น้ําท่วม

ประกาศฉบับ 6 อัปเดตพายุ ไมสัก คาดขึ้นฝั่งจีนพรุ่งนี้ เช็กจังหวัดเจอฝนตกหนัก

ช่วงนี้ใครที่มีแผนเดินทางต้องตรวจสอบสภาพอากาศให้ดีนะครับ เพราะล่าสุดกรมอุตุนิยมวิทยาได้ออก ประกาศฉบับ 6 อัปเดตพายุ “ไมสัก” คาดขึ้นฝั่งจีนพรุ่งนี้ เช็กจังหวัดเจอฝนตกหนัก ซึ่งถือเป็นเรื่องที่หลายคนต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด แม้ว่าศูนย์กลางพายุจะไม่ได้เคลื่อนตัวเข้าสู่ประเทศไทยโดยตรง แต่ผลกระทบที่ตามมานั้นไม่ธรรมดาเลยครับ

ประกาศฉบับ 6 อัปเดตพายุ “ไมสัก” คาดขึ้นฝั่งจีนพรุ่งนี้ เช็กจังหวัดเจอฝนตกหนัก

จากข้อมูลล่าสุด พายุโซนร้อน “ไมสัก” (MAYSAK) กำลังเคลื่อนตัวอยู่ในทะเลจีนใต้ตอนบน โดยมีทิศทางมุ่งหน้าสู่เมืองหนานหนิง ประเทศจีนตอนใต้ ซึ่งคาดว่าจะขึ้นฝั่งในวันพรุ่งนี้ (5 กรกฎาคม) อย่างไรก็ตาม แม้พายุจะไม่เข้าไทย แต่ร่องมรสุมและมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่กำลังแรงขึ้นจะส่งผลให้บ้านเรามีฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่

ผลกระทบและพื้นที่ที่ต้องระวังจากพายุ “ไมสัก”

จากการวิเคราะห์ของกรมอุตุฯ ประเทศไทยจะได้รับอิทธิพลจากพายุลูกนี้โดยทำให้เกิดฝนตกชุกต่อเนื่องในช่วงวันที่ 4-6 กรกฎาคม โดยเฉพาะพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ภาคตะวันออก และภาคใต้ ซึ่งเพื่อนๆ พี่น้องประชาชนในจังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจาก ประกาศฉบับ 6 อัปเดตพายุ “ไมสัก” คาดขึ้นฝั่งจีนพรุ่งนี้ เช็กจังหวัดเจอฝนตกหนัก ควรเตรียมตัวรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากเอาไว้ด้วยครับ

นอกเหนือจากฝนที่ตกหนักแล้ว คลื่นลมในทะเลก็ยังน่ากังวลไม่แพ้กันครับ:

  • ทะเลอันดามันตอนบน: คลื่นสูง 2-3 เมตร และสูงกว่า 3 เมตรในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง
  • ทะเลอันดามันตอนล่างและอ่าวไทยตอนบน: คลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

สำหรับชาวประมงหรือผู้ที่วางแผนจะท่องเที่ยวทางทะเลในช่วงนี้ ผมแนะนำว่าให้งดออกจากฝั่งเพื่อความปลอดภัย โดยเฉพาะเรือเล็กในทะเลอันดามันตอนบนควรงดออกจากฝั่งอย่างเด็ดขาดจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลายครับ

สุดท้ายนี้สภาพอากาศมีความเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ผมขอแนะนำให้ทุกคนติดตามข่าวสารจากเว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยาอย่างสม่ำเสมอ รวมไปถึงการวางแผนการเดินทางในพื้นที่เสี่ยงภัย หากไม่จำเป็นควรหลีกเลี่ยงการออกไปในพื้นที่ที่มีฝนตกหนัก เพื่อความปลอดภัยของตัวท่านเองและครอบครัวครับ ขอให้ทุกคนปลอดภัยจากพายุลูกนี้ครับ

ที่มา – ประกาศฉบับ 6 อัปเดตพายุ “ไมสัก” คาดขึ้นฝั่งจีนพรุ่งนี้ เช็กจังหวัดเจอฝนตกหนัก

เตรียมรับมือฝนตกหนัก เตือน 55 จังหวัด เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน

ช่วงสัปดาห์นี้ต้องบอกเลยว่าสภาพอากาศบ้านเราค่อนข้างน่าเป็นห่วงครับ เพราะมีการประกาศแจ้งเตือนให้เร่ง เตรียมรับมือฝนตกหนัก เตือน 55 จังหวัด เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะในช่วงวันที่ 4-6 กรกฎาคมนี้ ซึ่งเป็นผลมาจากอิทธิพลของพายุโซนร้อน “ไมสัก” ที่กำลังเคลื่อนตัวอยู่ทางตอนใต้ของจีน แม้ศูนย์กลางจะไม่เข้าไทยโดยตรง แต่ร่องมรสุมที่พาดผ่านภาคเหนือและอีสาน รวมกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่กำลังแรง ส่งผลให้ทั่วประเทศมีฝนเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

เตรียมรับมือฝนตกหนัก เตือน 55 จังหวัด เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก

วันนี้ผมเลยอยากสรุปข้อมูลให้เพื่อนๆ ได้ทราบกันครับว่า มีจังหวัดไหนบ้างที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ เพื่อที่เราจะได้เตรียมตัวและวางแผนการเดินทางหรือจัดการที่อยู่อาศัยให้ปลอดภัยครับ

เจาะลึกพื้นที่เสี่ยงภัยตามรายภาค

จากการประกาศของ ปภ. มีพื้นที่รายภาคที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ ดังนี้ครับ:

  • ภาคเหนือ 17 จังหวัด: แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ ตาก สุโขทัย กำแพงเพชร พิษณุโลก พิจิตร เพชรบูรณ์ นครสวรรค์ และอุทัยธานี
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 15 จังหวัด: เลย หนองคาย บึงกาฬ หนองบัวลำภู อุดรธานี สกลนคร นครพนม มุกดาหาร ยโสธร อำนาจเจริญ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี
  • ภาคกลาง 15 จังหวัด: กาญจนบุรี ราชบุรี สุพรรณบุรี ลพบุรี สระบุรี นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด เพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์
  • ภาคใต้ 8 จังหวัด: ชุมพร สุราษฎร์ธานี ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล

นอกจากเรื่องของน้ำท่วมแล้ว ในพื้นที่ภาคใต้โดยเฉพาะระนอง พังงา ภูเก็ต และกระบี่ ยังต้องระมัดระวังเรื่องคลื่นลมแรงในทะเลด้วยนะครับ ทางการได้ย้ำแล้วว่าห้ามเดินเรือหรือลงเล่นน้ำในเขตอันตรายโดยเด็ดขาด

สำหรับการ เตรียมรับมือฝนตกหนัก เตือน 55 จังหวัด เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ในครั้งนี้ สิ่งสำคัญที่สุดคือการติดตามข่าวสารจากหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิดครับ ใครที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยง อย่าลืมย้ายของขึ้นที่สูง เตรียมอุปกรณ์ส่องสว่าง และเบอร์ติดต่อฉุกเฉินไว้ให้พร้อม หากสถานการณ์ดูไม่น่าไว้วางใจ การอพยพไปอยู่ในจุดที่ปลอดภัยตามที่ทางการจัดไว้คือทางเลือกที่ดีที่สุดครับ

ขอให้ทุกคนดูแลรักษาสุขภาพและระมัดระวังในการเดินทางในช่วงที่ฝนตกหนักแบบนี้ด้วยนะครับ หากต้องการความช่วยเหลือ สามารถแจ้งเหตุได้ที่แอปฯ “THA DISASTER ALERT” หรือสายด่วนนิรภัย 1784 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง เราจะผ่านเหตุการณ์นี้ไปด้วยกันครับ

ที่มา – เตรียมรับมือฝนตกหนัก เตือน 55 จังหวัด เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก

เตือนพายุ ไมสัก ช่วง 3-4 ก.ค. ไทยฝนเพิ่มและตกหนักบางพื้นที่

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน ช่วงนี้ใครที่มีแผนจะเดินทางหรือทำกิจกรรมกลางแจ้งคงต้องเช็กสภาพอากาศกันให้ดีเลยนะครับ เพราะล่าสุดกรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกมาแจ้งข่าวสำคัญเกี่ยวกับ เตือนพายุ ไมสัก ช่วง 3-4 ก.ค. ไทยจะมีฝนเพิ่มและตกหนักบางพื้นที่ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดครับ

เตือนพายุ ไมสัก ช่วง 3-4 ก.ค. ไทยจะมีฝนเพิ่มและตกหนักบางพื้นที่

เหตุการณ์เริ่มต้นจากพายุดีเปรสชันในทะเลจีนใต้ตอนบนที่ยกระดับความรุนแรงขึ้นเป็นพายุโซนร้อนชื่อว่า “ไมสัก” โดยถึงแม้ว่าศูนย์กลางของพายุจะไม่เคลื่อนตัวเข้าสู่ประเทศไทยโดยตรง แต่ผลกระทบที่ตามมานั้นไม่ธรรมดาเลยครับ โดยเฉพาะอิทธิพลจากร่องมรสุมและลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่กำลังแรงขึ้น ทำให้ประเทศไทยได้รับผลกระทบไปเต็มๆ

ผลกระทบและพื้นที่เฝ้าระวัง

จากการประกาศ เตือนพายุ ไมสัก ช่วง 3-4 ก.ค. ไทยจะมีฝนเพิ่มและตกหนักบางพื้นที่ บริเวณที่ต้องระวังเป็นพิเศษ ได้แก่:

  • ภาคเหนือ
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน
  • ภาคตะวันออก
  • ภาคใต้

ในพื้นที่เหล่านี้จะมีปริมาณฝนสะสมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันหรือน้ำป่าไหลหลากได้ ดังนั้นประชาชนในพื้นที่เสี่ยงควรจัดเตรียมของใช้ที่จำเป็นและติดตามประกาศจากกรมอุตุฯ อย่างสม่ำเสมอครับ

นอกเหนือจากฝนที่ตกหนักแล้ว คลื่นลมในทะเลยังมีกำลังแรงขึ้นด้วย โดยเฉพาะทะเลอันดามันตอนบนที่มีคลื่นสูงถึง 2-3 เมตร ชาวเรือควรหลีกเลี่ยงการเดินเรือในจุดที่มีฝนฟ้าคะนอง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งเพื่อความปลอดภัยสูงสุดครับ นอกจากนี้ พายุไมสักยังทำให้เกิดความไม่แน่นอนของสภาพอากาศในช่วงวันที่ 5-6 กรกฎาคมอีกด้วย ดังนั้นอย่าเพิ่งชะล่าใจไปนะครับ

สุดท้ายนี้ ผมอยากฝากให้ทุกคนวางแผนการเดินทางกันให้ดีนะครับ ใครที่จะออกไปข้างนอกอย่าลืมพกร่มหรือเสื้อกันฝนติดตัวไว้เสมอ สภาพอากาศเปลี่ยนบ่อยแบบนี้รักษาสุขภาพกันด้วยนะครับ แล้วถ้ามีความคืบหน้าอะไรเพิ่มเติมเกี่ยวกับพายุลูกนี้ เราจะรีบมาอัปเดตให้ทุกคนทราบทันทีครับ

ที่มา – ประกาศฉบับ 1 เตือนพายุ “ไมสัก” ช่วง 3-4 ก.ค. ไทยจะมีฝนเพิ่มและตกหนักบางพื้นที่

ปภ.แจ้งติดตามเส้นทาง พายุดีเปรสชัน ไม่กระทบไทยโดยตรง

ปภ.แจ้งติดตามเส้นทาง พายุดีเปรสชัน ไม่กระทบไทยโดยตรง

ในช่วงสัปดาห์นี้ ใครที่วางแผนจะเดินทางหรือทำกิจกรรมกลางแจ้งคงต้องเช็กสภาพอากาศกันให้ดีนะครับ เพราะล่าสุดทางกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ออกมาประกาศให้ประชาชนเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ ปภ.แจ้งติดตามเส้นทาง พายุดีเปรสชัน ที่ก่อตัวขึ้นบริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลางอย่างใกล้ชิด แม้ว่าในขณะนี้แนวโน้มจะระบุว่าพายุลูกนี้จะไม่มีผลกระทบโดยตรงต่อประเทศไทย แต่ความแปรปรวนของสภาพอากาศก็ยังเป็นสิ่งที่ประมาทไม่ได้เลยครับ

ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการติดตามเส้นทาง พายุดีเปรสชัน

แม้ศูนย์กลางของพายุจะไม่เคลื่อนตัวเข้าสู่ประเทศไทยโดยตรง แต่การที่ ปภ.แจ้งติดตามเส้นทาง พายุดีเปรสชัน ครั้งนี้ ก็เพื่อเตือนให้ประชาชนในหลายพื้นที่รับมือกับปริมาณฝนที่อาจเพิ่มสูงขึ้น โดยอิทธิพลของพายุลูกนี้ประกอบกับร่องมรสุมอาจทำให้เกิดฝนตกหนักในพื้นที่ดังต่อไปนี้ครับ:

  • ภาคเหนือ
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน
  • ภาคกลาง

นอกจากนี้ ในส่วนของภาคใต้ฝั่งอันดามัน ยังต้องเจอกับอิทธิพลของมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่มีกำลังค่อนข้างแรง ซึ่งจะส่งผลให้มีฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง พี่น้องในพื้นที่เหล่านี้ควรจัดเตรียมแผนการเดินทางและระมัดระวังเรื่องน้ำท่วมขังหรือดินโคลนถล่มด้วยนะครับ

การที่ ปภ.แจ้งติดตามเส้นทาง พายุดีเปรสชัน ในช่วงวันที่ 2-6 กรกฎาคม 2569 นี้ ถือเป็นการส่งสัญญาณให้เราทุกคนไม่ประมาท สิ่งสำคัญที่สุดคือการติดตามข่าวสารจากกรมอุตุนิยมวิทยาหรือประกาศแจ้งเตือนจากทางราชการอยู่เสมอ เพราะสถานการณ์พายุสามารถเปลี่ยนทิศทางหรือเพิ่มความรุนแรงได้ตลอดเวลา หากใครพบเหตุสาธารณภัยหรือต้องการความช่วยเหลือ สามารถโทรแจ้งสายด่วนนิรภัย 1784 ได้ฟรีตลอด 24 ชั่วโมงครับ

ในมุมมองของผม การเตรียมพร้อมรับมือกับภัยธรรมชาติไม่ใช่เรื่องเกินความจำเป็นครับ แม้พายุจะไม่ได้ปะทะเราเต็มๆ แต่ฝนที่ตกหนักก็อาจส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตหรือการเดินทางได้ ขอให้ทุกคนดูแลสุขภาพและติดตามข่าวพยากรณ์อากาศรายวันเพื่อความปลอดภัยของคนในครอบครัวนะครับ

ที่มา – ปภ.แจ้งติดตามเส้นทาง “พายุดีเปรสชัน” ไม่กระทบไทยโดยตรง แต่ทำให้ฝนตกเพิ่มขึ้น

สส.ยะลา พรรคประชาชาติ ตั้งกระทู้ถามแผนรับมือน้ำท่วม

สส.ยะลา พรรคประชาชาติ ตั้งกระทู้ถามแผนรับมือน้ำท่วม

เมื่อเร็วๆ นี้ ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร นายอับดุลอายี สาแม็ง สส.ยะลา พรรคประชาชาติ ได้สร้างความตื่นตัวให้กับพื้นที่ภาคใต้อีกครั้ง ด้วยการสส.ยะลา พรรคประชาชาติ ตั้งกระทู้ถามแผนรับมือน้ำท่วม เพื่อจี้ให้รัฐบาลเร่งหาแนวทางแก้ไขปัญหาที่ยั่งยืน โดยมองว่ามาตรการเดิมอย่างการขุดลอกคูคลองเพียงอย่างเดียวนั้นไม่เพียงพออีกต่อไปต่อสถานการณ์ฝนตกหนักแบบฉับพลัน

เปิดมุมมองการจัดการน้ำในพื้นที่ภาคใต้

นายอับดุลอายีได้หยิบยกประเด็นเรื่อง Rain Bomb หรือการที่มวลน้ำฝนขนาดใหญ่เทลงมาในพื้นที่แคบๆ จนเกิดสภาวะเหมือนสึนามิจากท้องฟ้า ซึ่งที่ผ่านมาสร้างความเสียหายให้กับจังหวัดสงขลาและยะลาเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะเหตุการณ์น้ำท่วมบนภูเขาและดินถล่มที่ตำบลอัยเยอร์เวง ซึ่งการสส.ยะลา พรรคประชาชาติ ตั้งกระทู้ถามแผนรับมือน้ำท่วม ในครั้งนี้ ได้สะท้อนให้เห็นว่าสภาพแม่น้ำปัตตานีและแม่น้ำสายบุรีได้รับภาระหนักเกินไปจนไม่สามารถรองรับน้ำได้

ทางด้านรัฐบาลโดย นายทรงศักดิ์ ทองศรี ได้ออกมาชี้แจงว่ามีการเตรียมความพร้อมเชิงรุกอย่างเต็มที่ โดยมีมาตรการสำคัญดังนี้:

  • ปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำในแม่น้ำสายหลัก
  • นำเทคโนโลยีเรดาร์มาใช้ตรวจจับและแจ้งเตือนภัยล่วงหน้า เพื่อการตอบสนองที่รวดเร็ว
  • สร้างเครือข่ายภาคประชาชนให้มีความพร้อมในการรับมือและอพยพอย่างมีขั้นตอน

อย่างไรก็ตาม นายอับดุลอายียังคงยืนยันผ่านการสส.ยะลา พรรคประชาชาติ ตั้งกระทู้ถามแผนรับมือน้ำท่วมว่า การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุควรเน้นไปที่การขุดช่องทางระบายน้ำสายใหม่ เพื่อช่วยลดการไหลหลากเข้าสู่แม่น้ำสายหลักก่อนที่น้ำจะเอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่เขตเศรษฐกิจและบ้านเรือนของพี่น้องประชาชน

ในมุมมองของเรา การถกเถียงในสภาครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณที่ดีที่ผู้แทนราษฎรให้ความสำคัญกับปัญหาภัยพิบัติเชิงโครงสร้าง ไม่ใช่แค่การแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเพียงอย่างเดียว หากรัฐบาลสามารถบูรณาการงบประมาณและนำข้อเสนอเรื่องการเปิดช่องทางระบายน้ำใหม่ไปปฏิบัติได้จริง เชื่อว่าความสูญเสียจากอุทกภัยในจังหวัดชายแดนภาคใต้จะลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

ที่มา – สส.ยะลา พรรคประชาชาติ ตั้งกระทู้ถามแผนรับมือน้ำท่วม ชี้แค่ขุดลอกคูคลองไม่เพียงพอ

เรดาร์ยังพบกลุ่มฝน เฝ้าระวังน้ำท่วม พื้นที่เสี่ยง เชียงราย

สถานการณ์อุทกภัยในจังหวัดเชียงรายเริ่มกลับเข้าสู่สภาวะปกติในหลายพื้นที่ หลังจากเจ้าหน้าที่ระดมกำลังเข้าซ่อมแซมจุดเสียหายอย่างเร่งด่วน อย่างไรก็ตาม ด้วยสภาพอากาศที่แปรปรวนทำให้เกิดกระแสข่าว เรดาร์ยังพบกลุ่มฝน เฝ้าระวังน้ำท่วม พื้นที่เสี่ยง เชียงราย แม่สายวางบิ๊กแบ็กกั้น เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นซ้ำอีกครั้ง

เรดาร์ยังพบกลุ่มฝน เฝ้าระวังน้ำท่วม พื้นที่เสี่ยง เชียงราย แม่สายวางบิ๊กแบ็กกั้น

เหตุการณ์น้ำป่าไหลหลากที่ผ่านมาในอำเภอเชียงของสร้างความเสียหายแก่บ้านเรือนประชาชนเป็นจำนวนมาก แต่ในปัจจุบันพื้นที่ดังกล่าวได้คลี่คลายลงแล้ว ถนนเส้นเชียงของ-เชียงแสนกลับมาสัญจรได้ตามปกติ อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่ากังวลที่สุดในขณะนี้คือการติดตามรายงานจากกรมอุตุนิยมวิทยา เนื่องจากเรดาร์ตรวจอากาศพบกลุ่มเมฆฝนปกคลุมหนาแน่น ส่งผลให้เกิดความเสี่ยงสูงที่จะเกิดน้ำท่วมฉับพลันได้ทุกเมื่อ

มาตรการรับมือและความพร้อมในอำเภอแม่สาย

สำหรับในพื้นที่อำเภอแม่สาย ซึ่งถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่มีความเสี่ยงสูง กองกำลังทหารร่วมกับฝ่ายปกครองได้เดินหน้าทำตามแผน เรดาร์ยังพบกลุ่มฝน เฝ้าระวังน้ำท่วม พื้นที่เสี่ยง เชียงราย แม่สายวางบิ๊กแบ็กกั้น อย่างเต็มกำลัง โดยมีการเสริมแนวบิ๊กแบ็กตลอดแนวริมน้ำสายเพื่อป้องกันน้ำล้นทะลักเข้าสู่ย่านเศรษฐกิจและที่อยู่อาศัยของชาวบ้าน

  • เร่งวางบิ๊กแบ็กเสริมความแข็งแรงของพนังกั้นน้ำในจุดเปราะบาง
  • ตรวจสอบสถานีเตือนภัยล่วงหน้า (Early Warning) อย่างใกล้ชิดทุกชั่วโมง
  • แจ้งเตือนประชาชนให้ยกสิ่งของขึ้นที่สูงและเตรียมความพร้อมในการอพยพ
  • เจ้าหน้าที่เข้าเคลียร์พื้นที่ที่ได้รับความเสียหายจากน้ำป่าอย่างต่อเนื่อง

แม้ว่าชาวบ้านในชุมชนรอบข้างแม่สายจะเริ่มกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ แต่ก็ยังคงเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เนื่องจากปริมาณน้ำฝนสะสมในช่วง 12 ชั่วโมงที่ผ่านมาในบางพื้นที่สูงเกินเกณฑ์มาตรฐาน ความไม่ประมาทจึงเป็นกุญแจสำคัญในการรักษาชีวิตและทรัพย์สินในช่วงฤดูฝ่นนี้

ทางด้านหน่วยงานท้องถิ่นยังคงขอความร่วมมือให้ประชาชนติดตามข่าวสารจากทางราชการอย่างสม่ำเสมอ และอย่าหลงเชื่อข้อมูลที่บิดเบือน หากท่านอยู่ในกลุ่มพื้นที่เสี่ยง โปรดตรวจสอบระบบเตือนภัยในพื้นที่ของตนเอง และเตรียมถุงยังชีพให้พร้อมอยู่เสมอ เพราะถึงแม้ว่า เรดาร์ยังพบกลุ่มฝน เฝ้าระวังน้ำท่วม พื้นที่เสี่ยง เชียงราย แม่สายวางบิ๊กแบ็กกั้น ไปแล้ว แต่อะไรก็เกิดขึ้นได้หากฝนตกลงมาอย่างหนักต่อเนื่อง เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าสถานการณ์จะผ่านพ้นไปได้ด้วยดีโดยไม่มีการสูญเสียเกิดขึ้นอีกครับ

ที่มา – เรดาร์ยังพบกลุ่มฝน เฝ้าระวังน้ำท่วม พื้นที่เสี่ยง “เชียงราย” แม่สายวางบิ๊กแบ็กกั้น

“อนุชา” ลั่นพร้อมเป็นผู้ว่าฯ กทม. ชูจุดขายทำมากกว่าพูด

“อนุชา” ลั่นพร้อมเป็นผู้ว่าฯ กทม. ชูจุดขายทำมากกว่าพูด

การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ครั้งนี้เข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ เมื่อ นายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครจากพรรคประชาธิปัตย์ ได้ประกาศความพร้อมอย่างเต็มตัวบนเวทีปราศรัยใหญ่ พร้อมชูนโยบายที่เน้นการลงมือทำจริงมากกว่าการวาดฝันสวยหรู โดยมีเป้าหมายหลักคือการเปลี่ยนกรุงเทพฯ ให้เป็นเมืองที่น่าอยู่และยั่งยืนกว่าเดิม

ในงาน “เมือง ฟ้า อมร ทอล์ก แอนด์ เฟส” “อนุชา” ลั่นพร้อมเป็นผู้ว่าฯ กทม. ชูจุดขายทำมากกว่าพูด-กวาดล้างทุจริต อย่างชัดเจน เขาเน้นย้ำว่าตลอดระยะเวลา 1 เดือนที่ลงพื้นที่ เขาได้สัมผัสปัญหาจริงทั้งเรื่องรถติด น้ำท่วม ปัญหาขยะ ไปจนถึงปัญหาปากท้องของคนตัวเล็กตัวน้อย ซึ่งเขาเชื่อว่าประสบการณ์ทั้งจากภาคเอกชนและงานบริหารที่ผ่านมา จะเป็นตัวช่วยสำคัญในการแก้ปัญหาเหล่านี้ได้ไม่ยาก

กวาดล้างทุจริตและยกระดับการขนส่งมวลชน

เมื่อถามถึงสิ่งที่ประชาชนจะได้รับหากเลือกเขา นายอนุชา ย้ำว่าภารกิจแรกคือการกวาดล้างทุจริตที่กัดกินเมืองมานาน เขาให้คำมั่นสัญญาว่าภายใต้การนำของพรรคประชาธิปัตย์ ความโปร่งใสต้องมาก่อน นอกจากนี้ยังมีนโยบายด้านขนส่งที่น่าสนใจ ซึ่งรวมไปถึง:

  • การดึง ขสมก. มาอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ กทม. เพื่อแก้ปัญหารถเมล์และเรือให้เชื่อมต่อกันอย่างมีประสิทธิภาพ
  • การผลักดันระบบตั๋วร่วมเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางของพี่น้องประชาชนในระยะยาว
  • การจัดระเบียบแผงค้าและแก้ไขปัญหาคนต่างด้าวแย่งอาชีพคนไทย

อย่างไรก็ตาม นายอนุชายอมรับตรงๆ ว่าตนเองอาจไม่ใช่คนที่พูดจาเก่งกาจ แต่เขามั่นใจในผลงานที่จะเกิดขึ้นในอนาคต โดยเขาได้กล่าวว่า “ถึงผมจะพูดไม่เก่ง แต่ผมเน้นทำมากกว่าพูด” ซึ่งถือเป็นจุดขายที่แตกต่างและเข้าถึงใจคนกรุงที่เบื่อหน่ายกับคำสัญญาที่ทำไม่ได้จริง

การเลือกตั้งครั้งนี้จึงเป็นโอกาสดีที่คนกรุงเทพฯ จะได้ตัดสินใจเลือกคนที่ตั้งใจทำงานอย่างแท้จริง มาร่วมกันเปลี่ยนกรุงเทพฯ ให้เป็นมหานครที่เดินทางสะดวก สะอาด และมีเศรษฐกิจที่ดีขึ้น นี่ไม่ใช่แค่การเลือกตัวบุคคล แต่เป็นการเลือกทิศทางเดินของเมืองที่เราทุกคนต้องพึ่งพาอาศัยกันไปอีกนาน คุณพร้อมหรือยังที่จะให้โอกาสคนทำจริง?

ที่มา – “อนุชา” ลั่นพร้อมเป็นผู้ว่าฯ กทม. ชูจุดขายทำมากกว่าพูด-กวาดล้างทุจริต

อนุชา-อภิสิทธิ์ หาเสียงชู AI ปฏิรูปจราจร-น้ำท่วมกรุงฯ

ช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. บรรยากาศการลงพื้นที่เริ่มเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ โดยล่าสุด อนุชา-อภิสิทธิ์ หาเสียงบางนา-พระโขนง ชู AI ปฏิรูปจราจร-น้ำท่วม โค้งสุดท้ายปลุกความหวังคนกรุงฯ ซึ่งถือเป็นประเด็นสำคัญที่ประชาชนในพื้นที่ให้ความสนใจเป็นอย่างมาก โดยทางทีมงานพรรคประชาธิปัตย์ได้ลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชนพร้อมเสนอวิสัยทัศน์ใหม่ๆ เพื่อมุ่งหวังเปลี่ยนกรุงเทพฯ ให้เป็นเมืองที่น่าอยู่กว่าเดิม

อนุชา-อภิสิทธิ์ หาเสียงบางนา-พระโขนง ชู AI ปฏิรูปจราจร-น้ำท่วม โค้งสุดท้ายปลุกความหวังคนกรุงฯ

นายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. มาพร้อมกับ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้เน้นย้ำถึงแนวคิดการนำเทคโนโลยีทันสมัยเข้ามาแก้ปัญหาเมือง โดยเฉพาะการนำ AI มาใช้จัดการจราจรและระบบระบายน้ำ เพื่อให้ครอบคลุมและแม่นยำยิ่งขึ้น

รายละเอียดนโยบายที่น่าสนใจ

  • การบริหารจัดการน้ำ: เปลี่ยนระบบเปิด-ปิดประตูระบายน้ำแบบ Manual ให้เป็น AI เพื่อการจัดการน้ำเสียและน้ำท่วมขังอย่างรวดเร็ว
  • การจราจร: นำ AI มาควบคุมไฟจราจรทั่วเครือข่ายถนนฝั่งบางนา-พระโขนง เพื่อลดปัญหาการจราจรติดขัดในซอย พร้อมเสริมรถ Feeder เชื่อมต่อรถไฟฟ้าสีเขียว
  • สิ่งแวดล้อม: มุ่งสู่เป้าหมาย Zero Landfill ด้วยการปรับปรุงศูนย์ขยะอ่อนนุชเป็นระบบปิดและการเปลี่ยนขยะเป็นพลังงาน

นอกเหนือจากเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน ภายใต้แคมเปญ อนุชา-อภิสิทธิ์ หาเสียงบางนา-พระโขนง ชู AI ปฏิรูปจราจร-น้ำท่วม โค้งสุดท้ายปลุกความหวังคนกรุงฯ ยังมีการนำเสนอแนวทางเรื่องสาธารณสุขเชิงรุก ทั้งการเพิ่มจุดบริการสาธารณสุขและระบบฐานข้อมูลผู้ป่วยที่เชื่อมโยงกัน เพื่อลดขั้นตอนการเดินทางและความยุ่งยากของผู้สูงอายุในชุมชน

สำหรับการก้าวไปสู่ “Bangkok Vision” ที่พรรคประชาธิปัตย์นำเสนอนั้น ไม่ใช่เพียงแค่การแก้ปัญหาพื้นฐานให้ดีขึ้น แต่ยังรวมถึงการนำแอปพลิเคชันอย่าง “ส่องรัฐ” มาเปิดเผยข้อมูลเพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตรวจสอบความโปร่งใสของเมือง ถือเป็นการสร้างความหวังใหม่ในการเปลี่ยนแปลงกรุงเทพฯ ให้เป็นเมืองที่มีอนาคตและมีความเข้มแข็งในด้านการบริหารจัดการอย่างแท้จริง การเลือกตั้งครั้งนี้จึงเป็นโอกาสสำคัญที่คนกรุงฯ จะได้ตัดสินใจเลือกทิศทางของเมืองไปพร้อมกัน

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่อยากเห็นกรุงเทพฯ เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น การติดตามนโยบายจากเวทีปราศรัยและการร่วมตัดสินใจในวันเลือกตั้งจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่จับต้องได้สำหรับอนาคตของพวกเราทุกคน

ที่มา – “อนุชา-อภิสิทธิ์” หาเสียงบางนา-พระโขนง ชู AI ปฏิรูปจราจร-น้ำท่วม โค้งสุดท้ายปลุกความหวังคนกรุงฯ

กระบี่ฝนตกหนัก น้ำทะลักเข้าท่วมชุมชน ต้องอพยพชาวบ้านหนีน้ำกว่า 500 ชีวิต

สถานการณ์ภัยพิบัติในพื้นที่ภาคใต้เริ่มน่ากังวล เมื่อล่าสุดเหตุการณ์ กระบี่ฝนตกหนัก น้ำทะลักเข้าท่วมชุมชน ต้องอพยพชาวบ้านหนีน้ำกว่า 500 ชีวิต กลายเป็นประเด็นที่คนในพื้นที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด หลังจากที่ฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่องนานหลายชั่วโมง ส่งผลให้พื้นที่ลุ่มต่ำในเขตเทศบาลตำบลอ่าวลึกใต้ได้รับผลกระทบอย่างหนัก

สถานการณ์วิกฤต: กระบี่ฝนตกหนัก น้ำทะลักเข้าท่วมชุมชน ต้องอพยพชาวบ้านหนีน้ำกว่า 500 ชีวิต

เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 10 มิถุนายนที่ผ่านมา มวลน้ำจำนวนมหาศาลได้ไหลบ่าเข้าท่วมบ้านเรือนบริเวณซอยสุขสวัสดิ์และชุมชนคลองกลางอย่างรวดเร็ว เนื่องจากเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำที่ตั้งอยู่ติดกับลำคลอง ทำให้ระดับน้ำพุ่งสูงเกินกว่า 1 เมตรภายในเวลาอันสั้น ส่งผลให้การสัญจรถูกตัดขาดและชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้านกว่า 200 ครัวเรือนได้รับผลกระทบโดยตรง

มาตรการช่วยเหลือและแผนรับมือเหตุการณ์กระบี่ฝนตกหนัก น้ำทะลักเข้าท่วมชุมชน ต้องอพยพชาวบ้านหนีน้ำกว่า 500 ชีวิต

ทางด้านนายนวกร สังข์แก้ว นายกเทศมนตรีตำบลอ่าวลึกใต้ ได้รีบสั่งการให้เจ้าหน้าที่ อปพร. และหน่วยป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเร่งเข้าช่วยเหลือเป็นการด่วน โดยมีการดำเนินการตามมาตรการฉุกเฉินดังนี้:

  • จัดตั้งศูนย์อพยพชั่วคราว ณ โรงเรียนอ่าวลึกประชาสรรค์ เพื่อรองรับชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบ
  • ระดมกำลังเจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือประชาชนที่ติดค้างอยู่ภายในบ้านเรือน
  • เฝ้าระวังระดับน้ำตลอด 24 ชั่วโมง เนื่องจากมีการแจ้งเตือนว่าฝนจะยังคงตกหนักต่อเนื่องอีก 2-3 วัน

ความช่วยเหลือครั้งนี้เป็นไปอย่างเร่งด่วนเนื่องจากกระแสน้ำไหลแรงและมีแนวโน้มปรับระดับสูงขึ้น ทำให้นายกเทศมนตรีต้องตัดสินใจพาผู้อยู่อาศัยในเขตพื้นที่เสี่ยงภัยหนีน้ำขึ้นสู่ที่ปลอดภัยเพื่อป้องกันการสูญเสียที่อาจเกิดขึ้น ทั้งนี้ ชาวบ้านในพื้นที่ลุ่มต่ำควรหมั่นติดตามข่าวสารจากทางราชการอย่างใกล้ชิดและเตรียมกระเป๋าสัมภาระที่จำเป็นไว้เสมอ

ในมุมมองของผม สถานการณ์ภัยพิบัติจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศเป็นสิ่งที่คาดเดาได้ยาก การเตรียมตัวรับมือล่วงหน้าและการมีแผนอพยพที่ชัดเจนจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดที่เราจะช่วยเหลือกันได้ในยามเกิดวิกฤต ขอให้พี่น้องชาวกระบี่ที่ประสบภัยปลอดภัยและผ่านพ้นสถานการณ์นี้ไปได้โดยเร็วครับ

ที่มา – กระบี่ฝนตกหนัก น้ำทะลักเข้าท่วมชุมชน ต้องอพยพชาวบ้านหนีน้ำกว่า 500 ชีวิต

Scroll to top