นายกรัฐมนตรีไทยคนที่ 32

ไทยรัฐโพล: โหวตนายกฯ ประยุทธ์-ชัยเกษม แก้เศรษฐกิจ

ผลสำรวจความคิดเห็นจากผู้อ่านไทยรัฐออนไลน์ในหัวข้อ “ถ้าสภาฯ โหวตนายกฯ สัปดาห์หน้า คุณอยากให้ใครเป็นนายกรัฐมนตรีมากที่สุด” ได้รับความสนใจอย่างมาก โดยมีผู้ร่วมตอบแบบสอบถามถึง 6,843 คน และผลปรากฏว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้รับคะแนนสนับสนุนสูงสุดเป็นอันดับหนึ่ง สะท้อนให้เห็นถึงความคิดเห็นของประชาชนที่มีต่อบุคคลที่จะมาดำรงตำแหน่งสำคัญทางการเมือง

จากผลสำรวจ ไทยรัฐโพล: ผู้อ่านไทยรัฐออนไลน์โหวตประยุทธ์-ชัยเกษม นั่งนายกฯ อยากเห็นการแก้ไขเศรษฐกิจ พบว่า 42.46% ของผู้ตอบแบบสอบถามต้องการให้ พลเอก ประยุทธ์ กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง ตามมาด้วย นายชัยเกษม นิติสิริ ที่ได้รับคะแนน 26.86% และนายอนุทิน ชาญวีรกูล 18.79% ส่วนนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค และนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ได้รับคะแนนสนับสนุน 8.51% และ 3.38% ตามลำดับ

นอกจากคำถามเกี่ยวกับตัวบุคคลแล้ว แบบสำรวจยังเจาะลึกถึงปัจจัยสำคัญที่ผู้ตอบแบบสอบถามใช้ในการตัดสินใจเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ โดยผู้ร่วมโหวตสามารถเลือกได้มากกว่าหนึ่งข้อ ซึ่งมีผู้ตอบคำถามในส่วนนี้จำนวน 5,451 คน

ไทยรัฐโพล: ผู้อ่านไทยรัฐออนไลน์โหวตประยุทธ์-ชัยเกษม นั่งนายกฯ อยากเห็นการแก้ไขเศรษฐกิจ

ผลสำรวจชี้ให้เห็นว่า การแก้ไขเศรษฐกิจและปัญหาค่าครองชีพเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดในการตัดสินใจเลือกนายกรัฐมนตรี โดยมีผู้เลือกปัจจัยนี้สูงถึง 25.93% สะท้อนให้เห็นถึงความกังวลของประชาชนเกี่ยวกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจในปัจจุบัน

ปัจจัยรองลงมาคือ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ โดยเฉพาะประเด็นชายแดนกัมพูชา ที่มีผู้ให้ความสำคัญ 18.43% และความสะอาดโปร่งใส รวมถึงการต่อต้านคอร์รัปชัน ที่ได้รับความสนใจจาก 15.53% ของผู้ตอบแบบสอบถาม นี่แสดงให้เห็นว่าประชาชนให้ความสำคัญกับนโยบายต่างประเทศและธรรมาภิบาลของผู้ที่จะมาเป็นผู้นำประเทศ

ประเด็นสำคัญจากไทยรัฐโพล: ผู้อ่านไทยรัฐออนไลน์โหวตประยุทธ์-ชัยเกษม นั่งนายกฯ อยากเห็นการแก้ไขเศรษฐกิจ

  • พลเอก ประยุทธ์ นำโด่งด้วยคะแนน 42.46%
  • ชัยเกษม นิติสิริ ตามมาเป็นอันดับสองด้วย 26.86%
  • การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจเป็นปัจจัยชี้วัดสำคัญที่สุด

ภาพรวมของผลสำรวจนี้ได้รับความสนใจอย่างมาก โดยมีผู้เข้าชมมากกว่า 586,000 ครั้ง การเปิดโหวตเริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 29 สิงหาคม เวลา 18.22 น. และเปิดให้ผู้อ่านไทยรัฐออนไลน์ร่วมโหวตได้จนถึงวันที่ 5 กันยายน เวลา 18.00 น. ที่ https://poll.thairath.co.th/campaign/newPM

ผลสำรวจ ไทยรัฐโพล: ผู้อ่านไทยรัฐออนไลน์โหวตประยุทธ์-ชัยเกษม นั่งนายกฯ อยากเห็นการแก้ไขเศรษฐกิจ แสดงให้เห็นถึงความต้องการของประชาชนที่ต้องการผู้นำที่สามารถแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและยกระดับคุณภาพชีวิตของพวกเขาได้ นอกจากนี้ ประเด็นเรื่องความโปร่งใสและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศก็เป็นสิ่งที่ประชาชนให้ความสำคัญอย่างมากในการพิจารณาเลือกผู้นำประเทศ

สิ่งที่น่าสนใจคือ การที่ประเด็นเศรษฐกิจมาเป็นอันดับหนึ่ง สะท้อนว่าประชาชนกำลังเผชิญกับความยากลำบากในชีวิตประจำวัน และต้องการผู้นำที่เข้าใจปัญหาและมีแนวทางแก้ไขที่เป็นรูปธรรม การเลือกนายกรัฐมนตรีจึงไม่ใช่แค่เรื่องของการเมือง แต่เป็นเรื่องปากท้องและความอยู่รอดของประชาชน

ที่มา – Thairath Poll: ผู้อ่านไทยรัฐออนไลน์โหวตประยุทธ์-ชัยเกษม นั่งนายกฯ อยากเห็นการแก้ไขเศรษฐกิจ

“ทักษิณ” เข้าเพื่อไทย แจงมาให้กำลังใจเฉยๆ จริงหรือ?

“ทักษิณ” เข้าเพื่อไทย แจงมาให้กำลังใจเฉยๆ จริงหรือ? การปรากฏตัวของอดีตนายกฯ สร้างความฮือฮา แต่สุริยะยืนยันไม่มีอัศวินขี่ม้าขาวแน่นอน เรามาเจาะลึกถึงเบื้องหลังการมาเยือนพรรคเพื่อไทยของนายทักษิณในครั้งนี้กัน

เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2568 เวลา 15.52 น. นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาเปิดเผยสั้นๆ ขณะเดินทางออกจากที่ทำการพรรคเพื่อไทย ซึ่งในวันเดียวกันนั้นเอง พรรคเพื่อไทยได้มีการประชุม สส. โดยมี น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย เป็นประธานในการประชุม พร้อมทั้งมี นายชัยเกษม นิติสิริ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีคนสุดท้ายของพรรคเพื่อไทย เข้าร่วมการประชุมในครั้งนี้ด้วย

ผู้สื่อข่าวได้สอบถามถึงการให้กำลังใจ รวมถึงสถานการณ์ทางการเมืองในปัจจุบันที่มีทางออกหรือไม่ นายทักษิณ ตอบเพียงสั้นๆ ว่า “ไม่รู้ ผมมาให้กำลังใจเฉยๆ” เมื่อถูกถามถึงกรณีที่เคยกล่าวว่าผิดที่ไว้ใจ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สส.พะเยา ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม มากเกินไป นายทักษิณ ไม่ได้ตอบคำถามดังกล่าว แต่ได้กล่าวซ้ำอีกครั้งว่า “มาให้กำลังใจเฉยๆ” ก่อนที่จะขึ้นรถยนต์เมอร์เซเดส-มายบัค ทะเบียน พร 195 กรุงเทพมหานคร และเดินทางออกจากพรรคเพื่อไทยไป

ในช่วงเวลา 16.00 น. นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะแกนนำพรรคเพื่อไทย ได้ให้สัมภาษณ์ภายหลังจากการประชุมว่า ในวันนี้ไม่ได้มีการพูดคุยถึงเรื่องแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี แม้ว่านายชัยเกษม จะเข้าร่วมการประชุมด้วยก็ตาม การประชุมในครั้งนี้เป็นเพียงการให้กำลังใจแก่ สส. ของพรรคเท่านั้น ซึ่ง สส. ทุกคนของพรรคก็ยืนยันว่าจะยังคงอยู่กับพรรคต่อไป

ส่วนการมาของนายทักษิณนั้น นายสุริยะกล่าวว่าเป็นการมาให้กำลังใจ สส. โดยนายทักษิณได้กล่าวว่า “ถ้าเป็นอะไรก็ให้อยู่ด้วยกัน” นอกจากนี้ นายสุริยะ ยังได้ยืนยันอย่างหนักแน่นว่า จะไม่มีอัศวินขี่ม้าขาวเข้ามาเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีอย่างแน่นอน

“ทักษิณ” เข้าเพื่อไทย แจงมาให้กำลังใจเฉยๆ

“ทักษิณ” เข้าเพื่อไทย แจงมาให้กำลังใจเฉยๆ จริงหรือไม่?

การปรากฏตัวของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่พรรคเพื่อไทย ได้สร้างความสนใจและเกิดคำถามต่างๆ มากมาย แม้ว่านายทักษิณจะยืนยันว่า “มาให้กำลังใจเฉยๆ” แต่หลายฝ่ายก็ยังคงจับตาถึงนัยยะทางการเมืองที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังการมาเยือนในครั้งนี้

การที่นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ออกมายืนยันว่าไม่มีอัศวินขี่ม้าขาวเข้ามาเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ยิ่งทำให้สถานการณ์ทางการเมืองมีความน่าติดตามมากยิ่งขึ้น เพราะเป็นการตอกย้ำว่าพรรคเพื่อไทยจะยังคงเดินหน้าด้วยทีมงานและบุคลากรชุดเดิม

อย่างไรก็ตาม คำถามที่ยังคงค้างคาใจหลายคนก็คือ การมาของนายทักษิณ “มาให้กำลังใจเฉยๆ” จริงหรือไม่ หรือว่ามีวาระซ่อนเร้นอื่นใดที่ยังไม่ถูกเปิดเผย ซึ่งคงต้องติดตามสถานการณ์กันต่อไปอย่างใกล้ชิด

สิ่งที่น่าสนใจจากการเดินทางมาพรรคเพื่อไทยของนายทักษิณ คือ การส่งสัญญาณบางอย่างถึงสมาชิกพรรค และอาจถึงคู่แข่งทางการเมืองด้วย การเน้นย้ำคำว่า “ให้กำลังใจ” อาจเป็นกุญแจสำคัญในการไขปริศนาครั้งนี้

ในภาพรวม การมาเยือนพรรคเพื่อไทยของนายทักษิณ แม้จะถูกอธิบายว่าเป็นการ “มาให้กำลังใจเฉยๆ” แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าได้สร้างแรงกระเพื่อมทางการเมืองอย่างมีนัยสำคัญ และเป็นสิ่งที่ทุกฝ่ายต้องจับตามองอย่างใกล้ชิดต่อไป

ที่มา – “ทักษิณ” เข้าเพื่อไทย แจงมาให้กำลังใจเฉยๆ “สุริยะ” ยันไม่มีอัศวินขี่ม้าขาว

“ก่อแก้ว” ชม “ภูมิธรรม” ทำหน้าที่ดีเยี่ยม ฝ่าวิกฤติ

“ก่อแก้ว” ชมรัฐบาลรักษาการ “ภูมิธรรม” ทำหน้าที่ได้ดีเยี่ยม ชี้ สภาวะบ้านเมืองไม่ปกติ จำเป็นต้องฝ่าฟันให้ผ่านจุดวิกฤติให้ได้ ขอประชาชนอดทนกับสถานการณ์นี้และดูแลตัวเองไปก่อน

วันที่ 2 กันยายน 2568 นายก่อแก้ว พิกุลทอง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย เดินทางมาถึงที่ทำการพรรคเพื่อไทย พร้อมให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนก่อนเข้าประชุมพรรค ว่า ตัวเองรู้สึกสงสารประเทศไทย ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าวันนี้การเมืองบ้านเราอยู่ในจุดที่ยากมาก นักธุรกิจนักลงทุนคงไม่ตัดสินใจทำอะไรในตอนนี้ ทำให้เศรษฐกิจไทยที่แย่อยู่แล้ว ก็ต้องลากยาวไปอีก วันนี้ยิ่งมีปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชาที่ถือว่าเป็นปัญหาใหญ่ ถ้าไม่มีรัฐบาลที่มีอำนาจเต็ม หากกัมพูชามาก่อกวนหรือต้องการให้สถานการณ์ไทยปั่นป่วน จะไม่มีรัฐบาลที่มีอำนาจเต็มมาแก้ไขปัญหานี้ได้อย่างจริงจัง

ถ้าเป็นสภาวะปกติตนเองจะเชียร์พรรคเพื่อไทยให้ยุบสภา แต่ตอนนี้สภาวะบ้านเมืองไม่ปกติ จึงจำเป็นต้องฝ่าฟันให้ผ่านจุดวิกฤติไปให้ได้ วันนี้ตนเองรอดูพรรคประชาชนอยู่ และเข้าใจพรรคประชาชนดีว่า มีคน 2 กลุ่มหลักๆ คือ เสื้อแดงเก่า และเสื้อเหลืองเก่า มาจากพื้นฐานที่แตกต่างกันค่อนข้างมาก ทำให้พรรคประชาชนมีแนวคิดที่แตกต่างกันระหว่าง 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่เป็นเสื้อแดงมาก่อน อยากให้จับมือกับพรรคเพื่อไทย ส่วนกลุ่มที่เป็นเสื้อเหลืองเก่า คนเหล่านั้นไม่เอาพรรคเพื่อไทยอยู่แล้ว ณ ตอนนี้จึงอยากเรียนพี่น้องประชาชนว่าต้องอดทนกับสถานการณ์นี้และขอให้ทุกคนดูแลตัวเองไปก่อน

นายก่อแก้ว กล่าวต่อไปว่า รัฐบาลรักษาการที่ นายภูมิธรรม เวชยชัย ที่กำลังทำหน้าที่อยู่นั้น ตนมองว่าก็ทำหน้าที่ได้อย่างดีเยี่ยม แต่ก็ต้องยอมรับการเป็นรัฐบาลรักษาการนั้นการสั่งการราชการ ทำให้การทำงานลำบาก.

“ก่อแก้ว” ชมรัฐบาลรักษาการ “ภูมิธรรม” ทำหน้าที่ดีเยี่ยม ต้องฝ่าฟันให้ผ่านวิกฤติ

จากสถานการณ์ทางการเมืองที่ผันผวนและเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอนในปัจจุบัน คำกล่าวของนายก่อแก้ว พิกุลทอง สะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายที่ประเทศไทยกำลังเผชิญอยู่ การที่นักลงทุนชะลอการตัดสินใจ และปัญหาชายแดนที่อาจเกิดขึ้น ล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้สถานการณ์ยิ่งซับซ้อน การที่นายก่อแก้วออกมาให้กำลังใจรัฐบาลรักษาการ “ภูมิธรรม” ทำหน้าที่ดีเยี่ยม ถือเป็นสัญญาณที่ดีที่แสดงให้เห็นถึงความเข้าใจและความเห็นอกเห็นใจต่อผู้ที่กำลังพยายามนำพาประเทศให้ผ่านพ้นวิกฤตินี้ไปได้

ทำไมคำชมของ “ก่อแก้ว” ถึงมีความสำคัญในช่วงวิกฤติ?

ในสถานการณ์ที่เปราะบางเช่นนี้ กำลังใจและความเชื่อมั่นจากบุคคลสำคัญทางการเมืองอย่างนายก่อแก้ว มีความสำคัญอย่างยิ่ง คำชมต่อการทำงานของรัฐบาลรักษาการ “ภูมิธรรม” ทำหน้าที่ดีเยี่ยม ไม่เพียงแต่เป็นการให้กำลังใจเท่านั้น แต่ยังเป็นการส่งสัญญาณไปยังประชาชนและนักลงทุนว่า ยังมีคนที่มองเห็นและเข้าใจถึงความพยายามในการแก้ไขปัญหา แม้ว่าการทำงานของรัฐบาลรักษาการจะมีข้อจำกัด แต่การได้รับการยอมรับและสนับสนุนจะช่วยให้การทำงานราบรื่นขึ้น และสร้างความเชื่อมั่นให้กับทุกภาคส่วน

นอกจากนี้ คำกล่าวของนายก่อแก้วยังเป็นการเตือนสติให้ประชาชนอดทนและดูแลตัวเองในช่วงเวลาที่ยากลำบาก การที่สภาวะบ้านเมืองไม่ปกติ ทำให้การแก้ไขปัญหาต่างๆ ต้องใช้เวลาและความร่วมมือจากทุกฝ่าย การที่ประชาชนเข้าใจและให้ความร่วมมือ จะเป็นพลังสำคัญที่ช่วยให้ประเทศชาติผ่านพ้นวิกฤตินี้ไปได้

การ “ก่อแก้ว” ชมรัฐบาลรักษาการ “ภูมิธรรม” ทำหน้าที่ดีเยี่ยม ยังเป็นการเน้นย้ำถึงความสำคัญของการมีรัฐบาลที่มีเสถียรภาพและมีอำนาจเต็มในการแก้ไขปัญหาต่างๆ โดยเฉพาะปัญหาที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงของชาติ หากไม่มีรัฐบาลที่เข้มแข็ง การจัดการกับปัญหาชายแดนหรือการตอบสนองต่อสถานการณ์ฉุกเฉินต่างๆ จะเป็นไปได้ยากลำบาก

ดังนั้น การที่นายก่อแก้วออกมาแสดงความคิดเห็นและให้กำลังใจรัฐบาลรักษาการ จึงเป็นการแสดงออกถึงความรับผิดชอบต่อประเทศชาติ และเป็นการส่งสัญญาณให้ทุกฝ่ายร่วมมือกันเพื่อนำพาประเทศไทยไปสู่ความมั่นคงและความเจริญรุ่งเรืองในอนาคต

อย่างไรก็ดี การที่นายก่อแก้วออกมาให้ความเห็นเช่นนี้ เป็นการตอกย้ำถึงความจำเป็นที่ประเทศไทยต้องมีรัฐบาลที่มีเสถียรภาพโดยเร็ว เพื่อแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่ประเทศกำลังเผชิญอยู่ การเมืองที่มั่นคงจะนำไปสู่เศรษฐกิจที่เข้มแข็ง และความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของประชาชนทุกคน

ที่มา – “ก่อแก้ว” ชมรัฐบาลรักษาการ “ภูมิธรรม” ทำหน้าที่ดีเยี่ยม ต้องฝ่าฟันให้ผ่านวิกฤติ

“ฉลาด” แจง ประชุมสภาฯ เคลียร์กฎหมายค้าง โหวตนายกฯ 5 ก.ย.

“ฉลาด” แจงประชุมสภาฯ 3 วันเคลียร์กฎหมายค้าง คาดโหวตนายกฯ เร็วสุด 5 ก.ย.

“ฉลาด” แจงนัดประชุมสภาฯ นัดพิเศษ 3 วัน เคลียร์กฎหมายค้าง ปัดเร่งรัดก่อนยุบสภา คาด โหวตเลือกนายกฯ คนที่ 32 เร็วที่สุด 5 ก.ย. หรืออาจเป็นสัปดาห์หน้า รอฝ่ายการเมืองประสานมา พร้อมบรรจุวาระ

เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 2 กันยายน 2568 นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 แถลงข่าวถึงการประชุมวิป 3 ฝ่าย ว่า สัปดาห์นี้มีการประชุมสภาฯ ทั้งหมด 3 วัน คือวันที่ 3-5 กันยายน 2568 เนื่องจากกฎหมายค้างอยู่ในวาระจำนวนมาก วิปทั้ง 3 ฝ่าย จึงเห็นว่าควรกำหนดวาระพิเศษขึ้นมาในวันศุกร์ที่ 5 กันยายน 2568 เพื่อพิจารณากฎหมายของรัฐบาลที่ยังค้างอยู่ ซึ่งวาระการพิจารณานี้เป็นการตกลงกันมาก่อนแล้ว ไม่ใช่เป็นการเปิดสภาฯ เพื่อกำหนดวาระการประชุมเพื่อโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 แต่หากพรรคการเมืองใดรวมเสียงข้างมากได้แล้ว และแจ้งมายังสภาฯ เพื่อจะได้บรรจุระเบียบวาระต่อไป

“การโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีขึ้นอยู่กับฝ่ายการเมืองที่มีความพร้อมแล้วแจ้งมายังสภาฯ ซึ่งมีความเป็นไปได้เร็วที่สุดคือวันที่ 5 กันยายน แต่ถ้าไม่ใช่วันที่ 5 กันยายน ก็น่าจะเป็นสัปดาห์หน้า”

เมื่อถามว่าการเร่งเคลียร์กฎหมายที่ค้างในสภาฯ เพื่อรองรับการยุบสภาใช่หรือไม่ นายฉลาด กล่าวว่า เรื่องนี้เพิ่งมีเข้ามาก่อนวันที่ 29 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา แต่เรากำหนดการพิจารณากฎหมายไว้ก่อนแล้ว ซึ่งทุกฝ่ายเห็นพ้องต้องกันเพื่อให้สภาฯ พิจารณาผ่านกฎหมายเพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชน ไม่ใช่การเร่งรัดเพื่อการยุบสภาแต่อย่างใด.

“ฉลาด” แจงรายละเอียดการประชุมสภาฯ กับการโหวตนายกฯ

จากกรณีที่นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 ได้ออกมาแถลงถึงการประชุมสภาฯ ที่จะมีขึ้นในวันที่ 3-5 กันยายน 2568 นั้น หลายคนอาจสงสัยว่าการประชุมครั้งนี้มีความเกี่ยวข้องกับการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีหรือไม่ ซึ่งนายฉลาดได้ชี้แจงอย่างชัดเจนว่า การประชุมดังกล่าวมีวาระหลักคือการพิจารณากฎหมายที่ค้างอยู่ในสภาฯ จำนวนมาก อย่างไรก็ตาม หากพรรคการเมืองต่างๆ สามารถรวมเสียงข้างมากได้แล้ว และแจ้งความพร้อมมายังสภาฯ ก็มีความเป็นไปได้ที่การโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีจะเกิดขึ้นเร็วที่สุดในวันที่ 5 กันยายน หรืออาจเป็นสัปดาห์หน้า

สิ่งที่น่าสนใจคือ แม้ว่าการประชุมสภาฯ ในครั้งนี้จะไม่ได้มีวาระหลักเกี่ยวกับการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีโดยตรง แต่ก็เป็นไปได้ว่าสถานการณ์ทางการเมืองจะเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และนำไปสู่การตัดสินใจที่จะมีการโหวตเกิดขึ้น ดังนั้น จึงต้องติดตามความเคลื่อนไหวทางการเมืองอย่างใกล้ชิดต่อไป

นอกจากนี้ ประเด็นที่นายฉลาดได้กล่าวถึงเรื่องการเร่งเคลียร์กฎหมายที่ค้างในสภาฯ นั้น ก็มีความสำคัญเช่นกัน เพราะการพิจารณาและผ่านกฎหมายต่างๆ จะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนโดยรวม การที่สภาฯ สามารถพิจารณาและอนุมัติกฎหมายที่สำคัญได้ จะช่วยให้การบริหารประเทศเป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

สำหรับประชาชนทั่วไป การติดตามข่าวสารเกี่ยวกับการเมืองและการทำงานของสภาฯ เป็นสิ่งสำคัญ เพราะการตัดสินใจของนักการเมืองและกฎหมายที่ผ่านสภาฯ ล้วนมีผลกระทบต่อชีวิตประจำวันของเราทั้งสิ้น ดังนั้น การเป็นพลเมืองที่ตื่นตัวและติดตามข่าวสารอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้เราสามารถเข้าใจสถานการณ์ต่างๆ และมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศได้อย่างเต็มที่

การที่นายฉลาดออกมาให้ข้อมูลที่ชัดเจนและตรงไปตรงมาเช่นนี้ ถือเป็นเรื่องที่ดี เพราะช่วยให้ประชาชนได้รับทราบข้อมูลที่ถูกต้องและเข้าใจสถานการณ์ทางการเมืองได้ดียิ่งขึ้น หวังว่าการประชุมสภาฯ ในครั้งนี้จะเป็นไปอย่างราบรื่น และสามารถพิจารณาและอนุมัติกฎหมายที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชนได้ต่อไป

ดังนั้นการติดตามข่าวสารการเมือง และการประชุมสภาฯ อย่างใกล้ชิด จึงเป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับประชาชนทุกคน เพื่อที่จะสามารถรับรู้ข้อมูลที่ถูกต้อง และตัดสินใจเลือกผู้แทนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ที่มา – “ฉลาด” แจงประชุมสภาฯ 3 วันเคลียร์กฎหมายค้าง คาดโหวตนายกฯ เร็วสุด 5 ก.ย.

“มนพร” โยน “ภูมิธรรม” ตอบปมอำนาจยุบสภา

“มนพร” แนะถาม “ภูมิธรรม” ปมอำนาจยุบสภา เผย สส.หลายคนยังอยู่กับพรรคเพื่อไทย ไม่ได้ตาม “ศักดิ์ดา” ไป “สุริยะ” โยนถาม “ภูมิธรรม” เช่นกัน

วันที่ 2 กันยายน 2568 นางมนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม และ สส.นครพนม พรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์ที่ทำเนียบรัฐบาล ถึงความชัดเจนเรื่องอำนาจยุบสภา ว่า ต้องรอฟังนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรี

ผู้สื่อข่าวถามต่อ ล่าสุดมีการส่งสัญญาณอะไรไปยังสมาชิกพรรคเพื่อไทยหรือไม่ นางมนพร ตอบว่า ยัง โดยในช่วงบ่ายวันนี้จะมีการประชุมพรรค เดี๋ยวรอฟังนายภูมิธรรม ส่วนในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันนี้ทราบแต่ว่ามีวาระปกติ เมื่อถามอีกว่าตอนนี้ชัดเจนหรือยัง อำนาจยุบสภารัฐบาลรักษาการทำได้หรือไม่ นางมนพร ตอบว่า ฟังจากนักกฎหมายหลายๆ ท่าน สุดท้ายอยู่ที่นายภูมิธรรม ซึ่งเป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกฯ

ในคำถามว่าเป็นห่วงหรือไม่ หากมีการยุบสภาไปแล้วจะมีการไปร้องศาลตามมาอีก นางมนพร ระบุว่า บางทีฝนไม่ตกอย่าเพิ่งกางร่ม ต้องรอฟังก่อน ทางด้านคำถามว่าตอนนี้สมาชิกในพรรคเพื่อไทยเริ่มมีสัญญาณว่าจะทิ้งพรรคแล้ว จะตรึงสมาชิกเหล่านี้ให้อยู่ได้อย่างไร นางมนพร ตอบว่า เท่าที่ทราบตอนนี้ที่มีข่าวว่าจะไป พอสอบถามบางคนก็ยังอยู่กับพรรคเพื่อไทย หลายคนที่มีข่าวว่าจะตาม นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ สส.กาญจนบุรี พรรคเพื่อไทยไป พอสอบถามก็ยังอยู่กับพรรคเพื่อไทย ยืนยันได้มีการตรวจสอบแล้ว และบางคนยังยืนยันที่จะเข้าร่วมประชุมพรรคอยู่

เมื่อถามย้ำ ยืนยันหรือไม่ว่าหากยุบสภาตอนนี้ สส. ที่จะย้ายออกไปจะกลับมาที่พรรคเพื่อไทยเหมือนเดิม นางมนพร กล่าวว่า เราต้องพยายามรักษา สส.เดิมของเราไว้ หรือในบางพื้นที่ที่เราไม่มี สส. เราก็เอาคนที่มั่นใจจะลงสมัครกับเราไปลงพื้นที่มาตลอด

ส่วนประเด็นคำถามหากยุบสภาตอนนี้คิดว่าจะเป็นผลดีหรือผลเสียกับพรรคเพื่อไทย นางมนพร เผยว่า ต้องรอดู เพราะเราเป็นนักการเมืองประชาธิปไตยที่มาจากการเลือกตั้ง ฉะนั้น อย่ากลัวว่าจะมีการเลือกตั้ง เมื่อถามอีกว่าไม่แคร์ที่อาจจะได้ สส.ต่ำกว่าร้อยอย่างที่มีการพูดกันใช่หรือไม่ นางมนพร บอกว่า นั่นเป็นเรื่องหนึ่งที่เป็นกลยุทธ์ของแต่ละพรรคการเมืองและการสื่อสารกับพี่น้องประชาชนว่า ในฐานะ 2 ปีที่เรามาทำงานเป็น สส. และเป็นรัฐบาล เราทำอะไรให้กับพี่น้องประชาชนบ้าง

สำหรับคำถาม ยังมั่นใจหรือไม่เพราะนโยบายของพรรคเพื่อไทยที่หาเสียงไว้ยังไม่ค่อยออกมาเป็นรูปธรรม นางมนพร กล่าวว่า ของพรรคเพื่อไทยมีหลายนโยบายที่เราทำไว้ ซึ่งมันยังไปไม่ถึงจุดสิ้นสุดของความสำเร็จ แต่ทุกนโยบายเราได้เริ่มต้นมา และ สส.หลายคนของพรรคบอกว่าเรามาจากการเลือกตั้ง อย่าไปหวั่นไหวกับเรื่องพวกนี้ แต่อาจจะอยู่ไม่ครบเทอม 4 ปี หรือจะอยู่ครบเทอมค่อยดูกันอีกที เมื่อถามย้ำว่า ตกลงการยุบสภาเป็นไม้ตายของพรรคเพื่อไทยในการที่จะปลดล็อกการเมืองในขณะนี้ใช่หรือไม่ นางมนพร กล่าวว่า ตนตอบไม่ได้ อยู่ที่นายภูมิธรรม

ทางด้าน นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทยจะมีการหารือกันภายในหรือยังกับเรื่องยุบสภา นายสุริยะ กล่าวว่า ทั้งหมดนี้รอถามนายภูมิธรรม เมื่อถามอีกว่ามั่นใจหรือไม่รัฐบาลรักษาการจะสามารถยุบสภาได้ นายสุริยะ ตอบว่า ลองถามนายภูมิธรรมดู.

“มนพร” โยน “ภูมิธรรม” ตอบปมอำนาจยุบสภา

อำนาจยุบสภา: ใครเป็นคนตัดสินใจ?

จากประเด็นที่นางมนพร ได้กล่าวถึงเรื่อง อำนาจยุบสภา นั้น แสดงให้เห็นถึงความไม่แน่นอนทางการเมืองในขณะนี้ การตัดสินใจอยู่ที่นายภูมิธรรม ซึ่งต้องพิจารณาจากหลายปัจจัย ทั้งข้อกฎหมายและสถานการณ์การเมืองในปัจจุบัน การที่ สส. หลายคนยังคงอยู่กับพรรคเพื่อไทย แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในพรรค แต่ก็ต้องติดตามกันต่อไปว่าสถานการณ์จะเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางใด

การที่พรรคเพื่อไทยเน้นย้ำถึงผลงานในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน และการเตรียมพร้อมสำหรับการเลือกตั้งที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต หากมีการยุบสภาเกิดขึ้นจริง พรรคเพื่อไทยจะต้องเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ และรักษาฐานเสียงเดิมไว้ให้ได้

การเมืองไทยยังคงเป็นเรื่องที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด การตัดสินใจเรื่องอำนาจยุบสภาจะส่งผลกระทบต่อทุกภาคส่วน และประชาชนทุกคนควรติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด เพื่อที่จะสามารถตัดสินใจได้อย่างถูกต้องในการเลือกตั้งครั้งต่อไป

ที่มา – “มนพร” โยน “ภูมิธรรม” ตอบปมอำนาจยุบสภา ยัน สส.หลายคนยังอยู่เพื่อไทย

“ทวี” ยัน ประชาชาติอยู่กับเพื่อไทย ชี้ทางออกการเมืองยุบสภา

“ทวี สอดส่อง” ยืนยันพรรคประชาชาติอยู่กับเพื่อไทย ชี้ทางออกการเมือง “ยุบสภา” คืนอำนาจให้ประชาชน ไม่เห็นด้วยเสียงข้างน้อยรวมเสียงจัดตั้งรัฐบาล ผิดหลักประชาธิปไตย โผล่พบ “ชัยเกษม” ที่บ้านพัก

วันที่ 2 กันยายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาล ว่า พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และหัวหน้าพรรคประชาชาติ ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนถึงการจัดตั้งรัฐบาล ว่า เนื่องจากพรรคเราเป็นพรรคเล็ก จึงยืนยันว่าจะอยู่กับพรรคใหญ่พรรคเดิม คือพรรคเพื่อไทย เป็นหลักในการรวบรวมเสียงจัดตั้งรัฐบาล

ผู้สื่อข่าวถามต่อ มั่นใจหรือไม่ว่าพรรคเพื่อไทยจะรวบรวมเสียงในการจัดตั้งรัฐบาลได้ พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า ภาพที่ออกมาก็ดูเหมือนว่าเสถียรภาพไม่ค่อยดีนักในทุกพรรค ดังนั้นทางที่ดีที่สุดของประชาชนคือการยุบสภา ถ้าจะมีรัฐบาลใหม่จะต้องเป็นรัฐบาลที่มีนโยบายเดียว คือการยุบสภาคืนอำนาจให้กับประชาชน ขณะเดียวกัน เราเป็นห่วงการเลือกตั้งแม้จะมีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพราะการเลือกตั้งต้องมีความบริสุทธิ์ยุติธรรมด้วย

ส่วนคำถามว่ามีโอกาสเป็นไปได้มากแค่ไหนระหว่างการยุบสภากับการเป็นฝ่ายค้าน พ.ต.อ.ทวี ตอบว่า วันนี้พรรคเพื่อไทยยืนยันว่าสามารถที่จะรวบรวมเสียงจัดตั้งรัฐบาลได้ แต่ก็ต้องดูเพราะวันนี้มีกติกาที่บอกว่าพรรคการเมืองเสียงข้างน้อยก็สามารถรวบรวมเสียงตั้งรัฐบาลได้ ซึ่งถือว่าผิดหลักประชาธิปไตย เราต้องหาทางออกให้ได้ อย่าให้ใครมาครอบงำหรือมีอิทธิพล เพราะประชาชนไม่ควรถูกข่มขู่ ดังนั้น สิ่งที่เป็นไปได้คือการคืนอำนาจให้กับประชาชน

ในประเด็นคำถามตอนนี้อยู่ที่พรรคประชาชน ถ้ารวมเสียงไม่ได้ทางเลือกคือการยุบสภาใช่หรือไม่ พ.ต.อ.ทวี ระบุว่า ต้องดูพรรคเพื่อไทย ส่วนเราพร้อมสนับสนุนพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาชนในการจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งในความเห็นส่วนตัวเราสนับสนุนพรรคใหญ่ เพราะระบอบประชาธิปไตยใช้ระบอบเสียงข้างมาก ถ้าพรรคนั้นขอเป็นรัฐบาลเราก็พร้อมสนับสนุน แต่ถ้าพรรคเสียงข้างน้อยไปรวบรวมเสียงมาเพื่อเป็นรัฐบาลถือว่าไม่เป็นไปตามหลักประชาธิปไตย นี่คือความเห็นส่วนตัว

ทางด้านคำถามว่าได้ทำใจในการเป็นพรรคฝ่ายค้านหรือไม่ หัวหน้าพรรคประชาชาติ กล่าวว่า ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาลก็มีเกียรติ พรรคประชาชาติไม่สามารถเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลได้ ก็ต้องดูว่าพรรคไหนมีอุดมการณ์ตรงกับพรรคเรา

สำหรับที่ตอนนี้ยังมีข้อถกเถียงกันอยู่ว่า รักษาการนายกรัฐมนตรีสามารถยุบสภาได้หรือไม่ พ.ต.อ.ทวี เผยว่า เรื่องนี้มีข้อยุติอยู่แล้ว เนื่องจากกฎหมายเขียนว่ารัฐสภา รัฐบาล ศาล องค์กรอิสระ ต้องปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ กฎหมายและหลักนิติธรรม อะไรที่เป็นความเห็นเกินกว่ารัฐธรรมนูญที่เป็นกฎหมายสูงสุด ซึ่งรัฐธรรมนูญเขียนว่าไม่ได้มีข้อห้าม

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่าภายหลังการกระชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันนี้ พ.ต.อ.ทวี เดินทางไปพบกับ นายชัยเกษม นิติสิริ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย โดยนำกระเช้าผลไม้ไปมอบให้ที่บ้านพัก.

พ.ต.อ. ทวี สอดส่อง ย้ำถึงความสำคัญของการยุบสภาเพื่อคืนอำนาจให้กับประชาชน และแสดงความเห็นถึงหลักการประชาธิปไตยที่ควรจะเป็น โดยการตัดสินใจทางการเมืองครั้งนี้ ส่งผลต่ออนาคตของประเทศชาติอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

“ทวี” ยัน ประชาชาติอยู่กับเพื่อไทย ชี้ทางออกการเมืองยุบสภา

สถานการณ์ทางการเมืองปัจจุบันมีความซับซ้อน การยุบสภาจึงเป็นทางออกหนึ่งที่ถูกหยิบยกขึ้นมาพิจารณา

ทางออกการเมือง: ยุบสภา

พรรคประชาชาติให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของประชาชนในการตัดสินใจทางการเมือง และการยุบสภาถือเป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชนได้แสดงเจตจำนงผ่านการเลือกตั้งใหม่

การตัดสินใจทางการเมืองครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่ออนาคตของประเทศไทย เราในฐานะประชาชน ควรติดตามข่าวสารและสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อที่จะสามารถตัดสินใจได้อย่างถูกต้องและเหมาะสมในการเลือกตั้งครั้งต่อไป

ที่มา – “ทวี” ยัน ประชาชาติอยู่กับเพื่อไทย ชี้ทางออกการเมืองยุบสภา ก่อนไปพบ “ชัยเกษม”

ครม.ไม่ถกยุบสภา ยันเพื่อไทยมีแค่ “ชัยเกษม”

“สรวงศ์” ยันประชุม ครม.วันนี้ ไม่มีคุยเรื่องยุบสภา ลั่น แคนดิเดตพรรคเพื่อไทยยังเป็น “ชัยเกษม นิติสิริ” ไม่มีตัวเลือกอื่น

เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 2 กันยายน 2568 นายสรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ในฐานะเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ที่ทำเนียบรัฐบาล ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ในวันนี้เป็นการประชุมตามวาระปกติ เป็นการพิจารณาเพื่อทราบ รวมถึงการแต่งตั้งโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี โดยให้ นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ดำรงตำแหน่งเช่นเดิม และไม่มีการพูดคุยถึงเรื่องการยุบสภา

ผู้สื่อข่าวถามว่าที่ประชุมพรรคเพื่อไทยจะมีการพูดคุยหารือถึงเรื่องใด นายสรวงศ์ ระบุว่า ในวันนี้ที่ประชุมพรรคเพื่อไทย จะมีการหารือถึงประเด็นทางการเมือง รวมถึงเรื่องแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค โดยจะต้องฟังความคิดเห็นของสมาชิกพรรค เพราะ สส.หลายคนมีข้อคิดเห็นที่ต่างกัน

เมื่อถามว่าเกิดอะไรขึ้นหลังจากที่ นายชัยเกษม นิติสิริ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ว่ายังไม่ได้รับการติดต่อจากพรรคเพื่อไทย พร้อมระบุอีกว่าอาจจะมีอัศวินม้าขาวเข้ามาเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี นายสรวงศ์ กล่าวว่า ไม่ทราบ ต้องถามนายชัยเกษม แต่จริงๆ แล้วไม่มีทาง ยืนยันว่าเรามีการประสานกันโดยตลอด และที่นายชัยเกษมเคยได้ให้สัมภาษณ์ไว้ก่อนหน้านี้ ก็ชัดเจนว่ามีการพูดคุยกันตลอด

“หากจะมีการเสนอชื่อนายกรัฐมนตรี เราต้องเสนอชื่อนายชัยเกษมอยู่แล้ว เพราะเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีเพียงหนึ่งเดียวของพรรคเพื่อไทย พรรคเพื่อไทยไม่มีตัวเลือกอื่นแล้ว ขอให้เราดูสถานการณ์รวมถึงรอฟังสมาชิกพรรคในวันนี้ว่าจะมีความเห็นอย่างไร”

ครม.ไม่ถกยุบสภา ยันเพื่อไทยมีแค่ “ชัยเกษม”

จากกระแสข่าวลือเรื่องการยุบสภาที่แพร่สะพัดในช่วงนี้ ล่าสุดนายสรวงศ์ เทียนทอง ได้ออกมายืนยันว่าในการประชุมคณะรัฐมนตรีวันนี้ ไม่มีการหยิบยกประเด็นดังกล่าวขึ้นมาหารือแต่อย่างใด ทำให้ความกังวลของหลายฝ่ายคลี่คลายลงไปได้บ้าง

นอกจากนี้ นายสรวงศ์ยังได้เน้นย้ำถึงจุดยืนของพรรคเพื่อไทยเกี่ยวกับตัวแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี โดยยืนยันว่าพรรคยังคงสนับสนุนนายชัยเกษม นิติสิริ เป็นตัวเลือกเพียงหนึ่งเดียว และไม่มีการพิจารณาบุคคลอื่นเพิ่มเติม

ความชัดเจนของพรรคเพื่อไทยต่อแคนดิเดตนายกฯ “ชัยเกษม”

การยืนยันอย่างหนักแน่นของนายสรวงศ์ในครั้งนี้ เป็นการตอบโต้กระแสข่าวที่นายชัยเกษมเองได้ออกมาให้สัมภาษณ์ก่อนหน้านี้ว่ายังไม่ได้รับการติดต่อจากพรรค และอาจมี “อัศวินม้าขาว” เข้ามาเป็นแคนดิเดตนายกฯ แทน ซึ่งสร้างความสับสนให้กับประชาชนและสมาชิกพรรคเป็นอย่างมาก

จากคำกล่าวยืนยันของนายสรวงศ์ ทำให้เห็นว่าพรรคเพื่อไทยยังคงให้ความไว้วางใจในตัวนายชัยเกษม และพร้อมที่จะเสนอชื่อเข้าชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในการเลือกตั้งครั้งหน้า อย่างไรก็ตาม นายสรวงศ์ยังขอให้รอฟังความคิดเห็นของสมาชิกพรรคในวันนี้ก่อนที่จะมีการตัดสินใจขั้นสุดท้าย

สถานการณ์ทางการเมืองในขณะนี้ยังคงมีความไม่แน่นอนสูง การจับตาดูความเคลื่อนไหวของพรรคการเมืองต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพรรคเพื่อไทย จึงเป็นสิ่งที่น่าสนใจและมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการกำหนดอนาคตของประเทศ

การที่พรรคเพื่อไทยยืนยันว่ามีเพียง “ชัยเกษม” เป็นแคนดิเดตนายกฯ นั้น เป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนไปยังประชาชน และเป็นการแสดงความมั่นใจในตัวผู้ที่พรรคเลือกสรรแล้ว อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจครั้งสุดท้ายยังคงขึ้นอยู่กับความเห็นชอบของสมาชิกพรรค ซึ่งต้องรอดูกันต่อไปว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่

สำหรับผู้ที่ติดตามข่าวสารทางการเมืองอย่างใกล้ชิด การทำความเข้าใจในจุดยืนและท่าทีของพรรคการเมืองต่างๆ จะช่วยให้สามารถวิเคราะห์สถานการณ์และตัดสินใจในการเลือกตั้งได้อย่างมีข้อมูลและเหตุผล

  • ติดตามข่าวสารการเมืองอย่างใกล้ชิด
  • ทำความเข้าใจในนโยบายของพรรคการเมืองต่างๆ
  • พิจารณาคุณสมบัติของแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีแต่ละคน
  • ตัดสินใจเลือกผู้ที่เหมาะสมที่สุดในการนำพาประเทศไปข้างหน้า

การเมืองไทยยังคงเต็มไปด้วยความเปลี่ยนแปลงและความไม่แน่นอน ดังนั้นการติดตามข่าวสารและวิเคราะห์ข้อมูลอย่างรอบคอบจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งสำหรับทุกคน

สุดท้ายนี้ การที่พรรคเพื่อไทยยืนยันว่ามีเพียงนายชัยเกษมเป็นตัวเลือก อาจเป็นการแสดงความเชื่อมั่นในศักยภาพและความสามารถของนายชัยเกษม แต่ก็อาจเป็นการปิดโอกาสในการพิจารณาบุคคลอื่นๆ ที่อาจมีความเหมาะสมเช่นกัน การตัดสินใจครั้งนี้จะเป็นอย่างไรต่อไป คงต้องรอติดตามความเคลื่อนไหวของพรรคเพื่อไทยอย่างใกล้ชิดต่อไป

ที่มา – ครม. ไม่ถกปมยุบสภา “สรวงศ์” ยันแคนดิเดตเพื่อไทย “ชัยเกษม” ไม่มีตัวเลือกอื่น

“เฉลิมชัย” ยังไม่คุย “เดชอิศม์” ปม ปชป. จับมือ ภท.

“เฉลิมชัย” บอกยังไม่ได้คุย “เดชอิศม์” ปมจับมือภูมิใจไทย ลั่น พรรคประชาธิปัตย์ พร้อมเลือกตั้ง หากยุบสภา

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 2 กันยายน 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงกรณีนายเดชอิศม์ ขาวทอง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่าหากพรรคประชาธิปัตย์จับมือกับพรรคภูมิใจไทย จะลาออกจากสมาชิกพรรค ได้พูดคุยกันหรือไม่ว่า ขณะนี้ยังไม่ได้พูดคุยกัน

เมื่อถามว่า การออกมากล่าวเช่นนี้จะเป็นการปิดประตูจับมือกับพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ นายเฉลิมชัย กล่าวย้ำว่า ยังไม่ได้คุยกันเลย

เมื่อถามย้ำว่า หากจำเป็นต้องยุบสภา พรรคประชาธิปัตย์พร้อมแล้วหรือไม่ นายเฉลิมชัย ยิ้มและกล่าวว่า พรรคการเมืองก็พร้อมหมดแหละ

“เฉลิมชัย” ยังไม่คุย “เดชอิศม์” ปมประกาศลาออก ปชป. หากจับมือ ภท.

สถานการณ์ทางการเมืองยังคงร้อนระอุอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดประเด็นร้อนแรงอยู่ที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กับความเป็นไปได้ในการจับมือกับพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ซึ่งนำไปสู่การออกมาแสดงความเห็นของนายเดชอิศม์ ขาวทอง เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ที่ระบุว่าจะลาออกจากสมาชิกพรรคหากเกิดกรณีดังกล่าวขึ้น

นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงประเด็นนี้ โดยยืนยันว่ายังไม่ได้มีการพูดคุยกับนายเดชอิศม์ในรายละเอียด และยังไม่ได้ข้อสรุปใดๆ เกี่ยวกับทิศทางของพรรคในการจับมือกับพรรคภูมิใจไทย

ความพร้อมของพรรคประชาธิปัตย์สำหรับการเลือกตั้ง

แม้ว่าประเด็นเรื่องการจับมือกับพรรคภูมิใจไทยยังไม่มีความชัดเจน แต่สิ่งที่น่าสนใจคือความพร้อมของพรรคประชาธิปัตย์สำหรับการเลือกตั้งที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้ นายเฉลิมชัยได้แสดงความมั่นใจว่าพรรคมีความพร้อมอย่างเต็มที่สำหรับการเลือกตั้งไม่ว่าจะเกิดขึ้นเมื่อใดก็ตาม

อย่างไรก็ตาม การที่นายเฉลิมชัยกล่าวว่า “พรรคการเมืองก็พร้อมหมดแหละ” อาจตีความได้หลายนัย ทั้งในแง่ของความมั่นใจและความประเมินสถานการณ์ที่รอบคอบ เนื่องจากสถานการณ์ทางการเมืองมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา การเตรียมความพร้อมจึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับทุกพรรคการเมือง

ประเด็นที่น่าจับตามองต่อไปคือ พรรคประชาธิปัตย์จะตัดสินใจอย่างไรกับการจับมือกับพรรคภูมิใจไทย และท่าทีของนายเดชอิศม์จะเป็นอย่างไรต่อไป หากเกิดกรณีที่พรรคตัดสินใจจับมือกับพรรคภูมิใจไทยจริง เรื่องราวเหล่านี้จะส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของพรรคประชาธิปัตย์และภูมิทัศน์ทางการเมืองของประเทศไทยอย่างไร คงต้องติดตามกันต่อไปอย่างใกล้ชิด

  • การตัดสินใจของพรรคประชาธิปัตย์จะส่งผลต่อการจัดตั้งรัฐบาล
  • ท่าทีของนายเดชอิศม์อาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในพรรค
  • สถานการณ์ทางการเมืองไทยยังคงมีความไม่แน่นอนสูง

โดยสรุป สถานการณ์ “เฉลิมชัย” ยังไม่คุย “เดชอิศม์” ปมประกาศลาออก ปชป. หากจับมือ ภท. ยังคงเป็นประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะมีผลกระทบต่อทั้งพรรคประชาธิปัตย์เอง และต่อการเมืองไทยในภาพรวม การตัดสินใจในอนาคตของพรรคประชาธิปัตย์จะเป็นตัวกำหนดทิศทางและเสถียรภาพทางการเมืองอย่างมีนัยสำคัญ

การที่ “เฉลิมชัย” ยังไม่คุย “เดชอิศม์” ปมประกาศลาออก ปชป. หากจับมือ ภท. แสดงให้เห็นถึงความซับซ้อนของสถานการณ์ทางการเมือง และจำเป็นต้องมีการพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจใดๆทั้งสิ้น

“เฉลิมชัย” ยังไม่คุย “เดชอิศม์” ปมประกาศลาออก ปชป. หากจับมือ ภท. เป็นสถานการณ์ที่แสดงให้เห็นถึงความขัดแย้งภายในพรรคและการต่อรองทางการเมืองที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง การติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวทางการเมืองอย่างใกล้ชิดจึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับประชาชนทุกคน

ที่มา – “เฉลิมชัย” ยังไม่คุย “เดชอิศม์” ปมประกาศลาออก ปชป. หากจับมือ ภท.

ภูมิธรรมยัน! ยุบสภายังไม่มีหารือ ปัดเพื่อไทยตระบัดสัตย์

“ภูมิธรรม” ลั่น ยุบสภาฯ ยังไม่มีการหารือ ขอใช้กระบวนการประชาธิปไตยเดินหน้ารวมเสียง เหตุพรรคประชาชน ยังไม่ตัดสินใจ โต้ “ไอติม” อย่าเอาความต้องการส่วนตัวมาท้ายุบสภา ปัดเพื่อไทยตระบัดสัตย์ ปชน. โน้มน้าว สว. ไม่ได้เอง

วันที่ 2 กันยายน 2568 นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี รักษาการนายกรัฐมนตรี กล่าวว่าเป็นรัฐบาลรักษาการก็มีอำนาจยุบสภาได้ ซึ่งยุบสภายังไม่มีหารือกันเพราะขั้นตอนนี้จะทำได้จนกว่าจะมีความชัดเจนเข้าสภาฯ จนได้นายกรัฐมนตรี ส่วนที่พรรคประชาชน ยังไม่ชัดเจนจะยกมือให้ใครนั้น นายภูมิธรรมกล่าวว่าในเมื่อต่างฝ่ายต่างไม่ยกให้ใครเลย แบ่งเป็นสามขั้ว ซึ่งตอนนี้ก็อยู่ระหว่างตั้งรัฐบาลหากไปพูดถึงความเป็นไปได้แล้วจะคุยกันยังไง และย้ำว่าตนเองก็ยังไม่ได้รับคำยืนยันว่าพรรคประชาชนจะไม่ยกมือให้ใครเลย แต่รอการประชุมภายในพรรคให้ชัดเจนก่อน เพราะหากการจัดตั้งรัฐบาลเริ่มต้นจาก “ถ้า” ก็ทำงานกันไม่ได้

ส่วนที่นายเทพไท เสนพงษ์ บอกว่าถ้าจบไม่ได้จะดึงเอาพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา กลับมานั้น นายภูมิธรรมกล่าวว่าความคิดนี้ไปไกลเกินไป อย่าตัดสินใจแทนพรรคเพื่อไทย ซึ่งขณะนี้อยู่ในกระบวนการตั้งรัฐบาลร่วมกัน จึงเป็นการช่วงชิง การพูดคุยทำความเข้าใจอยู่ที่ว่าข้อสรุปที่ตกลงกันจะร่วมรัฐบาลกันจะเป็นอย่างไร ซึ่งยังไม่มีคำตอบชัดเจน พรรคประชาชน ว่าจะไม่เอาพรรคเพื่อไทย และก็ไม่ได้บอกว่าจะไม่เอาพรรคภูมิใจไทยทุกอย่าง จึงยังเหมือนเดิมเพียงเเต่ยังไม่มีข้อสรุปจาก สส. จึงต้องรอให้ภายในพรรคตัดสินใจให้ชัดเจน ถ้าบ้านเมืองไม่มีทางออกกลไกประชาธิปไตยจะมีขั้นตอนให้ทำแล้ว แต่ว่าจะเลือกตรงไหนก็ได้ แต่ตอนนี้เรายังไม่ได้เจรจาตกลงกันจนได้ข้อยุติว่าเสนอใครไปโหวตนายกรัฐมนตรี และโหวตแล้วจะได้หรือไม่ วันนี้จึงไม่มีประโยชน์อะไร จนกว่าจะได้เห็นการตกลงกันมีความชัดเจน เสนอชื่อสภา และโหวตจนสำเร็จ

“จะหักหลังหรือไม่หักหลังอยู่ที่พรรคประชาชนตัดสินใจ เราพูดชัดเจนประกาศต่อสาธารณะเลยว่าจะทำเรื่องต่างๆ เราก็รอคำตอบเขา เขาต้องเเจ้งคำตอบเรา ส่วนจะเลือกเราหรือไม่เลือกอยู่ที่ดุลพินิจ หรือจะร่วมรัฐบาลกันเลยก็ได้ หรือจะตั้งรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทยเลยก็ได้ ไม่ต้องอุบอิบ จะอะไรก็มาเลย หากไปร่วมรัฐบาลขอกระทรวงหลักๆ เพราะพรรคภูมิใจไทยวันนี้ ฟังท่านอยู่แล้วท่านอยากขอกระทรวงต่างๆ เอาไปพิสูจน์ตัวเอง หรือจะขอกระทรวงมหาดไทยเลยก็ได้ เขาก็คงยอมการตัดสินใจของพรรคประชาชนไม่ใช่การตัดสินใจของพวกผมหรือของใคร” นายภูมิธรรม กล่าว

นายภูมิธรรมยังยืนยันว่าพรรคเพื่อไทยไม่เคยตระบัดสัตย์ ที่ไม่โหวตนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทยยกมือครบถ้วนให้สองครั้งตามที่ตกลง แต่พรรคก้าวไกลไปควบคุม สว. ไม่ได้เอง จะมาว่าพรรคเพื่อไทยไม่ได้ ยืนยันพรรคเพื่อไทยไม่เคยฉีกเอ็มโอยู หากจะมาคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องกินแหนงแคลงใจพรรคเพื่อไทยก็มีสิทธิ์คิดได้ แต่เราลืมเรื่องอดีตแล้ว ขอโทษกันไปแล้ว เเต่วันนี้บ้านเมืองเป็นเรื่องใหญ่ ยอมเเม้กระทั่งลาประชุม ก.ตร. เพื่อมาคุยกับหัวหน้าพรรคประชาชน ถ้าแค่นี้ไม่ไว้ใจพรรคเพื่อไทยถามว่าพรรคภูมิใจไทยมีอะไรให้น่าไว้วางใจ คัดค้านรัฐธรรมนูญมาตลอด สิ่งที่พรรคประชาชนจะต้องคิด ไม่ใช่เรื่องไว้ใจหรือไม่ไว้ใจใคร และหากพรรคภูมิใจไทยเข้ามาเป็นรัฐบาลใช้อำนาจรัฐมนตรีมหาดไทยยุติการทวงคืนเขากระโดงก็จบ แสดงว่าเราไม่สามารถเอาที่หลวงกลับคืนมาได้

ส่วนเรื่อง สว. พรรคภูมิใจไทยก็สั่งได้ จึงถามพรรคประชาชนว่า อะไรคือความมั่นใจของพรรคประชาชนต่อการเลือกตั้งครั้งนี้ จึงอยากให้พูดให้ชัด เพราะพรรคเพื่อไทยไม่ได้มีอะไรที่ด้อยกว่าพรรคภูมิใจไทย ประวัติเรื่องประชาธิปไตยพรรคเพื่อไทยชัดเจนมาตลอด ยืนยันไม่ได้เอามาพูดเพื่อกลบเรื่องอื่น แต่อย่ามาบอกว่าเราไม่น่าไว้ใจ อยากให้พรรคประชาชนพูดมาให้ชัดว่าความน่าไว้ใจของพรรคภูมิใจไทยอยู่ที่ไหน หากมีเหตุและผล เราก็จะยอมรับ

ยุบสภายังไม่มีหารือ

ภูมิธรรมย้ำ! ยุบสภายังไม่มีหารือ

ส่วน “พริษฐ์” ท้ายุบสภา ไม่เข้าใจการเมือง อย่าเอาความต้องการส่วนตัวมาท้า

ส่วนที่นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส. พรรคประชาชน ท้าให้ยุบสภา เพราะพรรคประชาชนจะไม่ยกมือโหวตให้พรรคเพื่อไทยนั้น นายภูมิธรรมกล่าวว่า นายพริษฐ์ ไม่เข้าใจการเมือง เพราะกระบวนการประชาธิปไตยตอนนี้กำลังหารือกัน จัดตั้งรัฐบาล จะมาเรียกให้ยุบสภานั่น เป็นการแสดงความต้องการของตัวเองเป็นหลัก ยืนยันว่าตอนนี้ยังถึงไม่ขั้นที่จะไปถึงการยุบสภายังไม่มีหารือ เเต่อยู่ในกระบวนการจัดตั้งรัฐบาล จึงคิดว่าวันนี้ควรสวมหัวใจนักประชาธิปไตย อย่าใช้ความเกลียดชัง ปากบอกว่าไม่ใช้ แต่จำได้ จึงขอถามกลับว่าพรรคภูมิใจไทยดีกว่าพรรคเพื่อไทยตรงไหน ถึงจะไปตัดสินใจยกมือให้ จึงอยากฝากสื่อให้ไปถามนายพริษฐ์ ย้ำว่าตนเองไม่ได้โกรธ แต่พูดให้ฟังเฉย ๆ

นายภูมิธรรม ยังกล่าวถึงกรณีที่มีการตั้งคำถามว่าพรรคเพื่อไทยไม่จริงใจไม่สุดกับพรรคประชาชนในการเจรจา เป็นเพียงการดึงเกมเพื่อต่อรองหวังดึงเอา สส. ของพรรคเพื่อไทยที่ไหลออกกลับคืนมา และจะยุบสภา หรือเกิดการปฏิวัติว่า อย่าโยนความผิดมาให้พรรคเพื่อไทย คำถามนี้เป็นคำถามที่ไม่สร้างสรรค์ แต่ทำไมไม่คิดกลับไปว่าสิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้ ดึงเวลาเพื่อจะให้คนของพรรคเพื่อไทยออกไป ซึ่งตนเองคิดว่ามันเกิดขึ้นได้ทั้งสองอย่าง จึงอย่าไปเชื่อมั่นตรงนี้

นายภูมิธรรมย้ำ อยู่ที่สถานการณ์ทางการเมืองว่าจะนำไปสู่การยุบสภาหรือไม่ หากสุดทางแล้ว และกระบวนการประชาธิปไตยมีหนทางเลือกหลายทาง และยังไม่มีความคิดอยู่ในหัวเลยว่าจะยุบสภายังไม่มีหารือ ขออย่าคิดไปไกลกว่าสถานการณ์ที่กำลังเป็นอยู่

การเมืองไทยยังคงเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน การตัดสินใจของพรรคการเมืองต่างๆ จะเป็นตัวกำหนดทิศทางของประเทศในอนาคตอันใกล้นี้

ที่มา – “ภูมิธรรม” ปัด เพื่อไทยตระบัดสัตย์ ไม่เคยฉีกเอ็มโอยู ยุบสภายังไม่มีหารือ

Scroll to top