นายกแป้น

“นายกแป้น” พ้อของบฯ ถูกตัด เหลือแค่เรือยาง 4 ลำ

“นายกแป้น” พ้อของบฯ ถูกตัด เหลือแค่เรือยาง 4 ลำ

กลายเป็นประเด็นที่ชาวหาดใหญ่ต้องจับตามองครับ เมื่อล่าสุด “นายกแป้น” นายณรงค์พร ณ พัทลุง นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ ได้ออกมาเปิดใจถึงสถานการณ์งบประมาณปี 2570 ที่ถูกตัดไปเกือบหมด โดยแทนที่จะได้รับงบสนับสนุนตามที่เสนอไปเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วม แต่กลับได้เพียงเรือยาง 4 ลำและรถสิบล้อ 3 คันเท่านั้น

ในวันที่ 10 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ได้ชี้แจงประเด็นที่หลายคนสงสัย โดยเฉพาะกรณีที่มีกระแสข่าวว่าเทศบาลนครหาดใหญ่ยังมีงบประมาณเหลืออยู่ถึง 200 ล้านบาท แต่เจ้าตัวได้ออกมาโต้กลับชัดเจนว่า “นายกแป้น” พ้อของบฯ ถูกตัด เหลือแค่เรือยาง 4 ลำ และที่สำคัญตอนนี้งบประมาณที่แท้จริงเหลือเพียง 42 ล้านบาทเท่านั้น ไม่ใช่ตัวเลข 200 ล้านตามที่ถูกกล่าวอ้าง

รายละเอียดการของบประมาณและการบริหารจัดการ

ท่านนายกฯ ได้ขยายความว่า งบประมาณ 200 ล้านบาทที่เคยมีนั้น ได้ถูกนำไปใช้จ่ายจริงในภารกิจเร่งด่วน ได้แก่:

  • การซ่อมแซมโรงเรียนและถนนที่เสียหายจากน้ำท่วม
  • การปรับปรุงสถานีอนามัยและอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่ได้รับความเสียหาย
  • การลอกคูคลองและจัดซื้อเครื่องสูบน้ำเพื่อป้องกันอุทกภัย

อย่างไรก็ตาม เมื่อมีการเสนอของบประมาณเพิ่มเติมเพื่อซื้อเจ็ตสกีสำหรับการกู้ภัย ก็กลับถูกตัดงบส่วนนี้ออกไป เหลือเพียงเรือยาง 4 ลำและรถสิบล้อ 3 คัน นอกจากนี้ “นายกแป้น” พ้อของบฯ ถูกตัด เหลือแค่เรือยาง 4 ลำ ยังได้กล่าวทิ้งท้ายด้วยความมุ่งมั่นว่าแม้ข้อจำกัดจะเยอะ แต่ในฐานะคนทำงาน ตนจะยังคงเดินหน้าทำหน้าที่แก้ไขปัญหาน้ำท่วมให้พี่น้องประชาชนชาวหาดใหญ่ต่อไปอย่างเต็มกำลัง

บทเรียนในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการบริหารจัดการงบประมาณท้องถิ่นในสถานการณ์วิกฤต ซึ่งต้องอาศัยความเข้าใจระหว่างส่วนกลางและส่วนท้องถิ่นเพื่อให้การแก้ไขปัญหามีประสิทธิภาพสูงสุด เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าทางรัฐบาลจะหันมามองเห็นถึงความจำเป็นของอุปกรณ์กู้ภัยในเขตพื้นที่เสี่ยงภัย เพื่อให้เกิดความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนในระยะยาวครับ

ที่มา – “นายกแป้น” พ้อของบฯ ไปถูกตัด ได้แค่เรือยาง-รถสิบล้อ โต้มี 200 ล้าน ตอนนี้เหลือ 42 ล้าน

“อนุทิน” ยันยอดผู้เสียชีวิตน้ำท่วม เชื่อแพทย์

“นายกฯ อนุทิน” เผยตัวเลขผู้เสียชีวิตจากน้ำท่วม ปกปิดไม่ได้ ขอเชื่อแพทย์ สถาบันนิติเวช หลังสะพัดมียอดหลักพัน บอกปล่อยให้ระบายแล้วจบ ทำงานต่อ หลังมีคลิป “ชาดา” ไล่ตะเพิด “นายกฯ แป้น”

วันที่ 3 ธันวาคม 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่ โลกออนไลน์เผยแพร่คลิปวิดีโอ ขณะนายชาดา ไทยเศรษฐ์ สส.อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย ไล่นายณรงค์พร ณ พัทลุง นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ หรือนายกฯ แป้น ออกจากตำแหน่งในระหว่างที่ร่วมประชุมทีมบริหารจังหวัดสงขลา เพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมหาดใหญ่ ที่มีตนเองอยู่ในขณะนั้นด้วยว่า ตนได้บอกนายชาดาให้ใจเย็นๆ เชื่อว่าท่านอยู่ในพื้นที่หลายวันคงจะมีอินเนอร์ ไม่เป็นไร เวลาที่ทำงาน หากใครเจตนาดีตนจะปล่อยให้ระบาย เมื่อระบายแล้วก็จบ ระบายแล้วก็เห็นใจกัน ไปแสวงหาความร่วมมือกัน

ส่วนประเด็นค่าปลงศพ รายละ 2 ล้านบาท จังหวัดอื่นได้ด้วยหรือไม่นั้น นายกรัฐมนตรี ตอบว่า เรื่องนี้ได้ตอบชัดเจนแล้ว ส่วนผู้เสียชีวิตชาวมุสลิมที่ได้ประกอบพิธีไปก่อนหน้านี้จะได้ด้วยหรือไม่ นายกรัฐมนตรี บอกว่า จะต้องมีผลชันสูตร โดยเรายึดผลชันสูตรของแพทย์เป็นหลัก

ส่วนที่หลายฝ่ายออกมาระบุว่า ร่างผู้เสียชีวิตจากอุทกภัยมากกว่า 1 พันร่าง นายกรัฐมนตรี ย้ำว่า ตนเชื่อแพทย์ ตนเชื่อกระทรวงสาธารณสุข เชื่อสถาบันนิติเวช หน่วยงานของราชการ ส่วนความเห็น อย่างที่ตนบอก ปล่อยให้ทุกคนได้ระบายออกมา เวลาใครระบายมาก็เป็นเรื่องดี จะได้ไปตรวจสอบว่ามีอะไรตกค้างตกหล่นหรือไม่ ดูแล้วไม่มีอะไรเป็นนัยสำคัญ ต้องยึดความเห็นของแพทย์เป็นหลัก เราต้องทำแบบเปิดเผย คนที่เสียชีวิตทุกคนมีญาติมีครอบครัว ถ้าใครหายไปโดยที่ไม่ได้รับการแจ้ง คิดว่าเอาไปซ่อน ไม่รู้ว่าจะเอาไปซ่อนที่ไหน เพราะไม่มีความจำเป็นต้องซ่อน ไม่มีความจำเป็นต้องทำอะไรที่ปิดบังประชาชน นี่เป็นเรื่องของภัยธรรมชาติ มีอะไรต้องเปิดเผยกัน จะได้รับฟังความเห็นข้อเสนอแนะ ตนรับฟังหมด อันไหนดีก็เอาไปปฏิบัติ รวมให้ความร่วมมือเพิ่มขึ้น

“อนุทิน” ยืนยันตัวเลขผู้เสียชีวิตน้ำท่วม ปกปิดไม่ได้ ขอเชื่อแพทย์ สถาบันนิติเวช

จากสถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ของประเทศไทย ประเด็นเรื่องจำนวนผู้เสียชีวิตกลายเป็นข้อถกเถียงที่ได้รับความสนใจอย่างมาก ข้อมูลที่แตกต่างกันจากหลายแหล่งทำให้เกิดความสับสนและความไม่แน่ใจในหมู่ประชาชน

ล่าสุด นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้ออกมาเน้นย้ำถึงความสำคัญของการยึดถือข้อมูลจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อมูลจากแพทย์และสถาบันนิติเวช ในการยืนยัน“อนุทิน” ยืนยันตัวเลขผู้เสียชีวิตน้ำท่วม ปกปิดไม่ได้ ขอเชื่อแพทย์ สถาบันนิติเวช ที่แท้จริง

ทำไมต้องเชื่อแพทย์และสถาบันนิติเวช?

นายอนุทินให้เหตุผลว่า ข้อมูลจากแพทย์และสถาบันนิติเวชมีความน่าเชื่อถือ เนื่องจากเป็นหน่วยงานที่มีความเชี่ยวชาญและมีกระบวนการตรวจสอบที่ได้มาตรฐาน การชันสูตรพลิกศพเป็นขั้นตอนสำคัญในการยืนยันสาเหตุการเสียชีวิต และข้อมูลนี้จะเป็นประโยชน์ในการดำเนินการต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น การให้ความช่วยเหลือแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิต และการป้องกันการเกิดเหตุการณ์ซ้ำในอนาคต

การที่นายกรัฐมนตรีออกมา“อนุทิน” ยืนยันตัวเลขผู้เสียชีวิตน้ำท่วม ปกปิดไม่ได้ ขอเชื่อแพทย์ สถาบันนิติเวช ในครั้งนี้ เป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับความถูกต้องและความโปร่งใสในการรายงานข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์น้ำท่วม การเปิดเผยข้อมูลที่ถูกต้องและครบถ้วนจะช่วยสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องแก่ประชาชน และลดความสับสนที่อาจเกิดขึ้นจากข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง

นอกจากนี้ นายอนุทินยังกล่าวถึงความสำคัญของการรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน เพื่อนำไปปรับปรุงการทำงานและให้ความช่วยเหลือประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ การเปิดเผยข้อมูลและรับฟังความคิดเห็นเป็นกระบวนการที่สำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นและความไว้วางใจระหว่างรัฐบาลและประชาชน

สถานการณ์น้ำท่วมเป็นภัยธรรมชาติที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน การจัดการกับสถานการณ์ดังกล่าวต้องการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน การให้ข้อมูลที่ถูกต้องและครบถ้วน การรับฟังความคิดเห็น และการทำงานร่วมกันเป็นสิ่งสำคัญในการบรรเทาผลกระทบจากภัยพิบัติ และสร้างความเข้มแข็งให้แก่สังคมไทย

ดังนั้น การที่ “อนุทิน” ยืนยันตัวเลขผู้เสียชีวิตน้ำท่วม ปกปิดไม่ได้ ขอเชื่อแพทย์ สถาบันนิติเวช จึงเป็นการแสดงออกถึงความรับผิดชอบและความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการจัดการกับสถานการณ์น้ำท่วมอย่างโปร่งใสและมีประสิทธิภาพ

การตรวจสอบและยืนยันข้อมูลอย่างรอบคอบจึงเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อให้การช่วยเหลือและการเยียวยาเป็นไปอย่างถูกต้องและเหมาะสม และเพื่อป้องกันการบิดเบือนข้อมูลที่อาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในสังคม

ที่มา – “อนุทิน” ยืนยันตัวเลขผู้เสียชีวิตน้ำท่วม ปกปิดไม่ได้ ขอเชื่อแพทย์ สถาบันนิติเวช

“นายกแป้น” อุบตอบ ไม่ลาออก ขอทำงานให้เสร็จ

ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามถึงกระแสที่ว่า “นายกแป้น” ยืนยันจะไม่ลาออกจากตำแหน่ง แต่นายกฯ ตอบสั้นๆ ว่ายังไม่ขอคุยเรื่องนี้ ขอทำงานให้เสร็จก่อน

เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่มีประชาชนในหาดใหญ่เรียกร้องให้นายณรงค์พร ณ พัทลุง หรือ “นายกแป้น” นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ ลาออกจากตำแหน่ง รวมถึงมีการเตรียมการที่จะขับไล่ให้พ้นจากตำแหน่งนั้น ผู้สื่อข่าวได้สอบถามไปยังนายณรงค์พร หรือ นายกแป้น ว่าจะยืนยันไม่ลาออกใช่หรือไม่ ซึ่งนายกแป้นตอบสั้นๆ ว่า เรื่องนี้ยังไม่ขอพูดคุยในขณะนี้

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงเสียงวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของท่าน นายกแป้นกล่าวว่า ไม่เป็นไร ขอทำงานให้เสร็จก่อน เพราะตอนนี้ยังมีอีกหลายเรื่องที่ต้องจัดการ ทั้งเรื่องการเยียวยาประชาชน เรื่องการปรับปรุงถนน และการจัดการปัญหาขยะ หลังจากนั้นค่อยมาว่ากันอีกที

ต่อข้อซักถามที่ว่า ทำไมถึงมีข่าวออกมาว่าท่านจะไม่ลาออกจากตำแหน่ง นายกแป้นตอบว่า ตนไม่ทราบเรื่องดังกล่าว

“นายกแป้น” อุบตอบ ไม่ลาออก ขอทำงานให้เสร็จ

สถานการณ์ทางการเมืองท้องถิ่นในหาดใหญ่กำลังเป็นที่จับตามองอย่างใกล้ชิด หลังจากการเคลื่อนไหวของประชาชนที่ต้องการให้มีการเปลี่ยนแปลงในตำแหน่งนายกเทศมนตรี การอุบตอบของนายกแป้นในครั้งนี้ยิ่งทำให้เกิดความสงสัยและคำถามมากมายเกี่ยวกับอนาคตทางการเมืองของท่าน

อนาคตของนายกแป้น: จะเป็นอย่างไรต่อไป?

การที่นายกแป้นเลือกที่จะไม่ให้คำตอบที่ชัดเจนเกี่ยวกับการลาออก ทำให้หลายฝ่ายคาดการณ์กันไปต่างๆ นานา บางส่วนเชื่อว่าท่านกำลังรอเวลาที่เหมาะสมในการตัดสินใจ ในขณะที่บางส่วนมองว่าท่านต้องการที่จะทำงานที่คั่งค้างให้เสร็จสิ้นก่อนที่จะพิจารณาเรื่องอื่นๆ

ประเด็นที่น่าสนใจคือ แรงกดดันจากประชาชนที่เพิ่มมากขึ้น รวมถึงเสียงวิพากษ์วิจารณ์ต่างๆ ที่อาจส่งผลต่อการตัดสินใจของนายกแป้นในอนาคต การเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบ การแก้ไขปัญหาถนน และการจัดการขยะ ล้วนเป็นปัญหาสำคัญที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน การที่นายกแป้นให้ความสำคัญกับเรื่องเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจที่จะพัฒนาเมืองหาดใหญ่ให้ดีขึ้น

อย่างไรก็ตาม การที่ท่านละเลยต่อข้อเรียกร้องของประชาชน อาจทำให้สถานการณ์เลวร้ายลงได้ การสื่อสารและการเปิดใจรับฟังความคิดเห็นของทุกฝ่ายจึงเป็นสิ่งสำคัญในการนำพาหาดใหญ่ไปสู่ความเจริญรุ่งเรือง

ประเด็นที่น่าติดตาม:

  • การตัดสินใจของนายกแป้นเกี่ยวกับการลาออกจากตำแหน่ง
  • ความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหาต่างๆ ในเมืองหาดใหญ่
  • การตอบสนองของประชาชนต่อการทำงานของนายกเทศมนตรี

การพัฒนาเมืองหาดใหญ่ให้เจริญก้าวหน้าเป็นสิ่งที่ทุกฝ่ายต้องการ การทำงานร่วมกันและการรับฟังความคิดเห็นซึ่งกันและกันจึงเป็นสิ่งสำคัญในการสร้างอนาคตที่ดีกว่าสำหรับทุกคน ไม่ว่าผลลัพธ์สุดท้ายจะเป็นอย่างไร สิ่งสำคัญที่สุดคือการที่ทุกฝ่ายได้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจและสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ให้กับเมืองของเรา

ในสถานการณ์ที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอนนี้ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการจับตาดูสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และการให้โอกาสทุกฝ่ายในการแสดงความคิดเห็นอย่างเสรี เพื่อให้การตัดสินใจที่เกิดขึ้นเป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชนและเมืองหาดใหญ่

ที่มา – “นายกแป้น” อุบตอบ ไม่ลาออกจากตำแหน่ง บอกขอทำงานให้เสร็จก่อน

“อนุทิน” หัวเราะ ไม่ตอบ ปม “นายกแป้น” ลาออก

“นายกฯ อนุทิน” หัวเราะ หลังถูกถามเห็นด้วยกับ “ชาดา” หรือไม่ ปมจี้ “นายกแป้น” นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ ลาออกเซ่นน้ำท่วม โยน “ภราดร” แจงเกณฑ์เยียวยาผู้เสียชีวิตน้ำท่วมรายละ 2 ล้าน

เมื่อเวลา 12.49 น. วันที่ 2 ธันวาคม 2568 ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินทางออกจากทำเนียบรัฐบาล โดยผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามว่าเห็นด้วยกับ นายชาดา ไทยเศรษฐ์ สส.อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย และประธานคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร (วิปรัฐบาล) ที่ไล่ นายณรงค์พร ณ พัทลุง หรือ นายกแป้น นายกเทศมนตรีเทศบาลนครหาดใหญ่ ให้ลาออกจากตำแหน่งจากกรณีน้ำท่วมหาดใหญ่หรือไม่ โดยนายกรัฐมนตรีหัวเราะในลำคอแต่ไม่ตอบคำถามดังกล่าว ก่อนเดินออกจากวงสัมภาษณ์ทันที

ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถึงเรื่องเงินเยียวยาผู้เสียชีวิตน้ำท่วมรายละ 2 ล้านบาท ใช้หลักเกณฑ์อะไรในการเยียวยา นายอนุทิน กล่าวเพียงสั้นๆ ว่า เดี๋ยวให้นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นผู้ชี้แจง เมื่อถามย้ำว่าแต่หลักเกณฑ์ไม่เคยมีมาก่อน นายอนุทิน เลี่ยงตอบคำถาม โดยกล่าวสั้นๆ ว่า “มีนัดๆ”

สถานการณ์ทางการเมือง ณ ขณะนี้ ดูเหมือนจะมีความร้อนแรงเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็นที่เกี่ยวข้องกับความรับผิดชอบต่อสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่หาดใหญ่ การที่นายชาดา ไทยเศรษฐ์ออกมาเรียกร้องให้นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ลาออกจากตำแหน่งนั้น แสดงให้เห็นถึงความไม่พอใจของ สส. ในพื้นที่ต่อการจัดการปัญหาที่เกิดขึ้น

สิ่งที่น่าสนใจคือท่าทีของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ซึ่งเลือกที่จะไม่ตอบคำถามโดยตรงต่อประเด็นนี้ การหัวเราะในลำคอและการเลี่ยงตอบคำถาม อาจตีความได้หลายนัย ไม่ว่าจะเป็นการพยายามหลีกเลี่ยงความขัดแย้งภายในพรรคร่วมรัฐบาล หรือการที่ยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจนในเรื่องนี้

“อนุทิน” หัวเราะ ไม่ตอบ “ชาดา” ไล่ “นายกแป้น” ลาออก

นอกจากนี้ ประเด็นเรื่องเงินเยียวยาผู้เสียชีวิตจากน้ำท่วมก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ถูกจับตามอง การที่นายอนุทินมอบหมายให้นายภราดร ปริศนานันทกุล เป็นผู้ชี้แจงรายละเอียด อาจเป็นเพราะต้องการให้ผู้ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านเป็นผู้ให้ข้อมูล หรืออาจเป็นการแบ่งเบาภาระในการตอบคำถามที่อาจมีความละเอียดอ่อน

อย่างไรก็ตาม การที่นายอนุทินเลี่ยงที่จะตอบคำถามเกี่ยวกับหลักเกณฑ์ในการเยียวยา ก็อาจทำให้เกิดความเคลือบแคลงสงสัยในหมู่ประชาชนได้ การให้ข้อมูลที่โปร่งใสและชัดเจนเกี่ยวกับเรื่องนี้จึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนว่าเงินเยียวยาจะถูกนำไปใช้อย่างถูกต้องและเป็นธรรม

อนาคตของ “นายกแป้น” หลัง “อนุทิน” ไม่ตอบเรื่องลาออก

อนาคตของนายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ยังคงเป็นสิ่งที่ต้องติดตามต่อไป การที่นายอนุทินไม่ตอบคำถาม อาจไม่ได้หมายความว่านายกเทศมนตรีจะพ้นจากตำแหน่งเสมอไป แต่ก็ถือเป็นสัญญาณว่าสถานการณ์ของนายกเทศมนตรีนั้นไม่มั่นคงนัก การตัดสินใจว่าจะลาออกหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของนายกเทศมนตรีเอง และการประเมินสถานการณ์ทางการเมืองโดยรวม

สิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายในการบริหารจัดการสถานการณ์ภัยพิบัติในประเทศไทย และความสำคัญของการมีผู้นำที่มีความสามารถในการตัดสินใจที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ การที่ผู้บริหารระดับสูงไม่สามารถให้คำตอบที่ชัดเจนต่อประเด็นสำคัญ ก็อาจทำให้ความเชื่อมั่นของประชาชนต่อรัฐบาลลดน้อยลง

การสื่อสารที่โปร่งใสและตรงไปตรงมาเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในการสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์ที่ประชาชนกำลังเผชิญกับความยากลำบาก การที่รัฐบาลสามารถให้ข้อมูลที่ถูกต้องและทันเหตุการณ์ ก็จะช่วยลดความวิตกกังวลและสร้างความสามัคคีในสังคมได้

ความเงียบของนายอนุทินในครั้งนี้ อาจเป็นการส่งสัญญาณบางอย่างถึงอนาคตทางการเมืองของนายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ หรืออาจเป็นเพียงแค่การหลีกเลี่ยงที่จะเผชิญหน้ากับความขัดแย้งในขณะนี้ สิ่งที่แน่นอนคือ ประเด็นนี้จะยังคงเป็นที่สนใจของประชาชนต่อไป และรัฐบาลจะต้องหาทางจัดการกับสถานการณ์นี้อย่างเหมาะสม เพื่อรักษาความเชื่อมั่นของประชาชน

ท้ายที่สุดแล้ว การแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในหาดใหญ่ และการเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบ ควรเป็นสิ่งที่รัฐบาลให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก การเมืองควรเป็นเรื่องรอง และการทำงานเพื่อประโยชน์สุขของประชาชนควรเป็นเป้าหมายสูงสุด

ที่มา – “อนุทิน” หัวเราะ ไม่ตอบ “ชาดา” ไล่ “นายกแป้น” ลาออก เซ่นน้ำท่วมหาดใหญ่

น้ำท่วมหาดใหญ่ นายกฯ ยันทำเต็มที่ ไม่หยุด!

จากสถานการณ์น้ำท่วมหาดใหญ่ที่เกิดขึ้นเมื่อช่วงปลายปี 2566 ที่ผ่านมา หลายคนอาจจะยังคงจำภาพความเดือดร้อนของพี่น้องชาวหาดใหญ่กันได้เป็นอย่างดี ล่าสุด นายณรงค์พร ณ พัทลุง หรือ นายกแป้น นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงประเด็นดราม่าต่างๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงวิกฤตดังกล่าว โดยเฉพาะเรื่องที่บอกชาวบ้านว่า “เอาอยู่” พร้อมทั้งตอบโต้ “กัน จอมพลัง” ยืนยันว่าการทำงานเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมนั้นทำอย่างเต็มที่ ไม่ได้หยุดพักแม้แต่วันเดียว และยอมรับว่า “เป้าก็ต้องหาแพะอยู่แล้ว”

น้ำท่วมหาดใหญ่ : นายกแป้นแจงทุกประเด็นดราม่า

นายกแป้นอธิบายถึงกรณีที่เคยกล่าวว่า “เอาอยู่” ว่าในวันนั้นมีฝนตกหนักถึง 196 มิลลิเมตร แต่ทางเทศบาลได้ทำการสูบน้ำและเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งเช้าน้ำก็แห้งเป็นปกติ อย่างไรก็ตาม เมื่อเกิดเหตุการณ์ฝน Rain Bomb ที่ตกลงมาอย่างหนักกว่า 300 มิลลิเมตร ทำให้สถานการณ์น้ำท่วมหาดใหญ่นั้นเกินกำลังที่จะรับมือได้

นายกแป้นยังกล่าวถึงกรณีของ กัน จอมพลัง ว่าได้มีการประสานงานกันในการลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัย แต่เนื่องจากข้อจำกัดของเรือที่ใช้ในการเดินทาง ทำให้ตนเองต้องเดินทางกลับก่อน อย่างไรก็ตาม นายกแป้นยืนยันว่าได้นำทาง กัน จอมพลัง ไปจนถึงถนนในเขต 8 ไม่ได้ปล่อยให้เข้าไปเพียงแค่ปากทางอย่างที่ถูกกล่าวหา

ความทุ่มเทในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมหาดใหญ่

นายกแป้นกล่าวด้วยความน้อยใจว่า “พูดไปก็เจ็บ เขาไม่เชื่อแล้วตอนนี้” พร้อมทั้งย้ำว่าการทำงานในช่วงสถานการณ์น้ำท่วมหาดใหญ่นั้นเป็นไปอย่างยากลำบาก เทศบาลนครหาดใหญ่เองก็ได้รับผลกระทบอย่างหนัก แต่ก็ยังคงพยายามช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่ โดยมีการอพยพประชาชนกว่า 700 คนไปยังมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และมีการประชุมร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหารทุกวัน

ในส่วนของประเด็นเรื่องธงแดงที่หายไปนั้น นายกแป้นกล่าวว่าไม่ทราบรายละเอียด แต่ยืนยันว่าได้มีการประกาศและแจ้งเตือนภัยผ่านช่องทางต่างๆ ของเทศบาลแล้ว ส่วนเรื่องที่มีภาพยาเสพติดลอยอยู่ในน้ำนั้น นายกแป้นกล่าวว่าไม่มีข้อมูลในส่วนนี้

เมื่อถามถึงความกังวลว่าจะถูกโยกย้าย นายกแป้นกล่าวว่า “นายกช่วยราชการไม่ได้ มีแต่หยุดทำหน้าที่” และพร้อมที่จะให้ผู้ใหญ่พิจารณาตามสมควร พร้อมทั้งยืนยันว่าจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุดต่อไป

สถานการณ์น้ำท่วมหาดใหญ่ครั้งนี้เป็นบทเรียนสำคัญที่ทำให้เห็นถึงความสำคัญของการเตรียมพร้อมรับมือกับภัยพิบัติทางธรรมชาติ การทำงานร่วมกันของทุกภาคส่วน และการสื่อสารที่ชัดเจนและรวดเร็ว เพื่อลดผลกระทบและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

แม้ว่าสถานการณ์จะยากลำบากเพียงใด นายกแป้นและทีมงานเทศบาลนครหาดใหญ่ ก็ยังคงมุ่งมั่นที่จะแก้ไขปัญหาและช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มกำลังความสามารถ การทำงานอย่างไม่ย่อท้อ และความเสียสละของทุกฝ่าย จะเป็นกำลังใจสำคัญในการพัฒนาเมืองหาดใหญ่ให้กลับมาเข้มแข็งอีกครั้ง

ที่มา – น้ำท่วมหาดใหญ่ “นายกแป้น” ยืนยันทำเต็มที่ไม่ได้หยุด ลั่นเป้าต้องหาแพะอยู่แล้ว

Scroll to top