บุรีรัมย์โมเดล

“นิพิฏฐ์” แฉ เลือกตั้ง 69 ซื้อเสียงหัวละ 2,000

อดีตรัฐมนตรี “นิพิฏฐ์” แฉเลือกตั้ง 69 เงินเทาซื้อเสียงสูงถึงหัวละ 2,000 บาท ชวนคนพัทลุงสั่งสอน รับเงินแต่ไม่เลือก “ให้มันจบที่พัทลุง”

วันที่ 3 มกราคม 2569 นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมและแกนนำพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) โพสต์เฟซบุ๊ก ถึงการซื้อสิทธิขายเสียงในการเลือกตั้ง สส. ในหัวเรื่อง “ให้มันจบที่พัทลุง” มีสาระใจความว่า การซื้อเสียงในภาคใต้ เริ่มต้นที่ จ.พัทลุง ในปี 2562 ด้วยการนำ “บุรีรัมย์โมเดล” มาใช้ คือการถ่ายบัตรประชาชน แล้วซื้อเสียงตามจำนวนบัตรที่ได้ถ่ายมา เมื่อวิธีการนี้ใช้ได้ผล วิธีการนี้ก็ระบาดไปทั่วภาคใต้ กลายเป็นการซื้อเสียงที่เรียกว่า “พัทลุงโมเดล”

นายนิพิฏฐ์ ระบุว่า เมื่อมันเริ่มที่พัทลุง จึงเป็นหน้าที่ของชาวพัทลุง ต้องร่วมมือกัน “กำจัด” วิธีการนี้เสีย ด้วยการ “รับเงินแล้วลงโทษด้วยการไม่เลือก”

วันนี้ มีการพูดกันว่า จะซื้อเสียงด้วยเงินเทา หัวละ 1,500-2,000 บาท ซึ่งถือว่า สูงที่สุดในประเทศไทย “เมื่อการซื้อเสียงนี้มันเริ่มต้นที่พัทลุง ก็ต้องทำให้มันจบที่พัทลุง”

“นิพิฏฐ์” แฉ เลือกตั้ง 69 ซื้อเสียงหัวละ 2,000

สถานการณ์การเมืองไทยในช่วงใกล้วันเลือกตั้งนั้น มีความร้อนแรงและมีการแข่งขันกันอย่างสูงในทุกพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการซื้อสิทธิขายเสียง ซึ่งเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าในการเลือกตั้งทุกครั้ง แม้ว่าจะมีกฎหมายและมาตรการต่างๆ ออกมาเพื่อป้องกันและปราบปราม แต่ก็ยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างเด็ดขาด

ล่าสุด นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีตรัฐมนตรี ได้ออกมาแฉถึงสถานการณ์การซื้อเสียงในการ เลือกตั้ง 69 ที่กำลังจะมาถึง โดยระบุว่ามีการใช้เงินเทาในการซื้อเสียงในราคาสูงถึงหัวละ 2,000 บาท ซึ่งถือว่าเป็นอัตราที่สูงที่สุดเท่าที่เคยมีมาในประเทศไทย นายนิพิฏฐ์ยังได้ชี้ให้เห็นว่าการซื้อเสียงในภาคใต้นั้นเริ่มต้นที่จังหวัดพัทลุง และเรียกร้องให้ชาวพัทลุงร่วมมือกันกำจัดการซื้อเสียงให้หมดสิ้นไป

ทำไม “นิพิฏฐ์” ถึงออกมาแฉเรื่อง เลือกตั้ง 69?

การออกมาแฉเรื่องการซื้อเสียงของนายนิพิฏฐ์ในครั้งนี้ ถือเป็นการส่งสัญญาณเตือนไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประชาชนทั่วไปให้ตระหนักถึงปัญหาการซื้อเสียงที่กำลังเกิดขึ้น และร่วมมือกันป้องกันและปราบปรามการซื้อเสียงให้หมดสิ้นไป เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรมและสะท้อนเจตจำนงของประชาชนอย่างแท้จริง

การซื้อเสียงไม่เพียงแต่เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายเท่านั้น แต่ยังเป็นการทำลายระบอบประชาธิปไตยและทำให้การเมืองไทยเสื่อมทรามลง การซื้อเสียงทำให้ผู้ที่ไม่มีความสามารถหรือไม่มีคุณธรรมเข้ามามีอำนาจ และทำให้การพัฒนาประเทศเป็นไปอย่างล่าช้า ดังนั้น การป้องกันและปราบปรามการซื้อเสียงจึงเป็นหน้าที่ของทุกคนในสังคม

การ เลือกตั้ง 69 ที่กำลังจะมาถึง จึงเป็นโอกาสสำคัญที่ประชาชนจะได้แสดงพลังและร่วมกันสร้างการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองให้เกิดขึ้น โดยการไม่ขายเสียง ไม่สนับสนุนผู้ที่ซื้อเสียง และเลือกผู้แทนที่ซื่อสัตย์สุจริตและมีความสามารถเข้ามาบริหารประเทศ

นอกจากนี้ การให้ความรู้แก่ประชาชนเกี่ยวกับโทษของการซื้อเสียง และการสร้างจิตสำนึกให้ประชาชนเห็นความสำคัญของการเลือกตั้งที่บริสุทธิ์ยุติธรรม ก็เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยป้องกันและปราบปรามการซื้อเสียงได้อย่างยั่งยืน

การที่นายนิพิฏฐ์ออกมาเปิดเผยข้อมูลเรื่องการซื้อเสียงในการ เลือกตั้ง 69 ถือเป็นเรื่องที่ควรสนับสนุน เพราะเป็นการกระตุ้นให้สังคมตื่นตัวและร่วมกันแก้ไขปัญหาการซื้อเสียงอย่างจริงจัง อย่างไรก็ตาม การแก้ไขปัญหาการซื้อเสียงไม่ใช่เรื่องง่าย และต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในสังคม

ดังนั้น เราทุกคนจึงต้องร่วมมือกันเพื่อให้การ เลือกตั้ง 69 เป็นไปอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรม และเป็นการเลือกตั้งที่สะท้อนเจตจำนงของประชาชนอย่างแท้จริง เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่ดีขึ้นให้กับประเทศไทย

ที่มา – “นิพิฏฐ์” แฉเลือกตั้ง 69 เงินเทาซื้อเสียงสูงถึงหัวละ 2,000 ชวนคนพัทลุงสั่งสอน รับเงินแต่ไม่เลือก

“โสภณ” เดินหน้าแก้ปัญหายาเสพติดทั่วประเทศ

“โสภณ” คิกออฟ เดินหน้าแก้ปัญหายาเสพติดทั่วประเทศ ชูบุรีรัมย์โมเดล ลั่น 4 เดือนเห็นผล ขอ 4 ปีจบยาเสพติด ต้องใช้ข้อมูลจริงแก้ปัญหายั่งยืน

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 24 ตุลาคม 2568 ที่สนามช้างอารีนา จังหวัดบุรีรัมย์ นายโสภณ ซารัมย์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดโครงการ “รวมพลังรัก ศรัทธา แก้ปัญหายาเสพติดแบบบูรณาการ” โดยมี น.ส. ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ผู้ว่าราชการจังหวัด 20 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และผู้บริหารหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมอย่างคึกคัก

บรรยากาศบริเวณด้านนอกสนามช้างอารีนาเป็นไปอย่างคึกครื้น เริ่มตั้งแต่ช่วงเช้า มีขบวนพาเหรดจากหน่วยงานและจังหวัดต่างๆ รวมกว่า 35 ขบวน เข้าร่วมแสดงพลัง “รวมใจต้านยาเสพติด” ก่อนเข้าสู่พิธีเปิดอย่างเป็นทางการ โดยมีการฉายภาพยนตร์สั้น “คนฝ่านรก” ความยาวประมาณ 3-5 นาที ถ่ายทอดเรื่องราวแรงบันดาลใจจากผู้ผ่านการบำบัดและฟื้นฟู

ต้องการเห็นผลทุกพื้นที่

ภายในพิธี ผู้แทนมูลนิธิอาณัตพล (ลูกเติ้ง) ได้มอบป้ายเงินสนับสนุนการดำเนินงานให้แก่ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ จากนั้นนายโสภณ ซารัมย์ ประธานในพิธี กล่าวเปิดงานและนำผู้เข้าร่วมกิจกรรมแสดงเจตนารมณ์ร่วมกันในการแก้ปัญหายาเสพติดทั่วประเทศแบบบูรณาการ โดยยืนยันรัฐบาลให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างจริงจัง ไม่เพียงต้องการนโยบายที่ดี แต่ต้องเห็นผลในพื้นที่จริง บูรณาการทุกภาคส่วน เดินหน้าไปพร้อมกัน เพื่อสร้างความปลอดภัย ความสงบ และอนาคตที่มั่นคงให้กับประชาชนทั่วประเทศ

ขอ 4 ปี เห็นผลเป็นรูปธรรม

นายโสภณ กล่าวด้วยว่า การดำเนินงานที่เริ่มต้นมาในระยะเวลา 4 เดือนที่ผ่านมา อาจยังไม่เห็นผลชัดเจนในทุกพื้นที่ แต่ยืนยันว่ารัฐบาลจะไม่หยุดเดินหน้าและจะทำให้เห็นผลอย่างเป็นรูปธรรมภายใน 4 ปีอย่างแน่นอน โดยกล่าวด้วยน้ำเสียงมั่นใจว่า “ขอให้พี่น้องประชาชนอดใจอีกนิด วันนี้อาจยังไม่เห็นผลเต็มที่ แต่ถ้าให้เวลาเรา 4 ปี ทุกคนจะเห็นความเปลี่ยนแปลงที่จับต้องได้ ทั้งในชุมชน ครอบครัว และชีวิตของลูกหลาน”

ต้องเน้นที่ภูมิคุ้มกันในชาติ

นายโสภณ  กล่าวต่อว่า ทำไมตนไม่พูดเรื่องปราบปราม เรื่องปราบปรามการนำเข้าสิ่งผิดกฎหมาย มาจากประเทศเพื่อนบ้าน ต้องเพิ่มความเข้มข้นฝ่ายทหาร ปปส. ตำรวจก็ตาม ที่อยู่ในแนวชายแดนต้องสกัดกั้นให้ได้ ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม อย่าบอกยาเสพติดไม่มีวันหายออกจากประเทศ หรือในโลกนี้เพราะมันมีวัตถุดิบ ที่จะนำมาผสมเป็นยาเสพติดได้ง่าย มันอยู่ใกล้มือ  อย่างเช่นเอายาสามัญบางพวก เอามาผสมเอานั่นเอานี่มาผสมกันก็กลายเป็นยาเสพติด แต่ส่วนยาบ้ามันก็อย่างที่ว่า มันก็มีมาทุกครั้ง แต่ว่าสิ่งที่สำคัญที่เราอยากจะทำให้ประเทศนี้เห็นก็คือการสร้างภูมิคุ้มกันให้คนในชาติ ไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับมัน ถ้ายุ่งเกี่ยวแล้วก็ต้องบำบัด

ลั่นอยากได้เสียงเกินครึ่ง

“คนทั่วไปทำไมต้องนึกว่า ต้องมาเอาใจคนพวกนี้ ทำไมต้องมาสนใจคนพวกนี้ ถ้าเราไม่สนใจคนพวกนี้ปริมาณมันก็จะเพิ่มขึ้น คนพวกนี้จะเป็นภาระของสังคม ทั้งเรื่องเศรษฐกิจ ทั้งอะไรต่อมิอะไร ทั้งเรื่องความปลอดภัย รวมถึงคนไม่มีคุณภาพ ดังนั้นต้องสกัด บ้านเมืองถ้าเราปล่อยไปมากกว่านี้ถ้าไม่เอาจริงเอาจัง เราง่อยเปลี้ยเสียขาแน่นอน เพราะประชาชนไม่มีคุณภาพ ดังนั้นการที่จะสร้างภูมิคุ้มกันก็คือ ขออีก 4 ปีเรื่องนี้จะจบเลย ขออีก 4 ปีเรื่องนี้จะจบเลย จริงจัง พิสูจน์กันวันนี้ เราเอาผลงานมาพิสูจน์ เพราะไม่อยากโม้หรือฝอย คืออยากได้อยากอยู่ 4 ปี อยากได้เสียงเกินครึ่ง แต่ไม่มีผลงาน มีแต่คำพูด วันนี้เราจะเริ่มให้มีผลงานอย่างเป็นรูปธรรมให้ประชาชนได้เห็นอย่างชัดเจน ถ้าประชาชนเห็นชัดเจน สื่อไม่ต้องบอกก็ได้ชาวบ้านเขาก็กา ถ้าประชาชนรู้ว่าโครงการนี้ทำให้พวกเขามีความสุข ประชาชนกาหมดนะครับ”

“โสภณ” เดินหน้าแก้ปัญหายาเสพติดทั่วประเทศ

ยก บุรีรัมย์ โมเดล

นายโสภณ กล่าวเพิ่มเติมว่า จ.บุรีรัมย์ถือเป็นต้นแบบของการแก้ปัญหายาเสพติดทั่วประเทศในชุมชน ที่เริ่มดำเนินการมาแล้วกว่า 2 ปี ซึ่งหลังจากนี้จะจัดทำ “กองบุญผ้าป่ายาเสพติด” โดยจะให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการระบุรายชื่อกลุ่มเสี่ยงในหมู่บ้าน และส่งต่อให้คณะกรรมการระดับตำบลดำเนินการคัดกรอง ซึ่งในวันที่ 1 พฤศจิกายน 68 นี้ จะเริ่มตรวจคัดกรองและนำเข้าสู่กระบวนการบำบัดฟื้นฟูอย่างเป็นระบบต่อไป

“โสภณ” คิกออฟ เดินหน้าแก้ปัญหายาเสพติดทั่วประเทศ

การแก้ปัญหายาเสพติดทั่วประเทศต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน การสร้างภูมิคุ้มกันให้กับเยาวชนและการบำบัดผู้ติดยาเสพติดอย่างจริงจัง จะเป็นหนทางสู่สังคมที่ปลอดภัยและยั่งยืน

ที่มา – “ โสภณ” คิกออฟ เดินหน้าแก้ปัญหายาเสพติดทั่วประเทศ ลั่น 4 เดือนเห็นผล หากอยากจบขอ 4 ปี

“โสภณ” สั่งแก้ปัญหายาเสพติด บุรีรัมย์ของแท้ 4 ปี!

“รองนายกฯ โสภณ” เดินหน้ามอบนโยบายแก้ไขปัญหายาเสพติด เน้นเอกซเรย์ค้นหาผู้เสพเข้าบำบัดจริงจัง ลดจำนวนผู้เสพหรือให้หมดไป ย้ำเจ้าหน้าที่รัฐต้องเป็นแบบอย่าง ห้ามยุ่งเกี่ยวยาเสพติดเด็ดขาด ดีเดย์คิกออฟ บุรีรัมย์โมเดล 24 ต.ค.นี้ เผยบุรีรัมย์ของแท้คอยดู 4 ปี

วันที่ 10 ต.ค. 2568 นายโสภณ ซารัมย์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมมอบนโยบายแนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด แบบบูรณาการ โดยมีนายสนอง เทพอักษรณรงค์ นายศักดิ์ ซารัมย์ สส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย นายปิยะ ปิจนำ ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดฯ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ ผอ.สนง.ปปส.ภาค 3 ผู้แทนผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 26 สาธารณสุขจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ นายอำเภอ ผกก. หัวหน้าสถานีตำรวจภูธรจากทั้ง 34 สถานี สาธารณสุขอำเภอ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล จากทั้ง 23 อำเภอ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ที่หอประชุมจังหวัดบุรีรัมย์ (เขากระโดง) ต.เสม็ด อ.เมือง จ.บุรีรัมย์

รองนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวเน้นให้ทุกพื้นที่ทำการเอกซเรย์ค้นหาผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติด เพื่อเข้าสู่การบำบัดฟื้นฟูตามกระบวนการ ในสถานที่ที่กำหนด เพื่อลดจำนวนผู้เสพหรือให้หมดไป ซึ่งจะช่วยลดการเกิดปัญหาอาชญากรรม โดยการทำงานจะต้องบูรณาการกันทุกภาคส่วน และการมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่ จึงจะประสบผลสำเร็จ และที่สำคัญเจ้าหน้าที่ของรัฐ จะต้องเป็นตัวอย่างทำตัวให้ขาวสะอาดไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดในทุกรูปแบบอย่างเด็ดขาด หากพบเจ้าหน้าที่รัฐคนใดมีส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติดทุกประเภท หรือเรียกรับประโยชน์ ก็ต้องรับโทษทั้งวินัยและกฎหมาย ซึ่งเป็นนโยบายหลักของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี โดยจะเริ่มดีเดย์ “บุรีรัมย์โมเดล” จังหวัดต้นแบบแก้ปัญหายาเสพติดแบบบูรณาการในวันที่ 24 ต.ค.นี้

รองนายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า ส่วนด้านการปราบปรามผู้ค้า และผู้ร่วมขบวนการ ทางตำรวจ ฝ่ายปกครองและหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง ก็ดำเนินการจับกุมปราบปรามอย่างเข้มงวดจริงจังเช่นกัน ซึ่งการป้องกันและแก้ปัญหายาเสพติด ถือเป็นนโยบายหลักของรัฐบาล และนายกรัฐมนตรี ที่ได้มอบหมายให้ตนเองดูแลเรื่องการบำบัดผู้เสพ เพราะได้ดำเนินการในพื้นที่ 6 อำเภอของ จ.บุรีรัมย์ มาตลอดและประสบผลสำเร็จมาแล้ว จึงได้มามอบนโยบายให้กับทุกส่วนราชการใน จ.บุรีรัมย์ เพื่อสร้างบุรีรัมย์โมเดลเป็นต้นแบบในการแก้ปัญหายาเสพติด ก่อนขยายสู่จังหวัดอื่นทั่วประเทศ

การดำเนินการจะต้องบูรณาการร่วมกันทุกภาคส่วน และหัวใจสำคัญประชาชนต้องเข้ามามีส่วนร่วมด้วย ทั้งการแจ้งข้อมูลเบาะแส และการดำเนินการจะต้องเน้นตัวเลขผู้เกี่ยวข้องจริง ไม่ใช่สร้างตัวเลขทิพย์ การแก้ไขจึงจะได้ผล ส่วนผลการชี้วัดของผลลัพธ์หรือเป้าหมายก็คือความพึงพอใจของประชาชน

รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ปัญหาที่สะสมมาและไม่ได้รับการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง เพราะมันมีแต่นโยบาย ให้แต่นโยบายมาว่าจะต้องทำเท่านั้น ต้องทำงี้ ถ้าไม่ทำจะย้าย จะนั่นจะนี่ มันเป็นนโยบาย มันเป็นลม แต่ที่บุรีรัมย์เขาเอาการกระทำเอามาตรการลงไปเลยว่าจะทำอะไร ฉะนั้นสิ่งที่เป็นนโยบาย กับการปฏิบัติที่ไม่ได้ และสิ่งที่เราทำแล้วสำเร็จเอามาเผยแพร่ร่วมกันทำมันถึงจะสำเร็จ ถ้าบุรีรัมย์ทำสำเร็จที่อื่นก็ต้องทำสำเร็จของแท้

“บุรีรัมย์ของแท้ คอยดู 4 ปี ก่อนที่นายโสภณ ซารัมย์ รองนายกรัฐมนตรี จะหัวเราะร่วนแล้วพูดว่า เอ้ย 4 ปี โอ้เราฝันไป 4 ปี 4 ปี 4 ปี ขาวสะอาดเลย”

“โสภณ” บอกบุรีรัมย์ของแท้ 4 ปี สั่งแก้ปัญหายาเสพติด ดีเดย์ 24 ต.ค.นี้

“โสภณ” เน้นย้ำ บุรีรัมย์ของแท้ 4 ปีกับการแก้ปัญหายาเสพติด

นายโสภณ ซารัมย์ รองนายกรัฐมนตรี เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหายาเสพติดในจังหวัดบุรีรัมย์ โดยตั้งเป้าหมาย “บุรีรัมย์ของแท้ 4 ปี” ที่จะทำให้จังหวัดขาวสะอาดจากยาเสพติด ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายสำคัญของรัฐบาล

การดำเนินการตามนโยบาย “โสภณ” บอกบุรีรัมย์ของแท้ 4 ปี สั่งแก้ปัญหายาเสพติด ดีเดย์ 24 ต.ค.นี้ จะเริ่มต้นด้วยการเอกซเรย์พื้นที่เพื่อค้นหาผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติด และนำเข้าสู่กระบวนการบำบัดฟื้นฟู การทำงานนี้ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคประชาชน และภาคประชาสังคม เพื่อให้เกิดผลสำเร็จอย่างยั่งยืน

นอกจากนี้ นายโสภณยังกล่าวถึงความสำคัญของการปราบปรามผู้ค้าและผู้ร่วมขบวนการยาเสพติด โดยเน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการอย่างเข้มงวดและจริงจัง ควบคู่ไปกับการป้องกันและบำบัดผู้เสพ เพื่อลดอุปสงค์และอุปทานของยาเสพติดในพื้นที่

การที่รัฐบาลให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหายาเสพติดในจังหวัดบุรีรัมย์ ถือเป็นสัญญาณที่ดีในการแก้ไขปัญหาในระดับประเทศ การสร้าง “บุรีรัมย์โมเดล” ให้เป็นต้นแบบในการแก้ไขปัญหายาเสพติด จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการขยายผลไปยังจังหวัดอื่นๆ ทั่วประเทศต่อไป

การแก้ไขปัญหายาเสพติดไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ด้วยความมุ่งมั่นและความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เชื่อมั่นว่าเราจะสามารถสร้างสังคมที่เข้มแข็งและปลอดภัยจากยาเสพติดได้ในที่สุด มาร่วมกันสนับสนุนนโยบาย “โสภณ” บอกบุรีรัมย์ของแท้ 4 ปี สั่งแก้ปัญหายาเสพติด ดีเดย์ 24 ต.ค.นี้ เพื่ออนาคตที่ดีของลูกหลานเรา

ที่มา – “โสภณ” บอกบุรีรัมย์ของแท้ 4 ปี สั่งแก้ปัญหายาเสพติด ดีเดย์ 24 ต.ค.นี้

“ภูมิธรรม” แซะ ครม.ใหม่ “บุรีรัมย์โมเดล” ขู่ซักฟอก

“ภูมิธรรม” แซะ ครม.อนุทิน “บุรีรัมย์โมเดล” ใครเป็นใครเห็นกันอยู่ ขู่ปมเขากระโดงเจอซักฟอกแน่นอน ขณะที่ “อิ๊งค์” ยิ้มพาลูกเข้าพรรค

วันที่ 18 กันยายน 2568 นายภูมิธรรม เวชยชัย แกนนำพรรคเพื่อไทย ได้แสดงความเห็นถึงโฉมหน้าคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ว่า น่าจะต้องไปถามพรรคร่วมรัฐบาลที่ส่งเสริมสนับสนุนนายอนุทินขึ้นมาเป็นผู้นำว่าพอใจหรือไม่ โดยเฉพาะที่มีชื่อบุคคลที่ติดขัดจากกรณีการชี้มูลของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เมื่อถามถึงโผคณะรัฐมนตรีใหม่ที่ถูกมองว่ามีความเชื่อมโยงกับ “บ้านใหญ่บุรีรัมย์” ว่า “มันก็บุรีรัมย์โมเดลทั้งหมดอยู่แล้ว” โดยขอไม่วิจารณ์ในรายละเอียด แต่บอกให้ไปดูรายชื่อแต่ละคนว่ามาจากไหนและใครเป็นใคร

“ภูมิธรรม” แซะ ครม.ใหม่ “บุรีรัมย์โมเดล” ขู่ซักฟอก

นายภูมิธรรมยังกล่าวถึงกรณีที่ดินเขากระโดงว่า ตนยังไม่เห็นเอกสารที่มีการเปิดเผยออกมา แต่ยืนยันว่าปัญหานี้เป็นเรื่องที่ดินของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 และกระบวนการทางกฎหมายได้ดำเนินการมาทั้งหมดแล้ว โดยเหลือเพียงแค่การเซ็นรับรองแนวเขตจากทั้งสองฝ่ายเท่านั้น เรื่องนี้คงมีการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจอย่างแน่นอน เห็นบอกว่าไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้องไม่ได้หมายความว่าต้องเข้าไปนั่งเป็นรัฐมนตรีถึงจะทำได้ ยิ่งตอนนี้เป็นนายกฯด้วย เดี๋ยวนี้เขาใช้โทรศัพท์สั่งก็ได้ ผู้ที่ชอบพลิกลิ้นอาจทำอะไรก็ได้ และขอให้รอดูข้อเท็จจริงเมื่อทุกอย่างถูกเปิดเผย

ทำความเข้าใจ “บุรีรัมย์โมเดล” ที่ถูกพูดถึง

การที่นายภูมิธรรมออกมาวิพากษ์วิจารณ์ ครม.ใหม่ว่าเป็น “บุรีรัมย์โมเดล” นั้น สะท้อนให้เห็นถึงความกังวลเกี่ยวกับอิทธิพลของกลุ่มการเมืองจากจังหวัดบุรีรัมย์ในการบริหารประเทศ หลายคนอาจสงสัยว่า “บุรีรัมย์โมเดล” คืออะไรกันแน่? ในบริบทนี้ หมายถึงการที่บุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่มีความเชื่อมโยงกับจังหวัดบุรีรัมย์เข้ามามีบทบาทสำคัญในการตัดสินใจและบริหารจัดการประเทศ ไม่ว่าจะเป็นในระดับรัฐมนตรี หรือตำแหน่งอื่นๆ ที่มีอำนาจในการกำหนดนโยบาย

ปรากฏการณ์ “บุรีรัมย์โมเดล” นี้ ได้จุดประกายคำถามมากมายในสังคม ทั้งในเรื่องของความโปร่งใส ความเป็นธรรม และผลประโยชน์ทับซ้อน การที่บุคคลที่มีความเชื่อมโยงกับกลุ่มการเมืองใดกลุ่มการเมืองหนึ่งเข้ามามีอำนาจ อาจนำไปสู่การเอื้อประโยชน์แก่พวกพ้อง หรือการใช้ทรัพยากรของรัฐเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัวได้

ดังนั้น สิ่งที่ประชาชนคาดหวังคือ การตรวจสอบและถ่วงดุลอำนาจอย่างเข้มข้น เพื่อให้มั่นใจได้ว่าการบริหารประเทศเป็นไปเพื่อประโยชน์ส่วนรวมอย่างแท้จริง และไม่มีการใช้อำนาจเพื่อเอื้อประโยชน์แก่กลุ่มใดกลุ่มหนึ่งโดยเฉพาะ

สำหรับบรรยากาศภายในพรรคเป็นไปอย่างคึกคัก มีแกนนำและสมาชิกพรรคหลายคนทยอยเดินทางมาเพื่อเข้าร่วมประชุมทีมกฎหมายเกี่ยวกับแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ รวมถึงการวางแผนการทำงานในฐานะฝ่ายค้านและการเตรียมความพร้อมสำหรับการหาเสียงเลือกตั้งในอนาคต

ขณะเดียวกันนางสาวแพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ก็ได้เดินทางเข้ามาที่ทำการพรรคพร้อมกับบุตรทั้งสองคนคือ ด.ญ.ธิธาร และ ด.ช.พฤจ์ธาษิณ สุขสวัสดิ์ โดยทั้งสามมีสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส

จากประเด็นที่นายภูมิธรรมยกขึ้นมานี้ น่าติดตามว่าพรรคฝ่ายค้านจะดำเนินการตรวจสอบเรื่อง “บุรีรัมย์โมเดล” และประเด็นเขากระโดงอย่างไรต่อไป และรัฐบาลจะสามารถชี้แจงข้อสงสัยต่างๆ ได้กระจ่างชัดหรือไม่ ประชาชนคงต้องจับตาดูอย่างใกล้ชิดต่อไป

ที่มา – “ภูมิธรรม” แซะ ครม. ใหม่ “บุรีรัมย์โมเดล” ขู่เจอซักฟอกปม “เขากระโดง” แน่

Scroll to top