บัตรทอง

สปสช. ผนึก BDI ยกระดับ Health Link เช็กประวัติทางรัฐ

วันนี้เรามีข่าวดีสำหรับคนใช้สิทธิบัตรทองเลยนะ สปสช. ผนึก BDI ยกระดับ Health Link เช็กประวัติรักษาผ่านแอปฯ “ทางรัฐ” ทำให้คุณเช็กประวัติสุขภาพตัวเองได้ง่ายๆ จากที่ไหนก็ได้ ไม่ต้องห่วงเรื่องข้อมูลซ้ำซ้อนหรือรอคิวนานอีกต่อไป

สปสช. ผนึก BDI ยกระดับ Health Link เช็กประวัติรักษาผ่านแอปฯ “ทางรัฐ”

สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (BDI) และ สปสช. ร่วมลงนาม MOU กับ DGA เป็นสักขีพยาน เพื่อพัฒนาแพลตฟอร์ม Health Link ให้เชื่อมข้อมูลจากสถานพยาบาลกว่า 20,000 แห่งทั่วประเทศ ข้อมูลครอบคลุมประวัติโรค การใช้ยา และอื่นๆ อีกมากมาย โดยใช้ AI ช่วยตรวจสอบการเบิกจ่ายให้รวดเร็ว โปร่งใส ลดปัญหาความล่าช้า

เดิมที Health Link เชื่อมหน่วยบริการกว่า 8,500 แห่ง รองรับข้อมูล 12 ประเภท ตอนนี้ขยายไปยังระบบ On Screen Review, One Stop Service และ PHR ต่างๆ ทำให้แพทย์เข้าถึงข้อมูลผู้ป่วยได้ทันที โดยเฉพาะกรณีฉุกเฉิน

ประโยชน์ที่ประชาชนได้รับจาก Health Link

  • เช็กประวัติรักษาได้เองผ่านแอป “ทางรัฐ” สะดวก ปลอดภัย
  • แพทย์เห็นข้อมูลเก่า ไม่ต้องตรวจซ้ำ สั่งยาซ้ำ ลดค่าใช้จ่าย
  • ระบบรักษาความปลอดภัยสูงสุด คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามกฎหมาย
  • เพิ่มประสิทธิภาพระบบสาธารณสุข ลดภาระโรงพยาบาล

นายแพทย์จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการ สปสช. บอกว่า ความร่วมมือนี้ยกระดับโครงสร้างข้อมูลสุขภาพ สปสช. ขับเคลื่อนหน่วยบริการบัตรทองเชื่อม Health Link และแอปทางรัฐ สนับสนุนการใช้งานจริงในพื้นที่

ส่วน ศ.ดร.ธีรณี อจลากุล ผู้อำนวยการ BDI เผยว่า เชื่อมข้อมูลเบิกจ่ายจาก 10,000 แห่ง บวกหน่วยอื่นอีก 8,500 รวมเกือบ 20,000 แห่ง ใช้ AI Pre-audit ช่วย สปสช. จ่ายเงินเร็วขึ้น มีแผนพัฒนา Agentic AI ต่อ แถม e-Referral นำร่อง กทม. ขยายคลินิกชุมชน

แอป “ทางรัฐ” คืออะไร ทำไมต้องมี

นางไอรดา เหลืองวิไล รอง ผอ. DGA กล่าวว่า แอปทางรัฐเป็นซุปเปอร์แอปรัฐ มีบริการ 476 อย่าง ดาวน์โหลด 46 ล้านครั้ง ใช้งาน 823 ล้านครั้ง (ข้อมูล 24 เม.ย. 2569) เชื่อม Health Link แล้ว มีคนสมัครเช็กประวัติ 30,129 คน นอกจากนี้ยังมี Document Wallet ตรวจทะเบียนรถ เครดิตบูโร จ่ายบิล ตรวจสิทธิประกันสังคม เงินเด็กแรกเกิด เบี้ยผู้สูงอายุ ฯลฯ

การผนึกกำลังครั้งนี้ไม่ใช่แค่เทคโนโลยี แต่เป็นการสร้างระบบสุขภาพยั่งยืน ประชาชนมีส่วนร่วมดูแลตัวเองได้ดีขึ้น แพทย์รักษาแม่นยำ ลดความเสี่ยง

คุณพร้อมยกระดับสุขภาพดิจิทัลหรือยัง? ดาวน์โหลดแอป “ทางรัฐ” จาก App Store, Google Play หรือ App Gallery สมัคร Health Link ฟรี เช็กข้อมูลได้เลยวันนี้ ดูรายละเอียดเพิ่มที่ healthlink.go.th มาร่วมสร้างอนาคตสุขภาพไทยที่โปร่งใส รวดเร็วกันเถอะ!

ที่มา – สปสช. ผนึก BDI ยกระดับ Health Link เช็กประวัติรักษาผ่านแอปฯ “ทางรัฐ”

สส.พรรคประชาชน จี้ สปสช. แก้ระบบใบส่งตัว-ระบบบริการสุขภาพ กทม.

สส.กทม.พรรคประชาชน ยื่นเลขา สปสช. ปรับปรุงระบบใบส่งตัว – ระบบบริการสุขภาพ กทม. เชื่อเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดความแออัดของผู้ใช้บริการหน้าคลินิก เรียกร้องรมว.สาธารณสุข เปิดตารับรู้ปัญหา

วันที่ 14 พฤศจิกายน 2568 สส.กรุงเทพฯ พรรคประชาชน เข้ายื่นหนังสือถึงเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เกี่ยวกับข้อเสนอการแก้ไขปัญหากรณีระบบการส่งตัวผู้ป่วยจากคลินิกชุมชนอบอุ่นในเขตกรุงเทพมหานคร และปัญหาอื่นๆ ของ สปสช. ที่สร้างภาระแก่ผู้ใช้บริการ

โดย น.ส.ปวิตรา จิตตกิจ สส.กรุงเทพฯ พรรคประชาชน ระบุว่าปัจจุบันมีประชาชนผู้ใช้สิทธิบัตรทองได้รับผลกระทบเป็นวงกว้างจากการบริหารของ สปสช. เช่น ระบบส่งตัว ที่ผู้ที่มีอาการเจ็บป่วยต้องพบคลินิกปฐมภูมิใกล้บ้านเพื่อขอรับใบส่งตัว มีความยุ่งยากและซับซ้อน เพื่อนำใบส่งตัวไปพบกับแพทย์ที่โรงพยาบาลระดับทุติยภูมิ หากประชาชนมีความเจ็บป่วยมากกว่าหนึ่งโรคก็ต้องขอใบส่งตัวตามจำนวนโรค เพื่อที่จะได้รับใบส่งตัวตามจำนวนอาการเจ็บป่วย และหากเกินเวลารักษา 90 วันแล้วยังไม่หาย ก็ต้องเดินทางซ้ำซ้อนกลับไปขอใบส่งตัวใหม่ รวมทั้งเรื่องยาที่เดิมไม่มีค่าใช้จ่ายและได้รับเต็มจำนวน กลับกลายมาเป็นได้รับไม่เต็มจำนวน ที่เหลือผู้รับบริการต้องหาเอาเอง เป็นต้น

น.ส.ปวิตรา ระบุด้วยว่า ระบบของกรุงเทพมหานครมีปัญหาอยู่เยอะมาก ล่าสุดประชาชนไปขอรับยาก็ได้รับแจ้งว่ารัฐไม่ได้จ่ายเงินให้ทางคลินิกจึงไม่สามารถจ่ายยาให้ได้ ประชาชนก็กลายเป็นผู้ที่ต้องรอคอย ส่วนการเพิ่มรอบและจำนวนนั้นอยู่ที่ระบบการจัดการ ซึ่งตนเชื่อว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขจะมีแนวทางในการบริหารจัดการและพิจารณาได้ดีกว่านี้

พร้อมเห็นว่าระบบการบริหารในปัจจุบันนี้ เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดปัญหาความแออัดของผู้ใช้บริการที่หน้าคลินิก บางที่กำหนดให้ออกใบส่งตัวได้แค่ 10 ใบต่อคลินิกเท่านั้น หมายความว่าคนที่อยู่ที่ลำดับที่ 11 ต้องต่อคิวใหม่ในวันรุ่งขึ้น กลายเป็นความยุ่งยากซับซ้อนหลายประการ อันเป็นผลมาจากการบริหาร ซึ่งตนได้เคยตั้งกระทู้ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และเพื่อนสมาชิกก็ได้ใช้กลไกของสภาสอบถามไปหลายครั้งแล้ว

ประเด็นปัญหาการเชื่อมโยงข้อมูลเพื่อลดปัญหาการส่งตัว คำตอบที่ได้รับกลับมาจากรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข คือจะมีการใช้ซุปเปอร์แอปในการพัฒนาและแก้ปัญหา ซึ่งตนขอตั้งข้อสงสัยว่าขณะนี้ประเทศไทยมีแอปพลิเคชันเกี่ยวกับสาธารณสุขอยู่มากมาย อาทิ หมอพร้อม คลิกนิก เป๋าตัง ทางรัฐ แอปฯ ที่กล่าวมายังไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้จริงหรือ และตอนนี้เฉพาะชาวกรุงเทพฯ ที่ใช้บริการโรงพยาบาลสังกัด กทม. ก็ต้องโหลดแอปฯ “หมอ กทม.” มาเพิ่มอีกหนึ่งแอปฯ เพื่ออำนวยความสะดวกในการหาหมอ ทำให้ประชาชนเกิดความสงสัยว่าสรุปแล้วซุปเปอร์แอปคือการรวมแอปพลิเคชันให้ใช้งานง่าย หรือคือการดาวน์โหลดแอปพลิเคชันเยอะๆ แต่ระบบก็ยังยุ่งยากเหมือนเดิมกันแน่

น.ส.ปวิตรา กล่าวต่อไปว่าตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขเคยสื่อสารว่าระบบ สปสช. ดีอยู่แล้ว ไม่จำเป็นที่จะต้องมีการปฏิรูปใดๆ ตนขอแนะนำให้รัฐมนตรีเข้ากระทรวงและดูข่าวมากกว่านี้ แล้วจะได้เห็นว่ามีปัญหาอยู่มากมาย หากบริหารแบบปิดตาข้างเดียวแบบนี้ ปัญหาก็จะยังคงถูกซุกอยู่ใต้พรม และคนที่ได้รับความเดือดร้อนก็คือประชาชน สส.พรรคประชาชน จึงได้ยื่นหนังสือ ข้อเสนอเพื่อให้ทาง สปสช. ได้พิจารณาถึงประโยชน์ต่อสาธารณะ และเพื่อพิจารณาดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป

สส.พรรคประชาชน เรียกร้องเลขา สปสช. ปรับปรุงระบบใบส่งตัว – ระบบบริการสุขภาพ กทม.

ปัญหาเร่งด่วน: ระบบใบส่งตัวและระบบบริการสุขภาพ กทม. ที่ต้องได้รับการแก้ไข

จากกรณีที่ สส.พรรคประชาชนได้ยื่นหนังสือถึงเลขาธิการ สปสช. ประเด็นสำคัญอยู่ที่การปรับปรุง ระบบใบส่งตัว – ระบบบริการสุขภาพ กทม. ซึ่งเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนผู้ใช้สิทธิบัตรทองอย่างมาก ความยุ่งยากและความซับซ้อนของระบบดังกล่าว ทำให้ผู้ป่วยต้องเสียเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทางเพื่อขอใบส่งตัวหลายครั้ง

นอกจากนี้ ปัญหาการขาดแคลนยาและการจำกัดจำนวนใบส่งตัวต่อคลินิก ยังส่งผลให้เกิดความแออัดและการรอคอยที่ยาวนาน ซึ่งสวนทางกับเจตนารมณ์ของระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติที่ต้องการให้ประชาชนเข้าถึงบริการทางการแพทย์ได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว

ดังนั้น การแก้ไข ระบบใบส่งตัว – ระบบบริการสุขภาพ กทม. จึงเป็นเรื่องที่ต้องเร่งดำเนินการ เพื่อลดภาระของประชาชนและเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการทางการแพทย์ การนำเทคโนโลยีมาใช้ในการเชื่อมโยงข้อมูลและพัฒนาระบบการจัดการใบส่งตัว อาจเป็นทางออกหนึ่งที่ช่วยลดความยุ่งยากและอำนวยความสะดวกให้กับผู้ป่วยได้

ทาง สปสช. ควรรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกภาคส่วน ทั้งจาก สส. ผู้แทนประชาชน และจากผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรง เพื่อนำไปสู่การปรับปรุงระบบให้ตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง

การที่ สส.พรรคประชาชนออกมาเรียกร้องให้แก้ไข ระบบใบส่งตัว – ระบบบริการสุขภาพ กทม. นี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหาของประชาชน และเป็นสัญญาณที่ส่งไปยัง สปสช. ว่าถึงเวลาแล้วที่จะต้องมีการเปลี่ยนแปลงและปรับปรุงระบบให้ดีขึ้น

แก้ไขปัญหาได้ตรงจุด เพื่อให้ประชาชนได้รับการบริการที่ดีที่สุด

ที่มา – สส.พรรคประชาชน เรียกร้องเลขา สปสช. ปรับปรุงระบบใบส่งตัว – ระบบบริการสุขภาพ กทม.

เพื่อไทยชู AI ยกระดับบัตรทอง “รักษาดี อยู่ดี ตายดี”

“แพทองธาร – จุลพันธ์” เปิดเวที “Moonshot Forum” ครั้งแรก ชู AI ยกระดับบัตรทอง ตั้งเป้าระบบสุขภาพไทย “รักษาดี อยู่ดี ตายดี” เดินหน้าเปลี่ยนอนาคตประเทศด้วยนโยบายคิดใหญ่-ทำได้จริง

วันที่ 10 พฤศจิกายน 2568 พรรคเพื่อไทยเปิดเวทีเสวนา Moonshot Forum ครั้งที่ 1 ภายใต้หัวข้อ “ยกเครื่อง 30 บาทด้วย AI : รักษาดี อยู่ดี ตายดี” เพื่อออกแบบแนวนโยบายอนาคต นำระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าเข้าสู่ยุคข้อมูลและปัญญาประดิษฐ์ ดึงเทคโนโลยีเสริมประสิทธิภาพการดูแลประชาชนทุกช่วงวัย

น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย และนายกรัฐมนตรีคนที่ 31 กล่าวเปิดงานว่า นโยบายที่ดีไม่ได้เริ่มจากตัวเลขหรือเอกสาร แต่เกิดจาก “ความฝันที่อยากเห็นประเทศดีขึ้น” และพลังความหวังของประชาชน DNA พรรคเพื่อไทยสืบทอดจากไทยรักไทยที่กล้าทำสิ่งเคยถูกมองว่าเป็นไปไม่ได้ เช่น 30 บาทรักษาทุกโรค ซึ่งพิสูจน์แล้วว่ายกระดับคุณภาพชีวิตและเป็นรากฐานหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า

“Moonshot Forum คือพื้นที่ให้ทุกคนฝันให้ไกล และทำให้เกิดขึ้นจริง เราอยากให้คนไทยเชื่อว่าความฝันเล็กๆ สามารถเติบโตเป็นการเปลี่ยนแปลงประเทศได้ หากเรากล้าคิดและลงมือทำ”

น.ส.แพทองธาร ยังชี้ว่าไทยกำลังอยู่บนทางแยกสำคัญ หากไม่ก้าวผ่านข้อจำกัดด้านเทคโนโลยี-กฎหมาย-เศรษฐกิจ จะเสี่ยงตกขบวนโลก จึงต้องมีนโยบายที่ “คิดให้ไกลกว่าปัจจุบัน แต่ยืนบนความจริงของผู้คน” เพื่อเปิดพื้นที่ความหวังใหม่ให้ทุกคน

ทางด้าน นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงเป้าหมายของเวที ว่า ต้องการปลุกพลังความฝัน ขับเคลื่อนนโยบายเชิงก้าวกระโดด รับมือระบบราชการที่แข็งตัวหลังปี 2557 และอุปสรรคต่อการเปลี่ยนแปลง พร้อมยกตัวอย่างภารกิจส่งมนุษย์ไปดวงจันทร์ของสหรัฐฯ และโครงการ 30 บาทในอดีต ที่เริ่มจากสิ่งท้าทายแต่สำเร็จเป็นนโยบายสร้างความเท่าเทียมทางสุขภาพ โดยพรรคเพื่อไทยจะทำนโยบายเชิงระบบผ่าน 3 กระบวนการ คือ ตอบคำถามผู้สมัครและ สส. เพื่อสื่อสารกับประชาชนได้ชัดเจน, พูดคุยผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในแต่ละนโยบาย และผ่านการตรวจสอบและข้อเสนอจากภาควิชาการ เพื่อให้เกิดผลในทางปฏิบัติจริง โฟกัสแรกคือการต่อยอด “30 บาทรักษาทุกโรค” ด้วย AI ปรับทั้งระบบบริการ ประสิทธิภาพงบประมาณ และการเข้าถึงบริการสุขภาพทั่วประเทศ

นอกจากนี้ บนเวทีเสวนา นำเสนอกรอบพัฒนาระบบสุขภาพไทยสู่การดูแลตลอดชีวิต โดย นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี อดีตรองนายกรัฐมนตรี ผู้ริเริ่มโครงการ 30 บาท – ทบทวนบทเรียนและชี้ความท้าทายใหม่ จากระบบตั้งรับสู่การดูแลเชิงรุกบนฐานข้อมูลและเทคโนโลยี นพ.ธีรพัฒน์ ตันพิริยะกุล (หมอโจ้) ผู้เชี่ยวชาญ AI ด้านสุขภาพ เสนอระบบข้อมูลสุขภาพแห่งชาติ-เชื่อมทุกสถานพยาบาล ใช้ AI วินิจฉัย ป้องกันโรค ติดตามผู้ป่วย และยกระดับระบบปฐมภูมิ ขณะที่ นายสหัสวรรษ วีระมงคลกุล ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายกำกับดูแลการใช้ AI ย้ำความจำเป็นของกฎหมายคุ้มครองข้อมูลสุขภาพ-มาตรฐานธรรมาภิบาล AI และกฎหมายรองรับแพลตฟอร์มข้อมูลประเทศ และ รศ.พญ.ศรีเวียง ไพโรจน์กุล ศูนย์การุณรักษ์ เสนอยกระดับระบบดูแลตั้งแต่เกิดจนวาระสุดท้าย รวมการดูแลแบบประคับประคองเป็นสิทธิพื้นฐาน “อยู่ดี ตายดี ด้วย 30 บาท”

เพื่อไทยเปิดเวที ชู AI ยกระดับบัตรทอง “รักษาดี อยู่ดี ตายดี”

พรรคเพื่อไทยได้เปิดเวที Moonshot Forum โดยมุ่งเน้นการใช้ AI เพื่อยกระดับบัตรทองให้ประชาชน “รักษาดี อยู่ดี ตายดี” ซึ่งเป็นวิสัยทัศน์ที่น่าสนใจในการพัฒนาระบบสาธารณสุขของไทยให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น

เป้าหมาย “รักษาดี อยู่ดี ตายดี” ด้วย AI

การนำ AI เข้ามาใช้ในระบบบัตรทองมีศักยภาพที่จะช่วยให้การรักษาพยาบาลมีประสิทธิภาพมากขึ้น การวินิจฉัยโรคทำได้อย่างแม่นยำและรวดเร็วขึ้น รวมถึงการติดตามและดูแลผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ AI ยังสามารถช่วยในการบริหารจัดการงบประมาณและทรัพยากรด้านสาธารณสุขให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อให้ประชาชนทุกคนสามารถเข้าถึงบริการสุขภาพที่มีคุณภาพอย่างเท่าเทียมกัน

การเสวนาในเวที Moonshot Forum ยังครอบคลุมถึงประเด็นสำคัญอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาระบบสุขภาพ เช่น การสร้างระบบข้อมูลสุขภาพแห่งชาติ การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และกฎหมายที่รองรับการใช้ AI ในทางการแพทย์ ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อให้การนำเทคโนโลยีมาใช้เป็นไปอย่างมีจริยธรรมและปลอดภัย

พรรคเพื่อไทยมุ่งหวังที่จะเปลี่ยนอนาคตประเทศด้วยนโยบายที่กล้าคิด กล้าทำ และทำได้จริง โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือการสร้างระบบสุขภาพที่ยั่งยืนและเป็นประโยชน์ต่อประชาชนทุกคน การผลักดันนโยบาย “รักษาดี อยู่ดี ตายดี” ด้วย AI นับเป็นก้าวสำคัญในการบรรลุเป้าหมายดังกล่าว

การนำ AI มาใช้ยกระดับบัตรทอง “รักษาดี อยู่ดี ตายดี” ถือเป็นความท้าทายที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน เพื่อให้ระบบสุขภาพของไทยสามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนได้อย่างแท้จริง และก้าวทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก

ที่มา – เพื่อไทยเปิดเวที “Moonshot Forum” ชู AI ยกระดับบัตรทอง “รักษาดี อยู่ดี ตายดี”

Scroll to top