถานการณ์และตามล่าตัวผู้ก่อเหตุที่ยังมีรายงานว่าแฝงตัวอยู่ในบริเวณโรงเรียน

ทางโรงเรียนและเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งปฏิบัติภารกิจสำคัญ ดังนี้:

  • เร่งอพยพนักเรียนและบุคลากรออกจากพื้นที่เสี่ยงไปยังจุดปลอดภัย
  • กันผู้ไม่เกี่ยวข้องออกจากพื้นที่โดยรอบโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี
  • ตรวจสอบกล้องวงจรปิดและหาเบาะแสเพื่อติดตามตัวคนร้าย
  • ตั้งศูนย์ประสานงานสำหรับผู้ปกครองเพื่อให้ข้อมูลที่ชัดเจน

ขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนและผู้ปกครอง โปรดหลีกเลี่ยงการใช้เส้นทางใกล้โรงเรียน เพื่อเปิดทางให้เจ้าหน้าที่ได้ปฏิบัติงานอย่างเต็มกำลัง สถานการณ์นี้ถือเป็นเรื่องสะเทือนขวัญและได้รับความสนใจจากสังคมเป็นอย่างมาก เราขอเป็นกำลังใจให้น้องๆ นักเรียนที่ได้รับบาดเจ็บทุกคนปลอดภัย และหวังว่าเจ้าหน้าที่จะสามารถควบคุมสถานการณ์ได้โดยเร็วที่สุด

เหตุการณ์ความรุนแรงในพื้นที่การศึกษาเช่นนี้เป็นสิ่งที่น่ากังวลอย่างยิ่ง สังคมควรต้องหันกลับมาทบทวนมาตรการรักษาความปลอดภัยในสถานศึกษาอย่างจริงจัง เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ที่สร้างความสูญเสียและรอยแผลในใจให้กับเยาวชนและครอบครัวอีกต่อไป

ที่มา – ยิงใน รร.เทพศิรินทร์ นนทบุรี นักเรียนเจ็บเพียบ กู้ภัยเร่งนำส่ง รพ.

ศาลสั่งคุก 5 เดือน ปรับ 12,000 บาท หนุ่มด่า-ท้าต่อยตำรวจ ฉุนโดนล็อกล้อ

ศาลสั่งคุก 5 เดือน ปรับ 12,000 บาท หนุ่มด่า-ท้าต่อยตำรวจ ฉุนโดนล็อกล้อ

กลายเป็นประเด็นร้อนในโลกโซเชียล เมื่อล่าสุดมีคำตัดสินจากศาลกรณีชายหนุ่มแสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสมใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจ หลังจากที่ถูกล็อกล้อรถยนต์เนื่องจากไปจอดทับเส้นขาวแดง ซึ่งถือเป็นพื้นที่ห้ามจอดอย่างเด็ดขาด โดยเหตุการณ์นี้จบลงที่ ศาลสั่งคุก 5 เดือน ปรับ 12,000 บาท หนุ่มด่า-ท้าต่อยตำรวจ ฉุนโดนล็อกล้อ โดยโทษจำคุกให้รอลงอาญาไว้ก่อนเป็นเวลา 2 ปี เพื่อให้โอกาสกลับตัวกลับใจ

บทเรียนราคาแพงจากการใช้อารมณ์ตัดสินปัญหา

เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นเมื่อ จ.ส.ต.บรรณภพ สังข์ไพโรจน์ หรือ “จ่าจักร” เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ไทรน้อย ได้ปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ และพบว่ารถยนต์คันหนึ่งจอดในที่ห้ามจอดบริเวณหน้าหมู่บ้าน จึงได้ดำเนินการล็อกล้อตามระเบียบ แต่แทนที่ผู้ขับขี่จะยอมรับความผิด กลับเกิดความโมโหและมีปากเสียงถึงขั้นผลักอกเจ้าหน้าที่ ทำให้เกิดการแจ้งข้อหาหนักรวม 5 ข้อหา อาทิ ทำร้ายร่างกายเจ้าพนักงาน, ดูหมิ่นเจ้าพนักงาน, ขัดคำสั่งเจ้าพนักงาน และทำลายทรัพย์สินทางราชการ

หลังจากคดีเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม นายสมบัติ ผู้ก่อเหตุได้เดินทางมารับทราบข้อหาและสำนึกผิด โดยยอมรับว่าตนเองขาดสติและควบคุมอารมณ์ไม่ได้ ซึ่งภายหลังศาลได้พิจารณาคดีและมีคำสั่งให้ ศาลสั่งคุก 5 เดือน ปรับ 12,000 บาท หนุ่มด่า-ท้าต่อยตำรวจ ฉุนโดนล็อกล้อ อย่างที่ปรากฏเป็นข่าว ทั้งนี้ ทางเจ้าตัวยังได้กล่าวขอโทษจ่าจักรและสังคม พร้อมให้คำมั่นว่าจะไม่ทำพฤติกรรมเสื่อมเสียเช่นนี้อีก และจะเคารพกฎจราจรโดยการไม่จอดรถบริเวณเส้นขาวแดงอีกต่อไป

  • เคารพกฎจราจร: เส้นขาวแดงหมายถึงห้ามจอดเด็ดขาดเพื่อความปลอดภัย
  • ควบคุมอารมณ์: การใช้อารมณ์เหนือเหตุผลมักนำมาซึ่งคดีความที่บานปลาย
  • ความเคารพซึ่งกันและกัน: เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานตามหน้าที่ ควรให้เกียรติซึ่งกันและกัน

ในมุมมองของผู้เขียน เหตุการณ์นี้ถือเป็นอุทาหรณ์ที่ดีให้กับผู้ใช้รถใช้ถนนทุกคนครับ แม้ว่าการโดนล็อกล้อจะสร้างความหงุดหงิดใจ แต่การแก้ปัญหาด้วยความรุนแรงหรือถ้อยคำหยาบคายนั้นไม่มีประโยชน์แต่อย่างใด นอกจากจะเสียค่าปรับแล้ว ยังต้องเสียเวลาขึ้นโรงขึ้นศาลและมีประวัติที่ไม่ดีติดตัว การมีสติและเคารพกฎระเบียบส่วนรวมเป็นพื้นฐานสำคัญที่จะช่วยให้สังคมไทยน่าอยู่ขึ้นมากครับ สำหรับใครที่เคยหัวร้อนเวลาเจอสถานการณ์แบบนี้ ลองใจเย็นลงสักนิดแล้วใช้ช่องทางที่ถูกต้องในการโต้แย้งหรือยอมรับผิดจะดีกว่าครับ

ที่มา – ศาลสั่งคุก 5 เดือน ปรับ 12,000 บาท หนุ่มด่า-ท้าต่อยตำรวจ ฉุนโดนล็อกล้อ

มท.3 ไฟเขียวขยายเวลาลงทะเบียนค่าน้ำฟรี ถึง 30 ก.ย.

ข่าวดีที่หลายคนรอคอยมาถึงแล้วครับ! สำหรับใครที่เป็นผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและกำลังมองหาวิธีลดภาระค่าใช้จ่ายรายเดือน ล่าสุดมีข่าวอัปเดตจากกระทรวงมหาดไทย โดยนายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ออกมาประกาศข่าวสำคัญว่า มท.3 ไฟเขียวขยายเวลาลงทะเบียนค่าน้ำฟรี ถึง 30 ก.ย. เพื่อให้พี่น้องประชาชนในเขตกรุงเทพฯ นนทบุรี และสมุทรปราการ สามารถเข้าถึงสิทธิประโยชน์นี้ได้อย่างทั่วถึงและไม่เสียสิทธิไปอย่างน่าเสียดายครับ

มท.3 ไฟเขียวขยายเวลาลงทะเบียนค่าน้ำฟรี ถึง 30 ก.ย. ตอบโจทย์ผู้มีรายได้น้อย

การขยายระยะเวลาในครั้งนี้ถือเป็นนโยบายเชิงรุกที่ต้องการช่วยแบ่งเบาค่าครองชีพของประชาชนในช่วงเศรษฐกิจที่อาจมีความท้าทาย โดยการประปานครหลวง (กปน.) พร้อมให้บริการอย่างเต็มที่เพื่อให้ทุกคนได้รับสิทธิประโยชน์อย่างถูกต้องตามขั้นตอน

รายละเอียดและเงื่อนไขการรับสิทธิที่คุณต้องรู้เมื่อ มท.3 ไฟเขียวขยายเวลาลงทะเบียนค่าน้ำฟรี ถึง 30 ก.ย.

สำหรับมาตรการนี้ รัฐบาลจะสนับสนุนค่าใช้จ่ายค่าน้ำประปาให้ไม่เกิน 100 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน โดยมีเกณฑ์การคำนวณที่น่าสนใจดังนี้ครับ:

  • หากยอดการใช้น้ำไม่เกิน 100 บาทต่อเดือน: รัฐจะอุดหนุนให้เต็มจำนวนตามยอดที่จ่ายจริง
  • หากยอดการใช้น้ำเกิน 100 บาท แต่ไม่เกิน 315 บาท: รัฐช่วยสนับสนุน 100 บาท ส่วนที่เหลือผู้ใช้บริการต้องรับผิดชอบเอง
  • หากยอดค่าน้ำเกิน 315 บาทขึ้นไป: ผู้ใช้สิทธิจะต้องชำระค่าน้ำเต็มจำนวนด้วยตนเอง

ขั้นตอนการลงทะเบียนสำหรับผู้มีสิทธิ:

ก่อนที่จะเริ่มลงทะเบียนกับ กปน. สิ่งที่สำคัญที่สุดคือคุณต้องทำการยืนยันตัวตน (e-KYC) ให้เรียบร้อยเสียก่อน โดยแนะนำให้ดำเนินการล่วงหน้าอย่างน้อย 1 วัน จากนั้นสามารถเข้าไปลงทะเบียนออนไลน์ได้ง่ายๆ ผ่านเว็บไซต์ MWA e-Service ของการประปานครหลวงได้เลยครับ การลงทะเบียนที่ขยายออกไปจนถึงวันที่ 30 กันยายนนี้ จะครอบคลุมถึงรอบบิลเดือนถัดไป ซึ่งเป็นโอกาสที่ดีมากสำหรับคนที่อาจจะพลาดรอบแรกไปครับ

อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ที่เคยได้รับสิทธิเดิมจากโครงการปี 2565 ทางหน่วยงานแจ้งว่าจะยังคงได้รับสิทธิอย่างต่อเนื่องจนถึงรอบใบแจ้งหนี้เดือนตุลาคม 2569 อย่าลืมตรวจสอบสถานะของตนเองและรีบดำเนินการนะคะ เพราะสิทธินี้ไม่มีผลย้อนหลัง หากพ้นกำหนดไปแล้วจะต้องเสียสิทธิในเดือนนั้นๆ ทันทีครับ

ผมมองว่ามาตรการนี้คือตัวช่วยที่จับต้องได้จริงสำหรับครอบครัวที่ต้องการประหยัดรายจ่ายพื้นฐาน การขยายเวลาในครั้งนี้พิสูจน์ให้เห็นว่าหน่วยงานภาครัฐพยายามอำนวยความสะดวกให้เราอย่างเต็มที่ ใครที่มีสิทธิอยู่ห้ามพลาดเด็ดขาดครับ อย่าลืมเตือนคนข้างๆ ให้รีบเข้าไปลงทะเบียนกันนะครับ

ที่มา – มท.3 ไฟเขียวขยายเวลาลงทะเบียนค่าน้ำฟรี ถึง 30 ก.ย.

ตม. เตรียมเสนอเพิกถอนวีซ่า-ขึ้นบัญชีดำ ผู้ต้องหาชาวจีน คดีโรงแรมทุนสีเทา

ตม. เตรียมเสนอเพิกถอนวีซ่า-ขึ้นบัญชีดำ ผู้ต้องหาชาวจีน คดีโรงแรมทุนสีเทา

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในหน้าสื่ออีกครั้ง สำหรับปฏิบัติการกวาดล้างกลุ่มทุนสีเทาในประเทศไทย ล่าสุดทางเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ได้ออกมาเคลื่อนไหวอย่างเด็ดขาด โดยทาง ตม. เตรียมเสนอเพิกถอนวีซ่า-ขึ้นบัญชีดำ ผู้ต้องหาชาวจีน คดีโรงแรมทุนสีเทา ในพื้นที่จังหวัดนนทบุรี หลังจากสืบทราบว่าสถานที่แห่งนี้ถูกใช้เป็นฐานปฏิบัติการผิดกฎหมายแบบครบวงจร

จากการบุกตรวจค้นของตำรวจกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) พบว่ามีการลักลอบเปิดบ่อนพนัน พร้อมทั้งเป็นแหล่งมั่วสุมเสพยาและค้าประเวณี ซึ่งถือเป็นการกระทำที่อุกอาจและส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศอย่างรุนแรง เจ้าหน้าที่จึงต้องเร่งดำเนินการตามกฎหมายโดยไม่ละเว้น

มาตรการเด็ดขาดจัดการผู้ต้องหาต่างชาติ

พ.ต.อ.ปริญญา กลิ่นเกษร โฆษก ตม.3 ได้เปิดเผยว่า ความเคลื่อนไหวล่าสุดคือการที่ ตม. เตรียมเสนอเพิกถอนวีซ่า-ขึ้นบัญชีดำ ผู้ต้องหาชาวจีน รายดังกล่าว ซึ่งมีพฤติกรรมเป็นภัยต่อสังคม รวมถึงผู้ต้องหาสัญชาติเมียนมาอีก 3 รายที่เข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาต ก็จะถูกดำเนินคดีตาม พรบ.คนเข้าเมือง และผลักดันออกนอกประเทศต่อไป เพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชนและนักท่องเที่ยวทั่วไป

แนวทางการดำเนินการของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองในช่วงนี้ เน้นนโยบายเข้มงวดเป็นพิเศษ ดังนี้:

  • ตรวจสอบและคัดกรองชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมเสี่ยงสูง
  • ประสานงานร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงเพื่อทลายแหล่งมั่วสุม
  • การใช้มาตรการทางกฎหมายสูงสุด ทั้งการเพิกถอนวีซ่าและขึ้นบัญชีดำ
  • การติดตามเฝ้าระวังกลุ่มทุนสีเทาที่แฝงตัวมาในรูปแบบธุรกิจโรงแรมหรือสถานบันเทิง

การกระทำของกลุ่มผู้มีอิทธิพลต่างชาติเหล่านี้ไม่เพียงแต่เป็นการทำลายความเชื่อมั่นต่อระบบเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว แต่ยังคุกคามความปลอดภัยของคนในพื้นที่ การที่ ตม. เตรียมเสนอเพิกถอนวีซ่า-ขึ้นบัญชีดำ ผู้ต้องหาชาวจีน เป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าประเทศไทยจะไม่ยอมให้ใครมาใช้ผืนแผ่นดินไทยเป็นฐานทำผิดกฎหมาย หากคุณพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิดในลักษณะนี้ ไม่ต้องนิ่งเฉย สามารถแจ้งข้อมูลให้กับสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองได้โดยตรง เพื่อช่วยกันรักษาความปลอดภัยในสังคมของเราครับ

ที่มา – ตม. เตรียมเสนอเพิกถอนวีซ่า-ขึ้นบัญชีดำ “ผู้ต้องหาชาวจีน” คดีโรงแรมทุนสีเทา

Scroll to top