ปฏิรูปกฎหมาย

กกร. เขย่าศึกเลือกตั้ง กทม. 69 ชูข้อเสนอ 5 เปิด ดันเมืองต้นแบบไร้โกง

เชื่อว่าคนกรุงเทพฯ หลายคนกำลังจับตามองการเลือกตั้งผู้ว่าฯ และ สก. ในปี 2569 ที่กำลังจะมาถึงนี้ ล่าสุดมีความเคลื่อนไหวสำคัญจากคณะทำงาน “กกร. และเพื่อนไม่ทน Zero Corruption” ที่ออกมาเขย่ากระแสสังคมด้วยการยื่นข้อเสนอ กกร. เขย่าศึกเลือกตั้ง กทม. 69 ชูข้อเสนอ “5 เปิด” ดันเมืองหลวงต้นแบบไร้โกง เพื่อหวังเปลี่ยนกรุงเทพมหานครให้เป็นเมืองที่โปร่งใสและตรวจสอบได้จริง

กกร. เขย่าศึกเลือกตั้ง กทม. 69 ชูข้อเสนอ “5 เปิด” ดันเมืองหลวงต้นแบบไร้โกง

การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ใช่แค่การหาคนมานั่งเก้าอี้ผู้ว่าฯ เท่านั้น แต่คือโอกาสทองที่จะนำพา กทม. ไปสู่มาตรฐานใหม่ของการบริหารจัดการภาครัฐ นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ได้เน้นย้ำชัดเจนว่า ผู้สมัครทุกคนที่ต้องการคะแนนเสียงต้องกล้าที่จะนำข้อเสนอ “5 เปิด” ไปปรับใช้จริงเพื่อลดโอกาสในการทุจริต

รายละเอียดเจาะลึก 5 เปิด ยกระดับ กทม.

ข้อเสนอ กกร. เขย่าศึกเลือกตั้ง กทม. 69 ชูข้อเสนอ “5 เปิด” ดันเมืองหลวงต้นแบบไร้โกง มีกลยุทธ์ที่น่าสนใจดังนี้:

  • เปิดข้อมูล (Open Data): ข้อมูลโครงการต่างๆ ต้องอยู่ในรูปแบบดิจิทัลที่อ่านง่ายและตรวจสอบได้
  • เปิดงบประมาณและจัดซื้อจัดจ้าง: ระบบจัดซื้อจัดจ้างต้องเป็นระบบเปิด เชื่อมโยงเทคโนโลยี AI ตรวจสอบความผิดปกติ
  • เปิดการมีส่วนร่วม (Open Government): สร้าง Dashboard ให้ประชาชนติดตามการใช้เงินในระดับเขตได้แบบเรียลไทม์
  • เปิดสัญญาจัดซื้อจัดจ้าง (Open Contracting): กางสัญญาตั้งแต่ TOR จนถึงวันส่งมอบงาน พร้อมใช้ข้อตกลงคุณธรรม
  • เปิดกระบวนการและบริหารความเสี่ยง: ลดดุลยพินิจเจ้าหน้าที่ด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ 100% เพื่อลดช่องว่างการเรียกรับสินบน

ด้าน นายมานะ นิมิตรมงคล ฝ่ายวิชาการของคณะทำงานฯ ได้ให้ความเห็นเพิ่มเติมว่า หัวใจสำคัญของการปฏิรูปครั้งนี้คือ “การเปิดอำนาจให้ประชาชน” หากผู้นำคนใหม่มีความตั้งใจจริงในการบริหารงานที่โปร่งใส เชื่อมโยงประชาชนเป็นศูนย์กลาง กทม. จะกลายเป็นเมืองตัวอย่างที่ไร้โกงได้อย่างแน่นอน

บทสรุปของการเคลื่อนไหวนี้คือเสียงสะท้อนจากภาคเอกชนและภาคประชาสังคม ที่ต้องการเห็นการเมืองไทยเดินหน้าอย่างมีคุณภาพ เราในฐานะคนกรุงเทพฯ ควรใช้สิทธิเลือกตั้งให้คุ้มค่าที่สุด โดยเลือกคนที่จะนำข้อเสนอเหล่านี้ไปขับเคลื่อนให้เกิดขึ้นจริงเพื่อให้เมืองหลวงของเราน่าอยู่ยิ่งขึ้น

ที่มา – กกร. เขย่าศึกเลือกตั้ง กทม. 69 ชูข้อเสนอ “5 เปิด” ดันเมืองหลวงต้นแบบไร้โกง

“มงคลกิตติ์” ชี้แจง กกต. นโยบายก้าวล้ำ

วันนี้เรามาพูดถึงประเด็นร้อนในวงการการเมืองไทยกันครับ เมื่อ “มงคลกิตติ์” ชี้แจง กกต. เรื่องนโยบายสุดแหวกแนวอย่างอวกาศและผัวเมียหลายคน ที่หลายคนมองว่าเพ้อเจ้อ แต่คุณมงคลกิตติ์ยืนยันว่ามันคือวิสัยทัศน์ก้าวล้ำเพื่อไม่ให้ไทยล้าหลัง! เกิดอะไรขึ้นบ้าง มาอ่านกันเลย

“มงคลกิตติ์” ชี้แจง กกต. ยืนยันนโยบายไม่เพ้อ

วันที่ 20 เมษายน 2569 เวลา 09.00 น. ที่สำนักงาน กกต. นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.พรรคไทยศรีวิไลย์ เดินทางชี้แจงกรณีถูกผู้ร้องเรียนว่านโยบายหาเสียง โดยเฉพาะด้านอวกาศและเรื่องผัวเมียหลายคน เป็นนโยบายเกินจริง ทำไม่ได้

คุณมงคลกิตติ์ยืนยันชัดเจนว่านโยบายอวกาศไม่ใช่เรื่องเพ้อฝัน เพราะสหรัฐอเมริกา ฝรั่งเศส อินเดีย อิหร่าน ต่างแข่งขันกันด้านนี้อยู่แล้ว สหรัฐฯ ยังส่งยานโคจรนอกระบบสุริยะ ไปดวงจันทร์เลย! ไทยอยู่อันดับ 40 ของโลก ถ้าจะก้าวล้ำต้องทำตามนโยบายนี้ ไม่อยากให้ไทยล้าหลัง

ส่วนนโยบายผัวเมียหลายคน จะชี้แจงเพิ่มเติมเมื่อถูกเรียก แต่ได้ปรึกษากฎหมายสภาแล้ว ต้องยื่นรายชื่อ 20 คน ให้สภายกรณ์กฎหมาย แม้ไทยมีกฎหมายสมรสเท่าเทียมชาย-ชาย หญิง-หญิงแล้ว แต่สังคมยังมีกิ๊ก เมียน้อย ศาสนาอิสลามให้ผู้ชายมีเมีย 4 คนได้ หากยินยอม ผู้หญิงก็ควรเท่าเทียม มีสามี 4 คนได้ เพื่อปฏิรูปกฎหมาย สังคม วัฒนธรรม

“มงคลกิตติ์” ชี้แจง กกต. เปรียบเทียบประเทศอื่น

หลายประเทศมีแบบนี้แล้วนะครับ เช่น ภูฏานมีสามีหลายคน สวิตเซอร์แลนด์ ผู้หญิงเรียกร้องนำเข้าผู้ชายเพราะผู้ชายน้อย! นโยบายนี้คือการริเริ่มเปลี่ยนสังคม ก้าวล้ำทุกด้าน พรรคอื่นไม่เสนอเพราะไม่กล้า

  • นโยบายอวกาศ: ไทยต้องไม่ล้าหลัง
  • นโยบายครอบครัว: เท่าเทียมทางเพศ
  • เปรียบพรรคอื่น: สัญญา “รวยไม่ไหวแล้ว” แต่ทำไม่ได้

คุณมงคลกิตติ์ซัดพรรคอื่น เช่น ภูมิใจไทย สัญญา 2 เดือนรวยไม่ไหว 4 ปีเงินล้น แต่ไม่รวยจริง! “ไทยไม่เทา” แก้คอร์รัปชันไม่ได้ พิสูจน์แล้วตอนเป็นรัฐบาล ถ้าจะสอบนโยบายเกินจริง ต้องสอบย้อนหลังตั้งแต่ 2562-2566 และมาตรา 157 เพิ่มเงินเดือน 24,000 บาทยังทำไม่ได้

ท้าทาย กกต. พิสูจน์หลังเป็นรัฐบาล

ท้าทายเลยครับ! ให้เป็นรัฐบาลก่อน แล้วพิสูจน์ ถ้าทำไม่ได้ค่อยดำเนินคดี แต่ กกต. ต้องยุติธรรม ปล่อยคนอื่นไม่ได้ต้องปล่อยด้วย ถ้าสอบต้องสอบหมด

ยังห่วง สว. เสนอเพิ่ม VAT จาก 7% เป็น 10% ซ้ำเติมประชาชน ตอนนี้ “ไม่มีแดกไม่ไหวแล้ว” ไม่ใช่รวยไม่ไหว แนะสร้างโรงกลั่นหรือซื้อหุ้นบางจาก ศรีราชา ลดอิงราคาสิงคโปร์ ลดราคาน้ำมัน

ฝากนายราเชน เวียงตระกูล หัวหน้าพรรคทางเลือกใหม่ แสดงจุดยืนคัดค้านขึ้นภาษี ถอนตัวจากรัฐบาลถ้าขึ้น พรรคเล็กต้องทำประโยชน์ประชาชน ไม่ชิดยืนนั่งหมอบตามรัฐ

มาตรการช่วยเหลืออย่างบัตรสวัสดิการเพิ่ม 100 บาท/หัว คนละครึ่ง ช่วยไม่ได้ ค่าครองชีพแพง ปลายเม.ย. ม็อบรวมตัวแน่ รวมคดีบาร์โค้ด QR code ที่ศาล รธน. จะตัดสิน

ติงนายกฯ อนุทิน พูด “ถุย” งานไหลบางเบิดชุมพร ไม่เหมาะสม ผู้นำต้องระวังคำพูด ถ้าไม่ชอบสคริปต์ ขอโทษคนเขียนด้วย แนะเขียนหัวข้อ ไม่ต้องสคริปต์เต็ม

เห็นด้วยไหมครับว่านโยบายก้าวล้ำแบบนี้ช่วยกระตุ้นสังคมไทยให้คิดใหม่? มันอาจดูแปลกแต่ถ้าทำได้จริง ไทยก้าวหน้าสุดๆ คุณคิดยังไง คอมเมนต์บอกกันหน่อยนะ!

ที่มา – “มงคลกิตติ์” ชี้แจง กกต. ยืนยัน “นโยบายอวกาศ–ผัวเมียหลายคน” ไม่เพ้อแต่ทำให้ประเทศก้าวล้ำ

นายกฯ ตั้ง 8 กลุ่มภารกิจพิชิตวิกฤตชาติ อาสาลุยปราบโกง

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวไทยทุกท่าน! วันนี้มีข่าวการเมืองร้อนๆ มาอัปเดตกันนะครับ นายกฯ ตั้ง 8 กลุ่มภารกิจพิชิตวิกฤตชาติ อาสาลุยงานปราบโกง-ยาเสพติด-เว็บพนัน ด้วยตัวเองเลยทีเดียว นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีคนล่าสุด ได้ลงนามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 11 เมษายน 2567 (ปรับจากข้อมูลต้นฉบับ) เพื่อปรับทัพใหญ่การบริหารราชการแผ่นดิน แบ่งงานออกเป็น 8 กลุ่มภารกิจหรือ Cluster เพื่อให้การทำงานคล่องตัว บูรณาการข้ามหน่วยงานได้ดีขึ้น สร้างความรวดเร็วและประสิทธิภาพสูงสุด ตามสไตล์ “ควิก บิ๊ก วิน” ที่แถลงต่อสภาไปแล้ว

นายกฯ ตั้ง 8 กลุ่มภารกิจพิชิตวิกฤตชาติ อาสาลุยงานปราบโกง-ยาเสพติด-เว็บพนัน

ไฮไลต์สำคัญคือตัวนายกฯ เองขอลงมือใน กลุ่มภารกิจที่ 1 ซึ่งเป็นงานหนัก ปราบปรามทุจริตคอร์รัปชัน ยาเสพติด ค้ามนุษย์ อาชญากรรมข้ามชาติ นอมินี และความผิดทางออนไลน์ทุกประเภท โดยเฉพาะเว็บพนันออนไลน์ที่กำลังระบาดหนัก สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนไม่น้อย นี่คือวาระเร่งด่วนที่กระทบต่อความมั่นคงและคุณภาพชีวิตคนไทยโดยตรง การที่นายกฯ อาสาลุยเอง แสดงถึงความมุ่งมั่นจริงจัง หวังจะเห็นผลลัพธ์เร็วๆ นี้ครับ

นายกฯ ตั้ง 8 กลุ่มภารกิจพิชิตวิกฤตชาติ มีอะไรบ้าง?

ส่วนงานอื่นๆ ได้กระจายให้ 7 รองนายกรัฐมนตรีคุมตามความเชี่ยวชาญ เพื่อให้เกิดการทำงานแบบไร้รอยต่อ หากมีข้อขัดแย้ง นายกฯ ชี้ขาดสุดท้าย มาดูรายละเอียดกันเลยครับ

  • กลุ่ม 1: นายกรัฐมนตรี (อนุทิน ชาญวีรกูล) – ปราบโกง ยาเสพติด ค้ามนุษย์ อาชญากรรมข้ามชาติ นอมินี เว็บพนันออนไลน์ งานเร่งด่วนที่ต้องจัดการทันทีเพื่อฟื้นความเชื่อมั่น
  • กลุ่ม 2: นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ – สาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานทั่วประเทศ เช่น น้ำ ไฟฟ้า คมนาคม ให้ประชาชนเข้าถึงได้ทั่วถึง
  • กลุ่ม 3: นายทรงศักดิ์ ทองศรี – ทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม (มุ่ง Net Zero 2050) และกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น เพิ่มบทบาทประชาชน
  • กลุ่ม 4: นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ – ดึงดูดการลงทุนอุตสาหกรรมอนาคต AI Semiconductor EV เพื่อยกระดับเศรษฐกิจไทย
  • กลุ่ม 5: นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ – การค้า พาณิชย์ สินค้าเกษตร ท่องเที่ยว ส่งออกสู่ตลาดโลก เพิ่มรายได้ชาติ
  • กลุ่ม 6: นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว – ความมั่นคง อธิปไตย ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศแบบเชิงรุก ปกป้องผลประโยชน์ไทย
  • กลุ่ม 7: นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ – วิจัย นวัตกรรม พัฒนาทักษะแรงงานยุคดิจิทัล สร้างคนไทยรุ่นใหม่เก่งๆ
  • กลุ่ม 8: นายปกรณ์ นิลประพันธ์ – ปฏิรูปกฎหมายสากล รัฐบาลดิจิทัล พาไทยเข้าองค์การ OECD ยกระดับสู่สากล

โครงสร้างนี้เน้นการบูรณาการข้ามกระทรวงทบวงกรม หัวหน้ากลุ่มสั่งการได้ทันที ไม่ต้องรอ bureaucracy ยุ่งเหยิงแบบเก่า คาดว่าจะช่วยแก้ปัญหาวิกฤตชาติได้เร็วขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจ สังคม ความมั่นคง หรือสิ่งแวดล้อม

ความสำคัญของการปรับโครงสร้าง 8 กลุ่มภารกิจ

ในยุคที่ไทยเผชิญวิกฤตหลายด้าน การ นายกฯ ตั้ง 8 กลุ่มภารกิจพิชิตวิกฤตชาติ อาสาลุยงานปราบโกง-ยาเสพติด-เว็บพนัน ถือเป็นกลยุทธ์ชาญฉลาด เพราะมอบหมายตาม expertise ของแต่ละคน ลดการทับซ้อน เพิ่มความเร็วในการตัดสินใจ โดยเฉพาะงานปราบโกงที่นายกฯ รับเอง จะช่วยคืนความโปร่งใสให้ระบบราชการ สร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ นอกจากนี้ คลัสเตอร์ด้าน EV AI จะช่วยให้ไทยไม่ตามหลังจีนอเมริกา ส่วน Net Zero จะตอบโจทย์โลกที่ให้ความสำคัญสิ่งแวดล้อม เกษตรกรไทยก็ได้ประโยชน์จาก export เกษตรที่แข็งแกร่งขึ้น

ผมเชื่อว่านโยบายนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงใหญ่ หากทุกฝ่ายร่วมมือกัน ไทยจะพ้นวิกฤตได้แน่นอน คุณคิดยังไงกับการตั้ง 8 กลุ่มภารกิจนี้? มันจะเวิร์กจริงเหรอ หรือมีจุดไหนต้องปรับ? คอมเมนต์แชร์ความเห็นด้านล่างเลยครับ แล้วอย่าลืมแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ อ่านด้วยนะ!

ที่มา – นายกฯ ตั้ง 8 กลุ่มภารกิจพิชิตวิกฤตชาติ อาสาลุยงานปราบโกง-ยาเสพติด-เว็บพนัน

ชมถ่ายทอดสด การประชุมรัฐสภา รัฐบาลอนุทิน

ชมถ่ายทอดสด การประชุมรัฐสภา รัฐบาลอนุทิน นำคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่ แถลงนโยบายรัฐบาล เพื่อแก้ปัญหาเร่งด่วน 5 ด้านหลัก วันนี้ 9 เมษายน 2568 ตั้งแต่เวลา 08.30 น. เป็นต้นไป ประชาชนสามารถติดตามรับชมได้ทางสถานีโทรทัศน์และช่องทางออนไลน์ต่างๆ อย่าพลาดเหตุการณ์สำคัญที่กำหนดทิศทางประเทศในปีข้างหน้า

การประชุมร่วมกันของรัฐสภา ครั้งที่ 1 สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง ในวาระด่วนตามมาตรา 162 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จัดขึ้นเป็นเวลา 2 วัน คือ 9-10 เมษายน 2568 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จะเป็นประธานนำคณะรัฐมนตรีแถลงนโยบาย โดยก่อนหน้านี้ได้เข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณเมื่อวันที่ 6 เมษายน 2568 ตามรัฐธรรมนูญกำหนดให้ต้องแถลงนโยบายก่อนปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นทางการ เว้นแต่กรณีจำเป็นเร่งด่วน

ชมถ่ายทอดสด การประชุมรัฐสภา รัฐบาลอนุทิน นำแถลงนโยบายแก้ปัญหา 5 ด้าน

เอกสารคำแถลงนโยบายรัฐบาลมีความยาว 19 หน้า ครอบคลุมนโยบายหลักที่มุ่งแก้ปัญหาเร่งด่วนของชาติ โดยแบ่งออกเป็น 5 ด้านสำคัญ ซึ่งรัฐบาลอนุทินตั้งใจจะเร่งดำเนินการทันที เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ สร้างความมั่นคง และยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน

นโยบายหลัก 5 ด้านของรัฐบาลอนุทิน

  • ด้านเศรษฐกิจ: มุ่งกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจ ลดค่าครองชีพ สนับสนุน SME และเกษตรกร ผ่านมาตรการลดภาษี จัดสรรงบประมาณช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจโลก รวมถึงส่งเสริมการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมหลักให้ฟื้นตัวเร็วขึ้น
  • ด้านการต่างประเทศและความมั่นคง: เสริมสร้างความมั่นคงชายแดน เจรจาข้อพิพาทกับประเทศเพื่อนบ้าน ปรับปรุงนโยบายการค้าต่างประเทศให้ได้เปรียบ และเพิ่มขีดความสามารถกองทัพในการรับมือภัยคุกคามสมัยใหม่
  • ด้านสังคม: พัฒนาการศึกษา สุขภาพ และสวัสดิการสังคม โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง ลดความเหลื่อมล้ำ เพิ่มงบประมาณโรงเรียนและโรงพยาบาลชุมชน รวมถึงโครงการช่วยเหลือผู้สูงอายุและเด็กกำพร้า
  • ด้านภัยพิบัติและสิ่งแวดล้อม: เตรียมรับมือภัยแล้ง น้ำท่วม และปัญหาฝุ่น PM2.5 โดยเฉพาะภาคเหนือ สร้างระบบเตือนภัยล่วงหน้า พัฒนาเขื่อนและระบบชลประทาน รวมถึงส่งเสริมพลังงานสะอาด ลดการปล่อยคาร์บอน
  • ด้านการบริหารภาครัฐและการปฏิรูปกฎหมาย: ลดความซับซ้อนของระบบราชการ ดิจิทัลทรานสฟอร์มการบริการสาธารณะ ปฏิรูปกฎหมายที่ล้าสมัย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดการทุจริต

นโยบายเหล่านี้ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ปัญหาเร่งด่วนที่ประชาชนเผชิญ โดยเฉพาะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวจากโควิดและสงครามการค้าโลก

ฝ่ายค้านเตรียมอภิปรายเข้มข้น

ฝ่ายค้านไม่ยอมแพ้ โดยนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน เตรียมผู้อภิปรายกว่า 20 คน โฟกัสปัญหาวิกฤตน้ำมันแพงและฝุ่น PM2.5 ที่กระทบประชาชนภาคเหนือ นอกจากนี้ นายอรรถกร ศิริลัทธยากร ส.ส.ฉะเชิงเทรา พรรคกล้าธรรม ระบุว่า ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า จะช่วยสะท้อนปัญหาทุกภูมิภาค อาจขึ้นอภิปรายสรุปหากมีเวลา

กำหนดการอภิปรายรวม 32.30 ชั่วโมง แบ่งเป็น ประธานที่ประชุม 1.30 ชม., นายกฯ แถลง 1.30 ชม., ครม.ชี้แจง 6 ชม., สว. 4 ชม., ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล 5.30 ชม., ส.ส.ฝ่ายค้าน 14.30 ชม. คาดว่าจะเข้มข้นและอาจยืดเยื้อ

การแถลงนโยบายครั้งนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของรัฐบาลอนุทิน ที่มาจากพรรคภูมิใจไทยนำโคไลอิชั่น ชมถ่ายทอดสด การประชุมรัฐสภา รัฐบาลอนุทิน เพื่อติดตามว่ารัฐบาลจะนำนโยบายไปปฏิบัติจริงได้อย่างไร โดยเฉพาะในช่วงเศรษฐกิจผันผวน เรามีความเห็นว่านโยบายเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมน่าจะเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน หากทำได้จริงจะช่วยพลิกฟื้นประเทศได้แน่นอน

เชิญชวนทุกท่านติดตามรับชมถ่ายทอดสดและแสดงความคิดเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง ว่าคุณคาดหวังอะไรจากรัฐบาลชุดนี้บ้าง!

ที่มา – ชมถ่ายทอดสด การประชุมรัฐสภา รัฐบาลอนุทิน นำ ครม.ชุดใหม่ แถลงนโยบายรัฐบาล แก้ปัญหาเร่งด่วน 5 ด้าน

ธงทอง นั่งประธาน คกก.ปฏิรูปกฎหมายระยะเร่งด่วน

“นายกฯ อนุทิน” เซ็นคำสั่งแต่งตั้ง คกก.ปฏิรูปกฎหมายในระยะเร่งด่วน “ธงทอง” นั่งเป็นประธาน พร้อมมือกฎหมาย-ผู้เชี่ยวชาญรอบด้าน ขับเคลื่อนแก้อุปสรรค ควบคู่วางรากฐานพัฒนาประเทศ

วันที่ 21 ตุลาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงนามคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ 6/2568 เรื่อง แต่งตั้งประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ในคณะกรรมการดำเนินการปฏิรูปกฎหมายในระยะเร่งด่วน ด้วยประเทศไทยกำลังเผชิญกับความไม่แน่นอนรอบด้าน ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และภูมิรัฐศาสตร์ของโลก ส่งผลกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันของประเทศและโอกาสในการสร้างรายได้ของพี่น้องประชาชน จึงจำเป็นต้องดำเนินการเพื่อให้มีการปฏิรูปกฎหมาย กฎระเบียบ ที่เป็นอุปสรรคและสร้างภาระที่ไม่จำเป็นแก่ประชาชนและภาคธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการวางรากฐานในการขับเคลื่อนการพัฒนาความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ตลอดจนการสร้างระบบเศรษฐกิจที่โปร่งใส เป็นธรรม และยั่งยืน

อาศัยอำนาจตามความในข้อ 4 (1) และ (4) ของระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการขับเคลื่อนการปฏิรูปกฎหมายในระยะเร่งด่วน พ.ศ. 2563 จึงมีคำสั่งแต่งตั้งบุคคลให้ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการดำเนินการปฏิรูปกฎหมายในระยะเร่งด่วน ดังต่อไปนี้

1. ศาสตราจารย์พิเศษ ธงทอง จันทรางศุ อดีตปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานกรรมการ การได้รับแต่งตั้งของศาสตราจารย์พิเศษ ธงทอง จันทรางศุ ในตำแหน่งประธานกรรมการ ถือเป็นสัญญาณที่ดีในการขับเคลื่อนการปฏิรูปกฎหมายให้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ด้วยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญที่ท่านสั่งสมมา จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการผลักดันกฎหมายที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชน

กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ประกอบด้วย

2. ศาสตราจารย์พิเศษ กาญจนารัตน์ ลีวิโรจน์ อดีตที่ปรึกษาสำนักงานศาลปกครอง และอดีต สว.

3. ศาสตราจารย์พิเศษ กิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์ ประธานคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET)

4. รองศาสตราจารย์ ชโยดม สรรพศรี อดีตคณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

5. นายบัณฑูร เศรษฐศิโรตม์ ผู้อำนวยการสถาบันธรรมรัฐ เพื่อการพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม

6. นายแบ๊งค์ งามอรุณโชติ ผู้อำนวยการสถาบันนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม

7. ศาสตราจารย์พิเศษ วิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ อดีตปลัดกระทรวงยุติธรรม

8. นายสมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศ (TDRI)

9. นายอภิชน จันทรเสน ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายกฎหมาย ธนาคารแห่งประเทศไทย

ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป สั่ง ณ วันที่ 21 ตุลาคม 2568

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ในวันที่ 22 ตุลาคม 2568 เวลา 14.00 น. นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี จะมีการแถลงเรื่องกฎหมายที่สำคัญ ณ ศูนย์แถลงข่าวรัฐบาล ตึกนารีสโมสร ทำเนียบรัฐบาล.

ธงทอง นั่งประธาน คกก.ปฏิรูปกฎหมายระยะเร่งด่วน

การแต่งตั้งคณะกรรมการชุดนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการปรับปรุงกฎหมายให้ทันสมัยและเอื้อต่อการพัฒนาประเทศในทุกด้าน การมีผู้ทรงคุณวุฒิจากหลากหลายสาขาอาชีพจะช่วยให้การพิจารณากฎหมายมีความรอบคอบและครอบคลุมมากยิ่งขึ้น การเร่งปฏิรูปกฎหมายถือเป็นปัจจัยสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศและสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับประชาชน

ความสำคัญของการปฏิรูปกฎหมายระยะเร่งด่วน

การปฏิรูปกฎหมายในระยะเร่งด่วนมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาประเทศ เนื่องจากกฎหมายที่ล้าสมัยหรือไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันอาจเป็นอุปสรรคต่อการลงทุน การประกอบธุรกิจ และการดำเนินชีวิตประจำวันของประชาชน การปรับปรุงกฎหมายให้มีความทันสมัยและเป็นสากลจะช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจและการพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน

  • ลดอุปสรรคในการทำธุรกิจ
  • ส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศ
  • เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
  • สร้างความเป็นธรรมและความโปร่งใสในสังคม

การที่ ธงทอง ได้รับความไว้วางใจให้นั่งเป็นประธาน คกก.ปฏิรูปกฎหมายระยะเร่งด่วนนี้ จะเป็นแรงผลักดันสำคัญในการแก้ไขปัญหาและพัฒนากฎหมายไทยให้ดียิ่งขึ้น การมีส่วนร่วมของผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายสาขาอาชีพ จะช่วยสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนว่ากฎหมายที่ออกมาจะเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมอย่างแท้จริง

การแต่งตั้ง ธงทอง ให้เป็นประธาน คกก.ปฏิรูปกฎหมายระยะเร่งด่วนในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจจริงของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาความล้าสมัยของกฎหมาย และมุ่งมั่นที่จะพัฒนากฎหมายให้สามารถตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนและภาคธุรกิจได้อย่างแท้จริง รอดูกันว่าคณะกรรมการชุดนี้จะสร้างผลงานที่จับต้องได้มากน้อยแค่ไหน

ที่มา – “ธงทอง” นั่งประธาน คกก.ปฏิรูปกฎหมายระยะเร่งด่วน ขับเคลื่อนแก้อุปสรรค-พัฒนาประเทศ

Scroll to top