บิ๊กต่าย ล่าสุด

ด่วน! บิ๊กต่ายเรียก ผบช.ภ.8-รอง ผบช.ภ.8 ปมร้อนโยกย้าย?

เกิดอะไรขึ้น! บิ๊กต่าย ผบ.ตร. เรียก “ผบช.ภ.8-รอง ผบช.ภ.8” เข้าหารือข้อราชการด่วน ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการโยกย้ายตำรวจที่กำลังเป็นประเด็นร้อนแรงอยู่ในขณะนี้ เรื่องราวจะเป็นอย่างไร ติดตามกันได้เลยครับ

เมื่อเวลา 15.00 น. ของวันที่ 17 พฤศจิกายน 2568 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ได้มีคำสั่งด่วนให้ ผบช.ภ.8 และ รอง ผบช.ภ.8 เดินทางเข้าพบเพื่อหารือข้อราชการสำคัญเป็นการเฉพาะกิจ ณ สำนักงาน ผบ.ตร. ชั้น 6 อาคาร 1 ครับ

คำสั่งดังกล่าวถูกเปิดเผยผ่านหนังสือจาก พล.ต.ท.ชัยต์พจน สูวรรณรักษ์ ผบช.สกพ. ที่ได้ทำหนังสือแจ้งไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องให้เข้ารายงานตัวตามกำหนด ซึ่งการสั่งเรียกหารือครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางกระแสความเคลื่อนไหวและข้อร้องเรียนอย่างหนักเกี่ยวกับการโยกย้ายแต่งตั้งข้าราชการตำรวจระดับ รอง ผบก. ลงไปจนถึง สว. ซึ่งเป็นวาระสำคัญที่กำลังจะประกาศใช้ในเร็ววันนี้

มีรายงานว่าการแต่งตั้งโยกย้ายในระดับดังกล่าว จะมีกำหนดแล้วเสร็จและประกาศเผยแพร่คำสั่งภายในวันที่ 28 พ.ย. โดยมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 ธ.ค. และให้ตำรวจที่ได้รับการแต่งตั้งเดินทางไปรายงานตัวภายในวันที่ 8 ธ.ค.

ทำไม บิ๊กต่าย ถึงเรียก ผบช.ภ.8-รอง ผบช.ภ.8 เข้าพบด่วน?

การเข้าหารือของคณะผู้บริหารตำรวจภูธรภาค 8 กับ ผบ.ตร. ในครั้งนี้ ถูกจับตามองอย่างใกล้ชิดว่า จะเกี่ยวข้องกับคำร้องเรียนของตำรวจในพื้นที่เกี่ยวกับการจัดทำบัญชีแต่งตั้งโยกย้าย รอง ผบก. ถึง สว. หรือไม่ เพราะการโยกย้ายตำรวจแต่ละครั้ง มักจะมีเรื่องราวตามมาเสมอ

ประเด็นสำคัญที่ต้องจับตาในการ โยกย้ายตำรวจ ครั้งนี้

  • ความเป็นธรรม: การโยกย้ายเป็นไปตามหลักเกณฑ์และโปร่งใสหรือไม่?
  • ความเหมาะสม: ตำแหน่งใหม่เหมาะสมกับความสามารถและประสบการณ์ของแต่ละบุคคลหรือไม่?
  • ผลกระทบต่อประชาชน: การเปลี่ยนแปลงนี้จะส่งผลดีต่อการบริการประชาชนและความเชื่อมั่นของประชาชนต่อตำรวจหรือไม่?

การโยกย้ายตำรวจ ถือเป็นเรื่องละเอียดอ่อน เพราะเกี่ยวข้องกับชีวิตการทำงานของข้าราชการตำรวจ และส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานขององค์กรตำรวจโดยรวม การพิจารณาจึงต้องรอบคอบและเป็นธรรม เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อทั้งตัวข้าราชการตำรวจเอง และประชาชน

อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ในทุกองค์กร การโยกย้ายตำรวจ ก็อาจเป็นโอกาสให้ตำรวจได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ สั่งสมประสบการณ์ และเติบโตในสายงาน แต่สิ่งสำคัญคือต้องทำให้ถูกต้องตามขั้นตอน โปร่งใส และเป็นธรรม

พวกเราคงต้องติดตามกันต่อไปว่าผลการหารือระหว่าง บิ๊กต่าย กับ ผบช.ภ.8-รอง ผบช.ภ.8 ในครั้งนี้ จะออกมาเป็นอย่างไร จะมีการเปลี่ยนแปลงอะไรเกิดขึ้นในการโยกย้ายตำรวจที่จะมีขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้หรือไม่ มาร่วมกันจับตาดูนะครับ

ที่มา – บิ๊กต่าย เรียก “ผบช.ภ.8-รอง ผบช.ภ.8” เข้าพบด่วน สะพัดปมร้อนโยกย้ายตำรวจ

ผบ.ตร.เดินหน้าต่อ! ไม่หวั่นข่าวลือโดนปลด

แหล่งข่าวใกล้ชิดเผย ผบ.ตร.เดินหน้าทำงานต่อ ไม่หวั่นกระแสข่าวลือโดนปลดปมโผตำรวจไม่ลงตัว ท่ามกลางกระแสข่าวลือเรื่องการถูกปลดจากตำแหน่ง

เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติว่า ท่ามกลางกระแสการเมืองภายในองค์กรตำรวจที่โยงไปถึงข่าวลือการถูกสั่งให้ไปช่วยราชการ อันเนื่องมาจากปัญหาโผแต่งตั้งข้าราชการตำรวจที่ไม่ลงตัว ล่าสุด แหล่งข่าวใกล้ชิด พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ยืนยันว่า ผบ.ตร.เดินหน้าทำงานต่อ ไม่หวั่นกระแสข่าวลือโดนปลดปมโผตำรวจไม่ลงตัว และยังคงปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ

แหล่งข่าวเน้นย้ำว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ ตั้งใจทำงานเพื่อประเทศชาติและประชาชนอย่างเต็มที่ โดยไม่สนใจข่าวลือต่างๆ ที่ออกมา

ตั้งแต่เข้ารับตำแหน่ง ผบ.ตร.เดินหน้าทำงานต่อ ไม่หวั่นกระแสข่าวลือโดนปลดปมโผตำรวจไม่ลงตัว โดย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ ได้เดินหน้าสนองนโยบายรัฐบาลอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะการปราบปรามยาเสพติด ซึ่งสามารถสกัดกั้นและทลายเครือข่ายรายใหญ่ได้อย่างต่อเนื่องหลายคดี ล่าสุดได้มีการขับเคลื่อนปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติด No Drugs No Dealers ผนึกกำลังชุมชนปลอดยาเสพติด เพื่อกวาดล้างผู้ค้ารายย่อย ซึ่งถือเป็นการตัดวงจรภัยร้ายแรงที่กัดกร่อนสังคมไทยมายาวนาน นอกจากนี้ยังมีการเร่งรัดคดีสำคัญต่างๆ ที่ประชาชนให้ความสนใจ

อีกด้านหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือการจัดการภัยคุกคามทางไซเบอร์ ซึ่งถูกหยิบยกขึ้นเป็นวาระแห่งชาติ ตำรวจภายใต้การนำของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ สามารถปิดกั้นเส้นทางอาชญากรรมออนไลน์ได้เป็นจำนวนมาก ลดความเสียหายทางเศรษฐกิจ และสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชนที่ต้องเผชิญกับกลโกงและการหลอกลวงบนโลกดิจิทัล

นอกจากงานด้านความมั่นคงแล้ว สิ่งที่ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ ให้ความสำคัญไม่แพ้กันคือการดูแลสวัสดิการของตำรวจทั่วประเทศกว่า 2 แสนนาย ทั้งการผลักดันการเพิ่มเงินตอบแทน การปรับปรุงบ้านพัก และการจัดสรรทุนการศึกษาให้แก่บุตรหลานของตำรวจ เพื่อเป็นการสร้างขวัญกำลังใจและความมั่นคงให้กับครอบครัวตำรวจในระยะยาว

แหล่งข่าวภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติกล่าวว่า ผลงานที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ถูกมองว่าเป็น “หลักประกันทางการเมือง” ที่ทำให้ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ ยังคงสามารถยืนหยัดอยู่ในตำแหน่งได้ท่ามกลางแรงกดดันต่างๆ เพราะสิ่งที่สามารถตอบโจทย์สังคมได้ดีที่สุดนั้นไม่ใช่ข่าวลือ แต่เป็นความจริงที่ปรากฏให้ประชาชนได้เห็นและรับรู้นั่นเอง

ผบ.ตร.เดินหน้าทำงานต่อ ไม่หวั่นกระแสข่าวลือโดนปลดปมโผตำรวจไม่ลงตัว

การที่ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ ยังคงมุ่งมั่นทำงานอย่างต่อเนื่อง แม้จะมีข่าวลือต่างๆ ออกมา แสดงให้เห็นถึงความเป็นผู้นำที่เข้มแข็งและมีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาองค์กรตำรวจให้มีความเข้มแข็งและเป็นที่พึ่งของประชาชนอย่างแท้จริง

ความสำคัญของการทำงานอย่างต่อเนื่อง

การทำงานอย่างต่อเนื่องของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งต่อความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อองค์กรตำรวจ การที่ผู้นำองค์กรยังคงมุ่งมั่นทำงานอย่างเต็มที่ แม้จะมีอุปสรรคต่างๆ แสดงให้เห็นถึงความรับผิดชอบและความตั้งใจจริงที่จะแก้ไขปัญหาและพัฒนาองค์กรให้ดียิ่งขึ้น

การเปลี่ยนแปลงในองค์กรขนาดใหญ่อย่างสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ย่อมต้องมีแรงเสียดทานและความท้าทายต่างๆ เป็นเรื่องธรรมดา แต่สิ่งสำคัญคือการที่ผู้นำสามารถนำพาองค์กรให้ก้าวผ่านอุปสรรคเหล่านั้นไปได้ด้วยความมุ่งมั่นและความตั้งใจจริง

ดังนั้น การที่ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ ยังคงมุ่งมั่นทำงานอย่างต่อเนื่อง จึงเป็นสัญญาณที่ดีที่แสดงให้เห็นว่าองค์กรตำรวจกำลังเดินหน้าไปในทิศทางที่ถูกต้อง และพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับความท้าทายต่างๆ ที่รออยู่ข้างหน้า

อย่างไรก็ตาม ข่าวลือและการปล่อยข่าวโจมตีต่างๆ ก็เป็นสิ่งที่ต้องระมัดระวัง เพราะอาจส่งผลกระทบต่อขวัญและกำลังใจของเจ้าหน้าที่ตำรวจ และอาจบั่นทอนความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อองค์กรได้ การสื่อสารที่ชัดเจนและโปร่งใสจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องและความเชื่อมั่นที่มีต่อองค์กรตำรวจ

ที่มา – ผบ.ตร. เดินหน้าทำงานต่อ ไม่หวั่นกระแสข่าวลือโดนปลดปมโผตำรวจไม่ลงตัว

“ภูมิธรรม” สยบข่าว**เด้ง ผบ.ตร.** ยันไม่มีอำนาจ

จากกรณีที่มีกระแสข่าวลือเกี่ยวกับการย้ายผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ล่าสุด นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาสยบข่าวลือดังกล่าว โดยยืนยันว่าตนเองไม่มีอำนาจในการ**เด้ง ผบ.ตร.**

นายภูมิธรรมยังกล่าวถึงการเลื่อนประชุม ก.ตร. ที่มีวาระพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจ 68 ตำแหน่ง โดยเลื่อนไปเป็นวันที่ 31 สิงหาคมนี้ สาเหตุของการเลื่อนเนื่องจากมีตำรวจ 4 นายยื่นหนังสือร้องเรียน ซึ่งนายภูมิธรรมได้นำเรื่องนี้มาหารือกับ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. เป็นเวลานานถึง 2 ชั่วโมง

“ภูมิธรรม” สยบข่าวเด้ง ผบ.ตร. ยัน! ไม่มีอำนาจ

“สื่อรู้ได้อย่างไรว่าโผแต่งตั้งมีปัญหา ในเมื่อยังไม่มีการประกาศออกมา” นายภูมิธรรมกล่าว พร้อมยอมรับว่าการเลื่อนประชุม ก.ตร. เกิดจากเรื่องร้องเรียนของตำรวจ 4 นายที่มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ ซึ่งได้ทำหนังสือร้องเรียนถึงตนเอง โดยได้ปรึกษาคณะกรรมการกฤษฎีกาแล้วเห็นว่าสามารถนำเรื่องร้องเรียนมาพิจารณาได้ เนื่องจากผู้ร้องยังไม่มีความผิดใดๆ ตามกฎ ก.ตร. จึงมีสิทธิ์ได้รับการเสนอชื่อ ส่วนจะรับหรือไม่เป็นสิทธิ์ของคณะกรรมการ ก.ตร. นอกจากนี้ ยังมีกรณีของ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. ที่ร้องขอให้ทบทวนการแต่งตั้งผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ซึ่งนายภูมิธรรมได้รับเรื่องไว้แล้ว

นายภูมิธรรมกล่าวว่า ก่อนการประชุม ก.ตร. ได้หารือนอกรอบกับ ผบ.ตร. เป็นเวลานาน 2 ชั่วโมงจริง โดยได้หยิบยกเรื่องร้องเรียนทั้งหมดมาพูดคุยโดยตรง ซึ่ง ผบ.ตร. ยืนยันว่าได้ดำเนินการทุกอย่างตามกรอบและหน้าที่ แต่สิ่งที่สำคัญในการพิจารณาแต่งตั้งคือระบบ หากปล่อยผ่านไปจะส่งผลกระทบต่อการทำงานของผู้อื่น จึงเสนอให้เลื่อนการพิจารณาออกไปก่อน เพื่อให้ทุกอย่างเรียบร้อยก่อนนำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ ทำให้ต้องแจ้งที่ประชุมใหญ่ว่าจะเลื่อนการประชุม ก.ตร. ไปพิจารณาในวันที่ 31 สิงหาคม 2568 เวลา 15.00 น.

นายภูมิธรรมเล่าว่า ก่อนออกจากห้องประชุม มีตำรวจตะโกนว่าตนเองใช้อำนาจหน้าที่มิชอบและกำลังทำสิ่งที่ผิด ซึ่งตนเองได้ยืนยันกลับไปว่ากำลังทำหน้าที่อย่างถูกต้องตามกรอบและอำนาจในฐานะประธาน โดยต้องการให้ทุกอย่างมีความชอบธรรมก่อน จึงมีสิทธิ์ที่จะเลื่อนการประชุมออกไป

ส่วนกรณีที่มีข่าวว่าจะ**เด้ง ผบ.ตร.** นั้น นายภูมิธรรม กล่าวว่าเป็นเรื่องที่เกินเลยความเป็นจริง และยืนยันว่ามีความสัมพันธ์ที่ดีกับ ผบ.ตร. ไม่เคยพูดถึงเรื่องการย้าย พร้อมทั้งรู้สึกเห็นใจที่ ผบ.ตร. ทำงานมาอย่างหนัก และเห็นใจตัวเองที่มีหนังสือร้องเรียนเข้ามา นอกจากนี้ นายภูมิธรรมยังย้ำว่าตนเองไม่มีอำนาจที่จะ**เด้ง**ใครได้ การ**เด้ง**ทุกอย่างต้องมีเหตุผลรองรับ

นอกจากนี้ นายภูมิธรรมยังเปิดเผยว่า เมื่อคืนที่ผ่านมาได้ส่งข้อความไปขอโทษ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ที่ต้องตัดสินใจเช่นนั้น เพราะต้องการให้ทุกอย่างโปร่งใส พร้อมขอความร่วมมือจากสื่อมวลชนไม่ให้ถามเรื่องนี้ เพื่อไม่ให้เกิดความขัดแย้ง

ทำไมนายภูมิธรรมถึงออกมาสยบข่าวการเด้ง ผบ.ตร.?

การที่นายภูมิธรรมออกมาสยบข่าวการ**เด้ง ผบ.ตร.** สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามในการรักษาเสถียรภาพภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และเป็นการยืนยันถึงความโปร่งใสในการพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจ การที่นายภูมิธรรมยอมรับว่ามีการเลื่อนการประชุม ก.ตร. เนื่องจากมีเรื่องร้องเรียน และพร้อมที่จะนำเรื่องร้องเรียนมาพิจารณาอย่างรอบคอบ แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจที่จะให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย และป้องกันไม่ให้เกิดข้อครหาเกี่ยวกับการใช้อำนาจโดยมิชอบ

การออกมาขอโทษ ผบ.ตร. เป็นการส่วนตัวยังแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างผู้บังคับบัญชาระดับสูง และความปรารถนาที่จะแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นด้วยความเข้าใจและเคารพซึ่งกันและกัน

โดยรวมแล้ว การตอบสนองของนายภูมิธรรมต่อข่าวลือเกี่ยวกับการ**เด้ง ผบ.ตร.** เป็นไปในลักษณะของการควบคุมความเสียหาย และการสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนว่าจะมีการบริหารงานภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติอย่างโปร่งใสและเป็นธรรม

ที่มา – “ภูมิธรรม” สยบข่าวเด้ง ผบ.ตร. ยัน! ไม่มีอำนาจ เผยเมื่อคืนส่งข้อความไปขอโทษบิ๊กต่าย

สะพัด! เก้าอี้ ผบ.ตร. สะเทือน ปม “โผนายพล”

สถานการณ์ร้อนแรงในแวดวงตำรวจ! เก้าอี้ ผบ.ตร. สั่นคลอน สะพัดข่าวปลด ผบ.ตร. เซ่นปม “โผนายพล” ไม่ลงตัว หลังการประชุม ก.ตร. เลื่อนแบบฟ้าผ่า ท่ามกลางกระแสข่าวการวิ่งเต้นและการร้องเรียนภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

สะพัด! เก้าอี้ ผบ.ตร. สะเทือน ปม “โผนายพล”

เรื่องราวเริ่มต้นเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2568 ณ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธาน ก.ตร. เป็นประธานในการประชุม ก.ตร. ครั้งที่ 7/2568 โดยมีวาระสำคัญคือการพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจ แต่แล้วเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อนายภูมิธรรมประกาศเลื่อนการประชุมอย่างกะทันหันท่ามกลางความงุนงงของที่ประชุม

ก่อนหน้าการประชุม มีรายงานว่านายภูมิธรรมได้หารือเป็นการส่วนตัวกับ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. เป็นเวลานานถึง 2 ชั่วโมง โดยแหล่งข่าวระบุว่าประเด็นสำคัญในการหารือคือเรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายที่ไม่เป็นธรรม ทำให้เกิดความไม่พอใจในหมู่ข้าราชการตำรวจบางส่วน โดยเฉพาะกรณีของอดีตแพทย์ใหญ่ รพ.ตำรวจ ที่พลาดตำแหน่ง รอง ผบ.ตร.

ปมปัญหา “โผนายพล”

ปัญหา “โผนายพล” กลายเป็นชนวนสำคัญที่ทำให้สถานการณ์ภายใน ตร. ระอุขึ้น มีกระแสข่าวว่ามีการวิ่งเต้นเพื่อให้ได้ตำแหน่งที่ต้องการ รวมถึงการร้องเรียนถึงความไม่โปร่งใสในการพิจารณา ทำให้การแต่งตั้งโยกย้ายครั้งนี้เต็มไปด้วยความขัดแย้งและแรงกดดัน

นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่า พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. เดินทางมายังที่ประชุม ก.ตร. เพื่อพูดคุยกับ ก.ตร. คาดว่าจะมาให้ข้อมูลและชี้แจงกรณี พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. ร้องเรียนถึงความไม่เป็นธรรมในการแต่งตั้ง

หลังการประชุม นายภูมิธรรมให้สัมภาษณ์สั้นๆ ยอมรับว่ามีการเลื่อนการพิจารณาแต่งตั้งเป็นวันที่ 31 สิงหาคม โดยให้เหตุผลว่ามีเรื่องร้องเรียนหลายเรื่องที่ต้องพิจารณา

อย่างไรก็ตาม มีรายงานข่าวแพร่สะพัดว่า เหตุผลที่แท้จริงของการเลื่อนประชุมและการสั่งปลด ผบ.ตร. คือ ปมความขัดแย้งเรื่อง “โผนายพล” โดยเฉพาะการที่ไม่สามารถผลักดันอดีตแพทย์ใหญ่ รพ.ตำรวจ ขึ้นเป็น รอง ผบ.ตร. ได้สำเร็จ

สถานการณ์ที่เกิดขึ้นสร้างความสั่นคลอนให้กับสำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นอย่างมาก และส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อองค์กรตำรวจ

การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จะนำไปสู่การปฏิรูปตำรวจอย่างแท้จริงหรือไม่? หรือจะเป็นเพียงการเปลี่ยนตัวผู้เล่น แต่กติกาและระบบยังคงเดิม? เป็นสิ่งที่สังคมไทยต้องจับตาดูอย่างใกล้ชิด

ที่มา – สะพัด! เก้าอี้ ผบ.ตร. สะเทือน ปม “โผนายพล” ไม่ขยับอดีตแพทย์ใหญ่ รพ.ตำรวจ ขึ้น รอง ผบ.ตร.

บิ๊กต่ายสั่ง! ดำเนินคดีเด็ดขาด “บ่อนดอนเมือง”

“บิ๊กต่าย ผบ.ตร.” สั่งการด่วน บช.น.สืบสวนดำเนินคดีเด็ดขาด “บ่อนดอนเมือง” ในตำนาน! จี้ “จเร” สอบเอาผิด “ผกก. – ผบช.” กำชับทั่วประเทศสแกนพื้นที่ปราบเข้ม คาดโทษตำรวจรับประโยชน์ ปล่อยปละละเลย ฟันวินัย อาญาเฉียบขาด

เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2568 มีรายงานว่า วันที่ 28 ส.ค. พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. มีบันทึกข้อความ ด่วนที่สุด ส่วนราชการ ตร. ที่ 0001 (ผบ)/ 199 ลงวันที่ 28 สิงหาคม 2568 เรื่อง ให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและกำชับการปฏิบัติในการป้องกันปราบปรามการพนัน ถึง รอง ผบ.ตร.(ปป) และ จตช. ผู้ช่วย ผบ.ตร. ในสายงาน ปป และ รอง จตช. และเพื่อทราบและดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง ถึง ผบช.น., ภ.1 – 9, ก., ทท., สตม. และ จต.(หน.จต.) หัวหน้าส่วนอำนวยการและสนับสนุน ศปก.ตร. และ โฆษก ตร. – ผบก.สท. ให้ดำเนินการกรณี ชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ตรวจค้นจับกุมการพนันย่านดอนเมือง ซึ่งเคยถูกจับกุมมาแล้วหลายครั้งแต่ยังคงลักลอบเปิดอยู่ โดยจับกุมผู้เล่นการพนันได้จำนวนมากและพบเงินหมุนเวียนหลายล้านบาท พร้อมด้วยของกลางหลายรายการ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 27 ส.ค.

ผบ.ตร. สั่งการว่า เพื่อให้การป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม เป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีประสิทธิภาพ และการนำมาตรการกวดขันอบายมุข ความผิดเกี่ยวกับการพนันมาใช้โดยเคร่งครัดเห็นผลการปฏิบัติชัดเจนและเป็นรูปธรรม จึงให้จเรตำรวจ (หัวหน้าจเรตำรวจ) ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณี โดยละเอียดและดำเนินการตามแนวทางในคำสั่ง ตร. ที่ 234/2558 เรื่อง การพิจารณาเจ้าหน้าที่ตำรวจที่บกพร่องในการป้องกันและปราบปรามอบายมุข และตามหนังสือ ตร. ด่วนที่สุด ที่ 0007.22 /ว2209 ลง 28 มิถุนายน 2568 เรื่อง กำชับการปฏิบัติในการป้องกันปราบปรามและแก้ไขปัญหาการพนัน โดยกำหนดมาตรการพิจารณาเจ้าหน้าที่ตำรวจที่บกพร่องในการป้องกันและปราบปรามอบายมุข โดยให้ดำเนินการทางปกครองกับผู้บังคับบัญชาในแต่ละระดับชั้น กรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจหน่วยอื่น หรือเจ้าหน้าที่ส่วนราชการอื่นที่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย ตรวจค้นจับกุมความผิดเกี่ยวกับการพนัน ในเขตพื้นที่รับผิดชอบ

1. กรณีมีการจับกุมผู้กระทำความผิด จำนวน 20 คนขึ้นไป แต่ไม่เกิน 50 คน ให้พิจารณาทางปกครองกับ ผกก. หรือหัวหน้า สน./สภ. 2. กรณีมีการจับกุมผู้กระทำความผิด จำนวน 50 คนขึ้นไป แต่ไม่เกิน 100 ให้พิจารณาทางปกครองกับ ผกก. หรือหัวหน้า สน./สภ. และ ผบก.น./ภ.จว. และ 3. กรณีมีการจับกุมผู้กระทำความผิดตั้งแต่ 100 คนขึ้นไป ให้พิจารณาทางปกครองกับ ผกก. หรือหัวหน้า สน./สภ., ผบก.น./ภ.จว. และ ผบช.น./ภ.1-9”

ทั้งนี้ให้จเรตำรวจควบคุมและติดตามการปฏิบัติกรณีปรากฏข้อร้องเรียนทางสายด่วน 1599 ระบบ JCOMS หรือช่องทางร้องเรียน/แจ้งเบาะแสอื่น ๆ เกี่ยวกับสถานบริการแล้วรายงาน ให้ ตร. ทราบ

ผบ.ตร.สั่งการ ให้กองบัญชาการตำรวจนครบาล สืบสวน ขยายผลกรณีดังกล่าวจับกุมบ่อนการพนันทุกมิติ ทั้ง เจ้าของสถานที่ ผู้จัดให้เล่นการพนัน เจ้ามือ เจ้าหน้าที่หรือผู้กระทำความผิดที่เกี่ยวข้อง เส้นทางการเงิน และดำเนินการตามมาตรการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องทุกฉบับอย่างเด็ดขาด รวมถึงกฎหมายเกี่ยวกับการควบคุมอาคารเพื่อไม่ให้สามารถใช้สถานที่ดังกล่าวเป็นแหล่งมั่วสุมลักลอบเล่นการพนันได้อีกต่อไป และพิจารณาดำเนินการตามมาตรการทางปกครองกับผู้เกี่ยวข้องภายในอำนาจหน้าที่ตามแนวทางในหนังสือ ตร. ด่วนที่สุด ที่ 0007.22 /ว2209 ลง 28 มิถุนายน 2568 เรื่อง กำชับการปฏิบัติในการป้องกันปราบปรามและแก้ไขปัญหาการพนันฯ

พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กำชับ บช.น., บช.ภ.1 – 9 และ ผบก.น. ผบก.ภ.จว. กำหนดมาตรการตรวจค้น ตรวจสอบอาคาร สถานที่สุ่มเสี่ยงในการกระทำความผิดเกี่ยวกับการพนัน โดยเฉพาะสถานที่ ๆ มีการกระทำผิดหรือถูกจับกุมซ้ำซาก กำหนดวันดวงรอบและเป้าหมายในการปิดล้อมตรวจค้นฯ โดยให้หน่วยพิจารณาใช้กำลังพลจาก บช. หรือ บก. ในการปฏิบัติการให้มีประสิทธิภาพ ให้ ผบช.น. ภ.1 – 9 และ ผบก.น./ภ.จว. ลงพื้นที่กวดขัน ตรวจสอบการปฏิบัติและจัดชุดปฏิบัติการสืบสวน หาข่าวและแสวงหาความร่วมมือจากภาคประชาชนในพื้นที่พิจารณามาตรการป้องกันปราบปราม ตรวจค้นบุคคล ยานพาหนะ การตั้งจุดตรวจ จุดสกัด

ผบ.ตร.สั่งการให้กองบังคับการปราบปราม กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว และสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง สืบสวน หาข่าวและดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจหรือตามที่ ตร. มอบหมายหรือสั่งการ ตลอดจนสนับสนุนการปฏิบัติในส่วนที่เกี่ยวข้อง

มอบหมายให้จเรตำรวจแห่งชาติ และรองจเรตำรวจแห่งชาติควบคุม กำกับการตรวจสอบข้อเท็จจริงของจเรตำรวจ และมอบหมายให้ รอง ผบ.ตร.(ปป) และผู้ช่วย ผบ.ตร. ในสายงาน ปป อำนวยการ ควบคุมสั่งการ การปฏิบัติตามหนังสือนี้ รวมถึงพิจารณาตรวจสอบ สุ่มตรวจ บังคับใช้กฎหมาย โดยเคร่งครัด ตลอดจน เสนอ ตร. เพื่อพิจารณาข้อบกพร่องของหน่วย โดยให้หัวหน้าจเรตำรวจ และนครบาล รายงานให้ ตร. ทราบ ภายในวันที่ 1 กันยายน 2568 และให้ทุกหน่วยรายงานผลการปฏิบัติให้ ตร. ทราบภายในวันที่ 5 กันยายน 2568 และรายงานต่อเนื่องทุก ๆ 15 วัน จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง

“ห้ามมิให้ข้าราชการตำรวจเข้าไปเกี่ยวข้องพัวพัน รู้เห็นเป็นใจทั้งทางตรงหรือทางอ้อมเรียก รับ ยอมรับหรือมีผลประโยชน์จากการลักลอบเล่นการพนันโดยผิดกฎหมายอย่างเด็ดขาด และให้ถือเป็นนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลและ ตร. ที่จะต้องดำเนินการป้องกันปราบปรามอย่างจริงจัง หากพบว่าหน่วยใดเพิกเฉย ปล่อยปละละเลย ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ใส่ใจในการสืบสวนปราบปรามจับกุม ถือว่าเป็นความบกพร่องในการปฏิบัติหน้าที่ของผู้บังคับบัญชาในหน่วยงานนั้น โดยให้ผู้บังคับบัญชาแต่ละระดับชั้นพิจารณาทางปกครอง ทางวินัย และทางอาญาทุกราย รวมถึงพิจารณาข้อบกพร่องผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นด้วย” ผบ.ตร.สั่งการ

บิ๊กต่ายสั่ง ดำเนินคดีเด็ดขาด “บ่อนดอนเมือง”

จากกรณีการจับกุม “บ่อนดอนเมือง” ที่มีการลักลอบเปิดอย่างต่อเนื่อง แม้จะเคยถูกจับกุมมาแล้วหลายครั้ง พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. จึงได้สั่งการด่วนให้มีการสืบสวนและดำเนินคดีอย่างเด็ดขาดกับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด

มาตรการเด็ดขาดกับ “บ่อนดอนเมือง”

ผบ.ตร.ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการป้องกันและปราบปรามการพนันอย่างจริงจัง โดยให้จเรตำรวจตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินการตามแนวทางที่กำหนดไว้ หากพบว่ามีการจับกุมผู้กระทำความผิดจำนวนมาก ผู้บังคับบัญชาในแต่ละระดับชั้นจะต้องถูกพิจารณาทางปกครอง

  • จับกุม 20-50 คน: พิจารณาทางปกครองกับ ผกก. หรือหัวหน้า สน./สภ.
  • จับกุม 50-100 คน: พิจารณาทางปกครองกับ ผกก. หรือหัวหน้า สน./สภ. และ ผบก.น./ภ.จว.
  • จับกุม 100 คนขึ้นไป: พิจารณาทางปกครองกับ ผกก. หรือหัวหน้า สน./สภ., ผบก.น./ภ.จว. และ ผบช.น./ภ.1-9

การขยายผลและดำเนินการเพิ่มเติมต่อ “บ่อนดอนเมือง”

นอกจากนี้ ผบ.ตร.ยังได้สั่งการให้กองบัญชาการตำรวจนครบาลสืบสวนขยายผลในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของสถานที่ ผู้จัดให้เล่นการพนัน และเส้นทางการเงิน พร้อมทั้งดำเนินการตามมาตรการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน รวมถึงกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างเด็ดขาด

พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ ยังได้กำชับให้ บช.น., บช.ภ.1 – 9 และ ผบก.น. ผบก.ภ.จว. กำหนดมาตรการตรวจค้นสถานที่สุ่มเสี่ยงในการกระทำความผิดเกี่ยวกับการพนัน โดยเฉพาะสถานที่ที่มีการกระทำผิดซ้ำซาก และให้มีการลงพื้นที่กวดขัน ตรวจสอบการปฏิบัติอย่างเข้มงวด

ความเด็ดขาดในการปราบปราม “บ่อนดอนเมือง” และการพนันทุกรูปแบบ จะเป็นเครื่องพิสูจน์ความมุ่งมั่นของสำนักงานตำรวจแห่งชาติในการรักษาความสงบเรียบร้อยของสังคม

ที่มา – บิ๊กต่ายสั่งการด่วน ดำเนินคดีเด็ดขาด “บ่อนดอนเมือง” จี้ “จเร” สอบเอาผิด “ผกก. – ผบช.”

Scroll to top