นายกคนที่ 32

“เฉลิมชัย” ปัดตอบ ถูกภูมิใจไทยดึงร่วมรัฐบาล

“เฉลิมชัย” ปัดตอบ ถูกภูมิใจไทยทาบทามร่วมรัฐบาล เผยพรุ่งนี้ (31 ส.ค.) พรรคประชาธิปัตย์จะมีการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค

วันที่ 30 ส.ค. 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ปฏิเสธที่จะตอบคำถามสื่อมวลชน กรณีมีกระแสข่าวว่าพรรคภูมิใจไทยได้ทาบทามให้เข้าร่วมรัฐบาล รวมถึงกระแสข่าวที่ว่า สส. พรรคประชาธิปัตย์จำนวน 4 คน เตรียมไปสนับสนุนพรรคภูมิใจไทย

โดยนายเฉลิมชัยกล่าวเพียงสั้น ๆ ว่า วันพรุ่งนี้ (31 ส.ค.) พรรคประชาธิปัตย์จะมีการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค เวลา 15.00 น.

ข่าวการเมืองวันนี้ยังคงร้อนระอุ เมื่อประเด็นเรื่องการจัดตั้งรัฐบาลยังคงเป็นที่จับตามองของประชาชนและสื่อมวลชนอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดประเด็นที่น่าสนใจคือกรณีที่ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ถูกถามถึงกระแสข่าวว่าพรรคภูมิใจไทยได้ทาบทามให้เข้าร่วมรัฐบาล แต่เจ้าตัวกลับปฏิเสธที่จะให้ความเห็นใดๆ ทำให้เกิดความสงสัยและคำถามมากมายตามมาว่า ท่าทีที่แท้จริงของพรรคประชาธิปัตย์ต่อการเข้าร่วมรัฐบาลในครั้งนี้คืออะไรกันแน่

“เฉลิมชัย” ปัดตอบ ถูกภูมิใจไทยดึงร่วมรัฐบาล

การที่นายเฉลิมชัย ปฏิเสธที่จะตอบคำถามดังกล่าว ทำให้หลายฝ่ายตีความไปต่างๆ นานา บางส่วนมองว่าอาจเป็นเพราะพรรคประชาธิปัตย์ยังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาและตัดสินใจอย่างรอบคอบ ยังไม่ต้องการเปิดเผยท่าทีที่ชัดเจนในขณะนี้ ในขณะที่อีกส่วนหนึ่งเชื่อว่าอาจมีดีลลับหรือการเจรจาต่อรองที่ยังไม่ลงตัว ทำให้ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ในขณะนี้

นอกจากนี้ กระแสข่าวที่ว่ามี สส. พรรคประชาธิปัตย์จำนวน 4 คน เตรียมที่จะไปสนับสนุนพรรคภูมิใจไทย ก็ยิ่งทำให้สถานการณ์ภายในพรรคประชาธิปัตย์ดูเหมือนจะมีความขัดแย้งและไม่ลงรอยกัน ซึ่งอาจส่งผลต่อการตัดสินใจว่าจะเข้าร่วมรัฐบาลหรือไม่ในอนาคต

การประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์พรุ่งนี้

สิ่งที่น่าจับตามองต่อไปคือการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ในวันพรุ่งนี้ (31 ส.ค.) ซึ่งคาดว่าจะมีการหารือและพิจารณาในประเด็นดังกล่าวอย่างละเอียด รวมถึงการตัดสินใจว่าจะเข้าร่วมรัฐบาลหรือไม่ โดยผลการประชุมในวันพรุ่งนี้จะเป็นตัวบ่งชี้ทิศทางทางการเมืองของพรรคประชาธิปัตย์ในอนาคตอันใกล้นี้

อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจว่าจะเข้าร่วมรัฐบาลหรือไม่นั้น ไม่ได้ขึ้นอยู่กับพรรคประชาธิปัตย์เพียงพรรคเดียว แต่ยังต้องพิจารณาถึงเงื่อนไขและข้อเสนอต่างๆ จากพรรคภูมิใจไทย รวมถึงพรรคร่วมรัฐบาลอื่นๆ ด้วย ซึ่งอาจต้องมีการเจรจาต่อรองและปรับเปลี่ยนท่าทีกันเพื่อให้ได้ข้อสรุปที่ทุกฝ่ายพอใจ

ดังนั้น การเมืองไทยในขณะนี้จึงยังคงเต็มไปด้วยความไม่แน่นอนและเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ประชาชนจึงควรติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดและใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูล เพื่อให้สามารถเข้าใจสถานการณ์และตัดสินใจได้อย่างถูกต้อง

สถานการณ์ล่าสุดที่ “เฉลิมชัย” ปัดตอบ ถูกภูมิใจไทยดึงร่วมรัฐบาล ทำให้เกิดความไม่แน่นอนทางการเมือง แต่การประชุมพรรคประชาธิปัตย์ในวันพรุ่งนี้อาจจะไขข้อข้องใจหลาย ๆ อย่างได้ ต้องติดตามกันต่อไปว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร

ที่มา – “เฉลิมชัย” ปัดตอบ ถูกภูมิใจไทยดึงร่วมรัฐบาล นัด กก.บห.ประชาธิปัตย์ ถกพรุ่งนี้

“เดชอิศม์-ชัยชนะ” ยัน ปชป. อยู่กับเพื่อไทย 100%

“เดชอิศม์” ลั่น ปชป. ยังเหมือนเดิม อยู่กับเพื่อไทย 100% “ชัยชนะ” ยัน ปชป. อยู่ครบ 21 เสียง ไม่ถูกดูดซบภูมิใจไทย ย้ำจุดยืน “เข้าใจและไปต่อ” โหวตนายกฯ เอกสิทธิ์ของ สส. แต่ยังต้องยึดตามมติพรรค

วันที่ 30 ส.ค. 68 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเดชอิศม์ ขาวทอง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงการร่วมจัดตั้งรัฐบาลเดิมกับพรรคเพื่อไทยว่า พรรคประชาธิปัตย์ยังเหมือนเดิม และยังหนึ่งเดียว 

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า มีขั้วตรงข้ามติดต่อมาบ้างหรือไม่ นายเดชอิศม์ กล่าวว่า มีบ้าง ซึ่งจะอยู่กับฝั่งนี้ร้อยเปอร์เซ็นต์ประชาธิปัตย์ทั้งหมดร้อยเปอร์เซ็นต์

“เดชอิศม์-ชัยชนะ” ยัน ปชป. อยู่กับเพื่อไทย 100%

“ชัยชนะ” ยัน ปชป. อยู่ครบ ไม่ถูกดูดซบภูมิใจไทย

ขณะที่ นายชัยชนะ เดชเดโช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกระแสข่าวว่าพรรคภูมิใจไทยทาบทามพรรคประชาธิปัตย์เข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาล ว่า “ยังไม่มี” และยืนยันว่า พรรคยังเดินหน้าตามแนวทางของหัวหน้าพรรคภายใต้สโลแกน “เข้าใจและไปต่อ”

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงกระแสข่าวที่ว่า สส. พรรคประชาธิปัตย์ย้ายไปแล้ว 4 คน โดยหนึ่งในนั้นเป็น สส.นครศรีธรรมราช นายชัยชนะยืนยันว่า ไม่เป็นความจริง พร้อมระบุว่า สส.นครศรีธรรมราชยังอยู่ครบ และไม่อยากให้เอ่ยชื่อบุคคลใด เพราะทั้งหมดในพรรคยังอยู่ครบถ้วนเหมือนเดิม

ส่วนกระแสข่าวว่าพรรคเหลือ 21 เสียงนั้น นายชัยชนะย้ำว่า ทุกอย่างเป็นไปตามมติพรรค และมติพรรคยังคงเดิม ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลง พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า ไม่ทราบว่าใครเป็นผู้ปล่อยข่าวดังกล่าว

สำหรับกรณีที่ นายนิพนธ์ บุญญามณี อดีต สส.ประชาธิปัตย์ รวมถึงนายสรรเพชญ บุญญามณี สส.สงขลา และ สส.รายอื่น ๆ ไปปรากฏตัวร่วมกับพรรคภูมิใจไทย นายชัยชนะระบุว่า เรื่องนี้ต้องไปสอบถามนายนิพนธ์โดยตรง

เมื่อถามถึงกรณีที่หากการเจรจาจัดตั้งรัฐบาลยังไม่ลงตัว และมีการทาบทามพรรคประชาธิปัตย์อีกครั้ง นายชัยชนะย้ำว่า พรรคยังคงอยู่กับพรรคเพื่อไทยตามที่หัวหน้าพรรคยืนยันไว้แล้ว พร้อมเผยว่า นายสมยศ พลายด้วง สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ยืนยันว่าไม่มีปัญหาใด ๆ ในพรรค

ทั้งนี้ ในประเด็นการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี นายชัยชนะระบุว่า เป็นเอกสิทธิ์ของ สส. อยู่แล้ว แต่ก็ยังต้องยึดตามมติพรรคเช่นเดียวกัน

จุดยืนพรรคประชาธิปัตย์ต่อการร่วมรัฐบาลกับเพื่อไทย

จากคำยืนยันของทั้งนายเดชอิศม์และนายชัยชนะ ทำให้เห็นภาพชัดเจนว่าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ยังคงเหนียวแน่นกับพรรคเพื่อไทยในการร่วมรัฐบาล แม้จะมีกระแสข่าวลือต่างๆ นานาเกี่ยวกับการถูกทาบทามจากพรรคอื่น หรือการย้ายขั้วทางการเมืองก็ตาม การยืนยันดังกล่าวช่วยลดความสับสนและสร้างความเชื่อมั่นให้กับสมาชิกพรรคและประชาชนทั่วไป

อนาคตของพรรคประชาธิปัตย์ในรัฐบาลผสม

การที่ ปชป. ยืนยันที่จะอยู่กับเพื่อไทย 100% นั้น ส่งผลต่อเสถียรภาพของรัฐบาลผสมอย่างแน่นอน เพราะ ปชป. มี ส.ส. ในสภาถึง 21 เสียง ซึ่งถือเป็นจำนวนที่ไม่น้อย การสนับสนุนอย่างต่อเนื่องของ ปชป. จะช่วยให้รัฐบาลสามารถดำเนินนโยบายต่างๆ ได้อย่างราบรื่นมากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม การทำงานร่วมกันในรัฐบาลผสมที่มีหลายพรรค อาจมีความท้าทายในการประสานงานและหาจุดร่วมที่ทุกฝ่ายเห็นพ้องต้องกัน

เอกสิทธิ์ ส.ส. กับมติพรรคในการโหวตนายกฯ

ประเด็นเรื่องการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีนั้น นายชัยชนะได้เน้นย้ำว่า เป็นเอกสิทธิ์ของ ส.ส. แต่ก็ต้องยึดตามมติพรรคด้วย ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสมดุลระหว่างความเป็นอิสระของ ส.ส. แต่ละคน กับการเคารพการตัดสินใจของส่วนรวม การรักษาสมดุลนี้เป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้พรรคมีความเป็นเอกภาพและสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

โดยสรุปแล้ว สถานการณ์ล่าสุดของพรรคประชาธิปัตย์ที่ยืนยันว่าจะ “เดชอิศม์-ชัยชนะ” ยัน ปชป. อยู่กับเพื่อไทย 100% นั้น แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการร่วมรัฐบาลและสนับสนุนการทำงานของรัฐบาลผสมต่อไป อย่างไรก็ตาม ความท้าทายในการบริหารจัดการภายในพรรคและการทำงานร่วมกับพรรคอื่นๆ ยังคงเป็นสิ่งที่ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด

การที่พรรคประชาธิปัตย์ยังคงยืนหยัดอยู่กับพรรคเพื่อไทยนั้น แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจที่จะร่วมกันพัฒนาประเทศชาติให้ก้าวหน้าต่อไป แม้ว่าเส้นทางข้างหน้าอาจไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ แต่ด้วยความร่วมมือและความเข้าใจซึ่งกันและกัน ก็จะสามารถฟันฝ่าอุปสรรคต่างๆ ไปได้อย่างแน่นอน พรรคประชาธิปัตย์จึงเป็นอีกหนึ่งกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทยไปข้างหน้า

ที่มา – “เดชอิศม์-ชัยชนะ” ยัน ปชป. อยู่กับเพื่อไทย 100% โหวตนายกฯ ยึดตามมติพรรค

“ธีรรัตน์” ชี้ งูเห่าพรรคเพื่อไทย ต้องคุยกัน!

สถานการณ์การเมืองไทยยังคงร้อนระอุ เมื่อนางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รักษาการรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ออกมาเปิดเผยถึงประเด็นสำคัญที่กำลังเป็นที่จับตามอง นั่นคือเรื่องของ “งูเห่าพรรคเพื่อไทย” และความสัมพันธ์กับพรรคกล้าธรรม

จากกรณีที่พรรคกล้าธรรมเปิดรับฟังข้อเสนอจากพรรคภูมิใจไทย นางสาวธีรรัตน์กล่าวว่า “ต้องรอดูการพูดคุยอย่างเป็นทางการก่อน ซึ่งเป็นสิ่งที่สามารถพูดคุยกันได้ ทุกคนก็น่าจะมีเหตุผล” เธอยังกล่าวเสริมว่า ในช่วงที่อยู่ที่ทำเนียบรัฐบาลก็ได้มีการพูดคุยกับพรรคกล้าธรรมว่าจะทำงานร่วมกันต่อไป แต่ก็ต้องรอการแถลงอย่างเป็นทางการจากทางพรรคกล้าธรรมเอง

อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่น่าสนใจและเป็นที่พูดถึงอย่างมากคือ กระแสข่าวเรื่อง ส.ส. พรรคเพื่อไทยเป็นงูเห่า ซึ่งนางสาวธีรรัตน์เองก็ยอมรับว่า “มีภาพออกมาหรือมีข้อมูล ซึ่งจะต้องมีการพูดคุยกัน” ทำให้เกิดคำถามตามมาว่า การพูดคุยนี้จะนำไปสู่ความชัดเจนอย่างไร และจะมีผลกระทบต่อเสถียรภาพของพรรคเพื่อไทยหรือไม่

“ธีรรัตน์” ชี้ งูเห่าพรรคเพื่อไทย ต้องคุยกัน

การออกมาให้สัมภาษณ์ของนางสาวธีรรัตน์ในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความพยายามของพรรคเพื่อไทยในการจัดการกับปัญหาภายใน และรักษาความสัมพันธ์กับพรรคร่วมรัฐบาลอย่างพรรคกล้าธรรม ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องติดตามกันต่อไปอย่างใกล้ชิด

สถานการณ์ “งูเห่าพรรคเพื่อไทย” จะคลี่คลายอย่างไร?

การปรากฏตัวของ “งูเห่าพรรคเพื่อไทย” ไม่ใช่เรื่องใหม่ในวงการการเมืองไทย การที่ ส.ส. บางส่วนอาจมีแนวคิดที่แตกต่าง หรือมีผลประโยชน์ส่วนตัวเข้ามาเกี่ยวข้อง ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงขั้วทางการเมืองได้เสมอ ซึ่งพรรคเพื่อไทยเองก็ต้องรับมือกับสถานการณ์นี้อย่างระมัดระวัง เพื่อไม่ให้กระทบต่อภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นของประชาชน

การพูดคุยภายในพรรคเพื่อไทยจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อทำความเข้าใจถึงปัญหาที่เกิดขึ้น และหาทางออกที่เหมาะสมที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการปรับความเข้าใจ การให้โอกาสในการพิสูจน์ตัวเอง หรือแม้กระทั่งการดำเนินการทางวินัยหากพบว่ามีการกระทำผิดจริง

นอกจากนี้ พรรคเพื่อไทยยังต้องสร้างความเชื่อมั่นให้กับสมาชิกพรรค และประชาชนทั่วไปว่า พรรคมีความเข้มแข็งและสามารถแก้ไขปัญหาต่างๆ ได้ เพื่อรักษาฐานเสียง และสร้างความมั่นใจในการทำงานร่วมกับพรรคร่วมรัฐบาลอื่นๆ

ในขณะเดียวกัน การทำงานร่วมกับพรรคกล้าธรรมก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้รัฐบาลมีความมั่นคง การที่ทั้งสองพรรคยังคงยืนยันที่จะทำงานร่วมกันต่อไป ถือเป็นสัญญาณที่ดี แต่ก็ต้องมีการพูดคุยและปรับความเข้าใจกันอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การดำเนินงานต่างๆ เป็นไปอย่างราบรื่น

การเมืองไทยในยุคปัจจุบันมีความซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ การที่พรรคการเมืองต่างๆ สามารถปรับตัวและรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะเป็นตัวชี้วัดความสำเร็จในการบริหารประเทศ และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน

ประเด็นเรื่อง “งูเห่าพรรคเพื่อไทย” และความสัมพันธ์กับพรรคกล้าธรรม จึงเป็นเรื่องที่ต้องติดตามกันต่อไปอย่างใกล้ชิด เพราะมีผลกระทบต่อเสถียรภาพทางการเมือง และอนาคตของประเทศชาติ

สิ่งที่เกิดขึ้นนี้เป็นบทเรียนสำคัญให้กับทุกพรรคการเมือง ว่าการรักษาความสามัคคีภายในพรรค และการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับพรรคร่วมรัฐบาล เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการบริหารประเทศให้ประสบความสำเร็จ อย่าลืมติดตามข่าวสารการเมืองอย่างใกล้ชิด เพื่อให้เข้าใจถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และมีส่วนร่วมในการตัดสินใจอนาคตของประเทศ

ที่มา – “ธีรรัตน์” ชี้ งูเห่าพรรคเพื่อไทย ต้องคุยกัน – กล้าธรรม ยังยืนยันจะร่วมรัฐบาลด้วย

อนุทิน มั่นใจ จัดตั้งรัฐบาล พร้อมเป็นนายกฯ ได้!

สถานการณ์การเมืองไทยกำลังร้อนระอุ! นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ประกาศความพร้อมในการจัดตั้งรัฐบาล โดยมั่นใจว่าพรรคของตนมีเสียงสนับสนุนเพียงพอ และพร้อมที่จะเป็นนายกฯ เพื่อแก้ไขปัญหาของประเทศ

อนุทิน มั่นใจ จัดตั้งรัฐบาล พร้อมเป็นนายกฯ

เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2568 ณ ที่ทำการพรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน พร้อมด้วย ส.ส. ที่จะร่วมกันจัดตั้งรัฐบาล ได้ร่วมกันแถลงข่าวแสดงจุดยืนของพรรค ภายหลังจากศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้คณะรัฐมนตรีชุดเดิมสิ้นสุดลง

นายอนุทิน กล่าวอย่างชัดเจนว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่มารวมตัวกันในวันนี้ มีความพร้อมอย่างเต็มที่ที่จะร่วมกันจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ เพื่อเร่งแก้ไขและคลี่คลายปัญหาต่างๆ ที่ประเทศกำลังเผชิญอยู่ เพื่อให้ประเทศไทยสามารถเดินหน้าต่อไปได้อย่างราบรื่น

และหลังจากที่ได้รับทราบเงื่อนไขต่างๆ จากพรรคประชาชน ในการขอรับการสนับสนุนเพื่อหลีกเลี่ยงช่องว่างในการบริหารราชการแผ่นดิน พรรคภูมิใจไทยก็ได้ทำการพูดคุยหารือกันอย่างละเอียด และเห็นพ้องกันในประเด็นสำคัญทุกประการ

ทำไมอนุทินถึงมั่นใจว่าจะ จัดตั้งรัฐบาล ได้?

นายอนุทิน กล่าวว่า ถึงแม้ปัญหาที่เกิดขึ้นอาจจะดูเหมือนเรื่องเล็กน้อย แต่รัฐบาลชุดเดิมอาจไม่สามารถแก้ไขได้ แต่กลุ่มของตนมั่นใจว่าจะสามารถแก้ไขปัญหาต่างๆ ได้อย่างแน่นอน และต้องการที่จะนำความสงบสุขกลับคืนสู่บ้านเมือง การร่วมมือกับพรรคประชาชนจะทำให้การจัดตั้งรัฐบาลเป็นไปได้อย่างราบรื่น

เงื่อนไขหลักๆ ในการจัดตั้งรัฐบาล คือ เรื่องของการทำประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญ การแก้ไขปัญหาความไม่สงบ และการฟื้นฟูความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน หลังจากดำเนินการในเรื่องเหล่านี้แล้ว จะคืนอำนาจให้กับประชาชนภายใน 4 เดือน โดยการยุบสภา เพื่อให้ประชาชนได้เลือกผู้ที่จะเข้ามาบริหารประเทศอีกครั้ง

นายอนุทินยืนยันว่า ทุกคนที่เข้าร่วมในครั้งนี้มีความตั้งใจที่จะเข้ามาแก้ไขปัญหาของบ้านเมืองในทุกๆ ด้าน และคืนอำนาจให้กับประชาชนโดยเร็วที่สุด

หน้าที่ของการรวบรวมเสียงสนับสนุนเป็นหน้าที่ของทุกคน และพรรคประชาชนไม่ได้มีข้อขัดแย้งใดๆ อาจมีเพียงรายละเอียดเล็กน้อยที่ต้องการให้ระบุเป็นลายลักษณ์อักษร ซึ่งเป็นหลักการทำงานของพรรคประชาชน และพรรคภูมิใจไทยพร้อมที่จะรับเงื่อนไขเหล่านั้น

นอกจากนี้ นายอนุทินยังได้กล่าวถึงพรรคกล้าธรรม ซึ่งได้มีการพูดคุยกันก่อนหน้านี้ โดยยืนยันว่ามีความจริงใจในการเข้ามาแก้ไขปัญหาของประเทศ

“เรามีเสียงเพียงพอที่จะนำเสนอให้พรรคประชาชนวางใจว่า การร่วมมือกันระหว่างพรรคประชาชนและกลุ่มของเรานี้จะทำประโยชน์ให้กับบ้านเมือง” นายอนุทินกล่าว

ด้านนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ส.ส. จำนวน 16 คน ที่เดินทางมาในวันนี้ ใช้เอกสิทธิ์ของ ส.ส. ด้วยวัตถุประสงค์ที่จะทำให้ประเทศชาติบ้านเมืองเดินหน้าต่อไป

ขณะที่พรรคพลังประชารัฐกล่าวว่า สถานการณ์เศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจของประเทศไทยกำลังอยู่ในช่วงยากลำบาก การผนึกกำลังเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันเป็นสิ่งสำคัญ และเห็นว่านายอนุทินมีความเหมาะสมที่จะเป็นนายกฯ

นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ ส.ส.กาญจนบุรี เขต 4 พรรคเพื่อไทย ได้ชี้แจงว่า ตนเองและ ส.ส. อีกประมาณ 10 กว่าคน ต้องการเห็นบ้านเมืองเดินหน้าต่อไป จึงตัดสินใจให้การสนับสนุนนายอนุทินเป็นนายกฯ โดยยืนยันว่าเป็นเอกสิทธิ์ของตนเอง และไม่ได้มีปัญหากับพรรคเพื่อไทย

จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เราคงต้องติดตามกันต่อไปว่าการจัดตั้งรัฐบาลครั้งนี้จะสำเร็จลุล่วงไปด้วยดีหรือไม่ และอนาคตของประเทศไทยจะเป็นอย่างไรต่อไป

ที่มา – “อนุทิน” มั่นใจจัดตั้งรัฐบาล พร้อมเป็นนายกฯ – งูเห่าเพื่อไทยโผล่ร่วมแถลง

นิพิฏฐ์ชี้! “ยุบสภา” ดาบสุดท้ายเพื่อไทย

“นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ” อดีต สส.พัทลุง ออกมาแสดงความเห็นว่าอำนาจในการ“ยุบสภา”นั้นเปรียบเสมือนดาบสุดท้ายของ “พรรคเพื่อไทย” ท่ามกลางสถานการณ์ทางการเมืองที่กำลังมีความเปลี่ยนแปลง

ภายหลังจากที่นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี ได้นำทีมพรรคร่วมรัฐบาลแถลงข่าว ณ โรงแรมรอยัลปริ๊นเซส หลานหลวง โดยมีใจความสำคัญว่า จากสถานการณ์ปัจจุบันที่เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองนั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องรักษาความต่อเนื่องในการแก้ไขปัญหาของประชาชน เพื่อป้องกันการเกิดสุญญากาศอันอาจนำมาซึ่งปัญหาต่างๆ โดยได้มีการพูดคุยและยืนยันที่จะร่วมกันเป็นรัฐบาลในช่วงรักษาการนี้ต่อไปอย่างเต็มที่ เพื่อให้การดำเนินงานต่างๆ สามารถดำเนินไปได้อย่างต่อเนื่องและไม่ส่งผลกระทบต่อการแก้ไขปัญหาของพี่น้องประชาชน

ล่าสุดเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2568 นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) พัทลุง ได้โพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยระบุว่า “อำนาจในการยุบสภาคือดาบสุดท้ายของพรรคเพื่อไทย” ข้อความดังกล่าวได้รับความสนใจและถูกนำไปวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในแวดวงการเมืองและสังคมออนไลน์

อำนาจในการ “ยุบสภา” คือดาบสุดท้ายของพรรคเพื่อไทย

การออกมาแสดงความคิดเห็นของนายนิพิฏฐ์ในครั้งนี้ ทำให้เกิดประเด็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับสถานการณ์ทางการเมืองในปัจจุบัน และอำนาจในการ“ยุบสภา” ซึ่งถือเป็นเครื่องมือสำคัญทางการเมืองที่สามารถนำมาใช้ได้ในสถานการณ์ที่จำเป็น เพื่อแก้ไขปัญหาหรือเปลี่ยนแปลงทางการเมือง

ความสำคัญของการ “ยุบสภา” ในระบอบประชาธิปไตย

การ“ยุบสภา” ถือเป็นกลไกสำคัญในระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา โดยเป็นอำนาจของฝ่ายบริหาร (นายกรัฐมนตรี) ที่จะสามารถยุติวาระของสภาผู้แทนราษฎร ก่อนที่จะครบวาระตามปกติ เพื่อจัดการเลือกตั้งใหม่ การใช้อำนาจนี้มักเกิดขึ้นในสถานการณ์ที่รัฐบาลไม่สามารถบริหารประเทศได้อย่างมีเสถียรภาพ หรือเกิดความขัดแย้งทางการเมืองอย่างรุนแรง การยุบสภาจึงเป็นการคืนอำนาจให้กับประชาชนในการตัดสินใจอนาคตของประเทศผ่านการเลือกตั้ง

การที่นายนิพิฏฐ์กล่าวว่าอำนาจในการ“ยุบสภา” คือดาบสุดท้ายของพรรคเพื่อไทยนั้น อาจตีความได้ว่า พรรคเพื่อไทยในฐานะแกนนำรัฐบาล อาจพิจารณาใช้อำนาจนี้ในกรณีที่สถานการณ์ทางการเมืองมีความผันผวนและไม่สามารถควบคุมได้ เพื่อรักษาเสถียรภาพของรัฐบาล หรือเพื่อสร้างความได้เปรียบทางการเมืองในการเลือกตั้งครั้งใหม่ อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจยุบสภาถือเป็นเรื่องที่มีความละเอียดอ่อน และต้องพิจารณาถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อประเทศชาติและประชาชนอย่างรอบคอบ

การวิเคราะห์ของนายนิพิฏฐ์ยังสะท้อนให้เห็นถึงความไม่แน่นอนทางการเมืองในปัจจุบัน และความเป็นไปได้ที่พรรคการเมืองต่างๆ จะใช้กลยุทธ์และเครื่องมือต่างๆ เพื่อรักษาอำนาจและผลประโยชน์ของตนเอง การติดตามข่าวสารและการวิเคราะห์สถานการณ์ทางการเมืองอย่างรอบด้านจึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับประชาชนในการตัดสินใจและมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศ

สถานการณ์ทางการเมืองยังคงต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด การตัดสินใจทางการเมืองครั้งสำคัญอาจเกิดขึ้นได้เสมอ อย่าลืมติดตามข่าวสารและร่วมกันวิเคราะห์สถานการณ์เพื่ออนาคตที่ดีกว่าของประเทศเรา

ที่มา – “นิพิฏฐ์” เผยอำนาจในการ “ยุบสภา” คือดาบสุดท้ายของ “พรรคเพื่อไทย”

“ชูศักดิ์” ชี้ ยุบสภา รัฐบาลรักษาการทำได้ จริงหรือ?

“ชูศักดิ์ ศิรินิล” เผย รัฐบาลรักษาการมีอำนาจยุบสภาได้ ชี้ขณะนี้อยู่ระหว่างรวมเสียงตั้งรัฐบาล มั่นใจเพื่อไทยไม่เดียวดาย มองข้อเสนอ 4 เดือน พรรคประชาชนต้องการให้ทำประชามติแก้รัฐธรรมนูญก่อนยุบสภา เรื่องยุบสภา รัฐบาลรักษาการทำได้ จริงหรือไม่?

วันที่ 29 ส.ค. 2568 นายชูศักดิ์ ศิรินิล รักษาการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงอำนาจของรัฐบาลรักษาการจะสามารถยุบสภา รัฐบาลรักษาการทำได้หรือไม่ว่า ก่อนหน้านี้เคยให้ความเห็นไว้แล้ว

เมื่อถามว่าการหารือของแกนนำพรรคเพื่อไทยมีแนวคิดเรื่องการยุบสภาหรือไม่ นายชูศักดิ์กล่าวว่า ยังไม่ได้มีการหารือกันในเรื่องนี้ แต่เรื่องนี้เคยถกเถียงกันใน ครม. จำได้หรือไม่ โดยมีสองความเห็นแต่ความเห็นหนึ่งคิดว่าสามารถทำได้ และเชื่อว่าทำไม่ได้ แต่ไม่ใช่ความเห็นแบบ 100% แต่ขณะนี้ความเห็นส่วนใหญ่คือสามารถทำได้

นายชูศักดิ์ยังอธิบายอีกว่า อำนาจการยุบสภาหากถามว่ารักษาการสามารถทำได้หรือไม่ ก็ทราบดีเพราะมีความเห็นอยู่ ซึ่งตนคิดว่าสามารถทำได้ นายกฯ มีอำนาจอย่างไรผู้รักษาการก็มีอำนาจเหมือนกัน

ส่วนข้อเสนอ 4 เดือนในการแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคประชาชนนั้นคิดว่าสามารถทำได้หรือไม่ นายชูศักดิ์กล่าวว่าตนคิดว่าความเห็นของพรรคประชาชนไม่ได้หมายความว่าแก้เลย จากที่ตนฟัง เราอยากให้คงการทำประชามติไว้ เพราะทำประชามติเสร็จก็ยุบสภา ไม่ใช่หมายความว่าสี่เดือนแล้วจะสามารถทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้ เพราะโดยหลักแล้ว 4 เดือนไม่สามารถทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้เลย

เมื่อถามต่อว่าดีลนี้เป็นดีลในอนาคตใช่หรือไม่ นายชูศักดิ์กล่าวว่า เขาอยากให้ยุบสภาแต่ก่อนจะยุบสภาอยากให้ทำประชามติให้แล้วเสร็จก่อน เพื่อเดินหน้าทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จากที่ตนฟังดูเป็นลักษณะนั้น

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า หากทุกอย่างผ่านไปได้การฟอร์มรัฐบาลใหม่ในการเลือกตั้งครั้งหน้าดีลนี้ก็สามารถเป็นไปได้ใช่หรือไม่ นายชูศักดิ์กล่าวว่าก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร เพราะทุกคนก็อยากมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่อยู่แล้ว

ส่วนขณะนี้ทุกพรรคพร้อมที่จะเลือกตั้งแล้วหรือไม่ นายชูศักดิ์กล่าวว่าขอให้ไปถามแต่ละพรรค หากประเมินพรรคการเมืองส่วนใหญ่ ไม่มีใครชอบเรื่องยุบสภา อยากให้อยู่ครบวาระทั้งนั้น แต่การยุบสภามีเหตุ

เมื่อถามว่าขณะนี้พรรคเพื่อไทยเริ่มเดียวดายแล้วหรือไม่ เนื่องจากพรรคร่วมรัฐบาลเริ่มตีตัวไปอยู่ฝ่ายตรงข้าม นายชูศักดิ์กล่าวว่า ก็สุดแล้วแต่จะมอง รัฐบาลก็เป็นแบบนี้ ขึ้นอยู่กับว่าใครจะรวมเสียงข้างมากได้ ขณะนี้เข้าใจว่ายุทธการคือพยายามแย่งเสียงกัน แต่ท้ายที่สุดใครจะได้หรือไม่ได้ต้องรอเวลา

เมื่อถามต่อว่าสุดท้ายเพื่อไทยจะไม่เดียวดายใช่หรือไม่ นายชูศักดิ์ยืนยันว่าไม่หรอกครับ

“ชูศักดิ์” ชี้ ยุบสภา รัฐบาลรักษาการทำได้ ดีล ปชน. ต้องทำประชามติแก้รัฐธรรมนูญ

เงื่อนไขการ ยุบสภา รัฐบาลรักษาการทำได้ จริงหรือไม่?

การที่นายชูศักดิ์ออกมาให้ความเห็นเช่นนี้ ทำให้เกิดคำถามตามมามากมายถึงอำนาจของรัฐบาลรักษาการในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อทางการเมืองเช่นนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็นเรื่องการยุบสภา รัฐบาลรักษาการทำได้ ท่ามกลางกระแสข่าวการจัดตั้งรัฐบาลที่ยังไม่นิ่ง

ประเด็นสำคัญที่น่าสนใจจากคำสัมภาษณ์ของนายชูศักดิ์:

  • อำนาจของรัฐบาลรักษาการในการยุบสภา: นายชูศักดิ์ยืนยันว่ารัฐบาลรักษาการมีอำนาจในการยุบสภาได้เช่นเดียวกับรัฐบาลปกติ
  • ข้อเสนอของพรรคประชาชน: พรรคประชาชนต้องการให้ทำประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญให้แล้วเสร็จก่อนที่จะมีการยุบสภา
  • ท่าทีของพรรคเพื่อไทย: พรรคเพื่อไทยยังไม่ได้มีการหารือกันในเรื่องการยุบสภา แต่พร้อมที่จะหารือกับทุกฝ่าย
  • สถานการณ์ทางการเมือง: การรวมเสียงจัดตั้งรัฐบาลยังคงเป็นไปอย่างเข้มข้น และพรรคเพื่อไทยไม่ได้เดียวดายอย่างที่หลายฝ่ายกังวล

สถานการณ์ทางการเมืองยังคงมีความไม่แน่นอนสูง การตัดสินใจต่างๆ ที่เกิดขึ้นต่อจากนี้ จะส่งผลกระทบต่ออนาคตของประเทศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ต้องจับตาดูว่าการเจรจาต่อรองทางการเมืองจะนำไปสู่ข้อสรุปอย่างไร และประเทศไทยจะเดินหน้าต่อไปในทิศทางใด

โดยสรุปแล้ว การที่นายชูศักดิ์ออกมาแสดงความเห็นว่า ยุบสภา รัฐบาลรักษาการทำได้ นั้น เป็นการส่งสัญญาณทางการเมืองที่สำคัญ ซึ่งอาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในอนาคตอันใกล้นี้

ที่มา – “ชูศักดิ์” ชี้ ยุบสภา รัฐบาลรักษาการทำได้ ดีล ปชน. ต้องทำประชามติแก้รัฐธรรมนูญ

ชลน่านมั่นใจ เพื่อไทยไม่มีงูเห่า ตั้งรัฐบาล

นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว สส.น่าน พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงสถานการณ์การเมืองล่าสุด โดยมองว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับภายใน 4 เดือนนั้นเป็นไปได้ยาก ยกเว้นจะแก้ไขเพียงบางมาตราเท่านั้น นอกจากนี้ยังกล่าวถึงสิทธิของพรรคภูมิใจไทยในการเดินหน้าจัดตั้งรัฐบาล พร้อมทั้งแสดงความมั่นใจว่าพรรคเพื่อไทยจะไม่มีปรากฏการณ์ “งูเห่า” เกิดขึ้นอย่างแน่นอน

นพ.ชลน่าน กล่าวว่า ขณะนี้ควรปล่อยให้กลไกของสภาฯ ดำเนินการไป เพื่อให้สามารถเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ได้โดยเร็วที่สุด และจากการพูดคุยกับพรรคร่วมรัฐบาล พบว่าเสียงยังคงแน่นเหมือนเดิม แม้จะมีข่าวลือต่างๆ ออกมา แต่จากการตรวจสอบพบว่าทุกเสียงยังคงอยู่ ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงไปตามที่เป็นข่าว

ส่วนกรณีที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางเข้าพรรคเพื่อไทยนั้น นพ.ชลน่าน กล่าวว่า ยังไม่ได้เจอและพูดคุยกัน เนื่องจากวันนี้ตั้งใจมาให้กำลังใจนางสาวแพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทยเท่านั้น ซึ่งจากการพบเจอกัน นางสาวแพทองธารยังคงเข้มแข็ง แต่เมื่อได้พบกับ สส. และมวลชน ก็ทำให้น้ำตาไหลออกมาเอง ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความอบอุ่นทางใจและการสนับสนุนซึ่งกันและกัน

นพ.ชลน่าน ยืนยันว่า นางสาวแพทองธาร ยังคงดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และมีคุณสมบัติครบถ้วนที่จะดำรงตำแหน่งต่อไป การตัดสินใจเกี่ยวกับอนาคตทางการเมืองของนางสาวแพทองธารนั้น เป็นสิทธิส่วนบุคคล แต่หลายคนเชื่อว่าการที่นางสาวแพทองธารยังคงเป็นหัวหน้าพรรค จะทำให้พรรคเพื่อไทยมีความเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น

ชลน่าน ชี้เป็นสิทธิ “ภูมิใจไทย” เดินหน้าตั้งรัฐบาล มั่นใจเพื่อไทยไม่มีงูเห่า

กรณีที่พรรคภูมิใจไทยเดินหน้าทาบทามพรรคประชาชนให้เข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลนั้น นพ.ชลน่าน มองว่าเป็นสิทธิของพรรคภูมิใจไทยที่จะดำเนินการได้ เนื่องจากเป็นพรรคการเมืองที่มีเสียงในสภาฯ ตามกลไกของรัฐธรรมนูญ พรรคใดสามารถรวบรวมเสียงข้างมากได้ ก็มีสิทธิในการเลือกนายกรัฐมนตรีและจัดตั้งรัฐบาลได้

เงื่อนไขการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 4 เดือนเป็นไปได้ยาก

ส่วนเงื่อนไขของพรรคประชาชนที่ต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับภายในระยะเวลา 4 เดือนนั้น นพ.ชลน่าน มองว่าเป็นไปได้ยากมากในทางปฏิบัติ เนื่องจากไม่มีรัฐธรรมนูญฉบับใดที่สามารถแก้ไขได้ภายในระยะเวลา 4 เดือน ยกเว้นการแก้ไขในบางมาตราเท่านั้น

สำหรับทิศทางของพรรคเพื่อไทยหลังจากนี้ นพ.ชลน่าน ยังคงหวังว่าเสียงข้างมากในสภาฯ จะสามารถเดินหน้าทำงานเพื่อประชาชนได้ และพรรคเพื่อไทยยังสามารถเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลได้

หากเกิดอุบัติเหตุทางการเมืองและพรรคเพื่อไทยไม่สามารถรวมเสียงข้างมากได้ นพ.ชลน่าน กล่าวว่า พรรคก็พร้อมที่จะเป็นฝ่ายค้าน ซึ่งเป็นไปตามระบบ

นพ.ชลน่าน มองว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ใช่ภาวะวิกฤตสำหรับพรรคเพื่อไทย เนื่องจากพรรคเคยเผชิญกับเหตุการณ์ในลักษณะนี้มาแล้วหลายครั้ง พรรคพยายามประคองสถานการณ์และใช้กลไกทุกอย่างที่มีอยู่ โดยเฉพาะกลไกตามระบบรัฐสภา เพื่อเดินหน้าต่อไปให้ได้

นพ.ชลน่าน มั่นใจว่า จะไม่มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ของพรรคเพื่อไทยเป็น “งูเห่า” และไม่กังวลในประเด็นนี้ เนื่องจาก สส. ของพรรคเพื่อไทยมีความเหนียวแน่นและพร้อมที่จะทำหน้าที่เพื่อประชาชน

นอกจากนี้ นพ.ชลน่านยังเชื่อมั่นว่า การที่นางสาวแพทองธาร ชินวัตร ยังคงดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรค จะส่งผลให้พรรคเพื่อไทยแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น สามารถเผชิญกับความท้าทายต่างๆ และเดินหน้าทำงานเพื่อประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สถานการณ์ทางการเมืองยังคงมีความไม่แน่นอน แต่พรรคเพื่อไทยก็พร้อมที่จะปรับตัวและเดินหน้าต่อไป โดยยึดมั่นในหลักการประชาธิปไตยและผลประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญ นพ.ชลน่าน และสมาชิกพรรคเพื่อไทยทุกคน มุ่งมั่นที่จะสร้างสรรค์สังคมไทยให้มีความเจริญก้าวหน้าและเป็นธรรมสำหรับทุกคน

โดยรวมแล้ว นพ.ชลน่าน แสดงความเชื่อมั่นในศักยภาพของพรรคเพื่อไทย และพร้อมที่จะนำพาพรรคก้าวข้ามอุปสรรคต่างๆ ไปได้ ทั้งยังคงย้ำว่า ชลน่าน ชี้เป็นสิทธิ “ภูมิใจไทย” เดินหน้าตั้งรัฐบาล มั่นใจเพื่อไทยไม่มีงูเห่า

ที่มา – ชลน่าน ชี้เป็นสิทธิ “ภูมิใจไทย” เดินหน้าตั้งรัฐบาล มั่นใจเพื่อไทยไม่มีงูเห่า

เพื่อไทยนำจัดตั้งรัฐบาล เล็งเสนอ “ชัยเกษม”

“ภูมิธรรม” แถลงย้ำ พรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลใหม่ เล็งเสนอ “ชัยเกษม นิติสิริ” พรรคร่วมตบเท้า แต่ไร้เงา “กล้าธรรม” ร่วมแถลง

เมื่อเวลาประมาณ 18.20 น. วันที่ 29 สิงหาคม 2568 นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี นำพรรคร่วมรัฐบาล แถลงข่าวที่โรงแรมรอยัลปริ๊นเซส หลานหลวง ว่า จากสถานการณ์วันนี้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ตามที่ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีได้แสดงความรู้สึกไปแล้ว พวกเราทุกคนให้กำลังใจนายกฯ ในสถานการณ์ที่เกิดการเปลี่ยนแปลงเช่นนี้ควรอย่างยิ่งที่จะต้องทำให้เกิดความต่อเนื่องในการแก้ไขปัญหาให้ประชาชน เราไม่อยากให้เกิดสุญญากาศที่จะเป็นปัญหา โดยได้คุยกันแล้วเรายังจับมือที่จะร่วมกันเป็นรัฐบาลในช่วงรักษาการนี้ต่ออย่างถึงที่สุด เพื่อทำให้งานสามารถต่อเนื่องได้และไม่ให้มีผลกระทบต่อการแก้ปัญหาพี่น้องประชาชนที่สุด

“ผลการที่คุยกันเราตกลงกันว่า เราจะยังจับมือร่วมกันในการจัดตั้งรัฐบาลโดยให้พรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำในการดำเนินการที่จะทำให้มีการจัดตั้งไปตามกระบวนการประชาธิปไตยอย่างถูกต้องอย่างเต็มที่เพื่อให้เกิดการเลือกตั้งนายกรัฐมนตรีคนใหม่ขึ้นมาบริหารประเทศนี่ก็เป็นหัวใจหลักสำคัญเราอยากให้กระบวนการประชาธิปไตยได้ดำเนินการไปต่อเนื่องและพวกเราก็จะดำเนินการอย่างนี้เป็นที่สุดโดยหลักก็เป็นแบบนี้”

นายภูมิธรรม กล่าวต่อไปว่า หลังจากนี้ต่อไปพรรคเพื่อไทยจะเป็นพรรคที่ดำเนินการต่อไปให้การเลือกนายกฯ แล้วเสร็จ โดยจะรายงานให้พรรคร่วมรัฐบาลทราบเป็นระยะ หากสภาฯ เปิดเมื่อไหร่การดำเนินการเลือกตั้งนายกฯ จะเป็นไปให้เร็วที่สุดเพื่อให้ระบอบประชาธิปไตยของรัฐบาลที่ทำงานให้พี่น้องประชาชนได้เดินหน้าต่อไปอย่างเร็วที่สุด

จากนั้นผู้สื่อข่าวถามถึงการแถลงวันนี้ที่ไม่มีพรรคกล้าธรรม นายภูมิธรรม ตอบว่า ตอนนี้ยังมีครบอยู่ จนกว่าจะมีความชัดเจน เป็นเพียงข่าวขึ้นมา ยังไม่ได้รับการรายงานอย่างเป็นทางการของพรรคกล้าธรรม เพราะฉะนั้นยังถือว่าเรายังจับมือกัน ส่วนจะเป็นอย่างไรต่อไปเป็นกระบวนการที่พรรคเพื่อไทยจะไปดำเนินการต่อ

ในคำถามว่ามีบางพรรคไปแสดงจุดยืนกับฝ่ายค้าน นายภูมิธรรม ระบุว่า วันนี้เราอย่าเพิ่งไปพิจารณาหรือดำเนินการในรายละเอียด หลักการตรงนี้สิ่งสำคัญคือทำให้ประเทศมีความเชื่อมั่นจากทุกฝ่าย และเรายังเชื่อมั่นว่ายังสามารถที่จะดำเนินการต่อไปได้ “พรรคเพื่อไทยมั่นใจว่าจะสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้เหมือนเดิม ไม่มีปัญหาอะไร”

นายภูมิธรรม กล่าวต่อไปว่า ขั้นตอนจากนี้เป็นไปตามกระบวนการ พรรคเพื่อไทยต้องพิจารณาที่จะเสนอใคร ซึ่งยังเหลืออยู่อีก 1 คนคือ นายชัยเกษม นิติสิริ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และยังมีอีกหลายๆ ส่วนที่เกี่ยวข้องในพรรคที่ร่วมรัฐบาล จะต้องไปดูในรายละเอียด ผู้สื่อข่าวถามต่อจะใช้เวลากี่วันในการรวบรวมรัฐบาล นายภูมิธรรม ตอบว่า ใช้เวลาเร็วที่สุด พร้อมย้ำถึงพรรคกล้าธรรมว่า ขณะนี้ยังไม่ได้เข้ามา แต่ก็ยังไม่ได้ยืนยันว่าจะไปหรือจะอยู่ ตนคิดว่ายังร่วมมือกันทำงานได้ต่อไป

นอกจากนี้ นายภูมิธรรม ยังกล่าวอีกว่า จะรู้แน่ชัดอีกทีวันที่ตัดสินใจเลือกนายกฯ ตอนนี้ใครไปกินข้าวกันก็เป็นเพื่อนกันหมด เรายังหาข้อสรุปนี้ไม่ได้ ตนคิดว่าต้องเป็นการแจ้งอย่างเป็นทางการของแต่ละพรรคการเมือง “ขอให้เชื่อมั่นว่าพรรคเพื่อไทยจะดำเนินหน้าที่อย่างเต็มที่ในการจัดตั้งรัฐบาลให้ได้โดยเร็วที่สุด” โดยหลังจากนี้รัฐมนตรียังคงทำหน้าที่ต่อไป รัฐบาลรักษาการจะมีการประชุม ครม.นัดพิเศษในวันพรุ่งนี้ (30 สิงหาคม)

ส่วนเงื่อนไขของพรรคประชาชน นายภูมิธรรม บอกว่า สิ่งใดที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ เป็นประโยชน์ต่อกระบวนการเสริมสร้างประชาธิปไตย พวกเราพร้อมสนับสนุนสิ่งนั้นได้ ขอให้มีการใช้ดุลพินิจพิจารณา เพราะยังต้องมีรายละเอียดอีก เมื่อถามว่าโควตารัฐบาลยังตำแหน่งเดิมหรือไม่ นายภูมิธรรม ระบุ ว่าไปตามกระบวนการประชาธิปไตย จากนั้นทั้งหมดได้ถ่ายรูปจับมือกัน และจบการแถลงข่าวในเวลา 18.27 น.

สำหรับผู้ร่วมแถลงข่าวในครั้งนี้ประกอบด้วย

พรรคเพื่อไทย

  • นายภูมิธรรม เวชยชัย
  • นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ
  • นายประเสริฐ จันทรรวงทอง
  • นางมนพร เจริญศรี
  • นายสมศักดิ์ เทพสุทิน
  • นายสรวงศ์ เทียนทอง
  • น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล
  • นายชูศักดิ์ ศิรินิล
  • น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์
  • นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล
  • น.ส.ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์
  • นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์
  • นายพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ
  • นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช

พรรครวมไทยสร้างชาติ

  • นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค
  • นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์

พรรคประชาธิปัตย์

  • นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน
  • นายเดชอิศม์ ขาวทอง
  • นายชัยชนะ เดชเดโช

พรรคชาติไทยพัฒนา

  • นายวราวุธ ศิลปอาชา

พรรคประชาชาติ

  • พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง

พรรคชาติพัฒนา

  • นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ
  • นายเทวัญ ลิปตพัลลภ

เพื่อไทยนำจัดตั้งรัฐบาล เล็งเสนอ “ชัยเกษม”

ความคืบหน้าล่าสุด! เพื่อไทยนำจัดตั้งรัฐบาล เล็งเสนอ “ชัยเกษม”

สถานการณ์ทางการเมืองยังคงมีความเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ การที่พรรคเพื่อไทยนำจัดตั้งรัฐบาล เล็งเสนอ “ชัยเกษม” เป็นการตัดสินใจที่น่าจับตามอง และจะเป็นอย่างไรต่อไปต้องติดตามกันอย่างใกล้ชิด

การเพื่อไทยนำจัดตั้งรัฐบาล เล็งเสนอ “ชัยเกษม” นั้นแสดงให้เห็นถึงความพยายามในการจัดตั้งรัฐบาลให้เร็วที่สุดเพื่อแก้ไขปัญหาต่างๆ ของประชาชน

การตัดสินใจของพรรคเพื่อไทยในการเพื่อไทยนำจัดตั้งรัฐบาล เล็งเสนอ “ชัยเกษม” จะส่งผลต่อทิศทางทางการเมืองของประเทศในอนาคตอย่างแน่นอน

หลังจากนี้คงต้องจับตาดูว่าการเพื่อไทยนำจัดตั้งรัฐบาล เล็งเสนอ “ชัยเกษม” จะราบรื่นหรือไม่ และจะมีพรรคการเมืองใดเข้าร่วมรัฐบาลบ้าง

โดยสรุป การเพื่อไทยนำจัดตั้งรัฐบาล เล็งเสนอ “ชัยเกษม” เป็นก้าวสำคัญในการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ และประชาชนคาดหวังว่าจะสามารถแก้ไขปัญหาต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ที่มา – เพื่อไทยนำจัดตั้งรัฐบาล เล็งเสนอ “ชัยเกษม” พรรคร่วมไร้เงา “กล้าธรรม” ร่วมแถลง

ภูมิใจไทยรับข้อเสนอ พรรคประชาชน ตั้งรัฐบาลใหม่

“พรรคภูมิใจไทย” แถลงการณ์ตอบรับข้อเสนอและเงื่อนไข 3 ประการของ “พรรคประชาชน” ในการจัดตั้งรัฐบาลใหม่

ภายหลังจาก นายอนุทิน ชาญวีรกุล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย นายไชยชนก ชิดชอบ และ ภราดร ปริศนานันทกุล เดินทางมาที่ทำการของพรรคประชาชน เพื่อพูดคุยอย่างเป็นทางการ กับหัวหน้าพรรคและคณะผู้บริหารของพรรคนั้น

ล่าสุด วันที่ 29 ส.ค. 2568 พรรคภูมิใจไทย ได้ออกแถลงการณ์เรื่อง “พรรคภูมิใจไทย ตอบรับข้อเสนอและเงื่อนไขพรรคประชาชน จัดตั้งรัฐบาลใหม่” โดยระบุว่า

“พรรคภูมิใจไทย โดยมติคณะกรรมการบริหารพรรค ร่วมกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มอบหมายให้นายอนุทิน ชาญวีรกุล หัวหน้าพรรค และ นายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรค รับข้อเสนอของพรรคประชาชน และดำเนินการรวบรวมเสียงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพื่อจัดตั้งรัฐบาลที่มีพรรคประชาชน ซึ่งเป็นพรรคการเมืองที่มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมากที่สุดของสภาผู้แทนราษฎร เป็นผู้สนับสนุนหลัก

โดยความชอบธรรมและประเพณีปฏิบัติทางการเมือง พรรคประชาชน ในฐานะพรรคการเมือง ที่มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เป็นอันดับ 1 มีสิทธิที่จะรวบรวมเสียงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเพื่อจัดตั้งรัฐบาลเป็นลำดับแรก แต่เนื่องจากข้อจำกัดของกฎหมาย ทำให้พรรคประชาชนไม่สามารถเสนอบุคคลซึ่งเป็นสมาชิกพรรคประชาชนให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาลงมติเป็นนายกรัฐมนตรีได้

พรรคประชาชน จึงเสนอแนวทางการสนับสนุนการจัดตั้งรัฐบาล ตามที่ได้ประกาศให้ทราบทั่วกันแล้ว ซึ่งพรรคภูมิใจไทยได้หารือกับพรรคการเมืองบางพรรคและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนหนึ่ง เห็นตรงกันว่าสามารถรับข้อเสนอของพรรคประชาชน เพื่อนำไปสู่การจัดตั้งรัฐบาลแก้ปัญหาเฉพาะหน้าของประเทศและประชาชน จากนั้นจะยุบสภาผู้แทนราษฎร จัดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป คืนอำนาจให้ประชาชนตัดสินใจทางการเมืองตามกำหนดเวลาที่พรรคประชาชนเสนอ

หลังจากพรรคภูมิใจไทย รับข้อเสนอของพรรคประชาชนในวันนี้แล้ว จะเชิญพรรคการเมืองต่างๆ มาหารือขอรับการสนับสนุนจัดตั้งรัฐบาล เพื่อบริหารประเทศในสถานการณ์ที่มีปัญหาภัยความมั่นคง ภัยเศรษฐกิจ ภัยธรรมชาติ และภัยสังคม ซึ่งส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตและการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน ให้พ้นจากระยะวิกฤต แล้วจะคืนอำนาจให้ประชาชนได้ใช้สิทธิเลือกตั้ง ซึ่งเป็นกระบวนการตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขต่อไป

พรรคภูมิใจไทย ขอเรียนว่านโยบายและภารกิจหลักของรัฐบาลใหม่ ที่จะจัดตั้งขึ้นโดยการสนับสนุนของพรรคประชาชน มี 3 ประการ ซึ่งเป็นสาระสำคัญที่จะได้นำไปหารือกับพรรคการเมืองอื่นๆ เพื่อพิจารณาร่วมจัดตั้งรัฐบาลได้แก่

1. การแก้ปัญหาความมั่นคง กรณีพิพาทไทย-กัมพูชา

2. การจัดทำประชามติการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ โดยสภาร่างรัฐธรรมนูญโดยเร็ว

3. การยุบสภาผู้แทนราษฎร คืนอำนาจให้ประชาชนตัดสินใจทางการเมืองภายในเวลา 4 เดือน นับจากรัฐบาลแถลงนโยบายต่อรัฐสภาเสร็จสิ้น

พรรคภูมิใจไทย ขอขอบคุณพรรคประชาชนที่ได้นำเสนอแนวทางจัดตั้งรัฐบาล เพื่อให้การเมืองไทยดำเนินไปตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขได้อย่างราบรื่น และขอใช้โอกาสนี้เชิญชวนพรรคการเมืองทุกพรรคและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่าน ร่วมกันจัดตั้งรัฐบาลใหม่ เพื่อแก้วิกฤติของประเทศ แก้ปัญหาของประชาชน และคืนอำนาจให้ประชาชนในฐานะเจ้าของอำนาจอธิปไตยได้ตัดสินใจทางการเมืองอีกครั้งหนึ่ง”.

พรรคภูมิใจไทยรับข้อเสนอ พรรคประชาชน ตั้งรัฐบาลใหม่

จากแถลงการณ์ล่าสุด พรรคภูมิใจไทยได้ตอบรับเงื่อนไขของพรรคประชาชนในการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ซึ่งมีประเด็นสำคัญคือการแก้ไขรัฐธรรมนูญและการคืนอำนาจให้ประชาชนภายใน 4 เดือน การตัดสินใจครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการแก้ไขวิกฤตของประเทศ แต่คำถามคือพรรคการเมืองอื่นๆ จะเห็นด้วยกับข้อเสนอนี้หรือไม่

เงื่อนไขและข้อเสนอ พรรคภูมิใจไทยรับข้อเสนอ พรรคประชาชน

พรรคภูมิใจไทยได้ตอบรับข้อเสนอและเงื่อนไขของพรรคประชาชนในการจัดตั้งรัฐบาล โดยมีเงื่อนไขหลัก 3 ประการ ได้แก่ การแก้ไขปัญหาความมั่นคงกรณีพิพาทไทย-กัมพูชา การจัดทำประชามติเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ และการยุบสภาผู้แทนราษฎรภายใน 4 เดือน การตอบรับข้อเสนอนี้แสดงให้เห็นถึงความพยายามในการแก้ไขปัญหาของประเทศอย่างเร่งด่วน

การจัดตั้งรัฐบาลใหม่ภายใต้การสนับสนุนของพรรคประชาชนนั้น มีเป้าหมายเพื่อแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าของประเทศและประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาภัยความมั่นคง ภัยเศรษฐกิจ ภัยธรรมชาติ และภัยสังคม ซึ่งส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตและการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน การแก้ไขปัญหาเหล่านี้ถือเป็นภารกิจสำคัญของรัฐบาลใหม่

หลังจากที่พรรคภูมิใจไทยได้ พรรคภูมิใจไทยรับข้อเสนอ พรรคประชาชน แล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการเชิญพรรคการเมืองต่างๆ มาร่วมหารือและขอรับการสนับสนุนในการจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งจะต้องมีการพิจารณาถึงนโยบายและภารกิจหลักของรัฐบาลใหม่ เพื่อให้สามารถแก้ไขปัญหาของประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ การที่พรรคภูมิใจไทย พรรคภูมิใจไทยรับข้อเสนอ พรรคประชาชน ยังเป็นการแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการรักษาระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข โดยการคืนอำนาจให้ประชาชนได้ตัดสินใจทางการเมืองผ่านการเลือกตั้ง

การตัดสินใจของพรรคภูมิใจไทยในครั้งนี้ จะมีผลต่อการเมืองไทยในอนาคตอย่างแน่นอน การที่ พรรคภูมิใจไทยรับข้อเสนอ พรรคประชาชน เพื่อการจัดตั้งรัฐบาลนั้น แสดงให้เห็นถึงความพยายามในการแก้ไขปัญหาของประเทศ และความมุ่งมั่นในการรักษาระบอบประชาธิปไตย อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จของการจัดตั้งรัฐบาลและความสามารถในการแก้ไขปัญหาต่างๆ นั้น ยังคงต้องขึ้นอยู่กับการร่วมมือของทุกฝ่าย

การเมืองไทยยังคงต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด เพราะการ พรรคภูมิใจไทยรับข้อเสนอ พรรคประชาชน เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น และยังมีอีกหลายขั้นตอนที่ต้องดำเนินการต่อไป เพื่อให้การเมืองไทยกลับคืนสู่ความมั่นคงและสามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนได้อย่างแท้จริง

ที่มา – “พรรคภูมิใจไทย” ตอบรับข้อเสนอ-เงื่อนไข “พรรคประชาชน” จัดตั้งรัฐบาลใหม่

Scroll to top