บัตรดี

กกต. สรุปยอด 8 ก.พ. ประชาชนมาใช้สิทธิเลือกตั้ง 71.42%

สวัสดีครับทุกท่านที่สนใจเรื่องการเมืองและประชาธิปไตยไทย! วันนี้เรามีข่าวสำคัญมาอัปเดตกัน เมื่อ กกต. สรุปยอด 8 ก.พ. ประชาชนมาใช้สิทธิเลือกตั้ง 71.42% ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่าประทับใจ แสดงถึงการมีส่วนร่วมของพี่น้องประชาชนทั่วประเทศในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั่วไปเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2567 ครับ ถึงแม้ตัวเลขนี้จะยังไม่รวมพื้นที่ที่ต้องเลือกตั้งใหม่หรือนับคะแนนใหม่ แต่ก็ถือว่าสูงมากแล้วนะ

กกต. สรุปยอด 8 ก.พ. ประชาชนมาใช้สิทธิเลือกตั้ง 71.42%

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ออกประกาศข้อมูลอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา 21.48 น. โดยแยกเป็น 2 ส่วนหลัก คือ การเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อของพรรคการเมือง และแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ซึ่งผู้มีสิทธิทั้งหมดมีจำนวน 52,933,610 คนทั่วประเทศ ยอดผู้มาใช้สิทธิอยู่ที่ 37,807,781 คน คิดเป็นร้อยละ 71.42% ถือเป็นอัตราการมีส่วนร่วมที่สูง สะท้อนถึงความตื่นตัวของประชาชนในยุคนี้เลยครับ

กกต. สรุปยอด 8 ก.พ. สำหรับการเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ

มาดูรายละเอียดกันแบบเจาะลึกเลยครับ สำหรับบัตรเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ:

  • ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง: 52,933,610 คน
  • ผู้มาใช้สิทธิ: 37,807,781 คน (71.42%)
  • บัตรดี: 35,030,601 ใบ (92.65%)
  • บัตรเสีย: 1,669,006 ใบ (4.41%)
  • บัตรไม่เลือกบัญชีรายชื่อพรรคใด: 1,108,051 ใบ (2.93%)

เห็นได้ชัดว่าส่วนใหญ่เป็นบัตรดีเกือบ 93% แสดงถึงความเข้าใจในการลงคะแนนของผู้มาใช้สิทธิครับ

รายละเอียดการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง

ส่วนแบบแบ่งเขตนั้น ตัวเลขผู้มาใช้สิทธิใกล้เคียงกันมาก:

  • ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง: 52,933,610 คน
  • ผู้มาใช้สิทธิ: 37,807,778 คน (71.42%)
  • บัตรดี: 34,862,178 ใบ (92.21%)
  • บัตรเสีย: 1,337,396 ใบ (3.54%)
  • บัตรไม่เลือกผู้สมัครใด: 1,608,174 ใบ (4.25%)

ที่น่าสนใจคือ จำนวนผู้มาใช้สิทธิ 2 แบบไม่เท่ากันเล็กน้อย เพราะบัตรจากนอกเขตหรือนอกราชอาณาจักรบางซองยังไม่ครบทั้ง 2 ใบ กกต. ชี้แจงชัดเจนแล้วครับ

หมายเหตุสำคัญจากกกต. และข้อมูลเพิ่มเติม

ข้อมูลนี้ ณ วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2567 ยังไม่รวมพื้นที่ที่ต้องนับคะแนนใหม่หรือเลือกตั้งใหม่ ซึ่งจะอัปเดตเพิ่มเติม รายละเอียดต่อจังหวัดจะเผยแพร่หลังจากดำเนินการครบถ้วน สิ่งนี้แสดงถึงความโปร่งใสของกกต. ในการรายงานผลครับ

ถอยหลังมองภาพรวม การเลือกตั้งครั้งนี้ถือว่าประชาชนมาใช้สิทธิสูงเมื่อเทียบกับบางประเทศในภูมิภาค แม้จะมีอุปสรรคอย่าง天气หรือการเดินทาง แต่ 71.42% คือตัวเลขที่พูดได้ถึงความสำคัญของสิทธิเลือกตั้ง บัตรเสียในแบบเขตต่ำกว่าแบบบัญชี แสดงว่าประชาชนมั่นใจในผู้สมัครท้องถิ่นมากกว่า? หรือเพราะแบบเขตเข้าใจง่ายกว่า บัตรไม่เลือกก็มีไม่น้อย โดยเฉพาะแบบเขต 4.25% อาจสะท้อนการไม่พอใจตัวเลือก

สำหรับผู้ที่สนใจวิเคราะห์ลึก กกต. สรุปยอด 8 ก.พ. ประชาชนมาใช้สิทธิเลือกตั้ง 71.42% นี้เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการติดตามผลการเลือกตั้งทั้งหมด ซึ่งจะนำไปสู่รัฐบาลใหม่ที่มั่นคง ในอนาคต กกต. อาจปรับปรุงระบบบัตรนอกเขตให้ดีขึ้นเพื่อลดปัญหาไม่ครบซอง

สุดท้ายนี้ ผมคิดว่ายอดนี้เป็นสัญญาณบวกต่อประชาธิปไตยไทย แม้จะไม่ถึง 80% แต่ก็สูงพอให้เราเชื่อมั่นในกระบวนการ คุณล่ะครับ คิดว่ายอดนี้ดีพอไหม? มาคุยกันในคอมเมนต์ได้เลย หรือแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ที่สนใจการเมืองนะครับ!

ที่มา – กกต. สรุปยอด 8 ก.พ. ประชาชนมาใช้สิทธิเลือกตั้ง 71.42% ยังไม่รวมเลือกตั้งใหม่-นับคะแนนใหม่

กกต. สรุปผลเลือกตั้งซ่อมศรีสะเกษ เขต 5 จินณ์ตวรรณชนะขาด

การเลือกตั้งซ่อมในพื้นที่ศรีสะเกษ เขต 5 ได้รับความสนใจจากประชาชนจำนวนมาก ล่าสุด กกต. สรุปผลเลือกตั้งซ่อมศรีสะเกษ เขต 5 “จินณ์ตวรรณ” ภูมิใจไทยชนะขาด ด้วยคะแนนที่เหนือชั้นจากคู่แข่ง ทำให้พรรคภูมิใจไทยสามารถคว้าที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎรเพิ่มอีกหนึ่งตำแหน่ง

กกต. สรุปผลเลือกตั้งซ่อมศรีสะเกษ เขต 5 “จินณ์ตวรรณ” ภูมิใจไทยชนะขาด

จากข้อมูลที่ กกต. ประกาศอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 29 กันยายน 2568 การเลือกตั้งซ่อมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ เขตเลือกตั้งที่ 5 ซึ่งครอบคลุมอำเภอขุนหาญและอำเภอภูสิงห์ เพื่อแทนตำแหน่งที่ว่างลง ได้มีผู้มาใช้สิทธิ์จำนวน 76,231 คน จากผู้มีสิทธิ์ทั้งหมด คิดเป็นสัดส่วน 59.95% ถือเป็นตัวเลขที่น่าพอใจสำหรับการเลือกตั้งซ่อมในครั้งนี้

ผู้ชนะคือ นางสาวจินณ์ตวรรณ ไตรสรณกุล ผู้สมัครหมายเลข 2 จากพรรคภูมิใจไทย ที่ได้รับคะแนนสะสมถึง 40,246 คะแนน สูงกว่าคู่แข่งหลักอย่างนางสาวภูริกา สมหมาย ผู้สมัครหมายเลข 1 จากพรรคเพื่อไทย ที่ได้ 31,577 คะแนน การชนะด้วยคะแนนห่างถึงเกือบ 9,000 คะแนน แสดงให้เห็นถึงความนิยมและการสนับสนุนที่แข็งแกร่งจากชาวศรีสะเกษในพื้นที่นี้

รายละเอียดผลการนับคะแนนและสถิติที่น่าสนใจ

ในส่วนของบัตรที่ใช้ในการเลือกตั้งนั้น พบว่าบัตรดีมีสัดส่วน 94.22% ซึ่งบ่งชี้ถึงความโปร่งใสและความน่าเชื่อถือของกระบวนการ ส่วนบัตรที่ไม่เลือกผู้สมัครผู้ใด หรือ No Vote อยู่ที่ 3.29% ถือว่าน้อยมาก แสดงว่าประชาชนส่วนใหญ่ได้ใช้สิทธิ์ของตนอย่างแท้จริง

  • ผู้สมัครหมายเลข 1 (เพื่อไทย): 31,577 คะแนน
  • ผู้สมัครหมายเลข 2 (ภูมิใจไทย): 40,246 คะแนน (ผู้ชนะ)
  • ผู้มาใช้สิทธิ์: 76,231 คน (59.95%)
  • บัตรดี: 94.22%
  • No Vote: 3.29%

กกต. ยังได้ย้ำว่าการตรวจสอบผลการนับคะแนนจะดำเนินการอย่างละเอียด รวมถึงการรับฟังคำร้องคัดค้านจากทุกฝ่าย หากไม่พบข้อสงสัยในเรื่องความสุจริตและเที่ยงธรรม ผลการเลือกตั้งจะได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการภายใน 60 วัน นับแต่วันเลือกตั้ง ซึ่งจะช่วยให้สภาผู้แทนราษฎรมีสมาชิกครบจำนวนเร็วขึ้น

การเลือกตั้งครั้งนี้เกิดขึ้นเนื่องจากตำแหน่งเดิมว่างลง สาเหตุมาจากกรณีผู้แทนเดิมถูกศาลสั่งเพิกถอนสิทธิ์ ทำให้ต้องจัดการเลือกตั้งซ่อมเพื่อให้ประชาชนในเขต 5 ได้มีตัวแทนที่แท้จริง ชาวศรีสะเกษหลายคนแสดงความยินดีกับผลลัพธ์ โดยเฉพาะผู้สนับสนุนพรรคภูมิใจไทยที่มองว่านี่เป็นสัญญาณบวกสำหรับพรรคในอนาคต

นอกจากนี้ ผลการเลือกตั้งยังสะท้อนถึงกระแสการเมืองในภาคอีสานที่กำลังเปลี่ยนแปลง พรรคภูมิใจไทยสามารถขยายฐานเสียงได้ดีในพื้นที่ชนบทอย่างศรีสะเกษ ซึ่งเป็นจังหวัดที่มีบทบาทสำคัญในการเลือกตั้งทั่วไปครั้งก่อน ๆ การชนะขาดของจินณ์ตวรรณอาจเป็นตัวอย่างให้พรรคอื่น ๆ พิจารณาในการวางกลยุทธ์หาเสียง

ในมุมมองของนักวิเคราะห์การเมือง ผลนี้ช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับพรรครัฐบาล โดยเฉพาะในสภาที่กำลังมีวาระสำคัญรออยู่ หากคุณสนใจข่าวการเมืองล่าสุด แนะนำให้ติดตามเว็บไซต์ของเราเพื่ออัปเดตข้อมูลแบบเรียลไทม์

สุดท้ายนี้ การเลือกตั้งที่โปร่งใสและเป็นธรรมคือหัวใจของประชาธิปไตยไทย หวังว่าผลครั้งนี้จะนำไปสู่การพัฒนาพื้นที่ศรีสะเกษให้ดียิ่งขึ้น

ที่มา – กกต. สรุปผลเลือกตั้งซ่อมศรีสะเกษ เขต 5 “จินณ์ตวรรณ” ภูมิใจไทยชนะขาด

Scroll to top